บ่วงดวงใจ (the end)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 เม.ย. 53

บทนำ

 

            อากาศเย็นสบายและสายฝนที่พร่างพรมด้านนอกดูจะไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับคนที่กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่บนรถเมล์ขณะนี้ ทั้งที่ปกติเจ้าหล่อนชอบสายฝนเป็นชีวิตจิตใจ คงเพราะกำลังอยู่ในช่วงเลิกงานของหลายๆ คน และสวรรค์ยังเป็นใจส่งสายฝนมาโปรยปรายโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าทำให้การจราจรในขณะนี้คล้ายจะเป็นอัมพาตอยู่รอมร่อ

                 เมื่อไหร่จะถึงสักทีล่ะเนี่ย  สายแน่ๆ อุตส่าห์รีบออกมาแล้วเชียว หญิงสาวหน้าเรียว คม คิดด้วยอารมณ์หงุดหงิดพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา  โอ้ย... อีกแค่ 10 นาที โดนตัดเงินแหงเลยเรา อีกสองป้ายเท่านั้นเอง ดวงหน้าที่ชะเง้อมองไปบนถนนเบื้องหน้าเห็นรถจอดติดกันเป็นพืดก็ต้องมุ่ย หงิกงอยิ่งกว่าเดิม             

เฮ่อ!  สุดท้ายก็ถึงจนได้     เจ้าหล่อนร้องออกมาเบาๆ ด้วยความดีใจเมื่อรถเมล์จอดป้าย พร้อมกับดีดตัวลุกจากที่นั่ง สาวเท้าลงจากรถวิ่งฝ่าสายฝนซึ่งตกลงมาพรำๆ อย่างไม่สนใจว่าตัวเองจะดูม่อลอกม่อแลกขนาดไหน เข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

                สายแล้ว! สายแล้ว! ขอทางหน่อยค่ะ เธอร้องบอก ขณะเท้าก็ก้าวรีบเร่งพาตัวเองซอกแซกไประหว่างผู้คนที่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนมุ่งตรงสู่ชั้น 4 ของห้างฯ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของร้านอาหารอย่างคุ้นเคย 

               

                ไงพี่วา สายแล้วนะ  รูดบัตรยังเนี่ย? เสียงเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งทักทายวายุรินทร์ทันทีที่เห็นหน้า ขณะหญิงสาวกำลังยืนกระหืดกระหอบเก็บของยัดใส่ล็อกเกอร์ ซึ่งอยู่ติดประตูหลังของร้านอาหารที่ตนทำงาน

                ยังเลย  เวลาเท่าไหร่แล้ว? ดูให้หน่อยสิ เธอตอบ รบกวนเพื่อนให้ช่วยดูเวลาที่เครื่องรูดบัตร เพราะนาฬิกาข้อมือที่สวมประจำเพิ่งถอดเก็บใส่ในกระเป๋าไปเมื่อครู่ ตามกฎระเบียบของทางร้านที่ห้ามพนักงานใส่เครื่องประดับทุกชนิด

                59 แล้ว เร็วๆ หน่อย สายตลอดเลยนะพี่ เพื่อนร่วมงานตอบในแบบฉบับที่รู้กันดีระหว่างผู้ร่วมงานว่าหมายถึงเวลา 16.59 น. ซึ่งเวลาเข้างานคือ 17.00 น. และถ้าเลยเวลานี้ไปเมื่อไหร่แสดงว่าเข้างานสาย ยังโชคดีที่ระเบียบของทางร้านอนุญาตให้พนักงานเข้างานสายได้ 5 นาที นั่นก็หมายความว่า ถ้าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 17.06 น. เมื่อไหร่จะโดนหักเงินครึ่งชั่วโมง ซึ่งไม่มีใครยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นเด็ดขาด(ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ)

                ฟังคำตอบแล้วร่างบางรีบล็อกกุญแจล็อกเกอร์ สำรวจความเรียบร้อยของตนเอง และแจ้นไปรูดบัตรเข้างานที่เครื่องรูดบัตรข้างเคาน์เตอร์แคชเชียร์ทันที

                ไหน? ใคร? ใครว่าพี่ชอบมาสาย ใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ สิบเจ็ดจุดศูนย์ศูนย์ เห็นไหมว่าพี่ตรงต่อเวลาขนาดไหน? เจ้าหล่อนลอยหน้าลอยตาพูดได้อย่างน่าหมั่นไส้เมื่อสามารถรูดบัตรเข้างานได้ทันเวลาพอดีเป๊ะแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนหมุนกายก้าวขายาวๆ ไปประจำตำแหน่งตน

                จ้า  พี่วาคนงามน่ะไม่เคยมาทำงานสายร้อก... เพียงแค่ตารางเข้างานห้าโมง แม่คุณก็มาหกโมงตรง ไม่ก็ทุ่มตรง หรือวันไหนอารมณ์ดีหน่อยก็โน่น โผล่มาให้เห็นหน้าตอนสองทุ่มโน่น เค้าจะจัดเวลาให้ยังไงไม่เคยสนใจเล้ย นึกจะมาตอนไหนก็มา ถามจริงเหอะ มาตอนสองทุ่มน่ะ จะมาทำแม่ะ? หญิงสาวหุ่นอวบ สูงไม่เกินร้อยห้าสิบเซนติเมตร ผู้ประจำหน้าที่อยู่ก่อนแล้วทนหมั่นไส้ไม่ไหว ต้องโพล่งถามออกมา

                พี่ก็มาทำงานน่ะสิ ถามได้  ทำเป็นพูดดีไป ถ้าพี่ไม่มาน่ะ ใครเหนื่อย เหอะ หมูน้อย?

                โอ้ย ถึงไม่มีพี่วา เค้าก็อยู่กันได้ ไม่ต้องคิดว่าตัวเองเป็นแม่พระมาโปรดใครเค้าหรอก แล้วบอกตั้งกี่ทีแล้วว่าอย่ามาเรียกเค้าว่าหมูน้อย เดี๋ยวใช้มืดเฉาะปากเลยนี่

                ผู้ถูกเรียกว่า หมูน้อย ตั้งท่ายกมีดขึ้นข่มขู่ ถึงเธอจะชื่นชมการทำงานของวายุรินทร์ที่ไม่เคยเอาเปรียบใคร รับผิดชอบหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ และมีน้ำใจเผื่อแผ่ไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ขนาดไหน แต่ไอ้ชื่อที่เจ้าหล่อนมักใช้เรียกเธอมันทำให้ยั้วะในอารมณ์ทุกทีสิน่า

                ไม่ให้เรียกหมูน้อย แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ? ลูกขนุนเหรอ? เออ...ก็เหมาะกับเราดีนะ หัวตุ่นท้ายตุ่นตรงกลางป่อง คนพูดหัวเราะคิกเมื่อเหลือบดูหุ่น หัวตุ่นท้ายตุ่นตรงกลางป่องที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นเวลาไปไหนมาไหนที แทนที่จะเดินเหมือนคนอื่นเค้าก็กลับกลิ้งหลุนๆ ไปซะงั้น ถามหน่อยเถอะ ตอนออกมาจากท้องแม่เนี่ยทำไมไม่เอาท่อนล่างออกมาด้วย? หรือกลัวว่าแม่จะไม่เบ่งเราออกมาเลยรีบกระดึ๊บๆ ออกมาก่อน ถึงได้เอาออกมาแค่ท่อนเดียวอย่างเงี้ยะ

                พี่วา!” คนถูกว่ามีแค่ท่อนเดียวหันมาตวาดแว้ด ตัวเองน่ะหุ่นดีตายแล้วนี่ ถึงได้ว่าคนอื่นเค้าได้

                ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก แต่ก็พอเป็นมิสซุปเปอร์โมเดลได้แหละน่า คนพูดดวงหน้าเปื้อนรอยยิ้มขำเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง ที่สีหน้าบ่งบอกว่าหมั่นไส้เธอเต็มที แต่ทำอะไรไม่ได้

                ที่บ้านไม่มีกระจกส่องหน้ารึไงจ๊ะแม่คุณ? เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มาทำงานจะแวะซื้อที่เขาขายตามข้างทางมาให้เสียงทุ้มกระเดียดไปทางแหลมหน่อยๆ ของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผู้ยืนพิงกรอบประตูห้องผู้จัดการซึ่งอยู่ถัดเข้าไปด้านในขัดขึ้น หุบปากกันได้แล้ว เดี๋ยวน้ำบ่อน้อยของพวกเธอทำให้อาหารของร้านเสียรสชาติหมด คนพูดซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการร้านอาหารแห่งนี้ผละออกจากกรอบประตูที่ตนยืนพิงกาย เข้ามายืนระหว่างกมลรัตน์และวายุรินทร์

                โห.. ยุรยาตรพระบาทออกมาจากบัลลังก์ได้ ก็ฉะมาทันทีเลยนะพี่กฤษ วาว่าน้ำบ่อน้อยของวาเข้าไปเพิ่มรสชาติอาหารให้มันน่าลิ้มรสกว่าเดิมมากกว่า รับรองได้เลยว่าวันนี้ยอดขายทะลุเป้าคนพูดยื่นเบอร์เกอร์ที่เพิ่งประกอบเสร็จมาตรงหน้าผู้จัดการหนุ่ม อ๊ะ ไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์ดู

                กฤษณะหันมาเบ้หน้าใส่ พลางรับเบอร์เกอร์จากมือวายุรินทร์มาวางไว้บนตู้ Hot well ซึ่งเป็นตู้ที่ใช้ใส่สินค้าสำหรับขายให้ลูกค้า

                ไม่ต้องให้พี่พิสูจน์หรอก ตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่แผนกนี้ยอดขายหดไปตั้งกี่เปอร์เซ็นต์แล้วรู้หรือเปล่า แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่ามันมีแนวโน้มที่จะหดลงไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เธอยังอยู่แผนกนี้ต่อไป

                เหรอ...? เจ้าหล่อนลอยหน้าลอยตาลากเสียงได้อย่างน่าหมั่นไส้ ก็งี้แหละน้า... มีอย่างที่ไหนให้ผู้หญิงหน้าตาดี ยิ้มหวาน มารยาทน่ารัก มาหมกอยู่แต่ในครัว ปล่อยให้พวกหน้าเห่ยๆ คอยรับลูกค้าอยู่ข้างนอก แล้วลูกค้าที่ไหนจะมาเข้าร้าน

                พี่กฤษ ย้ายพี่แกไปอยู่แผนกอื่นเลยไป หนูรำคาญจะแย่แล้ว คนอะไร๊ ไม่เคยยอมรับความจริงเล้ย กมลรัตน์หรือยัยลูกหมูขัดขึ้นเพราะอดรนทนหมั่นไส้อยู่ไม่ไหว พลางส่ายหน้าไปมาระอาใจ

                เออ พี่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ ไปอยู่แคชเชียร์เป็นไงวา? กฤษณะ เออออเห็นด้วย

                ก็ลองดูสิ! วาจะได้ขอลาพักร้อนสักเดือน คนพูดอยู่ในท่ามือขวาเท้าสะเอว มือซ้ายจับขอบเคาน์เตอร์สำหรับใช้ประกอบอาหาร จ้องหน้าผู้จัดการหนุ่มด้วยแววตาวาวโรจน์ รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่หายไปหมดสิ้นเมื่อถูกจี้จุดถึงแผนกที่เธอไม่ถูกชะตา

                ไม่ยักรู้ว่าพนักงานพาร์ทไทม์มีลาพักร้อนด้วยนะ กฤษณะไม่ทุกข์ร้อนกับอารมณ์เปลี่ยนแปลงฉับพลันของลูกน้องคนเก่ง แถมยังยิ้มขำให้กับท่าทางเอาเรื่องของเจ้าหล่อน เขารู้ดีว่าเธอเกลียดแผนกแคชเชียร์ขนาดไหน ถึงขนาดสาบานว่าจะเป็นจะตายยังไงก็จะไม่ไปอยู่แผนกนี้อีกเด็ดขาด

                เพราะทางร้านเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ลูกค้าต้องบริการตัวเอง เมื่อสั่งอาหารและชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์เสร็จก็นำอาหารไปเดินหาโต๊ะนั่งรับประทานเอง การบริการที่ไม่ต้องรอนานบวกด้วยอาหารราคาไม่แพงแต่บรรยากาศดูดี ทำให้ลูกค้าเป็นบุคคลทุกระดับ ทุกวัย และทุกประเภท พนักงานในร้านจึงต้องรับมือกับอารมณ์ของลูกค้าหลายแบบหลากประเภทอย่างเลี่ยงไม่ได้ตามไปด้วย และโดยพื้นนิสัยไม่ค่อยยอมใครของวายุรินทร์ทำให้เธอมักจะมีปัญหากับลูกค้าที่เรื่องมากเสมอ จนถึงขนาดเป็นเจ้าของสถิติพนักงานที่โดนร้องเรียนมากที่สุด เหล่าหัวหน้างานทั้งหลายจึงเห็นพ้องต้องกันว่า ในครัว เหมาะจะเป็นที่สิงสถิตของคุณเธอมากที่สุด และดูเธอจะมีความสุขดีกับแผนกนี้เสียด้วย

                ได้สิ ถ้าวาจะลาใครจะห้าม? เธอตอบน้ำเสียงสะบัดบ่งบอกความเอาเรื่อง

                จ้าๆ กลัวแล้วจ้า กลัวจนหัวหดเลย ไม่มีใครกล้าว่าคุณวาหรอกจ้า จะหยุดสักปีก็ไม่มีใครว่า กฤษณะล้อเลียนอารมณ์ดี

 

                วายุรินทร์ นิมิตกาล หรือ พี่วา,ไอ้วาของน้องๆ เพื่อนๆ ในร้านอาหาร กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง คณะวิทยาศาสตร์ เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์  เธอเลือกเรียนที่นี่ด้วยเหตุผลง่ายๆ สั้นๆ คือเอ็นทรานซ์ไม่ติด  และจะให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็ดูกระไรอยู่ในเมื่อค่าเทอมของที่นี่ถูกกว่าที่อื่นอย่างเทียบกันไม่ติด(ดูงกดีชะมัด)  และด้วยความคิดที่ว่าเรียนที่ไหนๆ ก็ได้ความรู้ทั้งนั้น ถ้ามีความตั้งใจจริง จริงจัง และเต็มที่ เธอจึงเลือกที่นี่เป็นอันดับแรก แต่...แง...เรียนมา 5 ปีแล้วยังไม่จบสักที!

                เมื่อ 3 ปีที่แล้ว วายุรินทร์สมัครทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งด้วยความคิดสนุกอยากหาประสบการณ์ชีวิต แถมได้ค่าแรงมาเป็นค่าขนมอีกเล็กๆ น้อยๆ ไว้ซื้อของที่อยากได้โดยไม่ต้องขอเงินพี่ชายให้โดนซักฟอกจนขาวจั๊วะ

                จากแรกเริ่มตั้งใจแค่ว่าจะทำงานหาประสบการณ์สนุกๆ สัก 3-4 เดือน โดยไม่บอกให้พ่อ แม่ หรือพี่ชายรู้ แต่พอได้ทำงานจริงๆ กลับสนุกกับงานไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะลาออก จนวันหนึ่ง ด้วยความห่วงใยผสมผสานความคิดถึงของวัฒนันธ์ผู้เป็นพี่ชายคนรองที่มีต่อน้องสาว จึงอยากมาสำรวจความเป็นอยู่ และกะมาเซอร์ไพรส์น้องสาวโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเขาที่ต้องเซอร์ไพรส์ซะเอง เมื่อมารอแม่น้องน้อยที่อพาร์ตเมนต์ในวันหยุดตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงห้าทุ่ม แต่แม่น้องสาวตัวดีก็ยังไม่โผล่หัวมาให้เห็น โทรเข้าเบอร์มือถือก็ไม่มีคนรับสาย กระทั่งห้าทุ่มครึ่งแม่น้องนางถึงได้โผล่มาในชุดฟอร์มของร้านอาหาร วัฒนันธ์จึงจัดการตั้งตนเป็นอัยการซักฟอกจำเลยคนสำคัญ สุดท้ายวายุรินทร์ต้องจำใจยอมรับว่าประโยคที่ว่า ความลับไม่มีในโลก นั้นยังใช้ได้จริงตลอดกาล

                แต่การที่น้องสาวทำงานก็ไม่ได้ทำให้พี่ชายไม่พอใจอะไรมากนัก กลับเห็นเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุน โดยให้เหตุผลว่าเธอจะได้รู้คุณค่าของเงิน รู้จักใช้ชีวิตมากขึ้น ได้เรียนรู้โลกของการทำงานจริงๆ และสักวันน้องสาวคนนี้จะได้เข้มแข็งยืนอยู่บนขาของตัวเองได้อย่างไม่ต้องห่วง  วายุรินทร์จึงยังทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ โดยทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายทั้งสองไม่ขัดข้องอะไร เพียงขอแค่ให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี



--------------------




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

372 ความคิดเห็น

  1. #361 koong-Gyu Hyun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 17:08
    น่าสนุกจังเลยค่ะ
    #361
    0
  2. #73 mydei (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2552 / 16:45
    น่าสนุกนะจ๊ะ
    #73
    0
  3. #48 jaoh73 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2552 / 16:01
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ เปนกำลังใจให้นะคะ
    #48
    0
  4. #6 แก้วกาหลง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2552 / 18:21
     araikomaidai : จะพยายามลงให้ได้ทุกวันจ้า ถ้าไม่เกิดเหตุขัดข้องใดๆ เพราะคอมพ์ที่ใช้อยู่ชักจะรวนๆ อยู่จ้า ไม่รู้มันจะเกขึ้นมาวันไหน ก่อนเปิดเครื่องต้องยกมือไหว้มันก่อนทุกที เฮ้อ.... อีกหน่อยคงต้องก้มละกระมัง ขอบคุณที่ติดตามค่ะ


     เฮอร์ไมโอนี : (ชักคิดถึงแฮร์รี่แฮะ)  ขอบคุณค่า ^^


     neonna : ขอบคุณหลายๆ ค่ะที่ติดตามกันมาถึงเรื่องนี้ น่ารักจัง เรื่องก่อนชื่อไร่รักล้อมดาวค่ะ แต่รับรองได้เนื้อหาภายในไม่เหมือนกันแน่นอน นางเอกเรื่องนี้ไม่ซื่อบื่อเหมือนเรื่องโน้นแน่ แต่พระเอกน่ารักเหมือนกัลล์ อิอิ
    #6
    0
  5. #5 neonna (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2552 / 18:09
    พล็อต (จากหน้าแรก) คล้ายเรื่องก่อนหน้านี้นะ แต่ขอโทษทีจ้าจำชื่อเรื่องไม่ได้ อย่างไรก็ตามอ่านหน้าบทนำนี้แล้วรู้แล้วคะว่าการดำเนินเรื่องไม่เหมือนเรืองนั้นแน่นอนจ๊ะ สนุกมากคะ แล้วจะติดตามต่อไปคะ
    #5
    0
  6. #4 เฮอร์ไมโอนี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2552 / 13:49

    เริ่มแรกก็สนุกแล้วมาลงทุกวันนะคะแล้วจะมาอ่านทุกวันเหมือนกันค้า

    #4
    0
  7. #1 araikomaidai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2552 / 11:56
    ลงทุกวันนะคะจะรออ่าน ชอบอ่านค่ะไม่ค่อยเม้น อย่าว่ากันนะคะ
    #1
    0