เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 16 : 15 :: หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

ตอนที่ ๑๕ หวั่นไหว

 

เธียรขวัญหมั่นทาว่านหางจระเข้บริเวณแผลอย่างต่อเนื่องตามที่เพื่อนร่วมบ้านแนะนำ รอยพุพองค่อยๆ ยุบลงจนแห้งสนิท ตกสะเก็ดและลอกเป็นแผ่น ทิ้งวงขาวไว้จางๆ เธอยังทาเนื้อว่านต่อเพื่อให้แผลหายสนิท และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ต่างหน้า อมฤตปลูกไว้เหลือเฟือที่หน้าบ้าน

อาการเจ็บข้อเท้าเป็นเหตุให้ต้องพักงานบ้านไปหลายวัน สายวันหนึ่งหลังจากรับประทานอาหารเช้าและเก็บครัวเรียบร้อยแล้ว เธียรขวัญจึงหอบตะกร้าผ้าออกมาซัก ไม่ลืมแยกผ้าขาวผ้าสีก่อนใส่เข้าเครื่อง และเมื่อยกกางเกงยีนส์ตัวหนาหนักขึ้นมาคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น แตะกระเป๋ากางเกงก่อนล้วงหยิบของข้างใน เจอกระเป๋าสตางค์หนังสีดำ

อีตาบ้าเอ๊ย จะเอาผ้าซักก็ไม่รู้จักล้วงของออกให้หมด เรียวปากงามบิดเบ้ พลางวางกระเป๋าไว้บนฝาช่องปั่นผ้า แต่ไม่ทันดูให้ดีขณะวางมันจึงหล่นลงพื้น เธอพ่นลมหายใจพลางก้มลงเก็บ และได้เห็นบัตรประชาชนที่เสียบอยู่ในช่องใส่บัตร จึงกวาดตามอง

นายอมฤต เหมรัตน์ หญิงสาวบิดปากใส่ชื่อ เลื่อนสายตาไปยังวันเดือนปีเกิด แล้วคิ้วงามก็ขมวด ยกนิ้วขึ้นนับ โห! ตั้งสามสิบกว่าแล้วเหรอ? มิน่า ถึงได้ดูแก๊แก่

เจ้าหล่อนหัวเราะคิก พลันมีมะเหงกมาลงบนหัว คนที่เธอแอบนินทาว่า แก๊แก่นั่นเอง ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

อีตาบ้า! มาเขกหัวฉันทำไม?

ตะกี้ว่าใครแก่?

ก็นายไง เนี่ย หลักฐาน สามสิบกว่าแล้วไม่ใช่เหรอ? มือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือกางกระเป๋าชูบัตรประชาชนหรา

อมฤตดึงกระเป๋าเงินคืน แถมใช้มันเคาะลงบนหน้าผากเกลี้ยงนั่นอีกที เธียรขวัญปัดมือเขาออกด้วยสีหน้ามู่ทู่

วัยขนาดนี้ใครเขาว่าแก่ เขาเรียกวัยหนุ่มฉกรรจ์ เหมาะจะมีแฟนมีครอบครัวสร้างเนื้อสร้างตัวรู้ไว้ด้วย

เฮอะ!” คนตัวเล็กกว่ากระแทกเสียง พลางหยิบผ้าหย่อนใส่เครื่อง ผู้ชายที่ฉันเคยคบด้วยไม่มีใครอายุเกิน 27 หรอกย่ะ นายมันเกินโควตาไปไกลโข ไม่รู้จับพลัดจับผลูมาเป็นสามีเฉพาะกิจของฉันได้ยังไง สวรรค์วิปริตแท้ๆ

ถึงว่าสิ คบกับใครไม่เคยยืด เลือกคบแต่เด็กวัยกำลังโตทั้งนั้นเลยนี่นะ ดูดนมอิ่มมันก็ถีบหัวส่ง

อ๊าย! อีตาบ้า ปากหมาตลอดเลยนะไอ้แก่!” ผ้าในตะกร้าหมดพอดี เธียรขวัญจึงฉวยมันเพื่อจะใช้ตีหัวอีกฝ่าย แต่ชายหนุ่มรับไว้ทัน

ก็บอกไงเล่าว่าไม่แก่ สามสิบสองกำลังหนุ่มแน่น

ก็บอกว่าแก่ เชอะ แก่แล้วไม่เจียม ไอ้คนแก่อยากเป็นหนุ่ม

สองคนยื้อยุดตะกร้ากันไปมา แล้วชายหนุ่มก็ยอมปล่อย มายืนเท้าสะเอวมองเจ้าหล่อนด้วยนัยน์ตาขุ่น เธียรขวัญกอดตะกร้าอย่างเป็นต่อ

ไม่สามสิบบ้างให้มันรู้ไป

อีกนานย่ะ

หึ!” ชายหนุ่มกระแทกเสียง เอ้านี่ ซักให้ด้วย คราวก่อนทีนึงแล้วไม่ยอมซักให้ จะอู้งานรึไง?

หญิงสาวชะโงกมองไปในตะกร้าที่อมฤตเลื่อนเข้ามา

อี๋! ของใครก็ซักเองสิ เรื่องอะไรฉันต้องมาซักกางเกงในให้นายด้วย

เข้าใจคำว่าหน้าที่มั้ย? งานบ้านน่ะงานบ้าน รู้จักทำให้มันครบถ้วน ไม่ใช่ทำขาดๆ เกินๆ

จากหน้าเป็นต่อกลับกลายเป็นหน้างอหัก เธียรขวัญเม้มปากสนิท แล้วดึงตะกร้าลากมากระแทกลงหน้าเครื่องซักผ้า

รีบๆ ซักเข้าล่ะ กางเกงในฉันหมดโกดังแล้ว ยังดีที่เช้าวันนี้ยังมีเหลืออีกตัว ไม่งั้นเจอลมเย็นหวิวๆ ขึ้นมาจะให้รับผิดชอบซะให้เข็ด!”

หญิงสาวสะบัดหน้าหันมาจ้องมอง นัยน์ตาวาววับ

พูดให้มันดีๆ นะ พูดแบบนี้หมายความว่าไง?

อะไร?

ก็ไอ้ที่จะให้รับผิดชอบนั่นน่ะ?

แววตาชายหนุ่มมีประกายพราว

สนใจเหรอ?

บ้าสิ! ถ้าคิดเรื่องลามกอยู่ล่ะก็ บอกไว้ก่อนว่าแก่ๆ อย่างนายน่ะไม่ได้แอ้มฉันหรอก กลับเข้าบ้านไปได้แล้ว อย่ามายืนยักแย่ยักยันอยู่แถวนี้ เกะกะ

เออ! แก่ก็แก่วะ เห็นแก่ๆ ยังงี้เหอะ เตะปี๊บดังเปรี้ยงเชียวนะขอบอก เตะทีสะดุ้งไปถึงพระอินทร์บนสวรรค์โน่น ไม่เชื่อจะลองพิสูจน์ดูมั้ย

อึ๋ย! อีตาบ้า ลามกเธียรขวัญรีบหดคอหลบเมื่อชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ มือเรียวรีบยกตะกร้าขึ้นเป็นอาวุธป้องกันตัว แต่กลับโดนมือแข็งแรงแย่งไปได้ แล้วใช้ตะกร้าใบนั้นครอบลงบนศีรษะเธอแทน

อย่างเธอน่ะใช้ตะกร้อครอบปากอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ตะกร้านี่ครอบไปทั้งตัว ได้กรงมาขังด้วยยิ่งดี

อมฤตเดินเข้าบ้าน ปล่อยคนข้างหลังดันตะกร้าออกจากศีรษะโยนลงพื้นอย่างฉุนโกรธ

 

เสร็จสิ้นจากงานบ้านเธียรขวัญมานอนแกร่วบนโซฟา หมุนโทรศัพท์มือถือเล่นสลับกับยกซิมการ์ดขึ้นดู ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเปลี่ยนมาใส่ซิมเบอร์เดิมเพื่อโทร.หาเพื่อนดีหรือไม่ ตั้งแต่เดินทางมาบ้านย่า เธอก็เหมือนตัดขาดกับชีวิตและผู้คนในอดีตไปหมด แม้แต่เพื่อนรักอย่างปานชีวาก็ไม่รู้หมายเลขใหม่ โทร.ไปมีหวังโดนสวดจนหูชา และเรื่องราวในชีวิตของเธอมันก็ช่างวุ่นวายอิรุงตุงนัง จนถ้าเพื่อนถามยังไม่รู้จะอธิบายอย่างไรถูก

แล้วจะเอาอย่างไรดีหนอ?

คนบนโซฟาถอนหายใจเฮือก ก่อนตัดสินใจแกะกรอบหลังของเครื่องโทรศัพท์ออก ปลดแบตเตอรี่ ถอดซิมการ์ด แล้วเสียบอีกอันใส่เข้าไป

ครั้นกดโทร.ออก ต้องรอฟังเสียงตอบรับจากปลายสายจนกระทั่งสัญญาณตัดไปเอง

ทำอะไรของเค้า ทำไมไม่รับสาย? เสียงหวานรำพึงขณะลดโทรศัพท์มาดูหน้าจอ แต่ลึกๆ ก็โล่งอกไม่น้อยล่ะที่ไม่ต้องคุยกับเพื่อนตอนนี้

อ้าว! แบตฯ จะหมดซะแล้ว” หญิงสาวเป่าลมออกจากปาก ดีดตัวลุกไปหาสายชาร์ต

ในช่วงเย็นนั้นเธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านตอนที่รถกระบะบุโรทั่งคลานเข้ามาจอด คนขับเปิดประตูลงจากรถพลางเหลียวมาดู แต่เธอหาได้ใส่ใจ ยังคงทำงานต่อไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้ว่า หัวหน้าครอบครัวกลับเข้าบ้านมาแล้ว อมฤตเท้าสะเอว และเท้าหลังคารถไว้ข้างละมือ แว่วได้ยินเสียงเธอฮัมเพลงมาเบาๆ

อารมณ์ดีจริงน้า... เขาส่งเสียงทัก และถ้ามันคือการต่อสายโทรศัพท์ถึงใครอีกคน คงมีข้อความตอบกลับมาว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก

หน็อย...ทำเป็นไม่สนใจนะยัยตัวดี คนตัวโตบ่นพึมพำแล้วเดินเข้าบ้าน พอดีกับโทรศัพท์ที่เสียบสายชาร์ตอยู่ส่งเสียงขึ้น ชายหนุ่มชะโงกหน้าออกนอกหน้าต่าง ตะโกนบอกคนข้างนอกว่า คุณเธอ โทรศัพท์

คนที่ง่วนอยู่กับการรดน้ำต้นไม้หยุดงานทันที วางสายยางแล้ววิ่งปรู๊ดเข้ามาในบ้าน ขณะนั้นอมฤตไม่อยู่แถวนั้นแล้ว และเธอก็ไม่สนใจว่าเขาจะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน

แค่เห็นสายเรียกเข้าเรียวปากสวยก็คลี่ยิ้ม ปลดสายชาร์ต พลางเดินออกมาหน้าบ้าน

จ้า เทียนพูด มือเรียวดึงโทรศัพท์ห่างจากหู ทำหน้าย่นยู่ แล้วแนบกลับไปใหม่

เอาทีละคำถามได้มั้ยปัน รัวมาเป็นชุดแบบนี้เทียนฟังไม่ทัน แล้วเบาๆ หน่อยก็ได้แม่คุณ หูเค้าจะแตกแล้ว

โธ่ เทียนก็ เค้าห่วงจะแย่ ติดต่อตัวไม่ได้เลย จะบ้าตายอยู่แล้วนะ น้ำเสียงโอดครวญของเพื่อนทำคนฟังหัวเราะคิก

โอ๋ๆ ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นห่วงเลย พอดีเปลี่ยนเบอร์ใหม่น่ะ แล้วเบอร์ของปันก็อยู่ในซิมเก่า ขี้เกียจเปลี่ยนกลับไปกลับมาเลยไม่ได้โทร.หาสักที อีกอย่างก็ไม่อยากเปิดเบอร์เดิม กลัวใครโทร.มา คร้านจะฟัง

แหม...ป้องกันซะ ไม่คิดถึงหัวอกเพื่อนเลยนะ คู่สนทนาพูดแกมประชด ก่อนเปลี่ยนสำเนียง แล้วตัวเป็นไงมั่ง สบายดีหรือเปล่า คุณย่าดีกับตัวมั้ย?

เธียรขวัญยิ้มบางๆ อย่างไรเสียถ้าเธอจะหมดญาติพี่น้องให้พึ่งพาอาศัยกัน ก็เชื่อว่ายังมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่พร้อมจะให้ความห่วงใยและช่วยเหลืออย่างจริงใจ

หญิงสาวบอกเล่าเรื่องของตัวเองสลับซักถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อน อมฤตออกจากบ้านมาอีกครั้งจึงเห็นว่าเธียรขวัญกำลังเดินจงกลมอยู่บนสนามหญ้า มือจับโทรศัพท์แนบหู ยิ้มบ้างหัวเราะบ้าง

คุยกับใครน่ะ หน้าบานเชียวนะ

เธียรขวัญตวัดตามอง

เสียงใครน่ะเทียน? คนในสายดึงความสนใจของเธอกลับมา

อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก คนบ้าน่ะ อย่าสนใจเลย เธอคุยกับเพื่อนต่อ เลิกสนใจชายหนุ่มเพียงเท่านั้น แต่ไม่นานก็มีเสียงแว่วมาเข้าหูอีก

ใช่ไอ้หนุ่มวัย 27 รึเปล่า? บอกมันรึยังว่าเธอมีผัวแล้ว

อีตาบ้า!” เธียรขวัญเผลอตัวตวาดแว้ด แล้วพลันสะดุ้งเมื่อคู่สนทนาในสายโทรศัพท์สอบถามกลับมาว่า

เกิดอะไรขึ้นเหรอเทียน?

อ้อ...เปล่า ไม่มีอะไรจ้ะ แค่โดนพวกโรคจิตก่อกวนนิดหน่อย

อ้าว ตัวบอกอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ? แล้วอีตาโรคจิตนั่นมาจากไหน?

หญิงสาวยังคงจิกตามองชายหนุ่มซึ่งลากสายยางมารดน้ำต้นไม้อยู่ไม่ไกล

ไม่ได้มาจากไหนหรอก อยู่แถวๆ นี้แหละ

เอ๊ะ ยังไง?

เอาไว้เราค่อยเล่าให้ฟังนะปัน ตอนนี้ยังบอกอะไรมากไม่ได้ เรื่องมันยาว เสร็จจากทางนี้แล้วเราไปเยี่ยม แล้วค่อยคุยกัน ปัน เทียนวางสายก่อนนะ เธียรขวัญกดปิดโทรศัพท์ พลางใช้มือข้างหนึ่งปัดป้องน้ำที่โดนคนตัวโตแกล้งฉีดสายยางใส่ ทำบ้าอะไรของนาย ไอ้โรคจิต

ถามตัวเองก่อนเถอะว่าทำบ้าอะไรของเธอ เปิดน้ำทิ้งไว้แล้วดอดไปจู๋จี๋กับไอ้หนุ่มวัย 27 หน้าระรื่นขนาดนั้น รดน้ำต้นไม้ยังไม่เสร็จ ความรับผิดชอบน่ะมีมั้ยเหอะแม่คุณ

อ๊าย นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

คนถือสายยางแกล้งส่ายหัวฉีดไปมา ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ น้ำกระเซ็นมาโดนหญิงสาวแทบเปียกไปหมด

บอกให้หยุด ฟังไม่รู้เรื่องรึไง?!” ยิ่งเธอโมโหเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง อีตาบ้า บอกว่าให้หยุด

คนขี้โมโหโยนโทรศัพท์ทิ้ง ดิ่งเข้าหาคนชอบแกล้งทันที

เฮ้ย! เข้ามาทำไม? อมฤตรัวหัวสายยางใส่ เรียวปากยิ้ม และนัยน์ตาพริบพราว

เธียรขวัญฝ่าสายน้ำเข้ามาจนถึงชายหนุ่ม พยายามยื้อแย่งสายยาง น้ำกระเซ็นใส่ทั้งสองจนเปียกปอนไปหมด กระนั้นก็ไม่มีใครยอมแพ้ใคร ชายหนุ่มยังจับส่วนปลายของสายยางไว้ แกล้งฉีดน้ำใส่ดวงหน้านวล ในขณะที่เธียรขวัญเบือนหลบแต่มือยังยื้ดยุด

ปล่อยเดี๋ยวนี้นะคนตัวเล็กกว่าออกคำสั่ง

ปล่อยให้โง่ แน่จริงก็แย่งไปให้ได้สิ คนตัวโตกลั้วหัวเราะ

ฉันแย่งมาได้นายตายแน่ ไอ้นายอมฤต เจ้าหล่อนเข่นเขี้ยว

ตายไม่กลัว กลัวไม่ตาย อีกคนหัวเราะร่วน ยังฉีดน้ำเข้าใส่หน้าหญิงสาว จนลอนผมสลวยชุ่มน้ำแบนแนบไปกับศีรษะ เสื้อผ้าเปียกโชกหมดทั้งชุด อมฤตเองก็ไม่ต่างกันเลย ด้านหน้าของเขาแทบหาพื้นที่แห้งไม่เจอ

ชักเย่อสายยางกันอยู่นานโดยไม่มีวี่แววว่าเจ้าหล่อนจะแย่งได้ ซ้ำยังถูกแขนแข็งแรงรวบเอวจนแผ่นหลังแบบบางแนบชิดกับแผงอกกว้าง น้ำจากสายยางฉีดรดลงมาตั้งแต่ศีรษะ

อ๊าย พอแล้ว ไม่เอาแล้ว หญิงสาวลูบน้ำออกจากดวงหน้า เบือนหนีไปซ้ายทีขวาที ทว่าสายยางยังตามติด คนชอบแกล้งหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ

บอกว่าไม่เอาไงเล่า อีตาบ้า เลิกเล่นได้แล้ว

ร่างน้อยดิ้นขลุกขลัก เอี้ยวตัวหนีน้ำ พลางยกเท้ากระทืบลงบนเท้าของชายหนุ่มแต่อีกฝ่ายยกเท้าหนีทัน และเหตุนั้นทั้งสองจึงล้มลงไปนอนเกยกันบนพื้นหญ้า สายยางหลุดจากมือใหญ่ เพราะเจ้าตัวรีบปล่อยเพื่อมารวบกอดหญิงสาวไว้ตามสัญชาตญาณ ป้องกันไม่ให้เธอกระแทกลงพื้นแรงเกินไปจนเกิดอันตราย

กายหนาใหญ่ทาบทับอยู่บนเรือนกายเล็กบางและนุ่มนิ่ม เนื้อผ้าเปียกแนบไปกับร่างกายจนมองเห็นผิวในร่มผ้ารำไร สองดวงหน้าชิดใกล้ ตาสองคู่สบประสาน คู่หนึ่งคมขำ แม้จะทอแววตกใจอยู่จางๆ แต่ประกายขี้เล่นยังพร่างพราว อีกคู่แดงก่ำเพราะโดนน้ำมาหลายรอบ และแดงเพราะอารมณ์โกรธขึ้ง มองสบกับนัยน์ตาคู่คมอย่างขุ่นมัว ปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนแย้มปล่อยคำพูด

ทีนี้จะแกล้งอะไรฉันอีก เอาสิ เอาเลย จะแกล้งอะไรก็เชิญ สายยางมันปล่อยน้ำออกมาไม่ทันใจ ฉันว่านายไปตักมาสาดฉันเลยดีกว่า

นัยน์ตาชายหนุ่มปรากฏรอยยิ้ม

ไม่ดีหรอก จับไปโยนคูน้ำเข้าท่ากว่าเยอะ กดหัวแช่น้ำอีกสักพักจะได้หายแว้ดๆ

ก็เอาสิ จับฉันไปโยนเลย เอาไปเลยสิ เสียงเครือขึ้นจมูก นัยน์ตาแดงๆ มีพรายน้ำหยาดคลอ ชายหนุ่มเพิ่งจับน้ำเสียงและความรู้สึกเธอได้ แปลกใจในอาการใจน้อยของเจ้าหล่อน แต่มือใหญ่ก็ยังยกขึ้นดึงจมูกเล็กเชิดๆ นั้นอย่างอดใจไว้ไม่อยู่

ยอมกันง่ายๆ แบบนี้ฉันจะขัดศรัทธาได้ไงล่ะหึ?

คนบ้า คนผี นายชอบแกล้งฉันตลอดเลย มือบางระดมทุบบนอกหนา แกล้งกันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน พอแต่งเข้ามาอยู่บ้านนายแล้วก็ยิ่งหาเรื่องแกล้งฉัน คอยดูนะ ครบเดือนเมื่อไหร่ฉันจะไปไม่มาเหยียบที่นี่อีก จะไม่มองหน้านายด้วยถ้าเจอกัน

แปลก ที่เขารู้สึกใจหายเมื่อได้ฟัง และเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ

ฝ่ามือใหญ่ลูบผมจากหน้าผากขึ้นไปเหนือศีรษะให้หญิงสาว ไม่อ่อนโยน ไม่นุ่มนวล แต่อบอุ่น ช่วยให้คนแอบน้อยใจรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

ก็เธอชอบเถียง ชอบต่อปากต่อคำ ชอบทำหยิ่งๆ เชิดๆ ใส่นี่นา ใครเห็นก็อยากแกล้ง

ก็นายชอบว่าฉันเสียๆ หายๆ ฉันก็ต้องเถียงสิ นายดูถูกฉันตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน แล้วดูถูกมาตลอด จะให้ฉันมองนายแบบเป็นมิตรได้ยังไง? นายหาเรื่องฉันก่อน

เสียงสุดท้ายขึ้นจมูกจนชายหนุ่มอมยิ้ม ปากเธอขยับขึ้นลงอยู่ใกล้ปากเขาแค่ไม่ถึงคืบ เมื่อมองสบตาคู่งามนั้นแรงดึงดูดบางอย่างรั้งให้ดวงหน้าคมโน้มเข้าหา

เพียงริมฝีปากสองคู่แตะต้องก็เหมือนมีกระแสไฟซ่านซ่าไปทั่ว สั่นหัวใจจนลิงโลด และฉุดดึงให้ลืมสิ้นทุกสิ่ง รับรู้เพียงสัมผัสนุ่มหอมหวาน กรุ่นปากจมูก เรียวปากชายหยอกเอินกลีบปากงามแค่ชั่วอึดใจก็แย้มสอดเรียวลิ้นเข้าไปลิ้มชิมน้ำผึ้งหวาน ทักทายลิ้นเล็กนุ่มและเกาะเกี่ยวเย้าแหย่ ดูดดึงจนคนใต้ร่างสั่นสะท้าน เผลอครางออกมาผะผ่าว มือน้อยขยุ้มเสื้อเชิ้ตลายตาหมากรุกของอีกฝ่ายไว้เต็มกำ ดวงตาคู่สวยพริ้มหลับ ซาบซ่านไปกับอารมณ์แปลกใหม่ที่วัยสาวเพิ่งเคยพานพบ ไม่รับรู้สิ่งใดอีก ไม่รู้แม้กระทั่งว่า มือคร้ามใหญ่สอดเข้าใต้ชายเสื้อมาโลมไล้ผิวนวลแถวบั้นเอว ก่อนไต่ขึ้นสู่อกอวบภายใต้บรารัดรึง มือข้างนั้นกอบกุม ไล้หัวแม่มือบนผิวเปลือยของร่องอก อีกมือสอดเข้าแผ่นหลัง ลากเลื้อยฝ่ามือไปทั่ว ผิวที่สัมผัสเรียบลื่นดุจแพรไหมเนื้อดี ยั่วยุให้มือนั้นยิ่งคลั่งไคล้ สำรวจไปทั่วตั้งแต่บั้นเอวเว้าคอด จนจดบ่าเล็กบอบบาง ก่อนจะวกกลับมายังตะขอบรา

เมื่อพุ่มทรวงอวบงามเป็นอิสระอีกมือซึ่งอุ่นเครื่องรออยู่แล้วก็เริ่มทำงาน ดันบราขึ้นสูง สัมผัสเนื้อแท้ของทรวงสาว คนใต้ร่างยิ่งบิดกายเข้าหา ชายหนุ่มปล่อยเรียวปาก ไต่จุมพิตมาตามแนวคาง ผ่านลำคอ สู่ลาดไหล่ เสียงหวานยิ่งครวญรัญจวน มือน้อยเลื่อนขึ้นโอบศีรษะได้รูป สอดนิ้วเข้ากลุ่มผมดกดำ แอ่นร่างเข้าหาเรือนกายชายเมื่อจุดไวสัมผัสโดนกระตุ้นทั้งปากทั้งมือ

ชายเสื้อผ้าชีฟองถูกดันขึ้นสูงเปิดเปลือยเรือนร่างงามผุดผาด โชว์ผิวผ่องขาวลออกลางแสงสุดท้ายของวัน ดวงหน้าคมเลื่อนลงประทับจุมพิตเนินอกราวจะรับขวัญสองเต้าทรวง ก่อนจะทักทายกับเม็ดทับทิมสีสด

แค่ยอดทรวงแตะต้องกับความเย็นชื้นหญิงสาวก็สะดุ้งเฮือก สมองที่พร่าพรายเริ่มคืนกลับสู่การรับรู้ เธียรขวัญตาเบิกโพลงมองแผ่นฟ้า ชั่วลมหายใจก็ทะลึ่งพรวด ผลักคนตัวโตออกห่าง ดึงชายเสื้อลงปิดกายจนมือสองข้างแทบจะพันกันเอง ดวงตาคู่สวยมองชายหนุ่มอย่างหวั่นตระหนกและงุนงง หลากความรู้สึกสับสนปนเป ก่อนลุกวิ่งเข้าบ้าน

เทียน... อมฤตร้องเรียกได้เพียงเท่านั้นหญิงสาวก็ลับหายเข้าประตูไปแล้ว เขาถอนหายใจพรืด ยกมือขึ้นลูบหน้า ทำบ้าอะไรไปวะไอ้ริต?!...

เสียงพึมพำถามตัวเอง แล้วดึงมือออกมาดู หวนนึกถึงสัมผัสนุ่มหยุ่นเต็มฝ่ามือ ก่อนดึงกลับเข้าหาจมูก และลดลงมาแตะริมฝีปาก

กลิ่นหอมยังกรุ่นกำจาย รสหวานยังอวลปลายลิ้น

 

เธียรขวัญอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง กระทั่งชายหนุ่มมาเคาะประตูเรียก

เทียน กินข้าว

เสียงคนเรียกเดินห่างประตูไปแล้วแต่หญิงสาวยังนอนกอดหมอนกอดผ้าห่มนิ่ง จนครู่ใหญ่ก็มีเสียงมาเคาะอีก

เทียน ไม่หิวเหรอ? ออกมากินข้าวเถอะ ฉันหิวแล้ว

นายหิวก็กินไปเลย ไม่ต้องรอ เสียงตอบกลับอู้อี้ จะเพราะเปียกน้ำอยู่นาน หรือชายผ้าห่มปิดปากขณะพูด หรือเพราะอารมณ์สั่นไหวในหัวใจที่ยังหลงเหลืออยู่ก็สุดรู้

แล้วเธอไม่หิวเหรอ?

ไม่

ไม่หิวก็ออกมากินหน่อยนะ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะ

ช่างฉัน

ไม่สบายหรือเปล่า เอายามั้ย? ฉันหาให้

ไม่ต้อง จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่งได้มั้ย? หางเสียงขึ้นจมูกจนฟังแทบไม่เป็นคำ แต่ทำให้คนหน้าห้องเลิกรบกวนได้

พักใหญ่ๆ ประตูห้องก็ถูกเคาะอีก

กับข้าวอยู่บนโต๊ะนะเทียน ฉันครอบฝาชีไว้ หิวก็ออกมากินได้เลย

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ ฝีเท้าคู่นั้นก็หายไปทางห้องฝั่งตรงข้าม

 

เช้าวันใหม่ เธียรขวัญตื่นเร็วกว่าทุกวัน เพราะท้องร้องประท้วงบิดเป็นเกรียวจนไม่อาจทนนอนอยู่เฉยๆ แสงจางๆ ส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบอกให้รู้ว่ายังเช้าอยู่มาก เปิดประตูออกมานอกห้อง ก็เห็นประตูฝั่งตรงข้ามและประตูบ้านยังปิดสนิท เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวและดิ่งเข้าครัว

บนโต๊ะอาหารมีฝาชีอันใหญ่ครอบ อาหารสามอย่างยังอยู่เต็มชาม หม้อข้าวไม่มีรอยคด คิ้วเรียวขมวด พลางจัดแจงเทอาหารเหล่านั้นลงหม้อใบเล็กยกอุ่นบนเตา แล้วเสียบปลั๊กอุ่นข้าวให้ร้อนอีกครั้ง

ครั้นแกงขึ้นควันกรุ่นถูกถ่ายกลับใส่ชามมาวางลงบนโต๊ะ คนตัวสูงใหญ่ก็โผล่หน้าเข้ามา เขายังสวมชุดนอนลายทาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง

อ้าว ตื่นแล้วเหรอ?

ฮื่อ คนตอบไม่แม้แต่จะมองหน้า

ชายหนุ่มเดินมาดูบนโต๊ะแล้วยิ้ม

หิวล่ะสิ รอเดี๋ยวนะ อาบน้ำก่อน เดี๋ยวมากินด้วย

ยังไม่ถึงเวลามื้อเช้า กับข้าวค้างคืนทั้งนั้น น้าช้วนยังไม่มาส่งปิ่นโตหรอก

ช่างเถอะ กินที่มีนี่แหละ หิวเหมือนกัน เมื่อคืนก็ไม่ได้กิน

แล้วทำไมไม่กิน?

ก็เธอไม่ออกมากินด้วยใครจะกินลง คำตอบเรียบๆ นั้นทำให้หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังกว้างจนลับตาพร้อมกับความรู้สึกหลากหลายที่ผุดพร่าง บอกไม่ได้ อธิบายไม่ถูก รู้แค่ใจดวงน้อยแกว่งไกวอย่างประหลาด

ไม่ถึงสิบนาทีดีสองหนุ่มสาวก็พร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร เธียรขวัญตักข้าวทานเงียบๆ ขณะอมฤตคอยชำเลืองเธออยู่เป็นระยะ รับรู้อาการแข็งเกร็งเงียบเฉยของคนตัวเล็ก จึงถามเสียงอ่อน

ยังโกรธเรื่องเมื่อวานอยู่เหรอ? ไม่ได้ตั้งใจ

เพื่อนร่วมโต๊ะวางช้อน หันมามองหน้าตรงๆ

ไม่โกรธ แต่ถ้านายพูดรื้อฟื้นขึ้นมาอีกฉันโกรธแน่

คนฟังยิ้มกว้างแก้มแทบจะปริแตก กล่าวพลางส่ายหน้า

ไม่รื้อฟื้นจ้ะไม่รื้อฟื้น กินข้าวกันดีกว่านะ ว่าแล้วตักกับข้าวมาใส่จานให้เธียรขวัญ เอ้า นี่ เอาตับไปกินเลย มีธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ผักด้วย กินเยอะๆ ร่างกายแข็งแรง

ฉันตักเองก็ได้ ไม่ต้องเสร่อมาตักให้ เสียงดุของเธอแค่อุบอิบ กระนั้นอีกฝ่ายยังบอก

ก็อยากตักอ่ะ มีไรมั้ย?

 




เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #17 รานังคูลัส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 11:30

    ดุเดือดมาก กลัวได้มีใครตายก่อนถึงตอนจบ 555

    #17
    0