เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 11 : 10 :: เรือนหอ...ต่อจากนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

ตอนที่ ๑๐ เรือนหอ...ต่อจากนี้

 

บรรยากาศของยามเช้าสงบรื่น หยาดน้ำค้างแต้มยอดหญ้าเป็นประกายแพรวพราวพร่างพรมไปทั่ว สายลมโบกโบยเป็นระลอกริ้ว มอเตอร์ไซค์คันเก่าเคลื่อนมาจอดห่างจากปากทางเข้าบ้านพอสมควร ชายหนุ่มสวมชุดนอนลายทางสีอ่อนลงจากรถตัดเข้าพงรก คนข้างหลังส่งเสียงมาว่า

เดินดีๆ นะพี่ ระวังจะโดนงูฉกนอนหน้าเขียวอยู่ในพงหญ้า ไม่มีใครมาดูใจไม่รู้ด้วย

ชายหนุ่มหันไปตีหน้ายุ่ง โบกมือไล่

กลับไปได้แล้วไป๊ ขอบใจมากที่มาส่ง

ไม่เป็นไรครับลูกพี่ รีบกลับไปดูพี่สะใภ้ผมเถอะ ป่านนี้นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วมั้ง มีอย่างหรือ เจ้าบ่าวปีนหน้าต่างหนีหอ เผลอๆ จะกลับไปเจอเธอใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายลิ้นจุกปากคาขื่อไปแล้วก็ได้ ไหลหัวเราะร่วน แล้วพาจักรยานยนต์เลี้ยวกลับทางเก่า

อมฤตฝ่าพงหญ้าอ้อมไปทางหลังเรือน เดินไม่ทันเหงื่อตกก็ถึง ลานกว้างที่ใช้จัดงานเลี้ยงเมื่อคืนมีรถหกล้อมาจอดใกล้แถวต้นโมก กลุ่มคนงานกำลังเคลียร์โต๊ะเต็นท์ คำนวณเวลาน่าจะราวๆ หกโมงเช้า ในบ้านคงตื่นกันหมดล่ะ แว่วเสียงคุณนายนวลนุชยืนบัญชาการอยู่หน้าบันได คนแอบซุ่มอยู่ข้างเรือนใจชื้น อ้อมจะไปขึ้นประตูหลัง แต่ไม่ทันถึง ก็ยินเสียงแม่อ่อนร้องเรียกคุณนาย อีกฝ่ายขานตอบพลางกลับขึ้นเรือนเหมือนเดินขนานมากับเขา ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า ปาดเหงื่อ คิดไม่ตกว่าจะเข้าไปอีท่าไหนคุณนายจึงจะไม่เห็น ครั้นแล้วก็รีบดิ่งไปขึ้นบันไดหน้า ผ่านโถงกลางกำลังตรงไปยังประตูห้อง พลันได้ยินเสียงทักมาเสียก่อนว่า

อ้าว ริต ตื่นนานแล้วเหรอ?

เจ้าของชื่อชะงัก หันมายิ้มเรี่ย

ครับ

แล้วออกไปไหนมาล่ะนั่น?

เดินดูแถวนี้แหละครับ เขาตอบเสียงค่อย

จริงๆ เลยนะเรา ห่วงออกไปดูเขาเก็บของกันละสิ ขากางเกงถึงได้ชุ่มน้ำค้างมาอย่างนั้น

ชายหนุ่มยิ้มจืดเมื่อก้มลงดูปลายเท้า

เพิ่งแต่งงานแท้ๆ ไม่น่าจะรีบตื่น เรื่องอื่นๆ เดี๋ยวป้าจัดการให้ นี่พวกให้เช่าเต็นท์ก็เพิ่งส่งรถมาเก็บของ ยังเก็บกันอยู่เลยนั่น

ครับ

แล้วหนูเทียนล่ะ?

เอ่อ...ยังอยู่ในห้องมั้งครับ อมฤตยกมือลูบต้นคอ พยายามมองโน่นมองนี่ แต่ไม่มองคุณนาย ขอตัวก่อนนะครับ จะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดสักหน่อย

ไปเถอะ แล้วเดี๋ยวรอออกมาพร้อมหนูเทียนนะ น้องจะได้ไม่เขินว่าแปลกที่

ครับ

ประตูห้องนอนติดล็อก อมฤตจึงเคาะเรียกคนข้างใน โชคดีที่คุณนายออกไปหน้าบ้านแล้ว ไม่งั้นคงได้มีเรื่องถามตอบกันอีก เธียรขวัญมาเปิดครั้นเห็นใครยืนอยู่หน้าห้องก็ชักสีหน้าบึ้งตึง

เมียที่ดี เห็นหน้าผัวเขาต้องยิ้มรับ ชายหนุ่มว่าลอยๆ เดินลอยชายเข้าไปข้างใน เธียรขวัญกำมือ กัดฟัน ก่อนถอนหายใจพรืด

ถ้าคิดจะเห่า กลับไปยืนเห่าที่หน้าบันไดให้เสร็จแล้วค่อยเข้ามา เธอชี้นิ้วตรงดิ่งไปยังบันไดบ้าน อมฤตหันมาเท้าสะเอว

นี่แม่คุณ ที่ยืนหัวโด่อยู่นี่ พระสวามีเธอนะ ไม่ใช่ไอ้ด่าง

อ๋อ...เหรอ เห็นอ้าปากปุ๊บก็เห่าปั๊บ นึกว่าคุณนายเลี้ยงหมาไว้ด้วย แล้วไอ้พระสวามงสวามีสั่วๆ ของนายนั่นน่ะ จะเอาไปใช้ที่โรงลิเกไหนก็ไป อย่ามาใช้กับฉัน ทุเรศ!”

ดูดีออกทำไมไม่ชอบ หรือชอบให้ใช้ว่าผัว อ้อ...คงชินสินะ ผัว มันฟังคุ้นหูกว่าเป็นไหนๆ ลืมไปว่าเมื่อก่อนเธอชอบไปห้อยโหนตามกิ่งต้นไม้ แล้วร้อง อมฤตยื่นหน้ามาใกล้ในตอนที่รัวเสียง ผัว ๆ ๆ ๆ

อ๊าย! ไอ้บ้า ฉันจะฆ่านาย!” เธียรขวัญกระโจนเข้าใส่ อีกฝ่ายตั้งรับทัน แทนที่จะโดนมือกระหน่ำฟาดหัวเขาจึงรวบข้อมือเธอไว้ได้ข้างหนึ่ง อีกมือพยายามยื้อยุด เธียรขวัญเองก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งขา เข่า ศอก ดึงออกมาใช้ทุกอย่าง

ยัยบ้า อาการกำเริบรึไง?!”

นายสิกำเริบ ไอ้ผู้ชายปากเปราะ วันนี้ฉันต้องเอาเลือดหัวนายออกให้ได้

โอ้ย! นี่ ปล่อยนะ

ไม่ปล่อย! ให้มันหลุดมาทั้งหนังหัวนี่แหละ

เสียงเอ็ดตะโรสลับกันไปมา ลืมนึกไปว่าประตูห้องยังเปิดอ้าอยู่ มือที่ปลอดพันธนาการของเธียรขวัญดึงทึ้งผมของเขา เข่าเธอก็ทำหน้าที่ได้เด็ดขาด ชายหนุ่มรับทั้งศึกบนศึกล่าง ที่สุดต้องปล่อยข้อมือเล็กเพื่อรวบเอวดึงเธอมากอดไม่ให้ยกเข่าตีเขาได้ เธียรขวัญฉวยโอกาสนั้นตะกุยหน้า เสียงจากที่ประตูอุทานขึ้นว่า

ตาริต หนูเทียน! ทำอะไรกันลูก?!”

คุณนายยืนยกมือทาบอก ตาเบิกกว้าง ปากเพยอ แม้ไม่กว้างแต่ก็รู้ว่านางกำลังตกใจ

เอ่อ... / คือ... สองเสียงอ้ำอึ้ง อมฤตลดมือลงตระกองกอดเธียรขวัญ หญิงสาวเองก็ปล่อยมือจากเรือนผมของเขามาวางแหมะบนบ่ากว้าง

คือเรา...หยอกกันนิดหน่อยน่ะป้า หนูเทียนของป้าสิ งอแง ตื่นขึ้นมาไม่เห็นผมอยู่ในห้องก็งอน เลยต้องปลอบ ใช่มั้ยจ๊ะเทียนจ๋า? ชายหนุ่มก้มลงขอคำยืนยันจาก เทียนจ๋าพลางลูบหลังเบาๆ

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างพยายามยิ้มทั้งที่กัดฟัน พยักหน้าสองทีแล้วหันไปยิ้มให้คุณนาย

ค่ะ คุณป้า

แต่เมื่อกี้ป้าเห็นเหมือนจะตีกันนะ

ใครว่าล่ะครับ หยอกกันเล่นต่างหาก ตามประสาข้าวใหม่ปลามัน เนอะเทียนเนอะ เขาขอคำยืนยันมาอีก โยกเธอเบาๆ ราวกับโอ๋ เธียรขวัญพยักหน้ารับหงึกๆ

ไม่มีอะไรกันก็ดีแล้ว คุณนายกล่าวในที่สุด แม้ยังติดใจ งั้นป้าขอตัวล่ะนะ เราจะได้อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกมาทานของเช้ากัน

ค่ะ / ครับ

ครั้นหญิงสูงวัยหันหลังทั้งคู่ก็แทบกระโดดออกจากกัน เธียรขวัญรีบดิ่งไปปิดประตู ก่อนหันมาเท้าสะเอว

นายมันไอ้ตัวกะล่อนที่สุดในโลกเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย ให้ตายสิ!”

เป็นสาวเป็นนางใครเขาให้สบถ

ใครจะไปสน!”

อมฤตกัดริมฝีปาก ทำเสียง ฮึ! แล้วยักไหล่เลี่ยงไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูออกมาแล้วออกจากห้องไป

 

ส่วนรับประทานอาหารของบ้านเป็นพื้นที่ระหว่างส่วนครัวกับตัวบ้าน หน้าต่างเปิดกว้างตลอดแนว ด้านหลังเป็นประตูเปิดโล่ง พื้นที่นั้นจึงสว่างด้วยแสงธรรมชาติ และชมวิวทิวทัศน์เบื้องนอกได้เกือบทั่ว

คุณนายนวลนุชคอยอยู่แล้วเมื่อหนุ่มสาวเข้ามา นางเลื่อนถ้วยกาแฟให้หลานชายก่อนส่งถ้วยโอวัลตินมายังหลานสะใภ้ เสร็จแล้วเลื่อนจานขนมตามมาอีกที

ข้างนอกมีปาท่องโก๋ แม่อ่อนกำลังไปเอามาให้ รอเดี๋ยวนะริตนางบอกพลางทรุดนั่งบนเก้าอี้ข้างเธียรขวัญ หนูเทียนชอบกินปาท่องโก๋มั้ย?

พอทานได้ค่ะ

ของชอบของรายนั้นเขาล่ะ คุณนายพยักพเยิดไปทางหลานชาย ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ถ้าเช้าไหนมาดื่มกาแฟด้วย ต้องหาเตรียมไว้ให้ เมื่อเช้าก็มัวแต่วุ่นๆ ซื้อมาเลี้ยงพวกข้างนอกแล้วไม่ได้แบ่งมาเก็บไว้

แม่อ่อนนำจานปาท่องโก๋มาวางแล้วปลีกตัวออกไป อมฤตหยิบมาฉีกใส่ปากทั้งขา เธียรขวัญนั่งอยู่ตรงข้าม ทำปากขมุบขมิบ อีกฝ่ายเห็นเข้าก็อมยิ้ม เท้าข้อศอกลงกับโต๊ะ ส่งปาท่องโก๋อีกขาเข้าปากดั่งจะยั่ว แกล้งเคี้ยวช้าๆ แล้วยกกาแฟขึ้นซด พอหยิบตัวใหม่ได้ก็ยัดเข้าปากไปทั้งตัว ได้ยินเสียงคุณนายเอ็ดอึง

ไฮ้! ตาริต ทำไมปากกว้างอย่างงั้น?

อมฤตสำลักจนปาท่องโก๋ติดคอ รีบยกกาแฟขึ้นซดแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น เพราะในปากยังมีปาท่องโก๋เต็มกระพุ้งแก้ม ชายหนุ่มไอจนหน้าแดง เธียรขวัญลอบหัวเราะสะใจ

คุณนายนวลนุชรินน้ำชาใส่ถ้วยกาแฟให้หลาน

เป็นไงล่ะ ตะกละจนได้เรื่อง ทำยังกับเด็กกลัวโดนแย่ง ค่อยๆ กินก็ได้ไม่มีใครเขาแย่งหรอก

อมฤตซดน้ำชาไม่พูดไม่จา แต่แอบชำเลืองมองผู้ร่วมโต๊ะอีกคนตาขวาง

แล้วนี่จะกลับบ้านกันตอนไหน? คุณนายถามหลังชายหนุ่มอาการดีขึ้น

คงเป็นบ่ายๆ แหละครับป้า ว่าจะอยู่ช่วยเคลียร์ของให้เสร็จก่อน

อืม... นางพยักหน้า สักครู่จึงหันไปทางหลานสะใภ้ หนูเทียนทำกับข้าวได้มั้ยลูก?

เอ่อ... เธียรขวัญยิ้มแหย ไม่ได้ค่ะ

ไม่เป็นไร หัดๆ ไปเดี๋ยวก็เป็น แรกๆ นี่ให้แม่อ่อนทำเผื่อจากที่นี่ไปก่อนเป็นไง ใส่ปิ่นโตให้ตาช้วนไปส่ง วันละสักสองรอบ เช้า-เย็นดีมั้ย? มื้อเช้าก็ทำเผื่อมื้อกลางวันไปด้วย จะทานค่อยอุ่นเอา

ค่ะ เธียรขวัญตอบรับ แต่อีกคนโพล่งขึ้นมาว่า

คอยส่งปิ่นโตกันแบบนั้นแล้วเมื่อไหร่เมียผมจะทำกับข้าวเป็นล่ะครับ ไม่ต้องลำบากให้ใครไปส่งหรอก ให้เทียนเขาหัดทำตั้งแต่แรกๆ นี่แหละจะได้เป็นไวๆ

หญิงสาวถลึงตาใส่คนพูด ครั้นคุณนายหันมาเธอก็รีบยกมุมปากเป็นรอยยิ้ม

หนูเทียนว่าไงจ๊ะ?

ให้ทางนี้ทำไปส่งก่อนก็ดีค่ะ ขืนทำแล้วทานไม่ได้จะยุ่งเปล่าๆ

อมฤตหัวเราะ

รู้ตัวด้วยเหรอว่าทำแล้วกินไม่ลง

ฉันรู้ความสามารถของตัวเองดีหรอก เธียรขวัญชักสีหน้า คนอย่างเธออะไรที่ทำได้ก็บอกว่าทำได้ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ ที่สำคัญ อยู่กันแค่เดือนเดียว แล้วมันเรื่องอะไรเธอถึงต้องไปเป็นแม่ครัวให้อีตาบ้านั่นด้วย

ริตก็สอนน้องสิ เราทำกับข้าวออกเก่ง คุณนายแนะ

ผัวสอนเมียทำกับข้าว เจริญล่ะป้า อมฤตกลั้วหัวเราะ

เจริญสิยะ!” คุณนายกระแทกเสียง นานๆ ทีหรอกนางถึงจะนึกหมั่นไส้พ่อหลานชาย อยากฟาดแขนสักเปรี๊ยะ ผัวเมียช่วยกันทำกิน ทำไมจะไม่เจริญ

ขะรับ เจริญก็เจริญขะรับ อมฤตเสียงอ่อย คุณนายเป็นพวก สตรีนิยมมาแต่ไหนแต่ไร เพราะฉะนั้นคำพูดไหนที่เข้าข่ายกดขี่ทางเพศ คุณนายมัก พื้นเสีย เสมอ แต่ผมไม่ค่อยได้อยู่บ้านป้าก็รู้ จะเอาเวลาที่ไหนไปสอน ปกติทำกินเองเมื่อไหร่ ถ้าไม่กินที่แปลงผักก็มากินนี่

งั้นก็เอาอย่างที่คุยกันแต่แรก ป้าจะได้สั่งแม่อ่อนไว้ จะให้ไปส่งเย็นนี้เลยหรือว่าไง?...อยู่ทานข้าวเย็นให้เสร็จก่อนไม่ดีรึ แล้วค่อยไป

ป้าบอกว่าบ่ายนี้เป็นฤกษ์ดีนี่ครับ กลับเย็นเดี๋ยวจะเสียฤกษ์เปล่าๆ

นั่นสิ คุณนายรำพึง สีหน้าครุ่นคิด อมฤตลอบยิ้ม จะทำอะไร ไปไหน เรื่องฤกษ์ผานาทีถ้าไม่จำเป็น คุณนายเห็นจะไม่ยอมเสีย

เอาเถอะ พาหนูเทียนเข้าบ้านตั้งแต่ตอนบ่ายนั่นแหละ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นป้าจะให้นายช้วนไปส่งปิ่นโต...ออกเรือนทั้งทีก็อย่าให้เสียฤกษ์เลยนะหนูเทียนนะ ชีวิตคู่จะได้ราบรื่น

เธียรขวัญยิ้มเจื่อน

 

บ่ายวันนั้นบริเวณหน้าเรือนได้รับการเคลียร์พื้นที่จนแล้วเสร็จ เหมือนว่าเมื่อวานไม่เคยมีงานเลี้ยงเกิดขึ้น ทั้งขวดเหล้า ขวดโซดา ขวดน้ำ เศษทิชชู หรือแม้แต่ก้นบุหรี่ก็แทบไม่มีเหลือ ข้าวของที่ติดต่อมาใช้ในงานส่งคืนเกือบทั้งหมด เหลือเพียงบางส่วนที่หยิบยืมมาจากบ้านใกล้เรือนเคียง กับเคลียร์บัญชีค่าใช้จ่าย ซึ่งคุณนายนวลนุชรับเป็นธุระจัดการ

เธียรขวัญหิ้วกระเป๋าเดินลงบันไดมา อมฤตนำกระบะสมาร์ทแค็บมาจอดเทียบรออยู่แล้ว เขาเข้ามารับกระเป๋าของเธอพลางถาม

สมบัติเธอมีแค่นี้เหรอ?

เธียรขวัญมองหน้าแล้วเมิน เดินเลยผ่านไป ปล่อยให้อีกฝ่ายหิ้วกระเป๋าตาม ทว่ายังได้ยินคำพูดของเขา

ขนไปแค่นี้ก็ดีเหมือนกัน เวลาขนกลับจะได้ไม่ลำบาก

หญิงสาวหันมามองด้วยดวงตาขุ่น แต่ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้ เธอจึงเปิดประตูขึ้นนั่งบนรถแล้วกระแทกปิดปังใหญ่ ซุกหน้าเข้ากับฝ่ามือ ไม่อยากคิดถึงอนาคตอีกหนึ่งเดือนต่อจากนี้เลย มันคงบัดซบสิ้นดี นี่ยังไม่ทันย่างเท้าเข้าเรือนหอด้วยซ้ำ เจ้าบ่าวก็คิดไปถึงวันที่เธอจะขนสมบัติกลับเสียแล้ว

อมฤตเปิดแค็บฝั่งคนขับวางกระเป๋าเสร็จก็เดินไปหาคุณนายซึ่งกำลังลงบันไดมา เธียรขวัญเปิดประตูลงมาสมทบ

ออกเรือนกันแล้วนะลูก เป็นผู้ใหญ่สร้างครอบครัวของตัวเองแล้ว จะทำอะไรก็คิดให้ถี่ถ้วน

ครับ / ค่ะเสียงหนึ่งราบเรียบ อีกเสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน

นางยกมือขึ้นลูบไหล่หลานชายข้างหนึ่ง ลูบไหล่หลานสะใภ้อีกข้าง แล้วจับมือทั้งสองมากุมกันไว้

อยู่ดีมีสุขนะลูกนะ นางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แต่ปลายเสียงสั่นนิดๆ หน่วยตาแวววาวด้วยหยาดน้ำ

อมฤตยกมือขึ้นไหว้จดอกของนาง แล้วกอดไว้ทั้งตัว คุณนายลูบหลังตบไหล่เบาๆ เป็นนานกว่าจะผละออก ไม่มีคำพูดใดๆ ระหว่างทั้งสอง แต่การกระทำเหล่านั้นก็แทนคำพูดได้เป็นล้าน เธียรขวัญยืนยิ้มมอง ซาบซึ้งไปกับความรักของป้าและหลาน

ขึ้นรถกันแล้วคุณนายยังมาเกาะกระจกฝั่งคนขับ ร้องสั่ง

ว่างๆ หาเวลาไปจดทะเบียนสมรสกันด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้ยืดเยื้อ

หนุ่มสาวยิ้มอิหลักอิเหลื่อ ครั้นรถเคลื่อนพ้นหน้าบ้านมาได้เธียรขวัญก็กล่าว

ไม่ต้องไปจดทะเบียนกันหรอกนะ

คิดเหมือนกันเลย อีกฝ่ายสนองรับทันที

หญิงสาวปรายตามอง เห็นว่าเขาตั้งใจขับรถอยู่จึงเหยียดปากแล้วเมินหน้าไปทางอื่น

ชั่วระยะเวลาไม่กี่นาที รถกระบะคันนั้นก็มาจอดที่หน้ารั้วไม้ระแนง คนขับลงไปเลื่อนประตูแล้วกลับขึ้นรถขับเข้าไปจอดหน้าบ้าน หญิงสาวเปิดประตูลงมาเหลียวดูรอบๆ อย่างสนใจ นึกชอบสภาพแวดล้อมของบ้านอยู่ไม่น้อย บ้านสีอิฐท่ามกลางแมกไม้ โดดเด่นและอบอุ่น ไม่น่าเชื่อว่าอีตาบ้านี่จะมีบ้านน่ารักอย่างนี้

อมฤตหิ้วกระเป๋าของเธอเดินนำเข้าไปในบ้าน ไม่หันมาเชิญหรือชวนสักคำ แต่เธียรขวัญก็เดินตาม ภายในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น คล้ายว่าเลือกสรรมาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น สภาพบ้านไม่รกเรื้อเหมือนบ้านของพวกหนุ่มโสดอย่างที่คาดคิด กลับกัน ข้าวของแต่ละอย่างจัดวางอย่างเป็นระเบียบ อมฤตเดินผ่านส่วนนั่งเล่นเข้าสู่ด้านใน หยุดที่หน้าประตูบานหนึ่งซึ่งปิดสนิท เขาหมุนลูกบิดเปิดเข้าไป

นี่ห้องของเธอ ส่วนนั่น พลางชี้บานประตูฝั่งตรงข้ามซึ่งปิดสนิทเหมือนกัน ห้องฉัน ไม่ต้องหาวิธีงัดแงะเข้าไปล่ะ

เฮอะ! จ้างให้ฉันก็ไม่ชายตาแล

ให้มันจริงเถ้อะ เอ้านี่ กระเป๋า

เธียรขวัญกระชากกระเป๋ามาจากมือหนาใหญ่ แล้วเบียดตัวเข้าห้อง แต่ครั้นได้เห็นสภาพภายในห้องแล้วต้องอ้าปากค้าง แทบร้องกรี๊ดออกมาเดี๋ยวนั้น

นายจะให้ฉันนอนทั้งแบบนี้เนี่ยนะ?!”

แล้วจะเอาแบบไหน? เขาถามหน้าซื่อ เมื่อก่อนห้องนี้ฉันใช้เก็บเสื้อผ้า แต่นี่อุตส่าห์ให้คนมาย้ายตู้เสื้อผ้าไปไว้ห้องโน้นหมดแล้ว นั่นตู้ของเธอใช้ได้ตามสบาย อ้อ แล้วนั่น เห็นมั้ย อุตส่าห์ไปถอยที่นอนปิกนิกใหม่เอี่ยมอ่องมาให้โดยเฉพาะ

เธียรขวัญทิ้งกระเป๋าแล้วหมุนตัวออกมาผลักคนที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูจนเซถอยหลัง ตรงดิ่งไปเปิดประตูห้องฝั่งตรงข้าม กวาดตาดูจนทั่วก่อนหันมาเท้าสะเอว ชี้มือไปยังเตียงซึ่งเด่นหรา

นายนอนเตียงแล้วเรื่องอะไรจะให้ฉันนอนพื้น!”

ก็บ้านนี้มันมีเตียงหลังเดียว เธอไม่นอนพื้นแล้วจะนอนไหน?

นายนั่นแหละนอนพื้น ส่วนเตียงนั่นฉันจะนอน

นี่แม่คู้ณ นี่มันบ้านฉันนะ เธอเป็นแค่ผู้อาศัย เจ้าของบ้านเขาบอกให้นอนไหนก็นอนๆ ไปเถอะ ดีเท่าไหร่แล้วฉันไม่ให้เธอไปนอนเฝ้าหน้าบ้าน

นี่! ไอ้ปากมอม ฉันไม่ใช่หมานะ!”

เหรอ... ชายหนุ่มยื่นหน้ามายั่ว ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่อีกเดี๋ยวคงได้กลายพันธุ์

นาย! นายมัน... เจ้าหล่อนเข่นเขี้ยว นายนั่นแหละจะกลายพันธุ์ ไอ้คนปากเน่า ไม่เป็นสุภาพบุรุษ

แล้วใครว่าฉันเป็น? เขาลอยหน้าถาม ก่อนดึงเธอออกมาจากห้องของตัวเอง กดล็อกประตูจนได้ยินเสียง กริ๊ก!

เธออยู่ห้องนั้น เขาชี้นิ้วกลับไปยังห้องฝั่งตรงข้าม หรือไม่ก็นอนหน้าบ้าน เลือกเอา เดี๋ยวฉันต้องออกไปข้างนอก เธออยู่นี่ก็เฝ้าบ้านดีๆ ล่ะ ใครไปใครมาเห็นท่าทีไม่น่าไว้ใจ กระโดดงับน่องได้เลย ถ้ามีใครเรียกร้องค่าเสียหาย จะตามไปชดใช้ให้

ไอ้!” เธียรขวัญกำลังจะอ้าปาก ชายหนุ่มรีบเอามือมาแตะปิด เธอปัดมันทิ้งแล้วถูปากตัวเองแรงๆ อย่างขยะแขยงเหลือเกิน

จุ๊ๆ ไม่เอาทูนหัว อย่ามาทำเสียงแว้ดๆ ใส่พระสวามีแบบนี้ ไม่น่ารักเลย เอ้า เข้าไปจัดของได้แล้ว ว่าพลางรุนหญิงสาวกลับเข้าห้องที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ ฉันไปล่ะ

เดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวยังหันกลับมาสั่ง

อ้อ...แล้วอย่าคิดวางแผนแอบย่องเข้าห้องฉันนะ ขอบอกว่าไม่สำเร็จ อีกหน่อยจะให้ช่างมาทำประตูแบบใส่รหัส ถ้าคิดสะเดาะกุญแจเข้าหาฉันละก็ อย่าหมาย

อมฤตชูนิ้วชี้ขึ้นส่ายดิ๊กๆ พอเห็นเธียรขวัญหันรีหันขวางก็รีบเผ่นพรวด ทิ้งให้เธอยืนหายใจฟึดฟัด อารมณ์เดือดพล่าน ครั้นได้ยินเสียงสตาร์ทรถก็ถอนหายใจพรืดเดินกระแทกเท้าเข้าไปจัดกระเป๋า

 

หลังจากจัดการกับข้าวของน้อยชิ้นของตัวเองเสร็จ หญิงสาวก็เดินสำรวจบ้าน นอกจากสองห้องนอนที่ได้เห็นแล้ว ก็มีส่วนนั่งเล่นที่อยู่ติดประตู วางเครื่องเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่ชิ้น

ถัดจากห้องนอนมีช่องเล็กๆ เท่าช่องประตูเชื่อมสู่ห้องครัวและห้องน้ำ ครัวเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมยาว เคาน์เตอร์ทันสมัยและตู้เก็บอุปกรณ์เครื่องครัวมิดชิด เตาแก๊สสองหัวสะอาดเอี่ยม อีกด้านเป็นเคาน์เตอร์วางหม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน และเครื่องชากาแฟ ถัดมาเป็นตู้เก็บกับข้าว และตู้เย็นอยู่ติดกัน ลองเปิดดูพบว่ามีอาหารสดเตรียมไว้พอทำทานได้สักสองสามวัน ชิดผนังฝั่งตรงข้ามเป็นอ่างล้างจาน กลางห้องตั้งโต๊ะไม้รูปไข่ เคลือบเงามันปลาบ เก้าอี้ไม้เข้าชุด เดาได้ว่าน่าจะเป็นทั้งโต๊ะทำครัวและโต๊ะรับประทานอาหาร

ปลายด้านหนึ่งของครัวเป็นส่วนของห้องน้ำ ปูพื้นกระเบื้องสะอาดตา ชักโครกทันสมัย แต่ที่ขัดใจเธียรขวัญคือ บ่อน้ำเล็กๆ กินพื้นที่ตลอดฝั่งหนึ่งของห้อง น้ำปริ่มขอบ วางขันไว้บนขอบบ่อสำหรับตักอาบ ผนังติดขอบอ่างเป็นชั้นวางสบู่ แชมพู กวาดตามองจนทั่วก็ไม่พบฝักบัว หญิงสาวเบ้ปาก

ทุเรศจริงๆ เล้ย ตาบ้านนอกเอ๊ย เชยสะบัด!”

ขนาดบ้านย่าของเธอยังมีทั้งตุ่มอาบน้ำ และฝักบัวให้เลือกใช้

ยื่นศีรษะเข้าไปสำรวจไม่นานเธียรขวัญก็ดึงตัวกลับ ไปเปิดประตูหลังครัวซึ่งใส่กลอนไว้ แล้วออกไปสำรวจข้างนอก

พื้นที่ส่วนนั้นเป็นลานซักล้าง ลาดปูนซีเมนต์เปลือย ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายชวนเวียนหัวหลากแบบ จัดวางห่างๆ กัน ทำให้เกิดลวดลายที่ชวนมอง ลานโล่งด้านหนึ่งตั้งราวเหล็กสำหรับตากผ้า ริมชายคามีตุ่มน้ำใบใหญ่สูงระดับเอวเรียงอยู่สามใบ ผนังติดห้องน้ำต่อเป็นห้องเล็กๆ หันหน้าเข้าลานปูน ประตูคล้องกุญแจล็อกไว้ เครื่องซักผ้าอยู่ติดกับฝาบ้าน ปิดคลุมไว้มิดชิด กะละมังใบเล็กใบน้อยเรียงซ้อนบนชั้นซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เธียรขวัญนึกชื่นชม อย่างน้อยบ้านของอีตานี่ก็เรียบร้อยทั้งข้างนอกข้างใน

หญิงสาวเดินอ้อมมาตามทางลาดพื้นปูนติดกับตัวบ้านมาสู่ด้านหน้า ผ่านโรงจอดรถ เงาแมกไม้บังแดดบ่าย ชวนสดชื่นและผ่อนคลาย หน้าบ้านลาดพื้นกว้าง ตั้งโต๊ะไม้ชิดหน้าต่าง บนโต๊ะมีกระถางต้นไม้ขนาดเล็กใบเป็นพุ่มเขียวชอุ่ม ใกล้กันเป็นตู้สูงจดศีรษะ เปิดโล่ง แบ่งเป็นชั้นเล็กๆ มีกระถางต้นแค็กตัสเรียงไว้เต็ม ตู้รองเท้าแอบอยู่มุมในสุด ถัดไปอีกนิดเป็นริมชายคา มีซุ้มชิงช้าผูกโมบายเปลือกหอย ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งยามลมพัดผ่าน เธียรขวัญยิ้ม พลางมองไปทั่วหน้าบ้าน พบแต่ความเขียวขจีสดชื่นไปจนจดรั้วไม้ระแนงและทิวสนด้านหน้า

อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก...ดูดีเชียวล่ะ

หญิงสาวเดินไปนั่งบนชิงช้า แกว่งเบาๆ โมบายเปลือกหอยกระทบกันส่งเสียงเสนาะหู เธอเอนหลังพิงพนัก แหงนมอง พลางแกว่งชิงช้าเล่น ระบายยิ้มแต้มเรียวปากเมื่อคิดถึงสถานะของสถานที่นี้

เรือนหอ...


///////////////////


มีใครรออ่านบ้างหรือเปล่าเอ่ย??


 



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น

  1. #9 waikiki (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:51
    อ่านค่าาา
    #9
    0
  2. #8 Sh. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:18

    รอค่าาาา

    #8
    0
  3. #7 Maewmeo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 13:28
    รออ่านอยู่ค่ะ
    #7
    0
  4. #6 Nucy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 09:13

    รออ่านทุกวันเลยจ้า

    #6
    0
  5. #5 พัทยา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:04
    รออยู่จ้าาาาา
    #5
    0