เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 4 : 03 :: งานบุญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

ตอนที่ ๓ งานบุญ

 

เสียงคุยลั่นระงมอยู่ด้านนอกทำให้คนบนเตียงปรือตางัวเงีย นอนมองเพดานครู่หนึ่งก่อนควานมือหานาฬิกา...เจ็ดโมงครึ่ง ยังเช้ามากสำหรับเธอ แต่สำหรับคนที่นี่น่าจะเรียกว่าสายแล้ว เสียงข้างนอกยังดังโขมงโฉงเฉง คนเพิ่งตื่นถอนหายใจพรู

อะไรกันนักกันหนาน้า... เธอปัดผ้าห่มลุกลงจากเตียง โผล่หัวไปดูที่นอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินขวักไขว่จึงเบิกตาโพลง ซวยแล้วนังเทียนเอ๊ย! วันนี้ทำบุญนี่นา

หญิงสาวตาลีตาเหลือกหาผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าเท่าที่พอหยิบฉวยได้ รีบรี่ไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่นอกห้องนอน โชคดีของเธียรขวัญที่ไม่มีใครใช้ห้องน้ำอยู่ขณะนั้น และถ้าเธอจะจับเวลาก็คงรู้ว่าเช้าวันนี้เธออาบน้ำแต่งตัวเร็วสุดในรอบหนึ่งปีก็ว่าได้

ร่างงามระหงสวมเสื้อแขนกุดผ้าชีฟองลายดอก ปล่อยชายบานคลุมสะโพก มองเห็นเกาะอกสีดำชัดเจน เข้ากับกางเกงขาสั้นตามสมัยนิยมโชว์เรียวขาเกลี้ยงเกลา ก้าวลงบันไดหลัง เธอก้มหารองเท้าจึงไม่รู้ว่าตนเองกำลังเป็นจุดสนใจของใครต่อใครในบริเวณนั้น

ด้านหลังนี้ตั้งเต็นท์เป็นโรงครัวชั่วคราว ใช้หุงข้าวทำแกงเลี้ยงพระและเลี้ยงคนมาร่วมงาน พวกน้าๆ ป้าๆ ในหมู่บ้านต่างมาช่วยนั่งโขลกเครื่องแกง หั่นหมูหั่นผัก คนหนุ่มก็ช่วยยกหม้อขึ้นลงจากเตา ดูฟืนไฟอยู่หลายคน ในกลุ่มนั้นมีอมฤตและพรรคพวกรวมอยู่ด้วย

มองไกลๆ ว่าสวยแล้ว มาเห็นใกล้ๆ แบบนี้ยิ่งสวยไปอีกนะพี่ริตนะ ดูสิ ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะเชียว ลูกน้องกระซิบกระซาบ ลูกพี่จึงใช้ฝาหม้อเคาะหัวเข้าให้

อูยย์ อะไรกันพี่ คนเจ็บหันมาทำหน้ายุ่ง อีกฝ่ายขึงตาดุ

ทำงานไป อย่าดีแต่มองผู้หญิง เขาหันกลับไปทางตัวต้นเหตุ พลางส่ายหน้าตำหนิ สาวชาวกรุงนี่มันยังไง โชว์จนไม่มีอะไรจะให้โชว์

ก็ของเขาน่าโชว์นี่หว่า หรือพี่ไม่ชอบมอง คนโดนเคาะหัวยังเถียง ครั้นโดนขึงตาใส่อีกรอบจึงหุบปากสนิท

ทางด้านเธียรขวัญเมื่อหารองเท้าใส่ได้แล้วก็เหลียวมองไปรอบๆ และเพิ่งตระหนักว่าสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมายังตน เธอประหม่าเล็กน้อย แต่พอตั้งตัวได้ก็ไม่สนใจใคร การอยู่หน้ากล้องมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งทำให้เธียรขวัญเคยชินต่อการตกเป็นเป้าสายตา ดวงตาคู่เรียว คม ยังคงกวาดดูรอบๆ กระทั่งเห็นเป้าหมายยืนกำกับคนโขลกเครื่องแกง จึงเดินเข้าไปหา

ป้าแดง

อ้าว คุณเทียน ลงมานานแล้วหรือคะ?

เพิ่งมานี่แหละ มีอะไรให้เทียนช่วยมั้ยคะ?

ในนี้ไม่มีอะไรแล้ว มีคนช่วยกันเยอะแยะ คุณเทียนไปอยู่กับคุณย่าที่หน้าเรือนเถอะ คนเฒ่าคนแก่มากันหลายคน ญาติๆ ทั้งนั้น

เธียรขวัญทำหน้าเมื่อย คนมองก็รู้ว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้คุณย่าเท่าใดนัก แต่ เด็กควรเข้าหา ผู้ใหญ่นางจึงยิ้มให้กำลังใจ พลางดันเบาๆ ให้เธอเดินไปหน้าเรือน

ขณะเธียรขวัญอิดออดอยู่นั้น ได้ยินเสียงโหวกเหวกดังมาว่า

แม่เทียนใช่มั้ยนั่น? มานี่หน่อยซิ คนที่เธอไม่อยากอยู่ใกล้นั่นเอง ตะโกนเรียกมา ร่างสูงโปร่งจึงสืบเท้าไปหา ครั้นใกล้ก็เห็นว่าอีกฝ่ายสีหน้าบึ้งตึง

ดูแต่งเนื้อแต่งตัวเข้า ทำไมไม่เดินแก้ผ้าลงมาเลยล่ะ

เธียรขวัญสะอึก ก้มลงมองดูตัวเอง ไม่เห็นว่ามันจะน่าเกลียดตรงไหน ใครๆ เขาก็แต่งกัน...แต่เมื่อมองดูรอบตัวก็แอบถอนใจ ท่องไว้ในใจว่าที่เธออยู่ขณะนี้คือบ้านนอก...บ้านนอก...ค่านิยมของคนไม่เหมือนกัน

ตามฉันมา จะแนะนำให้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เขารู้ว่าแกมาอยู่บ้านเลยอยากเห็นหน้าค่าตาไว้ ทำตัวดีๆ ล่ะ อย่าเอานิสัยมือแข็ง กระโดกกระเดกมาใช้

เธียรขวัญเดินตามผู้เป็นย่าไปอย่างเสียไม่ได้

ลานกว้างหน้าเรือนนั้นตั้งเต็นท์ไว้สองหลัง จัดโต๊ะเก้าอี้พร้อม มีคนนั่งคุยกันอยู่ไม่กี่โต๊ะ นางเนียมพาเธียรขวัญเดินผ่านเต็นท์ขึ้นบันไดไปบนชานเรือน กลุ่มคนเฒ่าคนแก่อายุล่วงหกสิบแปดสิบนั่งจับกลุ่มเจียนหมากจีบพลูกันอยู่ราวหกเจ็ดคนเงยหน้าขึ้นมองและยิ้มให้ บ้างทักถาม เธียรขวัญคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อถูกแนะนำให้รู้จักจึงยกมือกระพุ่มไหว้เป็นรายคน กระทั่งถึงหญิงคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมงดงาม อายุน่าจะน้อยกว่าคนอื่นๆ นางยิ้มละไม

นี่คุณนายนวลนุช อยู่บ้านเหนือ งานคราวก่อนก็เคยเจอกันแล้วจำได้หรือเปล่า?

เธียรขวัญยกมือไหว้แล้วยิ้มจืด ผู้เป็นย่าได้ทีบ่นอีกคำรบ

ดูมันสิ ไปอยู่เมืองกรุงเข้าหน่อย ญาติๆ ทางนี้มันลืมหมด ฝ่ายแม่มันก็ไม่มีใคร เหลือแต่ญาติฝ่ายพ่อนี่แหละ มันยังไม่คิดจะสนใจอีก

อย่าไปว่าเขาเลย เด็กๆ ก็อย่างนี้แหละน้าเนียม ไม่ได้รู้จักมักจี่ สุงสิงกันมาแต่แรก กลับมาอยู่บ้านคราวนี้น่าจะได้สนิทสนมกันมากขึ้นล่ะนะ คุณนายนวลนุชหันมาพยักยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เธียรขวัญรู้สึกว่าช่างอบอุ่นและใจดี

พระที่นิมนต์มาขึ้นสวดและฉันเพลบนเรือน กว่าเธียรขวัญจะได้ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มผู้ใหญ่ก็ตอนพระฉัน ในเต็นท์หน้าบ้านแขกซึ่งมาร่วมงานบุญนั่งรับประทานอาหารกันเต็มทุกโต๊ะ คนหนุ่มสาวเวียนเดินตักอาหารเสิร์ฟตามโต๊ะต่างๆ เธียรขวัญไม่รู้จะไปไหนหรือช่วยใครทำอะไรจึงดิ่งเข้าครัวไปหาป้าแดงเป็นลำดับแรก นางยังอยู่ในนั้นกับแม่ครัวอีกไม่กี่คน ช่วยกันจัดการข้าวของที่ยังเหลือ

อ้าว คุณเทียน กินข้าวกินปลารึยังคะ?

ยังเลยค่ะ นี่เทียนก็ลงมาขอข้าวกิน

โธ่ อยู่ยังไงคะเนี่ยจนพระฉันเพล มาค่ะป้าหาให้

เธียรขวัญนั่งรออยู่ตรงนั้น ป้าแดงเคลียร์โต๊ะหยิบหม้อ ถาด ไปวางไว้อีกด้าน แล้วตักกับข้าวมาวางแทน

น้อยหน่าล่ะคะ?

อยู่กับแม่เขาโน่นล่ะ ถ้าไม่อยู่หน้าเรือนก็อยู่ใต้ถุนนางหันไปหาข้าวหาน้ำ

อมฤตเดินเข้ามาในโรงครัว หยุดมองหญิงสาว ครั้นอีกฝ่ายรู้ตัวว่าถูกมองก็เหลียวไปดู ดวงตาสองคู่สบประสาน คู่หนึ่งขรึม เรียบเฉย หากอีกคู่ฉายแววถือดี เธียรขวัญไม่ชอบใจเลยที่ถูกจ้องมองแบบนี้ ใครต่อใครที่มองดูเธอในช่วงเช้าก็ไม่ชวนอึดอัดใจเท่าแววตาของผู้ชายตรงหน้า มันอ่านไม่ออก หยั่งไม่ถึง แต่รับรู้ได้ว่าเธอกำลังโดนตำหนิ และความรู้สึกนี้ก็ทำให้เธียรขวัญเชิดหน้า คอแข็ง

อ้าว คุณริต จะเอาอะไรคะ?ป้าแดงร้องทักขณะยกจานข้าวมาให้หญิงสาว จึงยุติสงครามย่อมๆ ทางสายตาลงได้

มาหาหม้อเปล่าน่ะครับ จะเอาไปถ่ายแกงข้างนอก

เดี๋ยวน้าดูให้

ไม่เป็นไร ผมหาเองก็ได้ น้าแดงคงกำลังยุ่ง คนพูดปรายตามองจานอาหารตรงหน้าเธียรขวัญ ทำให้เธอชักสีหน้าขึ้นมาทันที

อมฤตเข้ามาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ครู่เดียวก็ได้หม้อใบเล็กติดมือกลับออกไป พ้นโรงครัวมาแล้วเขาบ่นพึม

เจ้าบ้านแท้ๆ จะกินยังต้องมีคนหามาประเคน ไม่เห็นรึไงว่าคนอื่นเขางานยุ่งกันทั้งนั้น เจริญล่ะแม่คุณ

 

อมฤตรับหน้าที่ไปส่งพระ ยานพาหนะคู่กายในวันนี้เปลี่ยนมาเป็นกระบะสมาร์ทแค็บสีบรอนซ์ทอง หลังจากส่งพระ เขาแวะเอากับข้าวที่ป้าแดงตักใส่กล่องมาให้ ไปฝากลูกน้องซึ่งอยู่เฝ้ากระท่อมแปลงผัก และอยู่จนถึงเย็นจึงกลับเข้างาน ชาวบ้านที่มาร่วมงานทยอยกลับบ้านกันไปมาก เหลือเพียงบางส่วนยังนั่งคุยดื่มสังสรรค์ ผู้เฒ่าผู้แก่ปักหลักคุยกันอยู่บนเรือน

ใกล้ค่ำเต็นท์ก็ถูกถอดเก็บเตรียมส่งคืนหลังหนึ่ง พริบตาเดียวเท่านั้นทั้งโต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดเรียงซ้อนอย่างเป็นระเบียบด้วยฝีมือหนุ่มๆ ที่อยู่ในงาน เธียรขวัญนั่งเล่นอยู่กับน้อยหน่าในเต็นท์อีกหลัง มองคนเหล่านั้นอย่างชื่นชม หนึ่งในนั้นคือมืด อีกหลายคนพอคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จัก ทว่ามีอยู่คนหนึ่งที่เธอเขม่นมาตั้งแต่ตอนเที่ยง เขาเด่นและดูดีกว่าใคร แค่เห็นเขาง่วนยกโต๊ะขนเก้าอี้อาการคอแข็งหน้าเชิดก็กลับเข้ามาอีก เธอเบ้ปาก พอดีกับที่เขาหันมาทางเธอ ตาคมมองนิ่ง เธียรขวัญเบิกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างตกใจ แต่แล้วก็เหยียดปาก เชิดหน้าใส่ ไม่สนใจเขาอีก

อมฤตฉุนกึก นึกหมั่นไส้ขึ้นมาติดหมัด ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าภาพจะแสดงกิริยาไร้มารยาทกับผู้มาช่วยงานแบบนี้ ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับฟาดให้ก้นลายเลยเชียว

ตกค่ำโรงครัวก็กลายเป็นที่ตั้งวงพนันขนาดย่อม ขาไพ่ล้วนแต่เป็นพวกผู้ชายในหมู่บ้าน ส่วนเต็นท์หน้าบ้านมีวงเหล้าอยู่สามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือผู้ใหญ่ละแวกใกล้เคียง กลุ่มสองเป็นของอมฤต พรรคพวก รวมทั้งคนรู้จักมักคุ้น อีกกลุ่มเป็นของมืดและเพื่อนๆ มีเธียรขวัญและนุชเมียของมืดร่วมอยู่ด้วย น้อยหน่านั่งบนตักแม่ ซดน้ำอัดลมไปแล้วหลายแก้ว ส่วนที่วางอยู่หน้าเธียรขวัญเป็นแก้วเหล้าผสมโซดา ซึ่งใครบางคนส่งมาให้ตั้งแต่เธอมาร่วมวงใหม่ๆ ถึงบัดนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธอดื่มไปแล้วกี่แก้ว และเธอก็ไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกวงหนึ่ง ชายคนที่เธอเขม่นตั้งแต่แรกสบตานั่นล่ะ มองมาด้วยสายตาตำหนิไม่ชอบใจอยู่หลายรอบ

เสียงเฮฮาดังขึ้นจากวงเหล้าของอมฤต เพราะมีพนันขันแข่งกันดื่มเหล้า

งานนี้ใครล้มก่อนเป็นไอ้ไก่อ่อนนะเว้ย ใครคนหนึ่งเย้า

ไม่ใช่ข้าแน่ อีกคนต่อความ

ใครก่อนใครหลังข้าไม่รู้ แต่ใครล้มก่อนได้นอนสบาย ใครล้มทีหลังก็เตรียมจ่ายตังค์ค่าเหล้าด้วยแล้วกัน

เสียงฮารับครืนใหญ่

พี่ริตได้ควักตังค์อีกชัวร์ คราวก่อนก็ทีนึงแล้ว คราวนี้ผมเตรียมหลับเป็นคนแรก ยอมเป็นไก่อ่อนสักวัน

หน็อย! ไอ้งก มึงก็หลับก่อนทุกที ดีแต่ซดไม่ยอมควัก

เสียงพูดคุยหยอกล้อยังดังต่อเนื่อง พร้อมกับเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า แต่ไม่มีทีท่าว่าใครจะล้มก่อน จนกระทั่งคุณนายนวลนุชลงจากเรือนมาพร้อมกับคนแก่กลุ่มหนึ่ง มืดซึ่งนั่งอยู่ใกล้รีบลุกเข้าไปสอบถาม

จะกลับแล้วหรือครับคุณนาย?

จ้ะพ่อมืด

แล้วกลับยังไงครับเนี่ย?

อ้อ เดี๋ยวป้าให้ตาริตไปส่ง ยังอยู่ไหมล่ะ? ว่าพลางกวาดตามองหาหลานชาย เห็นนั่งอยู่อีกกลุ่ม จึงเดินเข้าไปใกล้

ริต ไปส่งป้าหน่อย

อ้าว จะกลับแล้วเหรอครับ อมฤตขยับลุก ไม่ลืมบอกเพื่อนร่วมวงว่า ไปส่งคุณนายก่อนนะ เดี๋ยวมา

ตามสบายครับพี่

มืดเดินรั้งท้ายไปด้วย

ขอบใจมากนะพ่อมืด อุตส่าห์มาส่ง หญิงสูงวัยหันมาคุยเมื่อมาถึงรถ

ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณนายมากนะครับที่มาช่วยงาน พวกยายๆ ด้วยทุกคน ขอบคุณมากครับ มืดยกมือไหว้กราดไปทั่ว ไว้งานบุญหน้าค่อยเจอกันใหม่ ใครมีงานอะไรอย่าลืมบอกนะครับ

จ้าพ่อคุณ ผู้แก่ตอบแล้วทยอยขึ้นรถ มืดคอยปิดประตูให้แว่วได้ยินเสียงคุณนายสั่งหลานชาย

แวะไปส่งพวกยายๆ เขาก่อนนะตาริต

มืดกลับเข้ามาอีกครั้งไม่เห็นนุชและเธียรขวัญนั่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ สอบถามได้ความว่านุชพาลูกเข้านอน ส่วนเธียรขวัญเพิ่งลุกออกไปเมื่ออึดใจนี้เอง เขาเดินตามหาจนมาเจอเธอนั่งอยู่ที่แคร่ได้ถุนเรือน ดวงหน้าและลำคอแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

ทำไมมาหลบอยู่ตรงนี้ล่ะคุณเทียน?

เบื่อคนพวกนั้น หาเรื่องพูดเกี้ยวอยู่นั่น เทียนรำคาญเสียงพูดขึ้นจมูก

มืดมองแก้วในมือบาง อมยิ้ม

แล้วแอบมานั่งดื่มอยู่คนเดียวเนี่ยนะ

ก็เทียนไม่มีเพื่อน น้ำเสียงเหงาจนอีกฝ่ายรู้สึก รอยยิ้มบนใบหน้าคร้ามกร้านแดดลมค่อยจางลง สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

ที่นี่เขาเล่นพนันกันบ่อยเหรอพี่มืด?เธียรขวัญเปลี่ยนเรื่อง มองไปยังวงไพ่ในโรงครัว มืดมองตาม

นานๆ ทีน่ะ เฉพาะมีงานมีการอย่างนี้แหละ เล่นกินเงินกันไม่เยอะหรอก สังสรรค์สนุกๆ กันมากกว่า

ได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาจากหญิงสาว

พี่มืดไปเอาเหล้ามาให้หน่อยซี ขี้เกียจออกไปแล้ว ยังไม่อยากเข้านอนด้วย ข้างนอกเอะอะอย่างนี้ใครจะหลับลง

ได้สิ คุณเทียนรอเดี๋ยวนะ

ครู่เดียวจริงๆ มืดก็กลับมาพร้อมเหล้า โซดา และน้ำแข็ง ป้าแดงผ่านมาเห็นในตอนที่กำลังเปิดขวด

ทำอะไรกันน่ะเจ้ามืด คุณเทียน ตายจริง! คุณเทียนดื่มเหล้าด้วยหรือ ดูซิ ตัวแดงหน้าแดงไปหมดแล้ว ไม่เอาค่ะ อย่าดื่มเลยนางแย่งแก้วจากมือบาง แต่เจ้าตัวหรือจะยอมปล่อย

นานๆ ทีค่ะป้าแดง

ไม่เอาค่ะ เป็นสาวเป็นแส้มานั่งดื่มเหล้าอยู่แบบนี้ดูได้ที่ไหน

เธียรขวัญหัวเราะ

โธ่ เรื่องธรรมดาออก อยู่กรุงเทพฯ เทียนดื่มออกบ่อย

ถ้าคุณย่ารู้เข้าจะว่าไง?

คุณย่ายังไม่เข้านอนหรือคะ?

จะเข้านอนหรือไม่คุณเทียนก็ไม่ควรดื่ม ทำตัวไม่น่ารักเลย นางดุอย่างผู้ใหญ่ดุเด็ก ไม่บ่อยนักหรอกที่ป้าแดงจะกล้าดุเธียรขวัญ มืดหัวเราะ

ปล่อยคุณเทียนเขาเถอะแม่ ดื่มในบ้านเราไม่เป็นไรหรอก

เอ็งก็เหมือนกันเจ้ามืด แทนที่จะห้ามกลับยุส่ง

ดุเธียรขวัญไม่ได้ก็หันไปตำหนิลูกชาย แต่สองหนุ่มสาวยังนั่งหัวเราะนางจึงเดินหน้ายุ่งออกไป

 

อมฤตกลับเข้ามาในงานตามที่รับปากไว้ เป็นที่ชอบอกชอบใจของลูกน้อง

นึกว่าแอบหนีไปนอนซะแล้วพี่ริต ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเหล้านา

รู้ว่าพวกนายไม่มีไง ถึงต้องมา

คนฟังหัวเราะชอบใจ

อย่างงี้สิถึงได้นับถือเป็นลูกพี่

แก้วเหล้าถูกผสมหยิบยื่นส่งมา แล้วเกมท้าดวลก็เริ่มต้นใหม่ ครั้นตกดึกเหล่าคอเหล้าทั้งหลายทยอยโงนเงนคอพับคออ่อนไปทีละคนสองคน

อมฤตลุกไปเข้าห้องน้ำ และตั้งใจจะกลับมาขนลูกน้องพาไปทิ้งไว้ที่กระท่อมในแปลงผัก ขณะเดินลงบันไดหลังเรือนมานั้น ร่างหนาชนเข้ากับใครคนหนึ่งที่ทุลักทุเลสวนขึ้นบันไดมา จนอีกฝ่ายเกือบหงายหลังตกลงไป ดีที่เขามือไวคว้าเอวไว้ได้ทัน สองร่างจึงกอดกันกลมอยู่กลางบันไดไม่กี่ขั้นนั้นเอง

แค่เห็นเสี้ยวหน้าแวบเดียวในแสงสลัวของดวงไฟที่อยู่ห่างไป เขาก็จำเธอได้ทันที

นี่ คุณ! คุณ!” อมฤตเขย่าเรียกคนที่ซบอยู่กับไหล่

คราย...เนี่ย คนป้อแป้เงยหน้าขึ้นมาเพ่งสายตา อ๋อ...อ้าย ขี้ เก๊ก นี่ เอง...

นี่แม่คุณ

อาราย...หลีกปาย...ฉานจาขึ้นบ้าน...มายืนเกะกะ... เธอผลักเขาออก จะก้าวขาขึ้นบันไดอีกขั้น แต่แล้วกลับพลาด

โอ๊ะ! / เฮ้ย!” เจ้าหล่อนเกือบล้มลงไปนอนกองคาบันได ดีที่ชายหนุ่มรวบเอวไว้ได้อีกครั้ง

ให้มันได้อย่างนี้สิแม่คุณ

ม่ายเปนราย...ม่ายเปนราย...สาบายมาก... ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่รับรู้ถึงกระแสเสียงไม่ชอบใจแกมรำคาญของอีกฝ่าย ยังพยายามตะเกียกตะกายจับราวบันได เพื่อยืนให้ได้ด้วยตัวเอง

นี่ ยืนดีๆ สิ ป้อแป้อย่างนี้จะกลับไปถึงห้องมั้ยเนี่ย?

พอปล่อยให้เดินเองเธียรขวัญก็ทำท่าจะลงไปกองอีก ดีไม่ดีอาจหล่นตกบันไดไปเลย เขาจำต้องดึงเอวไว้อีกจนได้

อมฤตมองคนที่โงนเงนซบไหล่แล้วตัดสินใจพาขึ้นบ้าน ผ่านครัว ผ่านห้องน้ำ จนถึงส่วนของห้องนอน

ห้องเธออยู่ไหน?

ฮือ... อีกฝ่ายส่งเสียงคราง

ฉันถามว่าห้องเธออยู่ไหน?

ห้องเหรอ...ห้องหม่ายงายห้องฉาน...คุณย่าจายดีที่ซู้ด...ทามห้องหม่ายต้อนรับฉานด้วย... ปากพูดมือก็ตบอกตัวเองปั้กๆ แล้วป่ายปัด มาวางคล้องไว้รอบคอชายหนุ่ม จากนั้นนิ่งไป อีกคนนึกหงุดหงิด แต่ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากพาสาวเจ้าไปส่งให้ถึงที่ทาง

ชายหนุ่มมองหาคนช่วย เผื่อเจอป้าแดงหรือใครสักคนที่พอจะมารับช่วงผู้หญิงคนนี้ต่อจากเขาได้ แต่เหมือนฟ้าลงทัณฑ์ สวรรค์กลั่นแกล้ง เขาไม่พบใครที่จะพึ่งพาได้เลย จึงต้องมองหาห้องที่เธอพูดถึงด้วยตัวเอง

เขาพาเธอไปค่อยๆ แง้มประตูที่ห้องหนึ่ง ดูจากภายนอกแล้วน่าจะเพิ่งต่อเติมใหม่อย่างที่บอก ควานมือหาสวิตซ์ไฟข้างประตูแล้วกดเปิด ครั้นไฟสว่างก็มั่นใจว่าไม่ผิดห้อง จึงประคองเธอไปที่เตียง แม่ตัวดีนอนหลับไม่รู้สึกรู้สา คนพามายืนเท้าสะเอวมอง พลางคิดว่าดีแค่ไหนที่ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่น้องนุ่ง ไม่ใช่ญาติสนิทหรือลูกเต้า ไม่งั้นจะจับหวดน่องฟาดก้นให้ลายไปทั้งตัว ทำตัวแต่ละอย่างเหลือทนทั้งนั้น

คนเหลือทนส่ายหน้า หมุนกายกลับเพื่อจะออกจากห้อง แต่เสียงพูดคุยแว่วๆ ที่อยู่ด้านนอกทำให้ชะงักเท้า ค่อยๆ แง้มประตูดู ป้าแดงนั่งคุยอยู่กับใครคนหนึ่งไม่ไกล ข้างตัวแกมีหมอน ผ้าห่ม และฟูกนอนผืนบาง  อมฤตตบหน้าผากผาง

ให้มันได้อย่างงี้สิ! ทีต้องการตัวล่ะไม่เห็นใครสักคน พอไม่ต้องการก็มานั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู  แค่ป้าแดงคนเดียวคงไม่กระไร แต่นี่ยังมีใครนั่งอยู่ด้วย ถ้าเขาออกจากห้องหลานสาวยายเนียมไปตอนนี้ พรุ่งนี้เป็นได้ลือกระฉ่อนไปทั้งบาง

อมฤตเดินกลับมาหยุดยืนข้างเตียง มองคนนอนหลับด้วยตาขุ่นขวาง ยิ่งเจ้าหล่อนหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวก็อยากจะจับมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน

เพราะยัยตัวดีนี่คนเดียว

ชายหนุ่มเดินวนไปเวียนมา แล้วไปหลบหลังม่านแอบมองนอกหน้าต่าง ความสูงระดับนี้กระโดดลงไปถ้าข้อเท้าไม่ซ้นไม่พลิก ไอ้พวกวงไพ่ก็ต้องเห็นเข้าสักคน เขาผละจากหน้าต่างลองเดินไปแง้มประตูดูอีกรอบ ป้าแดงกับใครคนนั้นยังไม่มีทีท่าจะหลับนอน ชายหนุ่มจึงกลับมานั่งพิงพนักเตียง คิดว่านั่งรอจนป้าแดงหลับแล้วค่อยแอบย่องออกไปคงไม่เป็นไร คนข้างๆ พลิกตัวครางเบาๆ แล้วหลับต่ออย่างสบายจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาของชายหนุ่มซึ่งแดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้ายิ่งขุ่นเข้ม หงุดหงิด

เธียรขวัญพลิกกายอีกครั้ง ดึงทึ้งเสื้อผ้าบริเวณหน้าอก คล้ายจะปลดกระดุมที่มีอยู่ไม่กี่เม็ดนั้นออกอย่างรำคาญ

เฮ้ย! ทำบ้าอะไรยัยตัวดีอมฤตรีบตะครุบมือเธอไว้

ฮื้อ... ยัยตัวดีครางขัดอกขัดใจ ป่ายปัดมือหนี

นอนนิ่งๆ ได้มั้ยแม่คุณ

อือ...

เมื่อคนเมาสงบเขาเลิกผ้ามาห่มให้ เผื่อเธอละเมอถอดเสื้อผ้าขึ้นมาอีกจะได้ช่วยปิดไว้เป็นด่านแรก

อมฤตกลับมานั่งพิงพนักหัวเตียง ได้มองสำรวจดวงหน้าของเธอชัดถนัดตาก็คราวนี้ ผิวแก้มเธอขาวเนียนละเอียด แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้แดงระเรื่อลามไปถึงใบหูและลำคอ ริมฝีปากอิ่มรูปกระจับ สีสด ปิดสนิท จมูกเล็กโด่งเชิดปลายอย่างถือดี ดูท่าทางจะรั้นเอาการ วันนี้ก็เห็นแล้วว่าเธอเชิดถือดีแค่ไหน แพขนตาของเธอหนา ยาวงอน ดวงตาหลับพริ้ม ถ้าเปิดขึ้นมาคงได้เห็นลูกตาเรียว กว้าง และเอาเรื่องน่าดูชม ก็ทุกครั้งที่สบตากันเจ้าดวงตาคู่นี้มิใช่หรือที่วิบๆ วับๆ ไม่เคยยอมแพ้ เหนือขึ้นไปคือคิ้วโก่งยาว เรียงระเบียบสวยงาม หน้าผากโค้งมนเกลี้ยงเกลา ผมยาวเป็นลอนกระจายเกลื่อนหมอนล้อมกรอบหน้าดูงามละมุน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ สวยจนหาตัวจับยาก รูปร่างหน้าตาดึงดูดสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้มองจนเหลียวหลัง น่าเสียดายก็ตรงที่เธอทำตัวไม่น่ารัก ทั้งเรื่องผู้ชาย เรื่องเหล้ายา แต่งตัวรึก็โป๊โชว์ไปถึงไหนๆ ท่าทางเชิด หยิ่ง หยิบโหย่งไม่เป็นงาน ความสวยของดวงหน้าแทบจะเสื่อมค่าไปหมดกับสิ่งเหล่านั้น

 


เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น