พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 3 : = ๐๓ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60

 

รถยนต์ชะลอจอดลงหน้าประตูรั้วอัลลอยของคฤหาสน์หลังงาม คนขับมองผ่านช่องลวดลายประตูเข้าไปภายในอาณาเขตรั้ว ก่อนวกมาดูป้ายสลักชื่อ ราชนฤบดินทร์สีทองในกรอบสี่เหลี่ยมเด่นหรูบนกำแพงปูน แล้วเหลียวกลับมายังหญิงสาวในรถ จากกิริยาท่าทีและการพูดจาก็พอเดาได้ว่าเธอเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แต่บ้านช่องใหญ่โตโอ่อ่ากว่าที่คิดไว้จริงๆ แล้วยัง ราชนฤบดินทร์นั่นอีก ในวงสังคมใครบ้างไม่รู้จักนามสกุลนี้

พัทธมนจัดผ้าคลุมไหล่ให้เข้าที่ วันนี้นอกจากไตรทศจะทำหน้าที่ขับรถพาเธอไปเที่ยวหัวหินแล้ว ยังเลี้ยงมื้อค่ำเป็นอาหารทะเลเต็มโต๊ะ หลังจากอิ่มหนำก็ชักชวนไปเดินชมร้านรวง ชี้ชวนให้ดูโน่นชมนี่จนเธอคลายเศร้าไปมาก หญิงสาวซื้อผ้าคลุมไหล่มาหนึ่งผืนและคืนเสื้อนอกเขาไป

ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ ด้วยความที่อีกฝ่ายอาวุโสกว่า พัทธมนจึงประนมมือไหว้

ด้วยความยินดีครับ ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยน พลางเปิดช่องหน้ารถหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกมายื่นส่ง นามบัตรผม ถ้าคุณมีปัญหาหรืออยากให้ช่วยอะไรอีก ติดต่อได้ทุกเวลาเลยครับ

พัทธมนรับนามบัตรมาแล้วกล่าวขอบคุณซ้ำอีกครั้งก่อนลงจากรถ ไตรทศรอจนเธอผ่านเข้าประตูรั้วจึงค่อยเลี้ยวรถกลับ

ระหว่างเดินไปตามถนนเข้าสู่ตัวบ้านหญิงสาวถอนหายใจยาว...ช้า...ได้เที่ยว ได้ปลดปล่อยความไม่สบายใจออกไปเสียบ้างก็รู้สึกดีขึ้น แต่ครั้นกลับมา เรื่องราวไม่สบายใจก็พรั่งพรูถาโถมขึ้นมาอีก เธอได้แต่กล้ำกลืนมันไว้

แม่บ้านใหญ่ถลาลงมารับทันทีที่เห็นพัทธมนเดินเข้าสู่ลานน้ำพุ

คุณหนู! ไปไหนมาคะ ทำไมกลับดึกอย่างนี้

หญิงสาวยิ้มอ่อน ยังไม่ทันตอบ อีกฝ่ายก็กล่าวต่อสีหน้าเป็นกังวล

คุณท่านรออยู่ค่ะ กลับมาแต่หัววัน ท่าทางงี้เครียดเชียว มาถึงก็ถามหาคุณหนู นี่ตั้งแต่กลับสั่งให้ป้าโทร.หาเกือบร้อยรอบแล้วกระมัง รีบเข้าบ้านเถอะค่ะ

คำบอกเล่านั้นทำพัทธมนใจหล่นวูบ ดวงหน้าซีดขาวราวกระดาษ ไม่เคยเลยที่คุณพ่อจะรีบกลับเพื่อมารอพบเธอ อย่าว่าแต่กลับมารอเลย แค่กลับให้ทันก่อนเธอเข้านอนก็นับว่าบุญโข แต่นี่คุณพ่ออุตส่าห์มานั่งรอตั้งแต่หัววัน หรือท่านจะเห็นหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า?!

คำคาดเดาของพัทธมนไม่ผิดเลย แค่เธอก้าวผ่านประตูเข้าไป สีหน้าเคร่งเครียดของชายวัยกลางคนก็ดุดันขึ้น โกวิทย์สืบเท้าเข้ามาหาลูกสาว

กลับมาแล้วหรือแม่ตัวดี ไปนอนกับไอ้ผู้ชายหน้าไหนมาอีกล่ะ ถึงได้กลับเอาดึกป่านนี้

หนูมนเปล่า...

เพี้ยะ!

ฝ่ามือใหญ่ฟาดใส่ซีกแก้มของเธอสุดแรง

คุณพ่อ!... พัทธมนครางอย่างตระหนก น้ำตาเอ่อคลอ ยกมือขึ้นกุมแก้มพร้อมกับเรียวปากสั่นระริก...แม่บ้านยืนอึ้ง เพราะคาดไม่ถึงว่าจะมีการลงไม้ลงมือ

นังลูกไม่รักดี ยังมีหน้ามาโกหก ฉันเลี้ยงแกเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ มดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้แตะ แต่แกกลับทำตัวต่ำอย่างกับผู้หญิงข้างถนน

หญิงสาวยกมือไหว้ น้ำตาไหลพราก

หนูมนผิดไปแล้วค่ะคุณพ่อ...หนูมนขอโทษ

นี่แก! แกยอมรับเรอะว่าไปนอนกับมันมาจริงๆ นังพัทธมน แกมัน!... โกวิทย์โมโหจัด ถลันเข้ามาฟาดฝ่ามือใส่ลูกไปอีกหลายที ขณะที่พัทธมนได้แต่ยกมือไหว้

หนูมนขอโทษ หนูมนผิดไปแล้ว...คุณพ่อขาหนูมนขอโทษ...ฮือ...ฮือ...หนูมนขอโทษ เธอร่ำไห้น่าเวทนา นางชมัยเห็นท่าไม่ดี รีบปรี่เข้ามาโอบกอดอย่างปกป้อง

พอเถิดค่ะคุณท่าน สงสารคุณหนู อย่าทำอะไรเธอเลย พอแล้วค่ะ พอแล้ว

แต่นายโกวิทย์หาได้ยั้งมือแม้แต่น้อย ช่วงพัลวันนั้นหญิงทั้งสองก็สะดุดล้มลงไปนั่งกับพื้น

หลีกไปนังชมัย ฉันจะเอาเลือดร่านมันออก

พอเถิดค่ะ สงสารคุณหนู แค่นี้ก็เจ็บพอแล้ว

ไม่หลีกใช่มั้ย ดี!” นายโกวิทย์เดือดดาล หันรีหันขวาง ครั้นหาอะไรไม่ได้ดั่งใจก็ปลดเข็มขัดตัวเองกระชากออกมา นางชมัยถึงกับอุทาน รีบกางแขนโอบกอดคุณหนูของนางไว้แน่น

พอแล้วค่ะคุณท่าน คุณหนูโดนเยอะแล้ว พอเถิดค่า

เสียงกรีดร้องของนางไม่เป็นผลเมื่อสายเข็มขัดฟาดลงมากระทบผิว พัทธมนตัวสั่นดั่งลูกนก ร้องไห้ไม่หยุด นางชมัยก็กกกอดใช้ร่างกายตนกำบังให้มากที่สุด

ห่วงกันนัก ปกป้องกันเหลือเกินนะ ให้ท้ายกันยังงี้ไงเล่านังหนูมนมันถึงได้ใจ ทำตัวเหลวแหลก นี่คงรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้มันออกไปแรดๆ มั่วผู้ชายข้างนอกล่ะสิ ฉันรึอุตส่าห์ไว้ใจให้แกเลี้ยงดู แต่แกกลับส่งเสริมให้มันไปทำเรื่องงามหน้าจนเหม็นโฉ่ไปทั้งประเทศ ยังงี้มันสมควรเอาเลือดชั่วๆ ออกให้หมดทั้งคู่

ปากก่นด่า มือก็ฟาดสายเข็มขัดไม่ยั้ง พัทธมนซุกหน้ากับอกพี่เลี้ยง ปล่อยน้ำตาไหลริน ไม่สนใจว่าจะโดนฟาดเข้าตรงไหนบ้าง

ร่างกายเจ็บ ไม่เท่ากับใจที่แหลกละเอียดยับเยินไปแล้ว

ครั้นหมดแรงโกวิทย์ก็โยนเข็มขัดทิ้ง ยืนหายใจหอบ ใบหน้าและดวงตาแดงก่ำ ถึงอย่างไรพัทธมนก็เป็นลูก ทุบตีไปก็เหมือนทุบตีตัวเอง เจ็บไม่น้อยกว่ากัน ยิ่งเจ็บไปกว่านั้นคือการได้รู้ว่าลูกสาวที่เฝ้าทะนุถนอมมาอย่างกับไข่ในหิน ทำตัวแหลกเละไม่เหลือชิ้นดี

พัทธมนไม่ได้น่ารักดังที่หวัง

ไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่เห็น

และไม่ได้บริสุทธิ์สดใสเช่นที่อยากให้เป็น

ซ้ำร้าย ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้ แต่คนทั้งประเทศรู้เห็นกันหมด

บุราณว่าไว้ มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน

แล้วส้วมบ้านเขาก็แตกส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว

แค่ได้เห็นภาพงามหน้าของเจ้าหล่อนบนหน้าหนังสือพิมพ์ เส้นเลือดในสมองของเขาแทบระเบิด ใครบ้างไม่รู้ว่านายโกวิทย์เจ้าชู้ คนเจ้าชู้ย่อม หวงลูกสาวนักหนา ตั้งแต่เล็กจนโตเป็นสาวสะพรั่ง เขาไม่เคยพาพัทธมนออกงานไหน ก็เพราะหวงไงล่ะ เกิดเรื่องขึ้นมาจึงเหมือนเสียหน้า ถูกหยามศักดิ์ศรี คนในวงสังคมคงได้หัวเราะเยาะกันฟันแทบโยก

โกวิทย์หันหลังเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะหน้าโซฟาหลุยส์มาปาใส่หญิงสาว

ดูซะให้เต็มตา เรื่องที่แกไปทำบัดสีมันดังกระฉ่อนทั่วทั้งเมืองแล้ว ต่อให้ใส่ตะกร้าล้างน้ำอีกสักสิบยี่สิบรอบผู้ชายดีๆ ที่ไหนมันจะมาเอา

มีแต่เสียงสะอึกสะอื้นเป็นคำตอบ รอยเข็มขัดแดงเป็นริ้วอยู่บนเนื้อแขน เจ้าหล่อนยังซุกอกแม่บ้านร่ำไห้ โกวิทย์จึงฟึดฟัดตะเพิด

ไป๊! ไสหัวไปให้พ้น อย่ามานั่งบีบน้ำตาอยู่ตรงนี้ ประเดี๋ยวได้ตายกันทั้งคู่

เมื่อนั้นนางชมัยจึงรีบประคองพาพัทธมนขึ้นชั้นบน ด้วยกลัวว่าถ้าช้าไปสักอึดใจคุณท่านจะโมโหลงไม้ลงมือขึ้นมาอีก ก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะโกวิทย์เองก็ไม่มั่นใจว่าจะรั้งอารมณ์ไว้ได้แค่ไหน ถึงต้องรีบไล่ไปให้พ้นๆ ขืนยังอยู่ให้เห็นหน้าเขาได้ฆ่าลูกตัวเองกับมือแน่ๆ

ภาพชายหญิงกำลังแนบเนื้อแผ่หราอยู่บนพื้น เพียงแค่เหลือบเห็นอกของโกวิทย์ก็แทบกระอักออกมาเป็นเลือด เขาหยิบมันมาฉีกขยี้ขยำอย่างเดือดดาล แล้วไปนั่งเหนื่อยอ่อนบนโซฟา บัดนี้ชายสูงวัยเหมือนแก่ขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นสิบปี

 

ชายหนุ่มผู้นอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้เอนที่ระเบียงคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะใกล้ๆ มากดรับเมื่อมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นครั้งแรก เหตุผลที่ยังไม่หลับไม่นอน ต้องมานั่งมองฟ้าหม่นดาวอยู่แบบนี้ก็เพราะรอโทรศัพท์นี่ล่ะ

ว่าไง

คุณพัทธมนกลับถึงบ้านแล้วครับ

งั้นหรือ เสียงรำพึงอ่อนลงกว่าประโยคก่อน แม้ยังห้วน แต่ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าโล่งใจแค่ไหนกับคำรายงาน กลับยังไง

มีคนมาส่งครับ เป็นผู้ชาย

คำตอบยังผลให้แววตาของอภิวรรธน์วับวาว พร้อมกับกรามที่บดเข้าหากัน

สืบประวัติมาให้ด้วย

ครับ

 

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จพัทธมนก็เอาแต่นอนร้องไห้ ปล่อยนางชมัยทายาบนนวลผิว จะว่าไป เธอยังไม่หยุดร้องตั้งแต่ขึ้นห้องมา อย่าว่าแต่พัทธมนเลย หญิงสูงวัยก็ทายาไปปาดน้ำตาไปเหมือนกัน

โถ...เจ็บมากมั้ยคะแม่คุณ เสียงของนางถามทุกครั้งที่ป้ายยาลงแผลริ้วใหม่ และได้รับอาการส่ายหน้าของคนบนเตียงเป็นคำตอบ แม้ยามโดนแผลเจ้าหล่อนจะสะดุ้งน้อยๆ ก็ตามเถอะ

ครั้นเลิกชายเสื้อนอนหาริ้วแผลที่แผ่นหลัง นางชมัยก็ต้องเพ่งมองรอยช้ำเป็นจ้ำๆ นั้น ถึงขนาดเช็ดน้ำตาเพื่อมองให้ชัด

นี่คุณหนูไปโดนอะไรมาคะ ทำไมตัวช้ำแบบนี้

พัทธมนรีบลุกรั้งชายเสื้อลงทันควัน

ไม่มีอะไรค่ะ หนูมนไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณป้าชมัยมาก เธออ้อมแอ้มบอกโดยไม่ยอมสบตานาง

แต่คุณหนู...

หนูมนง่วงแล้วค่ะ ว่าแล้วล้มตัวนอน ดึงผ้ามาห่มหันหลังให้ ตัดบทสนทนาลงเพียงเท่านั้น

นางชมัยทอดถอนใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูกันแน่ สองสามเดือนมานี้ถึงได้กลับบ้านดึกดื่นเป็นประจำ แล้วยังชอบเก็บตัวเงียบ พูดน้อย ไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน แล้วจู่ๆ คุณท่านก็มาต่อว่า ทุบตี หาว่าเธอทำตัวเหลวไหล ไปนอนกับผู้ชายที่ไหนมาก็ไม่รู้ คุณหนูก็ไม่ปฏิเสธสักคำ ยังยอมรับผิดเสียอีก นี่มันอะไรกัน คุณหนูเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ยังจะรอยนั่นอีก แผ่นหลังขาวนวลมีรอยช้ำเป็นริ้ว ไม่ใช่เพราะโดนตีหรอก นั่นมันรอยนิ้วมือชัดๆ หญิงสูงวัยครางในอก ไม่อยากเชื่อว่าคุณหนูจะประพฤติตัวเหลวไหลอย่างคำครหา แต่หลักฐานก็ยืนยัน ผู้ชายคนนั้นเลวร้ายปานไหนกัน ถึงทิ้งรอยช้ำไว้บนตัวผู้หญิงได้ขนาดนี้

หยาดน้ำคลอปริ่มดวงตา ขณะที่นางช่วยขยับผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง

 

บรรยากาศ ณ ที่แห่งนั้นสงัด วังเวง หมอกมัวจนมองอะไรไม่ชัด พัทธมนเดินไปข้างหน้าพลางส่ายสายตาเหลียวรอบตัวอย่างระแวงระวัง เธอไม่รู้ว่ากำลังเดินอยู่ที่ไหน แต่รู้ว่ามีบางอย่างทำให้หวาดกลัว หนาวยะเยือกไปสุดขั้วหัวใจ ไหล่บางห่อเข้าหากันพลางยกมือขึ้นกอดตัวเอง เท้าเรียวเร่งก้าวไปข้างหน้า แต่ยิ่งก้าวก็เหมือนว่าบางสิ่งข้างหลังไล่ตามมาติดๆ เท้าที่ก้าวเร็วๆ จึงกลายเป็นวิ่ง เธอวิ่ง...วิ่ง...วิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง หลบหลีกกิ่งไม้และสิ่งกีดขวาง แต่เจ้าสิ่งนั้นก็ยิ่งไล่กวด เกิดความรู้สึกคล้ายมันตะปบแขนแล้วกระชาก หญิงสาวจึงกรีดร้อง

คุณแม่! ช่วยหนูมนด้วย

สิ้นเสียงเธอก็สะดุดล้ม ร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัว หยัดกายลุกขึ้นนั่งจึงรู้ว่าตรงที่หกล้มคือสนามหญ้าข้างคฤหาสน์นั่นเอง

ฮือ...ฮือ... ฮือ...ฮือ... มือเล็กป้อมยกขึ้นขยี้ตา เสียงร้องของเธอทำให้หญิงสาวอายุต้นสามสิบผู้หนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน พลางร้องถามอย่างห่วงใย

เป็นอะไรไปคะหนูมน ทำไมนั่งร้องอยู่ตรงนี้ลูก

หนูมนหกล้มค่ะคุณแม่...หนูมนเจ็บ

ไหน เจ็บตรงไหน ขอแม่ดูหน่อยซิ

พัทธมนก้มลงมองตัวเองเห็นรอยช้ำปรากฏอยู่ทั่วทั้งตัว บ้างเป็นริ้วแดงเหมือนโดนแส้เฆี่ยนตี บ้างก็เป็นรอยปื้นแดง อีกที่เป็นรอยสีม่วงช้ำ...เด็กหญิงวัยแปดขวบทำหน้าเบะ ร้องไห้โฮ

หนูมนเจ็บค่ะคุณแม่ ช่วยด้วย ฮือ...ฮือ...หนูมนเจ็บ

โถ...หนูมนของแม่ ไม่ร้องลูก นิ่งนะคนดี

อ้อมกอดอ่อนโยนของมารดาปลุกปลอบหนูน้อย มือนุ่มลูบไล้ศีรษะเล็กซึ่งถักเปียสองข้าง หล่อนโยกลูกไปมาเห่กล่อม กระทั่งเสียงร้องนั้นเงียบลง

หนูมนต้องอดทนนะลูก อย่าอ่อนแอ หนูต้องเข้มแข็ง ต้องอดทน

ปลายนิ้วเรียวช้อนคางลูกสาวขึ้นสบตา บอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่นใจดี

จำไว้นะลูก

ค่ะ หนูมนจะอดทน เด็กหญิงซุกเข้าอ้อมอกมารดาอีกครั้ง โอบกอดไว้แน่นเหมือนอ้อมกอดนี้คือสิ่งที่เธอถวิลหามาเนิ่นนาน

คุณแม่!”

พัทธมนผวาตื่นท่ามกลางความมืด มองฝ้าเพดานตาเบิกโพลง หลังจากรู้แน่ชัดว่าตนนอนอยู่ที่ไหนก็กวาดตามองรอบห้อง รับรู้รอยชื้นตรงหางตา และเกินจะข่มกลั้นไว้อีกต่อไป เธอขดตัวสะอื้นจนไหล่โยน

แค่ฝัน...

มันเป็นแค่ฝัน อ้อมกอดนั้นไม่มีอีกแล้ว...

คุณแม่ขา หนูมนคิดถึงเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว หนูมนไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่

 

นางชมัยจัดอาหารเช้ารอคุณหนูของนางมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เห็นผิดสังเกตจึงขึ้นไปเคาะประตูเรียก เคาะอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบ ลองเปิดประตูเข้าไปเห็นหญิงสาวบนเตียงกำลังนอนคลึงขมับ ดวงตาปรือเปิดนิดๆ

เป็นอะไรคะคุณหนู ป้ารอตั้งนานไม่เห็นลงข้างล่างสักที

หนูมนปวดหัว เธอเหลียวมาดู

อีกฝ่ายเข้าไปจับเนื้อตัว

อุ๊ย! คุณหนูไม่สบายนี่คะ ดูสิตัวร้อนยังกะไฟ เดี๋ยวป้าออกไปโทร.เรียกคุณหมอก่อน รอเดี๋ยวนะคะ

อย่าเลยค่ะ พัทธมนรั้งข้อมือก่อนนางจะทันขยับขา ขอยาแก้ปวดสักเม็ดก็พอ หนูมนอยากนอน กินยาแล้วหลับสักงีบคงดีขึ้น

ให้คุณหมอมาตรวจดูหน่อยไม่ดีหรือคะ ตัวร้อนยังงี้ป้าไม่ไว้ใจ

หนูมนไม่อยากให้หมอฉีดยา

โธ่...คุณหนู โตแล้วยังกลัวเป็นเด็กๆ นางดุอย่างอ่อนใจ

นะคะ ขอยาแก้ปวดหัวให้หนูมนเถอะ

ก็ได้ค่ะ ไม่อยากตามใจนักหรอก แต่นางไม่เคยขัดคุณหนูได้สักที งั้นเดี๋ยวเช็ดตัวลดไข้หน่อยนะคะ ป้าจะลงไปบอกให้นังพวกนั้นมันยกอาหารขึ้นมาให้ เช็ดตัวทานข้าวทานยาแล้วค่อยนอน

นางกะเกณฑ์ก่อนลงไปข้างล่าง แล้วกลับเข้ามาใหม่ในเวลาไม่ช้าไม่นาน คราวนี้มาพร้อมอ่างแก้วใบเล็ก มีน้ำและผ้าขนหนูมาพร้อม

เช็ดตัวหน่อยค่ะคุณหนู

หญิงสูงวัยดูแลเช็ดเนื้อตัวลดอุณหภูมิร่างกายให้หญิงสาว เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จเด็กรับใช้ก็ยกถาดอาหารเข้ามา

ทานข้าวค่ะ จะได้ทานยา

กี่โมงแล้วคะ

แปดโมงกว่าแล้ว

วันนี้หนูมนมีเรียนเช้า หางเสียงแผ่วหาย ดวงหน้าสลดวูบ ต่อให้ร่างกายสบายดีก็ยังไม่รู้จะบากหน้าไปเรียนอย่างไร ในเมื่อข่าว คาวๆ มันหราอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แบบนั้น

หยุดเรียนสักวันสองวันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ทานข้าวก่อนเถอะ นี่ป้าเตรียมยาไว้ให้แล้ว

พัทธมนหยิบช้อนตักอาหาร ครั้นแล้วเงยหน้าขึ้นถามใหม่

คุณพ่อล่ะคะ

เพิ่งออกไปสักพักค่ะ แม่บ้านกำลังจะอ้าปากพูดต่อว่า ดูท่าทางคุณท่านไม่ค่อยดีเลย แต่ยั้งไว้ทัน...คุณหนูนอนไม่สบายอยู่อย่างนี้ จะให้มารับรู้เรื่องไม่สบายใจอีกทำไมกัน

ก่อนนางเก็บจานกลับออกไป ยังกำชับ

กินยานอนพักแล้ว ถ้ายังไม่ดีขึ้นป้าจะโทร.เรียกคุณหมอมาดูอาการนะคะ ทีนี้คุณหนูจะมาดื้อไม่ได้อีก ไม่งั้นป้าตีจริงๆ เชียว นางแสร้งดุทำให้คนป่วยยิ้มได้ แม้ดวงหน้ายังซีด แต่แค่นั้นก็ทำให้ผู้สูงวัยใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

 

ในห้องทำงานกรุกระจกชั้นที่ยี่สิบสามของตึก ชายหนุ่มเจ้าของห้องกำลังนั่งอ่านเอกสารในแฟ้มสีดำ เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

เชิญ

สั่งแล้วก็นั่งมอง กระทั่งเลขาฯ เดินมาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ

คุณคมชาญฝากมาให้ครับ

ขอบใจ

อีกฝ่ายหมุนกายกลับออกไปยังโต๊ะทำงาน เจ้าของห้องจึงหยิบเอกสารขึ้นมาดู

สิ่งที่สะดุดตาคือรูปถ่ายซึ่งใช้คลิปหนีบไว้มุมบนสุดของเอกสาร ก่อนไล่สายตาดูชื่อ

นายแพทย์ไตรทศ มงคลวุฒิ

จากนั้นวกกลับไปดูรูปอีกครั้ง เกือบหนึ่งนาทีกว่าจะไล่อ่านข้อมูลอื่นๆ

เธอไปรู้จักไอ้หมอนี่ได้ยังไง พัทธมน

รูปร่างหน้าตา หน้าที่การงาน ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิไม่มีอะไรด้อยเลย และมันทำให้เขาอารมณ์เสีย

คุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างนี้ ไม่แปลกถ้าพัทธมนจะเลือกไว้เป็นที่พึ่งในอนาคต แต่คิดหรือว่าคนอย่างนายอภิวรรธน์จะยอม รอให้เขาเบื่อเธอก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นจะเร่ไปให้ใครเลี้ยงดูก็ตามใจ แต่ตอนนี้เห็นทีพัทธมนควรรู้ตัวเสียบ้างว่าเป็นผู้หญิงของใคร และควรทำตัวเช่นไร

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่กดโทร.ออกไปยังเลขหมายของเจ้าหล่อน ครั้นยกขึ้นแนบหูก็ต้องนิ่วหน้า...ป่านนี้แล้วยังไม่เปิดเครื่อง

โทษของเธอหลายกระทงแล้วนะพัทธมน

อย่างแรก...มาหาเขาที่บริษัทโดยไม่ได้เรียก

สอง...หนีกลับไปก่อนทั้งที่เขายังไม่อนุญาต

สาม...กลับดึกแล้วยังให้ผู้ชายมาส่งถึงบ้าน

และสี่...ปิดมือถือไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเขา

ความผิดเหล่านี้ควรรับโทษอย่างไรดี?!...

อภิวรรธน์กระแทกโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ พลางพิงพนักเก้าอี้อย่างหงุดหงิด แต่ไม่นานนักเขาก็ดึงตัวขึ้นมากดปุ่มติดต่อภายใน

ครับเจ้านาย

เข้ามาในห้องหน่อย

ครับ

ประตูห้องทำงานเปิดออกในเวลาไม่เกินอึดใจ

เร่งรัดหนี้สินไปยังนายโกวิทย์หรือยัง

เรียบร้อยแล้วครับ

ทางนั้นเคลื่อนไหวยังไงบ้าง

ตอนนี้กำลังวิ่งเต้นหาแหล่งเงินกู้ที่ใหม่อยู่ครับ แต่คงไม่ได้ผล เพราะแหล่งเงินกู้ใหญ่ๆ เราติดต่อเจรจาไว้หมดแล้ว

ดี บอกให้ทนายดำเนินการขั้นต่อไปได้เลย

ครับ



#############


รอบนี้อัพเต็มตอน แล้วเดี๋ยวจะกลับมาอัพอีกทีประมาณวันที่ 10 นะคะ เพราะแก้วต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด แล้วเจอกันค่ะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #370 rtom711 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 12:13
    ทำร้ายกันเกินไปไหม โกรธแค้นพ่อแต่ลงที่ลูก
    #370
    0
  2. #195 มัลลิกา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 10:11
    ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆที่กลับมาอัพใหม่อีกรอบ เคยเข้ามาอ่านแต่อ่านได้แค่ไม่กี่ตอน แต่ชอบมาก สนุกมาก เป็นนิยายที่ยกให้เป็นยอดของนิยาย ตอนนั้นคือพยายามไปถามหาทุกร้านหนังสือแต่ก็ไม่มี คือท้อแท้มาก พอมาวันนี้ลองพิมพ์ชื่ิอเรื่องดูอีกรอบ มาเจอ คือดีใจมากๆๆๆๆๆ ขอบคุณนะคะ และดีใจคูณสองคือจะได้อ่านจนจบและยังจะมีการตีพิมพ์ใหม่อีก ฮือออออ~ขอบคุณจริงๆค่ะ

    #195
    0
  3. #46 Thittayaiem (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:23
    นึกไม่ออกทำกับตัวเองแบบไร้ศักดิ์ศรีของผู้หญิงขนาดนี้ จะมารักกันได้ไง เขียร์หมอทศดีกว่า
    #46
    0
  4. #32 kaewkaew083 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:17
    ร้ายยยได้อีกมั้ยยย
    #32
    0
  5. #31 AijaSolothurn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 20:35
    เรื่องนี้มาม่าหนักมาก
    #31
    0
  6. #30 ศรัณภัสร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 15:58
    ทีมหมอทศ 
    #30
    0
  7. #28 namkanglemon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 11:11
    รอค่ะ>^_^<>^_^<
    #28
    0
  8. #27 Stakkyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 07:27
    สนุกมาค่ะ อ่านแล้วอ่านอีก
    #27
    0