บ่วงดวงใจ (the end)

ตอนที่ 3 : บทที่ ๒ ข่าวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    19 เม.ย. 53

บทที่ ๒ ข่าวร้าย

         

            วา แม่มีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อยลูกคุณยุพินเรียกลูกสาวที่กำลังก้าวเท้าออกไปนอกบ้าน ทำให้วายุรินทร์ต้องเดินเข้ามานั่งบนโซฟาตรงหน้ามารดา พลางหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้ามาเปิดดู

            เรื่องอะไรคะแม่?

            คือ... คนที่บอกมีเรื่องจะพูดทำท่าทางอึกอักลำบากใจ ก็เรื่องที่นางจะพูดนี่มันพูดง่ายซะที่ไหนกัน ...ป้าภาเค้าอยากได้ลูกไปเป็นลูกสาวนางหลุดคำพูดออกมาได้ในที่สุด

            ทำไมล่ะคะ? ป้าภาเค้าไม่มีลูกเหรอ? หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยดวงตาใสซื่อ แต่เอ...วาเหมือนจะได้ยินป้าภาบอกว่ามีลูกชายด้วยนี่คะ?

            ใช่จ้ะ ป้าภามีลูกชายด้วยคนนึง

            อาว.. แล้วจะเอาวาไปเป็นลูกอีกทำไมคะ?หญิงสาวถาม เอื้อมมือหยิบแก้วน้ำที่มารดาดื่มไปครึ่งหนึ่งแล้วขึ้นมาดื่มต่อ

            คนเป็นแม่ยิ่งสำบากใจ

            ...ไม่ใช่เอาไปเป็นลูกเฉยๆ แต่จะเอาไปเป็นลูกสะใภ้จ้ะ

            เพล้ง!

            อะไรนะคะ?!”  หญิงสาวอุทานเสียงดังผสานกับเสียงแก้วในมือที่ตกกระทบพื้น หลังจากตั้งสติได้ก็จ้องหน้าคนเป็นแม่เขม็ง ถามซ้ำอีกครั้ง  แม่ว่าอะไรนะคะเมื่อกี๊?

            ป้าภาอยากได้ลูกไปเป็นสะใภ้ ก็เลยเอ่ยขอลูกกับแม่

          ไม่ใช่หูฝาด เธอได้ยินไม่ผิด

          ขอลูกสะใภ้เขาขอกันง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ? เสียงคล้ายรำพึงกับตนเอง แล้วแม่ตอบไปว่าไงคะ?

            แม่ตอบตกลง

            หา!!!”

ครั้งแรกเสียงอุทานดังแค่ไหนคูณไปอีกสามเท่า เท่ากับเสียงอุทานของครั้งนี้

            คุณยุพินมีท่าทางอึดอัดลำบากใจมากขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของบุตรสาว ทั้งๆ ที่นางก็เตรียมใจไว้แล้ว แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์จริงๆ ไอ้ที่เตรียมใจไว้ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย

            เราเคยคุยเรื่องนี้มาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน แม่หมายถึงครอบครัวเรากับครอบครัวทางโน้น นางเว้นระยะเพียงนิด ก่อนอธิบายต่อ แต่แม่ไม่คิดว่าจะจริงจัง ก็เลยลืมมันไปแล้ว แต่ลูกชายของป้าเขายังไม่มีใคร ป้าภาอยากให้ลูกชายมีเมียสักทีตัวเองก็จะได้อุ้มหลานด้วย พอมาเห็นลูกก็เลยนึกถึงเรื่องที่เราเคยคุยกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ และคิดว่าถึงเวลาจะทำให้คำพูดที่เคยพูดกันไว้เป็นจริงเสียที

            ก็เลยจะเอาวาไปเป็นโรงงานปั๊มหลานเนี่ยนะคะ? วาคงยอมหรอก หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสะบัด นึกถึงใบหน้าใจดีของป้าภาที่เธอเคยนึกชอบ ตอนนี้ชักไม่ชอบใจการกระทำของนางขึ้นมาตงิดๆ

            วาก็ยังไม่มีใครไม่ใช่เหรอลูก?มารดาพยายามหว่านล้อมเสียงอ่อน

            การแต่งงานมันไม่ใช่ว่ามีใคร หรือไม่มีใครนะคะแม่ แม่ก็เคยแต่งงานมาแล้ว สีหน้าของนางยุพินบ่งบอกความลำบากใจอย่างยิ่งยวด นางก็คิดอยู่แล้วว่าลูกสาวของนางคงไม่ยอมเห็นด้วยแน่นอน วาขอโทษค่ะแม่ เห็นสีหน้าของมารดาสลดลงหลังจากที่เธอพูดจบ จึงนึกขึ้นได้ว่าบางทีเธออาจพูดจาไม่เหมาะสม แม่ผ่านโลกมามากกว่าเธอ ย่อมจะเข้าใจอะไรดีกว่าอยู่แล้ว

            แม่รู้ว่าลูกลำบากใจ แต่ครอบครัวของป้าภาเขาดี น่ารัก ลูกชายเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่  แม่เชื่อว่าเขาต้องดูแลลูกสาวของแม่ได้ดี

            วาไม่จำเป็นต้องให้ใครดูแลนะคะแม่ หญิงสาวยืนยันเสียงแข็ง มั่นใจว่าตนสามารถดูแลตัวเองได้ดีอยู่แล้ว ก่อนต่อด้วยแล้วลูกชายของป้าภาเค้ายอมให้แม่จับเอาถุงมาคลุมใส่หัวหรือคะ?

            พูดจาน่าเกลียดน่ะวา

            ก็มันจริงนี่

            คุยอะไรกันเหรอครับ? คุณแม่ คุณน้องสาว ผู้มาใหม่ทักทายแม่กับน้องสาวที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและใช้เป็นห้องรับแขกไปในตัวของบ้าน หลังกลับมาจากเยี่ยมเพื่อนเก่าสองสามคนซึ่งยังคงทำงานอยู่บ้านเกิด หรือว่าเราทำอะไรให้แม่หนักใจอีกหึ ยัยตัวแสบ? ร่างสูง หนา ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาพร้อมเอื้อมมือไปยีศีรษะของน้องสาวด้วยความมันเขี้ยวตามความเคยชิน   อ้าว! แล้วใครทำแก้วแตกครับเนี่ย? ชายหนุ่มอุทาน เงยหน้ามองสมาชิกในครอบครัวทั้งสองด้วยความสงสัย

            แม่กำลังทำให้วาหนักใจน่ะสิไม่ว่า วายุรินทร์บ่นอุบอิบ

            หือ? ว่าอะไรนะ? พี่ชายหันมาถามน้องสาว เพราะได้ยินคำพูดของเจ้าหล่อนไม่ชัด

            เปล่า คนตอบยังนั่งทำหน้าบึ้งตึงเหมือนก่อนหน้าที่วัฒนันธ์จะเดินเข้ามา

            เดี๋ยวค่อยเก็บก็ได้ลูก มารดาร้องห้ามเมื่อเห็นบุตรชายลุกจากโซฟาไปนั่งบนส้นเท้า ใช้มือเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายอยู่บนพื้นมารวมกองกันไว้ในถาดที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นไง ได้เจอเพื่อนหรือเปล่า?

            เจอครับ แต่แหม เห็นแล้วก็น่าอิจฉากันจัง ถึงจะมีครอบครัวให้ต้องรับผิดชอบ แต่ก็ดูมีความสุขน่ารักดี มีลูกเล็กๆ ให้ชื่นใจหลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ เห็นแล้วชื่นใจแทนครับ

            พูดแบบนี้อยากมีเมียขึ้นมาแล้วสิ? มารดากระเซ้า

            โธ่ แม่ครับ ของผมน่ะเอาไว้ก่อน ผมยังไม่รีบร้อนหรอกครับ ยังไงชีวิตโสดก็ยังหอมหวานกว่าเป็นไหนๆ ใช่มั้ยน้องรัก? ประโยคสุดท้ายวัฒนันธ์หันมาขอเสียงสนับสนุนจากวายุรินทร์ โดยไม่รู้ว่าเพราะเรื่องนี้แหละที่ทำให้เจ้าหล่อนนั่งหน้างอเป็นจวักอยู่อย่างนี้ อาว เป็นอะไรฮึเรา? พี่เห็นนั่งหน้าหงิกตั้งแต่พี่เข้ามาแล้ว ไปงอนใครเขามาอีกล่ะ?

            นางยุพินหันมามองหน้าบุตรสาว ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี โดยไม่เป็นการบังคับใจบุตรสาวจนเกินไป และไม่ให้เสียน้ำใจคุณอรภาผู้เป็นทั้งญาติและเพื่อนที่แสนดี

            เมื่อกี๊ แม่กำลังคุยกับน้อง เรื่องจะให้น้องแต่งงานน่ะลูก

            แต่งงาน! ยัยวาเนี่ยนะครับ จะแต่งงาน? วัฒนันธ์มองหน้ามารดาอึ้งๆ แล้วหันมามองหน้าน้องสาวพร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ กับใครครับแม่ ในที่สุดก็เจอสักทีนะ ผู้ชายที่แสนจะโคตรซวยคนนั้นประโยคหลังหันมาเย้าแหย่น้องสาว

            พี่วัฒน์! ไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยนะ ทุกคนกำลังจริงจังไม่เห็นเหรอ? คนพูดมองหน้าพี่ชายด้วยสีหน้าแสนงอน

            มันยังไงกันครับแม่? หยุดขำได้แล้วเขาก็ถามมารดา ยังไงซะเขาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องตลก ยัยวาน้องสาวเขายังไม่มีแฟน ยังเรียนไม่จบ ยังเด็กเกินไปที่จะคิดถึงเรื่องแต่งงานรับผิดชอบชีวิตครอบครัว ยัยวา ยังเป็นน้องน้อยตัวกะเปี๊ยกของเขาเสมอ แล้วนี่มารดามาบอกว่าจะให้น้องน้อยของเขาแต่งงาน ถ้าไม่ใช่เรื่องตลกประจำวันแล้วจะให้คิดว่าเป็นเรื่องอะไรได้อีก

            มีคนเขามาขอน้องสาวของเราไปเป็นลูกสะใภ้ มารดาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สามารถทำให้ลูกชายอึ้งจนพูดไม่ออก

            จริงเหรอครับ? หาเสียงของตนเองเจอวัฒนันธ์ก็เอ่ยถามเสียงเบาแล้วแม่ว่าไงครับ?

            แม่ตอบตกลง!” เสียงที่ตอบมาไม่ใช่เสียงของมารดา หากแต่เป็นเสียงของเจ้าทุกข์ในคดีนี้ที่รับเคราะห์ไปเต็มๆ

ใช่อย่างที่วัฒนันธ์ว่านั่นแหละ โคตรซวยแต่คนที่โคตรซวยน่ะ ดันเป็นหล่อนซะเอง อยู่ดีไม่ว่าดีดันโดนจับคลุมถุงชนซะงั้น จะมีอะไรซวยไปกว่านี้อีกมั้ย?

 

            ขณะที่คุณยุพินทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ต่อหน้าบุตรชายบุตรสาวทั้งสองคน ทางบ้าน คชาคามคุณอรภาก็กำลังรับศึกหนักอยู่กับบุตรชายเหมือนกัน

            อะไรนะครับแม่?!” ภูพงษ์อุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกันอยู่ๆ มารดาก็มาบอกว่าจะให้เขาแต่งงาน ทั้งๆ ที่เขายังหาเจ้าสาวเป็นตัวเป็นตนไม่ได้เลย

            แม่อยากให้พงษ์แต่งนานซะทีนะลูก พงษ์ก็ใช่ว่าจะอายุน้อยๆ ซะเมื่อไหร่ สามสิบกว่าแล้วนะ สมควรจะมีครอบครัวได้แล้ว จะรอให้แม่ตายก่อนหรือไงถึงจะมีหลานให้แม่ได้? ผู้เป็นมารดาพยายามหว่านล้อมลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ไม่วายประชดนิดๆ ในประโยคสุดท้าย

            แต่ผมยังหาลูกสะใภ้ให้แม่ไม่ได้เลยนี่ครับ ชายหนุ่มให้เหตุผล

            ไม่เป็นไรจ้ะ แม่หาได้แล้ว คราวนี้คนตอบยิ้มแย้มมั่นใจ ราวคนถือไพ่เหนือกว่าสำหรับข้ออ้างของบุตรชาย แต่คำตอบของนางกลับทำให้ชายหนุ่มสำลักน้ำที่กำลังยกขึ้นดื่ม

            แม่หมายความว่ายังไงครับ?

            ก็หมายความว่าแม่หาเมียให้เราได้แล้วน่ะสิ

            ใครครับ? คนถามขมวดคิ้วสงสัย ก็มันน่าประหลาดใจใช่ย่อยหรือ

            หนูวา ลูกสาวน้ายุพินไงลูก คุณอรภาตอบด้วยสีหน้ายิ้มย่องผ่องใสบ่งบอกถึงความถูกใจเมื่อเอ่ยถึงว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคตของนาง

            เขารู้สึกคุ้นๆ หนูวาชื่อนี้ เคยได้ยินที่ไหนนะ?

            คนไหนครับ? ผมเคยเจอเค้าด้วยเหรอ ชื่อคุ้นๆ นะครับ

            อ้าวจำไม่ได้เหรอ? ก็ที่แม่เคยพูดถึงเมื่องานหนูพิมพ์ไง

            “...อ๋อ คนนั้น คราวนี้คนพูดมีท่าทางนึกขึ้นได้ แต่ผมไม่เคยเจอเธอเลยนะครับ ไม่รู้จักกันเลยสักนิด

            ทำไมจะไม่เคยเจอ จำไม่ได้เหรอ เมื่อประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปีก่อน ตอนพ่อของลูกยังอยู่เราไปเที่ยวบ้านน้ายุพินกัน ตอนนั้นหนูวายังตัวเล็กๆ อยู่เลย ร้องตามลูกใหญ่ คิดแล้วน่าเอ็นดูเชียว คนเล่านึกถึงเหตุการณ์ในอดีตด้วยรอยยิ้มละไม ตอนงานแต่งหนูพิมพ์ น้องเค้าก็มานะลูก

            ...อ๋อ...ยัยเด็กขี้แยคนนั้นเหรอครับที่แม่เลือกเป็นว่าที่เมียผม? ชายหนุ่มทำหน้าเบ้เมื่อนึกเรื่องราวในอดีตได้อีกครั้ง เขาลืมเธอไปแล้ว ถ้ามารดาไม่ย้อนความทรงจำให้เขาคงไม่นึกถึงเธอขึ้นมาหรอก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ภาพต่างๆ เหมือนย้อนกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง เด็กผู้หญิงขี้แย ขี้โมโห และเอาแต่ใจตัวเองอย่างร้ายกาจ วัยอนุบาลหรือราวๆ ประถมหนึ่ง ไว้ผมทรงนักเรียนยาวเสมอใบหู แถมยังตัดหน้าม้าสั้นเต่อถึงกลางหน้าผาก  ชอบร้องตามพี่ชายไปโน่นมานี่ แม้กระทั่งเขาที่ไปอยู่ได้เพียงสองสามวันเจ้าหล่อนก็ติดแจ เหมือนว่าเขาเป็นพี่ชายของเธออีกคน ไม่ว่าเขาจะไปไหนเจ้าหล่อนก็จะวิ่งมาขี่คอ เกาะแข้งเกาะขาตามไปด้วยทุกที่ พอเขาทนรำคาญไม่ไหวไล่ให้ไปไกลๆ เจ้าหล่อนก็โมโหคว้าหินที่อยู่ใกล้มือปาใส่หัวเขาเสียนี่

            โชคดีเหลือเกินที่ตอนงานแต่งของพิมพ์อรเขาต้องรีบกลับมาดูแลสวนทางนี้ ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะทำหน้ายังไงถ้าได้เจอกับเจ้าหล่อนซึ่งๆ หน้า ถ้ารู้ว่าต้องโดนจับคู่ ต่างฝ่ายคงกระอักกระอ่วนน่าดู

            คิดยังไงครับเนี่ย? ไม่ไหวหรอกมั้ง เขาเด็กกว่าผมตั้งหลายปี ชายหนุ่มพยายามหาข้ออ้าง

            เด็กกว่าสิดี พูดอะไรจะได้เชื่อฟัง เราเป็นผู้ใหญ่จะได้ดูแลปกป้องน้องเค้าได้ อีกอย่างผู้ชายแก่ช้า เดี๋ยวอยู่กันไปก็แก่ทันกันเอง มารดาพยายามหาเหตุผลร้อยเอ็ดเจ็ดย่านสมุทรไม่ยอมให้ลูกชายบ่ายเบี่ยงได้ง่ายๆ

            โธ่...แม่ครับ ตกลงจะหาเมีย หรือว่าหาเด็กในปกครองให้ผมกันแน่ครับเนี่ย? ชายหนุ่มโอดครวญ พร้อมรอยยิ้มขำกับเหตุผลของมารดา

            ตกลงลูกไม่ขัดข้องนะ? ผู้เป็นมารดารวบรัด

            แม่เล่นมัดมือชกกันแบบนี้ผมก็แย่สิ ผมยังไม่พร้อมจะแต่งงานนะครับ

            แล้วเมื่อไหร่ล่ะถึงจะพร้อม รอให้แม่รสรินทร์นั่นมารวบหัวรวบหางเราได้ก่อนรึ ถึงจะพร้อมขึ้นมาน่ะ คุณอรภากล่าวประชดบุตรชายด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ รสรินทร์ เป็นแม่หม้ายสาวที่มาติดพันลูกชายของนาง แต่ใช่ว่านางจะหัวโบราณจนถึงขนาดยอมรับแม่หม้ายมาเป็นลูกสะใภ้ไม่ได้ เป็นเพราะพฤติกรรมของผู้หญิงคนนั้นเหลือทนในความคิดของนางต่างหาก รสรินทร์ไม่เคยคิดทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน วันๆ ดีแต่แต่งตัวกรีดกรายไปมา แถมยังไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่อย่างนาง เจอหน้ากันทีไรก็ยกมือไหว้กันแบบแกนๆ หากวันใดมาหาภูพงษ์ถึงบ้านแล้วชายหนุ่มไม่อยู่ก็กลับไปเสียเฉยๆ จะเข้ามาไหว้มาโอภาปราศรัยกับนางสักนิดก็ไม่มี ทำอย่างกับนางเป็นหัวหลักหัวตอ ถ้าทั้งคู่ได้ลงเอยกันจริงๆ คงหนีไม่พ้นปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้แน่นอน เพราะคุณอรภาไม่ชอบรสรินทร์ และพักหลังมานี่ก็แสดงจัดเจน

            ถึงจะพยายามทำใจยังไง  แต่ด้วยความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่อยากเห็นลูกชายมีคู่ครองที่ดี นางจึงทำใจให้ยอมรับรสรินทร์ไม่ได้ และด้วยวัยสามสิบกว่าของภูพงษ์ ก็สมควรจะมีลูกเมียได้แล้ว ถ้านางไม่จัดการทำอะไรสักอย่าง ถึงแม้ว่าภูพงษ์จะไม่ได้ลงเอยกับรสรินทร์อย่างที่นางกลัว ลูกชายของนางก็คงมีความสุขกับการได้ครองตัวเป็นโสดไปจนตาย และนางก็ยังคงไม่มีวาสนาจะได้หลานมาเชยชมให้สมใจ

            สำหรับผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งที่อายุย่างเหยียบเข้าเลขหก หลังจากสามีมาด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งชีวิตของนางก็มีแค่ลูกชาย แล้วอะไรเล่าจะทำให้นางมีความสุขมากกว่าการได้เห็นลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา มีความสุขในครอบครัวที่อบอุ่นของเขา มีหลานเล็กๆ ให้คนเป็นย่าได้รับขวัญ

            ถ้าเรื่องนี้นางทำสำเร็จก็เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว หนึ่งได้กำจัดรสรินทร์ออกไปจากชีวิตของลูกชาย สองได้ลูกสะใภ้ที่ถูกใจมาเป็นรางวัล แล้วสุดท้ายนางก็คงมีหลานไว้เชยชมสมใจนาง

            ผมกับคุณรสไม่มีอะไรกัน ภูพงษ์ปฏิเสธเหมือนทุกครั้งที่เคยปฏิเสธมารดา

            ตอนนี้ยังไม่มี แล้วต่อไปล่ะ ใครจะกล้ารับประกัน?

            ผมรับรองครับ แม้น้ำเสียงจะธรรมดา แต่แฝงความหนักแน่นไว้ภายในเต็มเปี่ยม

            แม่เชื่อใจพงษ์นะลูก แต่แม่ไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้น พงษ์จะพลาดเข้าสักวัน

            แม่คิดว่าลูกชายแม่จะเสียท่าให้ผู้หญิงจับได้ง่ายๆ หรือครับ? เขาอดขำกับท่าทางจริงจังของมารดาไม่ได้

            ทั้งชีวิตแม่ไม่เคยขออะไรพงษ์เลยนะลูก ครั้งนี้แม่ขอ ทำให้แม่ได้มั้ย? แต่งงานกับหนูวา แล้วต่อไปแม่จะไม่ขออะไรพงษ์อีก

            ภูพงษ์อึ้งจนพูดไม่ออกกับคำขอของมารดา เพราะมันหมายถึงชีวิตที่เหลือของเขาทั้งหมด แล้วเขาจะเอาชีวิตที่เหลือทั้งหมดนั้นไปผูกติดไว้กับใครก็ไม่รู้ได้ยังไงกัน

            ผมยังไม่รู้จักเธอเลย.... แล้วเธอยอมแต่งงานกับผมหรือครับแม่?

            ถ้าลูกไม่มีปัญหา ฝ่ายโน้นก็คงไม่มีปัญหา มารดาแสดงความมั่นใจ

            ง่ายอย่างนั้นเลยหรือครับ? ชายหนุ่มพูดคล้ายรำพึงกับตนเอง พานคิดไพล่ไปถึงอีกฝ่ายว่าเป็นผู้หญิงยังไงกันแน่ ถึงได้ยอมตกลงแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จักได้ง่ายดายนัก เอาเป็นว่าผมขอคิดดูก่อนแล้วกันนะครับ

            ยังจะต้องคิดอะไรอีกหรือพงษ์ แม่อุตส่าห์ขอลูกขนาดนี้แล้ว ลูกยังให้แม่ไม่ได้อีกเรอะ ในเมื่อลูกไม่เห็นความสำคัญของแม่ก็ตามใจนะ จะคิดนานขนาดไหนก็ตามสบาย แต่คิดให้ดีแล้วกัน... ถ้าลูกปฏิเสธการแต่งงานคราวนี้ ก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่อีก!” น้ำเสียงน้อยใจที่ต่อว่าบุตรชายนั้นเปลี่ยนเป็นราบเรียบทว่าจริงจังในประโยคสุดท้าย

            แม่!!” ภูพงษ์อุทานออกมาได้แค่นั้นก็นิ่งงันไปทันที ไม่คาดคิดว่ามารดาจะจริงจังกับการแต่งงานถึงขนาดยอมตัดแม่ตัดลูกกับเขาได้

 


------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

372 ความคิดเห็น

  1. #372 fa-iboat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 01:11
    เขาเป็นญาติห่างๅกัยใช่ไหมคะ? ถ้าเป็ยญาติชิดสนิทกันคง....เอ่อ รู้สึกทะแม่งๆค่ะ
    #372
    0
  2. #363 koong-Gyu Hyun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 10:36
    งานเข้าทั้งคู่แล้วค่ะ
    #363
    0
  3. #360 vpp2001 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 21:39
     เริ่มมีเคล้าว่าจะสนุกแน่ๆ
    #360
    0
  4. #338 พิม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 11:45
    เด็ดขาดมากค่ะแม่!
    #338
    0
  5. #76 mydei (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2552 / 16:57
    งานเข้าซะแล้ว
    #76
    0