เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 7 : 06 :: ปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

ตอนที่ ๖ ปะทะ

 

ห้องพิเศษในโรงพยาบาลประจำอำเภอที่ยายเนียมเข้าพัก ได้ต้อนรับแขกคุ้นเคยในเย็นวันนั้น คุณนายนวลนุชมาพร้อมหลานชายซึ่งทำหน้าที่สารถีให้ผู้เป็นป้า ขณะคนทั้งสองเข้ามานางเนียมกำลังนอนหลับ มืดกลับไปตั้งแต่บ่าย เหลือป้าแดงและเธียรขวัญคอยอยู่เฝ้า

อ้าว หวัดดีค่ะคุณนาย มาเยี่ยมน้าเนียมหรือ?ป้าแดงกล่าวทัก

จ้ะ เป็นไงบ้างล่ะ?นางยิ้มน้อยๆ ยกมือรับไหว้เธียรขวัญ ป้าแดงรับของเยี่ยมจากอมฤตนำไปวางบนโต๊ะหัวเตียง

หลับไปสักพักแล้วค่ะ นั่งก่อนสิคุณนาย คุณริต รู้ได้ยังไงคะเนี่ย?

ไปที่บ้านมา มีธุระจะไปคุยกับน้าเนียม เจอมืดกับนุชเลยรู้ นางหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ได้ข่าวว่าล้มหรือ ไปทำอีท่าไหนเข้าถึงล้มลงได้

เธียรขวัญและป้าแดงสบตากันเอง แต่คุณนายไม่ทันสังเกต ยังพูดเจื้อย

คนแก่หกล้มหกลุกนี่น่าห่วงนะแม่แดง โชคดีที่หัวไม่ฟาดพื้น ได้ข่าวมานักต่อนักแล้วพวกล้มแล้วเป็นอัมพาตนอนกระดิกตัวไม่ได้ ต้องคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ยิ่งล้มในห้องน้ำยิ่งน่ากลัว

ก็นี่แหละค่ะบอกให้มาหาหมอตั้งแต่เมื่อวาน แกไม่ยอมมา

อ้อ คนแก่หัวดื้อ คุณนายมองคนป่วยแล้วหัวเราะเบาๆ ลำบากหน่อยนะ

คนแก่หัวดื้อบนเตียงผู้ป่วยขยับตัว

อ้าว ตื่นแล้วหรือน้าเนียม ฉันมาทำเสียงดังรบกวนรึเปล่า?

เปล่า...เปล่า...นอนนานแล้ว ตื่นขึ้นมาบ้างก็ดี เห็นแขกมาเยี่ยมนางจึงพยายามลุกนั่ง ป้าแดงจะขยับเข้าไปช่วยแต่เธียรขวัญจับมือไว้ แล้วไปจัดการเอง นางจึงปล่อยให้ย่าหลานได้ใกล้ชิด

หมุนเตียงดีกว่าค่ะคุณย่า

ยายเนียมยอมนอนนิ่งๆ ครั้นปรับเตียงได้ระดับที่ต้องการเธียรขวัญก็หาหมอนสอดรองหลัง ให้นางนั่งพิงสบายขึ้น

นอนมากๆ ก็เบื่อนะ เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนไม่มีแรงว่าพลางสะบัดแขนไปมาเรียกกำลัง มากันนานแล้วหรือ ตามมาถึงนี่ได้ยังไงล่ะ?

ไปที่บ้านมาจ้ะ เจอมืดกับนุชเขาบอกเลยตามมา มีเรื่องจะไปคุยด้วย... นางชำเลืองมองหลานตัวเอง แล้วมองเธียรขวัญ ก่อนหันมาคุยต่อ เรื่องเด็กๆ น่ะจ้ะ ฉันเพิ่งไปวัดมาเมื่อเช้า หลวงพ่อท่านให้ฤกษ์มาแล้ว ฤกษ์ดีที่เร็วสุดก็อีกสองเดือนข้างหน้า ท่านว่าถ้าพลาดจากฤกษ์นี้ต้องรอไปปีหน้าโน่นแหละถึงจะมีฤกษ์ใหม่

อีกสองเดือนเรอะ?

ยายเนียมชำเลืองหลาน ตั้งแต่มีปากเสียงเมื่อวานนางก็ไม่อยากบังคับใจกันอีก กลัวใจเหลือเกิน หลานนางใจเด็ดเหมือนพ่อมัน ครั้งเจ้าประพนธ์ เพื่อเมียและลูกในท้องเมีย มันยอมหันหลังให้นางมาแล้ว หันหลังให้มรดกของนาง ให้การเรียน ให้อนาคตอันสดใส ยอมไปแต่ตัวไม่เอาอะไรไปสักแดง แล้วนี่เธียรขวัญก็จะหันหลังให้นางอีกคน ท่าเดินอกผายไหล่ตรง คอตั้งหน้าเชิดตอนที่มันหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไปนั้น ยังติดตานางจนเดี๋ยวนี้ เหมือนพ่อมันไม่มีผิด

จ้ะ อีกสองเดือนนี่แหละ เตรียมตัวทันมั้ยหนูเทียน? คุณนายหันไปถามหญิงสาว

เอ่อ...

ก็คงไม่มีอะไรมากหรอกนะ แค่เตรียมตัดชุดเจ้าสาวเท่านั้น ยังไงป้าจะเร่งทางร้านให้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องห่วง ป้าจะจัดการให้ทั้งหมด

เธียรขวัญทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำ คล้ายมีอะไรติดคอ จะกลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก

ตอนไปขอฤกษ์จากหลวงพ่อเจอพี่อิ่มด้วยแน่ะ ป่านนี้ได้คุยฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เห็นท่าจะไม่ต้องเดินแจกการ์ดเองว่าแล้วนางหัวเราะ ขณะยายเนียมและป้าแดงสบตากันด้วยความรู้สึกยุ่งยากใจ ใครๆ ก็รู้ว่า พี่อิ่มปากเป็นโทรโข่งขนาดไหน ลงได้รู้เรื่องอะไรสักนิด อีกประเดี๋ยวเถอะคนอื่นก็ได้รู้กันตลอดย่าน

เธียรขวัญขยับตัวอย่างอึดอัด คุณนายคงสังเกตได้

หนูเทียนอยู่แต่ในนี้ทั้งวันล่ะซี ดูหน้าซีดๆ นะลูก ออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างก็ดี จะได้สดชื่น ห้องเล็กนิดเดียวแล้วดูมาเบียดกันตั้งกี่คน ออกไปเดินเล่นเถอะไป๊ เรื่องงานเรื่องการปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาคุยแล้วจัดการกันเอง

ค่ะ เธียรขวัญกำลังรู้สึกขาดอากาศหายใจจริงๆ และคิดว่าการออกไปเดินเล่นคงทำให้ปลอดโปร่ง ถ้าไม่ได้ยินประโยคหลังของคุณนาย

ริตไปเดินเล่นกับน้องสิ จะได้คุยกันเรื่องร้านตัดชุด

อมฤตซึ่งยืนปักหลักอิงผนังใกล้กับประตูขยับตัว เธียรขวัญชักอยากเปลี่ยนใจไม่ออกไปไหน หนุ่มสาวมองสบตา นัยน์ตาคมกล้าของฝ่ายชายทอประกายท้าทาย และแน่นอน ได้ผลดีทีเดียว เธียรขวัญเชิดหน้าขึ้น ก้าวเท้าตรงสู่ประตู เขาเปิดรอ กระทั่งเธอผ่านไปแล้วจึงสาวเท้าตาม

เธียรขวัญเดินดุ่มๆ ไปตามระเบียงอาคาร ชายหนุ่มทอดขาเอื่อยเฉื่อยตามหลัง กระถางต้นไม้ขนาดกะทัดรัดประดับอยู่ตามขอบระเบียงเป็นแนวห่างกันสม่ำเสมอ อวดดอกสีสดสะพรั่ง แต่มิอาจเรียกความสนใจจากสองหนุ่มสาวให้หันมอง จนกระทั่งมาสุดปลายอาคารด้านนั้น ซึ่งมีบันไดสู่เส้นทางเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับอาคารอีกหลัง ร่างสูงระหงหยุดยืนกอดอก รอจนอีกคนเดินมาใกล้จึงเอ่ยคำพูด

คืนนั้นคุณเข้าไปอยู่ในห้องฉันได้ยังไง? สายตาของคนถามยังทอดมองต้นไม้ใบหญ้านอกอาคาร ไม่สนใจเหลือบแลคู่สนทนาแม้แต่น้อย

แล้วคิดว่าไงล่ะ? คำตอบกลายเป็นคำถามน้ำเสียงยียวน

เจ้าหล่อนหันมาจ้องหน้าทันควัน

ฉันจะคิดอะไรได้ นั่นมันบ้านย่าฉัน ห้องนอนฉัน คุณเจ๋อเข้าไปอยู่ในนั้นได้ยังไง?

นั่นสิ อมฤตยกมือกอดอก ท่าทางไม่ทุกข์ร้อน บ้านย่าคุณ ห้องนอนคุณ ผู้ชายเข้าไปอยู่ในห้องทั้งคนคุณไม่รู้ตัวเลยเหรอ? ...หรือตั้งใจอ่อย?

เขาหรี่ตามองเธอทั้งตัว ตั้งแต่หัวจดเท้า และเท้าจดหัว เธียรขวัญเผลอกรี๊ดออกมาอย่างโมโห

ไอ้บ้า! ใครจะไปอยากอ่อยผู้ชายบ้านนอกอย่างนาย จาก คุณเปลี่ยนเป็น นายในฉับพลัน เธอฉุนจนหน้าเขียวหน้าเหลือง พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้กระโจนเข้าไปตะกุยใบหน้ากวนๆ ของไอ้คนหลงตัวเองที่ยังยืนมองเธออย่างดูแคลน

ถึงไอ้ริตจะบ้านนอกมันก็เลือกผู้หญิงนะขอบอก มายืนแหกปากกรี๊ดๆ แบบนี้ เห็นทีต้องคิดนาน

เธียรขวัญกำมือทั้งสองข้างแน่น เม้มปากสนิทเพื่อระงับเสียงกรี๊ดที่กำลังจะปล่อยออกมาอีกระลอก สูดหายใจฟืดฟาด ก่อนเค้นเสียงพูด

คิดนานเหรอ คิดนานแล้วนายแอบย่องเข้าห้องฉันทำไมไม่ทราบ เฮอะ! เห็นฉันเป็นดาราแล้วคิดจะรวบหัวรวบหางสิท่า เชอะ! ไอ้ผู้ชายบ้านนอกไม่มีปัญญาหาเมีย ทำไม กลัวจะแก่ลงโลงไปก่อนได้แอ้มสาวรึไง ถึงต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ฉันก็ว่าแล้วเชียว มองฉันมาตั้งแต่กลางวัน คงคิดแผนการไว้นานเลยสิท่า

นี่แม่คู้ณ... อมฤตเปลี่ยนจากกอดอกมาเป็นเท้าสะเอวทั้งสองข้าง แม่นางเอกตกกระป๋อง อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ใครจะไปอยากได้กันเหอะ ผ่านมาไม่รู้กี่มือ เขากวาดตามองเธอทั้งตัวอีกคราว สายตาดูถูกไม่ปิดบัง

ไอ้ริตนะไอ้ริต ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ อุตส่าห์หวังดีที่เห็นผู้หญิงน่าสมเพชคนหนึ่งเมาเละตุ้มเปะจะคลานยังไม่มีแรงคลาน เลยสงเคราะห์พาไปส่งที่ห้อง ใครมันจะคิดว่าผลบุญจะกลายเป็นเวรกรรม เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง นี่ยังไม่รู้ว่าต้องเอากระดูกมาแขวนคออีกรึเปล่า

เขามองไปที่หน้าท้องแบนราบของหญิงสาว ราวกับจะส่งสายตาเลเซอร์ทะลุทะลวงเข้าไปให้เห็นข้างใน เหมือนจะรู้โดยสัญชาตญาณ เธียรขวัญรีบใช้สองแขนปิดป้องหน้าท้องไว้ฉับพลัน

พูดแบบนี้หมายความว่าไง?

จะหมายความว่าไงได้ เพิ่งมีข่าวตบตีแย่งผัวกับเขามาไม่ใช่เหรอ ไอ้หมอนั่นมันใส่อะไรไว้ในท้องมั่งมั้ยล่ะ ยายเนียมถึงต้องรีบจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำมาประเคนให้ฉันแบบนี้

กรี๊ด! ไอ้...ไอ้...!” เธียรขวัญปากคอสั่น

ไอ้อะไรไม่ทราบ? อมฤตลอยหน้าถาม

หญิงสาวโกรธจนหูอื้อตาลาย หันมองรอบตัวแล้วฉวยคว้ากระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้มือสุด

เฮ้ย! นี่เธอ!”

ไอ้ปากเสีย!” เธอจับมันทุ่มโดยไม่เสียเวลาคิด

ผลั้วะ!

โอ๊ย!” อมฤตยกมือขึ้นกุมหน้าผากโดยอัตโนมัติ ของเหลวขุ่นคลักที่ไหลไปตามลำแขนแล้วหยดลงตรงปลายข้อศอกทำให้เขาต้องสะบัดมือข้างนั้น

ยัยบ้าเอ๊ย เสียงเข่นเขี้ยวดังลอดไรฟัน ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองคู่กรณี เธอยังยืนเท้าสะเอวมองเขานิ่งอยู่ โดยไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำ

อุ๊ย! เกิดอะไรขึ้นคะ? นางพยาบาลซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในห้องใกล้ๆ กันโผล่หน้าออกมาดู

คำถามของเธอไม่ได้รับการตอบสนอง นอกจากหนุ่มสาวทั้งสองมองเธอแล้วหันกลับมาจ้องมองกันเองด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุณอย่างไม่มีใครยอมใคร

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา อมฤตก็เดินกุมหัวตีหน้ายุ่งออกจากช่องจ่ายยา ใกล้ตีนผมมีผ้าพันแผลปิดไว้เป็นทางยาว เขาเพิ่งให้หมอเจาะหนังหัวไปห้าเข็ม นี่ขนาดว่าเบี่ยงหลบแล้วยังโดนขนาดนี้ ถ้าไหวตัวไม่ทันมีหวังคงได้เข้าไปนอนในห้องดับจิต

อมฤตหลับตา รู้สึกปวดตุบๆ และมึนหัวชอบกล คงเป็นอาการข้างเคียงจากการเสียเลือดมาก ตอนทำแผลนางพยาบาลยังตกใจที่เห็นเลือดเขาออกเยอะขนาดนั้น เยอะขนาดไหลลงตามขมับหยดเปรอะเปื้อนเสื้อ ไอ้เขาก็ดันทะลึ่งใส่เสื้อยืดสีขาวมาด้วย ยังไม่รู้ว่าจะตอบคำถามผู้ใหญ่ในห้องนั้นอย่างไร เห็นจะตกอกตกใจกันเป็นแน่

นายต้องบอกย่าฉันว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อมฤตปรายตามองคนข้างหลัง รำคาญเสียงแว้ดๆ ของเธอเหลือทน ใบหน้าเขาจึงบูดสนิท ไม่มีกะจิตกะใจคุยอะไรทั้งสิ้น

นี่ ได้ยินมั้ย ฉันบอกว่านายต้องบอกย่าฉันว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะได้ยกเลิกงานแต่งงี่เง่านี้ซะ

คิดว่ามันง่ายอย่างงั้นเหรอแม่คุณ?

อุ๊ย! ไอ้บ้า จะหันมาทำไมไม่บอก เธียรขวัญผลักอกชายหนุ่มเต็มแรง จนเขาเซไปด้านหลัง ครั้นตั้งหลักได้อมฤตก็ยืนกุมขมับ มืออีกข้างที่ถือถุงยายกขึ้นเท้าสะเอว สีหน้าบึ้งตึง

เดินตามมาก็หัดดูตาม้าตาเรือซะมั่ง ชนเองแล้วยังมาโทษคนอื่น

ก็ใครไปรู้เล่าว่านายจะหยุดขึ้นมาดื้อๆ เธอสวนกลับไม่ลดละ

อมฤตถอนฉุน ทั้งปวดและมึนหัวจนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอเลย

ทำไมนายไม่บอกผู้ใหญ่ว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้พวกเขาคิดจัดงานแต่งกันได้ยังไง? เธียรขวัญเอาเรื่องไม่เลิก

เธอคิดว่าบอกไปใครเขาจะเชื่อเหอะ ฉันนอนอยู่ในห้องร่วมเตียงเดียวกับเธอทั้งคืน ยายเนียมก็เห็นเต็มสองลูกตา ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องหับมิดชิดแบบนั้น ต่อให้แหกปากปฏิเสธยังไงแมวที่ไหนมันจะไปเชื่อ เขาจะหาว่าไอ้ริตขี้รดหลังคาแล้วไม่ยอมเช็ดให้ปะไร

ถึงงั้นก็เถอะ นายก็ควรรับผิดชอบอะไรบ้าง ไม่ใช่หายหัวไปเฉยๆ

อมฤตเข่นเขี้ยว

นี่ยัยปากดี ไอ้ที่ฉันต้องสละโสดทำหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวให้เธอเนี่ย ยังจะไม่รับผิดชอบอะไรอีก เหอะ? เขามองเธอตาขวาง ครู่หนึ่งจึงถอนหายใจ บ่นพึมพำ อะไรมันจะซวยขนาดนี้ อยู่ดีไม่ว่าดีก็มีนังมารมาเป็นเจ้าสาว กามเทพตาถั่วแผลงศรให้ผิดตัวรึไงวะ

นายว่าอะไรนะ?

เปล่านี่ ว่าแล้วก็หันหลังเดินไปตามระเบียง

นี่นายจะไปไหน ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้ นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ร่างโปร่งระหงรีบปรี่เข้าไปดึงแขนเขาให้หันมาคุยด้วย พยาบาลเดินออกมาจากห้องใกล้ๆ ทั้งคู่จึงชะงัก รอจนเธอเดินผ่านไปไกลพอควรก็หันมาขึงตาจ้องมองกันอีกรอบ

จะเอายังไงหึ?

ฉันไม่อยากแต่งงานกับนาย

แล้วคิดว่าฉันอยากแต่งนักเรอะ แต่เรื่องมันเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ จะทำอะไรได้นอกจากปล่อยเลยตามเลย

นายมันพูดเอาแต่ได้นี่ จะเลยตามเลยได้ยังไงก็ฉันไม่อยากแต่งงานกับนาย พูดไม่รู้เรื่องรึไง?

เหอะน่า แต่งไปก่อน แต่งวันนี้พรุ่งนี้ค่อยหย่ายังได้ ฉันขี้เกียจคุยกับเธอแล้ว อมฤตหันหลังเดินอีกครั้ง มือข้างหนึ่งยังกุมขมับ ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายและรำคาญเธอเต็มที

เธียรขวัญยอมรามือ ยืนกรอกตาให้กับวิธีแก้ปัญหาของเขา แต่งวันนี้พรุ่งนี้ค่อยหย่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่สิ้นคิดจริงๆ สงสัยจะโดนกระถางกระแทกจนปัญญาเสื่อมไปแล้ว

 

ไม่ผิดจากที่อมฤตคิดไว้ แค่เปิดประตูเข้ามาในห้อง ผู้ใหญ่ทั้งสามก็ตกอกตกใจไปตามๆ กัน

ตายแล้วตาริต! ไปโดนอะไรมานั่น ดูซิ เลือดทั้งนั้น นี่ขนาดหัวร้างข้างแตกมาเชียวหรือ? คุณนายนวลนุชร้องถามเสียงหลง แทบควานหายาดมขึ้นมาสูด

ไม่มีอะไรหรอกครับ อมฤตนั่งลงบนโซฟาข้างคุณนาย เอนกายพิงศีรษะกับพนักแล้วหลับตาลงเพื่อคลายอาการปวดมึน

เธียรขวัญเปิดประตูเข้ามาทีหลัง คนที่เหลือจึงหันไปมองเป็นตาเดียว เธอยิ้มจืด

พ่อริตไปโดนอะไรมาเหอะแม่เทียน ทำไมเลือดโชกมาขนาดนี้? ยายเนียมซัก

เอาหัวไปโหม่งกับกระถางต้นไม้นอกระเบียงมาน่ะค่ะ

ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้เหอะตาริต เดินยังไงให้หัวไปโขกกระถาง? คุณนายหันมาบ่น ขณะชายหนุ่มมองเธียรขวัญอย่างคาดโทษ แต่เจ้าหล่อนแอบยิ้มเยาะเย้ย แถมยังเลิกคิ้วยั่วอีก

แล้วนี่เป็นไงบ้าง หาหมอขอหยูกยามาแล้วใช่มั้ย?

ครับ ให้หมอทำแผล ได้ยามากิน ขณะพูดก็ยกถุงยาให้ดู แล้ววางกลับบนโซฟาหลับตาลงเช่นเดิม

ฟังว่าหาหมอมาแล้วคุณนายก็ค่อยเบาใจ

เป็นไงจ๊ะหนูเทียน ตกลงคุยกับตาริตเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยลูก จะไปตัดชุดกันร้านไหน วันไหนยังไง?

เอ่อ... เธียรขวัญชำเลืองไปยังอมฤตก็เห็นว่าเขายังนั่งพิงพนักหลับตาอย่างไม่รู้ไม่ชี้ ให้นึกเคืองตัวก่อเรื่องอย่างไม่มีวันหาย มันน่าซัดให้สักตุ้บ

ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยค่ะ

อ้าว ออกไปกันตั้งนานสองนาน ยังไม่คุยกันให้เรียบร้อยอีกเรอะ?

กำลังจะคุยแต่คุณริตเอาหัวไปโหม่งกระถางเข้าซะก่อน เลยไม่ทันได้คุย

เสียงกระแอมกระไอคล้ายมีอะไรติดคอดังมาจากคนนั่งหลับตา

งั้นก็ไม่เป็นไร ป้ามีร้านคนรู้จักอยู่ในตัวจังหวัด รับรองฝีมือเขาดี ถ้าไม่ถูกใจยังไงให้เขาส่งแบบชุดจากกรุงเทพฯ มาให้เลือกได้ เดี๋ยวป้าจะนัดวันให้ แล้วค่อยให้ตาริตไปรับหนูที่บ้านไปเลือกแบบด้วยกัน

เธียรขวัญเหลือบไปทางย่าแต่นางมองเมินไปด้านอื่น คล้ายว่าไม่สนใจเรื่องราวของเธอ ป้าแดงก็ยืนยิ้มให้กำลังใจ ไม่มีใครจะช่วยเธอได้สักคน สุดท้ายจำต้องรับคำคุณนายนวลนุชอย่างเลี่ยงไม่พ้น

ค่ะ...

เธอคงไม่รู้หรอกว่าคำตอบสั้นๆ นั้น ทำให้คนซึ่งแกล้งไม่สนใจเผลอยิ้มออกมาด้วยความยินดี แท้จริงแล้วนางเนียมนอนลุ้นจนตัวเกร็ง กลัวหลานสาวประกาศล้มเลิกงานแต่งด้วยตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนั้นนางคงไม่มีปัญญาพอจะทัดทาน ก็ดูรึ ขนาดประกาศตัดย่าตัดหลานมันยังไม่กลัวด้วยซ้ำ เดินหิ้วกระเป๋าเชิดหน้าออกไปอย่างไม่แคร์อะไรสักนิด

เมื่อแรกที่เห็นผู้ชายนอนอยู่ในห้องหลานสาว นางโกรธจนตัวสั่น แทบจะหาไม้มาฟาดให้เลือดอาบ ด้วยค่านิยมฝังหัว การชิงสุกก่อนห่ามเป็นเรื่องบัดสียากจะยอมรับ โชคดีที่ฝ่ายชายยังมีแก่ใจคิดรับผิดชอบ และไหนๆ มันก็ได้เสียกันแล้ว แต่งกันไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว จะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้าน แต่เมื่อทะเลาะกันจนกระทั่งเธียรขวัญหิ้วกระเป๋าลงจากเรือนไปโดยไม่แคร์อะไร ทำให้นางได้คิด ถ้าเธียรขวัญแต่งงานก็เท่ากับมัดเธอให้ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ และยิ่งผู้ชายคนนั้นเป็นอมฤตด้วยแล้ว เขาแข็งพอที่จะเอาหลานดื้อๆ ของนางอยู่มือ

การแต่งงานในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเธียรขวัญพาผู้ชายเข้าห้อง แต่ยังมีความปรารถนาที่ลึกล้ำของยายเนียมรวมอยู่ด้วย

คุณนายขอตัวกลับหลังจากนั่งคุยต่ออีกไม่นาน ก่อนกลับยังห่วงใย

แล้วนี่ใครจะอยู่เฝ้า หรืออยู่กันทั้งสองคน?

ไม่ล่ะคุณนาย ฉันอยู่เองได้ อีกเดี๋ยวคุณเทียนก็กลับแล้ว

งั้นกลับพร้อมป้าเลยมั้ยหนูเทียน ให้ตาริตแวะไปส่งที่บ้าน

ขอบคุณค่ะคุณป้า แต่เทียนว่าจะอยู่รอพี่มืด อีกเดี๋ยวก็คงเอาปิ่นโตกับของใช้ของป้าแดงมาให้

อ้อ...อย่างนั้นเรอะ งั้นป้ากลับก่อนล่ะนะ

ค่ะ

คุณเทียนออกไปส่งคุณนายกับคุณริตหน่อยสิคะ ป้าแดงบอกพลางดันหลังหญิงสาวให้เดินตามคนทั้งสองออกไป

ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปส่งหรอก แค่นี้ไปกันเองได้

เกรงใจคุณนาย อุตส่าห์มาเยี่ยมแล้วยังนั่งคุยอยู่ด้วยตั้งนาน ให้คุณเทียนออกไปส่งเถอะ

ป้าแดงพยักหน้าให้เธียรขวัญ พลางดันหลังเธอออกมานอกห้องจนได้

ป้าดีใจนะที่จะได้หนูเทียนมาเป็นหลานสะใภ้ คุณนายกล่าวขณะเดินไปตามทางระเบียงด้วยกัน หลานชายของคุณนายเดินนำอยู่ข้างหน้า

เธียรขวัญยิ้มบางๆ รู้สึกว่าท่าทางของคุณนายในวันนี้กลับไปเป็นเหมือนวันแรกที่ได้เจอกัน เป็นกันเองและให้ความเอ็นดูเธอเช่นเดิม ไม่อิหลักอิเหลื่อเหมือนกับที่ได้เจอกันเมื่อวานนี้ เดินคุยกันไม่นาน ทั้งหมดก็มาถึงรถกระบะสมาร์ทแค็บซึ่งจอดอยู่ใต้ร่มประดู่ข้างอาคาร

ขอบใจมากนะหนูเทียน อุตส่าห์เดินมาส่ง

ไม่เป็นไรค่ะ เทียนเองก็ต้องขอบคุณคุณป้าด้วยเช่นกันที่อุตส่าห์มาเยี่ยมคุณย่า เธียรขวัญประนมมือไหว้

งั้นป้ากลับล่ะนะ

อมฤตยืนรออยู่ฝั่งประตูด้านคนขับแล้ว เธียรขวัญจึงช่วยเปิดประตูให้คุณนายขึ้นนั่ง พลางนึกค่อนขอดชายหนุ่มที่ไม่คอยบริการป้าตัวเอง และยืนกอดอกมองจนรถกระบะคันนั้นขับพ้นไปจากสายตา

ในรถ คุณนายมองกระจกส่องข้างแล้วเปรยกับหลานชาย

ดูๆ ไปหนูเทียนก็น่ารักดีนะ

อย่าไปหลงรูปเชียวนะป้า เขากล่าวอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ยัยนั่นน่ะนางมารชัดๆ

อะไรกันตาริต ไปว่าเขา นางปราม เรายังไม่รู้ว่าเนื้อแท้เขาเป็นคนยังไง แต่เท่าที่ดูป้าว่าใช้ได้นะ หลังตรงไหล่ตั้ง ท่าทางเชื่อมั่น หยิ่งทะนงในตัวเอง แต่ไม่แข็งกระด้างจนขาดการอ่อนน้อม ผู้หญิงอย่างนี้เหมาะจะเดินเคียงไปกับผู้ชาย คอยเป็นคู่คิด ไม่เหมาะจะเดินตามใคร

นางวิจารณ์ไปตามที่เห็นและรู้สึก ลึกๆ ก็นิยมเธียรขวัญอยู่ไม่น้อย ตอนแรกที่รู้ว่าหลานชายไปนอนกับเธอ นางไม่ชอบใจอยู่หรอก เสี้ยวหนึ่งอดตำหนิไม่ได้ว่าเป็นผู้หญิงอะไรถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างนั้น กระทั่งระแวงไปว่าเธอจะวางแผนจับหลานชายนาง แต่เมื่อกลับจากบ้านยายเนียมเมื่อวานนี้ แล้วสืบสาวราวเรื่องกันใหม่อีกรอบ จนได้รู้ว่าที่แท้ไม่มีอะไรในกอไผ่ ยัยหนูนั่นแค่เมา และอมฤตหวังดีพาไปส่งในห้อง แล้วเผลอนอนหลับไปด้วย นางก็มองเธียรขวัญดีขึ้น ถึงจะน่าตำหนิเรื่องของมึนเมา แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้วางแผนจับหลานชายนาง

ครั้นจะให้ยกเลิกงานแต่ง มันบานปลายเลยเถิดไปเสียแล้ว ฝ่ายนางเป็นผู้ชายให้อย่างไรก็ไม่เสียหาย แต่ฝ่ายโน้นเป็นผู้หญิง นางพูดอะไรไปประเดี๋ยวเขาจะหาว่าเข้าข้างหลานเพื่อปัดสวะให้พ้นตัว

อมฤตเลี้ยวรถออกถนนใหญ่

พูดแบบนี้ป้าชอบเขาแล้วสิ นี่ เขาละมือข้างหนึ่งชี้ศีรษะตัวเอง ป้าเห็นแผลที่หัวผมมั้ย? เลือดโชกมาแบบนี้ก็ฝีมือยัยนั่นคนเดียว

ไฮ้...!” คุณนายอุทาน แล้วหัวเราะร่วน เราไปพูดอะไรไม่เข้าหูเขารึเปล่า?

โธ่...ป้า ถามอย่างงี้แสดงว่าเข้าข้างยัยนั่นเต็มประตู ผมเป็นหลานนะ

ก็เพราะเป็นหลานไง ถึงอยากสมน้ำหน้า ปากแกมันดีน้อยอยู่หรือ โดนซะมั่งก็สมควร

ป้าก็... หลานชายโอดครวญ แต่ผู้เป็นป้ายิ้ม

บอกแล้วว่ายัยหนูนั่นไม่ยอมใคร แล้วเป็นไง ทีนี้เชื่อรึยัง ดีล่ะ คนแบบนี้แหละเหมาะจะเป็นหลานสะใภ้ป้า แหมถูกใจจริงๆ

อมฤตมองคุณนายแล้วส่ายหัว ดูท่าป้าเขาจะเป็นเอามาก นางน่าจะได้เห็นท่าทางแว้ดๆ เท้าสะเอวเถียงฉอดๆ ของเธอ อยากรู้ ยังจะปลื้มลงอีกมั้ย?!

 


เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #4 Kanokwan Ruenarom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:17

    อ่านเล่มหนังสือแล้ว อ่าน E-Book แล้ว แต่ก็ยังตามอ่านใน Dek-D อีกด้วย

    #4
    1
    • #4-1 MU @ Club(จากตอนที่ 7)
      14 มิถุนายน 2562 / 22:37

      ทีมเดียวกันจร้า....
      #4-1