เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 12 : 11 :: ผัวเมียละเหี่ยใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,610
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

ตอนที่ ๑๑ ผัวเมียละเหี่ยใจ

 

เสียงแว่วๆ ชวนรำคาญดังมาจากนอกประตูปลุกเธียรขวัญงัวเงียขยี้ตา พลางกระชับผ้าห่มนวมซุกหน้าลงหลับต่อ

ปัง! ปัง! ปัง!

คุณแม่ศรีเรือนขอร้าบ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน ตื่น ๆ ๆ พระอาทิตย์หาไม้มาเตรียมจิ้มตูดอยู่โน่นแล้ว

เสียงตบประตูดังส่งท้ายตามมาอีกชุด คนใต้ผ้าห่มลุกพรวด หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง นั่งกัดฟันอยู่บนที่นอนปิกนิกอึดใจเดียวก็สลัดผ้าห่มลุกไปเปิดประตู หากแต่ไร้วี่แววของคนทุบ และประตูห้องฝั่งตรงข้ามปิดสนิท เธียรขวัญกลับเข้าห้องกระแทกประตูปิดปังใหญ่ ถึงห้องของเธอจะอยู่ฝั่งทิศตะวันตก ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่กะเวลาก็พอรู้ว่าน่าจะยังไม่ถึงเจ็ดนาฬิกาดี ไอ้ตัวน่ารังเกียจนั่นหาเรื่องกวนประสาทกันตั้งแต่เช้า!

คนตื่นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเตรียมตัวอาบน้ำ เธอสวมชุดคลุมและใช้ผ้าขนหนูปิดไหล่อีกชั้น ม้วนผมหนีบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เปิดประตูโผล่ศีรษะออกมามองซ้ายมองขวาแล้วรีบดิ่งไปยังห้องน้ำ แต่ไม่ทันถึง ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กจากในครัวเข้าเสียก่อน ครั้นหันไปมองก็หวีดร้องดังลั่น

อ๊าย! ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้...ไอ้...!”

นี่แม่คู้ณ... อมฤตเท้าสะเอว จ้องมองคนที่ปิดหน้าปิดตาชี้นิ้วรัวด่าเขาเป็นชุด เธอจะสวดอะไรฉันตั้งแต่เช้า หะ!”

ก็นายแก้ผ้ามาเดินโทงๆ อยู่ในครัวทำไมเล่า ไอ้คนทุเรศ อุบาทว์ลามก!”

คุณเธอช่วยเปิดตากว้างๆ แล้วดูให้ดีๆ ฉันแก้ผ้าเดินโทงๆ ที่ไหนกัน?

เธียรขวัญแหวกช่องนิ้วออกมอง แล้วรีบหลับตาปี๋ ร้องบอกว่า

นั่นไงไอ้ทุเรศ ไอ้คนเฮงซวย ลามกที่สุด

คู่กรณีอุดหูแทบไม่ทันกับเสียงกรีดร้องที่สลับมาพร้อมกันนั้น เขาก้มลงมองตัวเอง ก็ไม่เห็นว่ามันจะน่าเกลียดตรงไหน ไม่ใส่เสื้อผ้าก็จริง แต่เบื้องล่างของเขายังมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันไว้ทั้งผืน แหม...ยัยดาราดังกระแดะทำเป็นมองผู้ชายนุ่งผ้าเช็ดตัวไม่ได้ ทีบุกไปตบแย่งผัวกับคนอื่นไม่ยักอาย

ร่างสูงใหญ่สืบเท้าเข้าหาคนที่ยังหลับหูหลับตากรี๊ดไม่หยุด เขาจับแขนเธอดึงมือออกจากดวงหน้า เธียรขวัญเปิดตาขึ้นมองแล้วเบิกกว้าง เพราะอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาเกือบชิด

แค่นี้ก็ทำเป็นทนมองไม่ได้ แล้วไอ้ที่วิ่งโร่ไปตบแย่งกันน่ะ ไม่เคยเห็นกันมากกว่านี้เหรอ?

อี๋! เอาหน้าอุบาทว์ๆ ของนายออกไปให้ห่างฉันเลยนะ เธอผลักใบหน้านั้นออกทั้งที่แขนยังโดนเขาจับ อมฤตคันไม้คันมืออยากสั่งสอนแม่คนกระแดะนี้จริงๆ เขาจึงดึงร่างแน่งน้อยเข้าหาตัว จนใบหน้าทั้งสองแทบชิดติดกัน สัมผัสลมหายใจอุ่นๆ รินรด

หน้าหล่อๆ อย่างนี้มันน่ารังเกียจตรงไหนเหอะแม่คุณ

ฉันบอกให้ออกไปไกลๆ ไม่ใช่ให้เข้ามาชิดดวงหน้าสวยเบือนหนี ดันอีกฝ่ายสุดชีวิต

พูดจาเพราะๆ หวานๆ สิ เป็นมั้ย? ไม่ใช่ดีแต่กรี๊ดเอาๆ แหกปากเป็นลำโพงแตกไปได้ แขนกำยำข้างหนึ่งลดลงรัดเอวบาง ดึงจนหน้าท้องทั้งสองติดกัน เธียรขวัญดิ้นขลุกขลัก

หน้าอย่างนายไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วยหรอก ปากเน่าก็เท่านั้น นิสัยถ่อยก็เท่านั้น ยอมเสวนาด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว

งั้นเชียว แหม...บุญท่วมหัวจริงๆ ขอบคุณนะที่ใจบุญสุญทานอุตส่าห์ลดตัวมาเสวนากับไอ้ปากเน่า ไอ้ถ่อยคนนี้ ลองพิสูจน์สักหน่อยมั้ยว่าปากมันเน่าจริงรึเปล่า?

กรี๊ด!”

เธียรขวัญหลับตากรีดร้องเมื่ออมฤตทำท่าจะก้มลงมาทำอย่างที่พูด แต่แล้วกลับรู้สึกว่าโดนผลักไหล่รุนไปทางหนึ่ง ลืมตาขึ้นดูจึงรู้ว่าตนเข้ามายืนอยู่ในห้องน้ำ ไอ้คนปากเน่าที่คิดจะทำทุเรศกับเธอยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตู

จะอาบน้ำไม่ใช่เรอะ รีบๆ อาบซะสิ พูดจบก็ดึงประตูปิด ปล่อยให้หญิงสาวยืนอึ้ง งุนงงกับอาการผีเข้าผีออกของเขา

คนหน้าประตูเป่าลมออกจากปากพรู มือยังเท้าสะเอว อีกข้างยกขึ้นลูบดวงหน้า เกือบไปแล้ว เกือบเคลิ้มไปกับเนินอึ๋มๆ ขาวๆ นั่นแล้ว แค่อยากจะแกล้ง ไม่ได้ตั้งใจลวนลามล่วงเกินเธอแม้แต่น้อย แต่แค่ลดสายตาลงต่ำ ก็เห็นผ้าเช็ดตัวและสาบเสื้อคลุมสีขาวแบะอ้าโชว์อยู่ ถึงไม่ตั้งใจมองก็เห็นว่าไอ้เนินรำไรนั่นมันขาวอวบนวลตาขนาดไหน ให้ตายสิ! ยัยบ้านั่นสวยชะมัด สวยทั้งข้างนอกข้างใน

เสียงน้ำไหลซ่ากระทบพื้น อมฤตถอนหายใจ มองประตูห้องน้ำอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนกลับไปชงกาแฟที่ใส่ส่วนผสมค้างไว้ เสร็จแล้วถือถ้วยกาแฟเดินเข้าห้อง

 

เธียรขวัญแต่งตัวเสร็จ อมฤตก็จัดสำรับมื้อเช้ารอพร้อมอยู่ในครัว

นั่งสิ ชายหนุ่มชวน อ้อ...จะกินกาแฟก็อยู่มุมนั้น ชงเอาตามสบาย แต่พวกชาพวกโอวัลตินไม่มีหรอกนะ ถ้าจะดื่มวันหลังค่อยบอกให้น้าช้วนแวะซื้อจากร้านค้าในหมู่บ้านมาก่อน ไว้เข้าเมืองแล้วจะซื้อมาให้

ไม่เป็นไร กาแฟก็ได้ เธอบอกพลางจัดการชงเครื่องดื่มของตัวเอง

คนนั่งโต๊ะลอบมองแผ่นหลังของเจ้าหล่อน เธอสวมเสื้อยืดสีชมพูอ่อนเข้ารูป เนื้อผ้าแนบไปกับแผ่นหลังแบบบาง เว้าตรงช่วงเอวแล้วลาดสู่สะโพกงอนงามซึ่งสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นจู๊ดจู๋รัดปลีขาขาวอวบ ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย ชักหวั่นใจว่าต้องอยู่ร่วมบ้านกับผู้หญิงหุ่นน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบนี้เป็นเดือน ตบะได้แตกขึ้นมาสักวัน ยัยบ้านี่ก็เห็นจะถนัดแต่งตัวยั่วกิเลสอยู่ไม่น้อยเลย

เธียรขวัญกดน้ำร้อนใส่ถ้วยกาแฟแล้วถือมานั่งบนเก้าอี้ตัวตรงข้าม อมฤตเสยกแก้วน้ำขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก

ฉันคิดว่าต่อไปนี้ เราควรมีกฎสำหรับการอยู่ร่วมกัน หญิงสาวเอ่ย พลางมองหน้าอีกฝ่าย

กฎอะไรของเธอ? คนถามกอดอก หรี่ตา

ก็กฎสำหรับการอยู่ร่วมกันไง...มีกฎไว้ แล้วเราก็ปฏิบัติตาม ชีวิตอีกหนึ่งเดือนต่อจากนี้ทั้งของนายและของฉันจะได้ราบรื่น

ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม

ไหนกฎของเธอมีอะไรบ้าง ลองว่ามาซิ?

ข้อแรก ห้ามนายนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินร่อนไปทั่วบ้านเหมือนเมื่อกี้นี้อีก

นี่เธอ ห้องน้ำมันไม่ได้อยู่ในห้องนอนนะ ไม่ให้ฉันนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาแล้วจะให้ทำไง เอาตู้เสื้อผ้ามาไว้ในห้องน้ำเลยดีมั้ย?

เธียรขวัญขึงตาใส่

อย่ามาประชด! นายหอบเสื้อผ้ามาใส่ได้ ที่ออกตั้งกว้าง ที่แขวนผ้าก็เยอะแยะ

ฉันไม่ใช่นางอายนี่นะ จะได้กระมิดกระเมี้ยนหอบเสื้อผ้ามาเป็นกระบุงทุกทีที่อาบน้ำ ฉันอยู่แบบนี้มาเป็นปีๆ จู่ๆ จะให้เปลี่ยน ยาก!... เข้าลงเสียงในคำท้าย และมองเธอยิ้มๆ

งั้นนายก็ต้องนุ่งผ้าเช็ดตัวให้เป็นที่เป็นทาง แค่ทางเดินระหว่างห้องนายกับห้องน้ำเท่านั้น อย่าเที่ยวนุ่งเดินเพ่นพ่าน ฉันไม่อยากดูหรอกนะไอ้หนังหนาๆ ผิวดำเป็นเหนี่ยงของนายน่ะ

กลัวเคลิ้มเหรอ? เขายื่นหน้ามาถาม เห็นเธียรขวัญถลึงตาก็หัวเราะ โอ.เค้. โอ.เค้....จะพยายามละกัน มีข้ออื่นอีกมั้ย?

มีสิ!” เสียงขึงกระแทกกระทั้น ห้ามมารบกวนฉันตอนเช้าอีก ไม่ว่าจะกี่โมงกี่ยาม ถ้าฉันยังไม่ตื่นก็ไม่ต้องสะเออะมาปลุก

เห็นจะไม่ได้ ชายหนุ่มปลดมือจากอกมาวางข้อศอกกับโต๊ะ เหตุผลคือ เราแต่งงานมาอยู่กันแบบผัวๆ เมียๆ ถึงจะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นก็เถอะ แต่คนอื่นเขาไม่ได้มารับรู้กับเราด้วยนะ อย่าลืม

แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วย?

ก็ฟังให้จบก่อนสิ อมฤตดุ แล้วอธิบายต่อ ตาช้วนมาส่งปิ่นโตทุกวัน บ้านคุณนายเขาทำกับข้าวตั้งแต่โน่น พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ พอสว่างก็เสร็จ ฉันต้องออกไปรับปิ่นโตทุกวันขณะที่คุณศรีภรรยายังนอนน้ำลายยืดอยู่ในห้อง เห็นจะไม่เหมาะ

เธียรขวัญถลึงตาใส่อีกรอบแล้วกล่าว

กะอีแค่รับปิ่นโตมันจะอะไรกันนักกันหนา

นั่นสิ กะอีแค่รับปิ่นโตมันจะอะไรกันนักกันหนา เขาอุตส่าห์ทำมาส่งให้ เธอก็ขยันลุกเช้าๆ มาคอยรับหน่อยไม่ได้รึไง? ตาขรึม ดุ มองมาเอาจริงเอาจังจนคนถูกมองรู้สึกผิดหน่อยๆ

ก็ได้ๆ” เธอตัดรำคาญ “ฉันตื่นมารับก็ได้ แต่นายไม่ต้องเสร่อมาปลุก ฉันลุกของฉันเองได้

ลุกได้ก็ดี แต่ถ้าถึงเวลาแล้วยังไม่ลุกฉันมีบริการปลุกให้ เขาบอกยิ้มๆ ยังมีกฎข้อไหนอีกมั้ย?

มี เมื่อคืนนายกลับมากี่โมงกี่ยาม?

แหม ๆ ๆ อีกฝ่ายเล่นเสียง มองหญิงสาวนัยน์ตาวิบวับ นี่ถ้าเราใช้ชีวิตแบบคู่ผัวตัวเมียกันจริงๆ ฉันคงต้องยกตำแหน่งแม่เมียนัมเบอร์วันให้เธอไปเลย เพิ่งแต่งกันไม่ทันไร แต่คำถามเด็ดขาดชะมัด เหมือนแต่งกันมาสักสิบปี

อย่ามาเล่นลิ้น

ชายหนุ่มยังอมยิ้มขณะบอก

ก็ ห้าทุ่มละมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้ดูเวลา เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกฎของเธอ หรือว่าจะตั้งกฎ ต้องเข้าบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก?

นายจะไปไหนกลับเวลาไหนฉันไม่อยากสนหรอกนะ แต่คุณป้าท่านบอกจะทำอาหารมาส่ง เขาก็จัดมาเผื่อนายด้วย นายเล่นหายหัวไปแบบนี้อาหารก็เหลือพะเรอ จะทิ้งให้หมากิน ไม่เห็นหมาสักตัว ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ได้ล่มจมเข้าสักวัน

แล้วจะให้ทำไง? เสียงถามอ่อนลง

ก็หัดบอกสิ จะไปไหน กลับมากินข้าวบ้านมั้ย ถ้าไม่มาจะได้โทร.ไปบอกทางโน้นไม่ต้องจัดเผื่อ

ครับกระผม ต่อไปกระผมจะรายงานครับคุณภรรยา ไม่เหลวไหลเหมือนเมื่อวานนี้อีก

คนฟังมองหน้าอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่ายามพูดง่ายเขาจะพูดง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

ยังมีข้อไหนอีก?

ไม่มีแล้ว

ดี งั้นมาว่าข้อของฉันบ้าง

ข้ออะไรของนาย? เธียรขวัญหรี่ตา

อ้าว เธอมีกฎของเธอ ฉันก็มีของฉันเหมือนกัน...ข้อแรก เธอต้องทำงานบ้านทุกอย่าง...ยกเว้นกับข้าว อันนี้รอดตัวไปเพราะทางโน้นรับทำไปแล้ว แต่ที่เธอต้องทำคือ เช็ดขี้ฝุ่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักเสื้อผ้า ล้างห้องน้ำ ดูแลต้นไม้รอบๆ บ้าน

จะบ้าเหรอ?!” เธียรขวัญแหวขึ้นทันควัน ไม่สนว่าเขาจะพูดจบหรือยัง

ไม่บ้าเลย อมฤตส่ายหน้าหวือ

ทำไมฉันต้องทำด้วย?

เอ๊า...ก็เธออยู่บ้านไง ไม่ให้เธอทำงานพวกนี้แล้วจะให้แมวที่ไหนทำ ฉันออกไปทำงานข้างนอก หาเงินเข้าบ้าน ส่วนเธอก็อยู่เฝ้าบ้านทำหน้าที่ดูแลเรื่องพวกนี้ไป แฟร์ๆ

แฟร์บ้านนายสิ!” เจ้าหล่อนเดือดดาล นายหาเงินก็เข้ากระเป๋านาย แล้วยังมาโมเมให้ฉันทำหน้าที่เป็นคนใช้ฟรีๆ อีก อย่ามาหัวหมอกับฉันนะ

คนหัวหมอจุ๊ปาก

เธอก็เป็นโรคขี้ระแวงไปได้ ฉันแค่จัดสรรหน้าที่ให้ลงตัว ฉันทำงานนอกบ้าน ส่วนเธอทำงานในบ้านก็แฟร์ดี ถือซะว่าทำงานแลกที่นอนแลกข้าวกิน หรือจะไม่ทำอะไรเลย จะนอนขึ้นอืดรอให้ครบเดือนรึไง? ชายหนุ่มอมยิ้มพรายมองหญิงสาว ฉันให้เธอฝึกงานเป็นแม่บ้านตั้งเดือนเชียวนะ แบบนี้หาได้ที่ไหน ครบเดือนก็ผ่านโปรฯ ไปรับเป็นแม่ศรีเรือนให้ใครรับรองไม่ขายหน้า

เธียรขวัญนั่งมองอีกฝ่าย อัดอั้นตันใจจนพูดอะไรไม่ออก อมฤตยังยิ้มเรื่อยในตอนที่เริ่มกล่าว

ข้อสอง...

หญิงสาวเกร็งตัวขึ้นทันที คนสังเกตท่าทีอยู่แล้วเลยอมยิ้ม

ไม่มีแล้วล่ะ มีข้อเดียว...เอาเป็นว่าตามนี้ ฉันทำงานนอกบ้าน เธอทำงานในบ้าน บ้านหลังเล็กนิดเดียวทำเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ซักผ้าก็ไม่ยุ่งยากหรอก ข้างหลังมีเครื่องซักผ้าอยู่ โยนใส่ปล่อยให้มันปั่นอัตโนมัติสักชั่วโมงก็ไปเอาขึ้นตากได้ เห็นมั้ยง่ายจะตาย ชายหนุ่มปลอบอย่างเอาใจ กินข้าวกันเถอะ เย็นหมดแล้ว

ว่าแล้วก็จับช้อนจับส้อม ตักกับข้าวใส่จาน แล้วตักเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ดูเจริญอาหารเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่เธียรขวัญกรอกตา ยกกาแฟขึ้นซด ความอุ่นร้อนหมดไปเหลือแต่ความเย็นชืด เธอกลืนกาแฟเหมือนจะร้องไห้ ไม่รู้ว่าเพราะรสชาติกาแฟเหลือทน หรือเพราะต้องทนร่วมบ้านกับผู้ชายคนนี้กันแน่!

 

เสร็จสิ้นจากมื้อเช้าเธียรขวัญเริ่มหน้าที่ แม่บ้านด้วยการเก็บจานชามล้าง ยังดีที่อมฤตมีแก่ใจช่วยเก็บอาหารเหลือเข้าตู้ กวาดเศษอาหารทิ้ง

เห็นว่ามือใหม่หรอกนะ ถึงช่วย เขากล่าวขณะเบียดตัวมาล้างมือในซิงก์ล้างจาน เช็ดมือกับผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ใกล้ๆ เธียรขวัญปรายตามองแล้วบิดปาก ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเงียบๆ

ครั้นเธอล้างจานเสร็จและออกจากครัว อมฤตซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาในส่วนนั่งเล่นกวักมือเรียก

นายยังไม่ไปทำงานหาเงินเข้าบ้านอีกเหรอ? หญิงสาวเปรยถาม

เธอล่ะก็ ชายหนุ่มหัวเราะขลุกขลัก ไยจะไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนประชด เอ้า นี่

มือใหญ่แข็งแรงยื่นพวงกุญแจส่งมาให้

กุญแจบ้านทั้งหมด ทั้งประตูหน้า ประตูหลัง ห้องเก็บของ ประตูรั้วก็มี แต่ปกติไม่ค่อยใส่หรอก รั้วด้านหน้าแค่ปิดไว้เฉยๆ อ้อ ยกเว้นประตูห้องฉัน ไม่มีอยู่ในพวงนี้หรอกนะ

เธียรขวัญทำเสียง ฮึ! ก่อนกล่าว

กุญแจห้องนายฉันจะเอาไปทำอะไรได้ อย่างดีก็เอาไปทำคุณไสยให้เจ้าของห้องนอนตกเตียงคอหักตายภายในสามวันเจ็ดวันเท่านั้น

อมฤตหัวเราะ ลุกจากโซฟายื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ

ฉันเป็นผีจะมาหลอกเธอ ...เอาล่ะ ฉันไปปลูกผักปลูกหญ้าเลี้ยงเมียก่อนแล้ว เที่ยงนี้ไม่กลับนะ จะกลับมากินมื้อเย็นทีเดียว อยากได้หญ้ามาขึ้นโต๊ะหรือเปล่า จะตัดมาให้

อ๊าย! ไอ้บ้า นายสิกินหญ้า!” เธียรขวัญง้างมือจะตะกุยหน้าของอีกฝ่าย แต่เจ้าตัวแผล็วออกประตูไปได้ทัน ทิ้งเสียงหัวเราะขบขันให้เธอฮึดฮัดอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นเอง

 

บ่ายวันนั้นเธียรขวัญลุกนั่งจนเบื่อก็ไปคุ้ยหาหนังสือในตู้ตรงมุมห้องเพื่ออ่านเล่น เจอแต่ตำราการเกษตร ดวงหน้าสวยจึงบิดเบ้

กะอีแค่ปลูกผักปลูกหญ้าถึงกับต้องอ่านตำรับตำราเลยหรือยะ

เธอรวบตำราเหล่านั้นยัดคืนเข้าชั้น เดินมาทิ้งตัวนอนซังกะตายบนโซฟาที่เดิม

ฉันต้องทนอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย?

เสียงรถมาจอดนอกรั้ว เรียกคนนอนรำพึงรำพันผงกหัวขึ้นมองผ่านช่องหน้าต่างกระจกที่เลื่อนเปิดรับลมไว้ครึ่งๆ

พี่มืด... รอยยิ้มแต้มเรียวปาก รีบผุดลุกทันทีทันใด ตรงดิ่งออกไปยังรั้วบ้าน

อาเทียนขา น้อยหน่าโบกมือหยอยๆ มาจากในรถ เธียรขวัญโบกตอบ รอจนมืดเคลื่อนรถผ่านไปแล้วจึงเลื่อนประตูปิด วิ่งตามเข้ามา

น้อยหน่าเปิดประตูลงจากรถโผเข้าอ้อมกอดของอาสาว

น้อยหน่าคิดถึงอาเทียนที่สุดเลย

เหรอคะ...อาเทียนก็คิดถึงน้อยหน่าที่สุดเหมือนกัน เธอย่นจมูกจนชิดจมูกเล็กกระจิริดของเด็กหญิง แล้วส่ายไปมา ไหน จุ๊บหน่อย

ยัยหนูจุ๊บแก้มของอา ก่อนยื่นแก้มตนเองให้จุ๊บบ้าง

เป็นไงมั่งคุณเทียน? มืดเดินยิ้มอ้อมรถมาหา...หญิงสาวยิ้มจืด

ก็ดีค่ะ

แต่สีหน้าคุณเทียนไม่ค่อยดีนะ คุณริตรังแกอะไรรึเปล่า? คำถามกังวลชัดเจน

เปล่าหรอก เทียนแค่เบื่อๆ อยู่บ้านไม่มีอะไรทำ...แล้วนี่พี่มืดไหงมานี่ได้คะ?

คุณยายน่ะสิ ให้พี่มาดูว่าคุณเทียนมาอยู่นี่เป็นไงบ้าง ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า?

เธียรขวัญยิ้ม อุ้มน้อยหน่าเดินเคียงมืดเข้าไปในบ้าน

ไม่หรอกค่ะ ที่นี่มีพร้อม สะดวกสบายทุกอย่าง

ดีแล้ว คุณยายจะได้สบายใจ เร่งให้พี่มาตั้งแต่กลางวัน แต่ต้องไปส่งผักก่อน เลยได้มาตอนบ่ายนี่แหละ ยัยน้อยหน่าก็เหมือนกัน บ่นคิดถึงอาเทียนตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้พอบอกจะมาหารีบวิ่งปรู๊ดขึ้นรถทันที

เธียรขวัญหัวเราะเบาๆ หันมาถามเด็กหญิง

เหรอคะน้อยหน่า?

ค่ะ ยัยหนูผงกหัวหงึก กอดคอคนเป็นอา

เธียรขวัญปล่อยหลานลงบนโซฟาแล้วเดินเข้าครัว กลับออกมามีทั้งน้ำทั้งขนมมาเลี้ยง

ไม่ต้องลำบากก็ได้คุณเทียน

ไม่หรอกค่ะ หญิงสาววางจานขนมพลางทรุดนั่งลงข้างน้อยหน่า แล้วนี่ทำไมไม่ชวนพี่นุชมาด้วย?

นุชอยู่ช่วยแม่ทำครัวน่ะ เมื่อกี้ก่อนมาเห็นลงครัวกันแล้ว...คุณเทียนล่ะ มาอยู่นี่ทำกินกันยังไง?

บ้านคุณนายส่งปิ่นโตมาให้

จะไหวเหรอ ให้เขาส่งยังงั้น นานๆ ไปเขาจะว่าเอาได้

เธียรขวัญยิ้มเจื่อน

ก็แค่ช่วงแรกน่ะค่ะ เธอไม่บอกต่อหรอกว่า หลังจากนั้นเธอกับหลานคุณนายก็ทางใครทางมัน เขาส่งปิ่นโตให้เธอได้ไม่เกินเดือนหรอก

เอางี้สิคุณเทียน ว่างๆ ก็ไปหัดทำกับข้าวกับแม่ ได้ความรู้ด้วย แก้เบื่อด้วย

ก็ดีเหมือนกันนะคะ เธอตอบมืดพลางช่วยเลื่อนจานขนมให้หลานที่ยื่นมือมาหยิบ แต่ต้องดูอีกที อยู่นี่เทียนต้องทำงานบ้านด้วย

ดวงหน้างามบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อคิดถึงบทสนทนาบนโต๊ะอาหารเมื่อช่วงเช้า และหน้าที่ที่เขายัดเยียดให้ แต่คนฟังกลับหัวเราะ

อยากเห็นตอนคุณเทียนทำงานบ้านจริงๆ เชียว

แหม...พี่มืด เธียรขวัญกระเง้า มืดยิ่งหัวเราะขำไปใหญ่ ไม่บ่อยที่จะเห็นเธียรขวัญทำตัวเป็นนางแสนงอน

ขบขำอยู่ครู่เดียวมืดก็เปลี่ยนเรื่องคุย

อาทิตย์หน้าที่บ้านจะสูบน้ำจับปลาในบ่อหลังบ้าน คุณเทียนอย่าลืมแวะไปนะ

อ้าว จะจับแล้วหรือคะ? นึกว่าจะปล่อยไว้อย่างนั้น

ตอนแรกก็ว่าจะปล่อย แต่ไหงไม่รู้ คุณยายใช้ให้พี่หาเครื่องมาสูบน้ำ สงสัยอยากล้างบ่อด้วยมั้ง จอกแหนมันเต็มไปหมด

แล้วได้เครื่องแล้วหรือคะ?

ก็เครื่องคุณริตนั่นแหละ ของเขาอะไรก็พร้อม นี่ยืมเครื่องแล้วยังต้องขอแรงอีก ที่นั่นคนเยอะ หนุ่มๆ แรงดีกันทั้งนั้น วันก่อนพี่ผ่านไปทางแปลงผักเขาเห็นทำโรงอะไรกันวุ่นวายไม่รู้ แวะคุย เลยรู้ว่าจะปลูกเห็ด ขยันกันจริงๆ

เธียรขวัญไม่ออกความคิดเห็น เธอไม่ค่อยรู้เรื่องของอีตาบ้านั่นนักหรอก และไม่คิดจะสนใจด้วย

มืดขอตัวกลับในตอนเย็น เธียรขวัญจูงมือน้อยหน่าไปส่งที่รถแล้วเดินล่วงหน้าไปเปิดประตูรั้ว เมื่อมืดขับมาถึงน้อยหน่าก็โผล่ศีรษะมาทางหน้าต่าง บอกกับผู้เป็นอา

วันหลังน้อยหน่ามาอีกนะคะ

ค่า น้อยหน่าชวนพ่อมาหาอาเทียนบ่อยๆ นะ

ค่ะ น้อยหน่าจะชวนพ่อ ชวนแม่ ชวนย่า ชวนคุณทวด ชวนมาครบทุกคนเลย

ค่า... เธียรขวัญยิ้มกว้าง

อาทิตย์หน้าอย่าลืมแวะไปนะคุณเทียน มืดส่งเสียงมาจากที่นั่งคนขับ ไปกับคุณริตก็ได้ รายนั้นต้องไปอยู่แล้ว หรือจะให้พี่มารับก็โทร.บอก

ค่ะ แล้วเทียนจะโทร.หาพี่มืดอีกที

เธียรขวัญโบกมือบ๊ายบายขณะมืดออกรถ น้อยหน่าโบกตอบหยอยๆ

หญิงสาวปิดประตูรั้วเดินกลับเข้าบ้าน เย็นแล้วน่าจะได้เวลาหุงข้าว โชคดีที่มาอยู่บ้านย่าสองเดือนกว่าเธอได้เข้าครัวเป็นลูกมือให้ป้าแดงมาก่อน แม้ไม่บ่อย แต่อย่างน้อยก็หุงข้าวเป็น

 

ย่ำสนธยารถกระบะเก่าคร่ำไม่คุ้นตาเข้ามาจอดลงที่หน้ารั้ว เธียรขวัญชะเง้อมองจากช่องหน้าต่างห้องครัวแล้วขมวดคิ้ว ละมือจากงานรีบดิ่งมายังหน้าบ้าน ออกนอกประตูมาได้รถกระบะคันนั้นก็ขับเข้ามาในเขตบ้านแล้ว ครั้นเห็นคนขับเปิดประตูยิ้มกริ่มลงจากรถเธอก็ชักสีหน้า

โอ้โฮ! ทำหน้าที่เมียได้เด็ดขาดไปเลย แค่รถผัวเข้าบ้านมาปุ๊บก็วิ่งออกมารับปั๊บ เห็นแวบแรกนึกว่าฝันไปซะอีก

ถ้ารู้ว่าเป็นนายฉันไม่ออกมาให้เมื่อยหรอก เธียรขวัญสะบัดหน้ากลับเข้าบ้านดังเดิม อีกคนเดินตามพลางแกล้งยั่ว

อ้าว แล้วคิดว่าใคร? อย่าบอกนะว่าเข้าหอแค่วันเดียวแอบนัดชู้มาหาแล้ว

ไอ้บ้า!” คนเดินนำหันมาแหว คนเดินตามหลังไม่ทันตั้งตัวจึงชนเข้าให้ แขนใหญ่กำยำรัดรอบเอวหญิงสาวตามสัญชาตญาณ แต่เธียรขวัญรีบผลักออกสุดแรง ออกไปไกลๆ ฉันเลยไอ้ตัวน่ารังเกียจ

หึ! ไอ้ตัวน่ารังเกียจ ใครกันแน่ตัวน่ารังเกียจ คิดว่าอยากเข้าใกล้รึไง? ว่าแล้วก็เดินผ่านเลยไปเหมือนไม่อยากเสวนาด้วยอีก

อมฤตเดินเข้าห้องน้ำ ส่วนเธียรขวัญเข้าครัว เมื่อเขาออกมาอาหารในเถาปิ่นโตก็จัดใส่จานเรียบร้อยแล้ว เธียรขวัญกำลังคดข้าว ชายหนุ่มยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเธอไม่สนใจเขาก็ออกมาข้างนอก แต่ไม่ได้ไปไหนไกลเลย กลับมานอนพิงหัวเตียงอยู่ในห้องนอนนั่นเอง จนครู่ใหญ่ๆ ผ่านไปก็มองประตูสลับกับเข็มนาฬิกา เห็นอยู่ว่าเมื่อกี้เธอจัดโต๊ะเสร็จแล้ว แล้วยังทำอะไรอยู่อีกถึงไม่มาตามเขาไปกินข้าวสักที อดรนทนไม่ไหวชายหนุ่มก็ดีดตัวลุก

เขาเดินเข้าครัวและพบว่าเธียรขวัญกำลังนั่งทานข้าวอย่างสบายใจเฉิบ

นี่แม่คุณ ไม่คิดจะชวนกันเลยเหรอ? ชายหนุ่มเดินกระแทกเท้าเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

นึกว่าไม่หิว

มีพุงมีกระเพาะเหมือนกันนะ คนพูดส่ายหน้า เธอนี่ไม่ไหว ไม่สมกับตำแหน่งแม่บ้านเล้ย

อีกฝ่ายชะงักช้อน

จะกินมั้ยข้าวน่ะ? หรืออยากกินข้าวคลุกเลือดในปาก

แค่เท่านั้นอมฤตก็ก้มหน้าก้มตารับประทานไปเงียบๆ ได้เหมือนกัน แต่ยังไม่วายชำเลืองตาขึ้นมอง บ่นพึมพำคนเดียวว่า

ดุอย่างกับแม่หมา!”

 



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #10 berrybobie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 12:49
    น่ารัก
    #10
    0