เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 13 : 12 :: ขิงก็ราข่าก็แรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

ตอนที่ ๑๒ ขิงก็ราข่าก็แรง

 

เข้าวันใหม่เธียรขวัญตื่นเช้าได้ดังตั้งใจ แต่ไม่เช้าเท่าใครอีกคนที่เมื่อเธอเดินออกมาหน้าบ้านก็เห็นเขานั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะไม้นั่นแล้ว

โห! วิญญาณเข้าร่างแล้วเหรอเธอ?คนนั่งอยู่ก่อนร้องทัก

ก็เข้าพร้อมๆ กับวิญญาณนายนั่นแหละ เจ้าหล่อนตอบเสียงขุ่น อีกคนหัวเราะขำ ทว่าเธอไม่ใส่ใจ นอกจากมองออกไปหน้าบ้าน

เบื้องหน้านั้นฉ่ำชื่นด้วยบรรยากาศยามเช้า ละอองหมอกจางๆ ปกคลุมอยู่ทั่ว ใบไม้และผืนหญ้าชุ่มน้ำค้างพราว เธียรขวัญก้าวเท้าเปล่าเปลือยลงไปบนพรมหญ้านุ่ม สองมือกอดตัวเอง ห่อไหล่ กายโปร่งระหงยังสวมชุดนอนผ้าแพรสีคราม เสื้อแขนสั้นและกางเกงขายาว มีเสื้อคลุมขนหนูทับไว้อีกชั้น ผมยาวสลวยเป็นลอนเคลียแผ่นหลังและทรวงอก ดวงหน้านั้นอ่อนใส ไร้การเสริมแต่ง เป็นใบหน้าหมดจดของคนเพิ่งตื่นนอนโดยแท้ เธอก้มหน้าน้อยๆ ขณะย่างก้าว ละม้ายสนใจอยู่แต่กับเท้าและผืนหญ้า ครั้งหนึ่งเธอละมือจากทรวงอกมาเกี่ยวผมทัดหลังใบหู แล้วลดลงลูบต้นแขนคลายความหนาวเย็น

อมฤตนั่งอมยิ้มมอง ตั้งแต่สร้างบ้านหลังนี้มา ไม่เคยมียามเช้าเช่นนี้มาก่อน เช้าซึ่งมีสาวสวยมาเดินเหยียบย่ำอยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้าน ท่ามกลางมวลหมอกและหยาดน้ำค้างชุ่มฉ่ำ ก่อความรู้สึกแปลกๆ ไหววูบในหัวใจอย่างประหลาด

เป็นครู่ใหญ่กว่าจะมีใครสักคนเอ่ยขึ้น และคนนั้นก็คือคนที่นั่งมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบนั่นล่ะ

ไปเดินนานๆ เดี๋ยวหญ้าก็ตายหมดหรอก

หญิงสาวปรายตามอง

ช่างสิ ไม่ใช่บ้านฉันนิ

เฮ้...แต่มันบ้านฉันนะ

เรื่องของนาย

คนฟังหัวเราะขำ

ถ้าหญ้าตายเมื่อไหร่จะขนมาให้เธอปลูกใหม่ อย่าลืมว่าหน้าที่ดูแลต้นไม้รอบๆ บ้านเป็นของเธอทั้งหมด

เธียรขวัญหยุดเดินและหันมาเท้าสะเอว

ช่วยหุบปากเน่าๆ ของนายแล้วปล่อยให้ฉันมีเวลาสงบๆ บ้างได้มั้ย ฉันไม่สนหรอกนะว่าหญ้าบ้านนายจะตายไปเท่าไหร่ หรือฉันต้องปลูกใหม่อีกกี่สิบกี่ร้อยรอบ เพราะฉะนั้นหุบปากของนายซะ!”

โธ่...ฉันก็แค่เห็นเธอเดินนานแล้ว กลัวเมื่อย เลยจะชวนมานั่งดื่มกาแฟด้วยกันเท่านั้นเอง เขาโอดโอย พลางยกถ้วยกาแฟขึ้นชู แต่แม้น้ำเสียงจะเอาอกเอาใจ เธียรขวัญก็ยังเห็นว่าดวงตาคมคู่นั้นวิบวับพริบพราวเป็นนักหนา เธอสะบัดหน้าหนี บ่นพึมพำ

นายมันไอ้ตัวกะล่อนไม่มีอะไรเปรียบ เลี้ยงหมาไว้ในปากเป็นครอก คอยดูเถอะ ฉันจะหาตะกร้อมาครอบปากนายสักวัน!”

เสียงมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้ารั้วไม้ระแนง ชะเง้อมองจนรู้ว่าเป็นใครเธียรขวัญก็ผละเดินไปหา แล้วกลับเข้ามาพร้อมเถาปิ่นโต คนมาส่งเลี้ยวรถกลับไปแล้ว

อ้าว น้าช้วนไม่รอเอาปิ่นโตของเมื่อวานกลับไปด้วยเหรอ?

แกบอกว่ารีบไปทำธุระให้คุณป้าต่อ จะแวะมาเอาตอนเย็น ร่างสูงโปร่งเดินเลยเข้าบ้าน คนนั่งดื่มกาแฟมาได้พักใหญ่ๆ จึงถือโอกาสลุกตามไปด้วย

อมฤตคาดผ้าขนหนูเดินอาดๆ เข้ามาในครัวในขณะที่เธียรขวัญเตรียมหุงข้าว เจ้าหล่อนหันไปเห็นก็รีบเบือนหน้าหนี

นี่ ไอ้นายอมฤต บอกแล้วใช่มั้ยอย่านุ่งผ้าเช็ดตัวเดินร่อนแบบนี้

อ้อ...ลืมไป โทษที เขาวางถ้วยกาแฟลงในซิงก์ล้างจาน แล้วยื่นหน้าเข้าไปหาหญิงสาว ทำอะไรอยู่?

เสียงถามชิดใกล้กับลมหายใจอุ่นร้อน ส่งผลให้เธียรขวัญสะดุ้ง รีบยกหม้อหุงข้าวในมือขึ้นมากัน แต่กระแทกเข้าปากและจมูกของชายหนุ่มไปโครมใหญ่

อุ๊ย!” เจ้าหล่อนร้องอุทาน

ทำบ้าอะไรของเธอ? คนโดนหม้อข้าวโขกสีหน้ายุ่ง ตาขุ่นขวาง

ก็นายล่ะมาทำบ้าอะไรตรงนี้...ดี สม!”

อมฤตทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาอีก แต่ถูกเธียรขวัญยกหม้อข้าวขึ้นดัน

ออกไปไกลๆ ฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ตัวน่าเกลียด!”

ยัยบ้านี่ โหดฉิบ!” เขาสบถพึมพำ พลางเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำ

ประตูห้องน้ำเปิดออกเมื่อเธียรขวัญกำลังเทอาหารจากปิ่นโตใส่จาน เธอไม่ชายตาแลเขาแม้แต่หางตา อมฤตผิวปากเดินเข้าห้อง พลางร้องเพลงดังลั่น

ตบให้ตาย! ตบให้ตาย! เมียมักง่ายเอาไว้ทำไม...มีเมียดีเหมือนมีคุณแม่...เมียแย่ๆ ทนไม่ไหว... * (เพลงตบให้ตาย ร้องโดย เอกชัย ศรีวิชัย)

เข้ามาในห้องแล้วคนอารมณ์ดียังผิวปากหวือ คว้าผ้าเช็ดตัวอีกผืนมาซับน้ำที่แผ่นหลัง แต่แค่พาดผ้าบนไหล่ประตูห้องก็เปิดผาง พร้อมกับที่ใครคนหนึ่งยืนเท้าสะเอวถือสากกะเบือปิดช่องประตูอยู่

อูยย์... คนในห้องคราง ย่นคออย่างเสียวสันหลังวาบ

เมื่อกี้นายจะตบใคร? หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น

เปล่าครับ

แต่ฉันได้ยิน

แค่ร้องเพลงเท่านั้น ไม่ได้คิดจะไปตบใครเลย อมฤตจับผ้าขนหนูปิดไหล่มั่น ท่ายืนเรียบร้อย ไม่ยอมกระดิกกระเดี้ยตัวสักนิด

ร้องเพลงก็ไม่ได้

ครับ คำตอบรับแข็งขัน ร้องไม่ได้ก็ร้องไม่ได้ครับ

คราวหลังอย่าร้องเพลงงี่เง่านั่นให้ฉันได้ยินอีก ไม่งั้นนายนั่นแหละจะตายก่อนได้ตบ!” คนพูดยกสากกะเบือขึ้นชี้หน้า อีกฝ่ายหดคองุด ตอบรับอย่างสุภาพที่สุด

ครับผม

 

เธียรขวัญอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ดวงหน้าผ่องใสขึ้น แต่เพียงได้เห็นคนนั่งรออยู่บนโต๊ะ หน่วยตาก็วาวขุ่น  สีหน้าบึ้งตึง ชายหนุ่มขยับตัวจับช้อนจับส้อม พลางบอกคล้ายขออนุญาต

ทานเลยนะ

เอาสิ เธอตอบรับอย่างเสียไม่ได้

ทั้งคู่นั่งรับประทานกันเงียบๆ อมฤตคอยชำเลืองมองหญิงสาว นานๆ ทีเธอจึงจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย และชายหนุ่มรีบฉีกยิ้มไม่ว่าตอนนั้นจะมีข้าวอยู่ในปากหรือไม่ ครั้นเธอขึงตาใส่เขาก็หุบยิ้มฉับ ก้มหน้างุด ไม่รู้ว่าทำไมตั้งแต่เห็นเธอยืนถือสากกะเบือชี้หน้าเขา ถึงได้รู้สึกว่าเธอ ขลังขึ้น

รับประทานเสร็จอมฤตอยู่ช่วยเธียรขวัญเก็บโต๊ะจนเรียบร้อยแล้วจึงค่อยปลีกตัวออกมาข้างนอก หญิงสาวตามมาทีหลัง

คนซึ่งนั่งพิงพนักโซฟาพาดขาไปบนเข่า เอ่ยถามขึ้นว่า

วันนี้จะซักผ้ามั้ย?

ถามทำไม?

ก็เสื้อผ้าในห้องเต็มตะกร้าแล้ว อยากเตือนว่าอย่าลืมหน้าที่ ได้ยินเสียงหายใจดังฟืดฟาดมาจากคนฟัง พร้อมกับหน่วยตาเขียวๆ เขารีบพูดต่อ สีหน้าใสซื่อ หวังดีนะเนี่ย

นายใส่มาตั้งแต่ชาติไหนล่ะ? ฉันเพิ่งเข้ามาอยู่แค่สองวันเองนะ อะไรมันจะเต็มตะกร้าไวขนาดนั้น

โธ่...จะใส่มาตั้งแต่ชาติไหนชาตินี้ก็เป็นหน้าที่ของเธอแล้ว ไงๆ ก็ช่วยเก็บซักให้หน่อยเถอะน่า

นายนี่มัน... เกินจะหาคำมาต่อว่าต่อขาน หญิงสาวได้แต่พ่นลมหายใจ วางแผนไว้ก่อนแล้วใช่มั้ยจะให้ฉันมาซักเสื้อผ้าให้ ถึงได้ใส่สุมๆ ไว้แบบนั้น

เปล่าซะหน่อย ก็ก่อนหน้านั้นมันยุ่งๆ ไม่มีเวลาซัก ทำไมเธอชอบมองฉันในแง่ร้ายอยู่เรื่อย

นายมีแง่ดีให้มองสักแง่มั้ยล่ะ? เธอจ้องเขม็ง แล้วนี่กินข้าวเสร็จทำไมยังไม่ออกไปทำงานอีก

ให้ตาย!... ชายหนุ่มพ่นลมหายใจคล้ายหัวเราะ จะไปเดี๋ยวนี้แล้วคร้าบ

เขาลุกขึ้นยืน พลางบ่น

เธอนี่จริงๆ เลย ใครได้ไปเป็นเมียมีหวังซวยทั้งปีทั้งชาติ ดีแต่จะขู่ผัว

เอ๊ะ!”

หุบปากแล้วคร้าบ ชายหนุ่มรีบยกมือทั้งสองข้างชู เป็นเชิงว่ายอมแพ้

ไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวก็มองตามท้ายรถบุโรทั่งคันนั้นจนออกพ้นประตูรั้ว ดวงหน้ายังบูดบึ้ง ทุกทีเลยสิน่า อยู่กับอีตาบ้านั่นทีไรเป็นต้องโดนยั่วต่อมโมโหให้ปรี๊ดแตกทุกที ไม่ว่าจะพูดจากวนโทสะเอย ทำหน้าตาใสซื่อเอย เขาปั่นหัวเธอได้ตลอด

เธียรขวัญเริ่มหน้าที่ แม่บ้านเต็มขั้นด้วยการแยกผ้าโยนเข้าเครื่องซัก ตั้งระบบปั่นอัตโนมัติ ถึงจะเป็นดาราดัง ก็ใช่ว่าจะไม่เคยทำงานบ้านมาก่อน อยู่มาจนอายุยี่สิบสามจวนย่างยี่สิบสี่ปีรอมร่อ เคยดีแต่งอมืองอเท้ารอคนอื่นมาทำให้ที่ไหน ในเมื่อบ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยเข้าขั้นระดับเศรษฐี แค่ชนชั้นกลางที่พอมีอันจะกินบ้างก็เท่านั้น แม่ของเธอเป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อทำงานนอกบ้านหาเงินเลี้ยงลูกเมีย เธอเคยช่วยงานคุณแม่มาบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยเพราะท่านอยากให้ตั้งใจเรียนมากกว่า เลยคอยแต่จะไล่ให้ไปทำการบ้าน ดูหนังสืออยู่เรื่อย ท่านคงหวังให้เธอเรียนแทนท่านทั้งสองซึ่งทิ้งการเรียนมาระหว่างเทอมเพราะดันมีเธอเข้าเสียก่อน ดีว่าคุณพ่อรักคุณแม่จริง ไม่ยอมทอดทิ้งไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหน ท่านขยันทำงานและซื่อสัตย์จึงเป็นที่รักของเจ้านาย ถึงไม่มีวุฒิปริญญา แต่อาศัยว่าทำงานมานานมีความชำนาญในหน้าที่ จึงได้เลื่อนเป็นผู้จัดการในที่สุด แต่ท่านก็บุญน้อย ไม่ได้อยู่ชื่นชมปริญญาของลูก มาด่วนจากไปพร้อมกันทั้งสองคน ทิ้งเธออยู่เผชิญชีวิตตามลำพัง กัดฟันร่ำเรียนจนจบ และหอบใบปริญญามากราบหน้ารูปท่านแทน

เธียรขวัญเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกว่ากระบอกตาร้อน และหน่วยตาหยาดรื้น คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาคราใดเป็นต้องกระบอกตาร้อนผ่าวทุกทีสิน่า เธอเป่าลมออกจากปาก สลัดความคิดคำนึงนั้นทิ้ง ปิดฝาเครื่องซักผ้าแล้วเข้ามาในบ้าน

เข้าช่วงบ่ายเธอก็ขะมักเขม้นอยู่กับพื้นห้องน้ำจึงไม่ทันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน จนกระทั่งเห็นคนตัวสูง ผิวคร้าม เปิดประตูชะโงกหน้าเข้ามาดูพร้อมกับคำถามนั่นล่ะ

ทำอะไร? ขัดส้วมเหรอ? เออแฮะ ดี...ดี...ขัดให้สะอาดนะ...ล้างส้วมเสร็จก็อย่าลืมเอาเป็ดมาล้างปากซะด้วย จะได้สะอาดเหมือนๆ กัน คนพูดเดินลอยชายไปค้นครัว คนฟังลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวฉับ หน้าตาพร้อมที่จะฆ่าใครได้สักคน เสียงเขายังถามมาอีก ไม่มีอะไรให้กินเลยเหรอ?

ไม่มี ฉันเททิ้งไปหมดแล้วเสียงตอบห้วน กระด้าง

ใจดำจริงจริ๊ง จะเก็บไว้ให้หน่อยก็ไม่ได้

ใครจะไปตรัสรู้ว่านายจะถ่อกลับมากิน

ไปธุระมา ยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวจนตาลายอยู่แล้ว นี่เดี๋ยวต้องเข้าอำเภออีก แวะมากินข้าวบ้านก่อน...ทำใหม่ก็ได้ คำพูดของเขาเรียบเรื่อย เหมือนบอกเล่าแก่คนคุ้นเคย แต่คนในห้องน้ำบิดปาก พูดคนเดียวว่า

มาบอกทำไม ไม่เห็นจะอยากรู้

ได้ยินเสียงค้นโน้นหยิบนี่กุกกัก เธียรขวัญก็เลิกสนใจเพียงเท่านั้น

ล้างห้องน้ำเสร็จก็พอดีได้กลิ่นข้าวผัดร้อนๆ โชยมาต้องจมูก เธอล้างมือเก็บอุปกรณ์แล้วออกมาข้างนอก คนนั่งที่โต๊ะอาหารตักข้าวเข้าปากคำแรกก็เงยหน้าขึ้นชวน

ทานด้วยกันมั้ย? ดวงหน้านั้นดูจริงใจ ทำแค่จานเดียว แต่ไม่เป็นไร กินด้วยกันก็ได้

ตามสบายเถอะ ฉันกินข้าวเที่ยงแล้ว เอ้านี่!” เธอกระแทกบางอย่างลงบนโต๊ะ กินเสร็จก็ใช้นี่ล้างปากซะ จะได้สะอาด

เธียรขวัญสะบัดก้นเดินออกจากครัว ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งมองอย่างอึ้งๆ แล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ ก่อนส่ายหัวให้ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำที่วางอยู่

ยัยตัวแสบเอ๊ย...ไม่ลดราวาศอกเลยนะ

ทานเสร็จอมฤตไม่ลืมเก็บจานล้างตามความเคยชิน และชะโงกมองลานซักล้างหลังบ้านเนื่องจากได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เห็นเสื้อผ้าทั้งของเธอและของเขาแขวนสะบัดลมอยู่บนราวก็อมยิ้ม

ใช้ได้เหมือนกันแฮะ ยัยบ้านี่

 

เธียรขวัญนั่งแกว่งชิงช้าอยู่หน้าบ้าน ฟังเสียงโมบายเปลือกหอยเพลินๆ ใครอีกคนก็ออกมา เธอชายตามองกระทั่งเขาเอ่ยชวน

ไปเที่ยวในอำเภอด้วยกันมั้ย?

ไม่ล่ะ ขี้เกียจนั่งรถไปกับนาย สีหน้าคนตอบไร้อารมณ์ พานให้คนชวนหงุดหงิดแกมหมั่นไส้ สาบานได้ว่าเขาอุตส่าห์เอ่ยชวนดีๆ และเต็มใจพาเธอไปนั่งรถเล่นด้วย เพราะกลัวจะเหงาอยู่กับบ้าน

ดีเหมือนกัน ไปด้วยก็หนักรถเปล่าๆ เดี๋ยวออกไปปิดประตูให้ด้วยนะ สั่งพลางขึ้นรถ สตาร์ทแล้วดับ หันมาถามว่า อยากได้อะไรรึเปล่า?

คำตอบเป็นเพียงท่ากอดอก เชิดหน้าอย่างปึ่งชา และส่ายหน้าน้อยๆ

อยู่บ้านทำงานดีๆ ล่ะ ขี้ฝุ่นหนาตั้งคืบแล้ว อ้อ แล้วอย่าลืมรดน้ำต้นไม้ด้วย ผลงานไม่ผ่านโปรฯ ไม่เซ็นใบผ่านงานให้ อย่ามาโอดกาเหว่ากันเชียว

รถกระบะสมาร์ทแค็บผ่านออกนอกรั้วไปพร้อมกับที่คนข้างหลังนั่งปั้นปาก

ตาบ้าเอ๊ย! ดีแต่สั่งๆๆๆ นึกว่าตัวเองเป็นเจ้านายรึไง? ปากก็เหลือขอเต็มทน

ไม่ทันที่เธียรขวัญจะได้ลุกไปปิดประตู รถมอเตอร์ไซค์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบ้าน

มาเอาปิ่นโตหรือน้าช้วน?

ครับคุณ

รอเดี๋ยวนะ เธียรขวัญลุกจากชิงช้าพร้อมกับเรียวปากที่ผุดรอยยิ้ม นัยน์ตาคู่เรียวกว้างส่องประกายพราว

ร่างสมส่วนงดงามกลับออกมาพร้อมปิ่นโตสองเถา ส่งให้นายช้วนรับไปเกี่ยวกับแฮนด์รถ

น้าพอจะหาตะกร้อครอบปากสุนัขให้เทียนสักอันได้มั้ยคะ?

จะเอาไปทำอะไรครับ? คนของคุณนายย้อนถาม ท่าทางสงสัยไม่น้อย

ก็... หญิงสาวอึกอัก ก่อนอ้อมแอ้มด้วยสีหน้ายิ้มๆ ...ครอบปากหมาสิ น้าก็

เอ...คุณเทียนจะเลี้ยงหมาหรือครับ?

ค่ะ

จะเอาวันไหนล่ะ?

วันไหนก็ได้ค่ะน้า ได้เร็วหน่อยก็ดี ถ้าได้วันนี้เลยยิ่งดีใหญ่

งั้น ผมจะลองไปถามแถวบ้านให้ บ้านนายเวชเห็นจะเคยมี แต่ไม่รู้ว่ายังเก็บไว้รึเปล่า

ขอบคุณค่ะน้า เธียรขวัญยิ้มกริ่ม พลางคิดถึงใครอีกคน

ฮึ! อีตาบ้านั่นจะได้เจอฤทธิ์แม่มดเธียรขวัญซะบ้าง ไม่ยอมให้แกล้งให้ยั่วอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ!

 

รดน้ำต้นไม้เสร็จเธียรขวัญก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับ แม้มั่นใจว่าตนเองแต่งตัวรัดกุมดีทุกครั้งก่อนเข้าห้องน้ำ แต่ให้อย่างไรก็ไม่คุ้นกับการนุ่งชุดคลุมโล่งๆ เดินผ่านผู้ชายอยู่ดี และที่สำคัญที่นี่สูบน้ำมาจากบ่อน้ำธรรมชาติ ยิ่งดึกน้ำยิ่งเย็นจัดจนบางครั้งต้องยืนสวดภาวนาอยู่พักใหญ่กว่าจะแข็งใจตักรดตัวได้ อาบเสียตั้งแต่ก่อนค่ำจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

หญิงสาวแต่งชุดใหม่ผัดแป้งหน้าขาวนวล กำลังดูว่าวันนี้ บ้านโน้นทำอะไรใส่ปิ่นโตมาส่ง ก็พอดีเสียงรถเข้ามาจอด เธอปิดฝาปิ่นโตวางซ้อนไว้อย่างนั้น แล้วเดินอมยิ้มอย่างหมายมาดออกมาหน้าบ้าน

หยุดอยู่ตรงนั้น!” คนพูดเท้าสะเอว อีกมือเท้ากรอบประตู

อะไรของเธอ? สีหน้าชายหนุ่มงุนงงมากทีเดียว

เห็นนั่นมั้ย? เธอพยักพเยิดไปบนโต๊ะ

อะไร?

ตะกร้อนั่นน่ะ ก่อนเข้ามาในบ้านกรุณาเอาไอ้นั่นครอบปากซะก่อน ไอ้ที่อยู่ในปากนายจะได้ไม่ออกมาเพ่นพ่าน...อุตส่าห์หามาให้นะเนี่ย สำนึกบุญคุณด้วย แล้วอย่าลืมใส่ซะล่ะ

ร่างโปร่งระหงสะบัดก้นงามงอนเดินนวยนาดกลับเข้าครัวอย่างผู้มีชัย ปล่อยให้อีกคนยืนแยกเขี้ยวอย่างเดือดดาล และเธอคงคิดผิดมหันต์ที่หันหลังให้ศัตรู

กรี๊ด! ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เธียรขวัญดิ้นพัลวันเมื่อมือข้างหนึ่งมารัดรอบเอว อีกมือพยายามครอบตะกร้อลงที่ปากของเธอ

เธอนั่นแหละต้องใส่ตะกร้อนี่ ฉันไม่ทันเข้าบ้านก็งับเอาๆ ยัยร็อตไวเลอร์ตัวเมีย!”

อ๊าย! ไอ้บ้า นายนั่นแหละไอ้ร็อตไวเลอร์ตัวผู้ ชอบแยกเขี้ยวกัดคนอื่นเขาไปทั่ว ไอ้หมาทุเรศ!” เธอย้อนกลับไม่ลดละ

ปากยังงี้ไงมันถึงต้องใส่ หมาตัวผู้อย่างฉันก็ชอบกัดเฉพาะตัวเมียอย่างเธอเท่านั้นแหละ รู้ไว้ด้วย

คนหนึ่งพยายามกอดรัด อีกคนผลักไส ไม่ทันระวังจึงล้มทับลงไปบนเก้าอี้กึ่งนั่งกึ่งนอนตัวโปรดของอมฤต ตะกร้อกระเด็นหลุดไปแล้ว แต่สิ่งที่ประกบลงบนเรียวปากของเธียรขวัญคือริมฝีปากสีเข้มของชายหนุ่ม ดวงตาสองคู่เบิกโพลง นิ่งอึ้งตะลึงงันอยู่ราวอึดใจใหญ่ คนที่ได้สติก่อนคือคนด้านล่าง มือเรียวระดมทุบและผลักอกเขา ครั้นอีกฝ่ายลุกออก เธอก็รีบเด้งตัวลุก เช็ดถูปากตัวเองแรงๆ มองคู่กรณีนัยน์ตาขุ่นเขียว ครู่เดียวก็สะบัดหน้าหนีเข้าครัวโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ

อมฤตลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ พลางหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม

นุ่มจังเลยแฮะ เขารำพึงสีหน้ายิ้มๆ ดวงตาเคลิ้ม หอมด้วย...

 

เธียรขวัญเข้ามานั่งใจสั่นอยู่ในครัว หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองเพลรวมพลกันตีประชุม มือเรียวทุบอกตัวเองเบาๆ

บ้าจริง! สงบสักทีสิ จะเต้นอะไรนักหนา แค่อุบัติเหตุเธียรขวัญ มันแค่อุบัติเหตุ จะใจสั่นทำไมกับคนน่ารังเกียจพรรค์นั้น แม้คอยบอกตัวเอง แต่อกใจยังไหวหวั่น ความรู้สึกยามชิดใกล้ตามติดตรึง และมันทำให้เธอร้อนวูบวาบทั้งตัว หัวอกหวิวไหว

เพื่อนร่วมบ้านถือถุงมาวางลงบนโต๊ะ

เอ้านี่

อะไร? คนนั่งใจสั่นเงยหน้าขึ้นถามงงๆ

ของฝาก พอดีผ่านห้างฯ เลยแวะซื้อมาให้ โกเต๊กซ์นั่นน่ะ ไม่รู้เธอใช้แบบนี้รึเปล่า? ฉันก็เลือกมามั่วๆคำบอกเล่ามาพร้อมรอยยิ้มซึ่งก้ำกึ่งระหว่างเขินกับบางสิ่งที่คนมองอ่านไม่ออก

เธียรขวัญขมวดคิ้ว

อะไรของนาย โกเต๊กซ์?

เอ...เดี๋ยวนะ ถุงไหนแล้วหว่า? ถุงนี้ละมัง...ใช่ นี่ ถุงนี้ มือคร้าม ใหญ่ เสือกถุงใบหนึ่งมาตรงหน้า

หญิงสาวเปิดออกดู ยังได้ยินเสียงบอก

ห่อสีม่วงๆ ชมพูๆ นั่นนะ

อ๊าย! อีตาบ้า ซื้อมาทำไม?!” เธอหวีดร้องขึ้นทันทีเมื่อเห็นเจ้าสิ่งนั้น รีบรวบปิดปากถุง ตวัดสายตามองอย่างขุ่นเขียวและเขินจัด คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้เห็นริ้วแก้มแดงเรื่อน่ามองเชียวล่ะ เธียรขวัญดีดตัวลุก อยากกระโจนเข้าไปบีบคอคนชอบจุ้นจ้านสักที แต่สิ่งที่ทำคือจ้ำพรวดๆ ออกจากครัว ไม่วายใช้ถุงใส่ โกเต๊กซ์ฟาดไปโดนหลังเขาเต็มแรงขณะที่ก้าวผ่าน

อมฤตหัวเราะ แค่อยากแกล้งดูว่าเธอจะทำหน้าอย่างไร เพิ่งเห็นว่ายัยบ้านั่น ยามเขินก็น่ารักดี

เธียรขวัญเข้ามาในห้องนอนดิ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้า กระแทกถุงที่ถืออยู่ลงกับชั้นวางของ ก่อนพิงสะโพกเข้ากับชั้นนั้น

อีตาบ้า! บ้าที่สุด ไม่ได้สั่งแล้วยังเสร่อซื้อมา ทุเรศจริงๆ ไอ้นายบ้าอมฤต

ดวงหน้าสวยซึ่งแดงจัดก้มลงมองถุงใบนั้น อารมณ์บึ้งตึงค่อยๆ คลาย เธอระบายลมหายใจออกมาพร้อมกับหัวเราะ หยิบของในถุงออกมาดู

โกเต๊กซ์...ผู้ชายบ้าอะไรเรียกผ้าอนามัยอย่างนี้ บ้านนอกจริงๆ ศัพท์สมัยท่านบุเรงนองออกศึกรึไง?

ยิ่งกล่าวดวงหน้านั้นยิ่งยิ้มกว้าง โกเต๊กซ์ถึงว่าฟังคุ้นๆ...เคยได้ยินมาตั้งแต่ปีมะโว้ ไม่คิดว่ายังจะมีใครใช้อยู่อีก เธียรขวัญเก็บห่อโกเต๊กซ์ของอมฤตใส่ลิ้นชัก ในถุงยังมีของอีกสองสามอย่าง เป็นกาแฟและโอวัลติน ใครเขาเอาของกินใส่มากับของใช้แบบนี้กันนะ พนักงานห้างฯ ไม่รู้หรือไง ดวงตาคู่สวยมองถุงโอวัลตินอีกครั้ง แน่ล่ะ เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้ซื้อมากินเอง จำได้เขาเคยบอก โอวัลตินไม่มีหรอกนะ ไว้เข้าเมืองแล้วจะซื้อมาให้ เรียวปากงามแอบอมยิ้ม ไม่คิดว่าคนแบบนั้นจะมีน้ำใจนึกถึงกันด้วย

เธียรขวัญกลับเข้ามาในครัวก็พบว่าถุงข้าวของที่ชายหนุ่มเอามาวางไว้บนโต๊ะหายไปหมดแล้ว คนตัวโตกำลังยืนจัดโต๊ะอาหาร หญิงสาวนำซองเครื่องดื่มไปวางไว้ยังที่เก็บของมัน แล้วมายืนเท้าแขนกับเก้าอี้ อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นคุย

กินข้าวกันเลยนะ

คำตอบคือการพยักหน้า แล้วเจ้าหล่อนก็กุลีกุจอช่วยหยิบจานช้อนมาคดข้าว

ช่วงเวลารับประทานอาหารมื้อนั้นไร้คำต่อล้อต่อเถียงของสองหนุ่มสาว นอกจากจะแอบชำเลืองมองกันไปมา แต่เมื่อใดที่เผลอสบตากัน อมฤตจะเลิกคิ้วกลบเกลื่อน เธียรขวัญก็ปั้นสีหน้าเรียบตึง

ยามค่ำคืนเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ในทำนองสบายๆ คนร่างหนาใหญ่สวมชุดนอนลายทางแขนสั้นกางเกงขายาว เอนหลังอยู่บนเก้าอี้กึ่งนั่งกึ่งนอนตัวประจำ อ่านตำราวิชาการเกษตรมาเกือบครึ่งชั่วโมง นานๆ ทีจะได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษ อีกมุมหนึ่งร่างแบบบางของหญิงสาวสวมชุดนอนผ้าแพรสีชมพูอ่อน เสื้อแขนสั้นกางเกงขายาวทับด้วยเสื้อคลุมขนหนูอีกชั้น นอนอยู่บนโซฟา มีหมอนอิงหนุนศีรษะ อีกใบรองใต้เข่า อ่านหนังสือการ์ตูนที่ชายหนุ่มรื้อค้นมาให้ บ่อยครั้งได้ยินเสียงหัวเราะคิก และคนบนเก้าอี้ก็เหลือบตาขึ้นมองเสียที ครั้งหนึ่งเขากระเซ้า

หัวเราะมากๆ ระวังกรามค้างนา

หญิงสาวตวัดตามอง

ช่างฉัน!”

คนอุตส่าห์หวังดี อีกคนยังต่อความ

กวนโมโหน่ะสิไม่ว่า นอนอ่านไอ้ตำราปลูกผักของนายไป อย่ามายุ่งกับฉัน กล่าวเสร็จพลิกตัวเข้าหาพนักโซฟา หันหลังให้อีกฝ่าย เลยไม่รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้นอนอ่านตำราปลูกผักตามคำสั่ง แต่นอนอมยิ้มมองด้านหลังของเธอด้วยประกายตาแปลกๆ ต่างหาก


 



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #13 cherdchay2522 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 07:27

    น่ารักจริงๆ คู่นี้????

    #13
    0
  2. #12 waikiki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 23:57
    ปิ๊งน้องเทียนแล้วล่ะสินายริต
    #12
    0
  3. #11 berrybobie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 23:54
    น่ารักมาบ่อยๆนะคะ
    #11
    0