เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 5 : 04 :: เรื่องยุ่งเหยิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    29 เม.ย. 62

ตอนที่ ๔ เรื่องยุ่งเหยิง

 

รุ่งอรุณของวันใหม่สมาชิกในบ้านยายเนียมรวมทั้งคนที่ตกค้างแต่เมื่อคืนตื่นกันตั้งแต่เช้า ช่วยเก็บข้าวของ นับสำรวจภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ ที่หยิบยืมมาจากวัดบ้าง จากบ้านใกล้เรือนเคียงบ้าง เตรียมส่งคืนเจ้าของ เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ รอผู้ให้เช่ามารับคืน มืดและคนอื่นๆ เคลียร์พื้นที่เสร็จก็แยกย้ายกันตามหาใครบางคน เพราะเห็นรถกระบะจอดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ทว่าไม่เห็นเจ้าของ

ไปไหนของเขานะ? ยายเนียมปรารภหลังจากมืดมาแจ้งว่าหาเจ้าของรถกระบะสีบรอนซ์ทองไม่พบ หาทั่วแล้วเรอะ ลองเกณฑ์คนไปดูใหม่อีกทีซิ เผื่อไปนอนหลับอยู่แถวไหน

แถวนี้หาทั่วหมดแล้วคุณยาย ทั้งดงป่าข้างหลัง ทั้งด้านโน้น ไอ้พวกนี้มันไปดูมาหมดแล้ว

หรือจะกลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วคะน้าเนียม ขับรถกลับเองไม่ไหวอาศัยติดรถคนอื่นกลับเสียก็ไม่รู้

ยายเนียมพยักหน้าคล้อยตามคำพูดของป้าแดง

เอ...ถ้าจะจริง เจ้าตัวไม่อยู่ก็คงเป็นอย่างนั้น หาทุกที่ไม่มีที่ไหนให้หาแล้วนี่ ใครจะทำอะไรก็ไปทำเถอะไม่ต้องหาพ่อริตแล้ว แต่ละคนแยกย้าย นางหย่อนก้นลงนั่งบนแคร่ แล้วนี่แม่เทียนตื่นรึยังล่ะแม่นุช?

ยังจ้ะ

นอนกินบ้านกินเมือง หญิงสูงวัยค่อนขอด คนอื่นเขาลุกมาทำอะไรกันไปถึงไหนๆ เอ็งลองไปเรียกดูซิ

จ้ะ

เอานังน้อยหน่าไว้นี่แหละ เดี๋ยวข้าดูให้...มาน้อยหน่า มาอยู่กับทวด

แม่หนูเข้าไปยืนคลอหว่างซอกขาของผู้สูงวัย นุชปลีกตัวขึ้นเรือน ไปเคาะประตูห้องที่เพิ่งต่อเติมใหม่สองสามครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับจากภายในจึงลองขยับลูกบิด ปรากฏว่าไม่ล็อก นุชค่อยๆ แง้มประตูอย่างเกรงใจพลางส่งเสียงถาม

คุณเทียนตื่นรึยังคะ? ประตูเปิดกว้างจนพอมองเห็นเตียงนอนขนาดห้าฟุต ดวงตาของนุชเขม้นมองแล้วเบิกโพลง คุณเทียน...!”

เธอปิดประตูกลับดังเดิม ถอยออกจากหน้าห้องนั้น ก่อนหันหลังวิ่งลงบันไดครัว

แม่!...แม่!”

อะไรกันแม่นุช? วิ่งหน้าตื่นมายังกะเห็นผี ป้าแดงละมือจากงานหันมาดุ นุชยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากส่งสัญญาณเป็นเชิงให้เงียบ นั่นยิ่งทำให้ป้าแดงสงสัย

คุณเทียนแม่...คุณเทียน คุณริต...

คุณเทียนคุณริตอะไรของเอ็ง พูดให้รู้เรื่องซิ ยิ่งพูดยิ่งงง

แม่อย่าเอ็ดไปซี เดี๋ยวคุณยายได้ยิน คุณริตนอนอยู่ในห้องคุณเทียน

ไฮ้!... ป้าแดงยกมือปิดปาก ตาเบิกกว้าง เป็นไปได้ยังไงแม่นุช?

หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณยายให้ไปปลุกคุณเทียน เคาะเรียกไม่ได้ยินเสียงขานตอบเลยลองเปิดประตูดู ยังนอนหลับกันอยู่เลย

อ้าว ซุบซิบอะไรกันสองคนนั่น?

แม่ผัวกับลูกสะใภ้สะดุ้ง มองหน้ากันอย่างหวั่นเกรง

ว่าไงคุยเรื่องอะไรกัน แล้วแม่นุช ข้าบอกให้ไปปลุกแม่เทียนได้ไปรึยัง?ยายเนียมเดินจูงน้อยหน่าเข้ามาใกล้

เอ่อ...คือ...

อะไร เป็นอะไรกันไอ้พวกนี้ ถามก็ยืนเฉย แม่เทียนมันตื่นรึยัง? แล้วแม่แดง ตกลงข้าวของครบมั้ย มีอะไรหายไปบ้าง เช็กให้ดีนะ นับให้ถี่ถ้วน อะไรขาดหายไปก็ชดใช้เขาให้ครบ อย่าให้เขาว่าเอาได้

แม่ผัวลูกสะใภ้ยังยืนหน้าซีด ยายเนียมเห็นผิดสังเกต จึงถามเข้มงวด

เป็นอะไรกันไปหมด? มีเรื่องอะไรเรอะนังนุช แม่แดง?

นุชยืนนิ่งไม่กล้าปริปาก ปล่อยเป็นหน้าที่ป้าแดงอ้ำๆ อึ้งๆ ออกมาว่า

คือ...แม่นุช...แม่นุชเขาไปเจอคุณริต...อยู่ในห้องคุณเทียนจ้ะน้าเนียม

แม่เทียน!...คนฟังตะลึงงัน ครู่ต่อมาดวงตาฝ้าฟางก็เปลี่ยนเป็นเข้ม ดุ นางก้าวดุ่มๆ ถลกผ้านุ่งขึ้นบันไดหลังเรือนมุ่งตรงสู่ห้องของหลานสาว ผลักประตูเข้าไปโดยไม่เสียเวลาเคาะ ภาพหลานสาวนอนเคียงข้างผู้ชายอยู่บนเตียงนอนขนาดห้าฟุตยิ่งทำให้นางโกรธแทบสั่น มือทั้งสองข้างกำแน่น

นี่มันอะไรกัน แม่เทียน! พ่อริต!”

เสียงที่เค้นออกมานั้นดังพอจะปลุกคนบนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง อาการเมาค้างทำให้หญิงสาวปวดหัว เธอกุมขมับพร้อมกับนิ่วหน้า แต่ครั้นได้เห็นหน้าใครเป็นคนแรกก็เบิกตากว้าง อึ้งไปทันที ต่อมาเมื่อสำนึกได้ว่าเขาคนนั้นกำลังอยู่บนเตียงเดียวกับเธอ หญิงสาวก็แทบช็อก รีบเด้งตัวชิดขอบเตียงอีกด้าน กุมกระดุมเสื้อที่คอโดยอัตโนมัติ หายมึนเป็นปลิดทิ้ง

มีใครพอจะบอกฉันได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพ่อริตถึงมานอนอยู่ในห้องแม่เทียน?

คำถามของยายเนียมเรียกความสนใจได้ชะงัด แต่ไม่มีใครให้คำตอบ ต่างคนต่างนั่งอึ้งอยู่บนเตียง จนได้ยินประกาศิตจากหญิงชรา

ตาริตออกไปข้างนอกก่อน ฉันจะคุยกับหลานฉันตามลำพัง

อมฤตยอมออกไปเงียบๆ แต่ไม่วายหันมองหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่ง

คล้อยหลังชายหนุ่มไปแล้วหญิงชราเดินเข้าหาหลานสาว ตวัดฝ่ามือตบหน้าฉาดใหญ่ แม้จะเป็นแรงคนแก่ แต่ความโกรธ ความอัดอั้นตันใจ ทำให้เรี่ยวแรงที่ใส่เข้าไปไม่เบาเลย

งามหน้ามั้ยล่ะ? อยู่กรุงเทพฯ ไปตบแย่งผัวกับเขา กลับบ้านมาไม่ทันไรก็พาผู้ชายเข้าห้อง สันดานร่านขาดผู้ชายไม่ได้เหมือนพวกกะหรี่นี่แกไปเอามาจากไหนเหอะนังเทียน เมื่อคืนคนอยู่กันคลั่กๆ เต็มบ้านแกยังกล้าทำเรื่องบัดสี หน้ามันมียางอายมั่งมั้ย หา!”

เธียรขวัญนั่งนิ่ง ไม่ปริปากสักคำ เรียวปากคู่นั้นขบกันแน่น

เมื่อเจอแต่ความเงียบงันของหลาน และโกรธเกินกว่าจะอยู่มองหน้า ผู้เป็นย่าก็ออกจากห้องไปอย่างเดือดดาล ทิ้งให้คนข้างหลังนั่งกอดเข่า น้ำตาไหลนอง ไม่รู้เลยสักนิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แต่คุณย่าโกรธ โมโห ตบตี และด่าประณามต่างๆ นานา

ที่นอกห้องนั้นอมฤตยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้ากลัดกลุ้ม นุชและป้าแดงยืนมองอยู่เงียบๆ เมื่อยายเนียมเปิดประตูออกมาทั้งหมดก็หันไปมองเป็นตาเดียว

เรื่องนี้เห็นจะต้องบอกให้คุณนายรับรู้ หญิงชราเปิดปากเจรจา

เอ่อ...คือ...

ฉันอยากให้เธอกลับไปก่อน จะเอายังไงค่อยมาคุยกันทีหลัง

ครับ... คำเดียวสั้นๆ ที่เขาตอบรับได้ อมฤตไหว้ลาผู้ใหญ่แล้วลงจากเรือน สมองยังอื้ออึงมึนงง คิดการณ์อะไรไม่ออกเอาเสียเลย

 

ชายหนุ่มกลับมานอนก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟาตัวยาวในบ้านหลังเล็ก ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไร นอกจากเจ็บใจตัวเองที่เผลอไปหลับในห้องนั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่คิดว่าการมีน้ำใจช่วยพาเธอไปส่งที่ห้องจะทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ถ้าหลบออกมาตั้งแต่เมื่อคืนคงไม่เป็นไร แต่นี่ทั้งยายเนียมและป้าแดงเห็นเขานอนอยู่บนเตียงหลานสาว ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสักนิด แล้วจะทำอย่างไรกันละทีนี้ ไม่ควรเลย ไม่ควรไปยุ่งกับหล่อนตั้งแต่แรก ปล่อยให้เมาเผละกองอยู่ตรงบันไดนั่นทั้งคืนก็ดี

แม้คิดอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงก็คงตัดใจทำไม่ลง ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักอก ลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปแปลงผัก

อ้าวพี่ริต เมื่อคืนหายไปไหนมา พวกผมตามหากันให้ควัก เห็นแต่รถจอดแต่ไม่เห็นคน เลยซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับกันเอง ไอ้ว่านขี่เกือบพาลงไปนอนขึ้นอืดอยู่ข้างทางแน่ะพี่

เสียงตะโกนทักมาตั้งแต่เขาลงจากรถไม่ทันปิดประตู

แค่เกือบโว้ยไม่ทันลง ทำเป็นฟ้อง ดีแค่ไหนแล้วพาพวกเอ็งกลับมาถึงนี่ได้ ถ้าให้เอ็งขี่มีหวังได้นอนยาวอยู่กลางถนน แค่เดินมาขึ้นรถยังเดินคดเป็นงูเลื้อย หนุ่มชื่อว่านไม่ยอมแพ้

เออ! ไอ้คนเดินตรง แต่ขับรถส่ายปัดไปปัดมายิ่งกว่างูเต้นระบำ ถ้ามีสิบล้อสวนมาสักคันก็ได้นอนยาวเหมือนกันล่ะว้า

เสียงต่อล้อต่อเถียงไม่เลิกรา อมฤตเข้ามานั่งบนที่นั่งริมชายคาพลางนึกอิจฉาหนุ่มๆ อยู่ครามครัน พวกมันยังยิ้มได้ หัวเราะได้ หยอกเย้ากันสนุกสนาน แต่เขายิ้มไม่ออก คล้ายมีอะไรหน่วงๆ ถ่วงอยู่ในอก เหมือนคนทำผิดที่ศาลยังไม่พิพากษาโทษ ความรู้สึกค้างคาจึงยังกดทับให้อึดอัดใจ

โครงการเพาะเห็ดที่ว่าจะลองทำ ตกลงเอาไงพี่?

คำถามของน็อตดึงชายหนุ่มขึ้นจากปัญหาคาอกมาอยู่กับเรื่องงาน

อยากทำกันมั้ย?

โธ่...ถามได้

ถ้าอยากทำก็ลงมือกันเลย พวกนายเตรียมโรงเพาะเห็ด พี่จะหาหัวเชื้อมาให้

ไม่มีปัญหา บอกมาเลยอยากได้แบบไหนยังไง จะจัดให้ถูกใจพระคุณเชียว ไหลซึ่งเถียงกับว่านเมื่อครู่นี้ รีบสนอง

ห้าโมงเย็นตะวันคล้อยต่ำเปล่งแสงสีช่วงสุดท้าย อาบท้องทุ่งให้เรื่อเรือง สายลมพัดเอื่อย ล้อเรียวหญ้าและกล้าอ่อนโล้เอน อมฤตเดินเฝ้าดูลูกน้องรดน้ำแปลงผักมาร่วมครึ่งชั่วโมง ฟังเสียงตอบโต้หยอกล้อระหว่างคนถือสายยางฉีดน้ำบนฝั่งกับคนลากทุ่นวางเครื่องสูบอยู่ในร่องแปลง อีกครู่ก็ตะโกนต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนทางแปลงอื่น สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และชีวิตชีวาให้แปลงผักแห่งนี้เหมือนเช่นทุกเย็น

เสียงเหล่านั้นหยุดลงเมื่อมีเสียงตะโกนโหวกเหวกมาจากหน้ากระท่อม และใครคนหนึ่งวิ่งหน้าเริดมาตามแนวแปลงผัก ก่อนมาหยุดหอบหายใจอยู่เบื้องหน้าอมฤต

มีอะไรเหรอไหล?

คุณนายให้น้าช้วนมาตามพี่กลับบ้าน

ใบหน้าที่ผ่อนคลายอยู่เมื่อครู่เคร่งเครียดขึ้นทันที

มีเรื่องอะไรรู้มั้ย?

ไม่รู้เหมือนกัน น้าช้วนบอกแต่ว่าคุณนายให้มาตาม แกรออยู่ที่กระท่อมโน่นแน่ะ

ชายหนุ่มทอดสายตาตามเห็นคนยืนอยู่ข้างกระท่อม สังหรณ์ใจเริ่มทำงาน สาวเท้าออกเดินผ่านหน้าไหลไปเงียบๆ พวกรดน้ำผักมองตามหลัง ประหลาดใจกับท่าทางเครียดขรึมนั้น

 

คุณนายนวลนุชยืนคอยอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน สีหน้ากลัดกลุ้มและกังวล เมื่อรถกระบะสมาร์ทแค็บของหลานชายเข้ามาจอด นางก็เดินมาหยุดรอข้างบันได

อมฤตพ่นลมหายใจยาวอยู่หลังพวงมาลัย นึกรู้เลาๆ ว่าเรื่องด่วนของป้าย่อมไม่ธรรมดา

ครั้นชายหนุ่มขึ้นบันไดก่อปูนมานางก็เดินนำเข้าไปในบ้านโดยไม่พูดไม่จา กระทั่งนั่งลงบนโซฟาไม้สักแล้วจึงเอ่ยปาก

เมื่อคืนไปนอนที่ไหนมาตาริต?

อมฤตกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง นานแล้วป้าไม่เคยสอบถามเรื่องที่หลับที่นอนของเขา

ว่าไงล่ะ? ป้าถาม

บ้านยายเนียมครับ

เข้าไปนอนในห้องหลานสาวเขาใช่มั้ย?

ครับ คำรับ เรียบ สั้น ไม่มีอาการอ้ำอึ้ง และไม่มีความรู้สึกให้คนฟังจับสังเกต

พรุ่งนี้ป้าจะไปคุยกับยายเนียมเรื่องของเรา

คุยว่าไงครับ?คนถามเลิกคิ้วน้อยๆ อย่างระแวง

ยังจะคุยว่าไงได้อีก ก็เราแล่นไปนอนในห้องหลานสาวเขาแบบนั้น ทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ...ทำไมไม่คิดให้ดีก่อนเหอะตาริต อายุอานามตั้งเท่าไหร่แล้วน่าจะรู้จักยับยั้งใจ เรื่องผู้หญิงดีมาตลอดไม่เคยเสียหาย ป้ารึอุตส่าห์วางใจ สุดท้ายก็มาดีแตกเอาตอนเลยเลขสาม มันน่าซัดให้สักผัวะนางเสียงแข็งหน้าขึงไปอย่างนั้นเอง เอาเข้าจริงไม่เคย ซัดหลานชายสักที

มันไม่มีอะไรเลยป้า เราแค่หลับไปเฉยๆ

ไปนอนในห้องเขาทั้งคืนแล้วยังมีหน้ามาพูดอีกนะ คุณนายแหวเสียงเขียว

ก็...มันเป็นเหตุสุดวิสัย เสียงชายหนุ่มอ่อยลง แล้วถอนหายใจเฮือก ไม่รู้จะอธิบายให้ป้าเข้าใจอย่างไรได้ ผู้ชายเข้าห้องลูกสาวหลานสาวเขาให้อย่างไรก็ผิดเต็มประตู

จะสุดวิสัยหรือไม่ยังไงก็ต้องทำให้ถูกต้อง นางหาทางออก พรุ่งนี้ป้าจะพาเราไปคุยกับยายเนียมเรื่องจัดงานแต่ง

อะไรนะครับป้า?!”

ไม่ต้องมาทำหน้าตกใจอย่างนั้น ไปนอนกับหลานสาวเขาแล้วไม่คิดจะรับผิดชอบรึไง?

โธ่ป้า...ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร

นอนด้วยกันทั้งคืนเนี่ยนะ พูดไปใครเขาจะเชื่อ นางกระแทกเสียง แล้วถอนฉุนอีกที ยายเนียมมาหาป้าตั้งแต่ตอนสาย ป้าก็รอจะคุยกับเราทั้งวัน ไม่เห็นเข้ามาเลยต้องให้ช้วนไปตาม...เป็นผู้ชายทำอะไรแล้วต้องรับผิดชอบนะริต

อมฤตถอนหายใจอีกคำรบ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ เขามั่นใจว่าไม่ได้ล่วงเกินเธอแม้แต่ปลายเล็บ แต่ภาพที่อยู่ร่วมเตียงกันในห้องนอน ก็ปิดโอกาสชี้แจงหมดทุกทาง...พูดไปใครจะเชื่อ ขนาดป้าเขาเองยังทำหน้าเขียวหน้าเหลืองไม่เชื่อถือ ดีไม่ดีก็หาว่าปัดสวะให้พ้นทาง แต่จะปล่อยให้เลยตามเลยแบบตกกระไดพลอยโจนเขาก็ออกอิหลักอิเหลื่อ

ผมกับเขาเพิ่งเจอกันไม่ทันข้ามวันเลยนะ

นั่นสิ เจอกันไม่ทันข้ามวันแล้วไปนอนในห้องเขาได้ยังไง? คำถามกึ่งสงสัยกึ่งประชด จะให้ทำเป็นเฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวป้าก็ไม่ยอมหรอกนะ ผู้ใหญ่ทางโน้นเรานับถือกันมานาน อย่าให้ต้องมาเสียเพราะรุ่นเรา

อมฤตเท้าแขนกับพนัก คลึงขมับอย่างคนคิดไม่ตก

จะให้รับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ผมว่ามันหนักไป

แล้วจะทำยังไง? มีวิธีไหนที่มันดีกว่านี้อีกมั้ย? ถ้าเป็นเรื่องอื่นยังพอหาวิธีมาชดเชย แต่นี่ไปชิงสุกลูกสาวเขา มันก็ต้องรับผิดชอบด้วยวิธีนี้แหละ

ป้าก็รู้นี่ครับว่ายัยนั่นน่ะใช่ย่อย เพิ่งมีข่าวตบตีแย่งผู้ชายมาหยกๆ ให้ผมรับผิดชอบแบบนี้มันไม่หรูไปหน่อยเหรอ ดีไม่ดีที่ยายเนียมมาหาป้าเพราะเห็นเป็นโอกาสเหมาะจะเอาหลานสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำประเคนให้ใครสักคน

คุณนายนวลนุชนิ่งไป ข่าวของหลานยายเนียมก่อนกลับมาอยู่บ้านใช่ว่านางไม่รู้ ถึงจะไม่ค่อยเชื่อถือเรื่องข่าวฉาวข่าวลือ แต่อีกใจก็หวั่นไหว คำบุราณว่าไว้ ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้ แล้วนี่ก็ไม่ใช่แค่ขี้หมาธรรมดา เพราะกลิ่นมันฉาวโฉ่อยู่นาน แต่กระนั้นนางยังประชด

รู้อย่างนั้นแล้วไปยุ่งกับเขาทำไม?

ผมไม่ได้ยุ่ง...

ไม่ได้ยุ่งแต่ไปนอนในห้องเขา

อมฤตกรอกตามองเพดาน เปรยขึ้นลอยๆ

ในท้องยัยนั่นมีมารหัวขนรึเปล่าใครจะไปรู้

คุณนายนิ่งขึงอีกครั้ง คิดคล้อยตามหลานชาย สาวกรุงหัวสมัยใหม่อย่างหลานสาวยายเนียม ผู้หญิงที่เพิ่งมีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับผู้ชาย ใครจะรับประกันได้ว่าเธอไม่พลาดท่าเสียทีจนท้องแล้วหลบผู้คนมาอยู่บ้านนอก ใช่ว่านางหัวเก่ารับไม่ได้กับผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาแล้ว แต่มาให้หลานชายนางรับเป็นพ่อคนโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่นี่สิที่นางจะรับไม่ได้

 

ยายเนียมกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงกระไดเรือน ชื่นชมดอกโป๊ยเซียนต้นใหม่ที่เพิ่งอวดดอกช่อใหญ่ กลีบดอกโตกว่าทุกต้นที่นางมี โป๊ยเซียนพันธุ์นี้เพื่อนบ้านเพิ่งปันมาให้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ใครๆ ต่างรู้กันว่ายายเนียมชอบปลูกโป๊ยเซียนเป็นชีวิตจิตใจ ใครได้พันธุ์ดีๆ มาจึงมักแบ่งปัน ตอบแทนน้ำใจเอื้อเฟื้อของนาง เพราะถึงแม้ยายเนียมจะเป็นคนดุ ปากจัด และตระหนี่ แต่นางมิได้ตระหนี่ถี่เหนียวไปเสียหมด ถึงยามช่วยเหลือผู้เดือดร้อนยายเนียมไม่เคยมิดเม้น จะดุจะปากจัด แต่ลึกๆ ก็ใจดีมีเมตตา ใครมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาจากไหน ถ้ายายเนียมช่วยเหลือได้ล่ะก็ ไม่มีเสียล่ะที่ผู้นั้นจะผิดหวังกลับไป

เสียงรถเข้ามาจอด หญิงชราละสายตาจากต้นไม้แสนโปรดเงยหน้าขึ้นดู

เอ...ใครมาละนั่น? นางเขม้นมองด้วยสายตาฝ้าฟาง และคนเปิดประตูลงจากรถก็ทำให้สีหน้าแช่มชื่นนั้นเคร่งขรึม มึนตึงขึ้นทันที

สวัสดีจ้ะน้าเนียม ผู้มาใหม่ยกมือไหว้ คนตามหลังก็ทำกิริยาเดียวกัน

คุณนายนวลนุชและหลานชายเป็นแขกที่มิได้คาดหมายในเช้านี้ ทั้งคู่แต่งกายภูมิฐานสมฐานะ ผู้เป็นป้าสวมชุดผ้าไหมตัดเย็บประณีตสำหรับใส่ออกงาน หลานใส่เสื้อโปโลสีพื้น เก็บชายไว้ในกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม คาดเข็มขัดหนังสีดำหัวเงิน รองเท้าแตะหนังกึ่งทางการ

หวัดดีคุณนาย พ่อริต ไม่คิดว่าจะมากันวันนี้ ขึ้นมาบนบ้านก่อนสิ

หญิงชรานำคนทั้งสองเข้ามานั่งคุยกันที่มุมเก้าอี้รับแขกของเรือน ป้าแดงซึ่งได้ยินเสียงรถ ออกมาเมียงมองแล้วกลับเข้าไปยกน้ำมาต้อนรับ ทำท่าจะถอยกลับก็ได้ยินผู้อาวุโสสุดเอ่ยขึ้น

นั่งด้วยกันสิแม่แดง คนกันเองทั้งนั้น

ป้าแดงจึงนั่งลงบนเก้าอี้ว่างอีกตัว

คุณนายกับหลานชายมาวันนี้มีธุระอะไรว่ามาสิ หญิงชราเข้าเรื่อง รู้อยู่เต็มอกถึงธุระที่ทั้งสองถ่อมา แต่ฝ่ายหญิงอย่างนางหรือจะพูดขึ้นก่อน

สองป้าหลานมองหน้ากันเอง ก่อนคุณนายจะเกริ่นถาม

หนูเทียนไม่อยู่หรือจ๊ะ?

เข้าไปในอำเภอกับไอ้มืดกับนังนุชตั้งแต่เช้าแล้ว

คือ...ฉันมานี่ก็เรื่องพ่อริตกับหนูเทียนนั่นแหละจ้ะน้าเนียม ฉันคุยกับหลานแล้วตาริตเองก็ยอมรับว่าทำไม่ดีไม่งามกับหนูเทียนไว้จริง เลยอยากมาคุยกันให้เรียบร้อย...ครอบครัวเราถึงไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติกันนะน้าเนียม ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ฉันยินดีถ้าเราจะได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ตาริตกับหนูเทียนเพิ่งเจอกันไม่ทันไร จะให้แต่งงานกันเลยก็กลัวจะเร็วไปหน่อย ฉันจึงอยากให้หมั้นกันไว้ก่อน ให้เด็กๆ ได้ทำความรู้จัก ศึกษานิสัยใจคอกันสักพักแล้วค่อยมาคุยเรื่องแต่งงานกันอีกที

เฮอะ!” หญิงชราแค่นเสียง ผู้ร่ายยาวมาหลายประโยคสีหน้าเจื่อนลง จะหมั้นกันนานแค่ไหนล่ะคุณนาย? ไอ้ที่ว่าสักพักของคุณนายน่ะมันกี่เดือนกี่ปี หรือว่ารอให้เรื่องมันซาแล้วค่อยสะบัดตูดทางใครทางมัน ถ้าอยากศึกษานิสัยใจคอกันจริงๆ แล้วมุดเข้าห้องนังเทียนก่อนทำไม หรือคิดว่าหลานฉันมันง่ายจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องเห็นหัวย่ามัน ถ้าหลานคุณนายไม่คิดจะรับผิดชอบก็ไม่ต้องมาพูดกันให้เสียเวลา

ไม่ใช่อย่างนั้นนะน้าเนียม ฉันแค่อยากให้เด็กๆ ได้มีเวลาทำความรู้จักกันก่อนสักห้าหกเดือน แล้วค่อยแต่ง

แล้วทีตอนมุดเข้าห้อง ทำไมหลานคุณนายไม่รอทำความรู้จักกับนังเทียนสักห้าหกเดือนก่อนค่อยมุด?

สองป้าหลานหันมองตากันเอง หน้าจืดสนิททั้งคู่ คุณนายยิ่งนึกเคืองหลานที่เป็นต้นเหตุให้ตนแบกหน้ามาให้เขาด่า

ไหนๆ ก็ต้องแต่งกันอยู่แล้ว จะรอเวลาทำไม ถ้านังเทียนมันท้องไส้ขึ้นมาไม่ขายขี้หน้ากันไปทั้งย่านเรอะ

อีกครั้งที่สองป้าหลานหันมองกันเองอย่างอึดอัด ก็เพราะไอ้เรื่องนี้แหละที่เป็นกังวล จนต้องขอ ต่อเวลา

ไม่ต้องรงต้องรอมันหรอก ถ้าไม่แต่งกันตอนนี้ก็อย่าแต่งมันเลย หลานฉันมันง่ายเอง พาผู้ชายเข้าห้องเหยียบหัวย่ามัน แค่โดนเขาฟันแล้วทิ้งจะเป็นอะไรนักหนา

คุณนายอึดอัดและกระอักกระอ่วนต่อคำค่อนขอด ทั้งที่เตรียมใจมาแล้วว่ายามโมโหปากยายเนียมไม่ธรรมดา ด่าได้เป็นด่า ค่อนขอดได้เป็นว่า ประชดประชันกระแนะกระแหนได้เมื่อไหร่ยายเนียมไม่เคยเว้น ดีแค่ไหนแล้วที่แกไม่ถลกผ้าถุงไล่ตะเพิดออกไปตั้งแต่อ้าปากพูด

เอาอย่างนี้แล้วกันนะน้าเนียม ฉันจะไปขอฤกษ์จากหลวงพ่อท่านว่าช่วงนี้มีฤกษ์ไหนดีๆ จะจัดงานมงคลได้บ้าง

ถ้อยความประนีประนอมของคุณนายยังผลให้ยายเนียมคลายความมึนตึงลง แต่อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับหน้าเครียดขึ้นมาแทน ชายหนุ่มสอดมือลงใต้พนักเก้าอี้สะกิดเอวผู้เป็นป้า ทว่าอีกฝ่ายจะสนใจก็หาไม่ ยังคงปรึกษาหารือต่อไป ต่อเมื่อสบโอกาสจึงหันมาขึงตาดุหลานเสียที คนสะกิดทำหน้ามุ่ย นั่งหงุดหงิดอย่างไม่มีอารมณ์สนใจว่าผู้ใหญ่จะคุยอะไรกันบ้าง

 

รถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน ผู้เปิดประตูลงมาคนแรกมองรถยนต์ที่จอดอยู่ก่อนพลางขมวดคิ้ว หันถามชายหนุ่มที่เปิดประตูลงอีกฝั่ง

รถใครน่ะพี่มืด?

รถคุณริต

คุณริตไหน?

มืดมองนุชซึ่งอุ้มน้อยหน่าตามหลังลงมา สองสามีภรรยาสบตากันด้วยความรู้สึกอึดอัดและงุนงง

คุณริตหลานคุณนายไง คุณเทียนไม่รู้จักเหรอ?

หึ... เธียรขวัญส่ายหน้า คุณนายนวลนุชน่ะเหรอ? วันก่อนคุณย่าแนะนำให้รู้จักแต่คุณนาย ไม่เห็นจะรู้ว่าแกมีหลาน เขามางานเราด้วยหรือเปล่า?

ก็คนที่เข้าไปนอนในห้องคุณเทียนไง นั่นแหละหลานคุณนาย

สายตาที่ทอดมองรถคนนั้นหันมายังมืดทันควัน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความตะลึง งุนงง และระแวงระไว

เขามาทำไมพี่มืด?

ไม่รู้เหมือนกัน

บทสนทนายุติลงเมื่อมีกลุ่มคนเดินลงจากเรือน คุณนายเดินนำ ตามด้วยหลานชายและป้าแดง คนข้างหน้ายิ้มบางๆ ให้เธียรขวัญ ทว่าคนตามหลังสีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาคมกริบนั้นไม่มีความเป็นมิตรให้สักนิดเดียว เขากวาดมองเธอทั้งตัว ก่อนมาหยุดนิ่งที่หน้าท้องแบนราบ เธียรขวัญเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร แต่ผิวหน้าเธอก็ร้อนวาบ อารมณ์โกรธกรุ่นปะทุอยู่ในอก

กลับมากันแล้วหรือจ๊ะ

คำทักนั้นระงับสติอารมณ์ของหญิงสาว เธอยกมือขึ้นไหว้

มานานแล้วหรือครับคุณนาย?มืดชวนคุย

สักพักแล้วล่ะ น้าเนียมบอกว่ามืดพาสาวๆ เข้าอำเภอกัน ไปซื้ออะไรกันมาล่ะ?

เอาของที่เช่ามาใช้ตอนงานไปคืนน่ะครับ เลยแวะซื้อของใช้กันอีกนิดหน่อย

อ้อ งั้นป้ากลับล่ะนะ

ทั้งคู่แยกย้ายกันขึ้นรถ คนข้างหลังมองตามด้วยความรู้สึกแตกต่าง โดยเฉพาะเธียรขวัญ มั่นใจว่าสายตาของสองคนเปลี่ยนไปมาก คนหนึ่งไม่ถูกชะตากันหนักขึ้น อีกคนเคยมองเธออย่างเอ็นดู คราวนี้อิหลักอิเหลื่อ จะเอ็นดูก็ไม่ใช่ จะตั้งแง่รังงอนก็ไม่เชิง

 


เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น