เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 15 : 14 :: ทะเลาะจนได้เรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    6 ก.ค. 62

ตอนที่ ๑๔ ทะเลาะจนได้เรื่อง

 

ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งมาตั้งแต่เช้าเริ่มตั้งเค้าอึมครึม แล้วฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาทำให้หลายชีวิตติดอยู่ที่บ้านยายเนียม ร่วมวงรับประทานอาหารที่ป้าแดงและนุชช่วยกันทำเลี้ยง แล้วจับกลุ่มนั่งคุย อมฤตและพรรคพวกนั่งสนทนากับมืด ส่วนเธียรขวัญเข้ามาขลุกอยู่กับน้อยหน่าหน้าทีวี ให้ป้าแดงกับนุชช่วยกันเก็บครัว ล้างจานชาม น้อยหน่านั้นดูการ์ตูนเรื่องเดิมซ้ำๆ จนพากย์นำได้ทุกบททุกตอน เธียรขวัญหัวเราะคิก คอยถามว่า

เอ...แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไปนะ?

เด็กหญิงก็เล่าเจื้อยแจ้ว ครั้นอมฤตลุกเดินมาเข้าห้องน้ำ แกหันไปหันจึงกวักมือเรียกเสียงใส

ลุงริตขา มาดูการ์ตูนกันค่ะ

ชายหนุ่มอมยิ้ม

ขอลุงเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะมาดูด้วย

น้อยหน่าพยักหน้าหงึกๆ แต่เธียรขวัญทำหน้าเมื่อย ก็ดูรึอุตส่าห์หนีมานั่งอยู่ในบ้านนี่ ยังตามมารังควานกันอีก

อมฤตมานั่งดูการ์ตูนด้วยจริงๆ เขาสวมชุดสะอาด และค่อนข้างใหม่กว่าเมื่อเช้า เป็นกางเกงขาสั้นระดับเข่าเสื้อคอโปโลสีเทา เธียรขวัญไม่รู้อีกแหละว่าเขาเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยตอนไหน

อาหลานนั่งด้วยกันบนพื้น มีหมอนอิงปลอกขาวสะอาดรายล้อม น้อยหน่าขยับตัวเบียดชิดผู้เป็นอา แบ่งพื้นที่ให้ลุงริตนั่งลงใกล้ๆ

ไหน น้อยหน่าดูเรื่องอะไรเอ่ย?

สโนว์ไวท์ค่ะ

สนุกมั้ย?

เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก สนุกที่สุดเลย

เรื่องมันเป็นยังไงเล่าให้ลุงริตฟังหน่อยสิคะ?

เสียงถาม คะ ขานั้น ลงหางเสียงได้อ่อนหวานเป็นธรรมชาตินัก แทบไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของผู้ชายตัวโตชอบกวนประสาทคนนี้ เธียรขวัญหรี่ตามอง แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด น้อยหน่ากระตือรือร้นเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงสดใส สลับกับพากย์จากจอทีวี เธียรขวัญนอนกอดหมอนอิงคอยฟัง แม้จะฟังมาแล้วหลายรอบก็ยังไม่เบื่อ อมฤตเริ่มเอนกายลงนอนหนุนหมอน ตั้งใจฟังอย่างดิบดี

ครั้นมองซ้ายมองขวาเห็นเขานอนกันหมด น้อยหน่าก็รีบทิ่มหัวลงหมอนนอนด้วยอีกคน

ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาคนทั้งสามจึงนอนเรียงกันหลับปุ๋ย เจ้าตัวเล็กอยู่กลาง ใครเดินผ่านต่างเหลียวมองแล้วอมยิ้ม นุชแอบกระซิบกับแม่สามีว่า

เหมือนพ่อแม่ลูกกันเลยนะแม่ เมื่อไหร่คุณเทียนจะมีลูกนะ คงเป็นครอบครัวที่น่ารักไม่น้อยล่ะ

ป้าแดงยิ้มพยักหน้า

นั่นสิ คุณเทียนมีลูกก็ดี จะได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่จริงๆ

อ้าว แม่ ก็เขาแต่งงานกันแล้ว ยังไม่เรียกว่าลงหลักปักฐานอีกเหรอ?

มันก็ไม่แน่ นางรำพึง ถอนหายใจแล้วบอกปัด คอยดูกันต่อไปเถอะ

หญิงวัยกลางคนมองไปยังหลานสาวของผู้มีพระคุณด้วยแววห่วงกังวล นางรู้ดีว่างานแต่งครั้งนี้เธียรขวัญต้องจำใจแต่ง และคนอย่างเธียรขวัญก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ ดูอย่างคราวโดนยายเนียมไล่ออกจากบ้านนั่นปะไร จับกระเป๋าได้ก็หิ้วออกไปทันทีโดยไม่แคร์อะไรสักนิดเดียว หากคราวนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาอีก นางก็เชื่อว่าเธียรขวัญพร้อมจะไปโดยไม่แคร์อะไรอีกเช่นกัน

ถ้าไม่รักไม่ใคร่ก็ยากจะผูกใจไว้ได้

ป้าแดงมองไปยังชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่นั้น และปรารถนาว่า...หนุ่มสาวทั้งสองจะรักกันได้ในสักวันหนึ่ง

ฝนหยุดเมื่อช่วงบ่ายคล้อย อมฤตลุกมาช่วยลูกน้องยกเครื่องสูบน้ำขึ้นรถบุโรทั่งของตน และยกท่อยาวขึ้นรถของมืดเพื่อนำไปส่งคืนเจ้าของ ปลาที่จับได้มีชาวบ้านมาขอแบ่งซื้อไปทำมื้อค่ำส่วนหนึ่ง นุชกับป้าแดงช่วยกันทำหมักเกลือไว้ตากแห้งอีกส่วน ที่เหลือจึงใส่ถังยกขึ้นรถให้มืดพาเข้าไปขายในตลาด เธียรขวัญลาย่าและป้าแดงกลับบ้าน แต่โดนรั้งตัวให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันอีกมื้อ ทว่าอมฤตให้เหตุผล

รีบกลับจะได้มีคนช่วยยกเครื่องลงด้วยครับ ขืนเอาไปตอนค่ำๆ เจ้าพวกนั้นกลับบ้านกันหมด ต้องยกกันเองคนสองคนเห็นจะไม่ไหว

อย่างงั้นก็ไปดีมาดีนะพ่อ ขอบใจมากจริงๆ เชียวพ่อคุ้ณที่อุตส่าห์มาช่วย บอกให้พวกนั้นแบ่งปลาไปแกงก็ไม่ยอมเอาไปสักตัวยายเนียมบ่นพลางเคี้ยวหมากหยับๆ

อมฤตยิ้ม

ท่าจะเบื่อล่ะครับ อยู่แปลงผักก็กินปลากันทุกวัน

อ้อ...นั่นสินะ ลืมไปว่าเลี้ยงปลาไว้บ่อใหญ่เหมือนกัน คนแก่พยักหน้า

น้อยหน่าวิ่งหน้าเริดมาจากในเรือน ส่งเสียงเรียก

อาเทียนขา แล้วมาหยุดยืนอยู่บนกระไดขั้นบนสุด น้อยหน่าไปด้วยได้มั้ยคะ?

จะไปได้ยังงั้ย อาเทียนเขากลับบ้าน ไม่ได้ไปเที่ยว ยายเนียมดุ หากแต่หางเสียงไม่แข็งนัก น้อยหน่ายืนหน้าตูม ทำคอตก ดวงตาละห้อย คนเป็นอาเห็นแล้วสงสาร

ค่อยไปวันหลังนะน้อยหน่า ไว้อาเทียนจะมารับไปเล่นด้วย

เท่านั้นเด็กหญิงก็กลับมายิ้มแฉ่งได้ทันที

จริงๆ นะคะ

จริงซี อาสาวยืนยัน น้อยหน่าจึงวิ่งลงกระไดให้ยายเนียมส่งเสียงเอ็ดซ้ำ เพราะกลัวเหลนจะหล่นกลิ้งลงมา ครั้นถึงพื้นยัยตัวเล็กก็วิ่งมาหยุดยืนข้างยายเนียม แล้วโบกมือให้อาสาวอยู่ไหวๆ

 

กระบะคันเก่าคร่ำมองไม่เห็นสีเดิมวิ่งไปตามถนนดิน ฝนเพิ่งตกหนักทำให้ดินอุ้มน้ำเป็นโคลนเขรอะ บางช่วงดินอ่อน แค่รถผ่านก็ทิ้งหลุมบ่อเอาไว้ กระทั่งเจ้ากระป๋องมาจอดลงหน้ากระท่อม หญิงสาวในรถกวาดตามองทั้งหน้ารถและข้างรถ พลางถาม

ที่ไหนเนี่ย?

ที่ทำงานฉันเอง อมฤตดับเครื่องแล้วเปิดประตูลง ตะโกนโหวกเหวกครู่เดียวก็มีเด็กหนุ่มคุ้นหน้าคุ้นตาออกมาจัดการยกเครื่องสูบน้ำลงจากรถพาเข้าไปเก็บไว้ในกระท่อม

ชายหนุ่มมายืนเท้ามือกับหนังคารถฝั่งคนขับ ก้มมองเข้ามาภายใน

ไม่ลงมาหน่อยเหรอ?

หึ เธียรขวัญส่ายหน้า แล้วกอดอกเชิดคอระหง ไม่ล่ะ ฉันนั่งรออยู่ในนี้ดีกว่า นายน่ะรีบๆ เข้าด้วย

เสียงกำชับในตอนท้ายชวนให้คนฟังบิดปาก

ไม่ลงก็ตามใจ

ร่างสูงใหญ่นั้นหายเข้าไปในกระท่อม คนนั่งรอในรถจึงถือโอกาสสำรวจพื้นที่โดยรอบ เธอเคยไปเที่ยวแปลงผักของมืด และเคยเห็นของคนอื่นๆ ในละแวกนี้มาก่อน แต่รู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่น่าทำงานกว่ามาก สังเกตจากบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ที่ปลูกไม้หลากพันธุ์ไว้รอบขอบบ่อ เห็นชัดว่าได้รับการดูแลอย่างดี เพราะพวกหญ้า วัชพืชแทบไม่มีให้เห็น ถัดไปคือแปลงผักหลายร่องที่เรียงขนานกันไปกินพื้นที่หลายไร่ ใช่ว่าทุกแปลงจะปลูกพืชเหมือนกัน และใช่ว่าพืชชนิดเดียวกันจะโตได้ขนาดเท่ากันทุกแปลง เหมือนกับตั้งใจเวียนปลูก ด้านหนึ่งของบ่อปลาเป็นโรงเรือนกว้าง คล้ายปลูกสร้างขึ้นใหม่ เธียรขวัญนึกถึง เรือนเพาะเห็ดที่มืดเคยพูดให้ฟัง

อมฤตออกจากกระท่อม ตรงมายังรถฝั่งหญิงสาวนั่ง

ขออัญเชิญพระแม่เจ้าลงจากรถเถิดขอรับ เราต้องกลับกับเจ้านั่นกันแล้ว

เธียรขวัญมองตามสายตาของชายหนุ่มที่พยักพเยิดไปยังมอเตอร์ไซค์คันเก่าซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล เจ้าคันนั้นน่าจะรุ่นเดียวกับเจ้ากระป๋องที่เธอนั่งอยู่ จึงหันมาเลิกคิ้วใส่ชายหนุ่ม

เจ้าพวกนั้นจะยืมรถเข้าเมือง อมฤตอธิบาย

คันนี้เนี่ยนะ?เธอชี้นิ้วลงยังรถที่นั่งอยู่

ก็ใช่สิ

จะไหวเร้อ?... เดี๋ยวก็ไปชักกระตุกขาดใจตายกลางทางเข้าหรอก

หน็อย ดูถูก! เห็นยังงี้เถอะ เจ้านี่อึดทายาดเชียวนะ ให้แล่นจากเชียงใหม่ไปสุไหงปาดียังได้

ขี้คุย!” เธอเปิดประตูลงจากรถแล้วกระแทกปิดปังใหญ่ ตั้งใจจะให้มันหลุดมาให้เจ้าของขายหน้า แต่มันไม่ยักหลุด

ก็มันจริง คนตัวสูงใหญ่ไม่ยอมแพ้ ยังต่อปากต่อคำ พลางเดินนำไปยังมอเตอร์ไซค์คันเก่าคร่ำคร่า ที่ได้รับฉายาจากชาวคณะแปลงผักว่า อีแก่ก่อนขึ้นรถเขาหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้ลูกน้องในกระท่อมสองสามคน

ชายหนุ่มพร้อมจะออกรถแล้วแต่เธียรขวัญยังยืนมองละล้าละลัง

ขึ้นมาสิ

จะให้ขึ้นยังไง?

โธ่...แม่คุณ อย่าบอกนะว่าขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น ก้าวขาขึ้นมานั่งซ้อนท้ายแค่เนี่ย มันจะยากเย็นอะไรหือ? เขาเลิกคิ้ว เร็วๆ สิ

ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วเธียรขวัญก็ขึ้นซ้อน กระแทกตัวนั่งจนน่ากลัวว่าบั้นท้ายผุๆ ของ อีแก่จะหักพับลงมา ได้ยินเสียงคนข้างหน้าหัวเราะขลุกขลักในลำคอ เอี้ยวตัวมามองแล้วดึงมือทั้งสองข้างของเธอไปโอบเอวตัวเอง

นี่ ทำบ้าอะไรของนาย?

ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขาต้องนั่งกันแบบนี้ ขืนนั่งเฉยๆ ได้หงายเงิบไปสิ

อย่ามาสตอบอแหล ทีคนอื่นเขานั่งวินฯ กันฉันไม่เห็นจะมีใครนั่งแบบนี้สักคน

เธอดึงมือออก แถมทุบหลังให้อีกปั๊กค่าที่มาหลอกแต๊ะอั๋ง อมฤตซู้ดปากกลั้วหัวเราะ เอี้ยวตัวมามองเธออีกนิดเห็นแต่ลูกตาเขียวๆ จึงหันกลับ สตาร์ทรถ

เตือนไม่เชื่อ ไงก็เกาะดีๆ แล้วกัน

เกาะแน่นๆ นะครับคุณเทียน ทางมันลำบาก เดี๋ยวได้กระเด็นลงไปนอนจุกแอ๊ก เสียงตะโกนเตือนมาจากหน้ากระท่อม เธอเหลียวมองเห็นลูกน้องของอมฤตยืนยิ้มเผล่อยู่ใต้ชายคา อีกสองคนนั่งไม่ไกล อมยิ้มมองมาเช่นกัน

กลับก่อนนะอมฤตร้องบอก

คร้าบลูกพี่ ขี่รถดีๆ ล่ะ อย่าพาคุณเทียนไปนอนแช่น้ำเล่นที่ไหนนะ

น่า มือระดับนี้แล้ว

อีแก่ออกตัวสู่ถนนดินโคลน คนขับโดนฟาดหลังให้อีกเปรี๊ยะเพราะออกรถไม่บอกไม่กล่าวทำให้คนซ้อนท้ายตกใจจนเผลอหวีดร้อง

เธียรขวัญกำชายเสื้อของชายหนุ่มไว้ทั้งสองมือ ยิ่งทางเป็นหลุมเป็นบ่อ อีแก่ยิ่งป่ายปัด แล้วแฉลบลงหลุม คนซ้อนท้ายร้องอุทาน พอพ้นขึ้นมาได้ก็ต่อว่าต่อขาน

นายขี่ให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้รึไง ทางออกตั้งกว้าง เป็นบ้าอะไรถึงพามาลงหลุมเนี่ย?!”

ก็อยากมาทางนี้ สิ้นคำรถก็ลงหลุมข้างหน้าอีกครั้ง มือที่กำชายเสื้อไว้ยิ่งกอบกุม

อีตาบ้า! หาเรื่องแกล้งกันอีกแล้วนะ

ใครว่า ทางมันยังกะผิวพระจันทร์ ไม่ลงหลุมสิแปลก

ก็อีกด้านมันไม่เป็นหลุม นายพามาด้านนี้ทำไม โน่นไปขี่ฝั่งโน้น มือเรียวชี้บอก

ทางเรียบๆ แบบนั้นแหละอันตราย เธอไม่เห็นเหรอโคลนทั้งนั้น เราไปขี่เกิดรถไถลออกข้างทางไปจะทำไง?

นายก็ขี่ให้มันดีๆ สิ อ๊าย...! ไอ้บ้า!” มือเรียวรีบยึดเอวชายหนุ่มไว้เมื่อรถแฉลบเหมือนจะล้ม ดวงหน้าเนียนฟุบกับแผ่นหลังกว้าง หลับตาปี๋ ครั้นรู้สึกว่ารถยังเคลื่อนตัวต่อไปได้เธอก็ค่อยๆ ลืมตาแล้วถอนหายใจ

นายต้องแกล้งฉันแน่ๆ นายอมฤต เสียงกล่าวไม่ดังหรือเบาจนเกินไป แต่แค่นั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรีบส่ายหน้าหวือ

หื้อ...เปล่าเลย ไม่เคยคิ้ด...

ถ้าขี่ไปลงหลุมอีกทีนายตายแน่!”

โธ่...เธอ ทางมันไม่ใช่ถนนคอนกรีตนะ จะได้ขี่เรียบปรื๋อ เฮ้ยๆ

รถแฉลบไปตามดินโคลน ตัวรถส่ายปัดน่าหวาดเสียว เธียรขวัญหวีดร้อง รีบกอดเอวคนขับฟุบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง หลับตาแน่น แล้วรถก็ลงหลุมน้ำเจิ่งไปจนได้ อมฤตหัวเราะจนหน้าท้องคลอน

อีตาบ้า ฉันบอกแล้วว่าอย่าพารถไปลงหลุมอีก เธอทุบตีและหยิกข่วนแผ่นหลังของคนนั่งหน้า แต่อีกมือยังกอดเอวเขาไว้เหนียวแน่น เพราะกลัวจะหงายหลังตกรถลงไป นายนี่มัน...ไอ้คนทุเรศ!”

นี่ เบาๆ หน่อยสิแม่คุ้ณ ฉันขี่รถอยู่นะ เดี๋ยวได้ล้มไปหรอก

แล้วไอ้ที่ขี่ปาดโน่นปาดนี่ ทำไมไม่กลัวล้ม ตอนพาไปลงหลุมทำไมไม่กลัวเหอะ?!”

นั่นมันเหตุสุดวิสัย ถ้าคนพูดใช้น้ำเสียงเคร่งขรึมคงน่าเชื่อถืออยู่หรอก แต่มาแบบกลั้วหัวเราะให้ยังไงก็ไม่น่าไว้ใจสักนิด

อย่ามาสตอ นายจงใจชัดๆ...ฉันบอกให้ขี่ไปทางโน้น พูดจบก็ฟาดไหล่ไปอีกป้าบ

มาขี่เองเลยเป็นไงเหอะ เดี๋ยวสั่งเดี๋ยวขู่ โวยวายก็ที่หนึ่ง...ไอ้ริตเอ๊ย มีใครมาซ้อนท้ายไม่ว่า ดันมีนางมารมาซ้อน ทั้งหลังทั้งหูชาไปหมดแล้ว

เอ๊ะ! นายว่าฉันเป็นนางมารเหรอ? ดี! ให้มันชาจนด้านไปเลย

เฮ้ยๆ! นี่เธอ ฉันขี่รถอยู่นะ มือข้างหนึ่งรีบละจากแฮนด์รถมากุมมือที่กำลังดึงหูของเขา ตัวก็พยายามส่ายยุกยิกเมื่ออีกมืดบิดข้างเอวจนเจ็บแปลบ

ก็ใครว่าอะไรล่ะ ขี่ไปสิ ฉันห้ามนายเหรอ เธอเลื่อนมือขึ้นมาดึงหูเขาทั้งสองข้าง

นี่เธอ! บอกให้ปล่อย เดี๋ยวรถได้ล้มไปจริงๆ หรอก

ก็เอาสิ ให้มันล้มไปเลย

เธอนี่หมาบ้าชัดๆ อมฤตปลดมือซ้ายของเธียรขวัญลงได้สำเร็จ ดึงไปมัดกอดกับเอวตัวเอง แต่เนื่องจากมือขวาไม่อาจปล่อยแฮนด์รถ จึงต้องยอมให้เธอดึงหูไปอย่างนั้น

ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะอีตาบ้า!”

ไม่ปล่อย!”

บอกให้ปล่อย

ก็บอกไม่ปล่อย

ไม่ว่าเธียรขวัญจะดึงออกอย่างไรก็ถูกแขนกำยำหนีบไว้กับเอว

ไม่ปล่อยใช่มั้ย? ด๊าย... ไอ้คำพูดแบบนี้ น้ำเสียงเช่นนี้ มันชวนให้คนฟังขนลุกขนพองจริงๆ แล้วมือบางก็ปล่อยจากหู มาขยุ้มดึงผมแถวหน้าผาก

เฮ้ย! ยัยบ้าเอ๊ย ปล่อยนะ!”

ไม่ปล่อย!” มือเรียวดึงทึ้งไม่ออมแรง แต่แล้วต้องหวีดร้องลั่นถนนเมื่อรถส่ายไปเข้าโคลนหนา ล้อรถไถลลื่น ชายหนุ่มจับแฮนด์รถทั้งสองมือ ทว่าเกินจะควบคุม หัวรถส่ายถลาไปเรื่อย สองมือที่คอยประทุษร้ายร่างกายเขาอยู่เมื่อครู่นี้ เปลี่ยนมากอดเอว หลับหูหลับตาซุกหน้ากับแผ่นหลังกว้าง แค่อึดใจเดียวทั้งคู่ก็ลงไปนอนแช่อยู่ในคูน้ำข้างถนน

ดวงหน้าเนียนยังซบนิ่งอยู่กับแผ่นหลังชายหนุ่ม แขนยังรัดรอบเอว แน่นจนอีกฝ่ายรับรู้อาการสั่นเทาของคนร่างบาง

เทียน...เธียรขวัญ... เขาเอ่ยเรียก ดึงสติหญิงสาว กระแสเสียงนั้นห่วงใยชัดเจน

เธียรขวัญขยับตัวเล็กน้อย ก่อนปล่อยมือจากเอวหนาค่อยๆ ดันตัวออก อมฤตก็ถีบตัวออกจากรถที่นอนคร่อมอยู่เช่นกัน หันมามองสำรวจหญิงสาว

เป็นอะไรรึเปล่า?

เธียรขวัญส่ายหน้า ดวงหน้างามซีดเผือด และขณะเลื่อนขาข้างที่ถูกมอเตอร์ไซค์ทับ เธอก็อุทานสีหน้าเหยเก

เป็นอะไร?!” อีกคนรีบเข้ามาดูทันที ช่วยยกรถออก เธียรขวัญส่ายหน้าจนปลายผมที่ชุ่มน้ำสะบัด

ไม่รู้เหมือนกัน ปวด แล้วก็แสบ

ในคูนั้นมีน้ำท่วมแค่ตาตุ่ม อมฤตผลักรถไปเกยตลิ่งแล้วเข้ามาดูเธียรขวัญ เธอยังนั่งแช่น้ำซึ่งปริ่มสะโพก ยกขาข้างแสบขึ้นดู

บ้าฉิบ!” ชายหนุ่มสบถเมื่อเห็นรอยปื้นแดง ดึงข้อเท้าเรียวไปสำรวจ โดนท่อรถ ปวดมากมั้ย?

ดวงตาคมเงยมองหญิงสาว ไม่มีแววขี้เล่นเหลืออยู่อีก เธียรขวัญพยักหน้าหงึกๆ ดึงข้อเท้ากลับ

ก็พอดู

อย่าให้แผลถูกน้ำสิ เดี๋ยวก็บวมกลายเป็นแผลพุพองไปหรอก

แล้วจะให้เดินไปไงเล่า นี่มันน้ำทั้งนั้น ตะกี้ก็โดนน้ำไปแล้ว เสียงตอบแกมหงุดหงิด ชายหนุ่มลุกพลางช่วยพยุง

เขย่งเท้าไปได้มั้ย? หรือจะให้อุ้ม? เขาดึงแขนเรียวมาพาดบ่า สอดมือเข้าโอบเอวบาง พลางก้มมองข้อเท้าข้างเจ็บของเธอ เสียงถามนั้นไม่ได้ประชดแม้แต่น้อย นอกจากขอความคิดเห็น แล้วสรุปเอาเองว่า อุ้มดีกว่า

เฮ่ย! ไม่ต้องเลย เธียรขวัญยกเข่าของเท้าข้างเจ็บขึ้นยันเมื่อเขาทำท่าจะก้มลงอุ้มเธอจริงๆ

งั้นก็เขย่งไป ชายหนุ่มเปลี่ยนมากระชับเอว เตรียมพยุง

แค่ก้าวแรกเธียรขวัญก็ติดแหง็กอยู่กับที่

เอ้า ทำไมไม่เดิน?

จะให้เดินไปยังไง ฉันมีอยู่ขาเดียว นายช่วยยกหน่อยสิ

ก็นี่ไง ช่วยอยู่เนี่ย

ออกแรงอีกหน่อยไม่ได้รึไง ถ้าฉันหล่นไปจะว่าไงล่ะ?

ขอร้าบ...ขอร้าบ...เอ้า เอาใหม่

ทั้งสองเดินทุลักทุเลเข้าหาฝั่ง สองคนเหมือนเดินกันสามขา เพราะข้อเท้าข้างเจ็บของเธียรขวัญต้องยกสูงเหนือน้ำตลอดเวลา แต่ละก้าวอมฤตจึงคอยเหนี่ยวแขนช่วยดึงยกร่างบาง

ถ้าให้อุ้ม ป่านนี้ได้ขึ้นไปนั่งกระดิกเท้าอยู่บนตลิ่งแล้ว

ไอ้ชีกอ

เอ๊า เกี่ยวอะไรกันด้วย? จู่ๆ ก็มาว่า อมฤตหัวเราะขลุกขลัก ออกแรงยกเอวบางขึ้นอีกครั้ง

เพราะนายคนเดียวฉันถึงต้องมาซวยแบบนี้

อย่ามาใส่ร้ายกันนะคุณเธอ เพราะใครกันแน่ ก็บอกแล้วว่าขี่รถอยู่ ไม่ยอมฟัง แล้วเป็นไง?

แล้วใครล่ะ หาเรื่องแกล้งฉัน บอกว่าอย่าพารถเข้าโคลน อย่าพารถลงหลุมก็ไม่เชื่อ

ก็บอกว่าทางมันลำบาก ไม่เข้าโคลนไม่ลงหลุมจะไปถึงถนนใหญ่ได้ไง?

เธียรขวัญสะบัดหน้าหนีพร้อมกับถอนฉุน พอดีกับชายหนุ่มพยุงเธอมาถึงฝั่ง

รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวไปเอารถก่อน

ครั้นอมฤตเข็นรถมาขึ้นถนน เธียรขวัญก็ลุกเดินเขย่งเท้าเข้าไปหา

รถแช่น้ำอยู่นานสตาร์ทไม่ติดแล้วล่ะ เห็นทีเราคงต้องเดินกันแล้ว ไหวหรือเปล่า?

เดินไปน่าจะดีกว่าขี่รถไปกับนาย

ดวงหน้าคมคายอมยิ้ม มันไกลนา...

ถ้านายเดินได้ ฉันก็เดินได้

ดี!... ดวงหน้านั้นยังแต้มยิ้มพราวทั้งปากและตา

 

ไกลของอมฤตมิได้ไกลนัก ไม่เกินครึ่งกิโลเมตรทั้งสองก็มาถึงถนนใหญ่ ชายหนุ่มจูงรถ ขณะเธียรขวัญเดินเขย้อเขย่งตาม พื้นถนนเรียบๆ ทำให้เดินสะดวกขึ้น แม้จะรู้สึกปวดๆ ตึงๆ บริเวณแผลแต่เธอก็พยายามอดทน เบี่ยงเบนความเจ็บด้วยการมองบรรยากาศสองข้างทาง ซึ่งเขียวขจีด้วยทุ่งนาและแปลงผัก ท้องฟ้าที่อึมครึมเมื่อช่วงบ่ายกลับกระจ่างด้วยปุยเมฆขาว แสงอาทิตย์อัสดงเรื่อเรืองอยู่ตรงขอบฟ้าไกลโพ้น สายลมเอื่อยอ่อนพัดคลอผิว หอบความหอมละเมียดละไมของไอดินและกลิ่นหญ้ามาเคล้าคลอ ชวนให้ผ่อนคลาย บรรยากาศเช่นนี้ช่วยกลบอาการเจ็บไปได้มาก

อมฤตคอยหันมาซักถามอยู่เป็นระยะ สลับกับสังเกตท่าทางการเดินของเธอไปด้วย พอเริ่มเหนื่อยทั้งสองก็ถึงบ้าน

เธียรขวัญรีบเข้าห้องผลัดเปลี่ยนชุดเปียกไปผึ่งลมไว้ที่ราวตากผ้าหลังบ้านก่อนอาบน้ำ อมฤตมาเคาะประตูเรียก พลางตะโกนเตือน

อาบดีๆ อย่าให้แผลโดนน้ำล่ะ เกิดแผลพองกลายเป็นแผลเป็นเดี๋ยวจะยุ่ง

คนในห้องน้ำก้มลงมองข้อเท้าตัวเอง แอบหวั่นอยู่เหมือนกัน กระนั้นก็ยังตะโกนตอบ

เรื่องของฉัน

คนหวังดี เขาหายเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนส่งเสียงขึ้นมาใหม่ น้าช้วนเอากับข้าวมาส่งแล้ว จะให้ฉันช่วยหุงข้าวมั้ย? หรือจะออกมาหุงเอง?

คนในห้องน้ำเงียบ

หือ...ว่าไง? จะให้ช่วยรึเปล่า?

อยากช่วยก็ช่วย จะทำบุญไม่ต้องถามพระ

โห!...รู้จักสุภาษิตนี้ด้วย ไม่ธรรมดาเลยแฮะคนนอกห้องน้ำหัวเราะเสียงดัง ตามด้วยเสียงข้าวสารกรอกหม้อ และเสียงก๊อกๆ แก๊กๆ อีกพักใหญ่

ครั้นเธียรขวัญออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เจออมฤตอยู่แถวนั้น เธอรีบเข้าห้องแต่งตัวแล้วออกมาหายาแก้แผลพุพองทา ทว่าในตู้ยาของบ้านไม่มีสิ่งที่ต้องการ เจ้าหล่อนบ่นอุบอิบคนเดียวก่อนหยิบสำลีถือติดมือมานั่งบนโซฟา เช็ดแผลจนแห้งสนิทดีแล้วจึงสำรวจดูรอยแดง ไม่กว้างแต่ปวดจี๊ดๆ ตลอดเวลา ผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มตึงนิดๆ เหมือนบวมน้ำ หญิงสาวหน้าเสีย กลัวจะเป็นแผลเป็นขึ้นมาจริงๆ...แผลพุพองน้ำร้อนลวกเขารักษากันยังไงนะ? เธียรขวัญพยายามครุ่นคิด แล้วยิ้มออกมาได้ เธอเดินเขย่งเท้าเข้าห้องน้ำ กลับออกมาพร้อมหลอดยาสีฟัน ยังจำได้ว่าสมัยเด็กๆ เคยช่วยแม่ทำอาหาร โดนน้ำมันกระเซ็นใส่พ่อก็เอายาสีฟันมาป้ายทาให้ พร้อมกับอธิบายว่าความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบร้อน แต่คราวนี้เธอไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้สักแค่ไหน เพราะทิ้งบาดแผลไว้นาน ไม่ได้ทาแบบทันทีทันใดเหมือนคราวนั้น

เธอยกข้อเท้าข้างเจ็บขึ้นพาดบนขาอีกข้าง เตรียมจะเปิดหลอดยาสีฟัน คนตัวโตร่างสูงใหญ่ก็เดินผ่านประตูเข้ามา

ทำอะไร?

เธียรขวัญเหล่ตามองพลางเปิดหลอดยา

ทำแผลสิ บ้านนายนี่มันซังกะบ๋วยจริงๆ เลย ยาทาแผลพุพองสักหลอดก็ไม่มี มือเรียวป้ายเนื้อครีมลงปลายนิ้ว แต่โดนชายหนุ่มเข้ามาแย่งหลอดยาสีฟันไปโยนลงบนโต๊ะ

เอ๊ะ! ทำบ้าอะไรของนาย? ดวงตาขุ่นจ้องมอง อีกฝ่ายทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเบียดข้างสะโพกเธอเสียอย่างนั้น เธียรขวัญจะขยับถอยก็โดนมือใหญ่ยึดปลายเท้าไว้

ไอ้นั่นมันก็ช่วยได้เหมือนกัน เขาพยักพเยิดไปยังหลอดยาสีฟัน แล้วชูของในมือให้ดู แต่ไอ้นี่ช่วยได้เยอะกว่า

คนตัวโตบิว่านหางจระเข้ละเลงบนรอยแดง ความเย็นของเนื้อวุ้นช่วยคลายอาการปวดกลายเป็นความเย็นสบาย เธียรขวัญนั่งนิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มทำแผลไป พลางสำรวจเขาไปด้วย อมฤตยังสวมเสื้อตัวเก่า แต่กางเกงขาสั้นถอดออกแล้วพันผ้าขนหนูไว้แทน มองสูงขึ้นมาก็เห็นว่าเส้นผมมีโคลนเกาะอยู่บางส่วน ครั้นลดสายตาลงมองเสี้ยวหน้าคมคาย ก็พบว่าคิ้ว ตา จมูก ปาก คาง รับกันอย่างลงตัว เธียรขวัญอมยิ้มนิดๆ

อีตาบ้านี่ก็หล่อดีเหมือนกันแฮะ เสียแต่ปากเน่าไปหน่อย

อมฤตเงยหน้าขึ้นมาดู สบเข้ากับดวงตาหญิงสาวจึงยิ้มใส่ตาคู่งาม

เป็นไง? ฉันพอจะหล่อสู้พระเอกที่เธอเคยเล่นละครด้วยได้มั้ย?

เธียรขวัญทำปากแบะ

ไม่ได้สักส้นเท้าเขาหรอก

หน็อย ปากดี นี่แน่ะ!” มือแข็งแรงยื่นมาหนีบพวงแก้มขาวแล้วดึง

อึ๋ย! อีตาบ้า ป่อยนะ มือน้อยพยายามตีมือใหญ่ เขาก็ยอมปล่อยให้จริงๆ

เอ้านี่ ทาบ่อยๆ จะได้ไม่เป็นแผลเป็น ผิวหนังไม่เปิดก็ไม่ต้องพันผ้าพันแผลไว้หรอก แผลไม่อับจะได้แห้งเร็วๆ เขาลุกขึ้นยืนพลางถาม กินยาแก้ปวดหน่อยมั้ย?

ไม่ต้อง จะไปไหนก็ไปไป๊ เจ้าหล่อนโบกมือไล่ ดวงหน้ายังงอง้ำที่โดนดึงแก้ม อมฤตหัวเราะขำ

แหม...เสร็จเรื่องเสร็จราวแล้วถีบหัวส่งเชียวนะ เธอนี่มันจริงๆ เลย คำขอบคุณสักนิดก็ไม่มี

เรื่องสิ นายทำฉันเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ

ปัดความผิดกันเห็นๆ อมฤตโคลงศีรษะเดินเข้าห้อง ครู่เดียวก็นุ่งแต่ผ้าเช็ดตัวเดินโทงๆ ไปเข้าห้องน้ำ





เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #16 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 07:47

    เมื่อไหร่จะมีฉากหวานๆ นะ

    #16
    0
  2. #15 tae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 21:54

    รออ่านค่ะ


    #15
    0