พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 7 : = ๐๗ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60

 

พิธีบำเพ็ญกุศลศพนายโกวิทย์จัดขึ้นภายในวัด มีกำหนดการเจ็ดวันเจ็ดคืน คืนแรกๆ ผ่านไปด้วยดี ผู้คนในแวดวงสังคม แวดวงธุรกิจต่างมาร่วมไว้อาลัยและฟังสวดพระอภิธรรมอย่างต่อเนื่อง บุตรสาวของผู้ตายมักนั่งเฝ้าอยู่หน้าศพบิดา อำนวยความสะดวกจุดธูปส่งให้แขกเหรื่อที่เข้ามากราบศพ ใบหน้าเธอซีดเซียว ดวงตาแดงช้ำ เรือนร่างโปร่งบางที่อยู่ในชุดดำนั้นยิ่งทำให้รู้สึกว่าผู้สวมผอมซูบจนน่าเป็นห่วง และใครที่มาบ่อยๆ ก็คงรู้ล่ะว่า ตลอดหลายคืนมานี้เจ้าหล่อนเป็นลมไปแล้วไม่รู้กี่รอบ

ลูกสาวเขาคนเดียว เสียแม่ไปนานแล้ว พ่อมาเสียไปอีกก็คงสะเทือนใจหนักเอาการ แขกเหรื่อบางส่วนซุบซิบบอกกัน

นอกจากคนงานในบ้าน พัทธมนยังมีพบพระกับพิริสา เพื่อนสนิทในมหาวิทยาลัยมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยเกือบทุกคืน

คืนที่ห้า ก่อนสวดพระอภิธรรมไม่นาน เริ่มมีปัญหาเมื่อแขกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ในกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งของเมืองไทย มาพร้อมกับเลขานุการ และผู้ติดตามซึ่งถือพวงหรีดดอกไม้ไร้ข้อความอักษร แขกเหรื่อที่พอรู้จักหน้าค่าตาต่างให้ความสนใจ ยิ้มทักทายตามมารยาท แต่ทันทีที่พัทธมนเห็นเข้า เจ้าหล่อนก็ลุกปรี่ออกไปหา

เพี้ยะ!

ฝ่ามือเรียวตบฉาดเข้าที่ใบหน้าผู้นำของกลุ่ม เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแขกเหรื่อ ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว พวกผู้หญิงยกมือทาบอก ใครที่อยู่ไกลหน่อยก็อุตส่าห์ชะเง้อมองด้วยความสนใจ

สะใจคุณแล้วใช่มั้ย ทีนี้ยังต้องการอะไรอีก เอาชีวิตฉันไปด้วยสิ ฆ่าฉันให้ตายไปด้วยเลย ดวงตาของเธอวาววับ แข็งกร้าว...อีกฝ่ายแลสบนิ่งๆ

นางชมัยรีบเข้ามารั้งแขน กระซิบเตือน

คุณหนูใจเย็นๆ ค่ะ เขามาเคารพศพคุณท่าน อย่าเสียมารยาทกับแขกสิคะ

เขาไม่ใช่แขกของเรา” เธอประกาศ “มาทางไหนเชิญกลับไปทางนั้น แล้วก็เก็บพวงหรีดนั่นเอาไปไว้อาลัยให้กับความเลวของตัวเองด้วย

คุณหนู!... คนเลี้ยงดูมายังตกอกตกใจกับวาจาก้าวร้าวของเธอไม่น้อย แต่ผู้ถูกไล่กลับยืนมองเฉย

ฉันบอกให้ออกไปจากงานของคุณพ่อฉันไง

ภายในศาลาเงียบงัน แต่ละคนรอลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นางชมัยไม่รู้เรื่องบาดหมางระหว่างคนทั้งสอง แต่หากปล่อยให้ยืดเยื้ออาจลุกลามใหญ่โต จึงตัดสินใจเข้าไกล่เกลี่ย

อิฉันต้องขอโทษแทนคุณหนูด้วยนะคะ เธอเพิ่งเสียคุณพ่อ อย่าถือโทษเธอเลย เชิญเข้ามาในงานก่อนค่ะ

ไม่ต้องไปพูดดีด้วย...เอ๊ะ! ฉันบอกไม่ให้เข้า พัทธมนเข้าขวาง ผลักชายหนุ่มจนเซถอยหลังเมื่อเขาจะเดินตามนางชมัยเข้าข้างในตามคำเชื้อเชิญ ออกไปให้พ้นนะ คนชั่ว คนเลว อย่ามาเหยียบงานพ่อฉัน

ผลักครั้งแรกไม่พอเธอยังตามเข้าไปผลักซ้ำ และระดมทุบแผงอก เดือดร้อนพี่เลี้ยงต้องเข้าไปดึงตัวออกมาจับไว้ พบพระและพิริสาก็มาช่วยขนาบข้าง

ไม่เอา อย่าทำอย่างนี้ค่ะคุณหนู เกรงใจแขกเหรื่อนะคะ เขามองกันใหญ่แล้ว เราจัดงานไว้อาลัยให้คุณท่านครั้งสุดท้าย อย่าให้มีปัญหาเลยนะคะ

ผมแค่ตั้งใจมาเคารพศพของคนตาย อภิวรรธน์เปิดปากพูดประโยคแรกด้วยน้ำเสียงขรึม เหมือนไม่เคยมีตื้นลึกหนาบางกันมาก่อน เขาไม่เคยใช้ ผมแทนตัวยามคุยกับเธอด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับได้ยินเต็มสองหู ผู้ชายคนนี้ช่างปลิ้นปล้อน ตลบตะแลงไม่มีอะไรเปรียบ สวมหน้ากากตบตาผู้คนได้แนบเนียนไร้ที่ติจริงๆ

หญิงสูงวัยกลัวใจคุณหนูของนาง เห็นหน้าตาซีดเซียวก็เกรงจะเป็นลมล้มพับไปอีก พยายามหว่านล้อมประเล้าประโลม

คุณหนูมากับป้าดีกว่าค่ะ ทางนี้ มานั่งพักก่อน ขอร้องเถอะค่ะ คุณพริกคะป้าฝากดูแลคุณคนนี้ทีเถิด ว่าพลางดึงแขนผู้เป็นนาย เจ้าหล่อนแข็งขืน แต่เพราะอ่อนแรงเต็มทีจึงถูกดึงไปได้ไม่ยาก ทว่าไม่กี่ก้าวก็ซวดเซ

ว้าย! คุณหนู

พัทธมนหมดสติลงในวงแขนของพบพระซึ่งยื่นมาประคองรับไว้ได้ทัน

คุณหนูคะ...โธ่...คุณพบอุ้มคุณหนูเข้าข้างในก่อนค่ะ

ไม่ต้องบอกซ้ำ พบพระรีบช้อนเรือนกายบองบางขึ้นสู่วงแขน ก้าวดุ่มๆ พาร่างไร้สตินั้นพ้นสายตาแขกเหรื่อเข้าไปส่วนใน ไม่มีใครมองว่าชายหนุ่มผู้มีเรื่องกับเจ้าหล่อนเมื่อครู่นี้ ดวงตาไม่ได้เรียบสงบดุจเคย ถ้าไม่ติดว่ามีคนอยู่มากมายเขาไม่มีวันปล่อยให้ไอ้หนุ่มนั่นอุ้มเธอไปแบบนั้นเป็นแน่!

 

ช่วยกันปฐมพยาบาลครู่หนึ่งพัทธมนจึงฟื้น หากเธอก็เอาแต่นอนร้องไห้ไม่หยุด

โธ่...คุณหนู ไม่เอาไม่ร้องค่ะคนดีของป้า มือหนึ่งเช็ดน้ำตาให้เธอ อีกมือนางปาดป้ายน้ำตาตัวเอง วิญญาณคุณท่านมาเห็นคุณหนูร้องไห้อยู่แบบนี้ ท่านจะไปสงบได้ยังไงกัน คุณหนูร้องไห้มามากแล้ว เหลืออีกไม่กี่คืนแข็งใจหน่อยเถอะแม่คุณ อย่าร้อง ทำตัวให้สดใส ท่านเห็นแล้วจะได้สบายใจ

แต่ผู้ชายคนนั้นเขา...หนูมนไม่อยากเห็นเขาอยู่ในงาน เขาเป็นคนฟ้องล้มละลายคุณพ่อ

ตายจริง!... คนฟังยกมือทาบอก แต่แล้วก็ถอนหายใจอย่างนึกปลง คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจเถอะค่ะ เขาก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเขา

หญิงสาวน้ำตาริน เธอจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อรู้อยู่เต็มอก

พบพระซึ่งเลี่ยงไปหาน้ำหวาน เดินกลับมาพลางส่งยิ้ม

เป็นไงบ้างหนูมน ดีขึ้นรึยัง

พัทธมนลุกนั่งโดยมีนางชมัยช่วยประคอง ก่อนรับแก้วน้ำหวานไปจากชายหนุ่ม

ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอโทษด้วยนะที่ทำให้เป็นห่วง ต่อไปหนูมนจะไม่อ่อนแออย่างนี้อีกเธอเช็ดน้ำตาจนเหือดแห้งแล้วสูดหายใจลึก ดึงความเข้มแข็งกลับคืนมา หนูมนอยากล้างหน้าสักหน่อย จะได้ออกไปรับรองแขกต่อ

หนูมนน่ะไม่ต้องเลย พักอยู่ในนี้แหละ ข้างนอกผมดูแลให้

หญิงสาวส่ายหน้า

งานของคุณพ่อ หนูมนเป็นลูกก็ต้องทำเพื่อท่านสิ ครั้งสุดท้ายที่จะได้ตอบแทนบุญคุณ ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้อีกก็ไม่รู้จะเรียกว่าไงแล้ว เธอยิ้มขื่น ไม่สนใจหยาดน้ำตาที่กลิ้งหล่นได้เวลาสวดพระอภิธรรมแล้วใช่มั้ย หนูมนจะไปฟังพระสวด อุทิศส่วนกุศลให้ท่าน

 

อภิวรรธน์ไม่ได้มา เคารพศพอย่างที่บอกกับพัทธมนหรือใครๆ เขาแค่มองรูปของนายโกวิทย์ที่ประดับไว้หน้าโลง มุมปากยิ้มเหมือนเยาะ เมื่อพิริสาจุดธูปส่ง ก็ไม่เห็นเขาอยู่หน้าหีบศพนั่นแล้ว เหลือเพียงลูกน้องสองคน ส่วนชายหนุ่มไปนั่งบนโซฟาหน้าสุดซึ่งเป็นตำแหน่งเจ้าภาพของงาน พูดคุยกับใครอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนอย่างเป็นกันเอง

คนมางานศพย่อมต้องมาเคารพศพเป็นอันดับแรก แต่ผู้ชายคนนั้นไยไม่ใส่ใจ พิริสาสงสัย หากก็ไม่เก็บมาคิดให้เปลืองสมอง ส่งธูปให้คนอื่นต่อ

คนนี้แน่หรือคะ

เสียงซุบซิบของผู้หญิงดังขึ้นเบาๆ ที่ข้างหลัง อภิวรรธน์คงไม่สนใจถ้าประโยคต่อมาจะไม่พาดพิงถึงใครบางคน

แน่สิคะคุณ รูปหน้าหนึ่งเด่นหราขนาดนั้น ไม่เชื่อคุณก็ลองกลับไปค้นหนังสือพิมพ์ดู ทีแรกดิฉันก็ไม่แน่ใจหรอก แต่คนในงานพูดกันให้แซด ว่าคุณโกวิทย์ไม่ได้ยิงตัวตายเพราะเรื่องโดนฟ้องล้มละลายอย่างเดียว เขาว่ากันว่าเพราะแกตรอมใจเรื่องลูกสาวไม่รักดีต่างหากเล่าคะ

นั่นสิคะ ดิฉันถึงว่าหน้าตาคุ้นๆ แต่แหม ออกสวยน่ารัก เสียดายไม่น่าทำตัวอย่างนี้

ลูกสาวคนเดียว คุณโกวิทย์หวงยังกะไข่ในหินเชียวค่า เคยเห็นข่าวพ่อเขาควงออกงานที่ไหนไหมล่ะ ไม่มี้ ตัวพ่อน่ะทำเป็นโสดออกงานสังคมควงสาวเป็นว่าเล่น เก็บลูกสาวไว้ในบ้าน คงนึกว่าลูกจะเรียบร้อยเป็นผ้าพับ ที่ไหนได้ พอพ่อไปทางนี้ยัยคนลูกก็ไปทางโน้น ไปนอนกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ เชื้อคงไม่ทิ้งแถว แหม...พูดไปยังกระดากปาก

ถึงว่าอย่างนั้น แต่อีกคนจะหยุดก็หาไม่

เมื่อกี้เธอก็แรงไม่เบานะคะ ก้าวร้าวถึงขนาดไล่แขกออกจากงาน นิสัยไม่น่ารักเลย

ก็แม่เขาตายไปตั้งแต่ยังเด็กนี่ค้า อยู่กับพ่อ พ่อก็ปล่อยให้คนใช้เลี้ยง ถึงเป็นลูกผู้ดีแต่ไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอน มันจะเป็นผู้ดีไปได้ยังไงกันคะคู้ณ นี่งานศพพ่อก็เห็นเป็นลมไปแล้วตั้งกี่ตลบ เสียใจที่พ่อตายหรือมีมารหัวขนอยู่ในท้องก็ไม่รู้ เห็นไวไฟออกปานนั้น ถ้าดิฉันมีลูกสาววัยไล่ๆ กันจะสั่งห้ามไม่ให้คบค้าสมาคมเลยเชียว ผู้หญิงอะไร้ เกิดท้องไส้ขึ้นมาจริงๆ จะชี้ตัวพ่อเด็กถูก...หรือ...เปล่า...”

คำนินทาแผ่วหายค้างในลำคอ เมื่อคนพูดเผลอสบกับสายตาคมกริบที่จับจ้อง หญิงทั้งสองในเครื่องแต่งกายหรูหราเครื่องเพชรแพรวพราวส่งยิ้มจืดให้ชายหนุ่ม ครั้นเขายังจ้องมองก็ต่างพากันหลบตาวูบ

 

เมื่อออกมายังบริเวณรับรองแขก พัทธมนได้พบกับใครคนหนึ่งซึ่งส่งยิ้มบางๆ สุภาพ และให้กำลังใจ เธอจำเขาได้ทันที แม้วันนี้เขาจะสวมแว่นสายตามาด้วย

คุณไตรทศ สวัสดีค่ะ เจ้าหล่อนยกมือไหว้ มานานแล้วหรือคะ

สักครู่นี่เอง เสียใจด้วยนะครับ เขาตอบหลังจากรับไหว้

ขอบคุณค่ะ

ผมทราบข่าวเมื่อหลายวันก่อน แต่เผอิญอยู่ต่างจังหวัด ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ คงได้มาช่วยงานตั้งแต่คืนแรกๆ

แค่คุณมีน้ำใจมา ฉันก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ เห็นหน้าเขาแวบแรกเธอตื้นตันจนพูดไม่ถูก คนรู้จักกันฉาบฉวยแค่วันเดียว แต่มีน้ำใจต่อกันมากมายเหลือเกิน แล้วดูสิ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมกัน

เก้าอี้บริเวณนั้นว่าง พัทธมนเลยถือโอกาสนั่งฟังพระสวดอยู่ข้างๆ ชายหนุ่ม พบพระกับพิริสาตามมาสมทบ เธอมองเพื่อนแล้วไม่วายกวาดตาแลไปรอบๆ เห็น เขานายอภิวรรธน์นั่งอยู่ที่โซฟาแถวหน้าสุด ท่าทางภูมิฐาน จุดนั้นมันตำแหน่งของประธานในพิธีชัดๆ อารมณ์โกรธแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ อยากลุกปราดไปกระชากเขาออก พอดีกับเขาเหลียวมองมา พัทธมนจึงประสานสายตาตอบ ดวงตาของเธอมีแต่ความจงเกลียดจงชัง ถ้าทำได้เธออยากสาปแช่งให้เขาด่าวดิ้นไปเดี๋ยวนี้ ตกนรกอเวจีอย่าได้ผุดได้เกิด ให้สาสมกับความชั่วร้ายของเขา

ส่วนชายหนุ่มมองเธอเหมือนสำรวจอยู่ในที ครู่เดียวมุมปากก็ยิ้มเยาะ ทำให้พัทธมนกัดฟันแน่น กำมือจนเล็บจิกเนื้อ

หนูมนเป็นอะไรครับ เสียงคนนั่งข้างกระซิบถามอย่างห่วงใย ดึงสติหญิงสาวกลับคืน เธอส่งยิ้มเซียวให้เขา

เปล่าค่ะ

พบพระมองตามสายตาของเจ้าหล่อน เห็นใครคนนั้นก็หมดความสนใจ หันกลับมาละมือซึ่งพนมไหว้พระไปลูบปลอบประโลมมือเรียวบอบบางที่ยังวางอยู่บนหน้าตักของเจ้าของ

ทำใจให้สบายนะครับหนูมน ผมอยู่ข้างๆ คุณเสมอ

คนฟังยิ้มรับ คราวนี้สดใสขึ้น

แต่ภาพนั้นส่งผลให้คนบนโซฟาแถวหน้าพานอารมณ์กรุ่นร้อน ซ้ายมือเธอคือหมอไตรทศ ขวามือก็มีไอ้หนุ่มหน้าอ่อน ขนาดหน้าซีดอย่างกับไก่ต้มยังเสน่ห์แรงเหลือเกิน อะไรไม่ร้ายเท่าในงานศพพ่อตัวเองแท้ๆ ยังมานั่งกระซิบจู๋จี๋กับผู้ชาย ให้มันลูบมือถือแขนอยู่นั่น มิน่า คนถึงได้นินทากันทั้งงาน

รอเสร็จงานศพพ่อเธอก่อนเถอะ พัทธมน!

แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับเมื่อสวดพระอภิธรรมเสร็จสิ้น บุตรสาวผู้ตายและกลุ่มเพื่อนมายืนส่งแขกอยู่หน้าศาลา ร่วมด้วยนายแพทย์ไตรทศซึ่งยืนขนาบข้าง คอยลอบมองพัทธมนอย่างเป็นห่วง ในฐานะแพทย์เขาอยากสั่งให้เธอรีบกลับไปนอนพักเสียไวๆ เพราะดูเรือนกายแบบบางนั้นอ่อนระโหยโรยแรงเต็มทีแล้ว แต่ก็รู้ตัวว่าตนเป็นคนรู้จักเพียงผิวเผิน ไม่มีสิทธิ์จะไปสั่งหรือบังคับเธอได้ ก็แค่คนบังเอิญเจอกันในวันที่เธอมีปัญหา แล้วใช้เวลาร่วมกันแค่ช่วงสั้นๆ แม้เขาจะรู้สึกดีๆ ด้วย แต่เธอเล่าใจตรงกันหรือเปล่า ดูเหมือนว่าจะมีคนคอยทำหน้าที่ห่วงใยเธออยู่แล้วทั้งคน

ไตรทศลอบมองชายหนุ่มผู้ยืนข้างๆ พัทธมน แล้วทอดถอนใจ

อีกด้านของศาลา อภิวรรธน์ยืนสนทนาอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มเล็กๆ ท่าทีเขาเหมือนให้ความสนใจฟังเรื่องราวที่กำลังพูดคุย แต่เปล่า สายตาของเขาลอบสังเกตหญิงสาวในชุดดำซึ่งยืนส่งแขกอยู่หน้างานนั่นแทบตลอดเวลา เขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ไม่แน่ ตั้งแต่ลุกออกจากโซฟามาแล้วที่สายตาของเขาเหลียวหาเธอ ครั้นพบก็ลอบมองอยู่เป็นระยะ เห็นล่ะว่าไอ้หนุ่มทั้งสองไม่ยอมห่างเธอเลย โดยเฉพาะไอ้หน้าอ่อน ประกบติดแจ ตั้งแต่แขกยังเต็มศาลา กระทั่งทยอยออกไปเกือบหมด และเดี๋ยวนี้นายไตรทศทำท่าจะลากลับอีกคน แต่ไอ้หน้าอ่อนยังปักหลักมั่น เหมือนมันเป็นญาติโกโหติกาของนายโกวิทย์ด้วยกระนั้น

แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาใหม่ นายแพทย์หนุ่มกล่าวกับบุตรสาวของผู้ตาย

ขอบคุณค่ะ

อย่าลืมดูแลตัวเองนะครับ หน้าตาคุณซีดเซียวเหลือเกิน กลับบ้านไปก็นอนพักผ่อนให้เพียงพอ พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำอะไรอีกหลายอย่าง

พัทธมนยิ้มอ่อน เป็นรอยยิ้มซีดๆ หากก็ยังช่วยให้ดวงหน้านวลสดใสขึ้น

ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ภายในศาลากลับมาโล่ง เหลืออยู่ไม่กี่คนที่ยังยืนคุยธุระกันอยู่ พัทธมนหันกลับจะเดินเข้าข้างในก็สบเข้ากับดวงตาคมที่มองอยู่แล้ว เธอคอแข็ง หน้าเชิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หนึ่งในกลุ่มนั้นเหลือบเห็นหญิงสาว ก็ส่งยิ้มเดินเข้ามาหา ทำให้อีกสองคนทยอยตาม

คืนนี้ลุงกลับก่อนนะหนูมน พรุ่งนี้ลุงมีธุระคงมาฟังพระสวดไม่ได้ ยังไงจะมาคืนสุดท้ายอีกที

ชายอายุย่างหกสิบผู้นี้คุ้นหน้าคุ้นตาเธอมาแต่เล็ก หญิงสาวพนมมือไหว้

หนูมนกราบขอบพระคุณคุณลุงค่ะ

เขาพยักหน้า พัทธมนก็หันไปไหว้อีกคน

ขอบคุณคุณอาที่มาค่ะ

แต่กับผู้ชายที่ยืนรั้งท้าย เธอมองด้วยดวงตาแข็งกระด้าง อภิวรรธน์ก็ไม่กล่าวอะไรนอกจากชำเลืองแลชายหนุ่มที่ยืนข้างกายของเธอ ก่อนหันมายกมุมปากยิ้มเยาะใส่ตา แล้วเดินตามชายสูงวัยทั้งสองไป

ใครหรือหนูมน พิริสาเอ่ยถาม

คนที่ยื่นฟ้องคุณพ่อ

มิน่า ตอนเขาเข้างานหนูมนถึงได้โวยวายใส่ แต่เขาก็แปลกนะ มางานศพไม่ยักกะกราบศพคุณลุง แล้วเมื่อกี้ยังมองหนูมนแปลกๆ อีก

พัทธมนได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากัน มางานศพแต่ไม่กราบศพ ฮึ! ผมแค่ตั้งใจมาเคารพศพของคนตาย น้ำคำของผู้ชายเลวๆ เชื่อถือไม่ได้แม้สักครึ่งคำ!

พบพระและพิริสาอยู่ช่วยจนกลับพร้อมกับเจ้าภาพ

แยกกันตรงนี้เลยนะพบ พริก ขอบใจมากนะที่มาช่วย กลับคนสุดท้ายทุกวันเลย

พิริสายิ้ม ยกมือเพื่อนมาลูบปลอบ

ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา หนูมนก็อย่าคิดมากนะ พักผ่อนมากๆ หน้าซีดเป็นกระดาษแล้วรู้มั้ย เห็นหน้าหนูมนแล้วพริกจะเป็นลมแทน

เพื่อนชายอีกคนมองตาละห้อย ใจจริงเขาอยากไปส่งเธอให้ถึงบ้าน แต่ทุกครั้งที่อาสาพัทธมนปฏิเสธอย่างนิ่มนวล ก็สมควรอยู่หรอกในเมื่อเธอมีคนขับรถพร้อมอยู่แล้ว

ฝากพบช่วยไปส่งพริกด้วยนะคะ

ไม่ต้องห่วงครับ รับรองผมส่งจนเข้าบ้านปลอดภัยแน่นอน

พิริสาลอบมองคนพูดด้วยประกายตาอ่อนหวาน ไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอใจเต้นแรงแค่ไหนยามได้นั่งรถคู่ไปกับเขา แม้จะรู้ว่าพบพระไม่เคยมองเธอเป็นอื่นนอกจากเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่ง แต่สำหรับเธอแล้ว ความรู้สึกมันต่างออกไป และได้แต่ก้มหน้ารับความเจ็บปวดไว้คนเดียว เมื่อเห็นเขาแสดงความห่วงใยต่อพัทธมนอย่างออกนอกหน้า

สองนายบ่าวยืนส่งจนรถของพบพระเลี้ยวออกพ้นรั้ววัด พลางพัทธมนคิดไปถึงเพื่อนอีกคน นาถศุภางค์ไม่เคยมาร่วมงานเลยสักคืน พบพระก็ไม่เคยพูดถึง แต่พิริสาบ่นถึงในคืนแรกๆ ว่าโทรศัพท์ไปชวนแล้ว แม้ไม่อยากมองเพื่อนในแง่ร้าย ทว่าอดคิดไม่ได้ว่า ป่านนี้นาถศุภางค์คงกำลังมีความสุขกับความเป็นไปในครอบครัวเธออยู่กระมัง ดีแล้วที่หล่อนไม่มา เพราะถ้ามาก็ไม่แน่ว่าอาจได้เห็นรอยยิ้มเยาะมากกว่าความเสียใจก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่านาถศุภางค์ไม่ค่อยชอบเธอ แล้วทำไมเธอยังทนคบอยู่ได้ตั้งสี่ปีกันหนอ?

หญิงสาวทอดถอนใจอย่างเหนื่อยล้า

กลับกันเถอะค่ะคุณหนู นางชมัยแตะต้นแขนเบาๆ

เจ้าหล่อนหันมายิ้มเศร้า

ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #63 namkanglemon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:06
    สงสารนางจัง
    #63
    0
  2. #62 Maseo Saysulian (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:47
    หนูรอไรท์ทุกวันขอบคุณทื่อัพให้อ่านะุคะ
    #62
    0
  3. #61 Stakkyy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:22
    สนุกค่ะ มาอัพต่อไวๆน๊า
    #61
    0
  4. #60 kaew_1980 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:15
    สงสารหนูมนจังเลย
    #60
    0