เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 3 : 02 :: สู่บ้านทุ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

ตอนที่ ๒ สู่บ้านทุ่ง

 

ตลาดตัวอำเภอชนบทแห่งหนึ่งในช่วงบ่าย ที่หน้าร้านขายสินค้าการเกษตรประจำอำเภอมีรถกระบะบุโรทั่งจอดชิดริมฟุตบาธ หนุ่มผิวคล้ำกร้านแดดสองคนนั่งอยู่บนกระบะท้าย มองโน่นมองนี่หาอาหารตาไปเรื่อย ครั้นแล้วหนุ่มหนึ่งก็ผิวปากหวือ

โว้ว! สวยสะบัดช่อเลยแม่คุณเอ๊ย

คำอุทานนั้นเรียกสายตาของอีกหนุ่มให้มองตาม เห็นสาวนางหนึ่งยืนอยู่ข้างกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เจ้าหล่อนสวมเสื้อยืดเข้ารูปกับกางเกงยีนส์สีเข้มแนบปลีน่องงาม อวดส่วนโค้งส่วนเว้าที่เย้ายวน ไม่ว่าจะเป็นทรวงอกตูมเต่ง สะโพกกลมผาย เรียวแขนที่โผล่พ้นเสื้อแขนสั้นมานั้นต้องแสงแดดขาวลออ กลมกลึงน่าจับน่ามองไปทุกส่วนสัด เธอสวมแว่นตาดำปิดบังใบหน้าเสียเกือบครึ่ง จึงไม่เห็นว่าดวงหน้านั้นงดงามเพียงใด แต่รูปร่างซึ่งงามปานนางอัปสรจำแลง กับผิวขาวราวน้ำนม และเรือนผมสีตาลเข้มที่ล้อมกรอบดวงหน้า ทิ้งตัวเป็นลอนเคลียหลังไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ ก็ทำให้ผู้พบเห็นเคลิบเคลิ้มได้ไม่น้อย

เออว่ะ หลงมาจากไหนวะ?อีกหนุ่มหนึ่งกล่าวคล้ายละเมอ

ไม่รู้ แต่เอ...ท่าทางคุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

มั่วแล้วม้าง อย่างเอ็งจะไปเห็นสวยๆ แบบนี้ที่ไหนได้ กูว่าแค่ฝันล่ะว้า

นั่นสิ สงสัยจะเป็นนางฟ้าในฝัน ว่าแล้วมันหันมายักคิ้วยิ้มเผล่ให้เพื่อน เนื้อคู่กูแน่ๆ

เออ ถ้ายังฝันไม่ตื่น เดี๋ยวกูตบบ้องหูให้ตื่นเอง

คนฟังย่นคอหลบฝ่ามือที่เพื่อนแกล้งเงื้อง่า แล้วหันไปมอง นางฟ้าในฝันของมันอีกรอบ สาวสวยอันตรธานไปจากจุดนั้นแล้ว กวาดตามองรอบๆ เห็นเธอไปยืนคุยอยู่กับคนขับรถสองแถวเยื้องไปอีกมุมถนน ไม่นานคนที่เธอคุยด้วยก็เดินมายกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นวางบนรถ ทำท่าทางบอกให้เธอขึ้นไปนั่งคอย

หนุ่มผิวคร้ามนึกเสียดายอยู่ครามครันที่เธอสวมแว่นตาปิดบังทัศนียภาพชวนมอง แต่ถึงไม่ได้ดูใบหน้าชัดๆ แค่รูปร่างนั่นก็ เชฟบ๊ะจนน้ำลายหยด

เขาจะไปไหนวะนั่น?

จะไปรู้เรอะ อยากรู้ลงไปถามดูดิ

ได้โดนถีบกลับปะไร ผู้หญิงสวยๆ เขาว่าดุนัก

โธ่ ไอ้ป๊อด!”

กระบะรถโคลงเบาๆ ทั้งคู่จึงหันดูต้นเหตุ เห็นคนที่ตนกำลังนั่งคอยยืนอยู่ข้างกระบะ คนหนึ่งอายุไล่เลี่ยกับพวกมัน สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ตัดขา ทิ้งปลายรุ่งริ่ง อีกหนุ่มใส่เสื้อยืดเหมือนกันแต่สวมกางเกงยีนส์ขายาว อายุอานามล่วงวัยสามสิบไปแล้ว และแม้จะผิวคร้ามกร้านแดดลมไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่บุคลิกท่วงท่ามีภาษีกว่าคนทั้งกลุ่ม

เรียบร้อยแล้วเหรอพี่ริต?

อือ... คนชื่อ พี่ริตตอบพลางยกแกลลอนที่หิ้วมาด้วยใส่ท้ายรถ ใครไม่มีธุระนี่ไหนแล้วใช่มั้ย? จะได้กลับบ้านกัน

ไม่ล่ะพี่ แต่มีสวยหยดจะให้ดู หยั่งกะนางฟ้า

ไหนวะ? คนถามไม่ใช่พี่ริตที่คนบนรถเรียก

นั่นน่ะ อ้าว! ไปไหนแล้ววะ? เป้าหมายเปลี่ยนตำแหน่ง ต้องสแกนสายตาหาอีกรอบ อ๋อ...โน่นไง ยืนดูดน้ำอยู่หน้าร้านนั่นน่ะ

สายตาผู้มาใหม่ทั้งสองคู่มองตาม ถึงเป้าหมายจะไม่ใกล้นักก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สวยหยดที่มันบอก ไม่ผิดคำเลย แต่แล้วคนที่เขม้นมองอย่างพินิจพิเคราะห์เพราะตงิดใจกับความคุ้นตาก็ร้องขึ้น

นั่นมันหลานยายเนียมนี่นา

ยายเนียมไหน?” ‘พี่ริต เลิกคิ้ว

ก็ยายเนียมป้าแดงที่อยู่บ้านใต้ไงพี่

ยายเนียมมีหลานด้วยเหรอ?

มีสิพี่ หลานแกเป็นดาราดังอยู่กรุงเทพฯ ตอนงานศพพ่อแม่เขาเมื่อสองปีก่อนยังมาอยู่ตั้งหลายวัน

เออ...ถึงว่า ท่าทางคุ้นๆ คนนั่งบนรถร้องคราง ยัยคนนี้รึเปล่าวะที่มีข่าวตบกับดาราด้วยกันแย่งผู้ชาย

เออ คนนี้แหละ

ทั้งสี่หนุ่มหันไปมองบุคคลซึ่งเป็นหัวข้อสนทนาอีกครั้ง

สวยๆ อย่างนี้ยังต้องตบแย่งเขาอีกเหรอ พี่ริตของทุกคนเปรย ก่อนเลิกสนใจ กลับบ้านกันเถอะ

เขาเดินอ้อมรถไปเข้าประจำฝั่งคนขับ อีกคนตามขึ้นนั่งคู่ แล้วกระบะบุโรทั่งคันนั้นก็คำรามราวเสือแก่ไว้ลายก่อนแล่นสู่ที่หมายปลายทางของคนทั้งกลุ่ม

 

บ้านหลังนั้นเป็นเรือนไทยประยุกต์ที่ผ่านการปรับปรุงต่อเติมมาแล้ว บริเวณหน้าบ้านเป็นลานกว้าง บันไดเรือนมีชานพัก และเต็มไปด้วยกระถางโป๊ยเซียนทุกขั้นบันได ข้างบันไดตั้งอ่างบัวขนาดใหญ่ ดอกสีชมพูเหลือบบานเย็นชูสลอน หน้าเรือนมีพุ่มพิกุลทองสูงเลยศีรษะ ลึกเข้าไปเป็นใต้ถุนโล่ง มีแคร่นั่งนอนเล่น

ร่างกลมกลึงสมส่วนชะเง้อชะแง้อยู่ไม่นานหญิงวัยปลายสี่สิบก็โผล่หน้าออกมาเมียงมอง

อ้าว! คุณเทียนใช่มั้ยนั่น?

ค่ะป้าแดง เทียนเอง สวัสดีค่ะ

ไปไงมาไงคะคุณ มาไม่บอกไม่กล่าว มา เข้ามานั่งข้างในนี้ก่อน นางกุลีกุจอออกมาช่วยยกกระเป๋าเข้าไปวางบนแคร่ แล้วไปหาน้ำเย็นๆ ลอยดอกมะลิมาให้ดื่ม

เฮ้อ...ชื่นใจจริง ดื่มเข้าไปอึกใหญ่แล้วหญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้มประจบ

เด็กหญิงวัยสี่ขวบตัดผมสั้นระดับติ่งหู ไว้หน้าม้าเต่อ เข้ามายืนเกาะขาป้าแดง เธียรขวัญยิ้มทักทาย ยื่นมือไปดึงแก้มยุ้ยเล่น

น้องน้อยหน่าลูกพ่อมืดรึเปล่าคะเนี่ย?

แม่หนูยิ้มอายซุกหน้าแนบกับขาย่า

คุณเทียนถามทำไมไม่ตอบ? ผู้เป็นย่าดึงไหล่หลาน แต่แม่หนูยังขืนตัวไว้ กอดขาแน่นขึ้นอีก

โตเร็วจังเลยนะคะ เจอกันคราวก่อนยังตัวกะเปี๊ยก

ป้าแดงยิ้ม ลูบศีรษะหลานอย่างรักใคร่

ค่ะ คราวนั้นเพิ่งเดินได้ไม่นาน มาคราวนี้วิ่งปร๋อแล้ว เล่นซนไปทั่ว นางคุย รู้ว่าคุณเทียนมาคุณย่าคงดีใจ เพิ่งจะบ่นอยู่แหม็บๆ ว่าไม่เห็นติดต่อมาสักที

รอยยิ้มคนฟังค่อยๆ ลดลง เหลียวมองไปรอบเรือน

แล้วนี่ไปไหนล่ะคะ?

ไปวัดค่ะ ไปกับไอ้มืดมัน จะไปนิมนต์พระทำบุญบ้านอาทิตย์หน้า ยังบ่นเสียดายถ้าคุณเทียนกลับมาไม่ทัน แกต่อเรือนออกไปอีกหน่อย ด้านหลังนั่นไงคะ

เธียรขวัญมองตาม พื้นที่ส่วนที่ต่อเติมเทปูนทั้งหมด กลายเป็นเรือนครึ่งไม้ครึ่งปูน แต่ส่วนต่อเติมนั้นยื่นออกไปด้านหลัง มองจากหน้าเรือนจึงเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน

คิดว่าเตรียมไว้ต้อนรับคุณเทียน เพิ่งเสร็จไม่กี่วันนี่เองค่ะ

เธียรขวัญยิ้มจืด คุณย่าต่อบ้านไว้ต้อนรับเธองั้นหรือ ให้โลกแตกตะวันดับเถอะเรื่องแบบนั้นถึงจะเกิดขึ้นจริง!

ยายเนียมของคนในหมู่บ้าน หรือ คุณย่าของเธียรขวัญกลับมาถึงบ้านในตอนบ่ายคล้อยเกือบเย็น เจอหลานสาวโทนอยู่ที่บ้านนางก็ยินดี แต่เพราะไม่เคยแสดงความรักต่อหลานมาก่อนอาการที่แสดงออกจึงปั้นปึ่ง ชาเฉย นางทักว่า

กลับมาแล้วเรอะ นึกว่าจะใจแตกจนหาทางกลับบ้านนอกไม่ถูกซะอีก ฮึ! เรื่องฉาวโฉ่ที่แกทำไว้ที่โน่นมันกระฉ่อนมาถึงนี่ พบหน้าคนอื่นตะละทีฉันไม่รู้จะเอาหัวไปมุดไว้ไหน

เธียรขวัญนั่งเงียบ มืดซึ่งกลับมาพร้อมยายเนียม และป้าแดงที่นั่งคุยกับเธออยู่ก่อนมองอย่างเห็นใจ

แล้วนี่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ กินข้าวกินปลามารึยังล่ะ?

ป้าแดงจัดให้แล้วค่ะ

เออ อยู่นี่ถึงจะบ้านนอกคอกนามันก็ไม่อดตายหรอก มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีงานให้ทำทุกวัน แต่ถึงจะงอมืองอตีนแม่แดงมันก็หาข้าวหาน้ำให้กินได้ ว่าแล้วนางก็ถลกผ้านุ่งเดินขึ้นบันไดเรือนไป ไม่สนใจใครอีก

มืดเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว

คุณเทียนอย่าคิดมากเลยนะ คุณยายแกก็งี้แหละ ปากร้ายไว้ก่อน จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก

ไม่ต้องห่วง เทียนไม่เป็นอะไรค่ะพี่มืด เธียรขวัญยิ้มจืด

แล้วนี่คุณเทียนมายังไง?

นั่งเครื่องมาลงสนามบิน แล้วเช่ารถมาต่อสองแถวที่หน้าอำเภออีกทีค่ะ

หรูแฮะ นั่งเครื่องด้วย ตอนพี่พาคุณยายเข้ากรุงเทพฯ ไปหาคุณที่คอนโดฯ ยายแกพานั่งรถไฟชั้นประหยัด กระแทกเอากระแทกเอา กลับมาบ่นปวดหลังไปหลายวัน บอกให้นั่งรถทัวร์ก็ไม่ยอม เปลือง แกว่างั้น

ป้าแดงและเธียรขวัญพากันหัวเราะ ใครๆ ก็รู้กันทั้งบางว่านิสัยตระหนี่ไม่มีใครเกินยายเนียม แต่ถึงคราวใจดีก็ใจดีจนน่าชื่นชม เรื่องนี้ประจักษ์ชัดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ครานั้นป้าแดงหอบลูกเล็กพลัดหลงมาพึ่งใบบุญ นางเนียมอดเวทนาไม่ไหวจึงรับอุปการะไว้ใต้ชายคา ให้ช่วยทั้งงานในบ้านงานนอกบ้าน จนวันนี้ป้าแดง ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสาวอายุสี่ขวบก็กลายเป็นคนในครอบครัว เป็นลูกเป็นหลานของยายเนียมไปแล้ว

 

รถกระบะบุโรทั่งคันนั้นขับไปตามถนนคันดินด้วยความเร็วปานกลาง ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง สองข้างทางที่รถแล่นผ่านเป็นทุ่งนาเขียวขจีสุดสายตา ยอดกล้าโล้เอนเล่นลม

เมื่อลึกเข้ามาเรื่อยๆ สองข้างจึงมีแปลงผักและเพิงพักเล็กๆ ให้เห็น รถคันนั้นขับต่อมาอีกหน่อยก็มาจอดนิ่งสนิทที่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง คนนั่งหน้าเปิดประตูออกมาพร้อมพวกข้างหลังที่กระโดดลงมายืนข้างรถ ยกข้าวของท้ายกระบะขนเข้ากระท่อม คนละเที่ยวสองเที่ยวก็เหลือแต่ถุงใบย่อมให้อมฤตหิ้วติดมือเดินตามหลังเข้ามา

กระท่อมยกพื้นสูง กั้นห้องเล็กๆ ปิดประตูสนิท ติดกับส่วนยกพื้นคือพื้นดินเรียบ ดัดแปลงเป็นครัว มีเครื่องใช้ไม้สอยครบครัน ทั้งเตาแก๊ส หม้อข้าวหม้อแกง ถ้วยชาม กะละมังใบเล็กใบน้อย วัตถุดิบและเครื่องปรุงจัดเข้ามุมตอกชั้นวางเป็นระเบียบ อีกมุมหนึ่งอุปกรณ์การเกษตรกองสุม ทั้งแกลลอนหลากขนาด และกระสอบใส่สารพัดข้าวของ หน้าห้องพักเป็นชานไม้ไผ่ผ่าซีกยื่นออกมาให้นั่งนอนเล่น เว้นช่องทางเดินไว้เล็กน้อย ถัดมาจึงเป็นที่นั่งเล่นใต้ชายคา ทำจากไม้กระดานยาวสองแผ่นตอกตะปูชิดกัน ยกสูงจากพื้นระดับขา ไม้ไผ่ลำเล็กสองสามลำตอกเป็นราวสำหรับพิงหลัง

ข้างกระท่อมมีโอ่งใบใหญ่วางเรียงเป็นแถวอยู่สามใบ หน้ากระท่อมคือบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ มีสะพานเล็กๆ ยื่นไปในบ่อ รอบขอบบ่อทุกด้านปลูกไม้ต้นจำพวกขนุน ชมพู่ ฝรั่ง ส้มโอ กระท้อน มะม่วง มะกอก มะนาว มะกรูด และพืชผักสารพันแซมไว้ตลอดแนว ถัดออกไปยังมีแปลงผักรายรอบอีกนับสิบร่องแปลง

ในกระท่อมมีคนหนุ่มวัยเบญจเพสนั่งคัดเมล็ดพันธุ์อยู่บนชานระเบียง

เป็นไงบ้างน็อต?ชายหนุ่มผู้หิ้วถุงเดินรั้งท้ายเข้ามา เอ่ยถาม

เรียบร้อยครับพี่ริต ไม่มีปัญหา

เจ้าพวกนั้นไปไหนกันหมด?

แปลงตาเพิ่มพี่ แกเพิ่งมาตามไปช่วยดูเครื่องสูบน้ำ มันสตาร์ทไม่ติดมาตั้งแต่เมื่อวาน เจ้าต๋องไปช่วยดูอยู่พักนึง บอกอะไรเสียไม่รู้เลยมายกของเราไปรดน้ำให้ก่อน

อมฤตพยักหน้าเชิงรับรู้ เดินไปหยุดบนสะพาน ปลานิลตัวใหญ่กว่าฝ่ามือว่ายขึ้นมาให้เห็นสองสามตัว เมื่อปลานิลมุดหายปลาดุกก็โผล่ขึ้นมาแทน

เมื่อวานเจอลุงมิ่งแกบอกวันนี้ลูกสาวกลับจากตัวจังหวัด จะมาเอาปลาไปแกงสักมื้อยังไม่เห็นมาเลย เสียงตะโกนมาจากในกระท่อม

พี่คมมายืมแหไปวันก่อน เอามาคืนรึยังล่ะ?

ยังไม่เห็นเลยพี่

แล้วอีกตีนที่ขาดใครซ่อมยัง?

ไอ้ว่านมันนั่งชุนแล้ววันก่อน

ดีแล้ว ลุงมิ่งมาเอาปลาไปแกงจะได้ไม่ต้องวิ่งหาแหกันอีก

เมื่อเขากลับเข้ามาในกระท่อม ลูกน้องคนหนึ่งที่เข้าเมืองไปด้วยกันก็ยกกะละมังจานซึ่งเพิ่งล้างเสร็จมาคว่ำไว้บนตะแกรง อีกสองคนง่วนอยู่กับการผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงในถังใบใหญ่ นายคนชื่อน็อตถือกะละมังใบเล็กเดินโทงๆ ไปตามขอบบ่อ

กระท่อมหลังนี้มีเด็กหนุ่มเวียนเข้าเวียนออกอยู่เกือบสิบคน แต่ละคนล้วนคล่องงาน ทั้งงานในแปลงผัก งานช่าง และงานครัว อมฤตเริ่มบุกเบิกสร้างแปลงผักเล็กๆ เมื่อสามปีก่อน ร่วมแรงกับเด็กหนุ่มวัยต้นยี่สิบอีกสามคน เริ่มจากแปลงผักสี่ห้าร่อง เมื่อขายได้เงินมา หักส่วนหนึ่งไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกในรุ่นต่อไปแล้ว ที่เหลือแบ่งให้เด็กหนุ่มเหล่านั้นหมด เพื่อเป็นแรงใจในการทำงาน หลังจากนั้นแปลงผักเล็กๆ ที่มีอยู่แค่ไม่กี่ร่องก็ขยับขยายขึ้นเป็นหลายสิบร่อง ปลูกพืชผสม หมุนเวียนไปเรื่อยตามแต่ฤดูกาล มีบ่อปลาผสมปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติเปิดให้คนในหมู่บ้านมาจับไปทำกับข้าวกับปลาได้ฟรี สองสามเดือนจึงคัดตัวโตๆ ไปขายในตลาดอำเภอเสียครั้ง จากพวกหนุ่มๆ สามคนก็เพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ล้วนแต่เป็นลูกหลานคนในหมู่บ้าน ไม่มีใครขัดข้องที่ลูกตนมาสุงสิงอยู่ในกระท่อมหลังนี้ เพราะมั่นใจว่าอมฤตจะนำพาเด็กหนุ่มทำมาหากิน ไม่ปล่อยให้นั่งจับจดหรือมั่วสุมเล่นไปวันๆ แม้ขายผักปลาแต่ละครั้งเมื่อเฉลี่ยเป็นส่วนแบ่งแล้วจะได้เงินคนละไม่กี่สตางค์ แต่ความรู้ความขยันในการทำมาหากินที่ได้จากประสบการณ์ตรงก็มีค่ามากกว่าตัวเงิน และดูเหมือนพวกเขาจะเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหมู่บ้าน เพราะไม่ว่าใครมีงานมีการหรือมีเรื่องเดือดร้อนแรงงาน ก็มักมาขอแรงคนพวกนี้ไปช่วยอยู่เป็นนิตย์

ห้าโมงกว่าในตอนที่พวกไปช่วยรดน้ำแปลงผักของตาเพิ่มทยอยขี่มอเตอร์ไซค์กลับกันมา เสียงพูดคุยดังโขมงโฉงเฉงตามประสาคนหนุ่ม เป็นเวลาเดียวกับที่ลุงมิ่งขี่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ มาขอปลา คนหนึ่งจึงไปปลดแหมาหว่าน แค่ครั้งเดียวก็ได้ปลาติดมาเต็มแห ตัวเล็กๆ ถูกปลดโยนกลับลงไปใหม่ เลือกไว้แต่ตัวโตๆ ทั้งปลานิล ปลาดุก ได้เกือบสิบตัว ลุงมิ่งขอแบ่งไปอย่างละสอง

ขอบใจนะพ่อริต

ไม่เป็นไรลุง

เย็นนี้ถ้าไม่มีธุระที่ไหนแวะไปกินข้าวที่บ้านสิ ฝีมือแม่ศรีมันเป็นหนึ่งในย่านนี้ใครๆ เขาก็พูดกัน

ขอบคุณครับ แต่วันนี้ว่าจะแวะไปกินข้าวกับป้าที่บ้าน ไม่ได้เข้าไปหลายวันแล้ว

อ้อ...ไปกินกับคุณนายเรอะ งั้นไม่เป็นไร เอาไว้โอกาสหน้านะพ่อนะ

ครับ

งั้นลุงกลับก่อนล่ะ นังศรีมันเตรียมลับมีดขอดเกล็ดปลาไว้แล้ว ก่อนขึ้นรถชายสูงวัยไม่ลืมหันไปให้พรคนอื่นๆ จำเริญๆ นะพ่อหนุ่ม

คร้าบลุง หลายเสียงรับพร้อมเพรียง ลุงมิ่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับไปแล้วใครคนหนึ่งก็นำปลาที่เหลือไปขอดเกล็ดเชือดหัวเพื่อเป็นมื้อเย็น

ชวนไปกินข้าวบ้าน สงสัยจะชวนไปดูตัวลูกสาวด้วยมั้งพี่ริต อีกคนพูดขึ้นมาจากในกระท่อม

คนที่บอกว่ากลับมาวันนี้นะเหรอ?

นั่นแหล้ะ... คนพูดทำเสียงยานคาง เรียนอยู่ ม.6 กำลังแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ สอบเสร็จเทอมนี้ก็จบแหล่ว หาผัวได้แหล่ว

เอามาทำไมวะ เด็กจบ ม.6?

โธ่พี่ มีเมียเด็กไม่ชอบรึไง?ว่าแล้วก็ครวญเพลง มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็กร่างกาย...ไม่ต้องนึกอาย เป็นลูกผู้ชายต้องกล้า* เอ้อ... (เพลงมีเมียเด็ก ขับร้องโดย พรศักดิ์ ส่องแสง)

ท้ายเสียงลงลูกคอจนเพื่อนๆ หัวเราะครื้นเครง

นั่นสิ ใครๆ ก็อยากได้กันทั้งนั้น ผมเองยังอยากมีเลย เอ๊าะๆ น่ะ ไม่หล่อไม่รวยอย่างพี่บ้างให้มันรู้ไป อีกคนบอกยิ้มๆ ขณะนำแหขึ้นพาดไว้บนราวไม้ไผ่ข้างกระท่อม ดึงเชือกมัดโยงไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ

ขยันทำงานเก็บเงินเข้าสิ เผื่อลุงมิ่งจะชอบใจอยากได้ไปเป็นเขย

โอ๊ย! กว่าผมจะมีเงินถุงเงินถัง นังผึ้งลูกแกก็เหนียงยานไปแล้ว

เสียงหัวเราะดังอีกระลอก แม้แต่อมฤตยังอมยิ้ม

ไม่ต้องหุงเผื่อนะไหล วันนี้จะไปกินบ้านป้า เขาบอกคนที่กรอกข้าวสารลงหม้อ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ครวญเพลงอยู่เมื่อครู่

ไปจริงๆ เรอะพี่ นึกว่าแค่อ้างจะไม่ไปบ้านลุงมิ่งซะอีก

ไม่ได้เข้าไปสี่ห้าวันแล้ว ต้องแวะไปสักหน่อย

เดี๋ยวผมติดรถกลับบ้านด้วยนะพี่ริต อีกคนบอก แล้วเดินตามพรรคพวกลงแปลง ตะลุยรดน้ำผัก ทิ้งคนทำครัวไว้แค่คนเดียว

กระท่อมหลังนี้มีคนหนุ่มอยู่หลายคนก็จริง แต่ใช่จะกินนอนที่นี่ทั้งหมด บางส่วนยังกลับไปนอนบ้าน  เหลือไว้แต่คนเฝ้าประจำสองถึงสามคน อาจมีแวะเวียนมานอนบ้างเป็นทีๆ และนานๆ จึงจะสุมหัวสังสรรค์กันสักครั้ง

กระบะบุโรทั่งคันเดิมขับออกจากระท่อมไปตามถนนคันดิน ราวกิโลเมตรเศษก็ถึงถนนใหญ่ลาดยางมะตอย ขับต่อเข้าหมู่บ้านไปอีกร่วมสองกิโลเมตร แวะจอดส่งลูกน้องสองคนก่อนเคลื่อนต่อไป กระทั่งเลี้ยวเข้าเส้นทางโรยหินเกล็ดลึกจากถนนใหญ่ร่วมร้อยเมตรมาจอดลงหน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูงกึ่งไม้กึ่งปูน ใหญ่และสะดุดตากว่าบ้านในละแวกใกล้เคียง ติดกับตัวบ้านเป็นโรงจอดรถกว้างพอสำหรับสองคัน ขณะนั้นมีกระบะสมาร์ทแค็บสีบรอซ์นทองยึดครองพื้นที่อยู่ด้านหนึ่ง อีกด้านจอดมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ พื้นที่หน้าบ้านเป็นลานกว้าง ปลูกมะยมและยอต้นใหญ่ไว้คนละมุม ตลอดแนวของเขตบ้านเรียงรายไปด้วยต้นโมกออกดอกขาวนวล กลิ่นหอมขจรขจาย อีกฟากเรียงกระถางต้นไม้หลากชนิดไว้เป็นแถวเป็นแนวอย่างมีระเบียบ

หญิงวัยย่างหกสิบเยี่ยมหน้าออกมามอง แล้วเปิดรอยยิ้มกว้าง ร้องทักเมื่อคนขับลงจากรถ

มาพอดีเลยตาริต ป้ากำลังนึกถึง

ผู้เป็นหลานรักยิ้มแต้เดินขึ้นบันไดไป

มีอะไรครับคุณนาย? จะเรียกหลานชายมาช่วยใช้เงินรึไง

นี่ อย่ามาทำตลกกับป้า นางค้อน และลูบหลังไหล่เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เมื่อตอนเย็นยายเนียมแกมาบอกงานบุญ วันอาทิตย์หน้าจะทำบุญบ้าน ป้าจะบอกให้ริตพาคนไปช่วยงานหน่อย ไปตั้งแต่เช้าเลยนะ จะได้ช่วยไปดูในครัวยกหม้อข้าวหม้อแกงให้เขา

คนบ้านโน้นก็มีตั้งเยอะแยะ ไปช่วยกันคนละมือขี้คร้านจะเหลือเฟือ

ผู้เป็นป้าเดินนำหลานชายมานั่งบนชุดรับแขกไม้สักบุนวมนุ่ม

คนบ้านโน้นก็ส่วนคนบ้านโน้นสิ เรามีน้ำใจพาคนไปช่วยก็ส่วนของเรา ยายเนียมกับเราใช่คนอื่นคนไกลกันที่ไหน นับถือกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ได้ข่าวว่างานนี้จัดใหญ่ จะทำบุญให้ลูกชายด้วย บ้านแกไม่มีงานบุญมานาน มีงานล่าสุดก็เห็นจะเมื่อสองปีก่อน งานบุญก็ใช่ที่ ดันเป็นงานศพลูกชายกับลูกสะใภ้ไปเสีย น้ำเสียงที่กล่าวเจือแววเห็นอกเห็นใจ เอ...คราวนั้นริตได้อยู่ช่วยงานรึเปล่านะ?

ไม่นี่ครับ สงสัยเป็นช่วงลงปาล์ม

นั่นสิ ป้าก็คุ้นๆ ว่าเป็นคนไปตามเจ้าพวกนั้นให้ไปช่วยงานเอง สงสารแก

แล้วนอกจากลูกคนที่เสียแกยังมีคนอื่นอีกมั้ยครับ?

ไม่แล้ว แกมีลูกชายคนเดียว นี่ก็เหลือแต่หลานสาว ลูกพ่อประพนธ์

คนที่เป็นดาราตบแย่งผู้ชายกันนะเหรอครับ?

ไฮ้...!” ผู้เป็นป้าอุทานแกมหัวเราะ รู้ด้วยเหรอเรา?

เพิ่งรู้เมื่อตอนบ่อยนี่แหละ เจอรอรถสองแถวอยู่หน้าอำเภอ เจ้าพวกนั้นมันเห็นท่าทางคุ้นๆ เลยพูดกัน

มาด้วยหรือ?” นางรำพึงอย่างนึกเอ็นดู “เจ้าพวกนั้นคงจำได้ตอนงานศพพ่อแม่เขา หนุ่มๆ ทั้งย่านนี้ย่านโน้นมองกันตาเป็นมัน แต่แม่หนูนั่นเขากำลังเสียใจ ไม่มีหูตาไว้มองใครหรอก

ถึงมีก็คงไม่มองหนุ่มบ้านนอกหรอกคร้าบ ของเขาต้องดาราดัง ขอแค่ให้ได้ผู้ชายมาจะต้องตบตีก็ยอม

เราก็พูดไป นางปราม ไม่รู้เรื่องรู้ราวมันเป็นยังไง เที่ยวพูดไปมันไม่ดี ข่าวผ่านปากคนพลิกแพลงได้ร้อยแปด

สีหน้านางจริงจังขึ้นเมื่อพูดเรื่องเช่นนี้ นี่เป็นข้อดีหนึ่งในหลายๆ ข้อของคุณนายนวลนุช คือไม่ชอบนินทาว่าร้ายใคร และไม่หูเบาเชื่อถือข่าวลือง่ายๆ คนในปกครองและคนรู้จักมักคุ้นถึงได้รักใคร่นับถือนางยิ่งนัก

พ่อแม่เขาเป็นอะไรตาย?คนโดนดุเปลี่ยนเรื่อง

เจอน้ำป่าตอนไปเที่ยวน้ำตก โชคดีลูกสาวไม่ได้ไปด้วย ไม่งั้นก็ตายยกครัว เขาว่าพวกที่ไปน้ำตกวันนั้นตายไปหลายสิบ เจ้าหน้าที่ช่วยไม่ทัน มันมาเร็วจนไม่ทันตั้งตัว เออแน่ะ คุยเรื่องอื่นกันเพลิน เรากินอะไรมารึยัง?

ยังเลยครับ หิ้วท้องมากินกับป้า ขับรถมาก็ร้องจ้อกๆ แล้ว

แล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้ป้าชวนคุยอยู่ได้ ไป๊ ไปกินข้าวกัน แม่อ่อนทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้ว เมื่อลุกขึ้นก็พอดีแม่อ่อนโผล่หน้าเข้ามา อ้าว มีอะไรเรอะ?

จะมาถามว่าจะให้ตั้งโต๊ะเลยหรือเปล่าคะ?

ตั้งเลยสิ นี่กำลังจะไปกันแล้ว

แม่อ่อนย้อนกลับเข้าครัว ผู้เป็นนายทั้งสองก็ตามไป

อมฤตอยู่คุยกับป้าต่อจนดึกจึงกลับ เขาแยกมาปลูกบ้านหลังเล็กพักอยู่คนเดียวเมื่อสี่ปีก่อน ที่ดินปลูกบ้านติดถนนใหญ่ ห่างจากตัวหมู่บ้านมาเกือบกิโลเมตร พื้นที่เดิมเป็นทุ่งนาต่ำกว่าพื้นถนน ก่อนสร้างบ้านจึงถมดินปรับพื้นที่ เว้นช่องว่างระหว่างที่บ้านกับถนนใหญ่ให้เป็นคูน้ำเล็กๆ ทำทางเข้าบ้านกว้างแค่พอรถผ่านเข้าออกสะดวก ปลูกสนเป็นแนวรั้ว ประตูทางเข้าเป็นรั้วไม้ระแนง พื้นที่หน้าบ้านปลูกพันธุ์ไม้ต่างๆ จนเขียวครึ้ม

กระบะคันเก่าเข้าจอดในโรงจอดรถ คนขับเปิดประตูลงมาไขกุญแจเข้าบ้าน ควานมือหาสวิตซ์ไฟ แค่ดวงเดียวก็สว่างทั่ว บ้านหลังน้อยกะทัดรัดหลังนี้เป็นบ้านอิฐเปลือย หน้าต่างกระจก ใกล้ประตูเป็นมุมนั่งเล่น ตั้งโซฟาเดี่ยวตัวใหญ่ มีทีวีและชุดโฮมเธียเตอร์ไว้ดูหนังฟังเพลง ข้างๆ กันเป็นชั้นเก็บหนังสือ สุมหนังสือไว้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นพวกวิชาการเกษตร ถัดเข้าไปด้านในมีสองห้องอยู่ตรงกันข้าม ห้องหนึ่งคือห้องนอน อีกห้องสำหรับเก็บเสื้อผ้าและข้าวของต่างๆ เลยส่วนนี้ไปจะเป็นครัวซึ่งอยู่ติดห้องน้ำ

ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าห้องเก็บเสื้อผ้า สลัดเครื่องแต่งกาย ดึงผ้าขนหนูมาพันสะโพกแล้วออกมาเข้าห้องน้ำ

ครู่ใหญ่ต่อมาเขาก็สวมชุดนอน มาเปิดเพลงเบาๆ หาหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรนอนอ่านเล่น แต่น่าแปลกที่ความคิดช่วงหนึ่งแวบไปหาผู้หญิงคนนั้น คนซึ่งเพิ่งเจอเมื่อตอนบ่าย กับเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับป้า ครั้นแล้วก็ปรารภ

แม่คุณเอ๊ยสวยซะเปล่า ดีแต่คิดเรื่องหาผัว ผู้ชายมันหายากนักรึไงถึงต้องตบตีแย่งกัน



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #3 Papa24579 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:14
    ปากดีนะพ่อนะ​

    ชิ
    #3
    0