เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 6 : 05 :: ย่า - หลาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    4 พ.ค. 62

ตอนที่ ๕ ย่า - หลาน

 

เทียนไม่แต่ง! ยังไงก็ไม่แต่ง คุณย่าไม่มีสิทธิ์มาบังคับเรื่องนี้เสียงหญิงสาวประกาศกร้าวหลังฟังประกาศิตผู้เป็นย่า นายนั่นเป็นใคร จู่ๆ จะให้เทียนไปแต่งงานด้วย ใครจะยอม

แล้วจะให้เขาเจาะข้างในฟรีๆ งั้นเรอะนังเทียน?! อย่าเอานิสัยเก่าๆ มาใช้ที่นี่เชียว อยู่กรุงเทพฯ แกจะทำระยำตำบอนยังไงไม่มีใครว่า แต่ที่นี่แค่กระดิกตัวหน่อยเดียวคนเขาก็รู้กันทั่ว เมื่อวานตอนตาริตออกจากห้องนอนแก คิดว่านอกจากคนในบ้านแล้วจะไม่มีใครรู้รึไง พวกที่มาช่วยเก็บของยังอยู่กันครึก ป่านนี้ได้คุยฟุ้งเป็นไฟลามทุ่งไปแล้ว ว่าหลานนังเนียมมันร่าน ขนาดมีงานบุญที่บ้านมันยังพาผู้ชายเข้าห้อง ฮึ! สมใจแกมั้ยล่ะ?!”

ใครจะพูดยังไงก็ช่างสิ เทียนไม่แคร์

แกไม่อายแต่ข้าอาย ขนาดออกไปแค่หน้าบ้านยังอยากหาปี๊บมาคลุมหัว ฮึ! นังเอื้อมพรมันมีปัญญาเลี้ยงลูกมาได้แค่นี้เองเรอะ เลี้ยงให้ลูกมันใจแตก มั่วผู้ชายไม่เลือก...อ้อ ใช่สิ แม่แกมันก็ใจแตกเหมือนกัน มีผัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เชื้อมันเลยไม่ทิ้งแถว

อย่ามาว่าแม่เทียนแบบนี้นะ!” เธอไม่เคยขึ้นเสียงกับย่ามาก่อน แต่ด่ากระทบไปถึงบุพการีก็เหลือจะทน

ทำไมข้าจะว่าไม่ได้ แกเองก็เถอะ ตอนยังเรียนหนังสือก็รอดูน้ำหน้าอยู่เหมือนกันว่าจะท้องโย้ไปก่อนรึเปล่า ดีที่เรียนจบมาได้ ไม่งั้นก็คงคิดว่าสันดานเดียวกับแม่มันนั่นล่ะ

นัยน์ตาเธียรขวัญแดงก่ำ แสนโกรธ แสนเจ็บแค้น ไม่เคยคิดว่าความเจ็บปวดอัดอั้นตันใจใดจะมากมายเท่านี้ เท่ากับที่ผู้เป็นย่ากำลังประณามหยามเหยียดเธอกับแม่

คุณนายจะหาฤกษ์แต่งมาให้ แกมีหน้าที่แค่เตรียมตัวเข้าพิธีกับพ่อริตเท่านั้น แล้วอย่าคิดว่าจะขัดคำสั่งข้าได้

เทียนไม่แต่ง! ยังไงก็ไม่แต่ง คุณย่าก็อย่าคิดว่าจะบังคับกันได้ ใครอยากจัดงานแต่งก็เข้าพิธีกันเอง อย่าเอาเทียนไปเกี่ยวด้วย

ฮึ! ไม่ให้เอาไปเกี่ยวแล้วแกไปนอนแผ่ให้เขาเจาะทำไม ผู้ชายเขาดียังมีน้ำใจรับผิดชอบ อย่ามาทำเป็นผู้หญิงมักง่ายหน่อยเลย แกไม่แต่งข้านี่แหละจะลากเข้าพิธีเอง

เธียรขวัญมองผู้เป็นย่านิ่ง มองอย่างที่คงไม่มีหลานคนใดจะมองย่าของตนได้เช่นนี้ แล้วแววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว ไม่สะทกสะท้าน เอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ

ถ้าคุณย่าอยากขายหน้าในวันแต่งก็เอาเลยค่ะ จะทำอะไรก็เชิญ แต่หลังงานแต่งไปแล้ว แค่ปี๊บคลุมหัวคงไม่พอให้คุณย่าหนีอาย

นี่เอ็งจะแข็งข้อกับข้าเรอะนังเทียน?!” นางโมโหจนหน้าเขียว น่ากลัวว่าเส้นเลือดในสมองจะแตกได้ ในเมื่อข้าหาสิ่งดีๆ ให้แต่แกยังไม่เห็นค่า ก็ดี ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง จะไสหัวไปไหนก็ไปเลยไป้ ข้าจะนึกว่าไม่มีหลานไว้ฝากผีฝากไข้ ลูกหลานข้ามันกุดแค่ไอ้ประพนธ์ที่ลงโลงไปแล้ว แกจะไปไหนก็ไปเลย เก็บผ้าเก็บผ่อนออกไปจากบ้านข้า แล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าย่า เพราะข้าไม่มีหลานอย่างเอ็ง!”

เธียรขวัญยืนอึ้ง ริมฝีปากเผยอ มองผู้เป็นย่าอย่างคาดไม่ถึง และก่อนที่น้ำตาจะไหลลามเธอรีบผละวิ่งเข้าห้องนอน กระแทกประตูปิดปังใหญ่

สามคนที่นั่งอยู่ใต้ถุนเรือนสะดุ้งไปตามๆ กัน มองหน้ากันไปมา สีหน้าแต่ละคนไม่สู้ดี ตั้งแต่คุณนายและหลานชายกลับไปแล้ว นางเนียมก็เรียกหลานสาวขึ้นไปคุย แล้วเสียงพูดคุยที่บอกว่าต่างใส่อารมณ์กันไม่ยั้งก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน ผู้คอยฟังอยู่ข้างล่างอกสั่นหวั่นไหวกันไปหมด

แม่ขึ้นไปดูสักหน่อย ป้าแดงบอก แล้วขยับลุกไปทางบันได

ที่บนเรือน ยายเนียมนั่งหน้าเคร่งอยู่บนตั่งไม้เตี้ยๆ ข้างหน้าต่าง เหลือบมองเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมา

มีอะไรเรอะแม่แดง?

เปล่าจ้ะ ฉันขึ้นมาดู...

ข้าไม่เป็นไร นางบอกหลังจากอีกฝ่ายหยุดพูดไปเฉยๆ เอ็งไปดูนังเทียนเถอะ มันวิ่งเข้าห้องไปไม่รู้เป็นไงมั่ง

ป้าแดงลอบถอนใจ ถึงอย่างไรยายเนียมก็ยังรักยังห่วงหลาน ไม่รู้จะมีทิฐิกันไปถึงไหน

 

เธียรขวัญทรุดกองอยู่หลังประตูบานนั้น กอดเข่าซบสะอื้นจนไหล่ไหวโยน เสียงเคาะประตูและเสียงร้องเรียกที่หน้าห้องไม่ทำให้เธอขยับเขยื้อนหรือขานตอบ จนครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็รามือไปเอง

เมื่อปล่อยให้ความเสียใจถั่งโถมมานานพอ เธียรขวัญแหงนพิงศีรษะกับบานประตู น้ำตายังไม่เหือดหาย มือบางยกขึ้นปาดเช็ด สูดน้ำมูกลึก ถามตัวเองว่าเธอมาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ มันไม่ใช่ที่สำหรับเธอ ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ที่ที่เธอควรอยู่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วเธอยังกลับมาเพื่ออะไร?

เรียวปากขยับแย้มขณะน้ำตารินไหล ยิ้มให้กับเรื่องขมขื่น ยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเองในรอบหนึ่งเดือนมานี้ ตั้งแต่คนรักนอกใจ มีข่าวฉาว งานหดหาย นอนกับผู้ชายแบบไม่รู้ตัว และโดนย่าแท้ๆ ไล่ออกจากบ้าน ชีวิตยังมีอะไรบัดซบกว่านี้อีก?

เธอเค้นเสียงหัวเราะขมขื่น เจ้าของบ้านเขาไล่แล้ว เขาตัดเยื่อขาดใย ญาติคนเดียวที่เหลือกลับไม่มีให้เหลือ ต่อไปนี้เธอจะเป็นคนไร้ญาติอย่างแท้จริง

เธียรขวัญปาดน้ำตาอีกครั้ง สูดหายใจอีกที แล้วลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าปลดเสื้อที่แขวนอยู่ในตู้ยัดลงกระเป๋า ในเมื่อเขาไล่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อให้เขาชังน้ำหน้าไปมากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นเจ้าสาวของงานแต่งบ้าๆ นั่น เธอไม่รู้เรื่องรู้ราว และมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะฉะนั้นจะอยู่รับผิดชอบทำไมให้เปลืองตัว

เธียรขวัญในชุดพร้อมสำหรับเดินทางหิ้วกระเป๋าออกจากห้อง ผ่านยายเนียมซึ่งยังนั่งอยู่บนตั่งเตี้ยตัวเดิม เธอหยุดยกมือไหว้

เทียนกราบลาค่ะ

ผู้มากวัยมองตาค้าง นี่แกจะไปไหนแม่เทียน?

กลับกรุงเทพฯ

นี่แก!... หญิงชราปากคอสั่น โกรธ ใจหาย ผสมปนเป เธียรขวัญใจเด็ดเกินกว่าที่นางคิด นังหลานทรพี ไปเลย แกจะไปไหนก็ไปเลย คำกล่าวไม่ได้ดังไปกว่าเสียงพูดธรรมดา ทว่าดุดันและแข็งกร้าว

เธียรขวัญก็ใจแข็งพอกัน เธอไม่กล่าวคำใดนอกจากหิ้วกระเป๋าเดินลงจากเรือน

ป้าแดงกับพี่มืดล่ะคะพี่นุช?

นุชละสายตาจากน้อยหน่า

อ้าว คุณเทียนจะไหนคะนั่น?

กลับกรุงเทพฯ ค่ะ

คุณเทียนจะไปไหนคะ? ป้าแดงโผล่มาถามอีกคน

กลับกรุงเทพฯ ค่ะป้าแดง เทียนลานะคะ เธอยกมือไหว้ พี่มืดไม่อยู่หรือคะเนี่ย? งั้นเทียนฝากลาด้วยเลย

แล้วจะไปยังไงกันคะ?

เดี๋ยวเดินไปรอสองแถวที่ศาลาก็ได้ แล้วค่อยต่อรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ

บอกคุณย่ารึยัง?คำถามทั้งคาดหวังและหวั่นในคราวเดียว

บอกแล้ว เทียนลานะคะ ปลายเสียงสั่นจนรู้สึก เธอเดินเข้าไปหาน้อยหน่าซึ่งยังนั่งเล่นตุ๊กตา ไม่รับรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่ น้อยหน่าคะ อาเทียนไปแล้วนะ

หญิงสาวก้มลงไปจูบแก้มนิ่มของเด็กหญิง

อาเทียนจะไปไหนคะ?

กลับกรุงเทพฯ ค่ะ น้อยหน่าต้องเป็นเด็กดีนะลูก

น้อยหน่าไปด้วยได้มั้ย?

ถ้าน้อยหน่าไปแล้วใครจะอยู่กับย่ากับคุณทวดล่ะคะ?

เด็กหญิงทำท่าคิด พ่อกับแม่อยู่แล้ว

แล้วน้อยหน่าไม่คิดถึงพ่อกับแม่หรือคะ?

น้อยหน่าไปแป๊บเดียว

คำพูดไร้เดียงสาของเด็กเรียกรอยยิ้มหมองๆ แต้มบนเรียวปากของเธียรขวัญ

น้อยหน่าไปไม่ได้หรอกค่ะ อาเทียนไปนาน

ไม่รู้เพราะคำว่า น้อยหน่าไปไม่ได้หรือคำว่า อาเทียนไปนานกันแน่ ที่ทำให้น้อยหน่าหน้างอ แต่แล้วเด็กหญิงก็กอดอาสาว

อาเทียนรีบกลับมาไวๆ นะคะ น้อยหน่าคิดถึง อาเทียนอย่าลืมซื้อขนมมาฝากน้อยหน่าด้วย เอาเยอะๆ เลย เจ้าตัวน้อยกางมือออกกว้าง บอกให้รู้ว่าเยอะๆ ของตนนั้นขนาดไหน

กระบอกตาหญิงสาวร้อนผ่าว น้ำอุ่นๆ ทำท่าจะหยด เธอกอดน้อยหน่าแน่น จูบแก้มนิ่มเป็นพวงนั้นอีกที อาทิตย์กว่าๆ ที่อยู่นี่ถ้าตัดเรื่องระหว่างเธอกับย่าออกไปแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามีความสุขไม่น้อยเลยล่ะ โดยเฉพาะน้อยหน่าเพื่อนเล่นวัยกระเตาะที่เหมือนจะเป็นเด็กหญิงขี้อายเมื่อคราแรกเจอ แต่พอคุ้นเคยกันแล้ว หนูน้อยก็ติดเธอเป็นตังเม ทำให้เธอยิ้ม หัวเราะกับความไร้เดียงสาน่ารักน่าชังได้ง่ายๆ

เธียรขวัญยิ้มให้เด็กหญิง ลำคอตีบตันจนไม่มีคำกล่าวใดจะเล็ดลอด น้อยหน่ายังโบกมือให้หยอยๆ แต่เมื่อหันหลังออกเดินแล้วเธอก็ไม่หันกลับไปมองอีก

ร่างสูงระหงหิ้วกระเป๋าเดินไปไม่ทันพ้นเขตลานบ้าน ได้ยินเสียงป้าแดงหวีดร้องเรียกชื่อยายเนียมลั่น เธียรขวัญหันกลับไปมองทันได้เห็นผู้เป็นย่าล้มลงนอนกองบนชานระเบียงนั้นเอง ที่หน้าเรือนป้าแดงกำลังลุกลนวิ่งขึ้นบันได ขณะนุชอุ้มลูกวิ่งตามออกมาดู

หญิงสาวตกตะลึง ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งอยากพาเท้ากลับไปดู แต่อีกใจแข็งขืน เหนี่ยวขาไม่ให้ขยับ เธอหันหน้าสู่ถนน หลับตาสูดหายใจลึก หูแว่วยินเสียงป้าแดงร้องเรียกเธอให้กลับไปดูย่า ทว่าเธียรขวัญก็ยังยืนนิ่ง ปล่อยหยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ตัดสินใจไม่ได้ว่าเธอควรเดินหน้าหรือว่าหันหลังกลับ

 

ป้าแดงกับนุชช่วยกันหามยายเนียมมานอนบนตั่งไม้ในเรือน เปิดหน้าต่างออกกว้างให้อากาศถ่ายเท นุชบีบนวดและโบกพัดลม ส่วนป้าแดงคว้าเชี่ยนหมากมาคุ้ยหายาดม พิมเสนน้ำ นำมาจ่อใกล้จมูกของหญิงสูงวัย

เธียรขวัญวางกระเป๋าไว้บนชานข้างประตู ก่อนเข้ามาดูอาการผู้เป็นย่า ป้าแดงยิ้มเมื่อเห็นเธอ

จู่ๆ ก็ล้มตึง จะเป็นอะไรไปรึเปล่าก็ไม่รู้ แกไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เป็นลมเป็นแล้งก็ไม่เคยเป็น นางรีบบอก ปากคอยังสั่น เจ้ามืดไปเสียนาน ถ้าอยู่จะได้ช่วยกัน เผื่อมีอะไรหนักได้พาแกไปหาหมอทัน

เธียรขวัญรับพัดจากมือนุชมาช่วยโบก ปล่อยให้นุชบีบนวดอย่างเดียว

คุณทวดเป็นอะไรคะ? เสียงใสๆ ของน้อยหน่าถาม พลางเข้ามากอดแขนเธียรขวัญ สีหน้าของเด็กหญิงยังมีอาการตกใจ เธอโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง พูดปลอบ

คุณทวดไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ฟื้นแล้ว

ครู่ใหญ่ต่อมาใบหน้าที่ซีดเซียวของหญิงชราค่อยมีสีสันขึ้น

แม่นุชไปละลายยาหอมมาให้คุณยายหน่อย แกฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยให้กิน

เทียนไปเองค่ะ อยู่ไหนล่ะคะ?

วางไว้ในตู้ยาน่ะค่ะคุณเทียน ละลายกับน้ำอุ่นนะคะ

เธียรขวัญปล่อยน้อยหน่าออกจากอ้อมแขนแล้วลุกไปหายาให้ย่า

ยายเนียมฟื้นหลังจากนั้นไม่นาน นางพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ป้าแดงรั้งให้นอนสูดยาดมอีกครู่ แล้วค่อยๆ สอดหมอนขวานเข้าหลังให้นางนั่งเอนกาย

แม่เทียนล่ะแม่แดง? คนแรกที่นางนึกถึงและถามหาไม่ใช่ใครอื่น มันไปแล้วใช่มั้ย?

เสียงของนางสั่น หยาดน้ำตาไหลลงมาตามร่องแก้ม นางควานมือหาผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บอยู่ชายพกขึ้นซับ

คนที่ยืนแอบอยู่ข้างตู้ไม้ในห้องนั้นหัวใจไหวโยน เธอเข้ามาตั้งแต่ผู้เป็นย่าเริ่มฟื้น แต่ยังไม่พร้อมจะไปประจันหน้ากับนางจึงหยุดยืนเรียกกำลังใจ ทว่าข้อความที่ได้ยินและน้ำตาที่เห็นทำให้กระบอกตาร้อนร้าว...เธียรขวัญหลบกลับเข้าครัว มานั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่อยากเชื่อว่าแค่วันนี้วันเดียวเธอร้องไห้ไปแล้วไม่รู้กี่รอบ

อ้าว คุณเทียน เป็นอะไรไปคะ?

หญิงสาวรีบเช็ดแก้ม หันมายิ้มจืด

ป้าแดงจะเอาอะไรคะ?

เห็นคุณเทียนเข้ามานานเลยตามมาดู ได้ยาหอมรึยัง? คุณย่าฟื้นแล้ว

นี่ค่ะ เธอเลื่อนแก้วยาให้ ป้าแดงหันไปเรียกหลานสาวที่เดินตามหลังมาด้วย

น้อยหน่า เอายานี่ไปให้คุณทวดหน่อยลูกเด็กหญิงมารับถาดใบเล็ก ถือดีๆ นะ เดินระวังด้วย ค่อยๆ เดินไม่ต้องรีบ

ค่ะ แม่หนูพยักหน้าหงึก รับคำแน่วแน่ แล้วค่อยๆ ประคองถาดออกจากครัว

เมื่อเหลือกันสองคน ป้าแดงมองเธียรขวัญ ครุ่นคิดอยู่อึดใจใหญ่กว่าเอ่ยปาก

ขอป้าคุยอะไรกับคุณเทียนหน่อยได้มั้ยคะ?

เอาสิคะ

คุณย่ารักคุณเทียนมากนะ นางเริ่ม แต่แกปากร้าย ทิฐิแรงตามประสาคนแก่ เผลอว่าอะไรให้คุณเทียนเสียใจไปบ้าง อย่าไปถือสาแกเลย

เธียรขวัญสบตานางตรงๆ กล่าวประโยคที่คิดว่าจริงใจที่สุด ตรงกับความรู้สึกตัวเองที่สุด

ยังไงท่านก็เป็นย่าเทียนค่ะป้าแดง ถึงบางครั้งจะเสียใจบ้างแต่เทียนก็ไม่โกรธท่านนานหรอก

อย่ากลับกรุงเทพฯ ไม่ได้หรือคะ?...ป้าเชื่อว่าคุณย่าก็ไม่อยากให้กลับ ที่แกไล่เพราะโมโหไปเท่านั้นเอง

ถ้าเทียนไม่กลับก็ต้องแต่งงาน

แล้วทำไมคุณเทียนไม่แต่ง?

ป้าแดงคะ เทียนกับผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้รู้จักกันสักนิด แล้วจะไปแต่งงานกันได้ยังไง? เธียรขวัญสีหน้ายุ่งยากใจ

แต่คุณเทียนก็นอนกับเขา

ป้าแดง!... เธอคราง หน้าเสีย ทั้งผิดหวังและเสียใจที่แม้แต่ป้าแดงก็เป็นไปกับเขาด้วย ตั้งแต่เกิดเรื่องคนอื่นๆ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เปล่าเลย เขาไม่พูดใช่ว่าไม่มีใครคิด เพียงแต่เขาไม่อยากพูดให้เธอระคายใจเท่านั้นเอง

เทียนไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าบออะไรขึ้น หญิงสาวกล่าวหลังจากเงียบไปครู่ใหญ่

ก็เพราะคุณเทียนดื่มเหล้าไงคะ ป้าบอกแล้วว่ามันไม่ดี พอเมาก็ครองสติไม่อยู่ เห็นมานักต่อนักล่ะ เสียงนางขุ่นขึ้น นึกเคืองที่เตือนแล้วยังไม่ฟัง เลยเกิดเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ พวกขี้เมาทั้งนั้น ชอบทำอะไรเสียๆ หายๆ แล้วมานึกเสียใจทีหลัง

แต่เทียนมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรเสียหายแน่นอน

เชื่อได้หรือคะ ตัวคุณเทียนเองยังไม่รู้ตัวเลย ต่อให้คุณพูดยังไงป้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหับมิดชิด ยามปกติก็เหมือนน้ำมันกับไฟ แล้วนี่ยังเมากันอีก คืนนั้นพ่อริตเองก็เถอะ เห็นรวมก๊วนนั่งก๊งกับเขาเหมือนกัน

เธียรขวัญประสานมือเท้าหน้าผาก ท่าทางซังกะตาย สิ่งที่ป้าแดงพูดเธอเถียงไม่ออก และถ้าให้ยอมรับด้วยความจริงใจล่ะก็ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นเข้าไปอยู่ในห้องได้อย่างไร และคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

พ่อริตเขาเป็นคนดีนะคุณเทียน เป็นที่รักของคนทั้งย่านโน้นย่านนี้ ฐานะทางบ้านดี หน้าตาก็ดี ความรู้ก็มีพอตัว แต่งงานไปคุณเทียนไม่ลำบากหรอก

แต่เทียนกับเขาไม่รู้จักกันเลยนะคะป้าแดง

ยังไงก็มีเรื่องเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เรื่องทำความรู้จัก นิสัยใจคอ ค่อยไปเรียนรู้กันทีหลังได้ รุ่นปู่รุ่นย่าแต่งงานกันเคยรู้จักกันมาก่อนที่ไหน ผู้ใหญ่หาให้ทั้งนั้น เขายังอยู่กันรอด

เธียรขวัญกรอกตา เห็นทีว่าเธอคงหัวเดียวกระเทียมลีบแน่แล้ว

น้าเนียมเคยผิดหวังมาแล้วครั้งนึง เอ่อ...ป้าขอโทษค่ะนางอึกอักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่พูดไปนั้นอาจมีผลต่อจิตใจอีกฝ่าย

ไม่เป็นไรค่ะป้าแดง เทียนฟังได้

...ตอนที่รู้ว่าคุณเทียนเรียนจบน้าเนียมแกดีใจใหญ่เลย คงกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เสียงตอนท้ายแผ่วลง พลางชำเลืองดูคนฟัง พอคุณเทียนเรียนจบค่อยเบาใจ ยังคุยกับป้าว่าจะยกที่แปลงนั้นแปลงนี้ให้เป็นของขวัญ แต่คุณเทียนก็ไม่กลับมาเยี่ยมแกสักที จนกระทั่งมีเรื่องข่าวแกถึงนั่งไม่ติด...สังคมบ้านเราเล็กนะคุณเทียน ใครทำอะไรนิดหน่อยเขารู้กันหมด ถึงคุณไม่อยู่นี่ แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นหลานน้าเนียม คุณไปอยู่กรุงเทพฯ ก็สบายไป แต่คนที่นี่ยังต้องทนฟังขี้ปากชาวบ้านไม่รู้จบ นางเว้นระยะ น้าเนียมแกไม่เหลือใครแล้ว ถึงป้ากับไอ้พวกนี้เองก็เถอะ ใช่ลูกใช่หลานแท้ๆ ของแกที่ไหน เป็นแค่คนอาศัยที่แกรับอุปการะ ยังไงก็สู้ลูกสู้หลานไม่ได้หรอก คุณเทียนยังจะทิ้งแกลงคออีกหรือ?

เธียรขวัญนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออกสักคำ

 

ยายเนียมเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง ถือหลอดยาดมยกขึ้นสูดเป็นครั้งคราว ข้างตัวแกวางถาดใส่แก้วยาที่น้อยหน่านำมาให้ ในถาดเหลือแต่แก้วเปล่า นุชพาน้อยหน่าเลี่ยงไปนั่งเล่นอีกด้าน ไม่อยากรบกวนหญิงชรา ทว่าก็ไม่ได้ไปไหนไกล ยังคอยมองดูแลนางอยู่ในที

ท่าทางเลื่อนลอยของคนแก่เห็นแล้วสะท้อนใจ เธียรขวัญสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเอง สาวเท้าตามหลังป้าแดงจนใกล้ตั่งไม้ที่ผู้เป็นย่านั่งเอนกายอยู่ ป้าแดงหันมามองละม้ายส่งสัญญาณกันกลายๆ

คุณย่าเป็นไงบ้างคะ?

เสียงถามเรียกให้ยายเนียมรีบหันมาดู ประกายตาทอแสงยินดีอย่างไม่ปิดบัง

ยังไม่ไปเหรอ? น้ำเสียงนางอ่อนลง ไม่เหลือเค้าคุณย่าแสนดุที่ใช้ถ้อยคำเชือดเฉือนด่าทอเธออยู่เลยสักนิดเดียว

เธียรขวัญนั่งลงบนตั่งข้างๆ นาง

คุณย่ายังเจ็บตรงไหนมั้ยคะ? ล้มลงแบบนั้นเคล็ดขัดยอกส่วนไหนหรือเปล่า?

ข้าไม่เป็นไร นางผินหน้าออกนอกหน้าต่าง ทำไมยังไม่ไป? เดี๋ยวรถหมดก็ไม่ได้ไปกันพอดี แม่แดง เจ้ามืดไปไหน บอกให้ไปส่งแม่เทียนในอำเภอหน่อย รถบ้านเองก็มีจะไปนั่งรอรถสองแถวทำไม

เธียรขวัญเบือนหน้าซ่อนความรู้สึก ถ้านางใช้น้ำเสียงประชดประชันหรือดุกระด้างอย่างเคยคงทำให้เธอรู้สึกแย่น้อยกว่านี้ และคงทำให้เธอลุกขึ้นจับกระเป๋าโดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย

อย่าเพิ่งพูดเรื่องอื่นเลยจ้ะน้าเนียม ฉันว่าไปให้หมอตรวจดูหน่อยมั้ย อยู่ๆ ก็ล้มลงไปแบบนั้นมันน่าห่วงนา

ข้าไม่เป็นอะไร แค่หน้ามืดตามประสาคนแก่ เอ็งไม่ต้องมาห่วงหรอก

ป้าแดงและเธียรขวัญหันสบตากันเอง คงรู้สึกเช่นเดียวกันว่าคุยกับคนแก่ใจแข็งปากแข็งนี่มันช่างยากเย็นเสียจริง นางหันไปใช้งานลูกสะใภ้

นุช เอากระเป๋าคุณเทียนไปเก็บในห้องหน่อยลูก

ยายเนียมหันกลับมาหลังสิ้นประโยคนั้น

ไม่ไปแล้วเรอะ? นางมองหลานสาวตรงๆ ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้วี่แววประชดประชัน

โธ่ น้าเนียมไม่สบายอยู่แบบนี้คุณเทียนจะไปไหนได้ล่ะ ป้าแดงอีกเช่นเคยที่พยายามเชื่อมสัมพันธ์ย่าและหลาน ไกล่เกลี่ยฝ่ายโน้นทีฝ่ายนี้ที แล้วแอบถอนใจเมื่อนางเนียมนั่งนิ่ง พลางลอบส่ายหน้าให้คนแก่ปากแข็ง ใจจริงก็อยากให้หลานอยู่บ้านหรอก แต่ปากหนักและทิฐิแรงเกินกว่าจะเอ่ยบอกหลานดีๆ

 

อาการเป็นลมล้มลงของยายเนียมมีผลต่อเนื่องไปถึงเช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราเคล็ดขัดยอกจนลุกจากเตียงไม่ไหว หลานๆ ต้องช่วยกันหามส่งโรงพยาบาล คุณหมอตรวจแล้วให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งคืน

เห็นมั้ยล่ะน้าเนียม บอกให้มาตรวจตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่เชื่อ ป้าแดงได้ทีต่อว่า ขณะคนป่วยนอนหน้ายุ่งอยู่บนเตียงคนไข้ แกเคยกระฉับกระเฉง เดินเหินคล่องแคล่ว ร้อยวันพันปีไม่มีเจ็บป่วย แล้วจู่ๆ ให้มานอนแบ็บอยู่อย่างนี้จึงหงุดหงิดไม่น้อย

ก็เมื่อวานข้าไม่เจ็บนี่ มาตรวจหมอมันจะเจออะไร? นางยังเถียงจนได้ แล้วนี่ใครบอกให้เอาห้องพิเศษ ห้องธรรมดาข้าก็อยู่ได้ จะมาเปลืองเงินเปลืองทองทำไม ไอ้มืดเอ็งไปบอกหมอเปลี่ยนห้องให้ข้าที

โธ่ คุณยายก็ อยู่ๆ ไปเถอะน่า มันจะสักกี่ตังค์กันเชียว

ยังไงมันก็แพงกว่าห้องธรรมดา

แล้วจะไปทนอยู่ห้องธรรมดาให้หนวกหูทำไม คนพลุกพล่านจะตาย แทนที่จะหายป่วยอาการยิ่งแย่หนัก

อย่ามาทำเป็นสู่รู้อาการป่วยของข้า อยู่ห้องไหนข้าก็หายได้

เอาเหอะน่าคุณยาย อยู่ๆ ไปเถอะ ยังไงเงินคุณยายก็ไม่กระเด็นหรอก มืดหัวเราะ คุณเทียนเขารับเป็นสปอร์นเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้จนกว่าจะหายดี นอนกระดิกเท้าให้สบายใจได้เลย

อย่ามาทะลึ่งลามปามนะไอ้มืด คนป่วยสูงวัยยังมีแรงแหว เสียงเขียวใส่หลานนอกไส้แล้วไม่วายหาเรื่องบ่นกระทบหลานในไส้ ไม่รู้จะเปลืองเงินเปลืองทองไปทำไม คิดว่าตัวเองรวยนักรึถึงได้ใช้เงินเป็นเบี้ยไม่รู้จักเก็บออม

มืดยิ้ม ขณะป้าแดงส่ายหัว เธียรขวัญกรอกตา โชคดีที่นุชต้องเลี้ยงลูกและเฝ้าบ้าน ไม่งั้นคงได้แสดงอาการอะไรร่วมด้วยสักอย่างเป็นแน่

 


เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น