เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 14 : 13 :: มวยคู่เอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    30 มิ.ย. 62

ตอนที่ ๑๓ มวยคู่เอก

 

เช้าวันนี้เมื่อเธียรขวัญแต่งตัวเสร็จ อมฤตมองสำรวจเธออยู่ครู่ใหญ่ ด้วยสายตาที่เหมือนกับมีความคิดบางอย่าง แต่ไม่พูดออกมา คนถูกมองชักนึกเขม่น จึงใช้สายตากวาดมองเขาบ้าง อีกฝ่ายสวมเสื้อสีตุ่นๆ กับกางเกงขาสั้นตัวเก่ากึ๊ก ชายกางเกงเปื่อยลุ่ย และมีรูพรุนอยู่ทั่วไป เดาไม่ออกว่าจะไปนอนคลุกปลักควายที่ไหน เธอจึงเหยียดปากเยาะ

ครั้นรับประทานมื้อเช้าและเก็บจานชามล้างเรียบร้อยแล้ว เธียรขวัญออกมานั่งเล่นที่ชิงช้า พลางปรายตามองชายหนุ่มซึ่งเดินออกมาจากข้างบ้านฝั่งโรงจอดรถ

จะไปกันรึยัง? เขาถาม

ไปไหน? หญิงสาวหรี่ตาอย่างไม่ไว้ใจ แกมงุนงง

ก็บ้านย่าเธอสิ วันนี้เขาสูบน้ำจับปลากันไม่ใช่เหรอ? วางท่อไปตั้งแต่เมื่อคืน น้ำขอดแล้วมั้ง

ไปตามทางของนายเถอะ ฉันไม่ไปด้วยหรอก อีกเดี๋ยวจะมีคนมารับ

นี่แม่คู้ณ ยังไงฉันก็ไปที่นั่นเหมือนกัน ทางเดียวกันอยู่แล้ว จะให้คนอื่นมาเดือดร้อนด้วยทำไม? ป่านนี้คงวุ่นกันให้คึ่ก

เรื่องของฉัน!” เธียรขวัญสะบัดเสียง เกลียดนักที่มาทำเป็นสั่งสอน ก็มืดรับปากไว้แล้วว่าจะมารับ แล้วเขาเดือดร้อนอะไรด้วย ไม่ใช่กงการของตัวเองสักนิด

ผู้หญิงเรื่องมาก ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาพร้อมน้ำเสียงเหยียด ก่อนเดินเข้าบ้านไปครู่ใหญ่เพื่อใส่ล็อกหน้าต่าง และออกมาล็อกกุญแจหน้าบ้าน จากนั้นก็สั่งเสียงเฉียบ

ขึ้นรถ!”

เอ๊ะ! มายุ่งอะไรด้วย?

จะขึ้นดีๆ หรือจะให้ลากมา? คนพูดยืนเท้าสะเอว ท่าทีไม่ได้บอกว่าพูดเล่น หญิงสาวหวั่นๆ อยู่หรอก แต่ยังทำใจกล้านั่งเชิดหน้าอยู่อย่างนั้น

นายจะทำอะไรน่ะ?!” คนนั่งเชิดร้องตระหนกเมื่อชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา ทว่าเขาไม่ตอบแต่จับแขนเรียวดึงให้ลุกจากชิงช้า

ไอ้บ้า! อย่ามาทำเถื่อนถ่อยแบบนี้นะ หญิงสาวหวีดร้อง

ขอโทษเถอะคุณผู้หญิง กรุณาอย่าเอานิสัยเรื่องมากมาใช้กับฉันด้วยเหมือนกัน คนอื่นเขามีงานต้องทำ ไม่มีใครว่างมาคอยรับคอยส่งอยู่หรอก แล้วขับรถไปกลับน่ะรู้มั้ยว่ามันผลาญน้ำมันไปเท่าไหร่? ประเทศชาติจะล่มจมก็เพราะมีคนแบบเธอนี่แหละ เล่นตัวไม่เข้าเรื่อง เขาสวดเป็นรถด่วน ก่อนบ่นระอาในตอนท้าย พลางจับเธอยัดใส่รถ

มันจะแค่ไหนกันเชียว จากบ้านคุณย่ามานี่เข็มน้ำมันไม่ทันกระดิกด้วยซ้ำ

นี่แหละ เพราะมีประชาชนแบบเธอนี่แหละ ประเทศไทยมันถึงพัฒนาไปไม่ถึงไหน

เอ๊ะ!” เธอร้องได้เท่านั้นประตูรถก็ปิดใส่หน้า น่ากลัวว่ามันจะหลุดกระเด็นเพราะเก่ากึ๊กเต็มที เธียรขวัญจึงเปลี่ยนมามองสำรวจภายในห้องผู้โดยสารแล้วเบ้หน้า เจ้ากระบะโปเกคันนี้ควรถูกส่งเข้าสุสานรถยนต์ได้แล้ว ไม่น่าจะทรมานสังขารมันด้วยการเอามาคลานต้วมเตี้ยมอยู่บนถนนอีกเลย

เมื่อคนขับเข้าประจำที่เธียรขวัญก็เหยียดปาก แล้วเมินมองออกนอกหน้าต่าง

เพราะฝนตกในตอนย่ำรุ่ง ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางจึงเขียวสดชื่น กระบะบุโรทั่งซึ่งมีสองชีวิตนั่งมานั้นแล่นเอื่อยไปตามถนนลาดยางมะตอย หน้าต่างกระจกทั้งสองด้านเปิดรับอากาศยามเช้า สายลมพรูพัดพาหน้าผมชายหนุ่มเพยิบ และเส้นผมยาวสลวยของหญิงสาวสะบัดพลิ้ว นิ้วเรียวต้องคอยเขี่ยออกยามมันมาระข้างแก้ม

ดีที่เมื่อคืนฝนตกหนักแค่ช่วงเดียว ไม่งั้นยายเนียมได้สูบน้ำเสียเวลาเปล่า ชายหนุ่มคุย เธียรขวัญยังนั่งนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน คนขับปรายตามองแล้วเงียบ

เรือนยายเนียมมีเพื่อนบ้านมานั่งจับกลุ่มคุยอยู่ที่ใต้ถุนเป็นกลุ่มใหญ่ พวกผู้ชายเดินมาตามเส้นทางแคบๆ หลังบ้าน เมื่อหนุ่มสาวทั้งสองลงจากรถ คนเหล่านั้นก็ส่งเสียงทักชายหนุ่มกันระงม บางคนยิ้มให้ และเผื่อแผ่รอยยิ้มมายังหญิงสาว เธอคลี่ยิ้มรับบางๆ ปรับอารมณ์จากหน้าบึ้งๆ มาเป็นสดใสได้อย่างรวดเร็ว

อ้าว! คุณเทียน มาแล้วเหรอ? พี่ว่าจะออกไปรับอยู่พอดี มืดร้องทักมาจากหลังเรือน แต่คนตอบคือคนเดียวกับที่กระชากลากถูเธอขึ้นรถมา

คิดว่ายุ่งๆ กันอยู่ เลยให้มาด้วยกัน

ก็นิดหน่อยครับคุณริต เมื่อคืนดับเครื่องไปตอนดึก เหลือน้ำไว้หน่อยนึง ตั้งใจว่าเช้านี้ค่อยเปิดเครื่องสูบต่อสักชั่วโมงครึ่งชั่วโมง ที่ไหนได้ ฝนตกเอาตอนค่อนรุ่งน้ำเพิ่มมาตั้งคืบ เสียเวลาเปลืองน้ำมันไปอีก

ตกไม่นานไม่ใช่เหรอ?

ไม่นานแต่ห่าใหญ่เลยครับ ได้น้ำเยอะ

เธียรขวัญไหว้ย่าของเธอแล้วปลีกไปหาป้าแดง ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในครัว

ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกกันที่นอกเรือนว่าน้ำขอดแล้ว น้อยหน่าก็มาดึงมือผู้เป็นอาชวนลงไปดูบ่อปลาด้วยกัน

เทียนพายัยตัวยุ่งไปเล่นข้างล่างนะคะ เธอบอกทั้งป้าแดงและนุช แม่ของเด็กหญิงกำชับลูกสาว

อย่าซนมากล่ะน้อยหน่า

ค่า ยัยหนูรับคำเสียงใสแจ๋ว

 

บ่อปลามีลักษณะไม่เป็นเหลี่ยมเป็นทรง จะกลมก็ไม่ใช่สี่เหลี่ยมก็ไม่เชิง ขนาดบ่อไม่ใหญ่มาก น้ำแห้งขอดเหลือแต่โคลนเขรอะ พวกผู้ชายทั้งรุ่นหนุ่มรุ่นใหญ่ใส่ชุดเก่าสีทึมๆ มอๆ เดินลุยโคลนอยู่ไปมา บางคนนุ่งแต่กางเกงขาสั้น โชว์แผ่นหลังดำคร้าม จอกแหนถูกกวาดขึ้นไปกองสุมอยู่บนขอบบ่อด้านหนึ่ง ใกล้ๆ กับลังน้ำแข็งใบใหญ่ ที่ใช้ขังปลาเอาไว้ มีทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ ปลานิล เบียดขลุกขลักกันอยู่ในนั้น มีเพื่อนบ้านยืนมุงอยู่กลุ่มย่อม น้อยหน่าเขย้อเขย่งจะดูในถัง เธียรขวัญจึงอุ้มขึ้นมา

โห! ปลาเยอะแยะเลยอาเทียน เด็กหญิงอุทานตาโต หันมายิ้มกว้างให้อาสาว

พักหนึ่งสองอาหลานก็เลิกสนใจกับถังใส่ปลา มาดูคนในบ่อ แต่ละคนเลอะโคลนไปถึงศีรษะ ก้มหน้าควานมือไปในโคลนเขรอะนั้น บ้างก็ใช้สุ่มครอบตรงจุดที่คิดว่าจะมีปลา แล้วล้วงมือลงไปทางช่องข้างบน ควานอยู่ในตมครู่เดียวก็ได้ปลาช่อนตัวใหญ่ติดมือขึ้นมา บ้างใช้เจ้ยช้อนได้ปลากะดี่ ปลาสลิด หรือไม่ก็ปลาหมอ ดิ้นกระแด่วๆ ใครเจอปลาตัวใหญ่มักส่งเสียงร้องดังลั่น ตะโกนโหวกเหวก เย้าแหย่กันคึกคัก เธียรขวัญเพิ่งเห็นอมฤตอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น จึงเพิ่งเข้าใจว่าปลักควายที่เขาจะลงไปแช่มันอยู่ในบ่อปลานี่เอง

น้อยหน่า ไม่ลงมาช่วยพ่อจับปลาด้วยล่ะ? ใครคนหนึ่งตะโกนมาจากในบ่อ คนอื่นๆ เงยหน้าขึ้นมองแล้วอมยิ้ม เด็กหญิงทำตาโต กระตุกมืออาสาวจะลงไปให้ได้

ไม่เอาค่ะน้อยหน่า เดี๋ยวเลอะ

ยัยหนูทำหน้ามุ่ย คนเป็นอาก็ใจแป้ว เห็นมืดจับปลาอยู่ไม่ไกล เลยหาทางออก

ขอพ่อก่อน ถ้าพ่ออนุญาตค่อยลงกัน

น้อยหน่าแทบเต้น กระโดดหย็องแหย็งเรียก

พ่อขา...พ่อขา เมื่อมืดเงยหน้าขึ้นมาดูก็รีบขอ น้อยหน่าลงจับปลาด้วย

มืดมองสำรวจเสื้อผ้าที่ลูกใส่พลางบอก

ไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยลง ลงมาทั้งอย่างนั้นทวดกับย่าได้หวดเอา

น้อยหน่ากระโดดโหยง จูงมืออาสาวกลับบ้าน ได้ยินเสียงมืดตะโกนไล่หลัง

คุณเทียนก็เหมือนกัน ถ้าจะลงเปลี่ยนชุดมาด้วยนะ เอาชุดอย่างนั้นมาคลุกโคลนเสียดายแย่

อมฤตมองตามแผ่นหลังบอบบาง เห็นตั้งแต่อยู่บ้านแล้วล่ะว่า เธอใส่กางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาน่าลูบนั่นอีกตามเคย เสื้อเป็นเชิ้ตแขนสั้นธรรมดา แต่เนื้อผ้า ดีไซน์ และการตัดเย็บ ราคาคงไม่ธรรมดาไปด้วย คราแรกก็คันปากยิบๆ ร่ำๆ จะบอกให้ไปเปลี่ยนชุด แต่ยั้งปากไว้ทัน ไม่งั้นคุณเธอคงดื้อแพ่ง พานหาเรื่องมาด่าว่าเขาสอดเสือกเข้าให้ แม่ปากตะไกร มาเห็นเองรู้เองแบบนี้น่ะดีแล้ว หน็อย! แล้วยังมีหน้ามาทำเป็นมองดูถูกเขาอีก แค่คิดถึงสายตาหมิ่นแคลนของเธอ อมฤตก็ฮึ่มๆ ฮั่มๆ ในลำคอ

เปลี่ยนชุดลงมาจริงๆ เถอะ พ่อจะจับกดหัวจุ่มโคลนสักที...ดวงตาชายหนุ่มไหววับเมื่อนึกภาพตาม

 

เธียรขวัญและน้อยหน่าเปลี่ยนชุดมาทั้งคู่ เด็กหญิงตรงดิ่งลงบ่อทันที ผู้เป็นอาคอยร้องเรียก แต่ยัยหนูจะสนใจก็หาไม่ นอกจากสนุกกับการจับโคลนขยี้ขยำแล้วกวักมือเรียกหงึกๆ

เร็วๆ อาเทียน ทางนี้ค่ะ ปลาอยู่ทางนี้ ข้างหน้าเด็กหญิงมีแอ่งน้ำเล็กๆ แกหมายมั่นว่าปลาต้องอยู่ในนั้น เมื่ออาสาวเดินใกล้เข้ามา ก็ออกวิ่งลุยโคลนไปอีก

ระวังๆ หน่อยนะน้อยหน่า เจอตัวโตๆ บอกให้พวกน้าๆ ลุงๆ เขาจับนะ อย่าไปจับเอง เดี๋ยวโดนเงี่ยงปลาแทงเอา มืดร้องสั่งมาจากอีกด้าน เธียรขวัญรีบบอก

เดี๋ยวเทียนคอยดูให้ค่ะพี่มืด

น้อยหน่ายิ่งสนุก ร้องกรี๊ดกร๊าดเมื่อมีใครแกล้งเอาโคลนมาป้ายแก้ม แล้วหัวเราะคิกๆ ชอบอกชอบใจ ครู่เดียวยัยหนูก็เลอะโคลนทั้งตัว ขณะที่คนเป็นอายังสะอาดเอี่ยม เสื้อผ้าไม่มีรอยเขรอะสักจุด มีแต่มือและเท้าที่สกปรก เธอเดินเขย่งคอยประกบน้อยหน่าไม่ห่าง

ระหว่างที่เพลิดเพลินอยู่นั้น จู่ๆ เด็กหญิงก็ร้องกรี๊ด

ปลา! ปลา! น้อยหน่าจับปลาได้แล้ว

คนอื่นๆ ต่างหยุดมือและหันมามองเป็นตาเดียว แล้วหัวเราะลั่นบ่อเมื่อน้อยหน่าชูปลากะดี่ตัวกระจิ๋วหลิวขึ้นอวด มือน้อยกดหัวปลาจนบี้แบน ตัวและหางเลยสะบัดกระแด่วๆ เธียรขวัญยังหัวเราะจนน้ำตาซึม

เอาไปให้ย่าแกง กินกันทั้งบ้านไม่หมดแน่ไอ้น้อยหน่าเอ๊ย ใครคนหนึ่งส่งเสียงแซว อีกหลายคนก็หัวเราะครื้นเครง เด็กหญิงยิ้มแฉ่งอย่างภาคภูมิใจ เอาปลากะดี่ไปใส่ข้องแล้วหันไปควานหาตัวใหม่ต่อ

อมฤตกับพวกหนุ่มๆ วนเวียนหาปลาอยู่ใกล้ท่อสูบน้ำ จุดนั้นยังมีน้ำขังเป็นแอ่งใหญ่ และเป็นจุดชุมนุมของปลาจุดสุดท้ายก่อนน้ำจะถูกสูบจนขอด ชายหนุ่มนั่งแช่อยู่ในน้ำขุ่นคลั่ก ควานมืองมหาปลาเผื่อมันจะมุดฝังในโคลน แต่สายตาคอยมองไปยังหญิงสาวร่างโปร่งงามที่ยืนก้มตัวคุ้ยโคลนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เธอจับปลาสลิดตัวขนาดกลางขึ้นมาได้ แต่ครั้นโดนมันสะบัดหางใส่เข้าหน่อย ก็รีบปล่อยปลาหดแขนเข้าหาตัวทันที ท่าทางแบบนั้นก่อความหมั่นไส้ให้แก่ชายหนุ่มยิ่งนัก ยิ่งมองเสื้อผ้าของเธอ ถึงเป็นชุดเก่าปอนๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นของนุช แต่ยังสะอาดเรี่ยมเร้ แทบไม่เขรอะโคลนแม้แต่น้อย

ยัยดารากระแดะ มันน่าจับกดจูบโคลนสักทีจริงๆ ผับผ่าสิ!...คนคอยดูครุ่นคิดอย่างหมายมั่น

กว่าชั่วโมงผ่านไป เมื่อปลาหมดบ่อหลายคนก็เริ่มทยอยขึ้นล้างเนื้อล้างตัว เหลือแต่พวกหนุ่มๆ ไม่กี่คนที่ยังเก็บกวาดรอบสุดท้าย เดินงมหาและใช้เท้าย่ำเผื่อยังมีบางส่วนตกค้างฝังดินอยู่ อมฤตเตร่เข้าไปใกล้เธียรขวัญ เอามือเลอะโคลนปาดเข้าที่แก้ม

อี๋! ทำบ้าอะไรของนาย? สกปรก!” เธียรขวัญยกแขนป้ายออก มองคนหาเรื่องตาขุ่นขวาง

ถามจริงเหอะ ลงมาจับปลาหรือลงมาเดินนวยนาดโชว์เชฟบ๊ะอวดหนุ่มๆ กันแน่? ถึงได้ทำตัวสะอาดเอี่ยมอ่องหยั่งเงี้ยะ

ปากหรือนั่นที่พูดนั่นน่ะ หญิงสาวกัดฟันถาม ใบหน้าแดงก่ำ กี่วันๆ ปากนายนี่มันก็เน่าได้เน่าดี ไอ้ตัวโสโครก ออกไปให้พ้นหน้าฉันเลย

ชายหนุ่มปาดมือที่เลอะโคลนไปบนแก้มนิ่มอีกครั้ง

ไม่ไปมีอะไรมั้ย? แล้วก็ปาดซ้ำไปอีกที เธียรขวัญสะบัดมือไล่ตี แต่เขาหดกลับและยื่นอีกมือมายั่ว สลับไปสลับมาอยู่อย่างนั้นจนคนโดนแกล้งชักยั้วะ

ไอ้นายอมฤต! ชอบหาเรื่องกันดีนักใช่มั้ย ห๊า?!” เธอกระโจนเข้าใส่เขา ขยี้มือเลอะโคลนไปบนใบหน้าคร้ามคมจนเลอะไปหมดทั้งหัวหู ไอ้โรคจิต ไม่ได้แกล้งคนแล้วจะขาดใจตายรึไง? นี่แน่ะ! นี่ๆ!”

เธียรขวัญลูบหน้าลูบตาเขาไม่หยุด ทั้งที่ข้อมือเรียวโดนเขายึดไว้ได้ข้างหนึ่ง และพยายามสกัดอีกข้าง แต่เจ้าหล่อนก็ว่องไวปราดเปรียว ไม่ยอมให้เขาจัดการได้ง่ายๆ จึงกลายเป็นยื้อยุดกันพัลวัน แล้วสองร่างก็เสียหลักล้มลงไปนอนทับกันในโคลนขุ่นคลั่ก คนร่างเล็กอยู่ล่าง อมฤตได้ทีรีบปาดโคลนมาลูบบนดวงหน้าผ่องเนียน เธียรขวัญได้แต่ร้องกรี๊ดๆ วี้ดว้าย คอยเบี่ยงหลบ แต่หน้าก็ไปแนบคลุกโคลนอยู่ดี เธอสะบัดตัวหนี ยิ่งดิ้นกลับยิ่งเลอะ สุดท้ายไม่มีตารางนิ้วไหนบนร่างกายที่ไม่สกปรก

อมฤตลุกออกมานั่งหัวเราะขำ เพราะเบื้องหน้าเขานั้นมันลูกแมวคลุกโคลนชัดๆ แล้วแม่แมวตัวนั้นก็กำลังทำขนพอง ขู่ฟ่อ แค่พริบตาเดียวที่เธอลุกขึ้นมาได้ก็โถมกายเข้าใส่เขาจนล้มตึง คราวนี้เธอเป็นฝ่ายได้เปรียบ รีบตะกายขึ้นนั่งทับบนอกเขาทันที และไม่รั้งรอที่จะกดหน้าเขาแนบกับโคลน พร้อมกันก็กอบส่วนหนึ่งขึ้นมายีหัวยีหูระบายอารมณ์

ชอบหาเรื่องกันใช่มั้ย? มันต้องเจอแบบนี้ ไอ้คนทุเรศ ไอ้ปากปีจอ ไอ้ตัวน่ารังเกียจ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย อย่างนายมันต้องคลุกโคลนแบบนี้ นี่แบบนี้!”

ปากพูดไปมือก็ไม่หยุดงาน วุ่นวายอยู่กับการกดคอและกอบโคลนมาโป๊ะหัวเขา อมฤตพยายามพลิกตัวกลับ แต่โดนนั่งทับอยู่จึงค่อนข้างลำบาก ได้แต่คอยเม้มปาก หลบหน้าหนีมือของเธอ

คนอื่นๆ ต่างหยุดนิ่งมองทั้งคู่มาได้พักใหญ่ น้อยหน่านึกว่าลุงริตกับอาเทียนกำลังเล่นกันจึงส่งเสียงเชียร์ผู้เป็นอาเย้วๆ ทว่าใครคนหนึ่งเข้ามาดึงตัวออกไปห่างๆ แล้วใช้มือที่เลอะโคลนปิดปากของเด็กหญิง น้อยหน่าจึงเงียบ เงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆ ก่อนหันกลับไปดูมวยคู่เอกที่กลางบ่อด้วยดวงตาใสแจ๋ว

ยายเนียมเดินมาดูปลาที่จับได้ พอได้ยินเสียงโหวกเหวกก็เพ่งตามอง แต่หูตาฝ้าฟางทำให้เห็นไม่ชัด จึงเอ่ยถามมืดที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับถังขังปลา

นั่นใครมันไปฟัดกันกลางบ่อน่ะเจ้ามืด?

อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง ก่อนอ้อมแอ้มบอกว่า

คุณเทียนกับคุณริตน่ะจ้ะ

แม่เทียน...!” คนฟังอึ้ง ครั้นแล้วถลกผ้าถุงไต่ลงไปในบ่อ ย่ำโคลนไปยังคนทั้งคู่

นี่มันอะไรกันพ่อริต แม่เทียน!”

เสียงถามราวฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมานั้น ชะงักอาการของทั้งสองลงได้ในฉับพลัน

เธียรขวัญรีบตะกายลุก อมฤตก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนเคียงข้าง สภาพของทั้งคู่ไม่มีใครดีไปกว่าใคร แต่ละคนพอกโคลนไว้ทั้งตัวจนแทบมองสภาพเดิมไม่ออก

เรื่องอะไรถึงได้มาฟัดกันกลางบ่อแบบนี้ เหอะ? มีใครพอจะบอกฉันได้มั่ง

สองหนุ่มสาวก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครยอมปริปาก

แล้วแก แม่เทียน เป็นผู้หญิงยิงเรือขึ้นไปขี่ผู้ชายแบบนั้นมันงามแล้วเรอะ? ที่หน้ามันมียางอายบ้างมั้ย?

เธียรขวัญยังก้มหน้าเงียบ อมฤตชำเลืองมองแล้วยื่นแขนมาโอบเอว พลางบอกกับหญิงสูงวัย

เราแค่หยอกกันเล่นตามประสาผัวเมียแหละครับยายเนียม เทียนเขาโมโหที่โดนผมแกล้งป้ายโคลนใส่เลยเอาคืนบ้างเท่านั้น

มาฟัดกันให้ชาวบ้านดูเนี่ยนะ หยอกกันเล่น ยายไม่นึกเลยว่าพ่อริตจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่นึกว่าจะรู้การควรไม่ควร ไอ้ที่หยอกกันเล่นของเราน่ะคนเขาจะคิดจะพูดกันยังไง เคยคิดบ้างมั้ย เหอะ?

อมฤตเหลียวมองโดยรอบก็เห็นมีแต่มืดและพรรคพวกของตน ลูกน้องของเขานั้นถ้าสั่งห้ามไว้ก็คงไม่มีใครปากโป้งเอาไปพูดเสียหาย แต่ยังกล่าว

ขอโทษครับ ผมเล่นอะไรไม่ทันคิด

ดี คราวหน้าคราวหลังอย่ามาเล่นบัดสีบัดเถลิงแบบนี้อีก จะทำอะไรก็คิดถึงหน้าตาผู้ใหญ่บ้าง ไม่ใช่เฉพาะของยาย แต่หน้าตาของคุณนายก็ต้องรักษา

ครับ

ยายเนียมถลกผ้านุ่งเดินกลับทางเก่า เธียรขวัญรีบเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม ตวัดตามองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

เพราะนายคนเดียว

ชายหนุ่มไหวไหล่ไม่สะทกสะท้าน ยิ่งชวนให้เจ้าหล่อนควันออกหู แต่ที่ทำคือสะบัดหน้าเดินหนีขึ้นจากบ่อ มีคนพาน้อยหน่ามาหามืดแล้ว เด็กหญิงกำลังยืนล้างตัวจากสายยางเส้นเล็กๆ เธียรขวัญเข้ามารองน้ำล้างโคลนออกจากดวงหน้า มืดช่วยฉีดน้ำพลางบอกว่า

พี่ว่าคุณเทียนลงไปล้างตัวในบ่อโน้นดีกว่า เขาพยักพเยิดไปยังบ่อน้ำข้างๆ ซึ่งรับน้ำที่สูบไปจากบ่อนี้ จึงเกือบปริ่มตลิ่ง หลายคนกำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่ในนั้น สะดวกแล้วสะอาดกว่า เสร็จแล้วค่อยไปอาบน้ำที่บ้านอีกที

น้อยหน่าไปด้วยค่ะ เด็กหญิงรีบเสนอเสียงใส มืดบอกพลางยีผมให้ลูกสาว

ไม่ได้ ในนั้นน้ำลึก น้อยหน่ายังว่ายน้ำไม่เป็น เดี๋ยวจมน้ำป๋อมแป๋ม

น้อยหน่าอยากอาบน้ำในบ่อนั้น ยัยหนูทำหน้ามุ่ย

เด็กลงเล่นไม่ได้ เห็นมั้ยนั่น มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น น้อยหน่าลงไปใครจะดูให้ล่ะหึ? ไป กลับบ้านกันได้แล้ว ให้แม่อาบน้ำสระหัวให้ใหม่ ลูกใครเนี่ยมีแต่กลิ่นโคลนทั้งตัว

มืดส่งสายยางให้เธียรขวัญแล้วอุ้มน้อยหน่าขึ้นพาดบ่า ตีก้นอย่างหยอกเอิน ยัยตัวเล็กหัวเราะคิกคักรีบกอดคอพ่อไว้แน่น

เธียรขวัญลงล้างตัวในบ่อน้ำนั้น โดยเลือกอยู่ห่างจากคนอื่นๆ พวกหนุ่มๆ ที่เพิ่งขึ้นจากบ่อปลาต่างมาดำผุดดำว่าย หญิงสาวดำน้ำขยี้ผมหลายรอบจนมั่นใจว่าสะอาดดีจึงค่อยขัดขี้โคลนออกจากเนื้อตัวและเสื้อผ้า ไม่ทันสนใจว่ามีใครลงมาใหม่ จึงไม่รู้ว่าคนล่าสุดนั้นกำลังเหล่มองมาทางเธอ

อมฤตเล็งเป้าหมายแล้วดำน้ำมาผุดขึ้นตรงหน้าหญิงสาวพอดีเป๊ะ เธียรขวัญหวีดร้องดังลั่น แต่ครั้นรู้ว่าเป็นใครก็แยกเขี้ยวใส่ ระงับอารมณ์ไม่ให้กระโจนเข้าขย้ำคอเขา

อีตาบ้า! มาเล่นอะไรอีก ออกไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ

เรื่องเหรอ? ทำหัวฉันเขรอะโคลนไปหมดเนี่ย รับผิดชอบซะดีๆ

เรื่องสิ! ทีนายทำหัวฉันเขรอะยังไม่เรียกร้องจากใคร หัวใครก็จัดการเอาเอง หลีกไป ฉันจะขึ้นแล้ว ว่าพลางผลักอกเขาเพื่อจะว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่ไม่ทันไปไกล ข้อเท้าเล็กก็ถูกดึงไว้จนหัวทิ่มลงน้ำ กว่าจะโผล่ขึ้นมาได้เธอสำลักน้ำไปหลายอึก

อีตาบ้า! คิดจะฆ่ากันรึไง?!” มือเรียวลูบน้ำออกจากดวงหน้า พร้อมกับอีกมือที่ตีน้ำใส่เขา คนหนุ่มสองสามคนเริ่มหันมามอง อมฤตเกี่ยวเอวเธียรขวัญแล้วหันไปยักคิ้วด้วย

ผัวเมียหยอกกันน่ะ ขี้งอนชะมัด ไม่ได้ทำการบ้านแค่คืนเดียวก็หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟัดฉันในบ่อตะกี้ไม่พอ ยังมาหาเรื่องฟัดในน้ำนี่อีก โอ๊ย!”

ปากที่กำลังพล่ามเพ้อเจ้ออยู่นั้นครางอู้เพราะโดนบิดแล้วดึงสุดแรง

ใครหงุดหงิดงุ่นง่าน? แล้วใครฟัดใครพูดให้ดีๆ พูดไม่ดีมีสวยแน่ ตาขุ่นเขียวของเธอน่ากลัวไม่น้อย ตะกี้บอกว่าอยากให้ฉันล้างหัวให้ใช่มั้ย? ด้าย...ม๊ะ!”

น้ำเสียงสยองสิ้นประโยค มือเรียวทั้งสองก็ขยุ้มกระชากหัวเขากดลงน้ำ ขยี้ดึงทึ้งจนน่ากลัวว่าหนังหัวจะหลุดติดมือมาด้วย กว่าอมฤตจะสลัดหลุดอุ้งมือพิฆาตของเจ้าหล่อนมาได้ เขาแสบไปหมดทั้งหัว

โคลนยังออกไม่หมดเลย จะให้ล้างต่อมั้ย? เสียงถามเยาะเย้ย หน้าเชิด ปากเม้ม และถ้าเดาไม่ผิดเธอคงกำลังเท้าสะเอวอยู่ในน้ำแน่ๆ อมฤตมองเธออย่างเดือดดาล แต่ไม่กล้าแหยมเข้ามาใกล้ ได้แต่ฝากคำอาฆาตไว้ทางสายตา

เมื่อชายหนุ่มเลี่ยงไปอีกด้าน เธียรขวัญก็ว่ายน้ำเข้าฝั่ง ปีนขึ้นไปยืนบนตลิ่งแล้วหันมามองคนในน้ำอย่างเป็นต่อ ก่อนเดินนวยนาดจากไป ทิ้งให้คนอื่นๆ ที่ร่วมเหตุการณ์ปล่อยหัวเราะพรืด มีแต่อมฤตที่ทำหน้ามุ่ย ฟังเสียงเย้าแหย่จากลูกน้อง

โห!...พี่ แม่คุณเด็ดดวงไปเลย

นั่นสิ ปราบพี่ชายเราซะอยู่หมัด

นี่น้อยๆ หน่อย ปราบเปริบอะไร ใครอยู่หมัดใครไม่ทราบ? คนโดนแซวรีบออกตัว

ก็ไม่รู้ล่ะ เห็นมีอยู่คนตะกี้ โดนเธอเล่นงานเข้าหน่อยรีบถอยไปตั้งสามวา

อีกสองคนหัวเราะร่วน ก่อนคนหนึ่งจะออกความคิดเห็น

ผมว่านะพี่ ดีแล้วที่พี่นอนแยกห้องกับเขา ไงๆ ก็ล็อกประตูให้ดีล่ะ เกิดเธอย่องเอาขวานไปจามหัวตอนหลับ ตายไม่รู้ตัวเลยนา

เสียงหัวเราะของลูกน้องทำให้ลูกพี่สีหน้าบูดบึ้ง พลางคิดว่าไม่น่าปากโป้งบอกเจ้าพวกนี้มันเลยว่าเขากับแม่คุณนั่นแยกห้องกันนอน





เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #14 DamKhrimklang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:52
    สนุกมากค่ะ
    #14
    0