พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 6 : = ๐๖ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60

 

โกวิทย์กลับเข้าบ้านมาหลังสามทุ่ม วันนี้ไม่มีกระเป๋าเอกสาร มีเพียงเสื้อสูทซึ่งถอดพาดบ่าเกี่ยวคอเสื้อไว้กับปลายนิ้ว ท่าทางเดินก้มหน้าเซื่องซึมเข้ามานั้นลดสง่าราศีลงไปมาก ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้ว่าใครมายืนรออยู่เช่นทุกวัน

หนูมนล่ะ

อยู่ในห้องค่ะ

วันนี้เป็นไง อาการไข้หายดีหรือยัง

ยังไม่หายสนิทหรอกค่ะ แต่ดีขึ้นมากแล้ว ตอนสายออกไปข้างนอก กลับเข้ามาก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้อง

กินข้าวแล้วหรือ

เรียบร้อยแล้วค่ะ อิฉันยกไปให้เธอทานที่ห้อง

โกวิทย์พยักหน้า

เดี๋ยวอีกสักพักเข้าไปหาฉันที่ห้องทำงานหน่อยนะ

ค่ะ

ตอนที่นางชมัยเยี่ยมหน้าเข้าไปในห้องทำงานของโกวิทย์นั้น เจ้าของห้องยังอยู่ในชุดเดิม กำลังนั่งมองรูปถ่ายครอบครัวซึ่งใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะแห่งนี้มาสิบกว่าปี ดวงหน้าของชายวัยกลางคนมีแต่ความหมองเศร้า เมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เขาจึงรู้สึกตัว เงยหน้ามองแม่บ้านที่เดินอย่างสำรวมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน

มาแล้วหรือ เจ้าของห้องวางกรอบภาพลงที่เดิม ลุกเดินไปยังโซฟา นั่งสิ

เขานั่งลงบนโซฟาหนังนุ่ม ส่วนหญิงแม่บ้านทรุดพับเพียบเรียบร้อยอยู่กับพื้น โกวิทย์เหมือนจะขัดแต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ ถามด้วยสำเนียงเรียบเรื่อยชวนคุย

เธออยู่นี่มากี่ปีแล้วล่ะ แม่ชมัย

อิฉันอยู่มาตั้งแต่รุ่นสาว นี่ก็สามสิบกว่าปีเข้าไปแล้วมังคะ

นั่นสินะ มาอยู่ก่อนฉันแต่งงานซะอีก ได้ช่วยดูแลคุณผู้หญิง ดูแลยัยหนู พอคุณผู้หญิงเสีย เธอก็เลยต้องรับหน้าที่เป็นแม่คนที่สองให้ยัยหนูไปแทน

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ

มันยิ่งกว่านั้นอีก โกวิทย์สำทับ ขอบใจมากนะที่ช่วยดูแลยัยหนูอย่างดี ทั้งๆ ที่ฉันเองเป็นพ่อแท้ๆ ยังไม่ค่อยจะมีเวลาสนใจ...เธอก็รู้แล้วใช่มั้ย ว่าบริษัทมีปัญหา

ค่ะ

แล้วยัยหนูล่ะ รู้หรือยัง

วันนี้เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วค่ะ

งั้นหรือ... เสียงรำพึงแผ่วเบา

อิฉันสั่งเด็กในบ้านให้เก็บไว้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเผลอหลุดมาได้ยังไง

คนฟังทอดถอนใจ

ช่างเถอะ ไม่รู้วันนี้วันหน้าก็ต้องรู้ แล้วยัยหนูว่าไงบ้าง

คุณหนูเหมือนจะช็อกค่ะ แล้วก็ผลุนผลันเอารถออก ไปไหนอิฉันไม่ทราบ กลับเข้ามาตอนเที่ยง ท่าทางดูไม่ค่อยดีเลยค่ะ

โกวิทย์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ วูบแรกให้สงสัยว่าลูกไปไหน เพราะช่วงเช้าเขาอยู่ที่บริษัทตลอดเวลาก็ไม่เห็นใครแจ้งว่ายัยหนูไปหา วูบต่อมาเขาคิดไปถึง คนผู้นั้นนิ่งไปอึดใจก่อนปัดความสงสัยทิ้ง ลูกจะไปไหนคงไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้ว ในเมื่อตอนนี้ก็กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยดี ที่กังวลเห็นจะมีแต่ว่าแกจะรับได้แค่ไหนกับพ่อที่ล้มละลายคนนี้

บุรุษวัยกลางคนถอนหายใจอีกระลอก เมื่อสง่าราศีในตัวถูกครอบงำด้วยความหม่นหมอง หน้าดำคร่ำเครียด ก็เหมือนว่าอายุของเขาจะสูงขึ้นอีกหลายปี

วันนี้ฉันจัดการให้คนโอนเงินเข้าบัญชีเธอส่วนหนึ่งแล้ว เห็นทีบ้านนี้คงจ้างคนไว้มากๆ อีกไม่ได้ เธอไปจัดการจ่ายเงินให้เจ้าพวกนั้นคนละก้อนแล้วแต่จะเห็นสมควรแล้วกัน ที่เหลือก็เอาไว้ใช้จ่ายยามขัดสน...ฝากหนูมนด้วย

คุณท่าน!... คนฟังอุทาน ใจหายด้วยสังหรณ์เร้นลึก ยิ่งเห็นหน่วยตาแวววาวพราวม่านน้ำตาของผู้เป็นนายก็ยิ่งใจคอไม่ดี แล้วคุณท่านจะไปไหนคะ

ฉันก็พูดเผื่อไว้ ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ฝากลูกฉันด้วย หนูมนไม่มีใครเลยนอกจากเธอเมื่อหญิงแม่บ้านยังนั่งเฉย ผู้เป็นนายจึงย้ำถาม รับปากฉันได้มั้ยแม่ชมัย อย่าทิ้งยัยหนู

โธ่...พูดอะไรอย่างนั้นกันคะคุณท่าน คุณหนูน่ะอิฉันรักยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่มีวันที่อิฉันจะทิ้งเธอหรอก

รอยยิ้มบางๆ ระบายบนมุมปากของผู้เป็นนาย แม้ดวงตายังมีรอยหมอง

หนูมนหลับแล้วหรือยัง

อิฉันก็ไม่ทราบค่ะ ออกมาจากห้องเธอตั้งแต่สองทุ่ม

ไปตามมาให้หน่อย ถ้าหลับแล้วก็ปลุกเรียก บอกว่าฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย

ค่ะ หญิงสูงวัยหันหลังคลานตุ้บตั้บ ยันกายลุกเดินออกนอกประตูไป ใจพานให้คิดว่าวันนี้คุณท่านแปลกจริง พูดจาแปลกๆ แล้วยังให้ไปปลุกเรียกคุณหนูอีก แต่นึกถึงปัญหาเรื่องหนี้สินขึ้นมา ก็คาดเดาไปว่าคุณท่านอาจมีเรื่องอยากปรึกษาหารือกับคุณหนูก็เป็นได้

 

เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออกอีกครั้ง ผู้เข้ามาครั้งนี้เป็นธิดา สวมชุดนอนแบบกระโปรงยาวถึงกลางน่อง มีเสื้อคลุมผ้าแพรสวมทับ เจ้าหล่อนเปิดยิ้มบางๆ

คุณพ่อเรียกหนูมนหรือคะ

จ้ะลูก มานั่งนี่มา โกวิทย์ตบที่นั่งข้างๆ ครั้นลูกสาวเข้ามานั่งใกล้ ผู้เป็นพ่อก็ยกมือลูบศีรษะ เป็นไง หายไข้รึยัง

หายแล้วค่ะ

แม่ชมัยมันบอกว่าหนูมนออกไปข้างนอกวันนี้ ไปไหนมาหรือ

ดวงหน้าที่สดชื่นสลดวูบ อ้อมแอ้มตอบว่า

หนูมนออกไปธุระค่ะ

โกวิทย์จับสังเกตดวงหน้านั้นอยู่ ดูก็รู้ว่าที่สงสัยมีความเป็นไปได้มาก ลูกออกไปหาหมอนั่น เป็นมือเขาเองหรือทำร้ายลูกน้อย...หัวใจของพ่อปวดแปลบ

หนูมนมีเงินเก็บในบัญชีไว้บ้างหรือเปล่าลูก

หญิงสาวเหลือบตาขึ้นมองบิดาด้วยแววตาสงสัย แต่ครั้นคิดว่าท่านคงต้องการตรวจสอบฐานะทางการเงินภายในบ้าน ก็บอก

พอมีค่ะ เงินที่คุณพ่อให้รายเดือนหนูมนเบิกจ่ายแล้วยังเหลือทุกเดือน เงินก็สะสมอยู่ในบัญชีบัญชีที่เธอพูดถึงนั้นคือบัญชีรับเงินรายเดือนจากบิดา ซึ่งเปิดใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม จนถึงตอนนี้เงินเก็บที่เหลือจากการใช้จ่ายรวมทั้งเงินพิเศษที่ได้รับเนื่องในโอกาสต่างๆ ก็นับว่าเป็นหลักล้านทีเดียว

ดีแล้วลูก ฐานะเราไม่ได้ร่ำรวยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว...หนูมนรู้แล้วใช่มั้ย ประโยคท้ายเสียงถามอ่อนเบา

ค่ะ... คนตอบรับก็แทบไม่มีเสียง เพราะก้อนขมขื่นจุกแน่นเต็มอก

ผู้เป็นบิดาพูดต่อไปว่า

บ้านนี้ก็คงถูกยึด รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ แต่ทรัพย์สินในส่วนของหนูมนก็ยังเป็นของหนูมนเหมือนเดิมนะลูก เครื่องเพชรของคุณแม่ที่ฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร คุณแม่ทำพินัยกรรมยกให้หนูไว้ส่วนนึงแล้ว ส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้ทำ พ่อก็จัดการโอนเป็นชื่อของหนูมนตั้งแต่หลังคุณแม่เสียได้ไม่นาน

นับว่าเป็นความรอบคอบของเขาที่จัดการอะไรไว้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ที่ทำไปทั้งหมดไม่ได้คาดคิดว่าจะเป็นการเตรียมการไว้สำหรับล้มละลายแต่อย่างใด เพียงแค่ทำไว้เพื่อป้องกันปัญหาหากว่าเขามีภรรยาใหม่ ทรัพย์สมบัติในส่วนของภรรยาเดิมจะได้ตกถึงมือลูกอย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วงเรื่องแม่เลี้ยงมาฮุบสมบัติ

แต่การป้องกันในคราวนั้นกลับกลายเป็นผลดีในอีกแง่หนึ่ง

หนูมนรู้ใช่มั้ยลูกว่าพ่อเช่าตู้เซฟไว้ที่ไหน

ค่ะ

นี่กุญแจกับบัตรประจำตัวผู้เช่า โกวิทย์ส่งกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ มาให้ ต่อไปหนูมนจะได้มีทุนรอนเลี้ยงตัว...ส่วนของพ่อ ไม่เหลืออะไรเป็นมรดกไว้ให้ลูกแล้ว

เสียงเครือแหบพร่าของบิดาทำให้กระบอกตาหญิงสาวผ่าวร้อน เธอส่ายหน้า

หนูมนไม่ต้องการอะไรหรอกค่ะ ไม่ต้องมีสมบัติมากมายหนูมนก็อยู่ได้ แค่มีคุณพ่อกับป้าชมัยก็พอแล้ว หยาดน้ำตาไหลผ่านแก้มโดยเจ้าตัวมิได้สนใจ หนูมนเรียนจบหางานได้เมื่อไหร่ จะดูแลคุณพ่อเอง

ขอบใจลูก...ขอบใจมาก... เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ลูกสาว ขณะน้ำตาตัวเองก็ไหลลาม กลืนก้อนแข็งๆ ที่ปรี่ขึ้นมาจุกลำคอลงได้จึงกล่าวต่อ

หนูมนขายเครื่องเพชรบางส่วนแล้วซื้อบ้านเล็กๆ อยู่สักหลังนะลูก พาแม่ชมัยไปอยู่ด้วย เขาจะได้ช่วยดูแลลูก จะเลือกใครไปอีกสักคนก็ได้ ไปช่วยเป็นหูเป็นตาให้แม่ชมัย แม่นั่นเขาแก่แล้ว มีผู้ช่วยสักคนพอให้อุ่นใจ ส่วนคนอื่นๆ ก็ให้แยกย้ายไปหางานอื่นทำ พ่อให้แม่ชมัยมันจัดการแล้ว หนูมนไม่ต้องไปวุ่นวายเอง...เรื่องลูกในท้อง ถ้าพ่อของเด็กพร้อมจะรับผิดชอบก็จดทะเบียนอยู่กินด้วยกันให้ถูกต้อง แต่ถ้าเขาไม่พร้อมจะรับเลี้ยง หนูมนก็เลี้ยงดูเขาให้ดีนะลูก แม่ชมัยนั่นน่ะพึ่งพาได้อยู่หรอก เขาเคยเลี้ยงหนูมนมาก่อน...จำไว้ไม่ว่ายังไง หลานพ่อก็เป็นราชนฤบดินทร์

ถ้อยคำสุดท้ายกลืนหาย คนฟังยิ่งใจคอไม่ดี เสียงที่กล่าวจึงสั่นเครือ

คุณพ่อพูดเหมือนกับว่า จะไม่อยู่กับหนูมน

พ่อแค่พูดเผื่อไว้ อนาคตไม่แน่นอน ดูอย่างตระกูลเราสิ เคยคิดหรือว่าจะมีวันนี้

พัทธมนมองท่านนิ่ง หาบางสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในสีหน้านั้น คำพูดของท่านเหมือน สั่งเสียหัวจิตหัวใจของเธอจึงวูบหาย

ดึกแล้ว หนูเพิ่งหายป่วย กลับไปพักผ่อนได้แล้วลูก

คุณพ่อก็เหมือนกัน อย่านอนดึกนะคะ

โกวิทย์พยักหน้า หญิงสาวยังคงมองบิดาเหมือนลังเลอะไรบางอย่าง

คุณพ่อคะ

หือ...อะไรลูก

เธอชั่งใจอยู่อึดใจเต็มว่าจะถามเรื่องที่เพิ่งรับรู้มาวันนี้ดีหรือไม่ แต่ครั้นแล้วตัดใจได้ ถึงรู้ไปจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรท่านก็คือพ่อ เป็นวีรบุรุษในใจเธอเสมอ พัทธมนโถมกายเข้ากอดซุกอกอุ่น

หนูมนรักคุณพ่อค่ะ รักที่สุด หนูมนไม่เคยเสียใจเลยที่เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ

โกวิทย์กอดตอบ พยักหน้ากับกลุ่มผมของลูก น้ำตาไหลอย่างสุดระงับ

พ่อก็รักลูก...

เมื่อผละจากอกพ่อ หญิงสาวก็รู้สึกราวกับหัวใจวูบหายไปด้วย ก่อนออกจากห้องเธอหันมองท่านอีกครั้ง มองอย่างจดจำจารึก อะไรบางอย่างบอกว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้มองท่าน เมื่อปิดประตูลงหญิงสาวจึงน้ำตาพรั่งพรู เป็นครู่ใหญ่กว่าจะดึงสติกลับมาได้และโทษว่าเพราะอารมณ์อ่อนไหวคิดมากไม่เข้าเรื่อง

ถึงกระนั้นก็หาได้สบายใจขึ้นสักนิดเลย



พัทธมนเดินอยู่ท่ามกลางหมอกมัว ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและกำลังจะไปไหน มองรอบตัวก็เห็นแต่ละอองหมอกปกคลุมทั่ว

หนูมน...หนูมนลูก...

แว่วเสียงเรียกอ่อนหวานแกมเศร้าสร้อยมาจากที่ใดสักแห่ง แต่ครั้นเหลียวหาก็ไม่พบอะไรนอกจากกลุ่มหมอก

หนูมน...หนูมนลูก...

คุณแม่ คุณแม่หรือคะ อยู่ไหนคะ พัทธมนเรียกหา ถึงไม่เห็นใคร แต่ก็จำได้ขึ้นใจว่าเสียงอ่อนโยนอ่อนหวานนั้นไม่ใช่เสียงใครอื่น คุณแม่อยู่ไหนคะ

เธอเดินมาเรื่อยๆ และพบว่าตนเองอยู่ในสวนดอกไม้หน้าบ้าน หมอกมัวรอบกายสลายไปแล้ว มีแดดอ่อนๆ อาบไล้ บ่งบอกว่าเวลานั้นเป็นช่วงบ่ายของวัน เธอกลับกลายเป็นเด็กหญิงวัยแปดขวบถักเปียสองข้าง กำลังวิ่งไล่คว้าผีเสื้อ

หนูมน...หนูมนลูก...

เด็กหญิงหยุดวิ่งเหลียวตามเสียง

คุณแม่ เธอยิ้มแย้มวิ่งเข้าไปหา ส่งมือให้จับจูงไปนั่งที่โต๊ะกลางสนาม

นางเพียงแต่นั่งมองลูกสาวด้วยนัยน์ตาเศร้าสร้อย

คุณแม่เป็นอะไรคะ

คำถามของเด็กหญิงได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มบางๆ ยิ้มหม่นหมองที่พัทธมนไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วน้ำตานางก็ไหล

คุณแม่ร้องไห้ทำไม แม่หนูลุกจากเก้าอี้มานั่งบนตัก พลางยกมือน้อยๆ ขึ้นช่วยเช็ดน้ำตา โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคะคุณแม่

อ้อมแขนของนางโอบกอดลูกไว้แนบอก จูบเรือนผมเส้นเล็กละเอียดนิ่มแล้วบอก

ดูแลตัวเองดีๆ นะหนูมน...ดูแลตัวเองดีๆ...

เสียงนั้นแผ่วจางมาจากที่ไกลแสนไกล เหมือนเสียงสายลมหวีดหวิว หญิงสาวเหลียวมองรอบๆ ก็พบว่าตนกลับมาอยู่ท่ามกลางหมอกมัวอีกครั้ง ภาพดวงหน้าเศร้าสร้อยของคุณแม่ยังติดตา แต่มองหาไม่พบ

คุณแม่ คุณแม่คะ...อยู่ไหน...คุณแม่

ปัง !!!

เสียงดังก้องสะเทือนเลื่อนลั่นปลุกให้หญิงสาวผวาตื่น เม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วดวงหน้า เจ้าหล่อนนอนตาเบิกโพลงมองเพดานห้อง หัวใจเต้นกระหน่ำรัว ก่อนค่อยๆ แผ่วลงเมื่อคิดได้ว่า

แค่ฝัน...

แต่เสียงสุดท้ายเหมือนจริงเหลือเกิน

พัทธมนพลิกกายนอนตะแคง เนื้อตัวยังสั่นเทา ความเศร้าซึ่งไม่ทราบสาเหตุไหลปรี่ท่วมท้นหัวใจ พานให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว แล้วเหมือนมีบางอย่างมากระแทกใจอย่างรุนแรง

คุณพ่อ!...

หญิงสาวผุดลุกจากที่นอนวิ่งออกจากห้องไปยังห้องทำงานของผู้เป็นบิดาทันที

ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เธอแทบช็อก นิ่งขึงเหมือนถูกตรึงกับที่ เสียงใครบางคนหวีดร้องอยู่ข้างหู แล้วใครคนนั้นก็วิ่งผ่านเธอไปยังคนที่นั่งคอพับคออ่อนพิงพนักเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน เลือดไหลออกจากขมับขวาหยดลงพื้นเป็นทาง กระบอกปืนหล่นอยู่ใกล้ๆ

คุณพ่อ!”

พัทธมนหวีดร้องสุดเสียง ผวาเข้าไปเขย่าเรียก น้ำตาอาบเปื้อนดวงหน้า เธอเรียกไปร้องไห้ไปปริ่มว่าจะขาดใจตามผู้เป็นบิดาไปด้วย

คุณพ่อ...คุณพ่อฟื้นสิคะ อย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งหนูมนไปแบบนี้ ฮือ...ฮือ... คุณพ่อ ฟื้นสิคะ ไม่รักหนูมนแล้วเหรอ อย่าทิ้งหนูมนไปนะ ฮือ...ฮือ...

เดี๋ยวเธอก็เขย่าร้องเรียก เดี๋ยวก็ซบกอดอกของท่าน คนในบ้านวิ่งวุ่นเข้ามาดู แต่หญิงสาวไม่รับรู้ว่าใครจะตกอกตกใจแค่ไหนหรือทำอะไรกันบ้าง เจ้าหล่อนคุกเข่าคร่ำครวญอยู่ข้างเก้าอี้ เรียวแขนโอบกอดไปรอบร่างที่สิ้นไร้วิญญาณ แม้จะร้องจนอ่อนแรงเธอก็ยังไม่ยอมผละห่างจากบิดาแม้แต่น้อย กระทั่งใครคนหนึ่งมาดึงตัวออก

คุณหนูคะ

พัทธมนเงยหน้าขึ้นมองแล้วโผไปซุกอกนาง เสียงร้องไห้ทะลักทลายออกมาอีกระลอก ตัวเธอสั่นเทาอยู่ในอ้อมอกพี่เลี้ยงราวลูกนกไร้สิ้นรวงรัง

ท่านไปสบายแล้วค่ะคุณหนู คุณพ่อท่านไปสบายแล้ว... คนปลอบเองก็แทบไร้เสียงปลอบ น้ำตาอาบหน้าไม่ต่างกันเลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ตามด้วยทีมแพทย์นิติเวชที่มาถึงไล่เลี่ยกัน และมีนักข่าวหูตาสับปะรดจากสำนักข่าวบางแห่งสกัดข่าวสารของตำรวจได้ตามมาอีกทอด ภายในบ้านราชนฤบดินทร์จึงคึกคักด้วยผู้คน หากแต่สมาชิกของบ้านต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า คุณหนูเป็นลมล้มพับไปแล้วหลายรอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์ร่วมมือกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บหลักฐาน ชันสูตรพลิกศพ รวมทั้งสอบปากคำบุคคลแวดล้อม โชคดีว่านักข่าวที่ตามมานั้นคลุกคลีกับทางตำรวจมานาน นอกจากไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ยุ่งยากใจแล้วยังให้ความร่วมมือกับทีมงานของราชการเป็นอย่างดี

ใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่าเรื่องทุกอย่างจะเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเคลื่อนศพขึ้นรถนำไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อทำการชันสูตรอีกครั้ง

 

เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวการฆ่าตัวตายของนายโกวิทย์ดังครึกโครมไปทั่วประเทศ หลายสำนักออกข่าวในทำนองเดียวกัน ใช้ภาพประกอบเดียวกันคือศพของผู้ตาย

อภิวรรธน์อ่านจบแล้วขยำหนังสือพิมพ์ปาทิ้งด้วยแรงอารมณ์ที่คุคลั่งเต็มอก

เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่นี้!

มันง่ายไป ไอ้โกวิทย์มันตายง่ายไป ยังไม่เจ็บปวดเท่าเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดที่เขาได้รับ ความแค้นจุกอกเขามานับสิบปี แต่มัน...มันเพิ่งลิ้มรสความเจ็บปวดแค่เริ่มต้น ก็รีบชิงหนีตายไปเสียแล้ว

ไอ้หน้าตัวเมีย!”

ชายหนุ่มสบถอย่างเดือดดาล คนรับใช้ต่างพากันหลบหน้าไปหมด เหลือแต่เขาอยู่ในห้องรับประทานอาหารเพียงลำพัง ขณะที่ยืนหมุนอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่นั้น พลันสายตาเหลือบเห็นหนังสือพิมพ์อีกฉบับบนโต๊ะ นอกจากใช้ภาพศพของผู้ตายประกอบเนื้อข่าว ยังแทรกภาพเล็กๆ ของบุตรสาวผู้ตายที่อยู่ในอาการร้องห่มร้องไห้จนแทบหมดสติ มีพี่เลี้ยงช่วยประคับประคอง ยกยาดมให้เธอสูด ข้อความเล็กๆ บรรยายว่า

บุตรสาวของนายโกวิทย์ร่ำไห้แทบขาดใจกับการจากไปของบิดา

อารมณ์โมโหของชายหนุ่มผ่อนคลายลง ทอดตามองหญิงสาวในภาพด้วยแววตาอ่อนแสง ภาพการพบกันของเขาและเธอเมื่อวานนี้ผุดพราย เธอหยิ่งทะนงจนน่าหมั่นไส้ วาจาร้ายกาจขึ้นทุกวัน และทั้งๆ ที่ไม่สบาย ไม่มีทางสู้อะไรเลยก็ยังถือดี

อยากรู้เหมือนกัน ต่อไปจะยังเชิดหน้าทำคอแข็งอยู่ได้อีกไหม

หวังว่าเธอคงไม่ชิงฆ่าตัวตายไปอีกคนหรอกนะ พัทธมน

กลัวใจยิ่งนัก เมื่อวานนี้เองที่เธอขับรถไปขวางหน้ารถอีกคัน แค่ได้รับคำรายงานจากลูกน้องใจเขาก็หล่นวูบ ไม่คิดว่าเธอจะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนั้น

อย่าชิงหนีตายไปซะก่อนนะพัทธมน ฉันกับเธอยังต้องเจอกันอีกนาน

ไม่มีไอ้หน้าตัวเมียคนนั้นก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยยังมีลูกสาวของมันอยู่ทั้งคน

แม้คิดอย่างนั้น แต่น่าแปลกที่หัวใจเขาไม่ได้นึกเกลียดเธอเหมือนอย่างตอนแรก เกลียดทันทีที่รู้ว่าเธอคือลูกสาวของนายโกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ เกลียดทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาด้วยซ้ำ ความรู้สึกเหล่านั้นเจือจางไปตั้งแต่เมื่อไหร่อภิวรรธน์ก็ไม่รู้ตัว

 


#########


มีสอบถามเข้ามาค่อนข้างเยอะว่าเรื่องนี้จะหาซื้อได้ที่ไหน ตอนนี้ยังหาซื้อไม่ได้นะคะ เพราะเล่มที่เคยตีพิมพ์ขาดตลาดไปแล้ว กำลังจะพิมพ์ซ้ำกับ สนพ. พิมพ์อักษรค่ะ ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดทำเล่ม อีกไม่กี่วันก็คงจะได้เปิดจองอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ ^^


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #59 Nooksp789 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:53
    ฉากนี้ทีไร ร้องเลยคะ
    #59
    0
  2. #57 Buraka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 10:29
    มีเล่มแล้ว ไปซื้อตั้งแต่ที่ออกเล่ม แต่อยากได้เล่มใหม่อีก เพราะเล่มเดิมอ่านไปหลายรอบจนเริ่มเก่าแล้ว
    เป็นผลงานของคุณแก้วที่ชอบมากที่สุด
    #57
    0
  3. #56 Kungpen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 00:33
    นานมาแล้วเจอในเมพโดยบังเอิญอ่านคำโปรยแล้วชอบมากจึงโหลดมาเก็บไว้เริ่มอ่านแล้ววางไม่ลงวันนั้นอ่านจนสว่างแล้วก็ร้องไห้จนตาบวมยอมรับว่าไม่เคยอ่านเรื่องไหนจะได้ครบอรรถรสแบบนี้ ชอบตรงที่มีการเอาคำสอนของแม่ชีเอาหลักพระพุทธศาสนาเข้ามาสั่งสอนนางเอก ตราม่าหนักมากอ่านซ้ำๆได้5~6รอบแล้วก็ยังร้องไห้เหมือนเดิมเวลากดชั้นหนังสือของเมพในบรรดานิยายที่ซื้อไว้ตั้งใจจะอ่านเรื่องอื่นแต่สุดท้ายต้องกดที่ พรางรัก เหมือนเดิม
    #56
    0
  4. #55 ข้าวตังข้าวตู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 00:26
    มาชูมือรอเล่มด้วยค่ะ ^^
    #55
    0
  5. #54 Packkyamalone (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 10:52
    รอเล่มนะคะ
    #54
    0
  6. #53 0994690274 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:55
    รอค้าาา
    #53
    0