เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 44 : 43 :: เธอคือดวงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 225 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62

ตอนที่ ๔๓ เธอคือดวงใจ

 

รถกระบะสมาร์ทแค็บสีบรอนซ์ทองเลี้ยวผ่านประตูรั้วไม้ระแนงซึ่งเปิดกว้างเข้ามาจอดลงหน้าบ้าน เคียงเจ้าแก่บุโรทั่ง ทั้งคนขับและผู้ร่วมทางต่างทยอยลงจากรถ คนซึ่งนั่งมาในแค็บหลังช่วยขนกระเป๋าเข้าไปเก็บในบ้าน ขณะคนขับมาหยุดยืนหน้ารถ ส่งมือไปรอให้หญิงสาวยื่นมาจับ

แหม้...เดี๋ยวนี้พี่ชายเราดังใหญ่แล้ว ออกทีวงทีวีแล้วยังมีข่าวขึ้นหน้าหนึ่ง หล่อเนี้ยบเชียว อีกหน่อยคงมีคนมาติดต่อไปเล่นบทพระเอก ทีนี้ล่ะ ดังระเบิดระเบ้อ เสียงแซวมาจากชายหนุ่มที่นั่งทอดอารมณ์อยู่บนชิงช้า ยกข้อเท้าข้างหนึ่งวางพาดบนเข่าอีกข้าง กางแขนทอดยาวไปกับพนัก ดวงหน้าซึ่งดำคร้ามโชว์ฟันขาววับทั้งปาก เฮ้ย! น็อต ออกมาอย่าลืมหยิบกระดาษกับปากกามาด้วยเว้ย จะขอลายเซ็นคนดังสักหน่อย

ปากดีเดี๋ยวก็โดนเตะหรอก เอาลายฝ่าตีนไปก่อนเป็นไง คำพูดเหมือนดุเดือด แต่ออกมาจากคนสีหน้ายิ้มแย้มก็ทำให้คนแซวหัวเราะร่วน เข้ามานานยัง?

สักพักแล้วคร้าบ รีบมาเปิดบ้านรอเจ๊ใหญ่ของผม ไหลบอกยิ้มๆ พลางดีดตัวลุกขึ้นยืน

ทะลึ่ง อมฤตปรามลูกน้อง

โห!...แตะไม่ได้เลย ไหลยังยิ้มยั่วได้อยู่นั่น ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณเทียน

ค่ะ เธียรขวัญยิ้มบางๆ

ไอ้ยินดีต้อนรับกลับบ้านนี่ พี่น่าจะเป็นคนพูดนะ

อ้าว ก็เห็นมัวแต่ยืนหน้าบาน นึกว่าลืม เลยช่วยพูดแทน

เดี๋ยวเหอะ ได้โดนจริงๆ

เรียบร้อยแล้วกลับกันเถอะ น็อตซึ่งช่วยขนกระเป๋าเข้าไปเก็บ เดินออกมาหน้าบ้าน กลับก่อนนะพี่ริต

ฮื่อ...ขอบใจมากนะ

ไม่นานกระบะคันเก่าก็แล่นออกสู่ถนนใหญ่ เธียรขวัญเลื่อนสายตาจากท้ายรถมองไปยังจุดหนึ่ง ซึ่งสะดุดสายตาตั้งแต่เข้าบ้านมาหากแต่ยังไม่มีเวลาได้ใส่ใจ

พี่ริตปลูกกุหลาบตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

อมฤตเหลียวมองคนถาม สีหน้าอ่อนโยน

สามสี่เดือนที่แล้ว ตั้งแต่เทียนไปแหละ

คนฟังเม้มปาก

เทียนไม่อยู่นี่มีอารมณ์โรแมนติกด้วยหรือ?

โธ่... อมฤตครวญทั้งที่หัวเราะขลุกขลัก รู้หรือเปล่าว่ากุหลาบนั่นมาจากไหน?...ต้นแรกที่พี่ปลูกคือต้นที่ตั้งใจเอามาง้อเทียนตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ถัดจากคืนที่พี่ไม่ได้กลับบ้าน พอมาถึงเทียนก็ไม่อยู่แล้ว เลยเอาปลูกลงดินรอไว้ง้อตอนเทียนกลับ แล้วดูสิ ทิ้งพี่ไปนานแค่ไหน กว่าจะกลับมาปล่อยให้กุหลาบออกลูกออกหลานเป็นแปลงเลยเห็นมั้ยนั่น

หลากความรู้สึกไหลวนอยู่ในหัวใจเธียรขวัญ เจ้าหล่อนมองแปลงกุหลาบแล้วมองชายหนุ่ม ครู่เดียวก็ทำปากยื่น

อย่ามาอำ สามสี่เดือนกุหลาบบ้าอะไรจะขยายพันธุ์ไวอย่างนั้น

อมฤตหัวเราะนัยน์ตาพราว

ชอบมั้ย?

ค่ะ สวยดี

ชายหนุ่มโอบแขนกอดรอบอกหญิงสาว ดึงแผ่นหลังเธอมาชิดอก

พี่ปลูกไว้ง้อเทียน แทนคำขอโทษทุกอย่าง ลืมเรื่องแย่ๆ ในอดีตนะ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ สร้างครอบครัวเล็กๆ ด้วยกัน มีเทียน มีพี่ และมีลูกของเรา

เธียรขวัญเอี้ยวตัวมามองชายหนุ่ม สบกับดวงตาคู่คมซึ่งลดลงมอง แววตาเจ้าหล่อนอ่อนหวาน

ค่ะ...

เธอหลับตาพริ้มเมื่อชายหนุ่มประทับจุมพิตลงบนหน้าผาก

หลังจากได้รับประทานอาหารเที่ยงกันแล้ว เธียรขวัญก็ออกมานั่งแกว่งชิงช้าเล่นที่หน้าบ้าน อมฤตตามออกมาอีกครู่ใหญ่ถัดจากนั้น มาหยุดเบื้องหน้าหญิงสาว พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ส่งมาให้

ใครคะ? คนบนชิงช้าเลิกคิ้ว

รับดูสิ

เมื่อนั้นมือเรียวจึงยื่นไปรับมันมาแนบหู ฟังปลายสายแนะนำตัวเสร็จเธอก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อย แทบร้องอ๋อออกมา

ค่ะ จำได้ คุณบิวซี่มีธุระอะไรกับเทียนหรือคะ?

พี่โทร.มาแสดงความยินดีค่ะ แหม...คุณสามีของคุณน้องเทียนนี่ฝีมือเด็ดจริงๆ เลยนะคะเผลอแป๊บๆ ก็มีน้องแล้ว ถูกใจบิวซี่ที่สุดเลยค่า แค่ฟัง เธียรขวัญก็พอนึกออกว่าอีกฝ่ายจะจีบปากจีบคอพูดอย่างไร เสียงหัวเราะของเจ้าหล่อนพานให้แก้มสาวแดงเรื่อ ได้ยินข่าวทีแรกบิวซี่ตื่นเต้นจนแทบเป็นลมล้มพับเลยค่ะคุณน้องขา แต่แหม...ข่าวแรกออกมาไม่ดีเลยนะคะ ยัยคนเขียนนั่นคงโดนผีขี้อิจฉาปั้นมือก่อนออกมาจากท้องแม่แน่ๆ ถึงได้ชอบเขียนข่าวให้ร้ายคนอื่นแบบนั้น น่าจะเผาพริกเผาเกลือแช่งให้มันหาผัว อุ๊ย! บิวซี่หยาบคายไปนิ้ด แช่งให้หล่อนหาสามีไม่ได้ตั้งแต่ชาตินี้ไปถึงชาติหน้าเลยเชียว...แต่ข่าวรอบหลังงี้บิวซี่ปลื๊มปลื้มค่า ปลื้มที่สุดเลยคุณน้องขา

เจ้าหล่อนส่งเสียงกรี๊ดเล็กๆ เธียรขวัญชำเลืองมองชายหนุ่ม ซึ่งลงนั่งข้างๆ ตั้งแต่ส่งโทรศัพท์มาให้เธอ

คุณน้องเทียนได้เข้าเว็บบ้างหรือเปล่าคะ?

เปล่าค่ะ เทียนไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ตเลย มีอะไรหรือคะ?

ก็กระแสของคุณน้องกะคุณสามีนะสิค้า ร้อนแรงไปทั่วโลกไซเบอร์หมดแล้วค่าตอนนี้ ใครๆ ก็พูดถึงแต่คุณน้องกันทั้งนั้น ยิ่งมีภาพถ่ายชุดวิวาห์ออกมายืนยันคำสัมภาษณ์ในวันนั้นเข้าอีก กระแสงี้เปรี้ยงปร้างเชียว สาวๆ ตาร้อนผ่าวกันไปหมดแล้ว รู้ตัวมั้ยค้า

ภาพชุดวิวาห์?... หญิงสาวรำพึงเสียงฉงน คุณบิวซี่ปล่อยภาพเทียนลงเน็ตด้วยหรือคะ?

ใช่ค่ะ ก็คุณสามีของคุณน้องอนุญาตแล้วนี่คะ อุ๊ย! ไม่ได้คุยกันหรือคะ?

เธียรขวัญมอง คุณสามีก็เห็นว่าเขานั่งยิ้มมองอยู่

คุยกับเจ้าของร้านชุดวิวาห์อีกครู่ใหญ่เธียรขวัญจึงวางสาย แล้วมองคนข้างๆ อย่างรอคำอธิบาย

อย่านั่งมองกันเฉยๆ นะพี่ริต พูดมาเดี๋ยวนี้เลย คุณบิวซี่โทร.มาขอปล่อยรูปลงเน็ตตอนไหน ทำไมไม่เล่าให้เทียนฟังเลย

เขาโทร.มาขอตั้งแต่ข่าวรอบแรกออกมาแล้วล่ะ ชายหนุ่มยอมเปิดปากเล่ายิ้มๆ เขาโทร.หาเทียนก่อน แต่ติดต่อไม่ได้เลยโทร.หาพี่ ว่าไปคุณบิวซี่นี่ก็น่ารักนะ สงสัยจะชอบเทียนมาก ถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนแทนกันขนาดนั้น ยังบอกพี่ว่าถ้าไม่ติดสัญญาที่เคยให้ไว้กับเทียนเขาปล่อยภาพตอกหน้านักข่าวไปนานแล้ว นี่ติดว่ามีสัญญา ต้องโทร.มาขออนุญาต ตอนนั้นพี่ยังไม่เจอเทียนก็ระงับไว้ก่อน กะว่าคุยกับเทียนเรียบร้อยแล้ว ค่อยแถลงข่าวแล้วปล่อยภาพออกมายืนยันอีกที

พี่ริตคิดจะแถลงข่าวตั้งแต่แรกแล้วหรือคะ?

ช่าย...ใครจะยอมให้คนอื่นมาว่าเมียพี่เสียๆ หายๆ กันล่ะ คำพูดของเขาทำให้เธียรขวัญแอบอมยิ้ม แต่พอคุยกับคุณปัน เธอบอกว่าจะหาทางอื่นดูก่อน เผื่อมีช่องทางง่ายๆ โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง ก็พอดีมีงานเปิดตัวนิตยสารฉบับหนึ่ง เลยเข้าทาง

เดี๋ยวนี้ยัยปันกลายเป็นนักวางแผนไปแล้ว

อมฤตหัวเราะขำ

แล้วคุณบิวซี่ว่าไงบ้าง?

เธอบอกว่าเทียนกับพี่ริตดังเปรี้ยงปร้างเลยค่ะ เธียรขวัญย่นจมูกใส่ ผู้หญิงทั้งประเทศอิจฉาเทียนกันหมด คิดว่าโชคดีได้สามีเป็นเศรษฐีสวนยาง เขารู้ได้ยังไงนะว่าพี่ริตเป็นเศรษฐี พวกนั้นน่าจะได้มาเห็นตอนพี่ริตใส่เสื้อคอเปื่อยยุ่ย นุ่งกางเกงขาดๆ แล้วคีบแตะหนีบขับอีแก่ปุเลงๆ ไปทั่ว

พูดจบสองหนุ่มสาวก็หัวเราะกันเอง

 

บ่ายวันเดียวกันนั้นอมฤตพาเธียรขวัญไปกราบย่า หญิงชรานั่งอยู่บนแคร่ไม้ที่ระเบียง หลานสาวและหลานเขยนั่งพับเพียบเคียงกันบนพื้นเบื้องหน้านาง ดวงตาซึ่งฝ้าฟางอยู่แล้วยิ่งพร่าเบลอกว่าเก่า เพราะมีม่านน้ำตาเอ่อคลออยู่เต็มหน่วย

เมื่อเธียรขวัญพนมมือกราบแทบตัก อุ้งมือเหี่ยวย่นของนางก็ยกขึ้นลูบศีรษะหลาน

เทียนขอโทษค่ะที่ทำให้คุณย่าเป็นห่วง

ไม่เป็นไร... เสียงของยายเนียมแหบเครือ ที่แล้วไปแล้วก็ช่างมัน คิดเสียว่าเป็นบทเรียน ต่อไปจะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี อย่าวู่วามอีก...ย่าเองก็ผิดเหมือนกัน ที่เอาแต่ทิฐิ อะไรไม่ได้ดั่งใจเป็นต้องดุด่า บังคับเอ็ง พอเอ็งมีปัญหาถึงไม่คิดมาพึ่งย่า เสียงของนางขาดหาย น้ำตาลามไหลสู่แก้มยับย่น ตั้งแต่เธียรขวัญหายตัวไปนางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ หัวอกทุกข์ตรม คอยสอบถามข่าวจากหลานเขยอยู่เนืองๆ พร้อมกันนั้นก็ได้แต่กล่าวโทษตัวเองที่บังคับให้หลานแต่งงานจนมาเกิดเรื่องขึ้น

หัวอกย่าทั้งรักทั้งห่วงหลาน หากแต่ที่เคยแสดงออกมามีแต่คำว่ากล่าวดุด่า เรื่องราวในคราวนี้ทำให้นางได้รับบทเรียนเฉกเช่นเดียวกัน หากรักไยไม่แสดงว่ารักขณะคนที่เรารักยังอยู่ใกล้ชิด มัวแต่เอาทิฐิมาขวางความรู้สึกจนทุกอย่างเกือบสาย

ต่อไปก็หนักแน่นกันนะลูก มีอะไรหันหน้าเข้าคุยกัน อย่าหนีปัญหา

เธียรขวัญน้ำตาคลอเบ้า แค่สัมผัสอ่อนโยนของย่ากับคำพูดแนะนำสั่งสอน เธอก็รู้แล้วว่าที่ผ่านมาเธอหาได้มีตัวคนเดียวอย่างที่เข้าใจไม่

นั่งคุยกันอีกครู่ใหญ่รถกระบะของมืดก็แล่นเข้ามาในเขตบ้าน ครั้นรถจอดได้ไม่นานเด็กหญิงในชุดอนุบาลวิ่งตึงๆ ขึ้นบันไดมาหยุดยืนอยู่ริมชาน

อาเทียน!” เจ้าตัวเล็กอุทานตาโตก่อนจะวิ่งจี๋เข้าไปหมายกระโดดใส่ตักเธียรขวัญ ทว่ากลับถูกคว้าเอวไว้ได้ก่อนด้วยแขนแข็งแรงของอมฤต สุดท้ายน้อยหน่าก็ลงไปนั่งปุ๊กอยู่บนตักเขา ทั้งยายเนียมและป้าแดงต่างระบายลมหายใจโล่งอก

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองคนรวบตัวไว้อย่างงุนงง

แม่นี่สอนกี่ทีไม่รู้จักจำ บอกว่าอย่าวิ่งๆ ยังจะผลุงผลังตึงตัง โชคดีแค่ไหนที่พ่อริตมือไวคว้าตัวไว้ได้ เกิดพลาดท่าชนแม่เทียนขึ้นมาจะว่ายังไง หายตกใจหญิงสูงวัยก็ดุว่าตามประสานาง คนอื่นๆ นั่งเงียบกันหมด ยัยตัวเล็กก็นั่งหน้าจ๋อย ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าทำผิดอะไร แต่สายตาของคุณทวดบอกว่าตนผิดไม่น้อยล่ะ

เจอลุงริตกับอาเทียนต้องทำไงล่ะน้อยหน่า? ป้าแดงช่วยกู้สถานการณ์ เด็กหญิงยกมือไหว้ทีละคน

ไม่ได้เจอกันตั้งนานคิดถึงอาเทียนมั้ยคะ? เธียรขวัญลูบหัวหลาน

คิดถึงค่ะ น้อยหน่าคิดถึงอาเทียนทุกวันเลย เมื่อสังเกตเห็นท้องอาแม่หนูน้อยรีบสอบถาม ทำไมท้องอาเทียนใหญ๋ใหญ่?

มีน้องอยู่ในนี้ค่ะ อมฤตช่วยตอบ น้อยหน่าต้องระวังนะ อย่าโดนท้องอาเทียนแรงๆ เดี๋ยวน้องจะเจ็บ

น้อยหน่าจับน้องได้มั้ย?เด็กหญิงเงยหน้าถาม และชายหนุ่มก็ตอบ

ได้ค่ะ แตะบนหน้าท้องอาเทียนนี่

เด็กหญิงเอื้อมตัวยืดแขนไปวางบนหน้าท้องนูนๆ นั้น ลูบเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มโชว์ฟันน้ำนมซี่เล็ก

น้องจะออกมาข้างนอกมั้ยคะอาเทียน?

ออกมาสิ เธียรขวัญยิ้ม อีกไม่กี่เดือนน้องก็ได้ออกมาเล่นกับน้อยหน่าแล้ว ช่วยอาเทียนเลี้ยงน้องด้วยนะคะ

ค่ะ น้อยหน่าจะเล่นกับน้องด้วยค่ะ

จากบรรยากาศเครียดๆ เมื่อครู่ก่อน กลับกลายเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขึ้นมาแทน

 

เมื่อออกจากบ้านยายเนียมอมฤตก็พาเธียรขวัญไปกราบป้าของตน รับศีลรับพรกันอีกรอบ อยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านป้า ก่อนพาเธียรขวัญกลับสู่บ้านหลังน้อยของพวกเขา ระหว่างขับรถเข้าบ้านชายหนุ่มอมยิ้มชำเลืองมองผู้ร่วมทาง

เหมือนเพิ่งแต่งงานใหม่ๆ เลยเนอะ รับพรจากผู้ใหญ่แล้วกลับหอ

ไม่เห็นเหมือนสักหน่อย เธียรขวัญโต้ด้วยสีหน้าแดงจัด อีกฝ่ายหัวเราะขัน

พระอาทิตย์คล้อยต่ำฉาบแสงอยู่ปลายทุ่ง บรรยากาศในสนามหญ้าหน้าบ้านร่มรื่น สายลมโชยชาย ลงจากรถแล้วแทนที่จะเข้าบ้าน เธียรขวัญเลือกเดินมายังแปลงกุหลาบ ดวงหน้าผุดผาดแต้มยิ้มละไม จรดจมูกลงจูบเจ้าดอกสีแดงโดดเด่นตรงหน้า

ชื่นใจมั้ยเทียน? จูบพี่ดีกว่า ชื่นใจกว่ากันตั้งเยอะ

เธียรขวัญเหลียวมองต้นเสียง เห็นชายหนุ่มยืนยิ้มอยู่ใต้ชายคาบ้าน จึงส่งสายตาขุ่นๆ ไปให้ นึกเคืองที่เขาทำอารมณ์โรแมนติกของเธอปลิวหายไปหมด

อมฤตไม่ทุกข์ร้อน เข้าบ้านไปไม่กี่นาทีก็กลับออกมาพร้อมขวดน้ำและแก้วที่ยกดื่มมาด้วย หญิงสาวยังยืนอยู่ข้างแปลงกุหลาบมองดูดอกโน้นดอกนี้ พลอยให้คนปลูกชื่นใจนัก วางขวดน้ำและแก้วลงบนโต๊ะใกล้ๆ แล้วเดินไปนั่งที่ชิงช้า ทอดสายตามองตามเจ้าหล่อน

เธียรขวัญกลับเข้าบ้านเมื่อดวงอาทิตย์จมหายไปครึ่งดวง ชุดที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นทับเสื้อยืดด้านใน ซึ่งใส่มาตั้งแต่ขึ้นเครื่อง อมฤตนั่งอมยิ้ม ตาพราววิบวับ

ยิ้มอะไรคะพี่ริต? คนเพิ่งเดินเข้ามาหยุดยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า

ยิ้มเทียนนั่นแหละ ใส่ชุดแบบนี้แล้วน่ารักดี คำชมตรงๆ ทำคนฟังเขินได้ไม่ยาก แต่แล้วก็หน้าตูมด้วยประโยคถัดมา ถ้าจับยัยน้อยหน่าแต่งแบบนี้แล้วมายืนข้างๆ กัน ใครๆ ก็คงคิดว่าเป็นแฝดต่างรุ่นแหงๆ พุงยื่นเหมือนกันเลย

พี่ริตนะ ว่าเทียน

ว่าที่ไหน พี่ชมนะนี่...มานั่งนี่มา คนตัวสูงใหญ่ตบที่นั่งข้างๆ เมื่อเธอลงนั่งเขาก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องนูนๆ พานให้แก้มสาวเปลี่ยนสี นั่งอยู่ไม่สุข ถึงเขาจะเคยลูบหน้าท้องเธอมาบ้างแล้ว แต่ไม่เคยชิน ยิ่งนับวันยิ่งกลม ชื่อน้องแตงโมดีมั้ย?

คำพูดคำจาของเขาดับอารมณ์เขินอายของเธอหมดสิ้น กลายเป็นโกรธกรุ่นๆ เธียรขวัญตีเปรี๊ยะไปบนมือหนาใหญ่นั้น อีกฝ่ายสะดุ้ง

มาว่าเทียนเหรอ หาว่าเทียนเป็นตุ่มใช่มั้ยพี่ริต?

ไม่ได้ว่า อมฤตส่ายหน้ารัวเร็ว ตามอารมณ์เจ้าหล่อนไม่ทัน พี่แค่จะตั้งชื่อลูก

ยังไม่รู้เลยว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจะมาตั้งได้ไง?

ก็คิดไว้ก่อน นี่ไง กลมเหมือนลูกแตงโมก็ชื่อน้องแตงโมแหละสมตัว เป็นผลไม้ด้วย ได้อยู่ทีมเดียวกับน้อยหน่า

แล้วถ้าลูกเป็นผู้ชายล่ะ? ชื่อแตงโมน่ะมันผู้หญิงนะ

งั้นถ้าเป็นผู้ชายชื่อแคนตาลูปเป็นไง กลมๆ เหมือนแตงโม แต่เหมาะกับผู้ชายมากกว่า...เลือกเอานะลูก จะชื่อแตงโมหรือแคนตาลูปประโยคท้ายเขาก้มลงคุยกับเจ้าตัวน้อยในท้อง

ไม่ต้องเลย อย่าเอาชื่อน่าเกลียดแบบนั้นมาตั้งชื่อลูกของเทียนเชียวนะ

ฟังยังไงน่าเกลียด น่ารักดีออก ใช่มั้ยแคนตาลูปลูกพ่อ?คนคิดตั้งชื่อก้มลงคุยกับลูกอีก

พี่ริต! บอกว่าไม่เอา อย่ามาเรียกอีกเชียว

โอ.เค.ๆ จ้ะ ไม่เอาชื่อนี้ก็ได้ งั้นเอา... ชายหนุ่มครุ่นคิด แล้วยิ้มกริ่ม แตงโมกับแตงไทยเป็นไง ถ้าเป็นผู้หญิงชื่อน้องแตงโม เป็นผู้ชายชื่อเจ้าแตงไทยไปเลย ชื่อจริงค่อยคิดกันใหม่ บอกเธียรขวัญแล้วก้มลงคุยกับลูกอีกที แต่ก่อนเจอกันพ่อขอเรียกน้องแตงโมไปก่อนนะลูกนะ มันกลมป๊อกเหมือนลูกแตงโมหยั่งงี้

พี่ริตว่าเทียน หญิงสาวเสียงเครือ ตาแดง

ว่าที่ไหน พี่คุยกับลูก เขางุนงง ครั้นเริ่มเข้าใจอารมณ์คนท้องก็กลั้นยิ้ม โอบแขนรวบเธอมากอด โอ๋ๆ ไม่ได้ว่าสักนิด จะว่าได้ไงรักออกอย่างงี้

เทียนไม่ได้อ้วนเผละน่าเกลียดใช่มั้ย?หญิงสาวถามเสียงอู้อี้กับอกเขา

ไม่เลยจ้ะ ยังสวยเหมือนเดิมชายหนุ่มเอาใจ

จริงๆ นะ

จริงซี...แต่ถึงเทียนอ้วนพี่ก็รักอยู่ดีน่า ถึงเป็นตุ่มพี่ก็ร้าก...

 

สายวันถัดมาอมฤตกะเกณฑ์ให้เธียรขวัญแต่งชุดสวยแล้วพาขึ้นรถ หญิงสาวทำตามอย่างงงๆ ทั้งที่คอยถามว่าเขาจะพาไปไหน อีกฝ่ายก็เอาแต่ยิ้มเฉย กระทั่งรถเลี้ยวผ่านรั้วกำแพงปูนเก่าๆ สีถลอก มาจอดในช่องจอดรถหน้าอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น ติดป้ายเด่นหราว่า ที่ว่าการอำเภอ เธอก็หันมาเลิกคิ้ว

มาที่นี่ทำไมคะพี่ริต?

จดทะเบียนสมรส

ชายหนุ่มลงอ้อมมายังฝั่งผู้โดยสาร แล้วเปิดประตูรอ ขณะเธียรขวัญยังนั่งนิ่ง

เชิญคร้าบคุณผู้หญิง เขาโค้งให้อย่างล้อเลียน

เธียรขวัญจึงรู้สึกตัว ก้าวเท้าลงมา ครั้นอมฤตยื่นมือมาตรงหน้า เธอมองพร้อมกับเม้มปาก อยากยิ้มและร้องไห้ในคราวเดียวกัน เลื่อนสายตาขึ้นสบดวงตาชายหนุ่มที่มีแต่ความอ่อนหวาน อบอุ่นอ่อนโยน เรียวปากก็คลี่ละมุน วางมือของตนลงไปในมือใหญ่นั้น และอีกฝ่ายกุมกระชับไว้ทันที

เมื่อขึ้นมาบนอาคาร หนุ่มสาวได้เจอปลัดอดิสรซึ่งกำลังเปิดประตูออกมาจากห้องทำงาน เขายิ้มกว้าง

อ้าว คุณอมฤต คุณเธียรขวัญ มาธุระอะไรครับเนี่ย?

มาจดทะเบียนสมรสครับ ชายหนุ่มตอบฉะฉาน

อ้าว ผมนึกว่า... คนทักยั้งปากไว้ทัน ก่อนยิ้มแหยๆ

แม้ไม่ได้พูดออกมา แต่คนฟังก็พอเดาได้ อมฤตจึงเพิ่งรู้ตัวว่าพลาด และรีบกู้หน้าทันที

ก็ว่าจะมาจดกันตั้งนานแล้วครับ แต่เพิ่งได้ฤกษ์ดี

ผมเห็นข่าวในทีวีเมื่อวันก่อน ปลัดหนุ่มลดสายตาลงมองหน้าท้องเธียรขวัญ คนข้างๆ เธอรีบยืดอก ยกมือไปลูบเล่น เจ้าหล่อนจึงแอบบิดเนื้อตรงเอวเขา

ยินดีด้วยนะครับ ปลัดยิ้มจริงใจ ผมนี่แย่จริงๆ รู้จักดาราดังมาตั้งนานสองนาน ไม่ยักรู้ตัว ไม่งั้นได้ขอลายเซ็นไปนานแล้ว กล่าวติดตลกแล้วหันไปยังอีกคน ยินดีด้วยนะครับคุณอมฤต

ขอบคุณครับ ชายหนุ่มยิ้มรับด้วยสีหน้าชื่น ทั้งๆ ที่ใจจริงอยากร้องครางเหลือทน เพราะเจ็บแปล๊บๆ ตรงเนื้อที่โดนบิด

ไม่นานต่อมาอมฤตก็ถือซองสีน้ำตาลเดินจูงมือเธียรขวัญลงบันไดอำเภอมาด้วยกัน หญิงสาวหน้ามุ่ย

ทำไมพี่ริตต้องลูบท้องเทียนต่อหน้าคุณปลัดด้วย?

ก็ทำไมล่ะ พี่อยากทักทายแสดงความรักกับเจ้าตัวเล็กบ้างไม่ได้รึไง?

แค่นั้นจริงๆ หรือคะ?

อ้าว...ไม่แค่นั้นแล้วจะแค่ไหนจ๊ะ? เขาทำไขสือ

ไม่ใช่ว่าอยากอวดคุณปลัดหรือ?

เสียงทุ้มหัวเราะขลุกขลัก ยกมือลูบต้นคอแก้เก้อที่ถูกจับไต๋ได้

แหม...รู้ดี

หญิงสาวไม่ตลกด้วย เพราะสายตานั้นยังขุ่นขึ้ง

ทำไมพี่ริตต้องทำเป็นกันท่าคุณปลัดด้วย เทียนไม่ได้คิดอะไรกับเขานะ

พี่เชื่อจ้ะ เขาบอกเอาใจ แต่นายปลัดนั่นพี่ไม่แน่ใจ เห็นชอบมองเทียนตาหวานเยิ้มทุกที

พี่ริตตาหาเรื่องน่ะสิ พูดเกินจริง

พูดเรื่องจริงต่างหาก เขาแก้ แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสะบัดอย่างคนแสนงอน ถ้าเขาไม่ทำท่าว่าจีบเทียนตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอนั่น พี่ก็พอจะมองเขาดีๆ ได้หรอก

คนฟังยิ้มส่ายหน้า เอาเข้าจริงเธอก็แอบดีใจเหมือนกันที่เขาแสดงออกว่าหึง ว่าหวง มันบอกว่าเขารักเธอมากใช่มั้ยนั่น

ครั้นถึงตีนบันได ทั้งสองชะงัก คนที่กำลังจะขึ้นบันไดก็ชะงักงันไปเช่นกัน

พี่ริต... หญิงสาวเบื้องหน้าหลุดชื่อเสียงเบา

เธียรขวัญขยับเข้าชิดชายหนุ่ม ยกมือกอดแขนเขาทันที และมองฝ่ายตรงข้ามนิ่งๆ...ใช่จะมีแต่ผู้ชายที่ประกาศความเป็นเจ้าของในตัวผู้หญิง ผู้หญิงเองก็มีวิธีประกาศความเป็นเจ้าของในตัวผู้ชายได้ไม่น้อยหน้ากัน

วาดเดือนยิ้มฝืน

มาทำอะไรที่นี่คะพี่ริต?

พาเทียนมาจดทะเบียนสมรส น้ำเสียงไร้เยื่อใย นัยน์ตาว่างเปล่าเหมือนคนแปลกหน้า แต่ยามหันมาบอกกับคนข้างตัว เสียงเขานุ่มน่าฟัง ไปกันเถอะเทียน

เธียรขวัญรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้ร้ายกาจขนาดจะเรียกว่าเป็นนางมารร้าย แต่ห้ามไม่ได้เลยจริงๆ ที่ขณะเดินผ่านวาดเดือน เธอจะแอบยิ้มที่มุมปาก กระแซะกอดแขนเขาแน่นอีกนิด

ทิ้งคนข้างหลังให้ยืนมองทั้งคู่ผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ

พี่ริตไม่สงสารคุณเดือนหรือคะ? เธียรขวัญเอ่ยถามเมื่อรถเคลื่อนมาจอดตรงปากทางออก รอให้ทางแก่รถบนถนนสายหลัก

ครั้นพารถออกสู่ถนนอมฤตก็คุยด้วย

พี่สงสารเทียนมากกว่า ต้องนอนร้องไห้ขี้มูกโป่งคิดถึงพี่ตั้งกี่เดือน เขาล้อ เธียรขวัญทำเสียง ฮึ บิดปากใส่อย่างหมั่นไส้

ใครบอกว่าเทียนนอนร้องไห้ขี้มูกโป่ง นอนหลับฝันดีทุกคืนสิไม่ว่า

เหรอ...? ชายหนุ่มทำเสียงยานคาง

เธียรขวัญแจกค้อน อีกฝ่ายอมยิ้ม ชำเลืองดูเธอเป็นระยะ ครั้นผ่านไปครู่ใหญ่ฝ่ามือแข็งแรงก็เลื่อนไปกุมมือเล็กบอบบาง ก่อนยกขึ้นจรดริมฝีปาก

อะไรคะพี่ริต? เธอถาม ยิ้มน้อยๆ

อยากจูบอมฤตสบตาเธอแล้วหันกลับไปมองถนน มือใหญ่ยังกุมมือเล็กมั่น มองทางข้างหน้าจนมั่นใจว่าถนนโล่งปลอดภัยดีเขาก็หันกลับมายังเธอใหม่

ขอบใจนะเทียน ที่อยู่ด้วยกัน

เธียรขวัญกระชับมือตอบ และทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่คาดคิด นั่นคือเธอยกมือเขามาจรดริมฝีปากตัวเอง

ขอบคุณพี่ริตเช่นกันค่ะ ที่อยู่ด้วยกัน

สองหนุ่มสาวสบตากันอย่างลึกซึ้ง ฝ่ามือทั้งสองกุมประสานแนบแน่น

สายลมพัดผ่านช่องหน้าต่างรถซึ่งลดกระจกลงกว่าครึ่ง มาเคล้าคลอให้หัวใจสองดวงยิ่งล่องลอยและเบิกบาน



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 225 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #176 kanokradaparima (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:09
    พี่ริตเขินด้วยยยย
    #176
    0
  2. #175 patty (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 10:03

    ลงต่อจนจบไหมคะคุณแก้ว

    #175
    0
  3. #174 Blinkkmelow (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 23:42
    พี่ริทก็ เขินแทนเทียนนนน????
    #174
    0
  4. #173 sa_sa_sa (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 21:21

    ตกลงว่าจะได้แตงโมหรือแตงไทยน้าาาา

    #173
    0
  5. #172 che_ii (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:15

    เบาหวานขึ้นเลย

    #172
    0
  6. #171 Bee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 19:42

    โอ๊ยยยยหวาน​ น้ำตาลขึ้น

    #171
    0