เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 9 : 08 :: ถ่ายรูป 'บ่าว - สาว'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    23 พ.ค. 62

ตอนที่ ๘ ถ่ายรูป บ่าวสาว

 

เพราะเหตุนั้นวันนัดรับชุดจึงกลายเป็นวันถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วย อมฤตมารับเธียรขวัญในตอนสาย คุณนายมาด้วยเช่นเคย นางสวมเสื้อลูกไม้คอป้ายเข้าคู่กับผ้าไหมมัดหมี่ อวดยิ้มกว้างตั้งแต่ลงจากรถ

อ้าว! ยังไม่แต่งตัวอีกหรือหนูเทียน?

ค่ะ เธียรขวัญยิ้มแหย เดินเร็วๆ ลงบันไดมายกมือไหว้คุณนายแล้วกราดมือไม้ไปทางชายหนุ่ม เชิญขึ้นบนบ้านก่อนค่ะ

คุณนายเดินขึ้นเรือน เหลือแต่หลานชายที่ยังยืนอยู่กับเธียรขวัญ วันนี้เขาแต่งตัวดีกว่าวันนั้น เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางน้ำเงินขาว เก็บชายไว้ในกางเกงยีนส์ คาดเข็มขัดเรียบร้อย ผมเผ้าก็หวีเรียบเข้าทรง อ้อ...ดูจะสั้นขึ้นอีกหน่อย เหมือนเพิ่งตัดมาใหม่ๆ ไม่มีผ้าพันแผลสีขาวจั๊วะแปะอยู่อีก เธียรขวัญปรายตามอง แล้วสะบัดหน้าเดินตามคุณนายไป พลางคิดในใจว่า...หนุ่มบ้านนอกแต่งตัวดีหน่อย ก็พอดูได้เหมือนกันแฮะ

รอเธียรขวัญแต่งตัวไม่นานคนทั้งสองก็พร้อมเข้าเมือง อมฤตเหล่มองกระเป๋าใบเดิมของหญิงสาวเมื่อขึ้นมานั่งในรถ

เอาไว้แค็บหลังได้มั้ย?

ทำไม? อีกฝ่ายจ้องตาถาม

ชายหนุ่มอึกอัก เปล่า...

เธียรขวัญหรี่ตา

คิดจะหาเรื่องฉันระหว่างทางอีกรึไง? ถ้าขืนกวนโมโหเหมือนวันนั้นอีก ฉันเอากระเป๋านี่ทุบหัวนายแน่ ไม่เชื่อก็ลองดู

ชายหนุ่มแอบย่นคอ กลืนน้ำลาย ใครจะกล้า

กระบะสมาร์ทแค็บถอยออกจากลานบ้านสู่ถนนท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่ทั้งสองที่เมียงมองอยู่ทางหน้าต่าง

เจ้าริตได้แต่งงานเสียที ฉันก็หมดห่วงไปเปลาะนึง ดวงหน้าคนพูดประดับรอยยิ้ม

จะห่วงอะไรล่ะคุณนาย พ่อริตขยันออกปานนั้น มีแต่คนรักทุกหย่อมย่าน ถ้าไม่เป็นโล้เป็นพายสิว่าไปอย่าง

เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงหรอกน้าเนียม ไอ้ที่ห่วงก็กลัวแต่พ่อเจ้าประคุณจะอยู่เป็นโสดไปเรื่อยๆ ไม่ยอมคิดหาเมีย มีลูกเต้า ใครเขาว่ามีแต่ผู้หญิงขึ้นคานกันล่ะ ดูอย่างเจ้าหลานชายฉันปะไร อายุปาไปตั้งเท่าไหร่แล้ว มันยังไม่มองผู้หญิงคนไหนสักทีคุณนายทอดถอนใจ เลี้ยงลูกเขาเราก็อยากดูแลจนมันได้เป็นฝั่งเป็นฝาถึงค่อยวางใจ พ่อแม่มันอุตส่าห์ฝากฝัง ไอ้เราก็ไม่รู้จะอยู่ได้อีกสักกี่ปี เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะได้มีหน้าไปพบพ่อแม่มันได้

ถึงไม่มีพ่อแม่ แต่พ่อริตยังโชคดีที่มีคุณนาย กระแสเสียงชื่นชมจากใจจริง

คุณนายนวลนุชยิ้มละไม

 

เว็ดดิ้งสตูดิโอยังไม่มีลูกค้ามาใช้บริการในวันนี้ ลานจอดรถจึงว่าง ภายในร้านพนักงานคนหนึ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดของเข้าที่เข้าทาง อีกคนนั่งประจำโต๊ะ บิวซี่ผละมาต้อนรับทันทีที่ทั้งสองผลักประตูเข้าไป

อุ๊ย คุณน้องเทียนมาแล้ว เชิญค่ะ...เชิญเลยค่ะ หล่อนจูงแขนเธียรขวัญมานั่งโต๊ะ ไม่ลืมหันไปเชื้อเชิญคนข้างหลังด้วย นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ บิวซี่ขอไปสำรวจความเรียบร้อยแป๊บเดียวค่ะ

ว่าแล้วเจ้าหล่อนผลุบหายเข้าไปด้านใน พนักงานนำเครื่องดื่มมาบริการ แล้วนั่งคุยถึงคอนเซ็ปต์ของงานคร่าวๆ ไม่ทันไรบิวซี่ก็ออกมาเชื้อเชิญให้ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปเปลี่ยนชุด

ในสตูดิโอถ่ายภาพ หลายมุมถูกจัดฉากเป็นบรรยากาศเก่าๆ ย้อนหลังไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อุปกรณ์ประกอบฉากมีทั้งของเก่าแท้ และของทำเลียนแบบ อมฤตแต่งชุดไทยผ้าไหม นุ่งผ้าสีเขียวอมทอง เสื้อแขนกระบอก สวมถุงเท้ายาวสีขาว ออกมายืนดูเหล่าตากล้องกับผู้ช่วยเซ็ตฉากสถานที่ รอว่าที่เจ้าสาวซึ่งแยกไปแต่งตัวอยู่อีกห้องหนึ่ง

ครู่ใหญ่ต่อมาประตูห้องนั้นก็เปิดกว้าง คนในห้องหันไปมองทีละคน แล้วตะลึงตาค้างไปตามๆ กัน เมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นชัด เธองดงามดั่งนางอัปสรจำแลงลงมาจากสรวงสวรรค์

เธียรขวัญสวยสง่าอยู่ในชุดไทยผ้าไหมประยุกต์สีเหลืองทองแกมเขียว ห่มสไบเปลือยไหล่ขวา เกาะอกจับจีบเล็กๆ เป็นริ้ว ไล่ขึ้นไปเป็นดอกกุหลาบที่กลางไหล่ซ้าย ก่อนปล่อยชายสไบบานพลิ้วไปด้านหลังจนเรี่ยพื้น ผ้านุ่งทอลายระยับ งามวิจิตร จับจีบชายพกด้านหน้า คาดเข็มขัดทองถักลาย สวมสร้อยสังวาลย์จากไหล่ซ้ายจดสะโพกขวา ผมเกล้ารัดเป็นมวยเรียบตึง เผยดวงหน้าเรียวกระจ่างลงสีสันอย่างเหมาะเจาะลงตัว เครื่องประดับเข้าชุดทั้งต่างหู และสร้อยคอ

ได้ยินเสียงครางมาจากกลุ่มช่างภาพ แล้วใครคนหนึ่งก็พึมพำ

สมชื่อดาราจริงๆ ว่ะ หยั่งกะนางฟ้าจำแลง

เป็นไงกันบ้างคะหนุ่มๆ ตะลึงตาค้างกันไปเลยใช่มั้ยล่า? บิวซี่ปรบมือขึ้นหนึ่งครั้ง พลางเดินยักย้ายสะโพกเข้ามาในห้อง เอาล่ะค่ะ ทีนี้เราก็มาเริ่มงานกันได้ คุณเจ้าบ่าวหายตะลึงพร้อมจะเริ่มงานได้แล้วนะคะ?

หล่อนพยักหงึกๆ สอบถามมา เพื่อกระตุ้นให้เขาตอบรับ ใบหน้าคร้ามคมของชายหนุ่มในชุดผ้าไหมไทยเสื้อแขนกระบอก จึงปรากฏริ้วสีแดงเล็กๆ ถ้าใครอยู่ใกล้จะสังเกตเห็นชัด

ครับ เขาตอบสั้นๆ

ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกจัดให้นั่งบนตั่งเตี้ย ปูเบาะรองนั่งและมีหมอนขวาน การถ่ายภาพไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะคู่บ่าวสาวเข้าใกล้กันทีไรก็เหมือนจะเกิดไฟช็อตเสียทุกครั้งไป เมื่อใดที่โดนแตะเนื้อต้องตัวเธียรขวัญจะคอยถลึงตา ให้อีกฝ่ายชะงักและเขยิบออกห่าง จนตากล้องอดรนทนไม่ไหว

ชิดๆ กันหน่อยได้มั้ยคร้าบเจ้าบ่าวเจ้าสาว ห่างกันเป็นโยชน์แบบนั้นถ่ายกันคนละทีไม่ดีกว่าเหรอคร้าบ

บิวซี่ซึ่งสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ รีบจิกตาใส่ตากล้องปากเปราะ กำราบไม่ให้ใช้คำพูดห่ามๆ กับลูกค้า

เอ้า พร้อมนะคร้าบ เจ้าบ่าวโอบหน่อย เจ้าสาวอย่าทำหน้าบึ้งสิคร้าบ ยิ้มหวานๆ ด้วยคร้าบ

กระนั้นก็ได้แต่รอยยิ้มแกนๆ

ครั้นเปลี่ยนฉากมายืนตระกองกอดกันหน้าตู้ไม้สักใบใหญ่ที่สลักลวดลายละเอียดยิบ เธียรขวัญขยับขยุกขยิกอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่ม ทั้งๆ ที่อมฤตพยายามกอดอย่างหลวมที่สุดแล้ว แต่เมื่อใดท่อนแขน ฝ่ามือ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเขาสัมผัสแตะต้องเนื้อนวลเข้า เธียรขวัญต้องหันมาจ้องตาอยู่ร่ำไป

นี่ เลิกทำตาเขียวๆ ใส่สักทีได้มั้ย ชุดก็เขียวแล้วยังจะมาทำตาเขียวอีก เดี๋ยวใครก็คิดว่าเธอเป็นแมงวันหัวเขียวหรอกอมฤตพูดเบาแค่พอได้ยินกันสองคน

บ้านนายสิเรียกสีเขียว นี่เขาเรียกสีเหลืองทองย่ะ ตาถั่ว...นี่ อย่ามาแตะฉันได้มั้ย เธียรขวัญจิกเสียงในระดับเดียวกัน พลางขยับแขนไล่มือของเขา

นึกว่าอยากแตะนักรึไง ถ้าไม่ต้องมาถ่ายรูปด้วยนี่ จ้างให้ก็ไม่แตะหรอก

หญิงสาวทำตาวาว

อะไรอีกล่ะแม่คู้ณ พูดอะไรไม่เข้าหูอีก...ผู้หญิงนี่ยังไง บอกเองไม่อยากให้แตะ พอเราเออออว่าไม่อยากแตะเหมือนกันก็มีน้ำโห หรือไอ้ที่พูดนี่ปากไม่เคยตรงกับใจเหอะ จริงๆ น่ะอยากฟังแบบนี้ใช่มั้ย...คุณเทียนคร้าบผมอยากกอดคุณจัง อยากจูบ อยากฟัด!...อุ๊บ!”

ไม่ทันสิ้นคำดีเธียรขวัญก็ถองข้อศอกเข้าสุดแรง ได้ยินเสียง “อุ๊บ!” สั้นๆ ออกมาจากริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนกุมท้องตัวคู้งอ มองผู้ประทุษร้ายอย่างเคืองแค้น

อุ๊ย! มีอะไรกันคะ? บิวซี่เห็นท่าไม่ดีรีบปรี่เข้ามาสอบถาม

เปล่าค่ะ แค่ผู้ชายปากไม่มีหูรูด จะเริ่มถ่ายต่อรึยังคะ เทียนอยากเปลี่ยนชุดนี้เต็มทีแล้ว

อ๋อ ค่ะๆ คุณเจ้าบ่าวโอ.เค.นะค้า?

ครับ... อมฤตพยายามยืดตัวขึ้นยืนตรง

ต๊าย! เหงื่อแตกเต็มหน้าเชียว สงสัยจะขี้ร้อนกันทั้งคู่ ซับเหงื่อกันนิดนะคะ บิวซี่กวักมือเรียกช่างแต่งหน้ามาดูแลลูกค้า แล้วปลีกตัวไปอีกด้านเพื่อปรับอุณหภูมิห้อง

ขยับเข้ามาชิดๆ หน่อยคร้าบ...ยิ้มหน่อยคร้าบ เมื่อเริ่มงานเสียงตากล้องก็สั่งมา และต้องสั่งประโยคเช่นนี้อีกหลายครั้งจนกระทั่งเปลี่ยนชุดใหม่นั่นล่ะ

เธียรขวัญกระแทกตัวนั่งบนสตูลหน้าโต๊ะกระจกเงาบานใหญ่ ดวงหน้าขุ่นมัว หงุดหงิดไปเสียหมด ทั้งผู้ชายยั่วต่อมโมโหคนนั้นและตัวเธอเอง นักแสดงมากฝีมืออย่างเธียรขวัญไม่เคยยั่นถ้าต้องรับบทถึงเนื้อถึงตัวกับดาราหนุ่มคนไหน แล้วไยคราวนี้ถึงได้รู้สึกวูบๆ วาบๆ ตลอดเวลา หรือเพราะเธอเกลียด ขยะแขยงอีตาบ้านั่นจนเข้ากระดูกดำไปแล้ว

คุณน้องเทียนเป็นอะไรไปคะ หน้าตาดูไม่ดีเลย หรือว่าอากาศร้อนไป เพิ่มแอร์อีกสักหน่อยมั้ยคะ?

อย่าเลยค่ะ เธียรขวัญยิ้มปูเลี่ยน

งั้น เปลี่ยนชุดใหม่กันเลยนะ

เธียรขวัญพยักหน้า บิวซี่จึงหันไปเรียกผู้ช่วย

มาเปลี่ยนชุดให้คุณน้องเทียนหน่อยพวกเธอ ดูแลให้เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วนะยะ อ้อ แล้วอย่าลืมจัดของว่างมาให้คุณน้องรองท้องด้วยล่ะ...นี่เที่ยงแล้ว ทานของว่างไปก่อนนะคะคุณน้องขา หนุ่มๆ เขาชอบทำงานให้เสร็จแล้วค่อยพักทีเดียว

ไม่เป็นไรค่ะ เทียนก็อยากให้เสร็จไวๆ เหมือนกัน

ดีค่ะ งั้นบิวซี่ขอแวะไปดูเจ้าบ่าวหน่อย บอกเธียรขวัญแล้วเจ้าหล่อนก็ออกจากห้องไป

 

ชุดใหม่เป็นชุดสากล เจ้าบ่าวสวมเชิ้ตขาวทับด้วยสูทสีดำ ผูกเนกไทสีชมพู เจ้าสาวใส่ชุดแต่งงานสีครีม คว้านคอกว้าง บ่าแค่ครึ่งนิ้ว คล้ายเสื้อกล้าม เปลือยแขนขาวนวล ชายกระโปรงบานฟูฟ่อง จับจีบรอบเอวสี่จุด ปักดิ้นทองรอบคอ ขอบไหล่ รอบเอว และชายกระโปรง เป็นลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ทรงผมตีโป่งเล็กน้อย รวบจนถึงกลางกระหม่อมแล้วม้วนปล่อยเป็นเกลียวเล็กๆ ยาวจรดกลางหลัง ทั้งชุดมีเครื่องประดับแค่ต่างหูมุกสีเดียวกับชุด ร้อยเป็นสายข้างละสามเม็ด แต่แค่นั้นก็ส่งให้ผู้สวมใส่งามหยาดฟ้ามิต่างนางอัปสราในแดนสรวง เฉกเช่นเดียวกับชุดไทยที่สวมใส่ก่อนหน้านี้

ฉากบางส่วนถูกจัดใหม่เรียบร้อยแล้วระหว่างที่คู่บ่าวสาวไปเปลี่ยนชุด ภาพถ่ายเซ็ตนี้เป็นชุดสากล คอนเซ็ปต์จึงมีการแนบเนื้อถึงตัวกันมากขึ้น

เอาล่ะครับ ภาพแรกขอกอดกันหลวมๆ ก่อนนะครับ เจ้าสาวซบอกเจ้าบ่าว ทำท่าเคลิ้มนิดๆ อมยิ้มน้อยๆ เจ้าบ่าวก้มหน้า มองเสี้ยวหน้าของเจ้าสาวจากมุมบน ทำตาหวานๆ ด้วยนะครับเจ้าบ่าว

ทั้งสองถูกจับให้ยืนโอบกอดกันและกัน เธียรขวัญทำหน้าเหมือนกินยาขม ได้ยินเสียงคนตัวโตบ่น

ใครเอาท่อนไม้มาให้ฉันกอดเนี่ย

มือที่โอบอยู่ด้านหลังเจ้าบ่าวจึงเลื่อนลงบิดเนื้อแถวบั้นเอวจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

ยัยโหด ชอบซาดิสม์รึไง? อมฤตเข่นเขี้ยว แกล้งกระชับอ้อมกอด อกของทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว เธียรขวัญนิ่วหน้า

ปล่อยเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า

ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ อมฤตกระชับแน่น

จะให้ฉันกระทุ้งเข่านายใช่มั้ย?!”

ก็เอาสิ

ครั้นเห็นเธอจะเอาจริง อมฤตรีบแทรกขาตัวเองมาระหว่างขาหญิงสาว ขาของเธอจึงติด ขยุกขยิกจนเหล่าทีมงานต่างมองดูด้วยความงุนงง บิวซี่เห็นท่าไม่ดีรีบยื่นหน้าเข้ามาขัดตาทัพอีกเช่นเคย

เอ่อ...มีอะไรกันหรือเปล่าคะ? สีหน้าของสาวประเภทสองดูอิหลักอิเหลื่อเห็นได้ชัด

เปล่าครับ / เปล่าค่ะ

งั้นถ่ายกันต่อนะคะ

ยิ่งถ่ายยิ่งทุลักทุเล ตากล้องสั่งให้ยิ้มทั้งคู่กลับแยกเขี้ยว สั่งกอดก็ผลัก ครั้นสั่งให้มองตากันด้วยความรักหวานซึ้ง กลับมองกันอย่างอาฆาต พร้อมที่จะตามไปฟาดฟันจนถึงชาติหน้า ตากล้องเกาหัวยิกๆ สั่งพักแทน และคู่บ่าวสาวก็พร้อมใจกันผละห่างทันที

เธียรขวัญมองเหล่าทีมงานแล้วมองนาฬิกาที่แขวนอยู่มุมห้อง บ่ายสองกว่าจวนเข้าบ่ายสามอยู่รอมร่อแต่ทุกคนยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงกันเลย ชักอึดอัดและรู้สึกผิดเพราะเป็นต้นเหตุให้งานล่าช้า เธอชำเลืองมองคู่กรณีที่ยืนเงยหน้าให้ช่างแต่งหน้าซับเหงื่อและลงแป้งแถวต้นคอ พลางถอนหายใจพรู...นางเอกอันดับหนึ่งจะมาเสียท่าให้กับเรื่องง่ายๆ แค่นี้เชียวหรือ กะอีแค่ยืนโพสต์ท่าให้เขาถ่ายรูปมันจะยากเย็นอะไรนักหนา การแสดง คิดสิเธียรขวัญ มันก็แค่การแสดง จะโกรธจะเกลียดอีตาบ้านั่นขนาดไหนเธอต้องเก็บไว้ แล้วแสดงให้สมบทบาท อย่าให้เสียชื่อนางเอกอันดับหนึ่งเชียวเธียรขวัญ

เพราะดังนั้นเมื่อเริ่มถ่ายต่ออมฤตจึงค่อนข้างงุนงงกับความเปลี่ยนแปลงของหญิงสาว ตากล้องสั่งให้ทำอะไรเธอทำตามทุกอย่าง ไม่ว่าจะโอบ กอด หรือแนบเนื้อขนาดไหน ภาพหนึ่งเขาต้องยืนโอบเอวเธอ ขณะมือของเธอวางประทับไว้บนบ่ากว้าง ดวงตาของคู่รักกำมะลอทอดมองกันอย่างหยาดเยิ้ม นัยน์ตาคมหวานซึ้งของเธออยู่ใกล้แค่เอื้อม อมฤตถึงกับเคลิบเคลิ้มเผลอไผล

เอาล่ะ เรียบร้อยแล้วครับ เยี่ยมมาก ภาพนี้แจ๋วจริงๆ ตากล้องชมเปาะ ทีมงานในห้องนั้นถอนหายใจและยิ้มแย้มไปตามๆ กัน

นี่ ปล่อยสักทีได้มั้ย? เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย ยืนจ้องอยู่ได้ เสียงเขียวและกำปั้นหนักๆ ที่ทุบลงบนอกทำให้อมฤตรู้สึกตัว ขยับออกด้วยท่าทีงุนงง เงอะงะ ก่อนยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อ

เรียบร้อยแล้วนะคะคุณเจ้าบ่าวคุณน้องเทียน เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดกันได้เลยค่ะ แต่แหม...ขอเม้าท์นี้ดนึงนะค้าคุณน้องขา เซ็ตหลังนี่เดิ้นมากเลยค่า บิวซี่กรีดนิ้วเป็นสัญลักษณ์ โอ.เค.ประกอบคำชม โดยเฉพาะภาพหลังสุดนี่พี่ขอยกนิ้ว เริดค่ะ...คุณน้องเทียนจะว่าอะไรมั้ยคะ ถ้าบิวซี่จะขอรูปนั้นไว้โชว์หน้าร้าน

เอ่อ...

เดี๋ยวบิวซี่คิดส่วนลดให้เพิ่มเลยค่ะ แถมกรอบรูปอย่างหรูพิเศษให้อีกต่างหาก ถือว่าเป็นของสมนาคุณ

คือ...

หรือว่าคุณน้องเทียนลำบากใจคะ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรค่ะ

สีหน้าผิดหวังของอีกฝ่ายทำให้เธียรขวัญใจอ่อน

เทียนกลัวว่าบางที ภาพออกมาแล้วอาจไม่สวยอย่างที่คิดไว้ก็ได้

โอ๊ย ไม่มีทาง เชื่อสายตาพี่ค่ะคุณน้อง เริด เริดค่ะ เริดมาก...ก เจ้าหล่อนจีบปากจีบคอ ประกบมือไว้ระดับอก ลากเสียงยาวในตอนท้าย สายตาหล่อนเชื่อมั่นสุดๆ

งั้นก็...แล้วแต่คุณบิวซี่แล้วกันค่ะ แต่ขออย่างนึงนะคะ อย่าเอาภาพเทียนลงอินเตอร์เน็ต

ได้ค่ะคุณน้องขา เรื่องนั้นไม่มีปัญหา บิวซี่เอาหัวเป็นประกันเลย ถ้าภาพเซ็ตนี้หลุดลงเน็ตไปล่ะก็ไม่ได้หลุดจากอ้อมรักแน่นอนค่ะ บิวซี่ยืนยันมั่นเหมาะ เธียรขวัญจึงวางใจไปได้เปลาะหนึ่งว่าจะไม่ตกเป็นข่าวขึ้นมาอีก เรื่องภาพโชว์หน้าร้านนั้นเธอไม่ห่วงนัก เพราะคิดในแง่ดีว่ามีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้เห็น และคงไม่มีใครทันสังเกต หรือถ้าจะมีคนตาดีเข้าสักคนเขาก็อาจเข้าใจไปว่าเจ้าสาวในภาพหน้าตาคล้ายเธอ

ไม่นานต่อมาสองหนุ่มสาวก็ออกมาขึ้นรถ

หาข้าวกินกันก่อนนะ ชายหนุ่มเปรยระหว่างถอยรถออกจากจุดจอด

กลับไปกินที่บ้านดีกว่า อีกคนตอบโดยไม่มองหน้า

เดี๋ยวก็โดนดุเหมือนคราวนั้นอีก ฉันนี่รับไปเต็มๆ

ก็เรื่องของนายสิ

เห็นแก่ตัว...

เธียรขวัญชายตามอง ชายหนุ่มไม่ใส่ใจ

เธอไม่กินก็ไม่เป็นไร แต่ฉันหิว ไปนั่งน้ำลายยืดดูฉันกินแล้วกัน

อมฤตเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เป็นร้านเปิดบริการตั้งแต่สายถึงดึก พื้นที่ฝั่งหนึ่งเป็นระเบียงสองชั้นเล่นระดับลงไปในทางน้ำเก่าที่แห้งขอด มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านมาปกคลุมให้ความร่มครึ้มเย็นสบาย อมฤตนำเข้าไปนั่งโต๊ะชิดริมระเบียง พนักงานเดินตามหลังมาส่งเมนูให้ทั้งสองคน รับรายการเสร็จก็ผละไป

ไหนว่าไม่กิน? มาถึงก็สั่งเอาๆ

ก็อยากพาเข้าร้านอาหารทำไม? ให้ฉันมานั่งมองปากนายเหรอ เรื่องสิ!”

นึกว่าแน่ เขาพูดอุบอิบ พลางมองบรรยากาศนอกร้าน

นายว่าอะไรนะ?

เปล่านี่

ตะกี้ฉันได้ยิน

ได้ยินว่าอะไรล่ะ?

ก็ไม่ชัดน่ะสิถึงต้องถาม

ฉันก็พูดเรื่อยเปื่อยตามประสา เธอจะมาหาความอะไรกันนักหนา

เธียรขวัญเบ้หน้า

ปากสั่วๆ อย่างนายไว้ใจได้ที่ไหน

ทำยังกับปากตัวเองดีงั้นแหละ

ก่อนเธียรขวัญจะทันเต้น พนักงานตีระฆังพักยกโดยการนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ อมฤตเอี้ยวตัวอำนวยความสะดวก ไม่นานพนักงานก็เดินอาหาร ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตารับประทานโดยไม่สนใจอะไรอีก เธียรขวัญจึงลงมือบ้าง

 

รถกระบะเข้ามาจอดหน้าเรือน ผู้นั่งเอนหลังกันบนระเบียงผงกศีรษะขึ้นมอง

เด็กๆ มากันแล้ว คนอ่อนอาวุโสกว่าบอก แล้วสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูปังใหญ่จากฝั่งผู้โดยสาร

เป็นไงลูก เรียบร้อยกันมั้ย?

ค่ะเธียรขวัญเข้ามาทรุดนั่งกับพื้นหน้าตั่ง ใบหน้ายังมีรอยบึ้งแม้เจ้าหล่อนพยายามปกปิด อมฤตตามมานั่งเยื้องหลัง

แล้วนี่เขานัดรับรูปวันไหน?

อาทิตย์หน้าค่ะ แต่เทียนเลื่อนไปใกล้วันงาน ให้ทางร้านเก็บไว้ให้ก่อน

ไม่เอามาดูก่อนหรือ เผื่อออกมาไม่ดี

นัดรับก่อนวันงานราวสองอาทิตย์ค่ะ ยังพอมีเวลา

งั้นก็ดี แล้วชุดล่ะ?

วันเดียวกันค่ะ วันนี้ใส่เหงื่อโชกไปหมด ต้องทำความสะอาดใหม่

อืม ให้ทางร้านเขาดูแล เขามีวิธีทำความสะอาดของเขา...แล้วนี่กินอะไรกันมารึยัง?

เรียบร้อยแล้วค่ะ

คนนั่งหน้าตอบ คนข้างหลังแอบบิดปาก อยากจะเห็นหน้าแม่คุณนัก ไอ้เรื่องเอาหน้าล่ะไม่มีใครเกิน นี่ถ้าเขาไม่พาหล่อนแวะทานข้าวก่อน กลับมาโดนดุก็คงนั่งเป็นใบ้กิน ปล่อยให้เขารับเละอยู่คนเดียวอีกเป็นแน่

คุณนายลากลับ เธียรขวัญโดนยายเนียมไล่ลงมาส่งแขก อมฤตหันมายักคิ้วให้แล้วผลุบเข้ารถปิดประตู ไม่วายยังอมยิ้มยั่วมาทางกระจกหน้า คนยืนส่งได้แต่เข่นเขี้ยวจนท้ายรถคันนั้นออกสู่ถนน แค้นนี้เธอไม่ลืมหรอก แค้นที่โดนเขาปั่นหัวตลอดทางขากลับ หาเรื่องยั่วโมโห ขับรถกระแทกกระทั้น พอเธอโวยทุบตีก็แกล้งทำรถแฉลบออกข้างทางให้เธอกรี๊ดสนั่น แล้วยังมีหน้ามาพูด

ใครไม่มีกรรมไม่มีวันได้ร่วมทางกับเธอหรอก

ฮึ! ใครไม่มีเวรก็เห็นจะไม่มีวันได้ร่วมทางกับนายเหมือนกัน!

เธียรขวัญหันหลังกลับเข้าบ้านแต่เสียงรถที่แล่นเข้ามาทำให้ชะงักเท้า เหลียวมองแล้วระบายยิ้ม หยุดยืนรอ

อาเทียนขา เด็กหญิงวัยสี่ขวบสวมชุดอนุบาลเปิดประตูลงมาแล้ววิ่งตัวกลมเข้าหาเธียรขวัญ ที่ก้มตัวลงกางแขนออกรับ ยกยัยหนูขึ้นอุ้ม จูบแก้มกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กทั้งสองข้าง

วันนี้เป็นไงบ้างคะคนเก่งของอา อยู่โรงเรียนซนมั้ยเอ่ย?

ไม่ซนค่ะ น้อยหน่าเป็นเด็กดี เชื่อฟังคุนคู

เธียรขวัญอมยิ้ม สอนให้น้อยหน่าหัดพูด คุณครูมาแล้วหลายรอบ หนูน้อยก็ยังพูดไม่ได้สักที

แล้วเด็กดีกลับมาถึงบ้านไหว้ผู้ใหญ่รึยังคะ?

น้อยหน่าหัวเราะ ยังค่ะ

ยังแล้วทำไงเอ่ย?

ไหว้ค่ะ ว่าแล้วเด็กหญิงก็ยกมือเล็กป้อมขึ้นพนมไหว้ แล้วกอดคอหอมแก้มผู้เป็นอา

มืดนำกระเป๋าของน้อยหน่ามาส่ง

ฝากยัยตัวยุ่งด้วยนะคุณเทียน

ไม่ต้องห่วงค่ะ รับกระเป๋าจากพ่อมาเร้วน้อยหน่า

เด็กหญิงทำตามอย่างว่าง่าย โบกมือหยอยๆ เมื่อมืดกลับไปขึ้นรถขับออกไป

 


เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น