พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 4 : = ๐๔ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60

 

อาการของพัทธมนดีขึ้นเป็นลำดับ ช่วงบ่ายเธอลุกออกมาเดินได้ แต่ครั้นตกค่ำก็ครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาอีก นางชมัยคอยดูแล เช็ดตัว ทายาบริเวณริ้วรอยช้ำซึ่งจางลงมากแล้ว ให้รับประทานอาหารทานยาลดไข้ก็ปล่อยหญิงสาวนอนพัก

ต้องการอะไรก็โทร.ลงไปเรียกนะคะนางบอกก่อนออกจากห้อง

นายโกวิทย์กลับเข้ามาหลังสามทุ่ม สีหน้าเหนื่อยล้า ส่งเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารให้หญิงแม่บ้านพลางถาม

หนูมนล่ะ

หลับไปแล้วค่ะ

กลับมาถึงบ้านกี่โมง

วันนี้คุณหนูไม่ได้ออกไปไหนค่ะ

อ้าว!...ไม่ไปเรียนหรอกหรือ

คุณหนูไม่สบายค่ะ

นายโกวิทย์นิ่วหน้า

เป็นอะไรมากรึเปล่า

มีไข้น่ะค่ะ อิฉันคอยดูแลเช็ดตัวลดไข้ให้อยู่เรื่อย ให้ทานอาหารทานยาแล้วนอนพัก ตอนสองทุ่มเข้าไปดูคุณหนูหลับไปแล้ว ตัวก็เย็นลงมากแล้วค่ะ

ไม่ได้เรียกหมอหรือ

คุณหนูกลัวโดนฉีดยาค่ะ

ชายสูงวัยยกมุมปากคล้ายขยับยิ้มบางๆ พัทธมนกลัวเข็มฉีดยามาตั้งแต่เด็ก โตเป็นสาวแล้วยังกลัวไม่เลิก...ครู่ต่อมาก็ทอดถอนใจ พลางทรุดนั่งบนโซฟาอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

จะไปไหนก็ไปเถอะ

นางชมัยเลี่ยงนำเสื้อสูทและกระเป๋าของนายขึ้นไปเก็บ...เมื่ออยู่คนเดียวโกวิทย์ก็ถอนหายใจอีกรอบ นอกบ้านปัญหาหนาหนักทับถม กลับเข้าบ้านมาก็เจอปัญหาของลูกสาวเข้าอีก

แล้วนี่ถ้าบริษัทไปไม่รอด เขากับลูกจะอยู่อย่างไร?

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น โกวิทย์ขึ้นไปเปิดประตูห้องนอนของลูกสาว เห็นลูกนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงก็สะท้อนในอก ตระหนักรู้มานานแล้วว่าพัทธมนเป็นหญิงสาวงดงามปานใด หากแต่หัวอกพ่อก็ยังรู้สึกว่าลูกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นเอง ชายวัยกลางคนทรุดนั่งริมเตียงพลางลูบผมนุ่มสลวยของลูกอย่างแสนรัก

ไม่ใช่...พัทธมนไม่ใช่ลูกน้อยแสนน่ารักน่าทะนุถนอมของพ่ออีกแล้ว ลูกเป็นสาวสะพรั่ง รู้จักหาความสุขใส่ตัวด้วยสัมพันธ์สวาทแบบหนุ่มสาว เขาจะเก็บลูกไว้แต่ในบ้านให้เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ไม่ได้อีกต่อไป

แล้วที่ผ่านมาทิ้งลูกไว้กับแม่บ้านมุ่งหน้าทำงานทำการเพื่ออะไรกัน ในเมื่อวันนี้ไม่เหลืออะไรเลย บริษัทง่อนแง่น หนี้สินท่วมหัว จะล้มละลายเมื่อไหร่ก็สุดรู้ ลูกสาวคนเดียวก็มาเป็นเสียอย่างนี้

ล้มเหลวทุกอย่าง...ทุกอย่างจริงๆ

มือของพ่อจัดผ้าห่มให้ลูกแล้วก้มลงจูบแผ่วๆ บนเรือนผม

 

เช้าวันใหม่พัทธมนอาการดีขึ้นจนเกือบปกติ เธอลุกขึ้นอาบน้ำแล้วแต่งชุดนักศึกษา จากนั้นนั่งซึมกะทืออยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่รู้ว่าต้องไปเจอะเจออะไรในมหาวิทยาลัยบ้าง สายตาของผู้คน ข่าวคาวๆ จะเป็นหัวข้อสนทนาให้พวกเขาสนุกสักเพียงไร?

เถอะ...ขอแค่สองเดือน สองเดือนเท่านั้นจนกว่าจะจบการศึกษา...พัทธมนปลุกปลอบตัวเองแล้วหยิบกระเป๋ากับตำราเรียนลุกออกจากห้อง

โกวิทย์ยังไม่ออกไปทำงานในตอนที่หญิงสาวลงมา เจ้าหล่อนจึงชะงักเมื่อเห็นบิดานั่งดื่มกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร หลังตั้งสติได้ก็ค่อยก้าวแผ่วเบาไปเลื่อนเก้าอี้ตัวประจำออกนั่ง พลางลอบสบตากับหญิงแม่บ้าน

ไม่สบายดีขึ้นแล้วหรือ โกวิทย์ลดหนังสือพิมพ์ลงถาม เป็นเหตุให้เจ้าหล่อนเผลอสะดุ้ง หากยังใจชื้น ยิ้มตอบว่า

ค่ะ

ผู้เป็นบิดามองสำรวจลูกสาว สะทกสะท้อนใจเมื่อเห็นริ้วรอยบนเรียวแขน บาดแผลจากน้ำมือของตน

แล้ววันนี้จะออกไปเรียน?...น่าจะพักให้หายดีก่อน

เหลืออีกสองเดือน หนูมนอยากทำให้เต็มที่ค่ะ

ชายวัยกลางคนพยักหน้า นางชมัยยกข้าวต้มควันลอยกรุ่นเข้ามาเสิร์ฟ บทสนทนาของพ่อกับลูกจึงยุติลง หญิงสาวคนช้อนในชามข้าวต้ม กลิ่นเข้าจมูกมากๆ ก็พานพะอืดพะอม ต้องเอามือปิดปาก เปล่งเสียงบางอย่างออกมา แล้วลุกลนวิ่งเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ติดห้องอาหารนั่นเอง

แว่วเสียงโอ้กอ้าก ทำให้นางชมัยมองสบตาผู้เป็นนายด้วยสีหน้าไม่สู้ดี โกวิทย์เองก็เคร่งเครียด

อิฉันไปดูคุณหนูนะคะ

เรียกหมอมาตรวจด้วยเสียงสั่งเรียบแต่เฉียบขาด กำชับก่อนนางจะแยกออกไป

 

แทนที่จะได้ไปเรียนหนังสือ พัทธมนกลับต้องมานอนซมอยู่บนเตียงอีกครั้ง นายแพทย์ประจำครอบครัวซึ่งล่วงเข้าวัยห้าสิบ ปิดกระเป๋าเครื่องมือแพทย์พลางพูดคุยกับพัทธมนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากเจ้าหล่อนจะรับรู้หรือไม่นั้นสุดรู้ เพราะดวงหน้าซีดเซียว ดวงตาคล้ายคนเหม่อ นายแพทย์ยกกระเป๋าลุกไปหยุดคุยกับนางชมัย แนะนำวิธีดูแลหญิงสาว จากนั้นก็เดินออกพ้นประตูไปทั้งคู่

โกวิทย์รออยู่ที่หน้าห้อง นางชมัยหวั่นใจนัก ได้แต่ยืนเฉย ปล่อยผู้เป็นแพทย์พูดคุยบอกอาการของโรค เมื่อเขาขอตัวกลับนางตามไปส่งทั้งที่ใจอยากอยู่กับคุณหนูนักหนา

ลับหลังคนทั้งสองโกวิทย์ก็เปิดประตูเข้าห้องลูกสาว พัทธมนลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ดวงตาหวาดหวั่นสับสน ดวงหน้ามีคราบน้ำตาเปรอะ ใจของพ่อปวดแปลบ โกรธแสนโกรธเหลือจะเอ่ย สงสารหรือก็สงสาร ความรู้สึกปนเป กระบอกตาร้อนจนเจ็บร้าว ได้แต่ข่มและกล้ำกลืนความเจ็บช้ำลงในหัวอก

ใครเป็นพ่อเด็ก คำถามมิได้ดุดันอย่างคืนนั้น แต่ก็ทำให้คนฟังพูดไม่ออก

ใครเป็นพ่อของเด็ก พัทธมน น้ำเสียงเข้มขึ้นตามอารมณ์ เพราะเจ้าหล่อนเอาแต่เม้มริมฝีปากและก้มหน้าขนาดนี้แล้วยังจะปกป้องมันอีกเรอะ หรือว่าแกไปมั่วจนหาพ่อให้ลูกในท้องไม่ได้!”

คนฟังน้ำตาไหลพราก เจ็บอะไรจะเท่าคำด่าของพ่อ เหมือนคำพิพากษาลงทัณฑ์ และสาปแช่ง

ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ทำเรื่องงามหน้าจนมีมารหัวขนขึ้นในบ้านแกคิดว่าฉันจะอยู่เฉยๆ ได้รึ บอกมา มันเป็นใคร ฉันจะได้ไปลากคอมันมารับผิดชอบ...หวังว่าแกคงไม่ไปมั่วกับไอ้กุ๊ยข้างถนนที่ไหนหรอกนะ

พัทธมนสะอื้นจนตัวโยน แต่ยังปิดปากสนิทแน่น นายโกวิทย์พานเดือดดาลอยากเขย่าให้ดอกพิกุลในปากร่วงเสียนัก เขาดึงแขนลูกสาวกระชากถาม

บอกมาว่ามันเป็นใคร แกไปมั่วกับใครจนท้องป่องออกมาประจานฉันแบบนี้ หา! นังหนูมน

ฮือ...ฮือ...คุณพ่อหนูมนเจ็บ

เจ็บสิดี แกเจ็บแค่นี้แล้วรู้มั้ยฉันเจ็บแค่ไหน มีลูกสาวอยู่คนเดียวเลี้ยงให้เป็นนางหงส์ดีๆ ไม่ชอบ กลับร่อนลงไปเป็นอีกาให้เสียศักดิ์ศรี ฉันนี่เจ็บกว่าแกกี่เท่ารู้รึเปล่า เหอะ!”

ร่างบางถูกผลักลงไปซบบนเตียงพอดีกับนางชมัยเข้ามา หญิงชราจึงรีบถลามาช่วยพยุง

มาก็ดีแล้ว เป็นไงล่ะ เลี้ยงกันจนเกิดเรื่อง ทีนี้จะทำยังไง ลูกสาวตระกูลราชนฤบดินทร์ท้องไม่มีพ่อ งามหน้าไหมล่ะ ดวงตาดุกร้าวข้นคลั่กตวัดกลับมาที่ผู้เป็นธิดา ถ้าวันนี้แกยังหาชื่อพ่อไอ้มารหัวขนในท้องมาให้ฉันไม่ได้ ฉันได้เอาเลือดชั่วของแกออกแน่นังหนูมน

โกวิทย์ก้าวออกไปจากห้อง กระแทกประตูปิดระบายอารมณ์จนคนข้างหลังสะดุ้งไปตามๆ กัน

โธ่...คุณหนูของป้านางชมัยโอบกอดหญิงสาวไว้กับอก รับรู้อาการสั่นไหวและแรงสะอื้นของเธอ

หนูมนจะทำยังไงดี...จะทำยังไงดีคะป้า...

ไม่ร้องค่ะคุณหนู ไม่เป็นไรนะคนเก่ง

หนูมนไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย ดวงหน้านวลเกลือกไปมา รำพึงรำพันแผ่วพร่า ฮือ...ฮือ...หนูมนไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้

โธ่...แม่คุณ

กว่าจะปลอบให้หญิงสาวหยุดร้องได้ คนปลอบเองก็แทบน้ำตาร่วง

นอนพักนะคะ คุณหนูหน้าเซียวอย่างกับอะไรดี นอนหลับสักตื่นจะได้สดชื่น

เจ้าหล่อนสูดน้ำมูก ยอมล้มตัวลงนอนอย่างเชื่อฟัง แต่น้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีก

คุณพ่อเสียใจมาก หนูมนทำให้ท่านผิดหวัง

อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องอื่นเลยค่ะ นอนพักก่อน ตื่นแล้วค่อยว่ากันใหม่ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้เสมอ

นางชมัยออกจากห้องไปแล้ว คงคิดว่าจัดการให้หญิงสาวนอนพักแล้วเธอจะยอมทำตามแต่โดยดี แต่เปล่าเลย น้ำตาที่มือของนางช่วยเช็ดจนเหือดแห้ง กลับไหลออกมาไม่หยุดหย่อน นอนร้องไห้จนสาแก่ใจพัทธมนก็หยัดกายพาร่างบอบช้ำไปเข้าห้องน้ำ สภาพของคนในกระจกดูไม่จืดนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดวงตาบวมช้ำ จมูก ปาก แก้ม แดงก่ำไปหมด น้ำมูกน้ำตาเปรอะเต็มหน้า ยิ่งเช็ดน้ำตาก็ยิ่งหยาดริน

เธอก้มลงมองหน้าท้องตัวเองแล้วบีบแน่น ไม่มีอาการทะนุถนอมสักนิดเดียว จากนั้นก็ระดมกำปั้นทุบตีไม่ยั้ง

ออกไป...ออกไปให้พ้น อย่ามาอยู่ในนี้ ออกไปนะ ฉันไม่ต้องการ...ฮือ...ฮือ...ออกไป...

หมดเรี่ยวหมดแรงร่างบางก็ทรุดนั่งร้องไห้กับพื้นห้องน้ำ ทุกอย่างรอบตัวมืดมนเหลือเกิน ตั้งแต่เจอกับผู้ชายคนนั้นชีวิตของเธอเหมือนดิ่งลงหุบเหวดำมืด นับวันยิ่งถลำลึกสู่ก้นบึ้งอเวจี...พัทธมนร้องไห้โฮ ขดกายกอดเข่า มีแต่อ้อมกอดของตนเท่านั้นรู้รสความขมขื่น เป็นอ้อมกอดเดียวที่เข้าใจ รับรู้ว่าเธอทุกข์ทนเพียงไร

หญิงสาวเปิดฝักบัวให้สายน้ำชะล้างความขื่นขม แต่เปล่า มันมิอาจช่วยอะไรได้เลย สายน้ำรวมกับน้ำตาจนแยกไม่ออกว่าอย่างไหนเป็นอย่างไหน

ออกไปนะ ออกไป...ออกไปจากชีวิตฉัน มารหัวขน ฉันเกลียด ฉันไม่ต้องการ อย่ามาอยู่ในนี้ ออกไปให้พ้น...ฮือ...ฮือ...ออกไป อย่ามาอยู่...

กำปั้นระดมทุบตีหน้าท้องทุกครั้งที่คิดได้ว่าในท้องของเธอมีสิ่งใดแนบเนา ทำไมสิ่งนี้ต้องมาเกิดกับเธอ เธอเกลียด ขยะแขยง อยากผลักไสออกไปให้พ้นๆ จากชีวิต มารหัวขนใช่...มันเป็นมารหัวขน เลือดเลวๆ ของผู้ชายคนนั้น เธอเกลียดเหลือจะทน

น้ำจากฝักบัวไหลเป็นสาย กระทบร่างซึ่งนั่งพิงผนังจนเปียกโชก เส้นผมยาวลู่แนบศีรษะ ชุดนักศึกษาเปียกปอน แต่เธอหาได้สนใจ ยังปล่อยให้สายน้ำไหลปะปนกับสายน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้น่าเวทนา



นางชมัยขึ้นมาดูพัทธมนตอนเที่ยงวัน เผื่อคุณหนูตื่นแล้วจะได้จัดอาหารเที่ยงขึ้นมาส่ง เปิดประตูเข้ามาไม่เห็นหญิงสาวอยู่บนเตียง หากใจชื้นเมื่อเห็นประตูห้องน้ำปิดและมีเสียงน้ำไหลซ่าอยู่ข้างใน

นางเดินไปจัดเตียง ตบหมอน จัดผ้าห่มเข้าที่ เก็บเตียงเสร็จเสียงน้ำยังไหลไม่หยุดจึงไปเคาะเรียก

คุณหนูคะ จะทานเที่ยงบนห้องหรือลงไปข้างล่างดีคะ

เงียบ...ไร้การตอบกลับ

คุณหนู...คุณหนูคะ ได้ยินป้ามั้ย

ไร้คำตอบเป็นคำรบสอง แม่บ้านใหญ่ยิ่งเคาะถี่รัว เริ่มใจคอไม่ดี

คุณหนูขา คุณหนู ป้าจะเปิดเข้าไปแล้วนะ นางลองขยับลูกบิดซึ่งไม่ติดล็อก ผลักเปิดเข้าไปก็ถึงกับอุทาน

ตายแล้ว! คุณหนู เป็นอะไรไปคะ คุณหนู คุณหนูขา

นางชมัยปากคอสั่น ถลันเข้าไปเขย่าหญิงสาวที่นั่งสลบไสลพิงผนังห้องน้ำ รับสายน้ำจนตัวซีดขาวราวกระดาษ มือทั้งสองของเธอตกลงข้างลำตัวอย่างหมดสภาพ ให้เขย่าอย่างไรก็ไม่รู้สึก คนเรียกพานเปียกโชกไปด้วย นางร้องเอะอะลุกทุลักทุเลขึ้นมาปิดฝักบัว แล้วทรุดลงเขย่าเรียกคุณหนูอีกรอบ ไม่ได้ผลก็ลุกลนออกไปร้องตะโกน

ใคร! มีใครอยู่แถวนี้บ้าง มาช่วยกันหน่อยเร้ว คุณหนูสลบในห้องน้ำ

สาวใช้ซึ่งดูแลความเรียบร้อยอยู่บริเวณนั้นรีบปรี่เข้ามาตามเสียง ไม่ช้าไม่นานร่างไร้สติของพัทธมนก็ถูกประคองมานอนบนเตียง

คุณหมอคนเดิมโดนเรียกตัวกลับมายังคฤหาสน์ราชนฤบดินทร์เป็นครั้งที่สองของวัน ตอนเขามาถึงพัทธมนได้รับการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่แห้งสะอาดดีแล้ว แต่ผมยังชื้น ดวงหน้านวลยังไร้สีเลือด และยังไม่ได้สติ ร่างกายหญิงสาวร้อนผ่าว คุณหมอถึงกับนิ่วหน้า

เมื่อเช้าตรวจพบว่าเจ้าหล่อนตั้งท้องอ่อนๆ และมีไข้เล็กน้อย แต่ไม่น่าเป็นห่วง ครั้นตกบ่ายไข้กลับขึ้นสูงจนน่าตระหนก

คุณหมอตรวจรักษาไปตามสภาพ เก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋าเสร็จก็เลี่ยงไปคุยกับพี่เลี้ยง

ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะแม่ชมัย เมื่อเช้ายังเห็นดีๆ อยู่เลย

อีกฝ่ายได้แต่อึกอัก คุณหมอถอนหายใจแล้วกล่าวต่อไปว่า

ดูแลให้ดีนะ อย่าให้ไข้ขึ้นสูงอีก คุณหนูมนไม่ได้ตัวคนเดียวอย่างแต่ก่อนแล้ว เป็นอะไรขึ้นมาลูกก็กระทบไปด้วย

นายแพทย์สั่งความอีกไม่กี่ประโยคก็ขอตัวกลับ นางชมัยเห็นคนป่วยยังหลับจึงเลี่ยงออกไปข้างนอก

ค่ำวันนั้นพิษไข้เล่นงานพัทธมนจนนอนซมช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตื่นขึ้นมาก็เอาแต่น้ำตารินไม่พูดไม่จา

ทานข้าวสักนิดนะคะคุณหนู

เหมือนคำพูดของผู้สูงวัยไม่เข้าสู่โสตรับรู้ของหญิงสาว เธอนอนหันหลังนิ่งไม่ไหวติง คนดูแลก็ทุกข์ร้อน...หากใจคนป่วยยังอ่อนแออยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่ร่างกายจะหายดี

คุณหนูคะ

หนูมนไม่หิว เสียงบอกแผ่วเบา คล้ายเสียงลมกระซิบ หญิงแม่บ้านอ้อมไปอีกฝั่งเตียง ทรุดกายลงคุกเข่า ดวงตาของนางก็ไม่ต่างกับดวงตาของเธอนักหรอก มันทั้งแดงและพราวน้ำตา

ไม่หิวก็ทานสักนิด คุณหนูไม่หิวแต่ลูกหิว คุณหนูน้อยไม่รู้อะไรด้วย อย่าทรมานเธออย่างนี้

พัทธมนมองสบตานาง หยาดน้ำตาไหลหยด ในยามที่เธอไม่เหลือใครก็มีแต่ป้าชมัยเท่านั้นคอยดูแล ห่วงใย ไม่ว่าจะทำอะไรผิดมานางก็ยังเป็นป้าชมัยที่รัก ห่วงอาทรเธอเช่นเดิม

แต่ป้าชมัยจะรู้หรือเปล่าว่าลูกในท้อง คุณหนูน้อยที่นางห่วงนั้น เธอไม่ต้องการ ไม่อยากให้ลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้

นะคะคุณหนู ทานข้าวแล้วทานยา แม่ไม่สบายประเดี๋ยวคุณหนูน้อยก็ไม่สบายไปด้วย นางกล่าวเสียงเครือ ยิ่งทำให้น้ำตาคนฟังไหลไม่หยุด

เธอปาดมันทิ้งพลางขยับลุก แต่เพราะอาการไข้ยังไม่ทุเลา จึงวิงเวียน ต้องนอนซมลงไปใหม่

เป็นไงบ้างคะ หญิงสูงวัยช่วยพยุง จัดหมอนรองหลังเมื่อเธอลุกรอบใหม่ ค่อยๆ ค่ะ

อาหารอ่อนๆ ซึ่งครอบฝามาอย่างดี เปิดออกควันลอยกรุ่นเป็นสาย กลิ่นชวนพะอืดพะอม แต่นางชมัยเหมือนรู้อยู่แล้ว รีบปลอบว่า

แข็งใจทานหน่อย

พัทธมนรับประทานไปได้ไม่กี่คำก็เบือนหน้าหนี พี่เลี้ยงไม่คะยั้นคะยออีกเพราะแค่นั้นก็ทำให้นางพอใจมากแล้ว รีบส่งยาให้ อีกฝ่ายรับไปอย่างไม่เกี่ยงงอน แม้จะสงสัยครามครันว่าคุณหมอจัดยาอะไรไว้ จะมีผลต่อเด็กในท้องหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่คิดอะไรให้วุ่นวายต่อ ถ้ามีผลแล้วจะเป็นไรไปในเมื่อเธอก็ไม่ได้ต้องการชีวิตใหม่ในท้องนี่อยู่แล้ว

พี่เลี้ยงไม่ทันสังเกตว่ายามคุณหนูส่งยาเข้าปากนั้นดวงตาของเธอเยือกเย็นเพียงไร นางรับแก้วน้ำกลับไปวางในถาดอาหาร แล้วช่วยขยับหมอน

พักผ่อนค่ะ จะได้หายไวๆ

 

โกวิทย์รับรู้อาการของลูกเมื่อกลับเข้าบ้านมาก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ชายวัยกลางคนถอนใจอย่างหนักอก เป็นอันว่าเรื่องของพัทธมนต้องพักไว้ก่อน  แต่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดีว่าถึงพัทธมนจะไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เขายังมีแก่ใจไปเค้นเอาคำตอบเรื่องพ่อของเด็กได้อีกไหม ในเมื่อปัญหาที่บริษัทบีบรัดจนไม่เป็นอันคิดถึงสิ่งใด บริษัทง่อนแง่น ไม่มีแหล่งเงินทุนรายไหนยอมยื่นมือเข้ามาช่วย หนี้สินที่ท่วมหัวท่วมตัวก็โดนเร่งรัด เจ้าหนี้เตรียมดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ แล้วอย่างนี้เขาจะเอาสมองไปคิดถึงเรื่องไหนได้อีก

เธอก็ไปนอนเถอะ ไม่มีอะไรแล้วเขาบอกกับแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

เสื้อกับกระเป๋าของคุณท่าน...

ฉันเอาไปเก็บเอง...ไปนอนในห้องยัยหนูมนนั่นแหละ จะได้ช่วยดูแลเผื่อไข้ขึ้นกลางดึก

ค่ะ นางชมัยมองตามแผ่นหลังของคนที่เดินดุ่มๆ ขึ้นบันได ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบางๆ ต่อให้ทำว่าโกรธเคืองอย่างไร สายเลือดก็ตัดไม่ตายขายไม่ขาด


##########

แจ้งข่าวค่ะ ใครรอเล่มพิเศษของเรื่อง "ดอกไม้ในสายหมอก" ตอนนี้มีแบบอีบุ๊คออกมาวางจำหน่ายแล้วนะคะ กำลังอยู่ในช่วงโปรโมชั่น มีส่วนลดถึงวันที่ 20 นี้ ส่วนท่านที่รอเป็นหนังสือ จะตีพิมพ์ได้ราวต้นปีหน้าค่ะ แล้วจะแจ้งข่าวอีกทีนะคะ


 

เมื่อดอกไม้อวดแสงตะวัน
กลิ่นแก้ว
www.mebmarket.com
เล่มพิเศษของเรื่อง "ดอกไม้ในสายหมอก"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #37 ปภัสสร (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 20:15
    เป็นอีกเรื่องที่ไร้ทเขียนได้ดีมาก สนุกและน่าติดตาม
    #37
    0
  2. #36 Tuu9249 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:43
    บีบหัวใจจัง
    #36
    0
  3. #34 Stakkyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 18:36
    สงสารหนูมนจัง T_T
    #34
    0