เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 42 : 41 :: เคลียร์หัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    9 ธ.ค. 62

ตอนที่ ๔๑ เคลียร์หัวใจ

 

ร่างกลมกลึงในชุดเอี๊ยมขาสั้นที่นอนหันหลังให้ประตูนั้น ตรึงสายตาของผู้มาใหม่ให้จ้องมองเพียงแค่เธอ เท้าของเขาก้าวอ้อมมาอีกฝั่งเตียง

เหมือนหัวใจที่หล่นหายได้กลับคืนร่างกาย เรียวปากของชายหนุ่มระบายยิ้มบางๆ ดวงตาทอประกายอ่อนหวาน เขาไล่มองเธอตลอดเรือนร่าง หญิงสาวนอนไม่ห่มผ้า จึงเห็นเรียวขาผุดผาด โค้งสะโพกงามงอน ช่วงเอวคอดเล็กน้อย ยามนอนตะแคงเช่นนี้มองเห็นหน้าท้องของเธอนูนเด่นชัดเจน  มือเรียววางทาบกุมหน้าท้องแม้ยามหลับ เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างพลุ่งพล่านอยู่ในอกชายหนุ่ม ทั้งตื้อตึง และตื้นตัน

อมฤตไล่สายตาขึ้นมาจนถึงดวงหน้าสวยหมดจด ไล่มองเครื่องหน้านั้นทีละชิ้น ทั้งปาก แก้ม คาง คิ้ว มาหยุดตรงดวงตาซึ่งปิดสนิท หากแต่มีหยาดน้ำเอ่ออยู่ตรงแอ่งหัวตา ไม่ต้องบอกก็พอเดาออกว่า

เธอนอนร้องไห้ก่อนที่จะหลับไป

ชายหนุ่มทรุดนั่งริมเตียง ลูบไล้เรือนผมของหญิงสาวอย่างแสนรัก และก้มลงจูบบนกลุ่มผมเหนือหน้าผากแผ่วเบา

 

เย็นย่ำ เธียรขวัญเดินผ่านส่วนด้านในมายังโถงรับแขกพลางกวาดตามองหาคนอื่นๆ ช่วงเวลาเช่นนี้เด็กรับใช้ในบ้านส่วนใหญ่จะไปขลุกอยู่ในครัว มีก็แต่มาศที่มักมาอยู่คอยดูแลเธอ และปานชีวากับปรมินทร์ไม่ใครคนใดคนหนึ่งน่าจะกลับมาแล้ว แต่วันนี้บ้านเงียบเชียบ ไม่เห็นใครสักคนแม้แต่มาศ ทำให้ต้องเดินเลยมาถึงทางเชื่อมที่ทอดยาวสู่เรือนครัว ก่อนเท้าจะสาวไปตามทางเดินนั้น หางตาเห็นใครผลุบโผล่อยู่หน้าบันได เธอจึงเปลี่ยนทิศ เดินผ่านระเบียงไปมองเห็นมาศนั่งเล่นอยู่กับเจ้าขนปุย หมาพันธุ์ชิห์สุเพศเมียวัยหกเดือน เจ้าของซึ่งเป็นพนักงานในออฟฟิศมักนำมาฝากไว้

เธียรขวัญเปิดยิ้มกว้าง

ว่าไงจ๊ะสาหร่าย วันนี้มากับใครเอ่ย

เจ้าหมาน้อยวิ่งกระโดดดุ๊กๆ ขึ้นขั้นบันไดมาหา หญิงสาวหัวเราะแจ่มใส เมื่อมันมาใกล้จึงนั่งยองๆ ช้อนมันขึ้นอุ้ม

คุณปันกับคุณปอนด์ยังไม่กลับหรือพี่มาศ?

คุณปอนด์ยังไม่เห็นเข้ามาเลยค่ะ แต่คุณปันกลับมาแล้ว

อ้าว...อยู่ไหน? เดินมาจากในบ้านไม่เห็นใครเลย

คุณปันพาแขกไปเดินเล่นค่ะ ออกไปทางด้านนู้น คนบอกทำปากยื่นไปทาง ด้านนู้น’ “สงสัยจะพาคุณคนนั้นไปเดินชมไร่มั้งคะ

ไปกันนานรึยัง?

สักพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ ตั้งแต่แดดร่ม

เธียรขวัญเหลียวกลับมามองลานกว้างหน้าบ้านก็เห็นเก๋งคันหนึ่งจอดเคียงอยู่กับรถของปานชีวา คงเป็นของ คุณคนนั้น อย่างที่พี่มาศเรียก สงสัยครามครันว่าใคร ตั้งแต่เธอมาอยู่นี่ไม่เคยเห็นใครมาเยี่ยมเยียนเจ้าของบ้านเป็นกิจจะลักษณะเลยสักคน เพราะหากจะมาธุระมักเข้าสำนักงานโดยตรงแทบทั้งสิ้น

แม่หนูสาหร่ายทำเสียงหงุงหงิง เธียรขวัญจึงละความสนใจจาก แขกของปานชีวา กลับมาคุยกับสาวน้อยในอ้อมกอด

ไม่อาบน้ำมากี่วันแล้วเนี่ย กลิ่นตุๆ แล้วนะเราเธอหมุนตัวอุ้มแม่หมาตาแป๋วไปนั่งเล่นกับมันที่โซฟาหวายบนระเบียง

ต่อมาเมื่อเจ้าของมารับสาหร่ายกลับไปแล้วปานชีวาก็ยังไม่กลับ เธียรขวัญยืนชะเง้อชะแง้อยู่บนระเบียงบ้านครู่ใหญ่ จึงหยิบรองเท้าแตะส้นเตี้ยเดินลงบันไดมาบอกกับสาวใช้ ที่กวาดใบไม้อยู่บริเวณลานหินหน้าบ้าน

เทียนออกไปเดินเล่นนะพี่มาศ ครั้นอีกฝ่ายทำท่าจะวางไม้กวาดตามไปด้วย เธอรีบบอก ไปไม่ไกลจ้ะ ไม่ต้องตามไปหรอก ถ้าโชคดีเจอกับคุณปันจะได้กลับมาพร้อมกัน

 

สายลมโชยชื่นหอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลกุหลาบมาต้องจมูก ชวนผ่อนคลาย ไร่กว้างสุดลูกหูลูกตานั้นมีกุหลาบหลากพันธุ์ หลากรุ่น และสีสัน คนงานเดินเตร่อยู่บางจุด เย็นๆ เช่นนี้คงเป็นคนที่ดูแลเรื่องให้น้ำต้นกุหลาบ

พื้นที่ทางด้านหนึ่งซึ่งเห็นหลังคาอยู่ลิบๆ ถูกกันไว้เป็นโรงเรือนสำหรับเพาะพันธุ์ โรงเรือนต้นอ่อน และยังมีโรงเรือนสำหรับปลูกกุหลาบบางสายพันธุ์ ซึ่งให้คุณภาพสูง และราคาดี

ร่างกลมกลึงอวบอิ่มในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นสีฟ้าขาวทับเสื้อยืดสีชมพูอ่อน เดินไต่ลงที่ต่ำซึ่งเป็นทางลาดชันเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง ครั้นลงมายืนได้มั่นคงพอ หญิงสาวก็ยืดอกสูดอากาศหอมบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด อุ้งมือบอบบางลูบไล้หน้าท้อง ก่อนกอดไว้อย่างหวงแหน รอยยิ้มบางๆ ฉาบแต้มบนเรียวปากเมื่อคิดไปว่า อนาคตเบื้องหน้าลูกเธอจะได้เติบโตมาในไร่กุหลาบแห่งนี้ อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับสิ่งงดงามรอบกาย และรายล้อมไปด้วยคนที่รักและหวังดี

หลายเดือนก่อนเธอมาหาปานชีวาเหมือนนกปีกหัก ไร้สิ้นหนทางและที่ไป หากแต่ปานชีวาก็ทำให้ได้ประจักษ์ว่า เพื่อนแท้มีความหมายเช่นไร

อย่างน้อย เธอและลูกก็ไม่เดียวดาย...

หญิงสาวก้าวข้ามโขดหินระเกะระกะมาอีกนิดก็เป็นที่ราบ ไม่เห็นวี่แววของผู้เป็นเพื่อนหรือแขกอยู่ในบริเวณนี้ เธอเลยเดินเล่นรับลม ชมความงามของบรรยากาศ

สายลมโชยชายพาเส้นผมไปล่ปลิว เธียรขวัญเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีใครคนหนึ่งเดินตามมาข้างหลัง

 

มุมหนึ่งบนระเบียงฝั่งตะวันออกของเรือน ปานชีวายืนกอดอก มองสู่ไร่กว้าง ยังจุดเล็กๆ สองจุดซึ่งเคลื่อนที่ตามกันไปตามทางเดินยาว จนเกือบสุดเขตของไร่ฟากนั้น รอยยิ้มน้อยๆ แต้มบนเรียวปาก เป็นรอยยิ้มที่คละเคล้ากัน ทั้งอิ่มเอม ยินดี มีความสุข และตลกขบขัน

ยืนดูอะไรอยู่ หึ ยัยปัน? เสียงทักทุ้ม นุ่ม เจือแววอ่อนโยนเรียกให้ปานชีวาเหลียวมอง

อ้าว พี่ปอนด์...กลับมานานแล้วหรือคะ?

ตะกี้นี้เอง ชายหนุ่มตอบพร้อมกับทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ไม้รองเบาะนุ่ม เขาสวมกางเกงสแลคกับเสื้อเชิ้ตแขนยาว กระดุมหน้าถูกปลดไปแล้วสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นมาลวกๆ ไม่ถึงศอกดี ปลายเนกไทโผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เมื่อเช้ายัง เนี้ยบอยู่เลย บัดนี้ความเนี้ยบหายเข้ากลีบเมฆ เหลือแต่ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูง่ายๆ สบายๆ หากแต่ปานชีวาก็ยังรู้สึกว่าพี่ชายหล่อนนั้นกินขาด เมื่อเทียบกับบรรดาหนุ่มๆ ที่เคยรู้จัก ก็ผู้ชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าหล่อนนี้ รูปร่างสูงใหญ่ รูปหน้าคมคาย ดวงตาคมแต่ทอประกายอ่อนโยนอยู่เป็นนิตย์ และมีรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น ใจดี รถใครจอดอยู่หน้าบ้าน?

แขกพิเศษค่ะ น้องสาวยิ้มอย่างมีนัย ปล่อยให้พี่ชายสงสัย แต่ไม่ทันเอ่ยปากถามต่อหล่อนก็ชิงถามเสียก่อน ประชุมวันนี้เป็นไงบ้างคะ เรียบร้อยหรือเปล่า?

จ้ะ เรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร ประชุมผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของสมาคมการค้าจังหวัดในวันนี้ผ่านไปด้วยดี เป็นที่น่าพอใจทั้งเรื่องตลาดส่งออกและเรื่องราคาผลผลิต รวมทั้งความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ว่าแต่แขกพิเศษของเราน่ะใคร?...แล้วนี่เทียนล่ะ ไปไหน? เข้าบ้านมาพี่ยังไม่เห็นเลย

น้องสาวบุ้ยปากไปทางในไร่ ผู้เป็นพี่มองตาม ไล่หาอยู่อึดใจใหญ่กว่าจะเจอ แล้วต้องมุ่นคิ้ว

นั่นเทียนเดินกับใคร?

ลองทายสิ

ยิ้มของน้องทำให้พี่ชายหรี่ตามอง ก่อนหันกลับไปยังไร่กว้างอีกครั้ง

พ่อของเจ้าตัวเล็ก?

โห! ทำไมแม่นงี้อ่ะพี่ปอนด์ หยั่งกะหมอดู ปานชีวาอุทานตาโต เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เป็นพี่ได้เต็มเสียง

เขามาได้ไง? หรือเทียนโทร.บอก?

เปล่าค่ะ คนหยั่งยัยเทียนเหรอจะโทร. ถ้าตัดก็คือตัด ไม่ยอมกลับไปง้อหรอก มาอยู่นี่ตั้งกี่เดือนไม่ยอมพูดถึงสักแอะ ปานชีวาทำเสียงระอา คุณอมฤตเขาสืบมาเองต่างหากล่ะค่ะ เขาบอกว่าตามมาที่คอนโดฯ เทียนตั้งแต่วันที่แม่คุณหิ้วกระเป๋ามาหาเรานั่นแหละ คลาดกันหน่อยเดียว เทียนออกมาตอนเช้า เขามาถึงบ่าย...พี่ปอนด์ว่าเทียนจะใจอ่อนมั้ยคะ?

แล้วเราว่าไง?

ไม่รู้สิ ปันเดาใจไม่ถูก หญิงสาวอิงสะโพกกับราวระเบียง วางมือเท้าราวข้างหนึ่ง แต่ถ้าเทียนไม่ยอมไปดีๆ นะ ปันจะจับมัดยัดใส่รถให้คุณอมฤตพาไปเลย

ขนาดนั้นเชียว? พี่ชายเลิกคิ้ว ถามยิ้มๆ ไม่ห่วงเพื่อนเหรอ?

ก็เพราะห่วงไงคะถึงต้องทำแบบนี้ ยัยเทียนมาอยู่นี่มีความสุขหรือคะ พอเผลอทีก็แอบเช็ดน้ำตาที ปล่อยไว้อย่างนี้หลานของปันได้จมบ่อน้ำตาเข้าสักวัน

คนเป็นพี่หัวเราะในลำคอ

เทียนเคยเข้มแข็งนะคะพี่ปอนด์ เมื่อก่อนอะไรๆ ก็ผ่านมาได้ แต่ทำไมคราวนี้ถึงอาการหนักก็ไม่รู้

คู่สนทนาทอดสายตาอ่อนโยนไปยังในไร่ สู่หญิงสาวซึ่งตกเป็นหัวข้อสนทนา

เพราะรักมั้ง...ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนได้ทุกอย่างแหละ ทำให้คนเข้มแข็งกลายเป็นคนอ่อนแอ หรือคนอ่อนแอเปลี่ยนเป็นเข้มแข็ง ละลายความโกรธแค้นในใจคนก็ได้ ทำให้คนเย็นชาเป็นคนอ่อนโยน หรือคนอ่อนโยนขี้เล่นกลายเป็นคนเย็นชาไปก็มี เทียนคงรักผู้ชายคนนั้นมากละมัง เขาไม่เหลือใครเลยนี่ พ่อแม่ก็ไม่มี ญาติพี่น้องก็มีแต่ทางย่า ระหองระแหงกันอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ ก็เหมือนชีวิตตัวคนเดียว พอได้รักใครสักคน เขาก็คงทุ่มให้หมดทั้งใจ ผิดหวังขึ้นมา...เลยอย่างที่เห็น

น้องสาวคิดตาม แล้วอมยิ้มพราย

แหม...พี่ปอนด์ของปันกลายเป็นกูรูเรื่องความรักไปตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?

นี่ อย่ามาล้อกันเองนะยัยปันชายหนุ่มกลั้วหัวเราะ

 

เดินมาครู่ใหญ่กว่าเธียรขวัญจะรู้ตัวว่ามีคนตาม ทีแรกเธอคิดว่าอาจเป็นคนงานซึ่งดูแลเรื่องให้น้ำของแปลงกุหลาบ หรือไม่อีกทีก็อาจเป็นปานชีวาเดินตามมา หญิงสาวหันไปมองพร้อมรอยยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มบางๆ ต้องชะงัก กลายเป็นอาการอึ้งตะลึงมอง

พี่ริต... เธอเผลอเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แทบไม่ผ่านริมฝีปาก

ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาหาในขณะที่เธียรขวัญหยุดยืนอยู่กับที่ ครั้นเขาใกล้ถึง เธอถอยหลังไปสองก้าวแล้วหันหลังออกเดิน ทว่าอีกฝ่ายก้าวยาวๆ มาจับแขนไว้ทัน

เทียน...คุยกับพี่ก่อน

ไม่คุยค่ะ เทียนไม่มีอะไรจะคุยด้วย มือเรียวพยายามแกะมืออีกฝ่ายออก แต่ไม่สำเร็จ และเขายังเลื่อนลงกุมมือของเธอ ยึดไว้ทั้งสองข้าง

มีสิเทียน มีเรื่องต้องคุยกันเยอะแยะเลย

ไม่มี! เทียนไม่อยากคุยอะไรทั้งนั้น

อมฤตลดสายตาลงมองหน้าท้องหญิงสาว เธียรขวัญมองตามแล้วหน้าเห่อร้อน

อย่ามองนะ!” เธอสะบัดมือเขาหลุด หันหลังให้ รู้สึกอับอายที่มีหน้าท้องนูนๆ แต่แล้วก็ใจหายวูบ โอบกอดหน้าท้องไว้ พี่ริตไม่มีสิทธิ์มาแย่งเขาไปจากเทียน

พี่ไม่เคยคิดแย่ง แต่เทียนน่ะ ใจคอจะพรากพ่อพรากลูกได้ลงจริงๆ เหรอ? ชายหนุ่มกล่าวอย่างตัดพ้อ เธียรขวัญยืนเม้มปากสนิท เขาจึงจับไหล่มนหมุนมาหาตัว เทียน...หนีพี่มาทำไม?

พี่ริตก็รู้อยู่แล้ว ทำไมต้องมาถามเสียงกล่าวแผ่วเครือขึ้นจมูก

เทียนไม่เชื่อใจพี่เหรอ? เชื่อคำพูดคนอื่นมากกว่าคำพูดพี่หรือไง?

ดวงตาของเธอเอ่อรื้น มองตรงไปในดวงตาคม หลากความรู้สึกของเขาที่สะท้อนออกมาทำให้เจ้าหล่อนหัวใจไหวโยน

มีอะไรทำไมไม่ถามพี่? รอคุยกับพี่ตรงๆ ให้เข้าใจ

ใครบอกว่าเทียนไม่รอ เทียนรอแล้วทั้งคืน... ก้อนแข็งๆ ขึ้นมาจุกลำคอจนเกินจะกล่าวต่อ อีกฝ่ายก็คงตื้อไปเหมือนกัน ได้แต่ยืนมองเธอนิ่งๆ เป็นนานกว่าจะหลุดคำพูดออกมา

พี่ขอโทษ...กลับบ้านเรานะเทียน พี่มารับ

เธียรขวัญส่ายหน้า น้ำตาร่วงริน ไม่ค่ะ เทียนไม่กลับ

เทียน...” ชายหนุ่มเรียกอย่างเว้าวอน “ไม่รักพี่เลยเหรอ? อยู่ห่างกันตั้งหลายเดือนไม่คิดถึงกันเลยหรือไง ตอนนอนคิดถึงพี่บ้างมั้ย? พี่นอนคิดถึงเทียนทุกคืน

จะมาคิดถึงทำไม? ในเมื่อพี่ริตยังมีผู้หญิงคนนั้นอีกทั้งคน ไม่ต้องมาสนใจเทียนหรอก

เอาอะไรมาพูด พี่ไม่เคยมีใครที่ไหนอีกทั้งนั้น มีอยู่คนเดียว...คนนี้ไง

ฝ่ามือชายหนุ่มประคองแก้มหญิงสาว เกลี่ยนิ้วหัวแม่มือช่วยเช็ดหยาดน้ำตา เธียรขวัญมองตาอีกฝ่าย เช่นเดียวกับเขาที่มองตอบมาอย่างอ่อนโยน เธอกัดริมฝีปากล่างไว้ไม่ให้มันสั่นระริก

อย่ามาพูดให้เทียนเจ็บอีก คืนนั้นพี่ริตเลือกผู้หญิงคนนั้น ทิ้งเทียนไปอยู่กับเขา แล้วปล่อยให้เทียนอยู่บ้านคนเดียวทั้งคืน นั่งรอว่าเมื่อไหร่พี่ริตจะกลับ แต่ก็ไม่กลับ ก่อนหน้านั้นก็หนีหน้าเทียน เย็นชาปั้นปึ่งใส่ หาเรื่องทะเลาะ พี่ริตเบื่อเทียนแล้วใช่มั้ย?

โธ่...คิดอะไรอย่างนั้น ปลายนิ้วแข็งแรงเกลี่ยไล้นวลแก้ม พี่เคยเบื่อเทียนที่ไหน

แล้วพี่ริตเย็นชาใส่เทียนทำไม? จะคุยด้วยก็ไม่ยอมอยู่คุย หนีหน้ากันท่าเดียวเลย

ก็พี่... เขาอ้ำอึ้ง จะบอกว่าหาคำพูดมาอธิบายไม่ถูกก็คงใช่ ครั้นแล้วก็มีรอยเขินเล็กๆ บนสีหน้า ตอนนั้นพี่แค่...งอนนิดหน่อยเท่านั้นเอง ก็เทียนมาหาว่าพี่เป็นหมาหวงก้างทำไม แล้วยังมาบอกว่าจะข้ามศพพี่อีก ตอนนอนก็มาแยกห้อง ทำยังกับว่าไม่อยากร่วมเตียงกัน พี่ก็โกรธก็น้อยใจบ้างสิ

เธียรขวัญยืนงง กะพริบตาครุ่นคิดว่าเธอไปว่าเขาแบบนั้นตอนไหน พอนึกได้ก็ทำตาโต

คนบ้า! มาน้อยใจกันได้ไง พี่ริตว่าเทียนเจ็บกว่านี้อีก มาหาว่าเทียนใจง่ายอยากจะเป็นคุณนายปลัด คนผี ถ้าคิดว่าเทียนเป็นผู้หญิงใจง่ายแล้วมายุ่งด้วยทำไม?

ก็พี่หึง ตั้งใจว่าเทียนจริงๆ ที่ไหนล่ะ อารมณ์ปากหมามันพาไปเท่านั้นเอง เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มโมโหชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาได้ แล้วรู้มั้ยทำไมพี่หึง?

หัวใจที่เต้นแผ่วๆ มาหลายเดือนเริ่มเต้นถี่แรง ความจริงมันเต้นแรงมาตั้งแต่เห็นหน้าเขาแวบแรกนั่นแล้ว เพียงแต่เธอเพิ่งมารู้สึกตอนนี้เอง

ไม่รู้...เทียนไม่รู้...

ก็เพราะรักไง...พี่รักเทียน รักคนเดียว ไม่อยากให้เทียนมองผู้ชายคนไหนเลย อยากให้มองแค่พี่คนเดียวเท่านั้น

คนฟังเม้มริมฝีปาก น้ำตาซึ่งเหือดแห้งไปไม่นานเอ่อคลอขึ้นมาอีก ลามไหลผ่านแก้มเนียนทั้งสองข้าง อมฤตโอบกอดเธอมาแนบอก กดจมูกลงบนกลุ่มผมหอมกรุ่น ขณะเดียวกันเธียรขวัญก็หลับตาซุกอกแสนคุ้นเคย อ้อมอกเดียวที่เธอโหยหาแทบทุกคืน

กลับบ้านกันนะเทียน ที่นั่นไม่มีใคร ยังรอเทียนกลับไปอยู่ทุกวัน แล้วพี่ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น มีแต่เทียนคนเดียว

เธียรขวัญน้ำตาไหลพรั่งพรู เบียดซุกอกเขาอีก แขนเรียวกระชับกอดแน่น

กอดให้สมกับที่คิดถึง

สายลมโชยชื่น หอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของมวลกุหลาบมาโอบล้อมสองหนุ่มสาว หัวใจซึ่งห่อเหี่ยวทั้งสองดวง กลับมาโป่งพองเบ่งบาน เต้นในจังหวะสัมพันธ์สอดรับกันและกัน

 

หญิงสาวบนระเบียงคลี่รอยยิ้มละไม

พี่ปอนด์คะ ปันว่าเราไม่ต้องจับเทียนมัดยัดใส่รถให้คุณอมฤตแล้วล่ะค่ะ

หือ... เสียงครางรับอย่างสงสัยดังอยู่ในลำคอชายหนุ่ม พร้อมกับที่เขาลดถ้วยชาจากริมฝีปาก เงยหน้ามองน้องสาว ก่อนเลื่อนสายตาตามไป แล้วอมยิ้มบางๆ

หลานของปันได้อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่สักที เจ้าหล่อนกล่าว ครั้นแล้วก็ทำหน้าย่น ว้า...งี้ปันก็อดเลี้ยงหลานอ่ะดิ อุตส่าห์ดีใจว่าจะได้มีเจ้าตัวเล็กมาเล่นมวยปล้ำด้วยกัน ปันวางแผนไว้ดิบดีเลยนะคะว่าจะช่วยเทียนเลี้ยงยังไงบ้าง

พี่ชายหัวเราะ

นั่นสิ พี่ก็อดมีพนักงานสวยๆ ประจำออฟฟิศเหมือนกัน นี่ยังวางแผนว่าจะให้เทียนเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาไร่อยู่นะ

ปานชีวาหรี่ตามอง

นี่พี่ปอนด์กะใช้งานเทียนคุ้มเลยใช่มั้ยเนี่ย?

เอ๊า...ก็เค้าเคยเป็นดาราดัง เผื่อไร่เราจะพลอยดังไปด้วยไง ไม่ดีเหรอ?

พี่ปอนด์อ่ะ ใจร้าย น้องสาวกระฟัดกระเฟียด เลิกสนใจพี่ชายด้วยการหันมองออกนอกระเบียง แต่เหมือนเจ้าหล่อนยังค้างคาใจกับเรื่องเก่า เพราะยังหันกลับมาบอกพี่ชาย ปันอดเลี้ยงหลานจากเทียนแล้ว พี่ปอนด์รีบหาเมียมีหลานให้ปันเลยนะ

เฮ่ย! เรื่องอะไรมาลงที่พี่? ปรมินทร์ร้องเสียงหลง ก่อนจะหัวเราะ อยากมีเจ้าตัวเล็กๆ ไว้เลี้ยงก็หาแฟนมีลูกเองสิ เรื่องอะไรมาให้พี่ปั๊มให้

พี่ปอนด์นะ! พูดจาน่าเกลียด

สองพี่น้องยังถกเถียงกันเสียงขรม

 

แดดร่มทั่วทั้งไร่ สายลมโชยพัดไม่หยุดหย่อน เส้นทางซึ่งทอดยาวนั้นด้านซ้ายมือเป็นแถวกุหลาบขนานไปกับทางดิน แต้มดอกสีชมพูสด อีกด้านปลูกไม้พุ่มขนาดกลาง ตอกรั้วไม้ล้อมโคนต้นกั้นคอกสี่เหลี่ยมไว้เป็นระยะ สลับด้วยเถากุหลาบเลื้อยพุ่มใหญ่ ทั้งชมพู ม่วง แดง เหลือง อวดดอกสะพรั่งพราว หนุ่มสาวทั้งสองเดินเคียงกันไป

เธียรขวัญลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ไม่คิดว่าจะมีวันนี้อีก วันที่เธอกับเขาได้เดินจับมือกัน พูดคุยกันเหมือนวันเก่าๆ หากแต่ความสงสัยก็ยังมีมากเกินกว่าจะยิ้มได้สนิทใจ หรือพูดคุยกับเขาเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง เสียงที่ถามจึงทั้งแข็งและขึ้นจมูก

เทียนยังไม่หายข้องใจนะ คืนนั้นพี่ริตไปอยู่กับคุณเดือนได้ยังไง? หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงๆ อย่าบอกนะว่าไม่ได้อยู่ด้วย คุณเดือนใช้โทรศัพท์ของพี่ริตโทร.หาเทียน

พี่อยู่จริง เขายอมรับ เธียรขวัญสะบัดมือออก แต่อีกฝ่ายยึดแน่นเหมือนรู้อยู่ก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เทียนคิดหรอก เป็นเหตุสุดวิสัยน่ะ แล้วตอนนั้นพี่ก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณเดือนเอาโทรศัพท์มาโทร.หาเทียนตอนไหน พี่เพิ่งมารู้ทีหลัง...พูดอะไรตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เทียนอย่าไปคิดถึงมันให้เสียอารมณ์เลย เอาเป็นว่า...คืนนั้นระหว่างพี่กับวาดเดือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพี่ก็ไม่ได้อยากทิ้งเทียนให้อยู่บ้านคนเดียวเลย ตอนเช้าพี่รีบกลับตั้งใจจะไปขอโทษ ไปง้อเทียน แต่พอไปถึง เทียนก็ไม่อยู่แล้ว พี่ตามมาที่คอนโดฯ ในกรุงเทพฯ เขาบอกว่าเทียนไม่อยู่ คลาดกับพี่นิดเดียว

ดวงตาคมมองลึกซึ้งเข้าไปในดวงตาหญิงสาว คิดถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาคราใดก็ยังใจหาย

ก็แล้วทำไมต้องไปหาคุณเดือนบ่อยๆ ด้วยล่ะ ช่วงนั้นออกไปแทบทุกวัน เทียนไม่สบายอยู่ก็ยังจะไป

เขาเลื่อนมือไปโอบเอวเจ้าหล่อน ก้าวเดินไปเบื้องหน้าพลางอธิบายด้วยสุ้มเสียงทุ้มนุ่ม

อย่างที่พี่เคยบอก คุณเดือนเขาเป็นนักวิชาการเกษตร บางครั้งต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อหาแนวทางพัฒนาการเกษตรของอำเภอ คราวนี้เขาขอให้พี่ไปเป็นเพื่อน พี่ก็รับปากไว้ตั้งนานแล้ว อีกอย่างได้ไปเห็นตำบลอื่นมีอะไรใหม่ๆ จะได้นำมาทดลองทำดูบ้าง พี่ก็เป็นเกษตกรคนนึงนะ ไปดู เปิดหูเปิดตา ได้ประโยชน์เยอะออก...ประจวบกับช่วงนั้นคุณเดือนต้องทำวิทยานิพนธ์ด้วย สมัยพี่ต่อโท ช่วงทำวิทยานิพนธ์ ก็ได้ครูธรคุณพ่อของคุณเดือนคอยช่วยเหลือ ติดต่อแหล่งข้อมูลให้ แนะนำคนโน้นคนนี้ให้พี่ไปหา พี่ถึงจบมาได้ พอถึงคราวลูกสาวท่านพี่เลยอยากตอบแทนบุญคุณ แล้วตอนที่ออกไปกับคุณเดือนพี่ก็ห่วงเทียนนะ ไม่ใช่ว่าไม่ห่วง จำได้หรือเปล่าว่าพี่จะพาไปหาหมอเทียนไม่ยอมไปเอง ให้ไปอยู่บ้านป้าหรือบ้านย่าเผื่อมีคนดูแลเทียนก็ไม่เอา ช่วงอยู่ข้างนอกพี่โทร.กลับมาเป็นสิบยี่สิบสาย เทียนไม่ยอมเปิดเครื่องสักที โทร.บอกให้ไหลแวะไปดูเทียน มันบอกว่าไงรู้มั้ย...มันว่าเพิ่งขับรถผ่านหน้าบ้านยังเห็นเทียนนั่งแกว่งชิงช้าอยู่เลย แล้วอย่างนี้จะให้พี่ทำไงล่ะเฮอะ เขาจับศีรษะเธอโยกเบาๆ อย่างหยอกล้อ ก่อนออกไปพี่ก็เช็กโทรศัพท์เทียนดีแล้ว เห็นอยู่ว่าแบตเตอรี่เต็ม จู่ๆ มันจะดับไปเองได้ไง ถ้าไม่ใช่ว่าแม่คนแสนงอนตั้งใจปิดเครื่องไม่ยอมรับโทรศัพท์พี่ แล้วออกไปนั่งแกว่งชิงช้าสบายใจ ปล่อยให้เราห่วงแทบตาย

แรกๆ หัวใจหญิงสาวก็แสนตื้นตันอยู่หรอกที่เขาบอกว่าห่วง พยายามโทรศัพท์มาหา ครั้นติดต่อเองไม่ได้ยังอุตส่าห์โทร.ไปทางไหลให้ช่วยมาดู แต่พอมาประโยคท้ายๆ เธียรขวัญก็ทำปากยื่นอย่างที่ชอบทำเสมอยามไม่สบอารมณ์

ใครบอกว่าเทียนสบายใจ สามีตัวเองไปกับผู้หญิงคนอื่นคิดว่าเทียนสบายใจเหรอ?

คนฟังหัวเราะเสียงทุ้มอยู่ในลำคอ คนพูดเลยมองค้อน

ไม่ต้องมาหัวเราะเลย มีอยู่วันนึงพี่ริตทะเลาะกับเทียนแล้วบอกว่าจะไปบ้านคุณป้า แต่พอตอนบ่ายก็ดอดไปอยู่กับคุณเดือน มาเจอเทียนอยู่กับคุณปลัดหน่อยเดียวทำเป็นโมโหใส่ แต่ทีความผิดตัวเองน่ะมองไม่เห็น บอกกับเทียนว่าไปบ้านคุณป้าแล้วไปอยู่กับคุณเดือนได้ยังไง?

อมฤตมองหญิงสาว อมยิ้มพราวทั้งปากและตา เลื่อนมือขึ้นโอบศีรษะเธอเพื่อจะดึงมาจูบให้หายมันเขี้ยว แต่เจ้าหล่อนปัดมือเขาทิ้ง มองด้วยดวงตาขุ่นเขียว

พี่ไปบ้านป้าจริงหรอกน่า พอตอนบ่ายก็ไปทำธุระกับคุณเดือนต่ออีกนิดหน่อย ตอนเจอเทียนน่ะพี่กำลังจะกลับบ้านอยู่พอดี

แล้วถ้าวันนั้นเทียนออกไปด้วย พี่ริตจะทำไงคะ ทิ้งเทียนไว้ที่บ้านคุณป้าแล้วตัวเองโฉบไปหาผู้หญิงอื่นงั้นสิ?

ยิ่งฟังคำค่อนขอด อมฤตยิ่งหัวเราะจนตาหยี เออแน่ะ แม่คุณช่างกระแนะกระแหนจริงๆ หาว่าเขา ดอดมั่งล่ะ โฉบมั่งล่ะ ไปจำคำเหล่านี้มาจากไหน

ก็ถ้าเทียนจะไปด้วย พี่ก็พาไปด้วยกันสิ ไปไหนๆ ก็พาไปหมดแหละ ดีเสียอีก มีเมียสวยๆ อยากอวดจะตาย

อีกคราวที่เธียรขวัญส่งค้อน ผิวแก้มซับสีปลั่ง หายเขินแล้วเธอจึงมองหน้าเขาตรงๆ ก่อนถาม

พี่ริตไม่ได้คิดอะไรกับคุณเดือนแน่นะ?

ไม่เชื่อใจกันอีก

เทียนแค่อยากมั่นใจ คุณเดือนบอกว่าพี่เป็นของเขา เขาเลยมาขอคืน

แล้วเทียนก็ยอมยกให้? ชายหนุ่มหน้าขรึม เห็นพี่เป็นสิ่งของหรือไง จะยกให้ใครก็ได้

เทียนไม่ได้ยกให้ แต่พี่ริตเลือกเขาเอง เธอเถียงกลับ ก็เขามาถามว่าถ้าเขาทำให้เห็นว่าพี่ริตเลือกเขา เทียนจะยอมหลีกทางมั้ย? แล้วคืนนั้นพี่ริตก็อยู่กับเขาทั้งคืน จะให้เทียนทำไง?

เขามาถาม? คิ้วดกเข้มขมวด ถามตอนไหน?

ตอนพี่ริตไม่อยู่เขามาหาเทียนที่บ้าน มาคุยตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ทั้งหมดก็มีอยู่เรื่องเดียว คือขอพี่ริตคืน เธอกระแทกเสียงจนขึ้นจมูก ไปบอกเขาทำไมว่าเราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน?

พี่ไม่เคยบอก ชายหนุ่มเหลียวมาจ้องหน้า ท่าทางของเขางงงวย

แล้วเขารู้ได้ไงละคะ ถึงได้เอาเรื่องนี้มาพูดใส่หน้าเทียน ถ้าพี่ริตไม่พูดเทียนไม่พูด แล้วใครพูด? สำเนียงของเจ้าหล่อนเหมือนว่ายังไม่เชื่อถือ ชายหนุ่มมุ่นคิ้ว ก่อนเอ่ยออกมาอย่างคาดคะเน

คงเป็นใครสักคนในอำเภอละมั้ง คุณเดือนเข้าออกในนั้นได้ไม่ยาก ก็มีอาเป็นถึงนายอำเภอนี่นา

ครั้นจบเรื่องนี้หญิงสาวก็วกกลับเรื่องเก่า

เขาหาว่าเทียนแย่งพี่ริตมาจากเขา ฮึ! เทียนไม่ได้แย่งสักหน่อย พี่ริตมายุ่งกับเทียนก่อนเอง พูดจบเธอเบ้ปากใส่ อมฤตต้องเม้มริมฝีปากกลั้นรอยยิ้มเอาไว้

ก็นั่นสิ พี่ยุ่งกับเทียนก่อนเอง แล้วหนีมาทำไม?

ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เทียนก็คิดว่า...

ว่าอะไร? อีกฝ่ายรีบถามเมื่อเธอเงียบไปเฉยๆ

ก็...ก็เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราแค่อารมณ์ชั่ววูบ พอคนของพี่ริตมาก็กลับไปหาเขาสิเธอกระแทกเสียงในประโยค ดวงตาขุ่น

อมฤตประหวัดไปถึง ผู้หญิงคนนั้นไม่คิดว่าหล่อนจะร้ายกาจ ทั้งโทรศัพท์ ทั้งไประรานถึงบ้าน ขณะที่เขาก็โง่ตกเป็นเครื่องมือให้หล่อนใช้ทำร้ายลูกเมียตัวเอง

แขนแข็งแรงเกี่ยวเอวหญิงสาวมาชิดสะโพก

มีคนอื่นที่ไหน มีคนนี้คนเดียวพอ ไม่อยากไปวุ่นวายกับใครอีกหรอก แค่ต้องตีกับเทียนในแต่ละวันนี่พี่ก็แทบหมดแรงอยู่แล้วคำล้อมาพร้อมรอยยิ้มกลั้วหัวเราะ

เธอไม่ได้ตลกไปกับเขาสักนิด ยังถามกลับหน้ามุ่ย

แล้วทำไมต้องนอนหันหลังให้เทียนด้วย? ไปขลุกอยู่กับคุณเดือนมาทั้งวัน พอกลับมาก็มานอนหันหลังให้เทียน

อมฤตเลิกคิ้วมอง อมยิ้มน้อยๆ เขาจำได้ล่ะว่าคืนไหน แต่ไม่นึกว่าเธอจะคิดไปใหญ่โตแบบนี้

ที่นอนหันหลังให้เพราะพี่ไปขลุกอยู่กับคุณเดือนเมื่อไหร่ล่ะ แต่เพราะอยากให้คนง้อต่างหาก ก็เทียนเล่นว่าพี่เป็นหมาหวงก้าง แล้วยังหนีไปนอนห้องเก่า พี่ก็น้อยใจเป็นนะ ทีเทียนงอน ยังนอนหันหลังให้พี่เลย

คนช่างซักแอบค้อน

แต่พี่ริตบอกเองว่า จะโกรธจะงอนอะไรก็อย่านอนหันหลังให้

ตอนเทียนงอนพี่ง้อนี่ พอพี่งอนทำไมไม่ง้อกันบ้าง บอกพี่สิ จะโกรธจะงอนอะไรพี่ริตอย่ามานอนหันหลังให้เทียนนะหรือบอกแบบนี้ก็ได้ ไอ้พี่ริต อย่ามานอนหันหลังให้กันแบบนี้นะ ประเดี๋ยวก็ถีบตกเตียงซะหรอก’” เขาทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียน แค่นี้พี่ก็ไม่นอนหันหลังให้แล้ว

เธียรขวัญค้อนให้อีกขวับ แล้วถองข้อศอกใส่อกเขาแก้เขิน

วันที่กลับมาจากกินข้าวที่ริมแม่น้ำ พี่ริตก็นอนหันหลังให้เทียนเหมือนกัน

ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ แอบโคลงศีรษะ ผู้หญิงนี่ช่างจดช่างจำจริงๆ ให้ตาย แล้วต้องซักฟอกให้หมดเปลือกด้วย แม่คุณจึงจะพอใจ

วันนั้นก็งอนเหมือนกัน ก็เทียนเอาแต่มองคุณปลัด ขึ้นรถมาแล้วก็ยังจะมอง

เทียนไม่ได้มองคุณปลัดนะ มองคุณเดือนต่างหาก

อ้าว?!” อมฤตหน้าเหวอ

ก็คุณเดือนมองพี่ริตตาปรอยอย่างนั้น เทียนก็ต้องมองให้แน่สิ จะได้กลับมาจัดการกับคนของเราได้ พอกลับมาถึงบ้านพี่ริตนอนหันหลังให้เทียนเฉยเลย แล้วแบบนี้จะให้คิดว่าไงละคะ

โธ่เอ๊ย...ต่างคนต่างงอน ต่างคนต่างหึงนี่เอง ชายหนุ่มหลิ่วตามอง แขนที่โอบเอวเธอขยับกระแซะข้อศอกในเชิงกระเซ้า ขี้หึงเหมือนกันนะเรา

ก็พี่ริตเป็นของเทียน เธออุบอิบ

หือ? ว่าอะไรนะ พูดใหม่อีกทีซิ

ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย

ปากแข็ง... อมฤตลากเสียง ตะกี้พี่ได้ยินแว่วๆ อะไรของเทียน ของเทียน

เธียรขวัญใบหน้าเห่อร้อน เบือนหน้าหนีไปด้านข้าง

ชายหนุ่มหยุดเดิน เธอจึงต้องหยุดตาม แล้วหน้าท้องนูนก็มีสัมผัสอบอุ่นทาบลงมา เธียรขวัญเห็นมือคร้ามใหญ่ของเขากำลังลูบไล้อยู่บนหน้าท้องนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนลูบ เขาก็เลื่อนสายตามาสานสบ มีความรู้สึกหลากหลายเต้นยิบๆ อยู่ในประกายตาคม อมฤตยิ้มบางๆ หากแต่เธียรขวัญดวงตาพร่าพรายไปหมดแล้ว

ลำบากมั้ยเทียน?

หญิงสาวส่ายหน้าจนผมกระจาย แต่ไม่มีคำใดหลุดจากริมฝีปาก

แพ้มากหรือเปล่า ก่อนมานี่ก็แพ้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

เธียรขวัญยืนเม้มริมฝีปาก น้ำตาไหลริน ชายหนุ่มใจวูบหาย ยกมือขึ้นช่วยเกลี่ยเช็ด

ไม่เอาเทียน ไม่ร้อง พี่ขอโทษ...ต่อไปพี่จะดูแลเทียนให้ดีกว่านี้ ไม่ร้องนะคนดี

คำปลอบของเขาใช่จะได้ผล คนขี้แยยิ่งยืนน้ำตาไหลไม่หยุดจนอมฤตต้องดึงเธอมากอดปลอบ

 

แขกพิเศษได้รับเชิญจากปรมินทร์ให้อยู่รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน สองหนุ่มทำความรู้จักกันเพียงไม่นานก็คุยกันถูกคอ เพราะสนใจทางด้านเกษตรเหมือนกัน หลังทานอาหารเสร็จจึงย้ายมานั่งจิบกาแฟคุยกันต่อที่โซฟาหวายบุนวมหนาบนระเบียงด้านหน้าของเรือน ปานชีวามองดูดวงหน้าที่อิ่มเอิบและดวงตาพราวพร่างของเพื่อนแล้วแอบอมยิ้ม คิดไม่ผิดที่ยอมให้อมฤตมาคุยปรับความเข้าใจกับเธียรขวัญ

ครั้นเห็นว่าเริ่มดึกผู้เป็นแขกก็ขอตัวกลับโรงแรม

จำทางกลับได้นะครับคุณริต? เจ้าของบ้านหนุ่มเอ่ยถามขณะเดินลงบันไดมาส่ง

จำได้ครับ ตอนมาผมพอสังเกตอยู่บ้าง

ชวนให้ค้างนี่ก็ไม่ยอมนะคะ ถ้าคุณริตอยู่ล่ะก็ ใครบางคนคงนอนฝันดีล่ะ

สองหนุ่มหัวเราะ เธียรขวัญขึงตาดุเพื่อน แต่ไม่น่ากลัวหรอก เพราะเรียวปากเธออมยิ้มจนแก้มปริ

ไม่ล่ะครับ เท่านี้ก็รบกวนคุณปอนด์กับคุณปันมามากแล้ว

อย่าคิดว่ารบกวนเลยครับ ยัยเทียนก็เหมือนน้องผม

ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยดูแลเทียนอย่างดี

อมฤตกล่าวลาเจ้าของบ้านก่อนแยกไปขึ้นรถ เธียรขวัญเดินตามไปด้วย ส่วนสองพี่น้องยืนส่งแค่ลานหินหน้าบันได

ขับรถดีๆ นะคะพี่ริต

จ้ะ คืนนี้หลับฝันดีนะเทียน

เธียรขวัญระบายยิ้มไม่เห็นฟัน ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างละห้อย จนคนมองอดใจไม่ไหวต้องยื่นมือไปแตะแก้ม ไล้เบาๆ บนผิวเนียนนุ่ม

พรุ่งนี้พี่จะมาหาแต่เช้า

หญิงสาวยืนส่งจนรถคันนั้นออกไปลับตา ก่อนหมุนกายเดินกลับมาหาปานชีวาที่ยังยืนรออยู่ที่เดิม

เจอคู่รักแล้วหน้าบานเชียวน้า ผู้เป็นเพื่อนกระแซะไหล่และกระเซ้าระหว่างเดินขึ้นบันไดด้วยกัน

นี่ อย่ามาล้อกันนะปัน

ปานชีวาทำหน้าเป็น ยิ้มยั่ว แล้วเบี่ยงหนีเมื่ออีกฝ่ายฟาดมือมาทุบไหล่

แน่ะ! เขินแล้วมาทำร้ายร่างกายคนอื่น สาวร่างเล็กหัวเราะคิกคัก คืนนี้ปันไปนอนกับเทียนนะ

ทำไมล่ะ?

ก็เดี๋ยวสุดที่รักของตัวก็มารับกลับแล้ว กว่าจะได้เจอกันอีกทีไม่รู้เมื่อไหร่

คนทั้งสองยิ้มให้กัน แม้ไม่ใช่รอยยิ้มที่สดใสนัก แต่ต่างรู้ดีว่าในรอยยิ้มนั้นมีความรักความปรารถนาดีอยู่มากมาย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #167 ztaatinh (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 11:51

    โถ่..คุณพี่ไม่ยอมบอกว่าโดนวางนอนหลับ มันเหมืือนไม่เคลียร์เรื่องนอนค้างบ้านอิคุณเดือนบอกแค่เหตุสุดวิสัยแต่น้องไม่ติดใจก็โอเค แต่คนอ่านติดใจแทนอิอิ สรุปเรื่องนี้เกิดจากการกระืำของคุณพี่ทั้งหมดเลย เริ่มขี้หึง - ให้ความสำคัญกับผู้หญิงอื่นมากกว่าเมีย ปั้นปึงกับเมีย ทำเหมือนรำคาญ เลยเป็นเหตุให้เกิดเรื่องขึ้น แต่ก็ดีละที่ผัวเมียเปิดอกคุยกันไม่อย่างนั้นก็จะระแวงกันตลอดไป

    ปล. ยัยคุณเดือนไม่โดนอะไรเลยเหรอ ทั้งที่ทำเลวไว้ซะครอบครัวแทบแตกแยก แค่โดนนินทานิดหน่อย แล้วเรื่องที่คนเขานินทากันน่ะคือเรื่องอะไรก็ไม่รู้ด้วย เพราะคนที่สำนักงานไม่ได้ยินนิว่านัยคุณเดือนทำอะไรทำกับพี่ริตและน้องเทียน

    #167
    0
  2. #166 0936382480 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 08:12

    อย่าลืม กลับไปจดทะเบียนด้วยน่ะค่ะ #พี่ริตคุณเทียน
    #166
    0
  3. #165 ondara (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:39
    ดีงาม ถามตรงตอบตรง ไม่กลัวเสียฟอร์ม ไม่เน่า น่ารักมาก
    #165
    0
  4. #164 Bee (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 21:34

    ต้องเคลียร์กับยัยคุณเดือนด้วย

    #164
    0
  5. #163 sa_sa_sa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 20:37

    เค้าดีกันแล้วววว ^^

    #163
    0
  6. #162 che_ii (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 20:20

    กระจ่างทุกเรื่องเลยเทียน เยี่ยม

    #162
    0
  7. #161 waikiki (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 20:09

    เข้าใจกันสักทีน้าาาาา
    #161
    0