พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 5 : = ๐๕ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    19 ธ.ค. 60

 

อาการป่วยของพัทธมนต่อเนื่องไปอีกหลายวัน เมื่อคนไข้ไม่มีกำลังใจ ยาดีหมอดีแค่ไหนก็ไม่อาจเยียวยา ผู้ดูแลทำได้เพียงคอยปลอบ เตือนให้รับประทานยาเป็นครั้งๆ ไป ครั้นอาการทุเลาจนพอที่จะลุกจากเตียงเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน หรือออกมาสูดอากาศนอกห้องนอนได้บ้าง ก็เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางบ้านราชนฤบดินทร์ หนังสือพิมพ์ธุรกิจที่รับเข้าบ้านประจำทำให้หญิงสาวแทบช็อก ข่าวนายโกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ โดนฟ้องล้มละลายพาดหัวเด่นหราอยู่หน้าแรก ไม่ต่างกับข่าวคาวๆ ของลูกสาวเมื่อหลายวันก่อน

คุณพ่อ!... หญิงสาวตัวแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างขยำหนังสือพิมพ์เกร็งแน่น จ้องมองข่าวนั้นด้วยริมฝีปากสั่นระริก

คุณหนู!...เป็นอะไรไปคะ นางชมัยรีบเข้ามาวางถาดผลไม้และเครื่องดื่ม แล้วเขย่าเรียกเมื่อเห็นคุณหนูของนางท่าทางไม่ดี ครู่ใหญ่กว่าพัทธมนจะรู้สึกตัว ผู้สูงวัยดึงหนังสือพิมพ์ออกมาพับเหวี่ยงไว้อีกทาง พลางบ่นพึม นังพวกนี้ต้องดุให้เข็ด สั่งแล้วให้เก็บไว้ให้ดี...นั่นคุณหนูจะไปไหนคะ

คำถามของนางไม่เข้าหูพัทธมนด้วยซ้ำเมื่อเจ้าหล่อนตรงดิ่งขึ้นสู่ชั้นบน ปล่อยให้คนข้างหลังหวั่นใจว่าเธอจะหน้ามืดร่วงตกลงมา พ้นบันไดขั้นสุดท้ายไปได้จึงถอนใจอย่างโล่งอก หากก็โล่งอยู่ได้ไม่นานเลย เพราะเพียงแค่นางนำถาดผลไม้และเครื่องดื่มกลับเข้าไปเก็บในครัว ออกมาอีกทีก็ได้ยินเสียงรถแล่นออกจากบ้านไปแล้ว สังหรณ์ใจทำให้นางถลามายังมุขหน้าตึก เจอนายนากยืนจ๋องมองตามท้ายรถที่ออกไปลิบๆ

นั่นรถคุณหนูนี่

ก็ใช่น่ะสิ อีกฝ่ายหันมาตอบ ดวงตาฉายแววกังวล

แล้วใครเอาออกไปไหน

จะใคร เจ้าของเขานั่นแหละ ฉันจะขับให้ก็ไม่ยอม ไล่ออกมาห่างรถ ขึ้นรถได้ก็เหยียบคันเร่งออกไปเลยนายนากรายงานแกมบ่น แต่คนฟังยกมือทาบอก

คุณหนูยังไม่หายดี แล้ว...โธ่ ออกไปอย่างนี้ได้ยังไง เกิดไปเฉี่ยวไปชนเข้าอีกมิแย่รึ คุณหนูนะคุณหนู

 

บีเอ็มคันงามทะยานไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วตามอารมณ์แรงร้อนของคนขับ ดวงใจเจ้าหล่อนร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุม ดวงหน้าซีดสลับแดง ดวงตากร้าวและแดงก่ำ มือที่จับพวงมาลัยเกร็งจนขึ้นกระดูก บางครั้งเธอต้องกัดริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้ทะลักทลายออกมาตอนนี้ การจราจรที่ค่อนข้างคล่องตัวในช่วงสายทำให้พัทธมนใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมาย นั่นคืออาคารสูงเสียดฟ้า กรุกระจกรอบด้าน

เธอตรงดิ่งสู่ลิฟต์ทันทีโดยไม่แวะเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เหมือนคราวก่อน

เดี๋ยวค่ะคุณ คุณคะ จะไปไหน พนักงานต้อนรับรีบรี่ออกมาขวาง ด้วยชุดที่เธอสวมใส่นั้นไม่สุภาพพอจะปล่อยให้เข้าสู่บริษัทได้ ก็แน่ล่ะ เสื้อแขนตุ๊กตา กับกางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะสำหรับใส่อยู่บ้าน ไม่เหมาะจะมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่แบบนี้สักนิด ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างเหลียวดูด้วยความสนใจ แต่หญิงสาวก็ไม่อนาทร

ฉันมาพบนายอภิวรรธน์ เลิศติคุณ

ประชาสัมพันธ์อึ้งไปชั่วครู่ ด้วยคำพูดที่เธอใช้เหมือนไม่ให้เกียรติเจ้าของชื่อ จากนั้นมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจดเท้า ราวกับจะให้เธอรู้สภาพของตัวเอง

ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันคงให้คุณเข้าพบท่านประธานไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของตึกพูดเสียงห้วน หากยังน้อยกว่าอีกฝ่ายที่สวนกลับ

ต้องได้! ฉันต้องพบเขาวันนี้ และเดี๋ยวนี้!”

เข้าไม่ได้ค่ะ คุณแต่งกายไม่สุภาพเราเกรงว่าจะไม่เหมาะสม กลับไปก่อนแล้วค่อยมาวันหลังเถอะค่ะ

ฉันจะพบเขาวันนี้!”

การถกเถียงเล็กๆ นั้นเป็นจุดสนใจของผู้คนไม่น้อยเลย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เริ่มหงุดหงิดกับการไม่รู้จักกาลเทศะของหญิงสาวผู้นี้ หันไปส่งสัญญาณกับเพื่อนที่ยังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ให้ตาม รปภ. มาช่วย แต่นับว่าเป็นโชคดีของพัทธมนก็ว่าได้ เมื่อเลขาฯ ของอภิวรรธน์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์

มีอะไรกัน

คุณกาจน์พีอาร์สาวร้องขึ้นเบาๆ

ตกลงมีเรื่องอะไรกันหรือ

ผู้หญิงคนนี้เธอจะเข้าพบท่านประธานค่ะ

กาจน์มองหญิงสาวอีกคน แล้วแสดงอาการหลากใจ อันดับแรกคือแปลกใจกับการแต่งกายของเธอที่ดูออกจะเหมาะกับบ้านมากกว่าสถานที่ทางการ และเมื่อสำรวจใบหน้าเธอมากขึ้น เขาก็พอคลับคล้ายคลับคลาอยู่บ้าง อึดใจนั้นชายหนุ่มจำได้ว่าเธอคือคนที่เคยบุกเข้ามาหาท่านประธานแล้วครั้งหนึ่ง และทำให้ท่านหงุดหงิดตลอดทั้งบ่าย เมื่อกลับจากห้องประชุมไม่เห็นเธออยู่ในห้องทำงาน ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาสงสัยว่าเธอจะใช่ผู้หญิงคนเดียวกับในรูปที่ท่านส่งไปลงข่าวหรือเปล่า...ไม่น่าผิดตัว

กาจน์ยิ้มสุภาพให้หญิงสาว

ได้นัดไว้หรือเปล่าครับ แน่ล่ะ เขารู้คำตอบอยู่แล้ว ในฐานะเลขานุการ เขาย่อมรู้ตารางนัดหมายทุกอย่างของท่าน

ฉันมีธุระต้องคุยกับเขา

กาจน์ยิ้ม เธอเลี่ยงบาลี ไม่มีนัดหมาย แต่ยังยืนยันจะเข้าพบให้ได้

งั้นผมคงต้องขออนุญาตสอบถามท่านก่อนนะครับ ว่าจะให้คุณเข้าพบได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าคุณชื่อ...

หญิงสาวนิ่งคิดชั่วอึดใจ แล้วจึงตอบอย่างถือดี

พัทธมน

นี่คือการวัดใจ ในเมื่อเขาหลอกใช้เธอจนหมดประโยชน์แล้ว ยังต้องการพบอีกหรือไม่ จะได้รู้และจำใส่สมอง

หลังจากสนทนาผ่านโทรศัพท์ไม่กี่ประโยค กาจน์ก็วางสายหันมายิ้มบางๆ รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความหมายมากไปกว่า ยิ้มของผู้เจนสังคม

เชิญครับ ท่านประธานรอคุณอยู่

กาจน์ผายมือนำหญิงสาวไปยังลิฟต์ เข้าลิฟต์และนำเธอไปส่งถึงหน้าห้องผู้เป็นนายด้วยตัวเอง

พัทธมนหายใจติดขัด สะบัดร้อนสะบัดหนาวขึ้นมาทันทีเมื่อมาหยุดยืนหน้าประตูห้อง ประธานกรรมการบริหารอาการไข้ที่เพิ่งทุเลาคล้ายกำเริบขึ้นมาใหม่ ภาพเลวร้ายหลังประตูบานนั้นยังฝังใจ เป็นความร้ายกาจที่ประทับอยู่ในความทรงจำจนยากจะลืมเลือน

หากแต่ความดื้อรั้นถือดีก็บอกให้เธอเชิดหน้า มาถึงขั้นนี้แล้วเรื่องอะไรต้องยอมถอย ผู้ชายคนนั้นทำลายศักดิ์ศรีของเธอจนย่อยยับ แถมยังฝากก้อนเลือดชั่วๆ ไว้ในท้องเธออีก แล้วเธอยังต้องกลัวเขาทำไม

เชิญ เสียงทรงอำนาจตอบกลับมาเมื่อกาจน์เคาะประตูห้องทำงานเบาๆ

เลขานุการของเขาเปิดประตูให้หญิงสาว พร้อมกับผายมือ

เชิญครับ

พัทธมนสูดหายใจลึกระงับอารมณ์ปั่นป่วนในอก เมื่อเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่เห็นคือชายหนุ่มผู้สวมชุดสูท สง่า ภูมิฐานสมตำแหน่งประธานบริษัท ยืนกอดอกอิงขอบโต๊ะทำงานรออยู่แล้ว ดวงตาขุ่นเคืองของเธอแลสบกับดวงตาคมกล้า สายตาของเขาสำรวจเรือนกายบอบบางทั้งตัว เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยให้เห็นชัด ก่อนสายตาคู่นั้นจะทอดจับเฉพาะใบหน้า เรียวปากของเขากระตุกยิ้มร้ายกาจ น่าฝากรอยฝ่ามือไว้บนซีกแก้มนั่นเหลือเกิน

คุณทำแบบนี้ทำไม พัทธมนเปิดฉาก ทั้งๆ ที่พยายามระงับอกระงับใจแล้วก็ยังไม่วายเสียงสั่นให้ขายหน้า

ทำอะไร อธิวรรธน์เลิกคิ้วไขสือ พานให้คนฟังใบหน้าแดงจัด นัยน์ตาวาววับ

ที่ส่งเรื่องฟ้องศาลไง คุณสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำ ถ้า...ถ้าฉัน...

ถ้าฉันอะไร รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนเรียวปาก เขาชอบนักล่ะที่เห็นเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง มันสะใจพิลึก

พัทธมนกัดริมฝีปากตัวเองจนช้ำ แล้วพูดโพล่ง

ถ้าฉันยอมคุณ...คุณรับปากแล้ว

งั้นหรือ...เอ...เหมือนจะจำไม่ได้

คุณมัน!” ไม่รู้จะด่าอย่างไรให้สาสมกับความอัดอั้นตันใจ สารเลว...เลวไม่มีอะไรเปรียบ คุณตั้งใจหลอกฉันมาตั้งแต่ต้น คุณวางแผนไว้แล้วทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่ยื่นข้อเสนอให้ฉัน ทั้งเรื่องภาพข่าวทุเรศๆ นั่น ทั้งเรื่องฟ้องร้องพ่อฉัน คุณเตรียมการไว้หมดแล้ว

ฉลาดเหมือนกันนี่ แต่เสียใจด้วยที่ฉลาดช้าไปนิด

รอยยิ้มกระตุกบนดวงหน้าคมคายทำให้ดวงตาหญิงสาวพร่าเบลอ ไม่ใช่เพราะหลงเสน่ห์ แต่เป็นเพราะโกรธ เจ็บแค้นจนหัวสมองหมุน นัยน์ตามืดมัว เหมือนมีกระไอร้อนอบรอบร่างกาย และกระบอกตาปวดร้าว

คุณเกลียดอะไรครอบครัวฉันนักหนาถึงได้จองล้างจองผลาญกันขนาดนี้ พ่อฉันไปทำอะไรให้

กลับไปถามพ่อเธอดูสิ หวังว่ายังจำความเลวระยำของตัวเองได้ หรือบางที ทำชั่วกับคนอื่นไว้มากจนจำไม่ได้ว่ามีใครเป็นเจ้ากรรมนายเวรบ้าง แค่นี้มันยังน้อยไป

พ่อฉันไม่มีวันทำอะไรอย่างที่คุณกล่าวหา อย่าเอาความเลวของคุณมาเปรียบกับคนดีๆ อย่างพ่อฉัน พัทธมนสวนกลับ

งั้นก็ลองกลับไปถามชายที่แสนประเสริฐอย่างไอ้โกวิทย์ดู ว่าเคยทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบ แถมยังไล่ให้ไปทำแท้งมั้ย บอกมันด้วยนะว่า ต่อให้มันต้องชดใช้ทั้งชีวิตก็ทดแทนสามชีวิตที่เสียไปไม่ได้ ต่อให้มันพินาศทั้งตระกูลก็ทดแทนไม่ได้!”

ไม่จริง... เจ้าหล่อนหน้าซีดเผือด คุณพ่อไม่มีวันทำอย่างนั้น...ต้องไม่ใช่ท่าน คุณเข้าใจผิด

เข้าใจผิดงั้นเหรอ เสียงตะคอกลดระดับลงแล้ว แต่ดวงหน้าชายหนุ่มยังกร้าวกระด้าง ดวงตาดุดันน่ากลัว ถ้ามันชื่อไอ้โกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ หนุ่มใหญ่หน้าตาดี ฐานะร่ำรวย มีตำแหน่งเป็นถึงประธานบริหารเครือเคแอลกรุ๊ปละก็ นั่นล่ะ ใช่เลย รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏบนมุมปาก อย่าบอกว่าเธอถูกปิดหูปิดตาอยู่แต่ในหอคอยงาช้าง วันๆ ดีแต่ฝันถึงเจ้าชาย ถึงได้ซื่อจนโง่ ไม่รู้ว่าพ่อตัวเองไปทำระยำตำบอนไว้ที่ไหนบ้าง

อย่ามากล่าวหาพ่อฉันนะ! ยังไงฉันก็ไม่เชื่อ ไม่มีวันเชื่อ

ก็ลองกลับไปถามสิ แต่มันคงยอมรับหรอก หน้าตัวเมียขนาดนั้น

คนที่หน้าตัวเมียน่ะมันคุณ ไม่ใช่พ่อฉัน!” พัทธมนสวนกลับหน้าดำหน้าแดง ถึงคุณพ่อจะทำอย่างที่คุณว่าจริง แล้วสิ่งที่คุณทำล่ะต่างกับท่านตรงไหน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าสิ่งนั้นมันเลวมันชั่วร้าย แต่คุณก็ยังเดินซ้ำรอย คุณมันเลวยิ่งกว่า!”

มันต่างกันพัทธมน ฉันไม่เหมือนพ่อเธอ ไม่มีวันเหมือน

ถ้าฉันท้องคุณจะทำยังไง พัทธมนย้อนถามอย่างท้าทาย สบตาเขานิ่ง จึงได้เห็นประกายตานั้นวูบไหว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอยิ้มเยาะบ้าง จะไล่ฉันไปทำแท้งเหมือนกันงั้นสิ

อย่าพูดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้!”

อะไรล่ะที่เป็นไปไม่ได้ ฉันท้อง? หรือว่าคุณไม่มีวันไล่ไปทำแท้ง?

อภิวรรธน์หรี่ตามอง แล้วลดสายตาลงสำรวจหน้าท้องของเธอ หากไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ

อย่าบอกนะว่า เธอท้อง

ไม่!...ไม่มีวันที่ฉันจะท้องลูกของคนอย่างคุณ เจ้าหล่อนเสียงแข็ง แต่ถึงท้องจริง เลือดก้อนเดียวฉันไม่เก็บไว้หรอก

กรามคนฟังบดเข้าหากัน

ทำไม เลือดก้อนเดียวของฉันมันเป็นยังไง เธอถึงเก็บไว้ไม่ได้

อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!” มือเรียวตวัดปัดฝ่ามือใหญ่ทิ้งทันควันเมื่อเขาขยับมาจับต้นแขน

อย่าให้ฉันรู้นะพัทธมนว่าเธอทำอะไรกับลูกฉัน ไม่งั้นเธอได้ตายทั้งเป็นแน่ เอ๊ะ! เธอไม่สบายนี่...คิ้วชายหนุ่มขมวดมุ่น คลายมือที่บีบไหล่เมื่อรับรู้ความร้อนซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากกายบาง เขาดึงเธอมาชิดเพื่อจะสำรวจอุณหภูมิ แต่กลับถูกผลักออกเต็มแรง จนเซไปด้านหลัง เป็นผลให้สีหน้าห่วงใยที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเปลี่ยนไปฉับพลัน

อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงคุณจนจะอ้วกแล้ว

ขนาดนั้นเชียว ไม่ใช่ม้าง...ก็เห็นแตะทีไร ร้องครางซะดังลั่นทุกที

เพี้ยะ!

ฝ่ามือเรียวกระทบเนื้อแก้มของชายหนุ่ม

สกปรกทั้งความคิดทั้งการกระทำ คุณมันไม่น่าเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำ

เลวยังไงก็ได้เป็นผัวเธอแล้ว คนแรกซะด้วย

พัทธมนเงื้อแขนตวัดฝ่ามือใส่หน้าเขาอีก แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มจับข้อมือไว้ได้

ตบไปทีนึงคิดว่าตบซ้ำได้อีกเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกทูนหัวแขนกำยำรัดรอบเอวบางดึงเธอมาชิด หญิงสาวดิ้นรนสุดแรงเกิด

ออกไปนะ ออกไป๊! คนชั่ว คนเลว สับปลับ น้ำตาเม็ดโตไหลริน ภาพความป่าเถื่อนเมื่อคราวก่อนฉายย้อน เธอรนหาที่มาให้เขาย่ำยีอีกครั้งหรือไร

พัทธมนหวีดร้องเมื่อชายหนุ่มซุกหน้าเข้าซอกคอ มือข้างหนึ่งดันหน้านั้นออก อีกมือรั้งชายเสื้อซึ่งโดนมือใหญ่ดันจนร่อนสูง ได้ยินเสียงสบถอย่างหงุดหงิดมาจากคนเจ้าอารมณ์ แต่เธอหาได้สนใจ ภาวนาเหลือเกินว่าให้ความหงุดหงิดของเขามีมากพอที่จะจับเธอเหวี่ยงไปกระแทกกับอะไรสักอย่างจนเลือดชั่วๆ ของเขาทะลักออกมา

ทว่าความปรารถนาของหญิงสาวไม่สมหวัง เมื่อคนที่พยายามรุกรานเรียวปากกลับหยุดไปดื้อๆ ดวงตาฉ่ำน้ำของเธอมองสบตาเขาอย่างงุนงง แล้วรีบผลักออก พลางปาดเช็ดน้ำตาบนผิวแก้มลวกๆ

สาบานได้ว่าคุณจะไม่มีวันมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ทุกสิ่งที่คุณทำไว้กับฉันกับครอบครัวของฉัน สักวันคุณต้องชดใช้!” เธอพูดช้าชัด เน้นหนักทุกถ้อยคำ ดวงตาคู่นั้นปวดร้าวและคับแค้น ตอนหมุนกายจะออกจากห้องเท้าเรียวสะดุดกุญแจรถที่หล่นอยู่ใกล้ๆ จึงก้มลงเก็บ แต่เมื่อหยัดกายขึ้นก็เกิดหน้ามืด

ชายหนุ่มซึ่งยืนมองอยู่ตลอดเวลารีบก้าวไปประคอง ทว่าโดนเธอสะบัดออกเหมือนต้องของร้อน

อย่ามาแตะตัวฉัน!”

เสียงแหวแว้ดทำให้รอยห่วงใยของเขาจางหาย กรามบดเข้าหากัน ครั้นจะสืบเท้าเข้าหา เธอก็หันหลังเปิดประตูหนีออกไปแล้ว อภิวรรธน์สบถระบายอารมณ์ เชื่อเถอะว่า ถ้าไม่สำนึกว่าเธอไม่สบายตัวร้อนรุมๆ ออกอย่างนั้น เขาไม่มีวันปล่อยให้ลอยชายออกไปได้ง่ายๆ แน่

แต่แม้จะโมโหแค่ไหนชายหนุ่มก็ยังเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไปยังเลขหมายคนสนิท

คุณคมชาญ อยู่ไหน...ตามพัทธมนไปที เพิ่งออกไปจากห้องทำงานผมเมื่อครู่ ดูแลให้เธอเข้าบ้านให้เรียบร้อย



หญิงสาวเร่งก้าวออกจากตัวอาคาร มุ่งตรงสู่จุดจอดรถโดยไม่สนใจสายตาของใครต่อใครที่พากันเหลียวมอง ครั้นเข้านั่งในรถได้ก็ฟุบหน้ากับพวงมาลัยร้องไห้สะอึกสะอื้น กำปั้นเล็กๆ ระดมทุบระบายความอัดอั้น...นานทีเดียวกว่าเธอจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยน้ำตาชุ่มโชก มองตึกสูงตระหง่านนั้น

เธอจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ไม่มีวัน!

พัทธมนดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำตาลวกๆ พลางควานหากุญแจรถที่คงตกหล่นไปตอนระบายอารมณ์ ได้มาก็ติดเครื่องยนต์เคลื่อนรถออกจากที่นั่นทันที

การจราจรในช่วงใกล้เที่ยงเริ่มพลุกพล่าน หากแต่บีเอ็มคันงามยังทะยานไปด้วยความเร็วตามแรงอารมณ์ของคนขับ น้ำตายังหยาดไหล แต่ไร้เสียงสะอื้นคร่ำครวญ จะมีก็เพียงดวงตาแข็งกร้าว ริมฝีปากเม้มแน่น

ครั้นผ่านแหล่งจราจรพลุกพล่านมาสู่ถนนชานเมือง เจ้าหล่อนยิ่งเร่งความเร็ว ครั้งหนึ่งที่รถคันใดสักคันบีบแตรใส่เพราะเจ้าบีเอ็มปาดแซงอย่างไม่เกรงใจ ความคิดบางอย่างก็ผุดวาบขึ้นในสมองหญิงสาว ดวงตาเธอหรี่ลงด้วยความมุ่งมาด เท้าซึ่งสวมรองเท้าแตะเหยียบคันเร่งจนมิด

บีเอ็มสีขาวแล่นฉิวราวกับล้อไม่ติดพื้น และโดยไม่มีใครคาดคิด เธอหักพวงมาลัยข้ามเลนไปขวางหน้ารถที่แล่นสวนมา ในเสี้ยววินาทีก่อนเกิดการปะทะจะด้วยปาฏิหาริย์หรืออะไรก็สุดรู้ รถยนต์คันนั้นหักหลบทัน และอาจเป็นโชคอีกชั้นของรถทั้งสองที่เลนสองฝั่งว่างจากคันอื่นๆ วีออสของคู่กรณีปาดข้ามเลนมายังเลนคู่ขนาน ขณะที่บีเอ็มของพัทธมนก็เลยไปจอดกึกอยู่อีกริมถนน แผ่นหลังคนขับกระแทกกับเบาะนั่ง เจ้าหล่อนขบปากแน่น สะอื้นจนไหล่สั่น น้ำตาพรั่งพรู

คุณครับ คุณ!”

เสียงเคาะกระจกรัวเร็วปลุกสติหญิงสาวให้กลับคืน รีบเช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วกดเลื่อนกระจกรถลง

เป็นอะไรหรือเปล่าครับ

ปละ...เปล่าค่ะ ฉันไม่เป็นไร เสียงตอบสั่นและขึ้นจมูก เหลียวมองรถคันที่เธอขับขวางหน้าก็เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนสำรวจอยู่หน้ารถ ผู้สัญจรคันอื่นลดความเร็วลงมองด้วยความสนใจ เธอหันกลับมายังชายหนุ่มที่ยืนเกาะกระจก แล้วคุณกับรถเป็นอะไรหรือเปล่าคะ

ผมไม่เป็นไรครับ แต่คู่กรณีของคุณคงตกใจไม่น้อย

คู่กรณี? หญิงสาวเบิกตา เหลียวไปยังรถคันนั้นอีกที และพบว่าผู้ชายคนนั้นขึ้นรถขับมาจอดใกล้กับรถของเธอ โดยมีอีกคันจอดขนาบข้าง

รถผมตามหลังรถของคุณมา เขาไขความกระจ่าง พอดีกับที่เจ้าของวีออสลงจากรถเดินมาหา พัทธมนจึงเปิดประตูลงไปคุย

คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ

ไม่ครับ แต่ถ้าเป็นโรคหัวใจอยู่ก็ไม่แน่ มีหวังได้ซี้แหงไปแล้ว หรือถ้าผมขับเร็วกว่านี้อีกนิด ก็อาจได้ไปเยี่ยมยมบาลแล้วเหมือนกัน น้ำเสียงของเขาหงุดหงิด นัยน์ตามีแววกรุ่นๆ

หญิงสาวยิ่งหน้าซีด จะยิ้มให้ก็ยิ้มไม่ออก แต่ยังแข็งใจถาม

แล้วรถคุณล่ะคะ เสียหายตรงไหนมั้ย

ไม่ครับ ผมเลี้ยวทัน เกือบเฉี่ยวไปนิดเดียว คู่กรณีของพัทธมนถอนใจเฮือก ก็น่าจะรู้อยู่ว่าลงผู้หญิงขับรถน่ะเป็นยังไง ยิ่งผู้หญิงอารมณ์ไม่ปกติด้วยแล้ว ถึงคราวเคราะห์ของใครคนนั้นก็ซวยไป นี่เห็นจะเป็นทีเคราะห์ของเขากระมัง ถึงได้มาเจอเจ้าหล่อน ดูท่าทางทะเลาะกับแฟนมาแหงๆ ตาบวม จมูกแดงปากแดงอย่างนี้ ฮึ! ผู้หญิง อยากตายก็ไม่น่ามาชวนคนอื่นตายด้วย คุณนึกยังไงถึงได้เลี้ยวมาปุบปับแบบนั้น

พัทธมนยิ่งหน้าซีดเข้าไปอีก โชคดีว่าผู้ชายที่มาเคาะกระจกรถเรียกเธอยื่นมือเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย และคู่กรณีก็ไม่ติดใจเอาความ เพียงแต่ขอโทษขอโพยแล้วแยกย้ายกันไป แต่ถึงแม้เขาจะต้องการความรับผิดชอบ พัทธมนก็คงยินดีชดใช้ค่าทำขวัญตามที่เขาเรียกร้อง เพราะรู้ตัวว่าตนผิดเต็มประตู ก็ถ้าหากรถทั้งสองคันเกิดการปะทะกันจริงๆ เงินทองมากมายแค่ไหนก็ทดแทนกับชีวิตคนไม่ได้ เขาเองอาจมีคนที่รักรอคอยอยู่ที่บ้าน ใครอีกกี่คนจะต้องเสียใจ คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็น้ำตารื้น เธอทำอะไรลงไป ทำไมถึงได้วู่วามไร้สติขนาดนั้น ถ้าเธอตายไม่มีใครหรอกจะเสียใจเท่าคุณพ่อ ไหนจะปัญหาของท่านที่หนักหนาสาหัส เธอจะตัดช่องน้อยทิ้งท่านไปได้อย่างไร

พัทธมนปาดน้ำตาทิ้งและออกรถ กลับไปหาบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งรอคอยอยู่ที่บ้าน

รถอีกคันก็เคลื่อนตาม พร้อมๆ กับคนขับถอนหายใจพรู หากเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นมาจริงๆ เขายังไม่รู้จะรายงานกับเจ้านายอย่างไรถูก เห็นอยู่ว่าเมื่อครู่นี้ ผู้หญิงของนายจงใจหักพวงมาลัยข้ามเลนชัดๆ หนุ่มคนนั้นก็คงคิดเหมือนกัน แต่ไม่ถือสาหาความ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอุบัติเหตุไป

เมื่อรถคันหน้าเลี้ยวเข้าประตูรั้วอัลลอยไปเรียบร้อยแล้ว คมชาญก็ชะลอรถจอดข้างบาทวิถีหยิบโทรศัพท์มากดโทร.ออก

คุณพัทธมนถึงบ้านเรียบร้อยแล้วครับ

ไม่ได้ไปแวะที่ไหนใช่มั้ย

ไม่ครับ แต่มีปัญหานิดหน่อย

อะไรเสียงถามเกือบทันที คมชาญเชื่อหมดใจ ไม่ว่านายจะทำอะไร คงหยุดมือเพื่อรอฟัง

คุณพัทธมนหักพวงมาลัยข้ามเลนไปขวางหน้ารถอีกคัน

รออยู่หลายอึดใจทีเดียวกว่าจะมีเสียงห้าวลึกถามกลับมาว่า

...แล้วเธอเป็นอะไรหรือเปล่า

ปลอดภัยดีครับ รถคันนั้นหักหลบทัน

มีเสียงถอนหายใจเกิดขึ้น ตามด้วยคำบอก

ขอบใจมาก คุณกลับมาได้แล้ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #52 ข้าวตังข้าวตู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 22:32
    ปกใหม่จะเปิดจองประมาณเดือนไหนคะพี่แก้ว จะได้หยอดกระปุกรอ ^__^//
    #52
    0
  2. #50 AijaSolothurn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 22:05
    เรื่องนี้อ่านจบไปตั้งนานแล้วกล้บเข้ามาอ่านอีกรอบยังหน่วงๆไม่หายเลย😭😭😭
    #50
    0
  3. #49 natsinee2560 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 20:30
    รออ่านยุ่นะคะพลีสสสส
    #49
    0
  4. #48 ข้าวตังข้าวตู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 13:38
    อีก 30% อย่าเก็บไว้เลยค่ะ มาอัพเถอะนะคะ พรีสๆๆ
    #48
    0
  5. #47 Thittayaiem (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:43
    จริง ว่าพ่อของมนยังไง สิ่งที่ทำกับมนก็ไม่ต่างกัน ดึงคนไม่รู้เรื่องราวมาตายทั้งเป็น แทนที่จะเอาคืนแค่พ่อของมนพอ
    #47
    0
  6. #42 Nooksp789 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 15:59
    ฮือออออ
    #42
    0
  7. #38 Stakkyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 07:42
    อ่านแล้วอ่านอีก ชอบมาก รีบมาต่อไวๆนะคะ
    #38
    0