เมื่อรักทักทาย re-up

ตอนที่ 10 : 09 :: เจ้าบ่าวกลัวฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

ตอนที่ ๙ เจ้าบ่าวกลัวฝน

 

เช้าวันนี้เธียรขวัญถูกปลุกตั้งแต่ยังมืด ช่างแต่งหน้าทำผมจากอ้อมรักเวดดิ้งมาถึงตามเวลานัดหมาย ขณะว่าที่เจ้าสาวนั่งเป็นหุ่นให้คนอื่นปั้นแต่งอยู่นั้น รายรอบบ้านก็มีเสียงเอ็ดตะโรโขมงโฉงเฉงจากเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่มาช่วยกันทำอาหารเลี้ยงพระ เลี้ยงแขก เธียรขวัญอดคิดถึงวันนั้นไม่ได้ วันแรกที่ได้พบผู้ชายคนนั้นซึ่งคล้ายวันงานเช่นนี้ ไม่คิดว่างานต่อมาจะเป็นงานแต่งของเธอกับเขา โชคชะตาเล่นตลกชัดๆ ถ้าคนในวงการรู้เข้าข่าวจะออกมาเป็นแบบไหนหนอ

ช็อก! อดีตดาราสาว ช้ำรักจากเมืองกรุงหนีซบอกหนุ่มบ้านนอก

อดีตนางเอกดังคว้าหนุ่มบ้านทุ่งมาทำยา หลังโดนซุปเปอร์สตาร์เขี่ยทิ้ง!’

ช้ำรักหนัก นางเอกสาวคว้าหนุ่มบ้านนามาเลียแผล

เฮ้อ...นี่เธอต้องแต่งงานกับนายบ้านั่นจริงๆ หรือเนี่ย เธียรขวัญเอ๊ย หนุ่มหล่อมาดเนี้ยบในเมืองกรุงมีให้เลือกตั้งเท่าไหร่ จะเอาหล่อล่ำ คม เข้ม หรือขาว ตี๋ อินเทรนด์ยังไงก็เลือกได้ แต่ต้องมาตกม้าตายกับตาบ้านั่น บาปกรรมแต่ชาติปางไหนกันถึงได้ตามมาส่งผลในชาตินี้ เจ้าประคู้ณขอให้ใช้เวรใช้กรรมหมดสิ้นไปเร็วๆ ด้วยเถิ้ด

เป็นอะไรคะคุณน้อง?

เสียงถามที่ไม่เบานักทำเธียรขวัญสะดุ้ง หน้าตาเหลอหลา

คะ? มีอะไรหรือคะ?

คุณน้องไหว้อะไรคะ? อยู่ดีๆ ก็ยกมือขึ้นไหว้ พี่ตกใจหมด

หญิงสาวมองมือตัวเองที่ยังประกบกันอยู่แล้วหน้าม้าน รีบเอาลงพลางยิ้มปูเลี่ยน

ไม่มีอะไรค่ะ

พิธีตอนเช้าจัดขึ้นที่บ้านเจ้าสาว หน้าบ้านซึ่งเคยเป็นลานกว้างนั้นตั้งเต็นท์โต๊ะไว้เต็ม ทุกโต๊ะปูผ้าสีแดงเลือดหมู เก้าอี้คลุมผ้าขาวผูกเป็นโบด้านหลัง ข้างเต็นท์ตั้งโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมยาวเกือบสองเมตรปูผ้าขาวสะอาด จัดอาหารและดอกไม้เตรียมใส่บาตรไว้พร้อมพรั่ง

หกโมงเช้าในตอนที่พระมาถึงพร้อมเริ่มพิธี บ่าวสาวก็เคียงคู่กันร่วมตักบาตร เธียรขวัญรอให้อมฤตจับทัพพีก่อนจึงค่อยจับซ้อนทับ ผู้เห็นเหตุการณ์อมยิ้มไปตามๆ กัน ใครคนหนึ่งร้องแซวขึ้นว่า

เจ้าบ่าวกลัวเมียเว้ยงานนี้ เสียงหัวเราะดังครืน ผู้เฒ่าคนหนึ่งปลอบใจ

ไม่เป็นไรพ่อริต เมียเขาเปรียบเหมือนแม่ ยกขึ้นหิ้งบูชาดีๆ ก็ไม่น่ากลัวแล้ว เสียงฮาดังอีกระลอก ขณะบ่าวสาวอมยิ้มเล็กๆ ประคองอาหารใส่บาตร

หลังจากนั้นเจ้าภาพก็นิมนต์พระขึ้นเรือนเพื่อทำพิธีเลี้ยงพระในลำดับต่อไป

โถงกลางของเรือนถูกปรับพื้นที่สำหรับประกอบพิธีไว้ตั้งแต่เมื่อคืน โต๊ะตู้ต่างเลื่อนเข้าชิดฝาทั้งหมด ลานกลางจึงโล่งกว้าง ฝาด้านหนึ่งกั้นผ้าตลอดแนว วางโต๊ะหมู่บูชาเป็นพระประธานไว้ด้านขวา ถัดมาปูเสื่อและอาสนะเก้าที่สำหรับพระสงฆ์เก้ารูป เมื่อเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์บ่าวสาวช่วยกันประเคนอาหารถวายพระและรอรับศีล

 

เก้านาฬิกาเสียงแห่ขบวนขันหมากก็ดังลั่น ทั้งหนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่จากบ้านเหนือ แต่งชุดสวยผัดแป้งหน้านวลผ่อง ช่วยถือข้าวของที่จะใช้ประกอบพิธีเดินขบวนกันมา กลุ่มกลองยาวซึ่งนำอยู่หัวขบวนตีให้จังหวะคึกคักบันเทิงใจ ขบวนยาวๆ นั้นมาหยุดลงหน้าเรือน เสียงแซวดังเอ็ดอึงเมื่อเจ้าบ่าวโดนกั้นประตูเงินประตูทองนับสิบ แต่ละดวงหน้าล้วนแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม น้อยหน่าในชุดเสื้อคอกระเช้านุ่งโจงกระเบนยืนถือขันคอยล้างเท้าให้ลุงริตอยู่ตรงเชิงบันได ครั้นได้รับซองน้อยหน่าก็ชูวิ่งโร่ไปหาแม่ เหล่าแขกเหรื่อกระจายเข้านั่งในเต็นท์ กินเลี้ยงกันตามอัธยาศัย มีเพียงผู้หลักผู้ใหญ่บางท่านเท่านั้นที่ขึ้นไปร่วมพิธีบนเรือน

ที่นั่งซึ่งเคยจัดไว้สำหรับพระ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นที่นั่งสำหรับญาติของบ่าวสาว พานขันหมากตั้งเด่นเป็นจุดกลาง เรียงราย แต่ละพานจัดประณีตบรรจง ทั้งใบตอง กลีบกุหลาบจับจีบ อุบะห้อยระย้า ประดิดประดอยจนงามชวนมอง บางพานเป็นกรวยสูงคลุมผ้าโปร่ง ทางฝ่ายเจ้าสาวไม่เรียกร้องสินสอด แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จัดมาไม่น้อยหน้า ทั้งเงินฟ่อนใหญ่ที่วางอยู่บนพานหนึ่ง พานเครื่องทองพานหนึ่ง และพานแหวนอีกพานหนึ่ง

โฆษกอายุล่วงหกสิบซักถามเจ้าบ่าวแกมสัพยอกเรียกเสียงหัวเราะพอหอมปากหอมคอ จากนั้นเจ้าสาวก็ถูกนำตัวมาเข้าพิธี แล้วลำดับการต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

พิธีการมีผู้ใหญ่คอยแนะนำทุกขั้นตอน สลับเสียงแซวจากโฆษกและจากญาติ ส่งผลให้บรรยากาศครึกครื้นตลอดเวลา คู่บ่าวสาวเองก็ยิ้มแย้ม เรื่องปั้นปึ่งระหว่างกันละม้ายถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว ถึงขั้นตอนนับสินสอด เนื่องจากไม่มีการเรียกร้องสินสอดทองหมั้น จึงไม่จำเป็นต้องนับ รับเท่าที่อีกฝ่ายจัดหามา เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาว ตามด้วยสร้อยคอและสร้อยข้อมือพอเป็นพิธี สินสอดที่เหลือทั้งเงินและเครื่องทองผู้นำพิธีห่อผ้าให้ยายเนียมแบกเข้าไปเก็บในห้อง ไม่รู้ว่าทั้งหมดนั่นหนักมากหรือน้อยแค่ไหน แต่ยายเนียมก็แบกจนตัวแอ่น คนมองหัวเราะชอบใจ เธียรขวัญเองก็ขำจนน้ำตาซึม เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่างานแต่งบ้านนอก ไม่หรูหราฟู่ฟ่าแต่ทุกขั้นตอนล้วนอบอวลด้วยความอบอุ่น

พิธีการต่างๆ เสร็จสิ้น คู่บ่าวสาวจึงลงมาทักทายกล่าวขอบคุณบรรดาแขกเหรื่อที่ข้างล่าง ซึ่งกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ ล้วนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันทั้งนั้น ผู้คนมาร่วมงานจนเต็มเต็นท์ทุกโต๊ะ แต่ละโต๊ะวางชิดติดกันจนผู้นั่งแทบจะเอาหลังชนกัน กระนั้นก็ไม่มีใครเดือดร้อน เพราะรู้จักกันทั่วถึง คุยข้ามโต๊ะกันก็มี

ขยันปั๊มลูกให้เหมือนขยันหาเงินนะพ่อริต เสียงใครคนหนึ่งสัพยอก

นั่นสิ ปลูกผักเลี้ยงปลาเก่ง จะปั๊มลูกเก่งด้วยมั้ยพ่อคุณ

โอ๊ย ไม่ต้องห่วงน้า ผมเอาหัวเป็นประกันเลย พี่ชายผมคนนี้ฝีมือเจ๋งไม่แพ้ใคร...พี่ริต อย่าทำให้ผมเสียหัวนา

คำแซวลอยข้ามโต๊ะกันไปมาไม่มีใครเกรงใจเจ้าบ่าวเจ้าสาว แม้แต่ลูกน้องที่มาช่วยงานตั้งแต่เช้าได้ทีก็แซวลูกพี่เป็นการใหญ่ เธียรขวัญไม่รู้ว่าจะอายหรือว่าจะขำ แต่สำหรับอมฤตถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นแก้มเขาแดงเรื่ออยู่เป็นระยะ นอกจากคำสัพยอกยังมีคำอวยพรจากทุกโต๊ะที่คู่บ่าวสาวเดินผ่าน และเจ้าบ่าวไม่ลืมที่จะบอกว่า

ขอบคุณครับ เย็นนี้อย่าลืมไปงานเลี้ยงที่บ้านนะครับ

 

ช่วงเย็นเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่บ้านเจ้าบ่าว ลานหน้าบ้านวางโต๊ะเต็มพื้นที่ ด้านหนึ่งยกพื้นเป็นเวทีเตี้ยๆ ขึงแพรแดงกั้น ติดชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่บนผ้าแพร วงดนตรีบรรเลงเพลงคลอเบาๆ ขับกล่อมบรรยากาศ ข้างเวทีเป็นชุดลำโพงเครื่องเสียง บุรุษนั่งบนเก้าอี้พลาสติกพูดคุยกันอยู่สี่ห้าคน ข้างบ้านตั้งเต็นท์แยกออกมาหนึ่งหลัง ใช้เตรียมข้าวของ เด็กเดินอาหารง่วนกันอยู่ในนั้น

ที่หน้างานแขกเหรื่ออุ่นหนาฝาคั่ง ทั้งแขกใกล้แขกไกล ใครที่ไม่ได้ไปร่วมพิธีตอนเช้า ก็ถือโอกาสมาร่วมแสดงความยินดีในตอนเย็น เจ้าบ่าวเจ้าสาวคอยต้อนรับแขกอยู่ตรงซุ้มดอกไม้ ซึ่งประดับกรอบรูปถ่ายตั้งโชว์ไว้สองรูป รูปหนึ่งเป็นชุดไทย อีกรูปเป็นชุดสากล ใครเห็นเป็นต้องเอ่ยปากชม คุณนายปลัดจังหวัดเองก็เช่นกัน

แหม...สวยเชียว เหมาะกันจริงเลยนะคะคุณ รูปก็สวยตัวจริงยิ่งสวย นางหันไปกล่าวกับสามี ซึ่งมองภาพแล้วพยักหน้าเห็นคล้อย

ผมล่ะอิจฉาคุณจริงๆ เลยคุณริต

ระวังคุณนายจะน้อยใจนะครับ

ท่านปลัดจังหวัดโอบแขนกอดภรรยา

คนนี้เขาไม่คิดมากเรื่องหยุมหยิมหรอกคู้ณดวงตาที่มองอย่างชื่นชมแกมกรุ้มกริ่มนิดๆ ทำให้ฝ่ายภรรยาอมยิ้มขัดเขิน คู่บ่าวสาวก็พลอยยิ้ม

อ้าวท่านปลัด คุณนาย สวัสดีค่ะ มานานแล้วหรือคะ? คุณนายนวลนุชเดินออกมาทัก ทั้งสองจึงหันไปพูดคุยด้วย ขณะบ่าวสาวก็ให้ความสนใจกับแขกที่เพิ่งมาใหม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณนายนวลนุชเชื้อเชิญท่านปลัดจังหวัดและคุณนายไปนั่งโต๊ะ

ครั้นได้เวลาอันสมควร พิธีกรของงานเชิญคู่บ่าวสาวขึ้นบนเวทีกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ แน่นอนว่าต้องมีใครสักคนขอให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวโชว์ต่อหน้าธารกำนัล หนุ่มสาวทั้งสองพากันยืนแข็งทื่อ

แหม่...สงสัยเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเราจะอาย ยืนไม่กระดิกกันเลยทีเดียว

มีเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากกลุ่มแขก อมฤตหันมองเธียรขวัญ เช่นเดียวกับเธอที่มองเขา แววตาชายหนุ่มเหมือนจะบอกว่างานนี้คงต้องร่วมมือกันแล้ว ไม่งั้นไม่ได้ลงจากเวทีเป็นแน่ เขาเขยิบเข้ามาใกล้ เธียรขวัญยืนนิ่งแทบจะไม่กระดิกจริงๆ ครั้นชายหนุ่มยื่นจมูกเข้าไปแตะแก้มนิ่มเสียงกองเชียร์ก็เฮเกรียว

ลงมาข้างล่างได้อมฤตรีบปลีกไปหาลูกน้องที่นั่งเจ๋ออยู่ในกลุ่มคุมเครื่องเสียงข้างเวที

ไหล

เจ้าของชื่อเหลียวมอง

อ้าวพี่ริต มีไรพี่?

ที่สั่งไว้คืนนี้อย่าลืมนะ

ไม่ลืมน่า ทุกอย่างเรียบร้อย สบมยห.

ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปในกลุ่มแขก

ทางด้านเธียรขวัญก็ดิ่งไปหาคนคุ้นเคย

อาเทียนขา น้อยหน่ายืนโบกมือหยอยๆ อยู่บนเก้าอี้

ว่าไงคะนางฟ้าของอาเทียน วันนี้สวยเชียว

เด็กหญิงในชุดนางฟ้าตัวน้อยมีปีกเล็กๆ ยิ้มหน้าบาน กางแขนออกกอดคอเธียรขวัญ

อาเทียนของน้อยหน่าสวยที่สุดในโลกเลย

แหม...ปากหวาน เธียรขวัญหัวเราะเบาๆ ไหน ขออาเทียนหอมแก้มให้รางวัลหน่อยค่ะ

น้อยหน่ายื่นแก้มให้ทั้งซ้ายและขวา ใครเห็นก็อดอมยิ้มตามไม่ได้ ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับอมฤตซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งเยื้องไปอีกด้านยิ้มกริ่ม

เฮ้ย ริต สงสัยเจ้าสาวอยากมีลูกแล้วว่ะ พลางพยักพเยิดไปยังเป้าหมาย คนอื่นๆ ในโต๊ะมองตาม

เจ้าสาวสวยแบบนี้ กูว่าคืนนี้ไอ้ริตไม่ได้นอนแน่ คนรูปร่างสันทัดกว่าคนแรกพูดกลั้วรอยยิ้ม

ยังไงก็อย่าหักโหมนะ ระวังฟ้าเหลือง คนใส่แว่นเสริม เพื่อนร่วมโต๊ะหัวเราะร่วน มีแต่เจ้าบ่าวยืนทำหน้าพิลึก จะยิ้มก็ไม่สนิทใจ จะตีหน้าเรียบก็ไม่สนิทดี

 

ตาริตล่ะหนูเทียน? เสียงถามนั้นเรียกให้เธียรขวัญหันมอง เห็นคุณนายนวลนุชมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ

ไม่ทราบสิคะ ลงจากเวทีก็แยกกัน ตอบพลางเหลียวหา ก่อนร้องขึ้นว่า นั่นไงคะ สงสัยจะไปคุยกับเพื่อน

คุณนายมองตาม

อ้อ ใช่ล่ะ นั่นมันพรรคพวกเขา นางหันกลับมาทางว่าที่หลานสะใภ้ เดี๋ยวไปถ่ายรูปนะหนูเทียน ป้าจะไปตามตาริต ตากล้องไปไหนแล้ว?

ตะกี้ยังเห็นเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้

อ้าว นั่นไงคุณนายว่า

บุคคลที่กล่าวถึงกำลังยกกล้องส่องเลนส์มาทางเจ้าสาวและคุณนาย เก็บบรรยากาศของงาน

หนูเทียนรออยู่ตรงนี้ก่อน ป้าไปตามตาริตเดี๋ยวมา

ผมไปเรียกให้ครับมืดซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะนั้นอาสา

ดีเลยพ่อมืด ขอบใจพ่อคุณ

มืดผละไปยังกลุ่มอมฤตและผองเพื่อนไม่นาน เจ้าบ่าวก็เดินตามหลังหนุ่มผิวดำแดงออกมา ข้างคุณนายมีช่างภาพมายืนอยู่แล้ว กำลังพูดคุยกันอยู่ ครั้นหลานชายเดินเข้ามาใกล้นางก็บอก

ริต พาน้องไปเดินถ่ายรูปหน่อย ถ่ายกับแขกให้ครบทุกโต๊ะเลยนะ เพิ่งได้ถ่ายเฉพาะที่ซุ้มหน้างานไม่ใช่เรอะ?

ครับ

น้อยหน่าไปด้วยค่ะ เด็กหญิงเอ่ยเสียงแจ้ว ขณะยืนกอดแขนเธียรขวัญอยู่บนเก้าอี้

ไม่ได้ค่ะน้อยหน่า จะไปเกะกะอาเทียนทำไม อยู่กับแม่ดีกว่า นุชดึงลูกสาวมานั่งตัก แต่น้อยหน่ายังยึดแขนผู้เป็นอาไว้แน่น

น้อยหน่าอยากถ่ายรูปกับอาเทียนยัยหนูหน้างอ ท่าทางดื้อดึง

ถ่ายไปตั้งหลายรูปแล้วไงคะ เธียรขวัญบอก

น้อยหน่าอยากถ่ายอีก

เอ้า ถ่ายอีกก็ถ่ายอีกค่ะ มะ ถ่ายกันอีกรูป หญิงสาวโอบแขนกอดแม่หนู เอาแก้มแนบแก้ม เด็กหญิงหน้าบานขึ้นทันตาเห็น ฉีกยิ้มกว้างให้กล้องแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่

อมฤตอมยิ้มมอง เผลอคิดไปว่าถ้าเธียรขวัญมีลูกคงเป็นคู่แม่ลูกที่น่ารักไม่น้อย ครั้นแล้วเขาก็สะดุ้งในใจ อุตริคิดไปได้อย่างไรนะว่าเธอจะเป็นคุณแม่ที่น่ารัก

ถ่ายรูปเสร็จแล้วทีนี้น้อยหน่าก็อยู่กับแม่นะคะผู้เป็นอาบอก

ค่ะ ยัยหนูรับคำหนักแน่น ลดตัวลงจากเก้าอี้โผไปหาแม่

ไปริต พาน้องไปถ่ายรูป คุณนายนวลนุชแตะแขนบอกหลานชาย

 

ตกดึกแขกเหรื่อเริ่มซา เหลือเพียงคนกันเองไม่กี่โต๊ะที่ยังปักหลักสรวลเส เจ้าบ่าวโดนกลุ่มเพื่อนส่งเหล้ากรอกปากไปแล้วหลายแก้ว กระนั้นก็ไม่คณนาคอ เพราะไม่เห็นว่าเขาจะเมาหรือมึนแม้แต่น้อย นอกจากตาแดง หน้าแดงไปเท่านั้น

ครั้นใกล้ถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอเจ้าบ่าวโดนตามตัวอีกเช่นเคย

เฮ้ย! ริต คืนนี้ยั้งๆ บ้างนะเว้ย

เสียงแซวและเสียงหัวเราะดังครื้นเครง อมฤตซึ่งกำลังขึ้นบันไดตามเจ้าสาวและญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงหน้าไปก่อน หันมาแยกเขี้ยวชี้หน้าเป็นเชิงว่า ฝากไว้ก่อนแต่ผู้รับฝากก็ไม่สะทกสะท้าน เพราะยังหัวเราะกันขรม

ห้องหอเป็นห้องนอนเก่าของชายหนุ่ม ถูกจัดใหม่อย่างเรี่ยมเร้ ชุดเครื่องนอนเปลี่ยนใหม่ยกชุด เป็นสีชมพูหวานแหวว เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเห็นแล้วแอบเบ้หน้าไปคนละทาง อดค่อนขอดไม่ได้ว่าใครหนอช่างเลือกสรร บนเตียงมีกลีบกุหลาบแดงโรยเป็นรูปหัวใจคู่ซ้อนทับกัน ถ้ารักจริงแต่งจริงก็คงเคลิ้ม แต่รักหลอกแต่งหลอกแบบนี้เห็นแล้วก็ชักเอียน

ยายเนียมและคุณนายนวลนุชนั่งอยู่บนเตียง ขณะคู่บ่าวสาวอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอน มานั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้า ผู้มากวัยยิ้ม

ทีนี้ก็หายห่วงไปสักทีนะ ยายเนียมกล่าว แต่งงานกันแล้วขอให้รักใคร่ปรองดองกันมากๆ นะพ่อริต แม่เทียน อะไรนิดอะไรหน่อยก็อภัยให้กัน อย่าเก็บไว้ให้ขุ่นใจ มีปัญหาขึ้นมาก็หันหน้าเข้าปรึกษา แต่งงานกันก็เหมือนร่วมชีวิต ใช่จะตัวเดียวชีวิตเดียวอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว

นางหยุดเว้นระยะ มองไปทางหลานเขย

พ่อริต ย่าฝากแม่เทียนด้วยนะ แม่เทียนเติบโตมากับเมืองกรุง จะมาเยี่ยมย่าทีก็เฉพาะช่วงปิดเทอม ความคิดความอ่านออกจะโลดโผนเหมือนสาวกรุงไปบ้าง เราไม่ชอบใจอะไรก็บอกกันดีๆ เตือนกันดีๆ อย่าใช้อารมณ์นำ

ครับ อมฤตรับคำ เสียงราบเรียบ

แม่เทียน...เราก็ออกเรือนแล้วนะลูก เป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวแล้ว ผู้ชายยังไงก็เป็นช้างเท้าหน้า เราต้องให้เกียรติเขา เขาบอกอะไรเตือนอะไร ต้องฟัง ชีวิตคู่มันถึงราบรื่น

ค่ะ เธียรขวัญตอบรับ เสียงเบา

เอาล่ะ ย่าขอให้เจ้าทั้งสองครองรักกันยืนนาน ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร อยู่ผาสุกจนชั่วลูกชั่วหลาน

ทั้งสองก้มกราบแทบเท้านาง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาใหม่คุณนายนวลนุชก็ส่งยิ้มละไม

หนูเทียน ป้ายินดีต้อนรับหนูเป็นหลานสาวนะลูก มีแต่หลานชายมานาน ทีนี้ได้มีหลานสาวกับเขาบ้างล่ะ...ป้าขอให้หลานทั้งสองรักกัน เห็นอกเห็นใจกันทั้งยามทุกข์ยามสุข ใช้ความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และให้อภัยเป็นหลักนำชีวิตนะลูก

ทั้งสองก้มกราบลงแทบเท้า

เสร็จแล้วก็ให้บ่าวสาวเขาขึ้นเตียงกันเถอะนะน้าเนียม

ยายเนียมพยักหน้า

มา ตาริต หนูเทียน ขึ้นมานอนบนเตียง คุณนายนวลนุชว่าพลางลุกขึ้น และช่วยพยุงยายเนียมให้ลุกด้วย ไม่ทันสังเกตว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวสีหน้าอิหลักอิเหลื่อเพียงไร

อมฤตและเธียรขวัญขึ้นนอนคนละฝั่ง มือประสานมือไว้บนอก พยายามรักษาระยะห่างระหว่างกันให้มากสุด ผู้มากวัยอมยิ้ม

ดู๊ดู กระเถิบเข้าไปใกล้ๆ กันอีกสิพ่อคุ้ณ แม่คุ้ณ ไม่ต้องมาอายคนแก่ ยายเนียมกลั้วหัวเราะ

ทั้งสองค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้กัน ก่อนแขนจะแตะกันก็หยุดกึก

ริต กอดน้องด้วยสิ เสียงอ่อนโยนของคุณนายบอกมา อมฤตจึงเปลี่ยนเป็นนอนตะแคง โอบแขนกอดเธียรขวัญ

หนูเทียนด้วย กอดพี่เขาหน่อย

หญิงสาวแทบจะกลั้นหายใจ พลิกตะแคงพาดแขนไปกอดชายหนุ่ม มุดหน้าลงซุกหมอน

นอนอยู่ในห้องนี้อย่าออกไปไหนจนกว่าจะเช้านะ เดี๋ยวจะล็อกประตูให้

ทันทีที่ประตูปิดอมฤตก็กระโดดผลุงลงจากเตียง เธียรขวัญกลิ้งตัวลงอีกด้าน

ทีนี้จะเอาไง?

เอาไงอะไร? อมฤตเลิกคิ้ว

ก็นอนน่ะสิ จะนอนกันยังไง ฉันไม่ร่วมเตียงกับนายหรอกนะ

ชายหนุ่มเหยียดปาก

ไม่ร่วมเตียงกับนาย ฮึ! แล้วเมื่อกี้ใครกันแม่คู้ณ ซุกอยู่ตรงอกฉันเนี่ย ว่าพลางทุบอกตัวเองปึ้กๆ เนี่ยๆ ตรงเนี้ยะ

อี๋! ไอ้ทุเรศ ใครบอกว่าฉันซุกอกนาย ฉันซุกหน้ากับหมอนกลั้นใจที่นายมากอดต่างหากเล่า เธอเอื้อมหยิบหมอนบนเตียงโยนไปบนพื้น นี่ของนาย เอาไป นอนข้างล่างนั่นแหละ แล้วอย่าเผยอขึ้นมาบนเตียงเชียว

อมฤตเก็บหมอนโยนกลับมาบนเตียงอย่างไม่ทุกข์ร้อน

เอ๊ะ! นี่นาย

ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า ฉันก็ไม่อยากร่วมเตียงด้วยหรอก เขาขัด พลางเดินไปยังหน้าต่าง ชะเง้อหาอยู่ครู่หนึ่งแล้วผิวปาก ชั่วไม่นานคนในห้องก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังอยู่แถวๆ นั้น ชายหนุ่มหันมายิ้ม แต่สาบานได้ว่านั่นมันเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยกวนประสาทอย่างร้ายกาจที่สุด

คืนนี้ยกห้องหอให้เธอครองไปคนเดียวเลย นอนเฝ้าไว้ดีๆ ล่ะ ฉันขอตัวก่อน ฝันดีนะคร้าบคุณผู้หญิง

อมฤตปีนออกนอกหน้าต่างไปยืนบนบันได ยักคิ้วให้และโบกมือบ๊ายบายก่อนส่งจูบ หลังจากนั้นก็ผลุบหายไป ได้ยินเสียงคนคุยซุบซิบมาจากข้างล่าง

หลังจากหายอึ้งเธียรขวัญก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง แล้วนอนแผ่ จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีล่ะเนี่ย

โอ...ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่างานแต่งของนางสาวเธียรขวัญ พฤกษ์ภิรมย์ เข้าหอคืนแรกเจ้าบ่าวก็ปีนหน้าต่างหนี อีตาบ้านั่นทำแสบชะมัด!

ที่นอกหน้าต่าง ไหลเก็บบันไดพลางคุย

พี่นี่สุดยอดเลย ได้เจ้าสาวเป็นถึงนางเอกดังสวยหยาดฟ้ามาดินซะปานนั้น กลับปีนหน้าต่างหนีออกมาเงี้ยะ

หุบปากเถอะน่า หรืออยากปีนขึ้นไปเป็นเจ้าบ่าวแทน?

โหย...ไม่เอาหรอกพี่ ไหลทำหน้าสยอง ออกเดินนำไปทางหนึ่ง ผมดูคลิปที่คุณเธอตบกับยัยดารานั่นแล้ว เห็นแล้วขนลุก แม่ใส่ไม่ยั้งเลย

ไปเอามาจากไหน?

ก็ยัยแจ๊นแจ๋นน่ะสิ เอามาจากเพื่อนอีกที โหลดใส่มือถือมา พี่ก็ระวังไว้เถอะ เธอฟ้อนเล็บเก่งยังกับอะไร เผลอไปพูดไม่เข้าหูเข้า แม่จะฟาดบ้องหูเข้าให้

ก็ลองมาฟาดสิ พ่อได้ฟาดหน้าแข้งกลับปะไร เขาบอกขึงขัง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกน้องยิ่งนัก แต่ถ้าไหลจะหันกลับมาสักนิด จะได้เห็นลูกพี่ยกมือขึ้นกุมหูข้างหนึ่ง ทำท่าหวาดๆ พิกล



เมื่อรักทักทาย
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

201 ความคิดเห็น