เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 8 : 07 :: วันลองชุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ตอนที่ ๗ วันลองชุด

 

หลังจากเอ็กซเรย์และตรวจร่างกายโดยละเอียดเท่าที่โรงพยาบาลประจำอำเภอจะดำเนินการได้ หมอก็อนุญาตให้นางเนียมกลับบ้านในอีกสองวันต่อมา คนป่วยหน้าตาแช่มชื้น แต่ไม่วายบ่นเสียดายค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการรักษาพยาบาล

เห็นรึยังล่ะ บอกแล้วว่าข้าไม่เป็นอะไร ยังจะให้นอนโรงหมออยู่นั่น ให้ตรวจโน่นตรวจนี่วุ่นวายเสียเงินทองกันใช่เหตุ นางถดตัวลงนั่งบนรถเข็น เธียรขวัญและมืดช่วยประคอง

คุณยายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาอยู่ใกล้มือหมอไม่ดีเหรอ มืดยิ้มเอาใจ

ก็ข้าบอกอยู่นี่ไงว่าข้าแข็งแรง เอ็งจะให้เป็นอะไรอีก

แล้วไอ้ที่ลุกจากเตียงไม่ไหวต้องช่วยกันหามมาส่งโรงหมอนี่ล่ะ แข็งแรงด้วยหรือเปล่า?

คนแก่ค้อนให้เสียขวับใหญ่ หลานๆ พากันอมยิ้ม

มืดเคลื่อนรถเข็นออกนอกประตู เธียรขวัญและป้าแดงช่วยกันหิ้วของใช้ตามหลัง หญิงสาวถอนหายใจกลั้วหัวเราะเมื่อได้มองดูผู้เป็นย่า แม้จะไม่สบายแต่ย่าก็ยังขี้บ่นได้ไม่ลดราวาศอก ทว่าทำให้เธอได้รู้ว่านางห่วงใยคนในปกครองขนาดไหน เพราะนอนป่วยอยู่อย่างนี้ก็ยังสอบถามถึงคนโน้นคนนี้ไม่ขาดปาก คนอยู่ด้วยจึงไม่ค่อยถือสาหาความยามท่านหาเรื่องมาบ่นว่า

สายวันถัดมา ที่เรือนได้ต้อนรับแขกคนสำคัญอีกครั้ง ป้าแดงและนุชชะเง้อมองจากใต้ถุนเรือนก่อนออกมาต้อนรับ

มาแต่เช้าเลยนะคะคุณนาย อ้าว หอบอะไรมาพะรุงพะรังล่ะนั่น?

ข้าวของที่ว่านั้นผู้เดินตามหลังคุณนายหอบหิ้วมาเต็มสองมือ

ของบำรุงคนป่วยน่ะแม่แดง เมื่อวานแวะไปเยี่ยมที่โรงบาล เขาบอกว่าออกกันมาแล้ว จะแวะมานี่ต่อก็เกรงใจเลยมากันวันนี้ แล้วนี่น้าเนียมเป็นไงบ้าง?

ดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะ ตื่นขึ้นมาก็ลงมาเดินเล่นข้างล่าง นี่กินข้าวเช้าเสร็จเพิ่งเอนหลังไปได้หน่อยนึง ป้าแดงเดินนำแขกขึ้นเรือน ที่จริงไม่ต้องลำบากหิ้วอะไรมาก็ได้นะคุณนาย คุณเทียนขนซื้อมาบำรุงจนน้าเนียมกินไม่ทัน บ่นเป็นหมีกินผึ้งมาหลายรอบแล้ว

คุณนายหัวเราะ

แล้วนี่หนูเทียนไปไหนซะล่ะ หรืออยู่กับย่าข้างบน?

ไปส่งน้อยหน่าที่โรงเรียนกับเจ้ามืดมัน เดี๋ยวนี้ยัยน้อยหน่าติดอาเทียนแจ รายนั้นเขาใจดีตามใจหลาน เด็กมันเลยชอบ คอยแต่จะเรียกอาเทียนคะอาเทียนขา

อย่างนั้นถ้ามีลูกของตัวเองสงสัยว่าจะรักตามใจกันน่าดูชมล่ะ

นั่นสิคุณนาย เห็นจะจริง

ผู้ใหญ่ทั้งสองยิ้มแย้ม แต่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ตามหลังไปติดๆ แอบเบ้หน้า นึกสงสัยว่าผู้หญิงแบบนั้นจะทำให้เด็กติดได้อย่างไร คงหาวิธีมาตะล่อมล่อลวงสารพัด แล้วถ้ายัยนางมารนั่นได้เป็นแม่คนขึ้นมาล่ะก็...

แค่คิดก็สยดสยองแทนเด็กที่จะเกิดมาแล้ว

ป้าแดงนำคุณนายและชายหนุ่มเข้ามานั่งยังมุมรับแขกของบ้าน ยายเนียมนอนเอนหลังอยู่บนตั่งเตี้ยเยื้องไปไม่ไกล สายลมพัดเอื่อยอ่อนเห็นกลุ่มผมสีเงินยวงและชายเสื้อคอกระเช้าพะเยิบไหว นางคงนอนหลับลึกเพราะแว่วเสียงกรนมาเบาๆ

ปล่อยให้นอนไปนะไม่ต้องปลุก มาวันนี้ก็จะมาคุยเรื่องจัดงานนั่นแหละ เวลามันกระชั้นชิดเลยต้องรีบเตรียมการ นี่ก็ว่าจะให้ตาริตพาหนูเทียนไปดูชุดกันวันนี้เลย เพิ่งโทร.ไปบอกทางร้านเมื่อวันก่อน โทษทีที่ไม่ได้มาบอกล่วงหน้า ก็ว่าจะแวะไปบอกเมื่อวานแหละแต่คลาดกัน

ป้าแดงพยักยิ้ม อดคิดไม่ได้ว่าคุณนายช่างทำอะไรรวดเร็วปานจรวด เมื่อคราวยายเนียมไปแจ้งเรื่องหลานชายของนางมาเข้าห้องหลานสาวทางนี้ นางก็รีบรี่มาคุยตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้น ครั้นรับเป็นธุระจัดแจงหาฤกษ์หายามก็ได้ฤกษ์ยามมาวันรุ่งขึ้นนั้นอีก แล้วนี่เพิ่งจะคุยเรื่องร้านตัดชุดบ่าวสาวไปแหม็บๆ วันนี้ติดต่อไปแล้วเสร็จสรรพ เรื่องงานเรื่องการเห็นจะไม่ต้องห่วงกันแล้ว ห่วงก็แต่คุณเทียน คุณนายทำอะไรปุบปับฉับไวเหลือเกิน เธอจะหายใจหายคอทันหรือเปล่ายังไม่รู้

นุชยกน้ำมาบริการแขก แล้วแยกกลับเข้าครัวไปเงียบๆ พอดีกับที่เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าเรือน อมฤตและคุณนายนั่งใกล้หน้าต่าง เหลียวมองเห็นมืดและเธียรขวัญเปิดประตูลงมาคนละฝั่ง

แน่ะ เด็กๆ กลับมากันแล้ว

ครู่เดียวทั้งสองก็ขึ้นมาบนเรือน ทำความเคารพแขกแล้วแยกกันนั่งคนละมุม เธียรขวัญแอบสังเกตหน้าผากอมฤตที่ยังปิดผ้าพันแผลไว้ ตัวดำคร้ามแต่แปะผ้าพันแผลขาวจั๊วะแบบนั้น ดูไม่จืดเลย เธอเบือนหน้าไปซ่อนยิ้ม

หนูเทียนจ๊ะ

คะ? เธียรขวัญรีบหันมา เบิกตาน้อยๆ

ป้าติดต่อร้านตัดชุดเจ้าสาวให้แล้วนะ วันนี้ว่างหรือเปล่า จะได้ไปดูด้วยกันกับตาริต

วันนี้หรือคะ? หญิงสาวแทบสำลักน้ำลายตัวเอง อะไรมันจะว่องไวปานนี้ ทุกอย่างรัดตัวจนดิ้นไม่หลุดแล้ว

จ้ะ วันนี้ รีบๆ ไปแหละดี เผื่อไม่ถูกใจยังไงจะได้ให้ช่างจัดการให้ทัน

เธียรขวัญมองคุณนายทีมองชายหนุ่มที หญิงสูงวัยยังยิ้มละไม ทว่าอีกคนสีหน้ามึนตึงดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ชักผวาว่าถ้านั่งรถไปด้วยกันสองต่อสองเขาจะไม่หาเรื่องเอาคืนที่เธอใช้กระถางฟาดหัวหรือไร

คุณป้าไปด้วยกันมั้ยคะ? เธอถามอย่างมีความหวัง แต่พังครืนลงมาเมื่อคุณนายตอบว่า

ไม่ล่ะจ้ะ เรื่องของหนุ่มสาวป้าไปด้วยก็เกะกะเปล่าๆ

คนฟังมองชายหนุ่มพลางกลืนน้ำลาย คุณนายเห็นเข้าก็อมยิ้ม

ไม่ต้องห่วงนะหนูเทียน ไปกับตาริตถ้ามีปัญหาอะไรก็พาไปเดินโขกกับกระถางต้นไม้อีกสักที ให้หมอเจาะหนังหัวสักสี่ห้าเข็มขี้คร้านจะสิ้นเรื่องล่ะ

มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เข้าใจความนัย คุณนายนวลนุชหัวเราะเบาๆ ขณะหลานชายทำหน้ายุ่ง ส่วนเธียรขวัญกระอักกระอ่วน พูดมาเช่นนี้คุณนายก็คงรู้เรื่องกระถางต้นไม้เมื่อวันนั้นแล้ว

เธียรขวัญขอตัวไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชุดใหม่ เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีดำทับด้วยเสื้อยืดสีขาวคอกว้าง อวดผิวนวลเนียนของลาดไหล่ พิมพ์ลายและตัวอักษรสีดำสีเดียวกับกางเกงยีนส์ขาเดฟพอดีตัว อวดช่วงขาเพรียวงาม คาดเข็มขัดหนังเส้นใหญ่ทับเสื้อยืดตัวนอก คล้องไหล่ด้วยกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเข้าคู่กับเข็มขัด ข้อมือบางสวมกำไลสีขาวและสีดำอันใหญ่ อีกข้างเป็นนาฬิกาสายเหล็กคลาสสิก ปล่อยผมลอนยาวน้ำตาลเข้มทิ้งตัวอย่างอิสระ

อมฤตมองแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สงสัยว่าแม่เจ้าประคุณหลุดออกมาจากนิตยสารเล่มไหน หรือจะไปเดินแฟชั่นแคทวอล์คไหนกันแน่

อ้าว หนูเทียนออกมาแล้ว เสร็จแล้วก็ไปกันเลยลูก จะได้ทำธุระให้เรียบร้อยเร็วๆ คุณนายกล่าวพลางสะกิดหลานชายให้ลุก

อมฤตขยับตัวอย่างเอื่อยเฉื่อย รอเธอเดินนำแล้วค่อยก้าวตาม พลางลอบก้มมองตัวเอง เมื่อคืนมัวแต่โอ้เอ้อยู่กระท่อมปลายนากับพวกสมุน กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกดื่น เช้านี้เลยพานตื่นสาย คว้าอะไรได้เป็นจับใส่ แล้วดันคว้าเสื้อตัวที่ยังไม่ได้รีด จึงมีรอยยับลายพร้อย ผมยาวกระเซอะกระเซิงเพราะยังไม่ได้พบหวีเลยตั้งแต่ตื่นนอน

คงไม่มีใครตาถั่วมองว่าเขาเป็นคนขับรถของเธอหรอกนะ?

ดูแลหนูเทียนดีๆ นะตาริต เสียงคุณนายกำชับตามหลัง

 

รถแล่นออกถนนใหญ่มากว่าสิบนาที ในรถมีแต่เสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ ผ่อนคลายบรรยากาศ ดูเหมือนว่าทั้งคนขับและผู้โดยสารพอใจจะให้เป็นเช่นนั้น เพราะไม่มีใครยอมเปิดปากเจรจาก่อน

เธียรขวัญนั่งกอดอกปิดปากสนิท เบือนหน้าออกมองนอกกระจกตลอดเวลา คล้ายว่านอกหน้าต่างมีสิ่งน่าสนใจมากกว่าภายในรถ ปล่อยให้อีกฝ่ายคอยลอบมองเธออยู่เป็นระยะด้วยอารมณ์หมั่นไส้ที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

หมาตัวหนึ่งเดินข้ามถนน และอีกเลนไม่มีรถสวนมา อมฤตจึงหักพวงมาลัยเลี้ยวหลบจนรถส่าย หญิงสาวร้องกรี๊ด ศีรษะกระแทกกับกรอบประตู ครั้นรถแล่นได้ปกติเธอก็กุมขมับเอนหลังพิงเบาะ หลับตาและกัดฟัน ก่อนหันมาตวาดแว้ด

ขับรถบ้าอะไรของนาย หา?!”

ก็หมามันข้ามถนน ไม่หลบก็ชนสิ คนพูดอมยิ้ม ดวงตาพราวพราย เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นสูงราวกับจะถามว่า มีปัญหาไรเหรอ?แล้วหันไปมองถนนต่อ

ริมฝีปากที่ยังอมยิ้มไม่เลิกนั้นขัดตาเธียรขวัญอย่างเหลือเกิน

นายจะเอาคืนฉันใช่มั้ย? อย่าคิดนะว่าไม่รู้

เอาคืนอะไร? ไม่เคยคิ้ด อีกฝ่ายปฏิเสธเสียงสูง ส่ายหน้าหวือ หน้าตาใสซื่อเป็นอย่างยิ่ง แล้วพูดต่อเมื่อเธอยังทำหน้าบึ้ง นี่ คุณนางเอกคร้าบ อย่ามองกันในแง่ร้ายอย่างนั้นน่า ไอ้เรารึอุตส่าห์ใจดีมีเมตตาสัตว์ ลูกหมาตาดำๆ ตัวหนึ่งไม่สงสารเหรอ...ยอมเจ็บนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้มันไม่ถูกรถชนซี้แหงแก๋แค่นี้ก็ยอมไม่ได้ นางเอกอะไรใจดำชะมัด

เธียรขวัญฉุนกึก นึกรู้ว่าเขาหาเรื่องกลั่นแกล้งและหลอกด่า แต่ทางเดียวที่เธอทำได้คืออดทนอดกลั้น เก็บความแค้นไว้รอวันคิดบัญชี

เธียรขวัญนั่งข่มใจมองออกนอกรถครู่ใหญ่ก็เอ่ยปากถาม

ที่บอกว่าแต่งกันแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยหย่า นายพูดจริงใช่มั้ย?

อะไร? งานแต่งฉันกับเธอน่ะเหรอ?

ใช่สิ

จะบ้าหรือเธอ แต่งกันวันนี้พรุ่งนี้หย่าแล้วจะแต่งหาพระแสงหอกง้าวหรือ?

ก็วันนั้นนายพูดเอง ถ้าทำไม่ได้จะพูดออกมาทำไม? เธียรขวัญหันมากล่าวหา นึกชังเสียงหัวเราะนั้นเหลือเกิน

ก็วันนั้นเธอดีแต่แว้ดๆ ฉันขี้เกียจฟังเลยตัดรำคาญ นั่นขนาดบอกปัดไปแล้ว กลับบ้านไปฉันยังไม่หายหูอื้อเลยนะ

ไอ้คนทุเรศ... เธอกัดฟันกล่าวเสียงแผ่วเหมือนกระซิบ ไม่รู้ว่าเขาได้ยินหรือไม่ แต่ช่างสิคนแบบนี้จะสนทำไม

ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า บอกแล้วไงฉันก็ไม่อยากแต่ง เอาไว้อยู่กันสักเดือนแล้วค่อยหย่า...จริงๆ ยังเร็วไปอยู่ดีแหละเดือนนึง โบราณเขาว่าหม้อข้าวยังไม่ทันดำ แต่ให้ฉันทนอยู่กับเธอได้ตั้งเดือนนี่ก็หรูแล้ว

เฮอะ! บ้านฉันใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าย่ะ รอให้ก้นหม้อดำฉันชิงฆ่าตัวตายง่ายกว่า เธอเหยียดปาก เบือนหน้าออกนอกกระจก ให้ทนอยู่กับผู้ชายปากเน่าๆ อย่างนี้ตั้งเดือนฉันต้องเป็นบ้าตายแน่ๆ จะทนถึงครึ่งเดือนรึเปล่ายังไม่รู้ ดีไม่ดีได้เป็นฆาตกรเข้าสักวัน

เอาเถอะฉันยอมตาย เขายอมรับง่ายๆ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องอยู่ผจญเวรกับเธอนาน ไอ้ริตได้พ้นเคราะห์พ้นโศกคราวนี้เอง

เธียรขวัญหันมาถลึงตา พอดีกับรถติดไฟแดง อมฤตจึงได้หันมามองเธอตรงๆ

ว่าแต่เธอเถอะ ฆาตกรรมผัวตัวเองยังไงก็ติดคุกนา กฎหมายไม่ลดหย่อนโทษให้หรอกนะ เต่งๆ ตึงๆ แบบนี้ปล่อยให้เหี่ยวอยู่ในคุกน่าเสียดายแย่

เธียรขวัญรีบกอดแขนห่อตัวเองทันควัน อยากจะจิ้มลูกตาที่มองไล่ขึ้นๆ ลงๆ นั้นให้หลุดออกมานอกเบ้า

ไอ้ปากเสีย มาเป็นผัวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ?!”

โธ่...เธอ ก็ตอนเราแต่งงานกันแล้วไง ผู้ใหญ่ส่งเข้าหอเสร็จไม่ต้องรอจดทะเบียน ใครๆ เขาก็เรียกผัวเมียกันแล้ว ถึงตอนนี้เองก็เถอะ คนทั้งหมู่บ้านคิดว่าเราเป็นผัวเป็นเมียกันไปหมดแล้วม้าง

ปากนายนี่น่าเกลียดที่สุด” เธอพูดกัดฟัน “ก็แค่ขี้ปากคนอื่นคิดหรือว่าฉันจะสน ชาวบ้านจะคิดจะพูดยังไงก็ช่างเขาปะไร อย่างนายน่ะอย่าหวังว่าจะได้มาเป็นผัวฉันจริงๆ เลย ขาอ่อนฉันก็ไม่มีวันได้เห็นหรอก นั่งน้ำลายหยดเป็นหมาแหงนเครื่องบินไปเถอะ

แล้วคิดว่าอยากเห็นนักเหรอ ต่อให้เธอลงทุนแก้ผ้าให้ดูตอนนี้ฉันยังต้องเอามือปิดลูกกะตาไว้ ไม่อยากมองหรอก กลัวจะนอนผวาไปทั้งคืน เหอะ สาวเนื้ออ่อนใครเขาว่ามีแต่กลิ่นหอมๆ ไอ้ที่ได้กลิ่นอยู่นี่ก็เห็นจะมีแต่กลิ่นตุๆ คาวๆ

อ๊าย! ไอ้ทุเรศ ปากเน่าปากเสีย

เฮ้ย! นี่เธอ อมฤตยกแขนขึ้นปัดป้องเมื่อเธียรขวัญใช้กระเป๋าหนังสีน้ำตาลฟาดเข้าใส่ไม่ยั้ง

นี่แม่คุณ หยุดได้แล้ว เธอนี่มันซาดิสม์ชัดๆ เถียงสู้ไม่ได้ก็เอากำลังเข้าข่ม นี่! ฉันบอกให้หยุดไง

ไม่หยุด! นายมันปากเสีย สมควรเอาเลือดหัวออกอีกที นี่แน่ะ ไอ้บ้า ไอ้ปากไม่มีหูรูด ไอ้คนเฮงซวย

ปี๊น )))

เสียงกดแตรจากรถคันหลังทำทั้งสองสะดุ้ง หยุดการทะเลาะเบาะแว้งลงชั่วขณะ อมฤตเหลียวหลังแล้วกลับมาดูไฟแดง

บ้าฉิบ!” เขารีบเคลื่อนกระบะสมาร์ทแค็บออกจากจุดนั้น พ้นสี่แยกมาได้ก็ชำเลืองมองคู่กรณีด้วยดวงตาขุ่น รอยฟาดจากเธอยังระบมไปทั่ว ไม่เจ็บมาก แต่เคืองไม่น้อย โชคดีที่ไม่ไปซ้ำรอยกระถางฟาดไม่อย่างนั้นได้เจ็บระบมขึ้นมาอีก ชายหนุ่มลดสายตาลงแลกระเป๋าสะพาย อาวุธที่เธอใช้ประทุษร้ายเขา ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงชอบใส่อะไรไว้นักหนา ถึงได้หนักเป็นตันๆ แบบนี้

ผ่านไฟแดงมาอีกสองแยกรถกระบะสีบรอนซ์ทองก็เข้าจอดในลานจอดรถหน้าเวดดิ้งสตูดิโอแห่งหนึ่ง คนขับเปิดประตูลงมาพลางเหลียวมองรอบบริเวณ แล้วยืนเท้าแขนกับหลังคารถรอหญิงสาวตามลงมา

นึกว่าจะนั่งเป็นนางพญาชูคอ รอคนไปเปิดประตูอัญเชิญลงมาซะอีก เขาพูดพลางนำเข้าร้าน หญิงสาวเดินเข่นเขี้ยวกระแทกเท้าตามหลัง

พนักงานสาวประเภทสองฉีกยิ้มกว้างรี่เข้ามาต้อนรับทันที

สวัสดีค่า อ้อมรักเวดดิ้งยินดีต้อนรับ ไม่ทราบว่า ใช่ที่คุณนายนวลนุชโทร.มานัดเวลาไว้หรือเปล่าคะ?

ครับ

งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะทั้งสองคน บิวซี่เตรียมแบบชุดแต่งงานหรูๆ เริดๆ ไว้ให้เลือกชมหลายแบบเลยค่ะ อุ๊ย!” คนพูดอยู่เจื้อยแจ้วตาโต ปรี่เข้าเกาะแขนหญิงสาวแล้วพินิจมอง ก่อนจะทักถามอย่างตื่นเต้น นี่คุณเธียรขวัญใช่มั้ยค้า ต๊ายตาย ใช่จริงๆ ด้วย นี่พวกเรามาดูเร้ว คุณเธียรขวัญนางเอกดังตัวเป็นๆ มายืนอยู่ตรงนี้แล้วพวกเธอ

เจ้าหล่อนเรียกเด็กๆ ในร้านแล้วหันมาละล่ำละลัก จับแขนดาราคนโปรดเขย่า

คุณเทียนรอนี่ก่อนนะค้า เดี๋ยวพี่มา ครั้นหล่อนหันหลัง พนักงานคนอื่นๆ ก็เข้ามารุมล้อม

อุ๊ย คุณเทียนจริงๆ ด้วยตัวจริงสวยจังเลย

ขอลายเซ็นหน่อยค่ะกระดาษกับปากกายื่นส่งมาตรงหน้า

เธียรขวัญอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยประสบการณ์ของอดีตนางเอกอันดับหนึ่ง ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มได้ในเวลาอันรวดเร็ว รับกระดาษปากกามาตวัดลายเซ็นอย่างไม่เกี่ยงงอน

ตัวจริงสวยกว่าในทีวีตั้งเยอะ

ขอบคุณค่ะเธอยิ้มหวาน

แล้วนี่คุณเทียนเข้าร้านเวดดิ้งจะมีข่าวดีหรือคะ?

ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย

เอ...หรือว่าปิดข่าว?

ยังงั้นก็เป็นเกียรติของอ้อมรักสิคะที่นางเอกอันดับหนึ่งอย่างคุณเทียนเลือกมาใช้บริการ

เธียรขวัญฉีกยิ้มหวาน ไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนไหนหลัง แต่ถึงเลือกได้เธอก็ไม่รู้จะตอบว่าไงอยู่ดี จึงได้แต่ยืนปั้นยิ้มเฉย

มาแล้วค่า มาแล้ว นี่พวกหล่อนหลีกไปหน่อยสิยะ สาวข้ามเพศรี่กลับเข้ามา นี่ค่ะคุณน้องเทียน ขอลายเซ็นให้บิวซี่หน่อยค่า

เธียรขวัญรับสมุดบันทึกมาพร้อมกับอมยิ้มจนแก้มป่อง

เซ็นตัวโตๆ นะคะคุณน้อง คุณน้องเทียนเป็นนางเอกขวัญใจของบิวซี่เลยรู้ตัวมั้ยคะ ยิ่งตอนได้ดูคลิปนั่นนะ โอ๊ย! สะใจ นังชะนีนั่นหน้าปูดยับเยินไปเลย แหม คิดแล้วอยากบีบคอจับมันโขกกับผนังอีกที หล่อนทำมือทำไม้ ท่าทางโกรธแค้นแทนเธียรขวัญเป็นอย่างยิ่ง รับสมุดบันทึกคืนแล้วก็เหมือนหล่อนจะนึกขึ้นได้

อุ๊ย! แล้วนี่คุณน้องเทียนมาทำอะไรคะเนี่ย? พลางหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงสะโพกกับขอบโต๊ะอยู่วงนอก ต๊าย! อย่าบอกนะว่าคุณน้องมาเลือกชุดเจ้าสาว นี่จะมีข่าวดีหรือคะ? ต๊ายตาย! ตายแล้ว อกอิแป้นจะแตกค่ะคุณน้องขา

เจ้าหล่อนตีแขนเธียรขวัญแปะๆ สีหน้ากระดี๊กระด๊าสุดฤทธิ์

ต้องให้ได้หยั่งงี้สิ เริดค่ะเริด ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก เฉดหัวผู้ชายห่วยๆ พรรค์นั้นทิ้งซะ แล้วคว้าคนใหม่มาแทน คุณน้องเริดที่สุด หล่อนจีบมือกรีดกรายแล้วตวัดนิ้วผ่านหน้าเธียรขวัญ ก่อนยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นชูเมื่อจบประโยคสุดท้าย และบอกต่อว่า มาค่ะ มานี่เลย เชิญค่ะคุณสุภาพบุรุษ

สาวประเภทสองที่เรียกตัวเองว่า บิวซี่นำทั้งคู่มานั่งบนชุดเก้าอี้เหล็กดัดสีขาว ซึ่งประกอบไปด้วยเก้าอี้สามตัวและโต๊ะกลมติดกระจกใสปูดอยลี่สีขาวสะอาด แจกันแก้วปักกุหลาบแดงเดี่ยววางเด่นกลางโต๊ะ ครู่ต่อมาอัลบั้มชุดวิวาห์หลายเล่มก็ทยอยนำมาวางบนโต๊ะให้เลือกสรร

เชิญเลือกชมกันตามสบายนะคะคุณน้องเทียน คุณเจ้าบ่าว หรือจะดูชุดจริงด้านในก็ได้ค่ะ แล้วนี่จะจองเป็นแพคเกจถ่ายภาพด้วยหรือเปล่าเอ่ย สำหรับคุณน้องเทียนขวัญใจของบิวซี่ ลดพิเศษให้เต็มที่เลยค่า หล่อนชูมือ ห่อนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือเป็นวงกลม อีกสามนิ้วกางคลี่เป็นสัญลักษณ์ โอ.เค.นะค้า

ขอเทียนเลือกดูก่อน ขอบคุณมากเลยค่ะคุณบิวซี่

แหม บิวซี่ก็ลืมไป มัวแต่ตื่นเต้นที่ได้เจอคุณน้องเทียน คุณน้องกับคุณ... เจ้าหล่อนชะมดชะม้อยสายตาไปทางชายหนุ่ม พลางใช้นิ้วชี้สองข้างชนกันแปะๆ อมยิ้มเขินขณะกล่าว คงอยากเลือกกันสองคนใช่มั้ยค้า? เอาล่ะบิวซี่ไม่อยู่เป็น กขค. แล้ว เลือกกันตามสบายนะคะ ต้องการอะไรก็เรียกใช้พนักงานของเราได้ บริการทุกระดับประทับใจ แด่คุณน้องเทียนขวัญใจของบิวซี่ค่า

เจ้าหล่อนโปรยยิ้มเก๋ไก๋ ก่อนแยกไปอีกด้าน ปล่อยว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งเลือกชุดกันตามลำพัง อมฤตวางข้อศอกบนที่พักแขน เท้านิ้วหัวแม่มือกับปลายคาง อมยิ้มน้อยๆ มองบิวซี่เดินนวยนาดห่างออกไป

ยิ้มอะไรของนาย?

เปล่า... เขาขยับนั่งตัวตรง เรียวปากยังไม่คลายยิ้ม เธียรขวัญหรี่ตา

อย่าบอกนะว่าแบบนั้นสเปกนาย เธอไล่สายตามองเขาทั้งตัว มิน่า มาว่าฉันอย่างโน้นอย่างนี้ที่แท้ก็...ชอบแบบนี้นี่เอง

เฮ้ย จะบ้าหรือเธอ ชายหนุ่มหัวเราะลงลูกคอ ใช้สมองหลืบไหนคิด?

อัลบั้มหนาหนักเบื้องหน้าเธียรขวัญถูกยกขึ้นฟาดใส่คนปากดี แต่อีกฝ่ายรับไว้ทัน ทั้งสองจึงยื้อแย่งกันไปมา ครั้นเริ่มรู้ตัวว่าเป็นที่สนใจของพนักงานในร้านหญิงสาวก็ค่อยๆ ลดมือลง หันไปยิ้มแหยให้ทุกคน ก่อนกลับมาถลึงตาใส่ตัวต้นเหตุ กระชากอัลบั้มออกจากมือหยาบกร้านคู่นั้นสุดแรง

อุ๊ย! / เฮ้ย!” อมฤตปล่อยมืออยู่ก่อนแล้ว อัลบั้มหนักๆ ซึ่งไร้แรงดึงคอยถ่วงจึงลอยกระแทกไหล่เธียรขวัญไปตกอีกด้าน แทบจะพาหญิงสาวหงายหลังตกเก้าอี้ไปด้วย อมฤตคว้าไหล่บางไว้ได้ก่อน

เป็นอะไรรึเปล่าคุณ?

ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องมายุ่ง เธอปัดมือเขาออกอย่างรังเกียจ คนมีน้ำใจนึกฉุน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ดังเดิม

ทำคุณบูชาโทษ น่าจะปล่อยให้หงายเงิบหัวฟาดพื้นซะก็ดี

เธียรขวัญทำท่าจะตอบโต้ก็พอดีพนักงานของร้านเข้ามาช่วยเก็บอัลบั้มส่งคืน เธอจึงยิ้มเจื่อน

ขอโทษนะคะ เผลอหลุดมือ

ไม่เป็นไรค่ะ

หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างนั่งดูชุดไปเงียบๆ ใช้เวลาไม่นานเธียรขวัญก็เลือกได้ชุดเรียบๆ มาสองชุด ซึ่งเป็นชุดสำหรับทำพิธีตอนเช้า และชุดงานเลี้ยงตอนเย็น ผู้หญิงหลายคนอาจใฝ่ฝันงานวิวาห์หรูหรา ชุดแต่งงานเรียบหรู และการได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ทว่าความใฝ่ฝันแบบนั้นไม่เคยอยู่ในหัวของเธียรขวัญเลย เธอไม่เคยนึกคิดว่าตนจะได้เป็นเจ้าสาวแสนสวยให้เจ้าบ่าวคนไหน จึงเปิดชมอัลบั้มภาพผ่านๆ เจอแบบไหนถูกใจก็ชี้มือบอกพนักงานของทางร้าน แล้วเข้าไปลองชุดด้านใน อมฤตเองก็ไม่เรื่องมาก เขาลองชุดเสร็จก่อนเธียรขวัญครู่ใหญ่ จึงออกมาเดินเตร็ดเตร่ดูโน่นดูนี่ที่ด้านนอก

ประตูห้องลองชุดสุภาพสตรีเปิดออก บิวซี่เดินออกมาพร้อมกับเธียรขวัญ มีพนักงานหญิงอีกคนตามหลัง ก่อนจะอ้อมผ่านไปเมื่อคนทั้งสองหยุดยืนคุยกัน

เดี๋ยวบิวซี่แก้ช่วงอกให้นะคะ ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็เรียบร้อยมารับชุดได้เลย

อมฤตป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นได้ทีเตร่เข้ามาใกล้ มองหน้าอกเธียรขวัญแล้วยิ้มกริ่ม

ของเธอเล็กกว่ามาตรฐานหรือไง ถึงต้องให้ทางร้านแก้

ไอ้...!” หญิงสาวกัดฟันกรอด ไอ้ปากเน่า เธอเข่นเขี้ยวโดยไม่มีเสียง เพราะเกรงจะระคายหูบุคคลที่สาม แล้วสะบัดหน้าไปคว้ากระเป๋าสะพายบนเก้าอี้รับรอง ก้าวดุ่มๆ ออกจากร้านไป

อมฤตยังยืนหัวเราะ บิวซี่สะกิดแขนกระซิบกระซาบ

ไม่ใช่เล็กกว่ามาตรฐานหรอกค่ะ ทางร้านต้องแก้ขยายให้เพราะของคุณน้องเทียนอึ๋มกว่าชุด คุณเจ้าบ่าวไม่ผิดหวังแน่ บิวซี่รับรอง เจ้าหล่อนยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์ โอ.เค.นะค้ารับประกันคุณภาพ ชายหนุ่มยิ้มพิลึก เดินเกาท้ายทอยออกไป

ทั้งเก้อทั้งเขิน...

 

กระบะสมาร์ทแค็บสีบรอนซ์ทองเข้ามาจอดหน้าบ้านตอนบ่ายแก่ คุณนายนวลนุชกำลังนั่งคุยกับนางเนียมอย่างออกรส ป้าแดงง่วนเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว

แน่ะ เด็กๆ มากันแล้ว คุณนายมองผ่านช่องหน้าต่าง ดวงหน้ายิ้มละไม

ครู่เดียวสองหนุ่มสาวก็เดินขึ้นบันไดตามกันมา

เป็นไงบ้างตาริต หนูเทียน ได้ชุดกันมั้ยลูก?

เธียรขวัญทรุดนั่งบนเก้าอี้เดี่ยว ขณะอมฤตเข้าไปนั่งข้างคุณนายบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว

ได้ครับ

คุณนายพยักหน้า

ดีแล้ว เลือกให้ได้แต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องไปจวนตัวเอาวันแต่ง แล้วนี่ชุดเรียบร้อยดีหรือเปล่า มีอะไรต้องแก้มั้ย?

อมฤตเผลอมองหน้าอกเธียรขวัญ แล้วเบือนหน้าไปซ่อนยิ้ม คนถูกมองถลึงตาดุอย่างไม่เต็มที่นักเพราะกลัวจะเป็นที่สังเกตของผู้ใหญ่

มีต้องแก้นิดหน่อยค่ะ

ของหนูเทียนรึ?

ค่ะ

เอ...รูปร่างอย่างหนูยังต้องแก้อีกหรือ?...แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ผู้หญิงเรา เรื่องหยุมหยิมมันเยอะ ทรวดทรงองค์เอวมันใช่จะเป๊ะๆ ไปซะหมด ตรงนั้นตึงนิด ตรงนี้หลวมหน่อย ตรงโน้นล้นไปอีก ถ้าไม่สั่งตัดเองยากหรอกที่จะได้แบบพอดีตัว

ค่ะ

อมฤตนั่งเบือนหน้าออกด้านข้าง ใช้ข้อศอกเท้าที่พักแขนเอามือปิดริมฝีปากไว้ ทำทีเป็นสนใจสิ่งรอบตัว แต่คนบนเก้าอี้เดี่ยวยังได้ยินเสียงขลุกขลักดังมาจากลำคอของเขา รู้ดีทีเดียวว่านายนั่นกำลังแอบหัวเราะ น่าเกลียดจริง อยู่ในเวดดิ้งก็ทีหนึ่งแล้ว กลับมาถึงบ้านยังมานั่งหัวเราะกันอีก มันน่ายกเก้าอี้ทุ่มใส่หัวจริงๆ

ป้าแดงกับพี่นุชอยู่ในครัวหรือคะคุณย่า? เธอเปลี่ยนไปสนใจเรื่องอื่น

มีแต่แม่แดงเท่านั้นแหละ แม่นุชออกไปแปลงผักกับเจ้ามืดตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ เห็นว่าจะไปใส่ปุ๋ยถอนหญ้ากัน

แล้วใครไปรับน้อยหน่าคะเนี่ย?

ก็พ่อมันนั่นล่ะ มันคงออกไปสักเดี๋ยวได้หรอก...เราล่ะกินอะไรกันมารึยัง?

ยังค่ะ

อาไร้...ออกไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง นี่จวนจะเย็นแล้วยังไม่หาอะไรกินกันอีก อยู่กันได้ยังไง?

ตาริตทำไมไม่พาน้องหาข้าวกินก่อน? ไม่ไหวเลยนะเรา คุณนายนวลนุชดุหลาน อมฤตนั่งเฉย ชำเลืองมองเธียรขวัญแวบหนึ่ง เจ้าหล่อนเองก็นั่งเงียบเพราะเป็นความผิดของเธอคนเดียว ก่อนออกจากตัวจังหวัดอมฤตชวนแวะเข้าร้านอาหารแล้ว ทว่าเธอปฏิเสธเพราะเหม็นขี้หน้าเขาเต็มทน

รถกระบะของมืดเข้ามาจอดที่ลานบ้าน เสียงเครื่องยนต์ดับลงน้อยหน่าก็วิ่งขึ้นเรือนพลางตะโกนเจื้อยแจ้ว

อาเทียนขา...อาเทียนขา...

เด็กหญิงในชุดอนุบาลเสื้อขาวกระโปรงแดงมีเอี๊ยมกันเปื้อนสีชมพูอ่อนสวมทับกระโดดผลุงขึ้นตักเธียรขวัญ หญิงสาวกางแขนออกรับไว้ พร้อมกับที่ผู้อาวุโสสุดในที่นั้นดุเสียงเขียว

นี่ เบาๆ หน่อยแม่คู้ณ ผลุนผลันเดี๋ยวก็ล้มฟาดพื้นเข้าหรอก สอนกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่งบนเรือนทำไมไม่รู้จักจำเหอะ

น้อยหน่าหน้าจ๋อย เธียรขวัญลูบหลังเบาๆ กระซิบปลอบ

ไม่เป็นไรนะคะ ไหนคนเก่งกลับจากโรงเรียนต้องทำยังไงก่อนเอ่ย? มือเรียวอุ้มน้อยหน่าลงยืนบนพื้นกระดาน เพิ่งเห็นว่าเด็กหญิงอมอะไรบางอย่างไว้ในปาก

อ้าว เอาอมยิ้มมาจากไหนล่ะนั่น?นางเนียมถาม

น้อยหน่าดึงอมยิ้มมาถือ

พ่อซื้อให้ค่ะ

ตามใจกันไม่เข้าเรื่องนางยังดุ

เอาอมยิ้มมาฝากอาเทียนก่อนค่ะ แล้วสวัสดีคุณทวดกับคุณยายก่อนเร้ว เธียรขวัญกระซิบบอก พลางรับอมยิ้มมาจากมือเล็ก

สวัสดีค่ะคุณทวด สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะ... น้อยหน่าอ้ำอึ้งมองอาเทียนทีมองคุณยายที ไม่รู้จะเรียกลุงตัวโตๆ นั้นว่าอะไร

นี่ลุงริตจ้ะ คุณนายนวลนุชแนะนำ

สวัสดีค่ะลุงริต สวัสดีค่ะอาเทียน ยกมือไหว้ย่อเข่าจนครบทุกคนแล้วน้อยหน่าก็ปีนกลับขึ้นนั่งบนตักเธียรขวัญ กระโปรงจีบบานเลิกขึ้นผู้เป็นอาช่วยตะครุบไว้

อุ๊ย โป๊ค่ะ ปิดไว้ก่อน ปิดไว้ก่อน

มือเล็กตะครุบซ้ำ พร้อมกับเสียงใสของทั้งสองหัวเราะเบาๆ

เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วลูก?

น้อยหน่าซุกหน้าเข้าอกเธียรขวัญ อมยิ้มเขิน

คุณยายถามทำไมไม่ตอบคะ?

อนุบาลหนึ่งค่ะ น้อยหน่าผงกหัวขึ้นตอบ ดึงอมยิ้มจากมือเธียรขวัญมาใส่ปากแล้วดึงออก อาเทียนขา น้อยหน่าซื้ออมยิ้มมาฝากอาเทียนด้วยค่ะ

มือเล็กป้อมล้วงลงในกระเป๋าเสื้อกันเปื้อนดึงอมยิ้มสีแดงสดออกมา

นี่ค่ะ

ขอบใจจ้ะ เรียวปากเคลือบลิปสติกสีชมพูดสดคลี่ยิ้มอ่อนหวาน แล้วของคุณทวดล่ะคะ?

น้อยหน่ามีสองอันค่ะ นี่อันนึง แม่หนูชูอมยิ้มที่ดูดค้างอยู่ ให้อาเทียนอันนึง หมดแล้วค่ะ

นางเนียมเมินหน้าออกด้านข้างขณะคุณนายนวลนุชยิ้มเอ็นดู

ติดหนูเทียนมากเลยนะ ขนาดจะกินยังนึกถึง...เฮ้อ เย็นแล้ว โรงเรียนก็เลิกแล้ว เห็นทีต้องขอตัวกลับก่อนล่ะน้าเนียม มารบกวนทั้งวัน ป้ากลับก่อนนะหนูเทียน เออ แล้วนี่เขานัดถ่ายรูปกันวันไหน? ป้าก็ลืมถาม

ถ่ายรูปอะไรคะ? เธียรขวัญงุนงง

อ้าว! ก็รูปชุดแต่งงานไงจ๊ะ

ไม่ได้จองแพคเกจถ่ายภาพไว้ค่ะ

แล้วกัน ทำไมไม่จองซะล่ะ?

ก็...เทียนว่าไม่ต้องถ่ายรูปก็ได้มั้งคะ เธออ้อมแอ้ม

ได้ยังไงกันละจ๊ะ ไม่ถ่ายแล้วจะเอารูปที่ไหนมาตั้งโชว์หน้างาน

เอ่อ คงไม่จำเป็น...

จำเป็นสิลูก ถ่ายไว้จะได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยไม่ดีหรือ เดี๋ยวให้ชุดเสร็จก่อน แล้วป้าจะให้ตาริตมารับหนูไปถ่ายรูปด้วยกันอีกที

ค่ะ เธียรขวัญจำใจตอบรับอย่างเลี่ยงไม่พ้น อุตส่าห์ปฏิเสธทุกแพคเกจที่พนักงานเวดดิ้งนำเสนอ แต่ไม่แคล้วต้องกลับไปถ่ายอยู่ดี ลอบมองชายหนุ่มที่ไหว้ลาเจ้าบ้านแล้วลุกยืน ยังนึกเคืองไม่หาย เธอกับเขาตีกันเกือบตลอดวัน ทั้งในรถและในร้าน แล้วนี่จะให้ไปถ่ายรูปด้วยกันอีก ไม่อยากจะคิดเลย

เธียรขวัญซบหน้าลงบนกลุ่มผมละเอียดนุ่มของน้อยหน่า ไม่มีใครรู้ว่าสีหน้าเธอตอนนี้คล้ายคนอยากร้องไห้เต็มแก่



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น