เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 41 : 40 :: ข่าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    6 ธ.ค. 62

ตอนที่ ๔๐ ข่าว

 

กระบะบุโรทั่งควบปุเลงผ่านรั้วบ้านเข้ามาในตอนสายของวัน อมฤตเพิ่งอาบน้ำเสร็จชะเง้อมองผ่านช่องหน้าต่างแล้วระบายยิ้ม ก่อนมาหยุดยืนรอที่หน้าประตูพลางใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมที่ยังเปียก

มาพอดีเลยไหล พี่ว่าจะโทร.หาอยู่เชียว ชายหนุ่มหันหลังกลับเข้าข้างใน อีกฝ่ายตามเข้ามา เดี๋ยวช่วยไปส่งพี่ที่สนามบินหน่อย

จะไปไหน?

ไปรับเทียน ชายหนุ่มบอกพร้อมรอยยิ้ม

รู้ที่อยู่คุณเทียนแล้วเหรอ?

ฮื่อ... คนตอบทำเสียงในลำคอ อีกฝ่ายถอนใจ ไปนอนแผ่ผลึ่งลงบนเก้าอี้กึ่งนั่งกึ่งนอนตัวโปรดของเจ้าของบ้าน

โธ่...ไอ้เรารึอุตส่าห์รีบมาแจ้งข่าว ที่แท้เขารู้ก่อนเราซะอีก

อมฤตซึ่งยังเช็ดผมยุ่งอยู่ เลิกคิ้วขึ้นทันที

ข่าวอะไร?

ก็ข่าวคุณเทียนน่ะสิ นึกว่าพี่ยังไม่รู้ อุตส่าห์รีบบึ่งรถมาบอก เนี่ย...ยัยแจ๊นแจ๋นเข้าตลาดเมื่อเช้า เห็นข่าวนี่ก็รีบวิ่งโร่มาบอก ผมรับไม้ต่อ วิ่งโร่มาบอกพี่อีกที ไหลหัวเราะ หยิบหนังสือพิมพ์ที่วางบนหน้าท้องขึ้นโชว์

อมฤตลดผ้าขนหนูลงพาดคอ มาดึงหนังสือพิมพ์ไปอ่าน

พาดหัวข่าวตัวใหญ่เป้งนั้นเด่นสะดุดตา

อดีตนางเอกดังท้องโย้ ไร้เงา ผ.

ครั้นเปิดอ่านเนื้อข่าวหน้าบันเทิง ก็มีรายละเอียด

แหม...หายหน้าหายตาไปจากวงการพักนึง พี่พ้องน้องเพื่อนก็ได้แต่สงสัยว่าคุณน้องคนสวยของเราไปทำอะไรที่ไหน นั่นสิคะ เจ๊กล้วยหอมก็สงสัยซะจริงเชียวว่าคุณน้องไปทำอะไรมาน้า เจอกันอีกทีถึงได้ป่องมาอย่างงี้ มีอะไรดีๆ ไม่ยอมบอกกันเลยนะคะคุณน้องขา แต่เอ๊...ทำไมมองไปมองมาไม่ยักกะเห็นฝาละมี คุณน้อง ธ เอาไปซุกไว้ไหนคะ เห็นอย่างนี้เจ๊ล่ะห๊วงห่วง ห่วงว่าจะเข้าอิหรอบ ทับไม่ร้องท้องไม่รับจริงๆ เลยค้า

มีภาพประกอบเด่นหรา และถึงแม้จะไม่บอกตรงๆ ว่าคนในภาพคือใคร แต่อมฤตก็เห็นว่านั่น เมียเขาชัดๆ!

เมียรักที่เขาคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก

อมฤตมองภาพนั้นนิ่ง ก่อนกวาดตาไล่สำรวจหญิงสาวในภาพทั้งตัว มาหยุดตรงมือเรียวเล็กที่ประกบกุมหน้าท้องราวทะนุถนอมและปกป้องอยู่ในที บางความรู้สึกไหลปรี่กระแทกใจ ก่อความอุ่นซ่าน และกระพือความคะนึงหาให้ปั่นป่วนในโพรงอก

ชายหนุ่มไล่มองสำรวจเธออีกรอบ อันที่จริงหน้าท้องเธอยังไม่ใหญ่มาก ถ้าไม่สังเกตให้ดีอาจไม่เห็นด้วยซ้ำ แต่ท่าทางกุมท้องนั้นดึงดูดสายตาไม่น้อย ซ้ำยังมีภาพเล็กประกอบอีกสองสามภาพ เป็นภาพโฟกัสใบหน้าตรงๆ ชัดๆ ของหญิงสาว ภาพโฟกัสมือบนหน้าท้อง และภาพโฟกัสถุงพลาสติกที่เธอถือ ซึ่งใสจนมองเห็นว่าของที่บรรจุอยู่ภายในนั้นคือหนังสือจำพวก คู่มือคุณแม่

ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ อมฤตส่งหนังสือพิมพ์คืนไหล พร้อมกับบอก

รอเดี๋ยว ขอพี่แต่งตัวก่อน

แล้วจ้ำอ้าวๆ เข้าไปข้างใน

 

บ่ายเล็กน้อย หญิงสาวในชุดเสื้อยืดและเอี๊ยมขาสั้น เดินเลียบร่มไม้ใหญ่ไปเรื่อยๆ จะว่าไปเดี๋ยวนี้เธอมักสวมชุดเอี๊ยมเป็นส่วนใหญ่ อย่างน้อยในหนึ่งอาทิตย์ก็มีชุดพวกนี้ไม่ต่ำกว่าสามถึงสี่วัน อาจเพราะเสื้อผ้าของเธอมีแต่แบบเข้ารูป เมื่อหน้าท้องขยายใหญ่ขึ้นก็ลำบากที่จะใส่อย่างนั้นอีก เกรงเจ้าตัวน้อยในท้องจะอึดอัด แต่จะให้ใส่ชุดกระโปรงหวานแหววอยู่ทุกวันเธอก็ออกจะเอียน ปานชีวาจึงขนซื้อชุดเอี๊ยมมาให้ยกโหล ใส่แล้วรู้สึกว่าสบายและคล่องตัวทีเดียว

หญิงสาวเดินเล่นเพลินจนมาถึงอาคารชั้นเดียวเล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ใต้ร่มใหญ่ซึ่งแผ่ปกคลุมร่มครึ้ม ทางเข้าอาคารทอดแผ่นทางเดินห่างๆ เท่าระยะก้าวเท้า คั่นแต่ละแผ่นด้วยพรมหญ้าเขียวสด หน้าอาคารมีไม้ดอกไม้ประดับอยู่หลายสายพันธุ์ ลามไปถึงข้างอาคารที่จัดแต่งเป็นสวน มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้นั่งเล่นพักผ่อน อีกด้านของอาคารคือลานหญ้า เงาไม้ใหญ่ที่ยืนต้นสูงชะลูด แผ่กิ่งก้านปกคลุมเกือบเต็มพื้นที่ คล้ายเป็นจุดจอดรถกลายๆ มีปิกอัพจอดอยู่หนึ่งคัน ไม่ไกลกันนั้นยังมีมอเตอร์ไซค์และจักรยานจอดอยู่ด้วย

ประตูหน้าต่างของอาคารเปิดกว้างแทบตลอดเวลาที่เปิดทำการ มองจากข้างนอกจึงอาจเห็นผู้ทำงานข้างในลุกเดินไปมา หญิงสาวผ่านประตูเข้าไป เห็นกลุ่มโต๊ะทำงานอยู่ฝั่งซ้ายมือ ฝั่งขวามีประตูสองบาน เธียรขวัญรู้ดีว่านั่นคือห้องทำงานของปรมินทร์และปานชีวาคนละห้อง ถัดเข้าไปข้างในจะเป็นช่องทางเดินสู่แพนทรีเล็กๆ ซึ่งจัดเตรียมเครื่องดื่มไว้บริการผู้ทำงานในออฟฟิศ และมีห้องน้ำอยู่ติดกัน

หญิงวัยล่วงสามสิบ ไว้ผมบ็อบสั้น กำลังค้นเอกสารจากตู้ชิดฝาผนัง หันมาเห็นเธียรขวัญก็ยิ้มให้

อ้าว หวัดดีค่ะคุณเทียน วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้คะ?

ลมเบื่อๆ แหละค่ะพี่เจี๊ยบ เลยออกมาเดินเล่น งานยุ่งมั้ยคะ?

นิดหน่อยค่ะ นี่คนอื่นออกข้างนอกกันหมด เหลือพี่กับคุณปันอยู่เฝ้าออฟฟิศสองคน เธอยิ้มพลางเดินมาหา ไม่ได้เจอกันไม่กี่วันคุณเทียนเปล่งปลั่งขึ้นเยอะเลยนะคะ

ก็เอาแต่กินกับนอนนี่คะ

คนฟังหัวเราะ ใครๆ ในสำนักงานต่างก็รู้กันทั่วว่าคุณปานชีวาห่วงเพื่อนคนนี้มากแค่ไหน มาใหม่ๆ เธียรขวัญดื้อดึงจะมาช่วยงานให้ได้ ครั้นเป็นลมไปสองรอบก็โดนพักยาว และหลังจากนั้นไม่ว่าเธียรขวัญจะหยิบจับช่วยงานอะไร แทบจะต้องขออนุญาตปานชีวาก่อนเสมอ

ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ สงสัยเจ้าตัวเล็กจะเป็นลูกสาว คุณแม่เลยสวยเอาสวยเอา เริ่มดิ้นหรือยังคะเนี่ย?

เธียรขวัญลูบหน้าท้องทั้งสองมือ พลางก้มลงมอง เรียวปากคลี่ยิ้มละมุน

ยังเลยค่ะ เทียนก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่แกจะทักทาย

อ้าว เทียน มาได้ไง? เสียงคนที่เปิดประตูออกมาจากห้องหนึ่งทักขึ้น

เดินเล่นมาเรื่อยๆ จ้ะปัน

ตอนบ่ายเนี่ยนะ แดดร้อนออกอย่างนี้ ทำไมไม่นอนพักผ่อนอยู่กับบ้านน้า แล้วนี่เดินมาตั้งไกล เทียนนะเทียน อยากมาทำไมไม่บอก ตอนปันออกมาจะได้มาด้วยกัน ไม่ต้องเดินให้เมื่อย ปานชีวาส่งแฟ้มเอกสารให้พนักงานของตน ก่อนลูบหน้าท้องเพื่อนแล้วก้มลงคุย คุณแม่พามาลำบากอีกแล้วใช่มั้ยคะ น่าตีจริงๆ เลยเนอะเจ้าตัวเล็กเนอะ

คนสองคนซึ่งยืนคุยกันก่อนหน้านี้ มองตากัน อมยิ้มน้อยๆ อย่างเหมือนจะรู้กัน

ปานชีวายืดตัวขึ้น แล้วจูงแขนเธียรขวัญพาไปเข้าห้องทำงานของตน

ทำไมไม่รอค่อยออกมาตอนเย็นล่ะเทียน บรรยากาศน่าเดินเล่นกว่าตอนนี้ตั้งเยอะ

ในห้องมีโต๊ะทำงานตั้งเด่นชิดหน้าต่าง เก้าอี้อยู่หน้าโต๊ะตัวหนึ่งไว้สำหรับพนักงานข้างนอกเข้ามาคุยงาน มีตู้เก็บเอกสาร และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งอีกไม่กี่ชิ้น หากแต่ไม่มีชุดโซฟาไว้สำหรับนั่งพัก ปานชีวาจึงพาเพื่อนไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้น

เดินมาตามร่มไม้ไม่ร้อนหรอก เดินมาเรื่อยๆ แป๊บเดียวเอง อยู่บ้านเบื่อจะตาย กินเสร็จก็นั่งๆ นอนๆ

น้ำเสียงเบื่อหน่ายในท้ายประโยคชวนให้คนฟังนึกเห็นใจ ก็อยู่บ้านเฉยๆ ทั้งวันเป็นใครบ้างจะไม่เบื่อ มิหนำซ้ำหล่อนยังเคยเห็นเธียรขวัญแอบร้องไห้บ่อยๆ ยามอยู่เหงาๆ เงียบๆ คนเดียว หล่อนไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางนัก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงเข้มแข็งอย่างเธียรขวัญถึงซานซมมาที่นี่เหมือนนกปีกหัก พร้อมกับลูกในท้อง เธียรขวัญไม่เคยพูดถึงพ่อของเด็ก กระทั่งวันนี้เธอก็ยังไม่ยอมปริปากพูด ถ้าหากว่าผู้ชายคนนั้นไม่โทรศัพท์มาหา หล่อนก็คงได้แต่สงสัยอยู่นั่นเอง

รอยยิ้มบางๆ ทาบขึ้นบนเรียวปากของปานชีวา อีกไม่นานนักหรอก เพื่อนของหล่อนคงหมดทุกข์และได้พบกับความสุขเสียที เจ้าตัวเล็กก็จะได้อยู่กันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูก

อดทนหน่อยเถอะเทียน ตัวเองทำงานช่วงนี้เค้าก็ห่วงหลาน ถึงหมอจะอนุญาต แต่เค้าก็ไม่ไว้ใจอยู่ดี คราวตัวเองเป็นลมตอนนั้นโชคดีแค่ไหนที่มีคนอยู่ด้วย ถ้าอยู่คนเดียวแล้วล้มกระแทกจนกระเทือนถึงหลานเค้าไม่ยอมหรอกนะ

มันตั้งนานมาแล้ว เทียนหายแพ้แล้ว

เถอะน่า ไงก็รอให้คลอดก่อน คลอดแล้วถ้าตัวยังอยากทำงานที่นี่จริงๆ เค้าไม่ห้ามเลย ปานชีวาบอกยิ้มๆ ทีเล่นทีจริง แต่คนฟังสีหน้าสลดลง ลูบท้องตัวเอง

เทียนต้องทำสิ ไม่ทำงานแล้วจะเอาอะไรเลี้ยงลูก

ปานชีวาบีบไหล่เพื่อนเบาๆ ปลุกปลอบ วางสะโพกพิงขอบโต๊ะ

ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า มีคนช่วยเลี้ยงอยู่แล้ว

รอยอมยิ้มแฝงนัยนั้นไม่ทำให้เธียรขวัญสงสัยสักนิด นอกจากคิดว่าปานชีวาคงทำร่าเริงให้สบายใจเท่านั้น เธอรู้ว่าเจ้าหล่อนจะไม่ทอดทิ้งเพื่อน แต่จะให้พึ่งพาเพื่อนนานๆ ก็ชักเกรงใจ ยิ่งนานวันข้างหน้ายังมีอีกหนึ่งชีวิตมาเพิ่มภาระ จึงต้องเตรียมแผนการเอาไว้ เพื่อที่ว่าจะรบกวนปานชีวาและปรมินทร์ให้น้อยที่สุด

อย่างไรเสียคนเราก็ไม่อาจพึ่งพาคนอื่นได้ตลอดชีวิต

เสียงเอะอะดังขึ้นข้างนอกเรียกสองสาวในห้องให้เหลียวไปมองทางประตู

สงสัยพวกนั้นจะกลับกันมาแล้ว

นี่เทียนมากวนเวลาทำงานหรือเปล่า ออกมานานแล้ว บอกกับพี่มาศว่าจะเดินเล่นแถวๆ ข้างบ้าน ป่านนี้ห่วงแย่แล้วก็ไม่รู้ เทียนกลับก่อนดีกว่า

ปันไปส่ง ปานชีวาดีดตัวยืน ช่วยพยุงเมื่อเธียรขวัญลุกจากเก้าอี้

ไม่ต้องหรอก ทำงานเถอะ เทียนเดินเล่นๆ ไปเดี๋ยวเดียวก็ถึง

เพื่อนสาวถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

เมื่อไหร่จะเลิกเกรงใจกันสักทีนะเทียน

เมื่อประตูห้องทำงานของปานชีวาเปิดออก พวกที่ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่นั้นหันมามองทันที แล้วนิ่งเงียบกันไปจนผิดสังเกต กระทั่งผู้เป็นนายต้องเอ่ยทัก

เป็นอะไรกันคะ?

เอ่อ...อ้อ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ พี่ไปทำงานก่อนนะคะคุณปัน คนพูดเดินเลี่ยงไปยังโต๊ะทำงานตัวเอง คนอื่นๆ เริ่มสลายตัว หากแต่คนตาไวอย่างปานชีวาก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่พนักงานของตนซุกซ่อนไว้ข้างตัว

เดี๋ยวค่ะ เสียงของหล่อนเรียกให้คนที่เพิ่งขยับจะเคลื่อนย้ายตัวเองชะงัก พี่แหววถืออะไรไว้ในมือ?

ปละ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร เจ้าของชื่อพี่แหววส่ายหน้าหวือ แต่ปานชีวายังยื่นมือไปข้างหน้า

ขอปันดูหน่อย

อีกฝ่ายจึงค่อยๆ ยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาวางไว้บนมือเรียวบอบบางของนายสาว แล้วยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้น คนอื่นๆ ก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ไปตามกัน

แค่เห็นภาพและพาดหัวข่าว ทั้งเธียรขวัญและปานชีวาต่างยืนอึ้ง ก่อนหันมองสบตากันเอง ดวงตาคู่หนึ่งตกใจระคนห่วงใย หากแต่อีกคนดวงหน้าซีดเผือด

เทียน...

เรา...ไม่เป็นไรปัน กลับบ้านก่อนนะพูดจบเธียรขวัญก็ผละแยกออกมานอกอาคาร ไม่สนใจใครอีก

เทียน ปันไปส่งปานชีวาส่งหนังสือพิมพ์ให้คนที่ยืนใกล้สุดแล้วรีบก้าวเร็วๆ ตามเพื่อนออกไป ไม่สนใจเปิดอ่านเนื้อหาข้างในแม้แต่น้อย แค่ข้อความพาดหัวตัวโตๆ นั้นก็บอกอะไรได้ครบถ้วนหมดแล้ว

อดีตนางเอกดังท้องโย้ ไร้เงา ผ.

อักษรย่อ ผ. ตัวหลังจะหมายถึง ผัวหรือ ผู้ชายก็ตาม ใครกันบอกว่าเธียรขวัญไม่มี ก็กำลังจะมารับอยู่นี่ไงเล่า หล่อนล่ะอยากซัดหมัดใส่ปากเจ้าคนเขียนข่าวสักตุ้บ ให้ซดน้ำแกงไม่ได้ไปทั้งเดือน

เทียน รอด้วย อย่าเดินเร็วๆ อย่างนั้น

ปานชีวาตามมาทันไม่ห่างจากสำนักงานนัก เธียรขวัญรีบเบือนหน้าปาดน้ำตาทิ้ง

อย่าไปสนใจข่าวพวกนั้นเลยเทียน พวกนักข่าวปากกระจิบกระจอกก็งี้แหละ ชอบเขียนข่าวมั่ว

เทียนไม่เป็นไร ปันไม่ต้องห่วง

ปานชีวาอ่อนใจ ถ้าร้องไห้ฟูมฟายขี้มูกโป่งหล่อนจะไม่ห่วงเลย แต่เงียบๆ เก็บความรู้สึกอย่างนี้สิที่หล่อนกังวล

งั้นรออยู่นี่ก่อน ปันไปเอารถ เดี๋ยวไปส่ง

 

สาวรับใช้ที่ปานชีวามอบหมายให้ช่วยดูแลเธียรขวัญเป็นพิเศษยืนชะเง้อชะแง้อยู่บนระเบียงเรือน ครั้นรถผู้เป็นนายเข้ามาจอดก็ใจคอไม่ดี แต่เมื่อเห็นใครเปิดประตูลงมาจากฝั่งผู้โดยสารจึงรีบลงบันไดปรี่เข้ามารับ

คุณเทียนไปถึงไหนมาคะ? พี่ห่วงจะแย่

ห่วงจะแย่แล้วทำไมไม่ดูแลให้ดี? ปานชีวาถามเรียบๆ และมองด้วยประกายตาดุ อีกฝ่ายรีบหลุบตาลงต่ำ คุณปันใจดี น่ารัก ไม่เรื่องมากก็จริง แต่ถึงคราวเอาจริงก็เป็นแม่เสือดีๆ นี่เอง ไม่งั้นจะดูแลไร่แทนคุณปอนด์ในช่วงที่อีกฝ่ายไม่อยู่ได้หรือ และยิ่งกับเรื่องคุณเทียนด้วยแล้ว คุณปันเอาจริงทุกเรื่อง

อย่าดุพี่มาศเลย เทียนบอกจะออกไปเดินเล่นแถวๆ นี้ แล้วเดินเพลินไปหน่อย...ขอบใจนะที่มาส่ง นี่ปันจะกลับไปทำงานต่อหรือเปล่า?

ฮื่อ...มีงานค้างอีกนิดหน่อย ต้องดูแลออร์เดอร์ลูกค้าวันพรุ่งนี้ เทียนอยู่คนเดียวได้นะ

อยู่คนเดียวที่ไหน พี่มาศก็อยู่ทั้งคน ไม่ต้องห่วงหรอก

ดูแลคุณเทียนให้ดีนะพี่มาศ หันไปกำชับสาวใช้แล้วหล่อนหันกลับมาคุยกับเพื่อนอีกครั้ง ไม่ต้องคิดมากนะเทียน เรื่องข่าวนั่นไม่ต้องไปใส่ใจ เดี๋ยวอะไรๆ ก็ดีขึ้นเอง เชื่อปันสิ ทำใจให้สบาย

ปานชีวากลับเข้าออฟฟิศหลังจากนั้น ส่วนเธียรขวัญแยกเข้าห้องนอน และน้ำตาที่เก็บกักไว้ก็เกินกลั้นได้อีกต่อไป

อย่าไปสนใจข่าวพวกนั้นเลยเทียน พวกนักข่าวปากกระจิบกระจอกก็งี้แหละ ชอบเขียนข่าวมั่ว

ข่าวจะ มั่วยังไงได้ ก็ที่เธอเป็นอยู่นี่เรียกว่าอะไร

ท้องไม่มีพ่อใครไม่ได้เจอกับตัวคงไม่รู้สึก

แสนสงสารลูก ต้องกลายเป็น เด็กไม่มีพ่อตั้งแต่ยังไม่ทันลืมตา มือเรียวเล็กลูบหน้าท้องอย่างอ่อนโยน

ไม่เป็นไร...บอกตัวเองเป็นร้อยเป็นพันครั้งว่าไม่เป็นไร เธอต้องผ่านมันไปให้ได้ ลืมเรื่องราวในอดีตแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ครั้งนี้ก็จะขอบอกตัวเองอีกสักครั้ง...ไม่เป็นไร ลืมเขาเสีย อย่าไปคิดถึง อย่าไปอาลัยอาวรณ์ ลูกคนเดียว เธอเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ได้

เธอต้องเข้มแข็งเพื่อลูก เพื่อวันข้างหน้า ไม่มีเขาก็ไม่เห็นจะเป็นไร

หญิงสาวเช็ดน้ำตาพลางแหงนหน้าเพื่อข่มอารมณ์ สูดหายใจเข้าลึกจนได้ยินเสียงน้ำมูกดังฟืด กระนั้นหยาดน้ำใสยังเอ่อรื้นเต็มหน่วยตา

 

เก๋งสีควันบุหรี่ค่อนไปทางใหม่จากบริษัทเช่ารถชะลอลงปากทางเข้าไร่ คนขับเขม้นมองป้ายชื่อ ไร่แสงอุษาซึ่งแกะสลักจากแผ่นไม้ใหญ่ตัวอักษรนูนเด่นขึ้นมา มั่นใจว่ามาไม่ผิดไร่รถคันนั้นก็เคลื่อนเข้าไปตามทางคอนกรีตเล็กๆ สองข้างทางปักไม้ไผ่เตี้ยๆ ยกเป็นร่องสูงไม่เกินฟุต ปลูกไม้เลื้อยประดับขนานไปตลอดแนวถนน

กระทั่งถึงทางแยก เข้าไร่มาแล้วจะเจอทางแยกค่ะ เลี้ยวขวาเป็นสำนักงาน เลี้ยวซ้ายเป็นทางเข้าบ้าน ฉันอยู่ที่สำนักงาน คุณมาหาฉันที่นี่ก่อนนะคะ ถ้าคุณเข้าบ้านไปคนเดียวเกรงว่าเทียนจะตกใจ เสียงอธิบายเส้นทางของเจ้าของไร่แว่วมาในสำนึก ชายหนุ่มหักพวงมาลัยพารถเคลื่อนไปตามคำบอก ไม่นานก็เห็นอาคารเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้

บุคคลซึ่งนั่งทำงานอยู่ในสำนักงานทยอยเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ทีละคน บางคนขมวดคิ้ว บางคนนั่งอึ้งประหลาดใจ เพราะผู้ที่เข้ามานั้น แปลกหน้าและไม่บ่อยนักหรอกที่สำนักงานแห่งนี้จะต้อนรับบุคคลแปลกหน้าโดยไม่มีใครแจ้งเรื่องไว้ก่อน

หญิงสาวซึ่งนั่งโต๊ะใกล้สุดรีบขยับลุก ฉีกยิ้มเข้ามาต้อนรับ

สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ?

ผมมาหาคุณปานชีวา หางเสียงของเขาทอดอ่อน จึงฟังอ่อนโยนแม้ไม่มีคำลงท้าย

อ๋อ...ค่ะ งั้นรอสักครู่นะคะ

เพียงเจ้าหล่อนพูดจบประตูห้องหนึ่งก็เปิดออก พร้อมกับหญิงสาวร่างเล็กบางก้าวออกมา กำลังจะเอ่ยเรียกพนักงานของตนแต่เหมือนรับรู้ว่ามีคนมอง จึงหันมาทางประตูอาคาร ดวงตาคู่ใสฉายแววฉงนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนเดินเข้ามาหา

คุณคือ...

ผมอมฤตครับ

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้อย่างมีไมตรี

สวัสดีค่ะ ดิฉันปานชีวา เป็นไงคะ ไร่เราหายากมั้ย?

ไม่ยากหรอกครับ ถนนแยกจากตัวเมืองไม่วกวน แถมคุณยังบอกเส้นทางละเอียด

ปานชีวายิ้มบางๆ ก่อนหันไปสั่งงานลูกน้องสองสามประโยค แล้วชวนชายหนุ่ม

ไปค่ะ

ครั้นออกมานอกอาคารหญิงสาวก็ตีหน้ายุ่ง

ลืมไปว่าให้คนในออฟฟิศยืมรถเข้าไร่

ไปรถผมก็ได้ครับ

ค่ะ...คงต้องเป็นอย่างนั้น

ปานชีวาเดินตามชายหนุ่มไปยังเก๋งใต้ร่มไม้ เมื่อเข้ามานั่งในรถ อีกฝ่ายสตาร์ทเครื่องถอยออกพลางถาม

เทียนเป็นไงบ้างครับ?

ดีขึ้นมากค่ะ มาแรกๆ น่าสงสาร น้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความห่วงใยไว้ชัดเจน เรียกสายตาคนฟังให้ชำเลืองมอง เห็นหญิงสาวหันหน้าออกนอกกระจก เขาเองก็จุกจนไร้คำกล่าว ตอนบ่ายเทียนก็เข้ามาในสำนักงานนะคะ เพิ่งกลับไปสักพักใหญ่ๆ นี่เอง...เจอเรื่องไม่ค่อยดี คุณเห็นข่าวหรือยัง?

ครับ

ปกติถ้าเรื่องไม่จริงเทียนไม่แคร์หรอกค่ะ แต่ข่าวนั่นมันใกล้ความจริงไปหน่อย เลยซึมไป

รถแล่นมาถึงทางแยกจุดเดิม อมฤตเลี้ยวไปตามผู้ร่วมทางชี้บอก ระยะทางจากบ้านไปสำนักงานไม่ไกลนัก ถ้าเดินเท้าจะมีทางลัดเลียบริมไร่ เดินเล่นรับลมเย็นๆ ไม่ทันไรก็ถึง แต่ถ้าใช้รถต้องขับไปตามถนนอ้อมไร่ ไกลขึ้นอีกหน่อย และหากขับรถมาจากหน้าไร่สามารถตรงสู่สำนักงานได้เลยโดยไม่ต้องผ่านบ้านใหญ่

ไม่นานเก๋งสีควันบุหรี่ก็เข้าจอดที่ลานกว้าง เทียบหน้าบันไดหินประดับ มีลวดลายในตัว สองข้างบันไดเขียวชอุ่มด้วยไม้พุ่มและไม้เลื้อยหลากพันธุ์ เจ้าของบ้านเดินนำผู้เป็นแขกผ่านระเบียงเข้ามาในตัวบ้าน สู่ห้องรับแขก ผนังรอบด้านกรุกระจกมองออกไปเห็นความร่มรื่น และสีสันสดใสของไร่กุหลาบได้แทบทุกด้าน ครึ่งหนึ่งของห้องวางโซฟาไม้โอ้คตัวใหญ่ บุนวมหนานุ่ม เจ้าของบ้านไม่ทันเชื้อเชิญแขกนั่ง มาศสาวรับใช้ก็โผล่หน้าเข้ามา

คุณเทียนละพี่มาศ?

นอนหลับอยู่ในห้องค่ะ แยกเข้าห้องไปตั้งแต่คุณปันกลับออฟฟิศ พี่ลองไปแง้มประตูดู เห็นหลับไปแล้ว

ปานชีวาเหลือบมองชายหนุ่ม

คงต้องรอให้เทียนตื่นแล้วล่ะค่ะ

ครับ

เจ้าของบ้านหันไปสั่งสาวใช้

พี่มาศช่วยไปหาน้ำกับขนมมาเลี้ยงแขกหน่อยสิคะ

เมื่อมาศลับหายไปจากช่องทางเดิน ชายหนุ่มก็บอกกับเจ้าของบ้าน

ขอผมเข้าไปดูเทียนหน่อยได้มั้ยครับ?

ปานชีวาเม้มปากมองเขาอยู่อึดใจใหญ่ทีเดียว ก่อนพยักหน้าแล้วเดินนำไปด้านใน ผ่านโถงกว้างสู่ส่วนห้องนอน มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องหนึ่ง

เทียนอยู่ห้องนี้ค่ะ ก่อนอีกฝ่ายจะเปิดประตูเข้าไป หล่อนถามขึ้นว่า ฉันเชื่อใจคุณได้ใช่มั้ยคะ?

ดูเป็นคำถามที่โง่สิ้นดี พาเขาเข้ามาในบ้าน มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเพื่อนเช่นนี้แล้ว เพิ่งคิดจะถาม กระนั้นชายหนุ่มก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าจริงจัง

ด้วยเกียรติของผมครับ

บานประตูปิดลง กั้นคู่รักซึ่งพลัดพรากกันมานานให้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ปานชีวาระบายยิ้มบางๆ...เพราะคำพูดประโยคเดียวเท่านั้นที่ทำให้หล่อนยินยอมต้อนรับเขาเข้าบ้าน นำเขามาส่งให้เพื่อนถึงในห้อง คำพูดประโยคเดียวสั้นๆ หากแต่หนักแน่น มั่นคงยิ่ง

ผมรักเทียน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #159 Bee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 12:29

    พี่ริตสู้ๆ​

    #159
    0
  2. #158 sathkac (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:44

    ขอหวานแบบมดขื้นเลยนะคะ
    #158
    0
  3. #157 Plume2k (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:34
    ขอให้แฮปปี้นะ
    #157
    0
  4. #156 ztaatinh (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:29

    รีบบอกเทียนเลยว่ารัก อย่าปล่อยให้เทียนรออีก

    #156
    0
  5. #155 fifa#lala (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:05
    ขอหวานๆบ้างนะ
    #155
    0
  6. #154 kanokradaparima (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:53
    ปรับความเข้าใจกันนะคะ
    #154
    0
  7. #153 tns_niracha (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:31
    ขอให้ผ่านไปด้วยดี
    #153
    0
  8. #152 ondara (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:21
    เศร้าจริงเศร้าจัง เพราะทิฐิแท้แท้
    #152
    0
  9. #151 che_ii (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:19

    ยังไม่เจออีกตอนนี้. ต้องรอตอนหน้าสินะ งอนหนักๆนะเทียน สมน้ำหน้าอิพี่ริต

    #151
    0