เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 38 : 37 :: คว้าน้ำเหลว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    27 พ.ย. 62

ตอนที่ ๓๗ คว้าน้ำเหลว

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นปิดไฟตอนไหนก็ไม่รู้ตัว และคงข่มตาให้หลับได้ไม่เกินสองชั่วโมงละมัง ครั้นแสงรำไรลอดม่านหน้าต่างห้องเข้ามา เขาขยับตัวเหลียวมองที่นอนด้านข้างแล้วใจหาย...

ถ้าเป็นเหมือนวันก่อนๆ เขาคงแอบจูบเธอแล้วลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ทำกิจวัตรประจำวัน

คนตัวสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่ง ไหล่งอหลังงุ้ม มือหนากร้านลูบหน้าตาตัวเองก่อนเลยขึ้นไปลูบผม แล้วถอนหายใจเฮือก ลุกเดินไปเข้าห้องฝั่งตรงข้าม

ตู้เสื้อผ้าที่เคยเก็บรวบรวมข้าวของทั้งของเธอและของเขา โล่งตาขึ้น เพราะเหลือแต่ของเขาเป็นส่วนใหญ่ มีของเธอตกค้างอยู่ไม่กี่ชิ้น ล้วนแต่เป็นชิ้นที่เพิ่งซื้อใหม่ และเขาเป็นผู้จ่ายเงิน

เธอไม่คิดเอาของที่เขาซื้อให้ไปดูต่างหน้ากันบ้างหรือ?

ตัดบัวไม่ให้เหลือใยกันเลยใช่มั้ย?

ชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวและออกมายืนหน้าบ้าน ข้างนอกเพิ่งเริ่มสว่าง เขามองไปรอบๆ อย่างหงุดหงิดหัวเสีย ดูเหมือนอะไรๆ ก็ไม่เป็นใจเอาเลย รถไม่มี โทรศัพท์ไม่มี เมียยังมาหนีไปอีก

ให้มันได้อย่างนี้สิชีวิต ให้มันได้อย่างนี้!

เขาสบถระบายอารมณ์ก่อนล็อกกุญแจบ้าน แล้วออกมายืนชะเง้อมองรถสองแถวทั้งที่รู้ว่าเช้าๆ ยังไม่มีคันไหนออกวิ่งเป็นแน่ สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเตร่ไปเรื่อยๆ เผื่อรถคนรู้จักผ่านมาจะได้ขอโดยสาร ไหว้วานให้ช่วยไปส่งที่บ้านใต้

อมฤตเดินไกลไปลิบๆ กระบะบุโรทั่งก็มาจอดลงหน้าบ้าน คนขับเขม้นมองไปข้างหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่เดินดุ่มๆ อยู่นั้นใช่ลูกพี่ของเขาหรือเปล่า ครั้นแล้วก็เคลื่อนรถตามไปทันที

ไปไหนพี่?

อ้าวไหล มาได้ไง?อมฤตเข้ามาเกาะขอบหน้าต่างรถ

มาหาพี่แหละ เมื่อคืนไปส่งรถให้พ่อไอ้ว่านเห็นกระถางต้นไม้ยังอยู่ท้ายรถ วันนี้เลยเอามาให้ เผื่อพี่อยากใช้รถด้วย แล้วนี่จะไปไหน?

พอดีเลย ช่วยไปส่งที่บ้านย่าของเทียนที ชายหนุ่มบอกพลางเปิดประตูขึ้นมานั่งคู่กัน

ขณะที่ไหลขับรถเข้าสู่บ้านเรือนไทยประยุกต์นั้น ยายเนียมกำลังเดินลงบันไดเรือน มืดยืนข้างรถกระบะซึ่งจอดรออยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นผู้มาเยือนชัดเจนหญิงชราก็ร้องทัก

พ่อริต แหม...มาพอดี ย่ากำลังจะให้ไอ้มืดพาไปหา เป็นไงบ้างเล่า เจอแม่เทียนหรือเปล่า เมื่อวานให้ไอ้มืดมันไปดูที่บ้านตั้งหลายรอบ สองทุ่มแล้วยังกลับมาบอกว่าบ้านล็อกปิดไฟเงียบ โทร.เข้ามือถือก็ไม่มีคนรับสาย มันยังไงกันเหอะ?

รถผมเกิดอุบัติเหตุน่ะครับ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว นี่ก็ว่าจะมาขอที่อยู่เทียนที่กรุงเทพฯ ยายเนียมพอมีมั้ยครับ?

นางทอดถอนใจ

ไอ้มีน่ะมันก็มีหรอก...มา ขึ้นมาบนเรือนก่อนพ่อคุณ นางกวักมือเรียกพลางหันหลังเดินขึ้นบันได

น้อยหน่าเพิ่งแต่งชุดนักเรียนเสร็จ ทาแป้งฝุ่นหน้าขาวผ่องเดินออกมาหยุดยืนตรงประตูบ้าน เห็นใครมาก็ยิ้มกว้าง เต้นเหย็งๆ

ลุงริต! เย้ ลุงริตมา แม่ขาลุงริตมา

เห็นลุงริตแล้วทำไงก่อนหือ? ยายเนียมเสียงขรึม เด็กหญิงกระพุ่มมือไหว้ย่อเข่าอย่างสวยงาม แล้วเดินมาจูงมือชายหนุ่ม พลางชะเง้อมองไปนอกเรือน

อาเทียนอยู่ไหนคะลุงริต? ดวงหน้าเล็กๆ ที่ผ่องด้วยแป้งเด็กเงยถาม ดวงตาใสแจ๋วนั้นกลับทำชายหนุ่มพูดไม่ออก ชำเลืองมองยายเนียมก็เห็นว่านางไปนั่งบนแคร่เรียบร้อยแล้ว

ไม่ได้มาด้วยค่ะ อาเทียนไปเที่ยวกรุงเทพฯ อุ้งมือหนายีผมของหลานภรรยาอย่างเอ็นดู ก่อนดันหลังเบาๆ มานั่งลงข้างยายเนียม ยัยตัวเล็กยังยืนอยู่ตรงหน้า

กลับมาวันไหนคะ?

เร็วๆ นี้ค่ะ ลุงริตกำลังจะไปรับกลับ

น้อยหน่าไปด้วย เสียงแจ่มใสรีบเสนอตัว ตากลมเบิกโตอย่างตื่นเต้น

เด็กนักเรียนต้องไปโรงเรียนไม่ใช่หรือ?

น้อยหน่ายังไม่เข้าใจคำพูดของลุงริตนักหรอก แต่พอพูดถึงโรงเรียนแม่หนูก็รู้ล่ะว่าไปไหนไม่ได้ เด็กหญิงหน้าหงอยลงทันที แอบชำเลืองมอง คุณทวดซึ่งมักจะดุบ่อยๆ ถ้าน้อยหน่าดื้อไม่ยอมไปโรงเรียน

นุชออกมาทักทายอมฤตแล้วเรียกน้อยหน่าไปทานอาหารเช้า

เจ้ามืด ไปจดที่อยู่ของแม่เทียนให้พ่อริตที เอาให้ละเอียดนะ อย่าลืมจดเบอร์โทร.ห้องพักมาด้วย นางเรียกใช้เมื่อมืดขึ้นบันไดมา ครั้นเขาเดินเลยเข้าบ้านนางก็หันมาคุยกับอีกคน แม่เทียนนี่ก็ร้ายนัก มือถงมือถือไม่ยอมเปิดเครื่องเลย ให้เจ้ามืดมันกดโทร.หาตั้งแต่เมื่อวานนับร้อยครั้งแล้วยังไม่ติด โทร.เข้าเบอร์ห้องก็ไม่มีคนรับสาย ไอ้มืดมันบอกว่าสั่งไว้แล้วถ้าไปถึงกรุงเทพฯ ให้โทร.กลับมาบอกด้วย มันก็ไม่ยอมโทร.มาส่งข่าวสักคำ

เสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามา แค่เห็นไกลๆ อมฤตก็ลอบทอดถอนใจทีเดียว กระทั่งมอเตอร์ไซค์คันนั้นมาจอดที่หน้าเรือน คนซ้อนท้ายสอบถามไหลซึ่งยังรออยู่ข้างล่าง ก่อนจะขึ้นบันไดเรือนมา

ตาริต มาอยู่นี่เอง ไปหาที่บ้านถึงไม่เจอ เรื่องมันเป็นไงเฮอะ รู้ข่าวเมื่อวานป้าก็โทร.เข้ามือถือเป็นหลายสิบรอบ ทำไมไม่รับสาย? พอตอนเช้ายังมาปิดเครื่องอีก ให้เจ้าช้วนขับรถวนดูก็บอกแต่ว่าบ้านปิด ป้านี่ร้อนใจจนนั่งไม่ติดแล้วนะ มันไปไงมาไงกัน ทำไมหนูเทียนถึงหอบผ้าเข้ากรุงเทพฯ?

เป็นคำถามที่ตอบยากจริงๆ สำหรับอมฤต

...มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยครับ กว่าจะหลุดถ้อยคำออกมาได้แสนยากเย็น มืดออกมาจากในบ้านพอดี ส่งกระดาษจดที่อยู่ให้ชายหนุ่ม เขารับมาดูคร่าวๆ ก่อนพับเก็บใส่กระเป๋าสตางค์

ผมขอตัวก่อนนะครับ จะรีบกลับไปเตรียมตัวขึ้นกรุงเทพฯ

อ้าว!...จะไปแล้วเรอะ ยังคุยกันไม่ทันรู้เรื่อง

ปล่อยให้เด็กเขาไปคุยตกลงกันเองเถอะคุณนาย เรื่องของเขา เราอย่าไปยุ่งมาก ยายเนียมเตือน พลางลอบชำเลืองดูหลานเขย ด้วยวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน พอจะมองออกหรอกว่าอมฤตไม่ค่อยอยากพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และถึงแม้ว่าตนก็อยากรู้เรื่อง แต่ต้องเก็บงำไว้ ปล่อยให้คู่ผัวเมียรีบไปปรับความเข้าใจกันก่อน ดีกว่ารั้งตัวไว้ถาม แล้วปัญหายังคาราคาซัง

คุณนายถอนหายใจ

มันก็จริง แต่ไอ้เรามันก็อดห่วงไม่ได้น่ะนะ อยากรู้เรื่องราวให้ละเอียด แต่เอาเถอะ...จะทำอะไรก็รีบจัดการเข้า ไปถึงก็คุยกับน้องเขาดีๆ ล่ะ อย่าใช้อารมณ์ พาน้องกลับมาให้ได้

ครับ อมฤตไหว้ลาทุกคนแล้วรีบลงบันไดเรือน ครั้นนึกขึ้นได้ก็หันกลับไปถาม ป้ากลับเลยหรือเปล่า?

ไม่ล่ะ จะอยู่คุยกับน้าเนียมอีกสักพัก อ้อ...บอกให้นายช้วนกลับไปเลยนะ ไม่ต้องอยู่รอ จะกลับเมื่อไหร่ค่อยโทร.ตาม

ให้เจ้ามืดมันไปส่งก็ได้คุณนาย ยายเนียมบอก

อมฤตรีบก้าวพรวดๆ ลงจากเรือน ไหลซึ่งเปิดประตูรถนั่งรออยู่ ยิ้มเผล่

เสร็จแล้วเหรอพี่?

ฮื่อ... ชายหนุ่มเข้านั่งคู่คนขับ เดี๋ยวไหลกลับกระท่อมก่อนนะ พี่จะเอารถไปอำเภอหน่อย ไม่รู้ไปทำมือถือหล่นไว้ที่บ้านคุณเดือนหรือเปล่า

ส่งไหลลงที่กระท่อมแปลงผักแล้วอมฤตก็ย้ายมาประจำหลังพวงมาลัย และชะโงกหน้าไปสั่ง

ไหล โทร.ไปสอบถามเรื่องตั๋วเครื่องบินให้พี่ด้วย ถ้าในจังหวัดเราไม่มี ลองถามของจังหวัดใกล้ๆ ดู

ครับพี่

 

กระบะบุโรทั่งจอดลงใต้ร่มไม้หน้าอาคารสำนักงานเกษตรอำเภอ ดับเครื่องแล้วคนขับก็ตรงเข้าสู่อาคารสองชั้นหลังนั้น เจอหญิงวัยกลางคน จึงถามหาวาดเดือน อีกฝ่ายยิ้มและอาสาไปตาม

พี่ริต น้ำเสียงของวาดเดือนตื่นเต้นดีใจอย่างไม่ปิดบัง มาได้ยังไงคะ มีธุระอะไรกับเดือนหรือ?

พอดีพี่ทำมือถือหาย ไม่รู้หล่นอยู่ที่บ้านคุณเดือนหรือเปล่า?

อ๋อ...ค่ะ เดือนเก็บไว้ให้แล้ว วันนี้ก็เอามาแต่อยู่ในรถ เดี๋ยวไปเอาให้นะคะ วาดเดือนหันหลังกลับเข้าไปในห้องหนึ่ง สักครู่ก็ออกมาพร้อมกับกุญแจรถ พลางเดินนำออกนอกอาคาร

เมื่อวานมีคนโทร.หาพี่ตั้งหลายสาย แต่เดือนไม่ได้รับ พอมาดูตอนเช้าเครื่องดับไปแล้ว สงสัยจะแบตฯ หมด

วาดเดือนผลุบออกมาจากรถ ปิดประตูแล้วยื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่คืนให้ชายหนุ่ม อมฤตลองเปิดเครื่องดูก็ขึ้นสัญญาณเตือนแบตเตอรี่ แล้วดับไปอีก

คุณเทียนว่าไงบ้างคะ ที่...คืนก่อนพี่ริตไม่ได้กลับบ้าน เสียงถามเบาลง มิอาจมองชายหนุ่มได้เต็มตา

ไม่ได้ว่าไง แต่เก็บเสื้อผ้ากลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว

จริงหรือคะ?!” น้ำเสียงของหล่อนตกใจ แต่ประกายตาไหววับ ทว่าอีกฝ่ายไม่ทันสังเกต

ฮื่อ...นี่พี่ก็ว่าจะขึ้นไปตาม ให้ไหลหาตั๋วให้แล้ว เสร็จธุระแล้วพี่กลับก่อนนะคุณเดือน

ค่ะ... สีหน้าเจ้าหล่อนสลดลง ทั้งที่เพิ่งดีใจอยู่หยกๆ ครั้นพอเขาบอกว่าจะไปตามผู้หญิงคนนั้น หัวใจก็ฟุบแฟบ เอ้อ...เดี๋ยวค่ะพี่ริต

ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังเปิดประตู

ถ้า...ถ้าเธอทิ้งพี่ริตไปง่ายๆ แบบนี้ แสดงว่าไม่ได้รักพี่หรืออยากอยู่ที่นี่เลย แล้วจะไปตามกลับมาอีกทำไมคะ?

ดวงตาคนฟังวาววับขึ้น ก่อนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ตอบเสียงเรียบหากแต่เอาจริงเอาจัง

ก่อนหน้านี้เรามีความสุขกันดี พี่มีความสุข และเชื่อว่าเทียนเองก็มีความสุข หลังๆ พี่เพิ่งมารู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ใส่ใจเขาเท่าไหร่ เทียนถึงได้น้อยใจเก็บผ้าเก็บผ่อนหนีไป พี่ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง...ถ้าเกิดเขาจะทิ้งพี่เพราะไม่รักไม่มีความผูกพันต่อกัน พี่ก็อยากได้ยินจากปากเขาเอง

อมฤตขึ้นรถและขับออกไปแล้ว วาดเดือนยังยืนตัวชาอยู่ที่เดิม หัวใจของหล่อนปวดหนึบ เหมือนใครมากระชากแล้วขยี้ขยำบีบอย่างรุนแรง

ก่อนหน้านี้เรามีความสุขกันดี พี่มีความสุข และเชื่อว่าเทียนเองก็มีความสุข...

มีความสุขที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้นงั้นเหรอ?

แล้วหล่อนล่ะ...อยู่กับหล่อนพี่ริตไม่มีความสุขบ้างหรือไง?

 

อมฤตขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน ข้อศอกข้างหนึ่งค้ำยันกับกระจกซึ่งเปิดไว้ครึ่งๆ ยกมือบีบขมับแรงๆ หัวคิ้วขมวดเป็นปม พยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าคืนนั้นเขาหลับไปตอนไหน ก็เขาเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นพร้อมกับวาดเดือน แล้วมาหยุดคุยกันที่ห้องรับแขก หลังจากนั้นก็...จำอะไรไม่ได้เลย

ยิ่งคิดยิ่งตีบตัน ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

รถแล่นเข้ามาจอดหน้ารั้วบ้านพอดี คนขับลงเปิดประตูรั้วแล้วกลับขึ้นรถขับเข้าไปจอดข้างใน เมื่อเข้ามาในบ้าน เขาตรงไปหาที่ชาร์ตแบตเตอรี่เสียบเข้าเครื่องโทรศัพท์ ก่อนเข้าห้องเก็บเสื้อผ้า ดึงเสื้อจากราวมาม้วนใส่กระเป๋าเป้และเก็บของใช้จำเป็นอื่นๆ ใส่ตามลงไป แล้วสลัดเสื้อผ้าอาบน้ำ

ก่อนแต่งตัวอมฤตเดินมายังจุดชาร์ตโทรศัพท์อีกครั้ง หยิบมือถือมาเปิดเครื่อง รอครู่หนึ่งหน้าจอก็พร้อมทำงาน แสดงรายชื่อคนโทร.เข้ามาไม่กี่ชื่อ แต่นับหลายสิบสาย ส่วนใหญ่เป็นของคุณนายกับของมืด

อมฤตกดเข้าหมวดเบอร์โทร.ออก ผ่านเบอร์แรกไปเบอร์สอง แต่แล้วหัวคิ้วดกหนาก็ย่นเข้าหากัน ย้อนกลับมาที่เบอร์แรก

คุณภรรยาโชว์หราอยู่ในรายการเบอร์โทร.ออกล่าสุด เวลาคือห้าทุ่มครึ่งของสองวันที่แล้ว...วันเดียวกับที่เขาเผลอหลับที่บ้านวาดเดือน

เขาโทรศัพท์หาเธียรขวัญตอนไหน? ก็ยังคิดว่าขึ้นรถก่อนค่อยโทร.นี่นา

หรือเบอร์จะถูกโทร.ออกตอนเขาหลับไปแล้ว? วาดเดือนอาจโทร.มาแจ้งข่าวกับเธียรขวัญก็เป็นได้

ถ้าอย่างนั้นทำไมเธียรขวัญต้องไป?...หรือเธอน้อยใจที่เขาไปนอนบ้านวาดเดือน?...อาจเป็นได้

เฮ้อ...ทำไมเขาไม่นึกถึงความรู้สึกเธอให้มากกว่านี้นะ

นิ้วเรียวแข็งแรงกดโทร.ออกไปยังเบอร์ คุณภรรยาไม่ต้องรอสายนานก็มีสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ เป็นอีกครั้งที่อมฤตถอนหายใจแรง มองโทรศัพท์อย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนไล่กดหาเบอร์ใหม่

ฮัลโหล ไหล เป็นไงบ้าง? ได้ตั๋วหรือเปล่า?

ไม่เป็นไร ขึ้นที่ไหนก็ได้ เครื่องออกกี่โมง?

โอ.เค. ...อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน

 

อมฤตมาถึงคอนโดมิเนียมเกรดเอใจกลางกรุงเทพฯ ตอนบ่ายเล็กน้อย ถึงกระนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย เจ้าหน้าที่ประจำคอนโดฯ ให้ข้อมูลว่าเมื่อคืนเธียรขวัญกลับเข้ามาจริงๆ แต่ในตอนเช้าของวันนี้เธอลากกระเป๋าใบเดิมออกไปอีก

ไปไหน? เป็นคำถามที่อมฤตเฝ้าถามตัวเอง

เขายังไม่มั่นใจนักว่าเธียรขวัญจะลากกระเป๋าออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า จะเชื่อก็ต่อเมื่อได้เข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าเธอไม่อยู่ในห้องจริงๆ ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของใบทะเบียนสมรสเดี๋ยวนั้นเอง และเพิ่งรู้ตัวว่าเขาพลาดเรื่องสำคัญของชีวิตคู่ไปอย่างไม่น่าให้อภัย

อมฤตออกมาหาโรงแรมสำหรับพักอาศัยช่วงระหว่างยังอยู่กรุงเทพฯ และคิดหาลู่ทางใหม่ เขาหยิบโทรศัพท์มากดโทร.ออกเมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องพัก

นี่พี่เองนะมืด อยากรู้ว่านอกจากคอนโดฯ แล้ว เทียนจะไปที่ไหนได้อีกบ้าง?

ที่คอนโดฯ ไม่มี พี่ไปดูมาแล้ว พนักงานที่นั่นบอกว่าเห็นเทียนเข้ามาเมื่อวาน พอตอนเช้าก็ลากกระเป๋าออกไปอีก

เขาไม่ยอมให้พี่ไปดูห้อง พี่โทร.เข้าเบอร์ห้องก็ไม่มีคนรับสาย โทร.เข้ามือถือก็ปิดเครื่อง เทียนกะไม่รับโทรศัพท์ใครเลย ทำไมใจแข็งอย่างนี้ น้ำเสียงตอนท้ายแสนจะอ่อนอกอ่อนใจ ครั้นฟังมืดพูดจบ สุ้มเสียงที่ถามกลับกระตือรือร้น และมีความหวังขึ้น

ไร่กุหลาบเหรอ? อยู่ที่ไหนมืด ขอที่อยู่ให้พี่หน่อยได้มั้ย?

สีหน้าชายหนุ่มกลับกลายมาเป็นหนักใจเช่นเดิม

ไม่เป็นไร เพื่อนของเทียนชื่ออะไรนะ?...ปัน ปานชีวา... ชายหนุ่มทวนตาม คล้ายจะจดจำให้ขึ้นใจ โอ.เค. ขอบใจมากนะมืด ยังไงพี่จะลองสืบๆ ดู

ร่างสูงใหญ่นั่งลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง เสียงถอนหายใจหนักหน่วง บอกมืดว่าจะลองสืบๆ ดู แต่เอาเข้าจริงเขาก็ยังมืดแปดด้าน จะไปสืบที่ไหนกันข้อมูลมีแค่นี้ แค่ว่าเพื่อนสนิทของเธียรขวัญชื่อเล่นว่า ปัน ชื่อจริงคลับคล้ายว่าชื่อ ปานชีวา ต้องบอกว่า คลับคล้ายเพราะมืดเองก็ไม่มั่นใจ เคยเจอกันตั้งเกือบสามปีมาแล้ว ตอนงานศพบิดามารดาของเธียรขวัญนั่นล่ะ ครอบครัวของเธอคนนั้นมีไร่กุหลาบอยู่ทางเหนือ จังหวัดอะไรไม่รู้ ชื่อไร่ก็ไม่รู้อีก

แล้วจะไปควานหาตัวได้อย่างไรล่ะเนี่ย?...

รายชื่อเพื่อนสมัยเรียนกี่คนๆ อมฤตติดต่อขอความช่วยเหลือแทบหมดสิ้น สืบหาที่อยู่ของผู้หญิงที่ชื่อ ปานชีวาในจังหวัดทางภาคเหนือ จำกัดวงแคบเข้ามาว่าครอบครัวทำไร่กุหลาบ แต่มองให้ดีก็ไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทรอยู่นั่นเอง

ใช่เพียงแต่เพื่อนตัวเองเท่านั้นที่เขาขอความช่วยเหลือ เพื่อนของเพื่อนก็ยังถูกไหว้วานต่อๆ กันไป

กว่าสัปดาห์ที่อมฤตปักหลักอยู่ในกรุงเทพฯ ตามหาและตามข่าวเธียรขวัญ ทั้งจากเพื่อนๆ และจากข่าวนิตยสารบันเทิง หวังลึกๆ ว่าเธียรขวัญกลับเข้ากรุงมาแบบนี้อาจมีปาปารัสซี่ตาไวแอบถ่ายภาพแล้วส่งไปลงข่าว ให้เขามีเบาะแสตามหาเธอได้อีกทาง แต่ทว่าทุกหนทางมืดสนิท ไม่มีข่าวจากเพื่อน ไม่มีข่าวตามหน้านิตยสาร คอนโดฯ เจ้าหล่อนก็ไม่ยอมกลับ

เมื่อไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในการตามหาตัวเธียรขวัญ อมฤตต้องตัดใจกลับต่างจังหวัดในที่สุด ไหลมารับที่สนามบินของจังหวัด เห็นลูกพี่มาคนเดียวก็เอ่ยถาม

คุณเทียนล่ะพี่ริต?

คำตอบคือความเงียบ นัยน์ตาชายหนุ่มไหวโยนไปตามแรงอารมณ์ ปรากฏขึ้นเพียงวูบเดียว แต่เพียงพอให้ไหลสงบปากคำหลังจากนั้น

เมื่อรถมาจอดที่หน้าบ้าน ไหลเปิดประตูตามลงมาด้วย

ไม่มีงานทำเหรอ? จะไปทำอะไรก็ไปเถอะ พี่อยากอยู่คนเดียว

ไหลหน้าจ๋อย หันหลังกลับขึ้นรถไปตามเดิม

อมฤตมาทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาอย่างอ่อนแรง ดวงตาแห้งผากคู่นั้นไล่มองไปทั่ว เบื้องหน้าคือความว่างเปล่า แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน ไม่ว่าจะยิ้มแย้ม หัวเราะ หรือเท้าสะเอวเถียงฉอดๆ บ้างก็ฟาดมือใส่ไหล่เขา หยิกแก้ม อีกภาพเธอสะบัดหน้าอย่างแสนงอน เคลื่อนตัวไปตรงนั้นตรงนี้...ทุกที่ล้วนมีแต่ภาพเธอ

มันจะเหลือเพียงความทรงจำเท่านั้นล่ะหรือ?

อยู่ไหนนะเทียน ใจร้ายทิ้งพี่ ทิ้งเรื่องราวของเราได้ลงคอเชียวหรือคนดี?...

 

ภาพของหลานชายที่นอนหลับอยู่บนโซฟา มือก่ายหน้าผากนั้น เรียกความเวทนาจากหัวใจผู้เป็นป้ายิ่งนัก ไยจะไม่รู้ถึงหัวอกหลาน กี่ครั้งที่คุยโทรศัพท์กันตลอดหลายวันมานี้ มีสักครั้งมั้ยจะได้ฟังน้ำเสียงแจ่มใส เริงรื่นเช่นเคยเป็น หากที่ฟังก็มีแต่กระแสเสียงกลัดกลุ้ม ผิดหวัง หาทางออกไม่เจอ ต่อให้เจ้าตัวพยายามปกปิด ทำให้ปกติเพียงไร มิไยผู้เป็นป้าก็ยังรับรู้ได้

ริต...ริต...

เสียงเรียกเบาๆ อย่างอ่อนโยนปลุกชายหนุ่มขึ้นจากหลับใหล เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่เหนือศีรษะ นัยน์ตาเขาแดงก่ำ บ่งบอกว่าร่างกายคงยังพักผ่อนไม่เพียงพอ คุณนายนวลนุชสงสารอย่างจับใจ หากแต่ก็อยากรู้เรื่องราวไม่น้อยกว่ากัน

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งขยี้หัวยุ่งๆ ให้ยิ่งยุ่งหนัก พลางถาม

มายังไงครับป้า?

นายช้วนมาส่ง ยังจอดรถรออยู่หน้าบ้านแน่ะ คุณนายทรุดนั่งบนโซฟา วางมือบนต้นขาแข็งแรงซึ่งสวมกางเกงยีนส์ ลูบแล้วตบเบาๆ อย่างปลอบโยน สัมผัสอาทรเช่นนี้ส่งตรงถึงหัวใจของผู้รับเสมอ เป็นไงบ้าง? ...ตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไง ทำไมหนูเทียนถึงหอบผ้าผ่อนหนีไปแบบนั้น เล่าให้ป้าฟังหน่อยได้มั้ย?

เสียงถอนหายใจแรงดังมาจากชายหนุ่ม ก่อนเอ่ยปาก

ไม่ทราบเหมือนกันครับ เรา...ทะเลาะกันนิดหน่อย แล้วคืนนั้นผมไม่ได้กลับมานอนบ้าน พอเช้ามาเทียนก็ไม่อยู่แล้ว...มืดบอกว่าเทียนโทร.ไปตามเขาตอนเช้ามืด ให้ช่วยพาไปส่งขึ้นรถทัวร์ บอกว่าเลิกกับผมแล้ว เลิกบ้าอะไรกัน ผมยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ ประโยคท้ายๆ ใส่อารมณ์ไม่น้อยเลย

แล้วทำไมริตไม่กลับมานอนบ้าน? คุณนายหน้ายุ่ง น้ำเสียงเคร่งขึ้น ทิ้งน้องไว้คนเดียวใช้ได้ที่ไหน บ้านก็แยกมาปลูกโดดเดี่ยว ไม่ห่วงกันมั่งรึ?

มีเหตุจำเป็นน่ะครับ เสียงตอบคราวนี้อ่อนลง คุณนายส่ายหน้า คิดว่าคงมีเรื่องจำเป็นจริงๆ อย่างน้อยก็รู้ว่าหลานมีความรับผิดชอบพอ ดูอย่างคราวไปตรวจสวนนั่นปะไร ตัวเองกลับดึกยังโทรศัพท์มาบอกให้นายช้วนมารับเมียไปนอนบ้านโน้น

แล้วไปทะเลาะอะไรกับน้อง?

เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะครับ ไม่น่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

คุณนายถอนใจ ตบขาหลานชายอีกสองสามที

บางทีนะริต เรื่องไม่เป็นเรื่องของผู้ชาย อาจเป็นเรื่องใหญ่โตของผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายกับผู้หญิงเราคิดไม่เหมือนกัน ผู้หญิงส่วนมากจะคิดหยุมหยิม เรื่องเล็กน้อยก็เก็บมาคิดได้เป็นวรรคเป็นเวร น้อยคนหรอกที่จะมองข้ามเรื่องเล็กๆ เหล่านั้นไปอย่างใจกว้าง ไม่สนใจเก็บมาเป็นอารมณ์ ขณะเดียวกัน ผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักไม่ค่อยสนใจรายละเอียดเล็กๆ พวกนี้...ชีวิตคู่น่ะนะ มันต้องรู้จักปรับตัวเข้าหากัน มองให้ออกว่าคู่ของเราเป็นคนแบบไหน แล้วค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ จูน คิดถึงทั้งใจเขาใจเรา อย่าเอาแต่คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว คราวเรื่องสวนก็ทีนึงแล้ว ทำไมไม่ใช้เป็นบทเรียนล่ะลูก มีอะไรต้องคุยกัน หันหน้าเข้าปรึกษา ไม่ใช่ต่างคนต่างคิด ไม่งั้นเขาจะมีคำพูด เอาใจเขามาใส่ใจเราไปทำไมล่ะ หึ?

อมฤตก้มหน้า คิดตามคำสั่งสอนนั้น...คงจริง บางทีเขาอาจละเลยเธอเกินไป จนเธอไม่อยากทนอยู่กับเขาอีก

เทียนคงไม่ยอมกลับมาให้ผม ใส่ใจอีกแล้วล่ะ

คุณนายเลื่อนมือขึ้นมาลูบบ่า

ไม่เอาลูก อย่าท้อ คนเราต้องอยู่อย่างมีหวัง...ตอนไปดูดวงหาฤกษ์แต่ง หลวงพ่อท่านก็บอกอยู่ว่าริตกับหนูเทียนเป็นดวงเนื้อคู่ เพียงแต่ต่างคนต่างร้ายพอกัน ไม่มีใครยอมใคร ต้องพลัดพรากกันถึงจะกลับมาอยู่กันยืด ริตยังหัวเราะเลย จำไม่ได้หรือ?

รอยยิ้มละมุนผุดแต้มบนเรียวปากคนฟัง จริงนั่นแหละ คราวนั้นเขาหัวเราะ คิดว่าหลวงพ่อท่านคงคำนวณวันเดือนปีพลาด เลยไม่ใส่ใจจำจนลืมมันไปแล้ว แต่ครั้นป้าย้อนรำลึกความทรงจำให้ก็ราวมีความหวังก่อเกิด คล้ายตาน้ำผุดพร่างขึ้นกลางใจ เย็นซ่าน และอิ่มเอิบ

ถ้าเชื่อเรื่องเนื้อคู่ ก็เชื่อเถิดว่า คู่กันแล้วมันไม่แคล้วกันไปไหนหรอก ก็ดูรึ... คุณนายยิ้มกลั้วหัวเราะ หนูเทียนกับริตเคยเจอกันมาก่อนที่ไหน หนูเทียนเขาเป็นถึงดาราดังเชียวนา ใครจะเชื่อว่าจู่ๆ จะได้มาแต่งงานกับหลานชายป้า มาอยู่บ้านนอกบ้านนาแบบนี้ล่ะ

อมฤตยิ้มมากขึ้น สบตาอีกฝ่าย บอกพร้อมรอยยิ้มตื้นตัน

ขอบคุณครับป้า เขากอดนางแน่น คุณนายนวลนุชกอดตอบ ตบหลังหลานเบาๆ



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #138 patty (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 08:09

    สมน้ำหน้าแล้วล่ะพี่ริตนี่ยังน้อยไปนะ

    #138
    0
  2. #125 tns_niracha (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 00:59
    ปัญหาเล็กๆนี่ละสำคัญ มันทับถมไปเรื่อยๆ มันก็เยอะ แล้วระเบิดออกมาทีเดียว จบ
    #125
    0
  3. #124 ztaatinh (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 22:26

    ละเลยคนในครอบ ให้ความสำคัญกับคนอื่น พังมานักต่อนัก แต่ก็ยังตกเป็นเหยื่อของความละเลยอยู่ดี เฮ้อ...ยังคงสมหน้าอิริตอยู่ดี ตราบใดที่ยังไม่กินปลากินแต่หญ้า

    ปล. คุณเดือนเจอกันหลัง ร.ร.

    #124
    0
  4. #123 Janthapha (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:58
    เกลียดอีคุณเดือนเลววววทำเขาแตกแยก
    #123
    0
  5. #122 ฟาง (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:43

    เรื่องไม่เป็นเรื่อง. ก็เป็นเรื่องขึ้นมาได้นะ. คิดถึงใจเขาใจเราด้วยนะพี่ริต. ถ้าเป็นตัวเอง โดนละเลยบ้างจะเป็นยังไง ชอบคิดว่าตัวเองถูก คนอื่นผิด ตลอดไม่ไหวนะ.

    #122
    0
  6. #121 kanokradaparima (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:24
    บางทีเราก็คิดกับคนอื่นในแง่ดีเกินไป จนมองไม่เห็นด้านร้ายที่เค้ามีอยู่
    #121
    0
  7. #120 ondara (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:17
    กว่าจะเจอคงงานบวชลูกละมั้ง
    #120
    0
  8. #119 berrybobie (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 20:00
    ขอให้เจอเร็วๆ
    #119
    0
  9. #118 ratirod (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 19:57
    ตาสว่างสักทีสิพี่ริต
    #118
    0