เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 43 : 42 :: เคลียร์ข่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

ตอนที่ ๔๒ เคลียร์ข่าว

 

อมฤตเทียวไปเทียวมาระหว่างไร่กุหลาบและโรงแรมอยู่สองวันก็ได้เวลาพาเธียรขวัญกลับ ปานชีวาลงมาส่ง ประจวบกับปรมินทร์มีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ ช่วงนี้พอดี ทั้งสี่จึงเดินทางลงมาพร้อมกัน สองพี่น้องแวะส่งอมฤตและเธียรขวัญที่คอนโดมิเนียม ก่อนแยกกลับบ้านที่พวกเขาซื้อทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยยังเรียน

เย็นวันนั้นเธียรขวัญนั่งกดรีโมททีวีอยู่บนโซฟาตัวใหญ่หุ้มผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม ซึ่งตั้งเด่นอยู่ในห้องนั่งเล่น กอดหมอนอิงลายกราฟฟิกสีเข้าชุดกับโซฟา ส่วนอมฤตปรุงอาหารอยู่ในห้องครัวเล็กๆ มีช่องกระจกใสกั้นแบ่งพื้นที่

ชายหนุ่มออกไปเข้าซุปเปอร์มาเก็ตตั้งแต่ช่วงกลางวัน เขาคะยั้นคะยอชวนเธียรขวัญไปด้วย แต่เธอปฏิเสธ พอจะรู้เหตุผลอยู่หรอก เขาจึงไม่ดึงดัน

ชายหนุ่มคนน้ำแกงในหม้อ พลางมองผ่านช่องกระจกมายังหญิงสาว รอยยิ้มอ่อนโยนระบายบนดวงหน้า สุดท้ายเขาก็ได้เธอกลับคืนมา ช่วงเวลาที่พลัดพรากกันนั้นเป็นบทเรียนที่ดี เพื่อให้เขาได้ดูแลเอาใจใส่เธอมากกว่าเดิม

และสำหรับข่าวที่ออกมา เถอะ...เขาจะไม่ทำให้เธอต้องอายใคร

เมื่อทำอาหารและจัดโต๊ะเสร็จ อมฤตเอ่ยเรียก

เทียน กินข้าวจ้ะ

โต๊ะอาหารมีขนาดสองที่นั่ง ตั้งอยู่ติดกับช่องกระจกกั้นครัว ใช้พื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น เมื่อเธียรขวัญเบือนหน้าไปมอง จึงเห็นคนตัวโตง่วนรินน้ำใส่แก้ว เธอยกหมอนอิงออกจากตักแล้วลุกไปหา

วันนี้พี่ริตทำอะไรให้เทียนทาน? ดวงหน้าสวยสดชะโงกมองจานกับข้าวสามสี่อย่างที่วางอยู่ตรงหน้า กลิ่นอาหารลอยยั่วน้ำลายมาค่อนชั่วโมง เธออาสาช่วยแต่เขาไล่มานั่งเฉยๆ เลยได้แต่เดาสุ่มว่ามื้อนี้จะได้กินอะไร ว้า...มีแต่ผักทั้งนั้นเลย

ปลาก็มี อยู่ในต้มยำน่ะ กุ้งกับปลาหมึกก็ด้วย ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ พลางนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม แต่กินผักเยอะๆ แหละดี ลูกจะได้แข็งแรง

มือคร้ามตักผัดผักมาใส่จานของหญิงสาว เธียรขวัญย่นจมูก และพานคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็มักดูแลเธออย่างนี้ ยิ่งยามจะงอนง้อเอาอกเอาใจ เป็นต้องตักโน่นตักนี่ให้จนล้นจาน

เจ้าหล่อนอมยิ้ม อีกคนคงสังเกตเห็น เหลือบตามองแล้วถาม

ยิ้มอะไรน่ะ มีอะไรดีๆ แล้วยิ้มคนเดียว?

เปล่า... เธียรขวัญตักข้าวเข้าปาก แต่ยังยิ้มไม่เลิก

ไว้ก่อนกลับเราหาเวลาไปเที่ยวกันสักวันนะ ถ้าไม่นับตอนขึ้นมาตามเทียน พี่ก็ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ มาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ห้างฯ ที่นี่มีอะไรดีๆ บ้าง เผื่อได้เล็งไว้ซื้อให้ลูก ยิ้มของอมฤตกระจ่าง ดวงตาวิบๆ ทอประกายสุกใส แต่รอยยิ้มของเธียรขวัญค่อยๆ จางลง ผิวแก้มปรากฏสีซีด

เทียนกลัวอะไร กลัวเป็นข่าวเหรอ? จะกลัวทำไมอีก มีพี่อยู่ด้วยทั้งคนอย่าลืมสิ

รอยยิ้มกลับมาแต่งแต้มบนดวงหน้าหญิงสาวอีกครั้ง นั่นสิ มีเขาอยู่ด้วยทั้งคน เธอยังต้องกลัวอะไรอีก

อมฤตยื่นมือข้ามโต๊ะมาลูบแก้มอิ่ม

ต้องอย่างนี้สิ เทียนยิ้มแล้วสวยออก ต้องยิ้มเยอะๆ รู้มั้ย ทำหน้าเศร้าแล้วพี่จะเฉาไปด้วย

เธียรขวัญแอบค้อนทั้งที่ริมฝีปากอมยิ้ม

แน่ะ ตั้งแต่ท้องนี่ค้อนบ่อยจริง พี่ว่าท้องนี้เป็นลูกสาวชัวร์

อี๋ อย่ามาเดามั่ว ถ้าเป็นลูกชายพี่ริตจะว่าไง?

เราก็ปั๊มกันใหม่สิ ไม่เห็นยาก

พี่ริต!” เธียรขวัญเสียงแข็ง พยายามทำตาดุไปอย่างนั้นเอง ทั้งที่จริงน่ะเขินจนแก้มร้อนจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

อ้าว พี่พูดอะไรผิด? อีกฝ่ายตีหน้าซื่อ แต่นัยน์ตาพราวระยับ

 

เสียงกริ่งในห้องคอนโดมิเนียมชั้นที่สิบเจ็ดดังขึ้นช่วงเที่ยงของวัน ชายหนุ่มลุกไปเปิดประตูเจอใครยืนอยู่ก็ยิ้มบางๆ ผู้มาเยือนยิ้มตอบพลางก้าวเข้ามาในห้อง ถามเสียงกระซิบ

เรียบร้อยมั้ยคะ?วันนี้หญิงสาวสวมแจ๊กเก็ตหนังเข้ารูปสีดำ กลัดกระดุมสองเม็ดล่าง เสื้อตัวในเป็นไหมพรมคอตั้งสีขาว เข้าชุดกับกางเกงยีนส์สีขาวขายาว สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาล ที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าแพงหูฉี่ เธอสวมรองเท้าหนังส้นสูงหัวแหลมสีเดียวกับแจ๊กเก็ต

เพิ่งกล่อมเสร็จครับ เกริ่นไว้วันก่อนก็เหมือนว่าโอ.เค.แล้ว แต่พอชวนไปจริงๆ จะไม่ยอมท่าเดียว

แล้วตอนนี้อยู่ไหนคะ?

แต่งตัวอยู่ในห้องครับ ชายหนุ่มยืนรอจนแขกถอดรองเท้าวางไว้ข้างตู้ชิดประตู แล้วเดินนำเข้ามาในห้อง ไม่ชวนคุณปอนด์มาด้วยหรือครับ?

พี่ปอนด์แวะไปทำธุระก่อนค่ะ ถ้าเสร็จทันก็ว่าจะตามไป...สายข่าวของปันแจ้งมาว่างานเริ่มตอนบ่ายโมงนะคะ เราน่าจะไปหลังจากนั้นสักนิด จะได้ดูเนียนๆ ปานชีวานั่งลงบนโซฟาตัวเด่นของห้องรับแขก อมยิ้มเจ้าเล่ห์ อีกฝ่ายก็ยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน

ใครมาคะพี่ริต? เสียงถามแว่วนำมาก่อน ตามด้วยตัวคนถาม ซึ่งสวยพริ้งอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเสื้อกระโปรงติดกัน ลายกราฟฟิกโทนสีน้ำตาล ไล่เฉดสีตั้งแต่ขาว น้ำตาลอ่อน ไปจนเกือบดำ คาดโบว์อันโตสีน้ำตาลเข้มไว้ข้างเอวเหนือหน้าท้องขึ้นมาเล็กน้อย ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่า อวดน่องขาวเรียวงาม เธอแต่งหน้าอ่อนๆ หากแต่โดดเด่นในทุกเครื่องหน้า ผมยาวสลวยปล่อยเป็นลอนธรรมชาติเคลียไหล่และแผ่นหลัง อ้าว ปันนะเอง มาก็ดีเลย พี่ริตจะพาเทียนไปเดินเล่นในห้างฯ ไปด้วยกันนะ

จ้ะ แขกตอบรับ แล้วกล่าวอุบอิบกับตัวเอง ที่มานี่ก็เพราะเรื่องนี้แหละ

หือ...ว่าอะไรนะ?

อ้อเปล่า...เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร

 

ในห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นผู้คนพลุกพล่านหนาตา เนื่องเพราะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ กลุ่มอมฤตและเธียรขวัญเดินเล่นอยู่หมวดสินค้าเด็กอ่อน ปานชีวาแยกไปดูเสื้อผ้าตัวเล็กกระจิ๋วหลิวซึ่งแขวนไว้บนราวอีกมุมหนึ่ง เธียรขวัญพยายามหลบสายตาไม่มองใคร ปมเล็กๆ ซึ่งเกาะกินใจมานานหลายเดือนไม่อาจปลดเปลื้องได้ในช่วงเวลาอันสั้น เจ้าหล่อนจึงได้แต่ระแวงว่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาคงมองเธอแล้วซุบซิบกันต่างๆ นานา

ครั้งหนึ่งเธียรขวัญบังเอิญสบตากับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคนนั้นก็เหมือนว่าเพิ่งเห็นเธียรขวัญ หล่อนย่นคิ้วอย่างสงสัยก่อนลดสายตาลงมองหน้าท้อง หญิงสาวเบือนหน้าหนีทันที หากแต่หางตาก็ยังเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นสะกิดเพื่อนซึ่งยืนเลือกของอยู่ใกล้ๆ ให้มองมายังเธอ ปฏิกิริยาปกป้องตัวเองทำให้เธียรขวัญขยับเข้ากอดแขนคนข้างกายจนชิด แม้จะรับแอร์เย็นฉ่ำแต่มือของเธอก็ยังชื้นเหงื่อ ดวงหน้าซีดเผือด

เป็นอะไรเทียน?

เปล่าค่ะ คนหน้าซีดส่ายหน้าน้อยๆ กลับคอนโดฯ กันดีกว่านะพี่ริต เทียนไม่อยากเดินแล้ว

ดวงตาและน้ำเสียงของเจ้าหล่อนเว้าวอนน่าสงสาร อมฤตเหลียวมองไปรอบๆ ก็เห็นพิรุธของหญิงสาวสองคน เขาเลื่อนมือขึ้นโอบไหล่บางลูบแขนเธอน้อยๆ อย่างปลอบโยน ขณะสายตาก็ไม่ละจากสาวสองนางนั้น

อย่าคิดมากสิเทียน อย่าลืมว่ามีพี่มาด้วย ไม่มีใครพูดเสียหายหรอก เขาคงซุบซิบกันว่าเทียนมีสามีหน้าตาดีล่ะมั้ง

สำเนียงสุดท้ายกลั้วรอยยิ้ม นัยน์ตาของเขาวิบวับ และมีประกายบางอย่าง บางอย่างที่เธอบอกไม่ถูกว่าคืออะไร แต่นำความเชื่อมั่นมาสู่เธออีกครั้ง หญิงสาวยิ้มตอบ ย้อนกลับอย่างอดหมั่นไส้ไม่ไหว

มุมไหนคะที่ว่าดี?

ก็ทุกมุมแหละ สามีของเทียนต้องดูดีทุกองศาซี ไม่งั้นจะมีเมียสวยอย่างนี้เหรอ

พี่ริต เธียรขวัญเม้มปากกระซิบเสียงขึงเพื่อแก้เขิน ผิวแก้มเป็นสีชมพูเรื่อขึ้นทันตา อีกฝ่ายกลั้นหัวเราะ  กระชับไหล่มนมากอดแนบ ถ้าไม่กลัวว่าเธอจะกระเทือนท้องเขาคงกอดแรงกว่านี้ให้หายมันเขี้ยว

บ่ายเล็กน้อยในตอนที่อมฤตจูงมือเธียรขวัญลงมายังชั้นล่างของห้างสรรพสินค้า ปานชีวาเดินเคียงข้างเพื่อนมาด้วย ผู้คนพลุกพล่านหนาตาในแถบนั้น เหมือนมีกิจกรรมอะไรสักอย่าง ยินเสียงผ่านไมโครโฟนดังมาแว่วๆ เข้ามาใกล้จึงเห็นเวทีเตี้ยๆ เด่นอยู่กลางลาน พิธีกรสาวจับไมโครโฟนพูดจาอย่างคล่องแคล่วฉะฉาน หญิงวัยกลางคนยืนกลางเวที และมีเหล่าดารานักแสดงขนาบข้างเรียงแถวหน้ากระดาน ในมือของทุกคนถือนิตยสารยกโชว์ระดับหน้าอก แสงแฟลชจากช่างภาพแวบวับ

หน้าเวทีวางเก้าอี้ไว้จำนวนหนึ่ง คลุมผ้าสีขาวสะอาด ผูกโบชมพูช่อใหญ่ไว้ด้านหลัง คนนั่งทุกตัว ประชาชนบางส่วนยืนรายล้อม ทั้งระยะใกล้และระยะไกล บ้างยืนจับราวเหล็กกรุกระจกใสมองลงมาจากชั้นบน ผู้ใช้บันไดเลื่อนซึ่งเยื้องไปไม่ไกลนัก ก็เหลียวหลังกลับมามอง แสงแฟลชสว่างวาบเป็นระยะ

แค่เห็นแวบแรกเธียรขวัญรู้ได้ทันทีว่างานอะไร เธอกระตุกมือชายหนุ่ม

เทียนว่าเราไปเดินด้านอื่นกันมั้ยคะพี่ริต

ทำไมล่ะ?

นักข่าวเต็มเลย

ไม่เห็นจะเป็นไร ชายหนุ่มให้กำลังใจ หรือเทียนอายที่เป็นเมียพี่?

ไม่ค่ะ เธอส่ายหน้าเร็วๆ บอกอย่างมั่นใจ เทียนไม่อาย

ชายหนุ่มกุมกระชับมือเรียวบาง

งั้นก็ไป เข้าไปดูใกล้ๆ กัน ถ้าจะเป็นข่าวอีกก็ดี ใครๆ เขาจะได้รู้กันว่าเทียนไม่ได้ท้องไม่มีพ่อ แล้วพี่ก็มีความรับผิดชอบพอ รับรองพี่ไม่ทำให้เทียนอายใครแน่

ยิ่งเดินเข้าสู่กลุ่มคนก็ยิ่งมีคนหันมามอง แรกๆ เหมือนไม่มีใครสนใจ แต่ครั้นมีใครสักคนคุ้นหน้าก็เริ่มซุบซิบคนยืนข้างๆ ให้หันมามองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนแน่ใจ บางคนไม่แน่ใจ กระทั่งนักข่าวสาวแตกคนหนึ่งหันมาเห็นเข้า

ต๊าย! นั่นเธียรขวัญนี่

ถ้อยคำนั้นเหมือนคำประกาศชั้นดี เรียกสายตาของนักข่าวคนอื่นๆ ให้มองตาม จนรุมกรูกันมายังเจ้าของชื่อ เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องขยายวงออกไปให้นักข่าวเบียดเข้ามา คำถามอื้ออึงเหมือนนกกระจอกแตกรัง ไมโครโฟนขนาดจิ๋วและเครื่องอัดเสียงจ่อมาตรงหน้า แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวสว่างพรึ่บพรั่บ อมฤตต้องรั้งเอวโอบเธียรขวัญไว้ไม่ให้โดนเบียดจนล้มลงไป

น้องเทียนหายไปไหนมาคะ?

นั่นสิคะ หายไปหลายเดือนไปอยู่ไหนมา?

ข่าวที่ออกมาว่าท้อง... จากนั้นสายตาเกือบทุกคู่ลดลงมองหน้าท้องของหญิงสาวแทบพร้อมกัน แล้วมีเสียงฮือฮาดังขึ้น เป้าหมายสายตาจุดใหม่คือชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง

คุณคนนี้คือคุณพ่อของน้องในท้องหรือเปล่าครับ?

แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? พวกพี่ๆ ไม่ได้ข่าวกันเลย

และอีกนับสิบคำถามที่ทยอยตามมา คงไม่จบลงง่ายๆ หากว่าอมฤตไม่ขอให้ทุกคนช่วยถามทีละคำถาม

เมื่อมีคนเปิดปากพูด ไมโครโฟนและเทปบันทึกเสียงก็เลื่อนไปยังคนนั้น

ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครคะ? มีความสัมพันธ์อย่างไรกับน้องเทียน?

ผมชื่ออมฤตครับ เป็นสามีของเทียน

เสียงครางกระหึ่มดังจากกลุ่มนักข่าว

แต่งงานกันนานหรือยังคะ? ทำไมไม่เห็นมีข่าวออกมาเลย?นักข่าวสาวผิวเข้มผมซอยสั้นซึ่งยืนอยู่หน้าสุดรีบถาม

นานแล้วครับ หลายเดือนแล้ว เราจัดงานเล็กๆ ที่บ้านต่างจังหวัด ไม่ได้ออกข่าว เขาเงียบไปอึดใจ นักข่าวบางคนหันมองหน้ากันเอง ถ้าใครกำลังคิดว่าเทียนอาจท้องก่อนแต่ง ขอรับรองเลยครับว่าไม่ใช่แน่นอน ผมให้เกียรติเขา เราแต่งงานกันหลายเดือนก่อนเทียนจะท้อง

เธียรขวัญมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่ม นัยน์ตาพราวยิ้มขำ ยังจำคืนเข้าหอได้ดี ผู้ชายที่บอกว่าให้เกียรติเธอคนนี้กลับปีนหน้าต่างหนี เธอล่ะสงสัยจริงว่าคืนนั้น เขา ให้เกียรติหรือ รังเกียจกันแน่?

แล้วคุณรู้เรื่องข่าวเก่าๆ ก่อนหน้านี้ของน้องเทียนหรือเปล่าคะ?หญิงสาวร่างอวบด้านซ้ายมือเอ่ยถามขึ้นบ้าง

ข่าวอะไรครับ? ชายหนุ่มย้อนกลับด้วยสีหน้าซื่อ เรียวปากยังแต้มยิ้ม นักข่าวคนนั้นก็ช่างกล้า ถามตรงประเด็นทันที

ก็ข่าวเรื่องที่น้องเทียนตบกับนางเอกร่วมค่ายแย่งผู้ชายไงคะ

อ๋อ...ข่าวนั้นเอง ชายหนุ่มหัวเราะขลุกขลัก รู้สิครับทำไมจะไม่รู้

แล้วคุณคิดยังไงครับ? หนุ่มผิวขาวรูปร่างสันทัดรีบแทรกขึ้นมา อมฤตเบือนหน้ามองคนข้างตัว ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลางโอบกอด

ผมไม่คิดอะไรมากหรอกครับ ยังไงผมก็รู้จักภรรยาของผมดี รู้ว่าเทียนเป็นคนยังไง ข่าวพวกนั้นออกจะไร้สาระด้วยซ้ำ

แต่ข่าวนั่นมีทั้งภาพและเสียงยืนยันนะครับ จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่ได้ด้วยสิ

ครับ ผมไม่ได้บอกว่าข่าวนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องเทียนตบนักแสดงหญิงด้วยกันนี่ผมเชื่อว่าเธอทำจริง แต่ที่ข่าวออกมาว่าตบแย่งผู้ชาย ยังไงผมก็ไม่เชื่อ ถ้าเทียนอยากได้ผู้ชายคนนั้นจริงเธอจะหายหน้าออกจากวงการไปทำไมละครับ ผมรู้มาว่าหลังจากนั้นเธอตัดขาดกับผู้ชายคนนั้นทันที ผมว่าเรื่องตบตีไม่ใช่เพราะแย่งผู้ชายหรอก แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีมากกว่า ใครๆ ก็รู้ว่าช่วงนั้นเทียนคบหาอยู่กับนักแสดงหนุ่มคนนั้น แต่จู่ๆ มีผู้หญิงอื่นมาคลุกวงในอยู่กับคนของตัว ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไงครับ? ชายหนุ่มเว้นระยะ กวาดตามองเหล่านักข่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ยามมีไมโครโฟนมาจ่อปาก กล้องบันทึกวีดีโอ กล้องถ่ายภาพล้อมรอบตัว เขาไม่มีประหม่าเคอะเขินสักนิด

คนเรามีปฏิกิริยาตอบโต้กับปัญหาต่างกัน อย่างเทียนเขาก็ตอบโต้ในแบบของเขา ผมไม่แปลกใจหรอก คนให้สัมภาษณ์หัวเราะขำ เทียนเขาอารมณ์ร้อนมือไวอย่างนั้นแหละครับ อยู่บ้านก็เหมือนกัน ผมเป็นกระสอบทรายให้เขาซ้อมออกบ่อยไป

มีเสียงฮือฮาตามมาทันที ชายหนุ่มหันมองเธียรขวัญนัยน์ตาพราวระยับ แม้จะบอกว่าตนเป็นกระสอบทรายให้อีกฝ่ายซ้อม แต่จากสายตา ไม่ต้องบอกเลยว่าเขายินดีและเต็มใจกับตำแหน่งนี้แค่ไหน สาวๆ คนใดได้เห็นต่างตาร้อนกันถ้วนหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่ามือที่อยู่ข้างเอวชายหนุ่ม แอบหยิกเนื้อเขาอยู่หลายหน

แล้วอย่างนี้คุณอมฤตไม่กลัวช้ำในบ้างหรือคะ? ใครคนหนึ่งถามติดตลก

ทำไงได้ล่ะครับ ก็รักไปแล้ว

คราวนี้เสียงครางฮือมาจากบรรดาสาวๆ เหยี่ยวข่าว ที่นอกจากจะอิจฉาตาร้อนไปกับประกายตาหวานๆ ชวนฝันนั้น ยังซ้ำเติมด้วยคำพูดง่ายๆ ชวนเคลิ้มเข้าอีก

แล้วพบรักกันได้ยังไงเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยคะ?

ก่อนตอบอมฤตหันมองคนข้างกาย อมยิ้มอย่างแฝงนัย

อันนี้ขอสงวนสิทธิ์ครับ ผมขอเก็บไว้เป็นความทรงจำของเราสองคน

เหมือนว่าหลายๆ คนจะเสียดายที่ไม่อาจล้วงความลับเรื่องนี้ได้ แต่ยังรีบหาคำถามใหม่

น้องกี่เดือนแล้วคะ?

ห้าเดือนแล้วครับ

รู้หรือยังคะว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?

ยังเลยครับ ผมกับเทียนเห็นว่าเก็บไว้ลุ้นตอนคลอดดีกว่า

อยากได้ลูกสาวหรือลูกชายครับ?

อยากได้ทั้งสองเพศนั่นแหละครับ ทั้งลูกสาวลูกชาย...คนแรกจะเป็นเพศไหนผมไม่เกี่ยง ถ้าคนนี้เป็นลูกชายคนต่อไปก็อยากให้เป็นลูกสาว แต่ถ้าคนนี้เป็นลูกสาวคนต่อไปก็ค่อยลุ้นให้เป็นลูกชายบ้าง คนพูดเหลียวมองคนข้างกาย แล้วกลับมาคุยกับนักข่าว แต่ที่แน่ๆ ผมอยากมีลูกสาวสวยๆ อย่างเทียนสักคน

ใครได้ฟังต่างก็อมยิ้ม

แล้วอย่างนี้คุณเทียนจะได้กลับมาเล่นละครอีกหรือเปล่าคะ?

คงไม่ล่ะครับ ผมอยากให้อยู่กับบ้านคอยดูแลลูกๆ มากกว่า เล่นละครด้วยรับบทคุณแม่ด้วยกลัวเค้าจะเหนื่อย ยังไงผมก็เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้

ไม่ทราบว่าคุณอมฤตทำงานอะไรคะ?ครั้นบอกว่าเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียได้ก็ได้ช่องถามเรื่องอาชีพ

ผมทำสวนยางกับสวนปาล์มอยู่ทางใต้ครับ

อย่างนี้ก็เป็นนายหัวสิคะ?

เสียงครางดังขึ้นช่วงหนึ่ง แล้วแต่ละคนก็รอคำตอบ หากแต่ผู้ให้สัมภาษณ์กลับอมยิ้มเฉย ปล่อยให้เหล่าผู้คนตรงหน้าคิดกันเอาเอง

ด้านหลังห่างออกไปไม่กี่เมตร ปานชีวายืนกอดอก อมยิ้มมองคนสองคนที่กำลังเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมาย หลังสิ้นสัมภาษณ์ในวันนี้เธียรขวัญจะได้ออกจากวงการอย่างสง่างาม ไม่ใช่ไปพร้อมเสียงประณามอย่างคราวก่อน

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณผู้ชายคนนั้น คนที่ยืนกอดเพื่อนเธอไว้แนบตัวนั่นล่ะ

ไม่ว่าวันข้างหน้า ชีวิตคู่ของเธียรขวัญกับอมฤตจะเป็นเช่นไร แต่หากมีความรักให้กันและกันอย่างนี้แล้ว หล่อนก็หมดห่วง

รู้สึกเหมือนมีคนมายืนข้างๆ ปานชีวาเบือนหน้ามองแล้วคลี่รอยยิ้ม

เสร็จธุระแล้วหรือคะพี่ปอนด์?

จ้ะ...เทียนเขาให้สัมภาษณ์นานหรือยัง? ดวงตาชายหนุ่มมองไปยังกลุ่มคน

สักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ นี่พี่ปอนด์เดินหานานมั้ย?

หึ...ไม่นานหรอก ก็เราบอกว่างานเปิดตัวนิตยสารเขาจัดชั้นล่าง เดินมาเรื่อยๆ เห็นทางนี้คนเยอะเลยเข้ามาดู...แล้วนิตยสารที่เปิดตัววันนี้จะดับไปเลยรึเปล่านั่น โดนเทียนกับคุณริตขโมยซีนไปหมดแบบนั้น

ปานชีวาหัวเราะ

แหม...เขาอาจจะดังก็ได้นะคะ เปิดตัวนิตยสารหัวใหม่พร้อมเปิดใจเธียรขวัญและสามีหนุ่ม ถ้าเล่นข่าวดีๆ เปิดตัวเก๋ออกค่ะ

นั่นสิ พี่ชายเห็นด้วย

เมื่อสองพี่น้องหยุดสนทนาก็ได้ยินคำถามของนักข่าว

มีแต่คุณอมฤตให้สัมภาษณ์อยู่คนเดียว ไม่เห็นน้องเทียนจะพูดอะไรบ้างเลย รู้สึกยังไงบ้างคะที่ได้แต่งงานกับคุณอมฤต และกำลังจะเป็นคุณแม่มือใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ไมโครโฟนและเทปบันทึกเสียงเลื่อนจากอมฤตมาจ่อหน้าเธียรขวัญ

หญิงสาวเม้มปากอมยิ้มหวานทีเดียว ก่อนเอ่ยเสียงหวานไม่ต่างรอยยิ้ม

เทียนมีความสุขค่ะที่ได้อยู่กับพี่ริต และดีใจที่ได้อุ้มท้องลูกของเรา

ใครจะคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับคำพูดของเธียรขวัญอมฤตไม่สนใจแล้ว ตอนนี้เขากำลังหน้าบานเท่าจานดาวเทียม เปล่งสัญญาณความสุขและความตื้นตันใจออกมาทางดวงตาคมเข้ม เป็นประกายพราวพร่างดั่งดวงดาวนับล้านๆ ดวงแข่งขันประชันแสง ไม่ต้องรอให้ใครบอกหรือร้องขอ ชายหนุ่มโอบร่างบางเข้าซุกอก กดจมูกจูบกระหม่อมน้อยนั้นเนิ่นนาน แสงแฟลชรัวกระหน่ำแวบวาบ เสียงลั่นชัตเตอร์กราวแข่งกันเก็บภาพหวานชื่นของทั้งคู่

 

แม้เหตุผลตอนออกมาจะบอกว่าพาเธียรขวัญมาเดินเล่นดูของ แต่เอาเข้าจริงทั้งสองก็ไม่ได้เดินดูจริงจัง และไม่ได้ซื้ออะไรติดมือกลับคอนโดฯ เลยสักอย่าง

ทั้งสี่มาเจอกันที่ลานจอดรถ เมื่อเช้าปานชีวาเป็นคนไปส่งปรมินทร์ยังจุดนัดหมายของเขา หลังจากนั้นก็ไปหาเธียรขวัญ แล้วทิ้งรถไว้ที่คอนโดมิเนียม ออกมาพร้อมกับผู้เป็นเพื่อนโดยรถยนต์ซึ่งอมฤตเช่าไว้ใช้สอย เป็นอันว่าสองพี่น้องต้องกลับไปเอารถที่คอนโดฯ ของเธียรขวัญอีกรอบ

ปรมินทร์อาสาขับรถ เมื่อเข้ามานั่งในรถพร้อมกันทั้งสี่คน ปานชีวาซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าคู่กับพี่ชายดึงเข็มขัดมารัดพลางเหลียวมองสองหนุ่มสาวที่เบาะหลัง

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามไร้ที่ติ เจ้าของไร่สาวยักคิ้วหลิ่วตา ยิ้มจนแก้มปริ

คำพูดและท่าทีของเพื่อนทำให้เธียรขวัญเอะใจ

นี่วางแผนกันมาก่อนหรือ? เธอมองสามีที มองเพื่อนที ก่อนวกกลับมายังสามีอีกรอบ ว่าไงคะพี่ริต?

ก็อย่างนั้น เขายอมรับยิ้มๆ

ทำไมไม่มีใครบอกเทียนเลยสักคน เธอไม่ได้น้อยใจหรอก แต่มันเกินความคาดหมายต่างหาก พี่ปอนด์ก็เป็นไปกับเขาด้วยนะคะ

เฮ้ย! พี่ไม่เกี่ยว สองคนนี้เค้าร่วมมือกันต่างหาก พี่อยู่วงนอก แค่ผู้สังเกตการณ์เท่านั้น คนไม่เกี่ยวรีบออกตัว

แล้วนี่เขามีงานเปิดตัวนิตยสารกันไม่ใช่หรือ เราไปป่วนงานเขาแบบนี้ไม่เสียหายแย่หรือคะ?

โธ่...เทียน จะไปห่วงอะไร นิตยสารที่เปิดตัวนั่นก็พวกบันเทิง พวกนี้ชอบทำชื่อเสียงดาราดีๆ เสียหายมากี่คนแล้ว เราก็แค่ยืมมือเขามาล้างภาพพจน์แย่ๆ ที่เขายัดเยียดให้ จะเป็นไรไปล่ะ ดีไม่ดีเขาจะเอาข่าวของเทียนไปเขียนให้ตัวเองดังไปเลยน่ะสิ แหม...ก็อดีตดาราดังที่เคยตกเป็นข่าวฉาวสองข่าวซ้อน มาปรากฏตัวแบบไม่คาดฝันในงานเขา แถมยังมาพร้อมสามีหนุ่มกับลูกในท้องอีกหนึ่ง เปิดอกเปิดใจคุยกันไปถึงไหนๆ เขาจะชอบล่ะสิไม่ว่า

แล้วรู้ได้ไงว่าเขามีงานเปิดตัวนิตยสารวันนี้เธียรขวัญถาม

ปานชีวาหันมายิ้มเก๋

อาศัยเส้นสายนิดหน่อยน่ะ พอดีปันมีคนรู้จักอยู่ในสายข่าวบันเทิง แล้วหันไปทางพี่ชาย เป็นไงคะพี่ปอนด์ ฝีมือปัน เจ๋งไปเลยใช่มั้ยล่า?

จ้า แม่นักวางแผน พี่ชายชำเลืองมองน้องสาว และจากหางตา สองพี่น้องก็เห็นว่าที่เบาะหลังนั้นเธียรขวัญกำลังนั่งอิงอยู่ในอ้อมกอดของสามี คนในตอนหน้าสบตากันด้วยรอยยิ้ม

ครั้นกลับถึงคอนโดฯ อมฤตและเธียรขวัญรอส่งทั้งสองขึ้นรถ

เย็นนี้ไปเลี้ยงฉลองกันนะคะ ถือโอกาสเลี้ยงส่งคุณริตกับเทียนด้วย ปานชีวาเอ่ยชวน

ดีครับ แต่ผมขอเป็นเจ้ามือนะ ถือว่าแทนคำขอบคุณของผมกับเทียน

เอางั้นก็ได้ครับ ปรมินทร์ไม่ขัดข้อง

งั้นปันรับหน้าที่จองร้านเอง มีร้านนึงเป็นร้านโปรดของปันกับเทียนสมัยเรียน วันนี้จะพาคุณริตไปทำความรู้จักค่ะ ปานชีวาบอกยิ้มๆ ขอปันโทร.ไปจองโต๊ะก่อน ได้เรื่องยังไงแล้วจะโทร.มานัดเวลาอีกที

ครับ

ปานชีวาแอบกระซิบขู่ข้างหูเพื่อน

บอกหวานใจตัวเองระวังไว้เถอะ คืนนี้โดนถล่มยับแน่

เธียรขวัญย่นจมูกให้โดยไม่ต่อความ คนขู่เลยพยักหน้าแกล้งเปรยว่า

อ้อ...ลืมไป สามีตัวเป็นเศรษฐีสวนยางสวนปาล์มนี่เนอะ ต่อให้ควักกระเป๋าเลี้ยงแขกทั้งร้าน ขนหน้าแข้งก็คงไม่ทันกระดิกม้าง

คำล้อนี้ได้รับการตอบแทนเป็นรอยบิดเนื้อบนต้นแขน แต่คงไม่เจ็บนักเพราะยังมีแจ๊กเก็ตหนังกั้นอีกชั้น



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #170 sa_sa_sa (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 00:05

    ปรบมืออออออ อิอิ

    #170
    0
  2. #169 ztaatinh (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 21:02

    อ่านตอนนี้แล้ว ให้คะแนนพี่ริต 100 คะแนนเต็ม สามีแห่งชาติจริงๆ นู๋เทียนออกจากวงการอย่างสวยงามมาก

    #169
    0
  3. #168 ondara (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 20:53
    ดีงามพระรามยี่สิบ ดีมากพี่ริตเมียรักตาย
    #168
    0