พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 2 : = ๐๒ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60

 

พัทธมนจ่ายค่าโดยสารและเตรียมลงจากรถ ทว่าคนขับแท็กซี่แสดงน้ำใจด้วยการพูดอย่างเอื้ออาทรว่า

หนู...ถ้ายังไม่อยากลงไปตอนนี้จะนั่งในรถต่ออีกหน่อยก็ได้ ลุงจอดรถรอได้ ไม่ต้องห่วง ลุงไม่คิดเงิน ที่เขาพูดเช่นนั้นเพราะผู้โดยสารหญิงสาวซึ่งสวมชุดนักศึกษาคนนี้นั่งร้องไห้มาตลอดทาง ดวงหน้ามอมน้ำตา และดวงตาก็บวมช้ำ

คนฟังแย้มรอยยิ้มเล็กน้อย เปิดกระเป๋าดึงผ้าเช็ดหน้ามาซับ เติมแป้งปกปิดรอยช้ำ จากนั้นส่งยิ้มให้คนขับทางกระจกส่องหลังอีกรอบ พร้อมกับบอกว่า

ขอบคุณค่ะ หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะลุง

ข้างหน้าของเธอคืออาคารสูง กรุกระจกรอบด้าน เธอไม่เคยมาที่นี่ แต่รู้ว่ามันคือที่ทำงานของ เขา พัทธมนสูดหายใจลึก แล้วสืบเท้าเดินเข้าไป

สวัสดีค่ะ ดิฉันมาพบคุณอภิวรรธน์ ไม่ทราบว่าอยู่ชั้นไหนคะ

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์มองหญิงสาวในชุดนักศึกษาอย่างไม่แน่ใจ ถามว่า

ท่านประธานน่ะหรือคะ

ค่ะ

ไม่ทราบว่านัดหมายไว้หรือเปล่า

นัยน์ตาคนฟังวาบไหว ก่อนสงบลงในเสี้ยวอึดใจ

ค่ะ หัวใจแหลกร้าวลงอีกครั้ง เขาเองมิใช่หรือ เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นคนช่างโกหกอย่างหน้าด้านหน้าทน เอาคำโกหกมาใช้กับคนของเขาบ้างจะเป็นไรไป

งั้นเชิญที่ชั้นยี่สิบสามเลยค่ะ

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผายมืออย่างเอื้อเฟื้อ นอกจากทำหน้าที่ให้ข้อมูลข้าวสารแก่ผู้มาติดต่อกับบริษัทแล้ว หล่อนยังมีหน้าที่คัดกรองคนเข้าพบท่านประธานในชั้นแรก เริ่มจากสอบถามถึงนัดหมาย หากไม่มีก็จะแจ้งไปยังเลขาฯ ของท่านเพื่อให้ฝ่ายนั้นตัดสินใจ และหน้าที่ของหล่อนย่อมพานพบผู้หญิงมากหน้าหลายตา ถึงแม้จะบอกว่ามีนัดหมายกับท่านก็ใช่ว่าหล่อนจะปักใจเชื่อง่ายๆ ยังต้องโทร.ไปรายงานคุณกาจน์อยู่ดี

ทว่ากับหญิงสาวในชุดนักศึกษาคนนี้ เรียบร้อย อ่อนใส และผู้ดีจนหล่อนไม่กล้าคิดว่าเธอโกหก

เสียงลิฟต์แจ้งเตือนเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ พัทธมนสูดหายใจเข้าลึกรวบรวมความกล้า แต่ในอกในใจยิ่งหวั่นไหว เธอไม่อยากพบไม่อยากเจอปีศาจตนนั้น ไม่อยากข้องเกี่ยวใดๆ ด้วยทั้งสิ้น ผู้ชายร้ายกาจพรรค์นั้น มีแต่จะอยากสาปส่งให้ไปตกนรกหมกไหม้อย่าได้ผุดได้เกิด

เลขานุการหน้าห้องลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินมา และกำลังตรงไปผลักประตูซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า ประธานกรรมการบริหาร

เดี๋ยวครับคุณ เข้าไปไม่ได้ครับ

ทำไมฉันจะเข้าไม่ได้พัทธมนหันมาถาม สีหน้าเอาเรื่อง

คุณได้นัดเวลาไว้หรือเปล่าครับ เท่าที่ผมดูในสมุดนัด เวลานี้ท่านประธานมีนัดหมายเดียวนะครับ

ไม่ได้นัด แต่ฉันมีเรื่องจะคุยกับผู้ชายในห้องนั้น

งั้นเห็นจะไม่ได้ครับ ท่านประธานกำลังมีแขก

นั่นมันเรื่องของเขา เธอย้อนกลับเสียงเย็น คำนี้ไงที่เขาพูดกับเธอเมื่อวานนี้

ครั้นพัทธมนใกล้ถึงประตูอีกฝ่ายก็มาขวาง แต่ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชายและเธอเป็นผู้หญิง การขัดขวางจึงออกทุลักทุเล พัทธมนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาแรงฮึดนี้มาจากไหน ถึงได้ผลักประตูเข้าไปภายในห้องนั้นได้สำเร็จ

บุคคลสองคนที่นั่งคุยกันตรงมุมโซฟาหันมามองเป็นตาเดียว

คุณผู้หญิงคนนี้เธอ...

ฉันต้องการคุยกับคุณ พัทธมนพูดแทรกเลขาฯ ของเขา

ผมกำลังมีแขก

นั่นมันเรื่องของคุณ เธอสวนกลับ

จ้องตากันอึดใจเต็มโดยไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดอภิวรรธน์ก็ยอมละสายตากลับไปที่คู่สนทนา กล่าวขอโทษพร้อมกับบอกว่าจะให้เลขาฯ โทร.ไปนัดวันใหม่

เขาให้เลขาฯ ส่งแขก สั่งเพียงสั้นๆ ว่า

ห้ามใครรบกวน

นั่นหมายความว่าจะไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้จนกว่าจะเรียกออกไป

เมื่อประตูปิดลงเขาพูดเสียงเรียบ แต่เฉียบขาดอยู่ในที

เธอไม่มีสิทธิ์มาที่นี่

คุณก็ไม่มีสิทธิ์เอาภาพพวกนั้นไปลงหนังสือพิมพ์

อ้อ...มาเพราะเรื่องนี้? ชายหนุ่มผุดรอยยิ้มบนมุมปาก เคลื่อนกายไปยืนกอดอกอิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน

ความเข้มแข็งที่เคยมีเหมือนจะอันตรธานไปหมด พัทธมนถามเสียงสั่น น้ำตาคลอ

คุณทำแบบนี้ทำไม

ก็ไม่ทำไมนี่ เห็นภาพสวยดีเลยอยากอวด ภาพเด็ดๆ กว่านี้ก็มีนะ ภาพพร้อมเสียงก็มี อยากดูมั้ยล่ะ

คุณมัน!... เจ้าหล่อนหน้าแดงแล้วกลับซีด คุณมันซาตานชัดๆ นรกส่งมาเกิด

โห!...คุณหนูพัทธมนด่าคนก็เป็นด้วย นอกจากคนฟังไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังยิ้มระรื่นเสียอีก

พัทธมนโกรธจนสั่น มือกำแน่น ยืนเม้มริมฝีปากน้ำตาไหลริน โกรธแสนโกรธ เจ็บแสนเจ็บ เกลียดตัวเองที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว

เลว!...ฉันไม่น่ามาเจอผู้ชายเลวๆ แบบคุณเลย

อภิวรรธน์ยิ้มมุมปากพลางเดินเข้ามาหา

มันก็เลวไม่ถึงครึ่งของพ่อเธอหรอก

เพี้ยะ!

ฝ่ามือบอบบางฟาดเข้าแก้มซ้ายของเขาสุดแรง นัยน์ตาชายหนุ่มจึงเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ แต่ความอัดอั้นตันใจที่สุมอยู่ในอกมีพลังมากพอให้พัทธมนจ้องตาตอบ

เดี๋ยวนี้เก่งกล้าขึ้นเยอะนี่ เขาจับปลายคางมนบีบจนเธอนิ่วหน้า พยายามปัดมันทิ้ง แต่อีกมือของเขาก็รวบมือเธอไว้

ไม่มีผู้หญิงคนไหนเคยตบหน้าฉันมาก่อน” น้ำเสียงนั้นคำรามลอดไรฟัน “เธอคิดว่าคนที่กล้าทำ มันสมควรได้รับโทษยังไงดี

คราวนี้พัทธมนกลัวขึ้นมาจริงๆ แต่ไม่มีเวลาทันคิดตอบโต้หรือป้องกันตัว ตอนที่เขาประทับเรียวปากลงมาบดขยี้กลีบปากอ่อนนุ่มจนเจ็บร้าว มือใหญ่สาละวนปลดชุดนักศึกษาอย่างไม่ถนอมเลย ยินเสียงกระดุมสถาบันกระเด็นตกพื้น

ไม่นึกว่าเธอจะทนคิดถึงฉันไม่ไหว ต้องตามมาปรนเปรอให้ถึงที่

ไม่...

เรียวปากโดนประกบปิดเพียงสิ้นพยางค์แรก และพัทธมนก็ไม่อาจขัดขืน โซฟาคือที่ที่เธอต้องสนองตัณหาให้กับเขา ไม่มีความอ่อนโยนปรากฏ...เธอก็น่าจะรู้ ซาตานในคราบมนุษย์ตนนี้ ไม่เคยมีความปรานีอยู่ในหัวใจ!



ค่อนชั่วโมงต่อมา พัทธมนนอนขดตัวอยู่บนโซฟา ไร้อาภรณ์ปกปิดเรือนกาย เนื้อตัวมีรอยแดงกระจายเกลื่อน บ่งบอกว่าเขาหนักมือกับเธอเพียงไร ใบหน้านั้นหลับตา มีหยาดน้ำใสไหลออกหางตาตลอดเวลา แต่ไร้เสียงสะอื้น ภาพของเธอชวนเวทนานัก อภิวรรธน์ซึ่งแต่งตัวเสร็จแล้วยืนมองอยู่อึดใจเต็ม นัยน์ตาคมทอแสงอ่อน ริมฝีปากเม้มเข้าหากันในตอนที่ทรุดนั่งบนส้นเท้า เอื้อมมือหมายจะไปไล้เส้นผมนุ่ม แต่แล้วชะงักมือ ยืดกายขึ้นยืนเปลี่ยนไปรวบรวมเสื้อผ้ามาโยนใส่เธอแทน

แต่งตัวให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะบอกให้ใครหาชุดใหม่มาให้ ฉันมีประชุมย่อยไม่เกินชั่วโมง ออกมาหวังว่าจะเห็นเธอยังอยู่ในห้อง

พัทธมนหยัดกายลุกเมื่อมีเสียงประตูปิด มิได้ลุกขึ้นแต่งตัวในทันที แต่ดึงเข่าขึ้นมากอดสะอื้นไห้...ร้องจนพอใจถึงค่อยเก็บเสื้อผ้ากับกระดุมสถาบันที่กระเด็นหลุดจากตัวเสื้อ เข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ รังกระดุมบางช่องขาดเป็นรอยกว้างเกือบนิ้ว รั้งกระดุมไว้ไม่ได้ ต้องปล่อยไว้อย่างนั้น เธอล้างหน้าล้างตา เพิ่มเครื่องสำอางบนดวงหน้ากลบรอยช้ำอีกนิด ถึงช่วยปกปิดได้ไม่หมด แต่ยังดีกว่าไม่ช่วยอะไรเลย

เมื่อเปิดประตูห้องทำงานของอภิวรรธน์ออกไปไม่เห็นใครอยู่ที่หน้าห้อง เธอก็ดันกระเป๋ามากอดบังรอยกระดุมขาดแล้วเดินลิ่วตรงไปยังลิฟต์ กดลงสู่ชั้นหนึ่ง

สถานที่ที่พัทธมนเลือกไปหลังออกจากบริษัทหลักทรัพย์แห่งนั้น คือสวนสาธารณะซึ่งเป็นทางผ่านระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย เคยเห็นแต่ไม่เคยมา ครั้งนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจมาจริงๆ แต่เพราะไม่มีที่จะให้เธอไป จึงบอกแท็กซี่จอดลงตรงนี้

สวนสาธารณะยามเที่ยงในวันทำงานไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน นานๆ จะเห็นเดินผ่านมาสักคน หญิงสาวเลือกที่นั่งริมสระ และแค่ลงนั่งน้ำตาที่กักกั้นไว้ก็ไหลพรั่งพรู

น้ำตามันมาจากไหนนักหนอ ทั้งที่สองสามเดือนมานี้ร้องไห้เกือบทุกวัน ก็ยังมีให้ไหลเหมือนทำนบทลาย สงสัยว่าลูกบ้าอะไรดลใจให้เธอบุกไปหาเขาถึงที่ทำงาน ไปให้เขาย่ำยีเหมือนไม่ใช่คน ก็น่าจะรู้ อย่างเธอจะเอาอะไรไปต่อกรกับเขา

พัทธมนซบหน้าลงกับฝ่ามือร้องไห้สะอึกสะอื้น นานกระทั่งเสียงแผ่วลงก็รู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ตรงหน้า เขายื่นผ้าเช็ดหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น

หญิงสาวรับมาพลางสูดลมหายใจระงับอารมณ์ อุบอิบขอบคุณ แล้วก้มหน้าซับน้ำตาเงียบๆ

ขอผมนั่งด้วยคนได้มั้ย

เธอชำเลืองมองแล้วกระถดถอยไปชิดริมด้านหนึ่ง พร้อมกับบอกอนุญาต อีกฝ่ายจึงหย่อนกายลงนั่ง

วันนี้อากาศดีนะครับ ตั้งแต่บ่ายมานี่แดดร่มตลอด เหมาะจะมานั่งเล่น

ค่ะ กระแสเสียงของเธอยังคงกระอุบกระอิบ

เย็นๆ ถ้ามีเวลาว่างผมมักมาออกกำลังกายที่นี่บ่อยๆ คุณล่ะครับ มาบ่อยมั้ย

ไม่ค่ะ ไม่เคยมา

งั้นก็ดวงดีจริงๆ ปกติเก้าอี้ตัวนี้ไม่เคยว่าง ผมนี่ไม่เคยได้นั่งเลย คุณมาครั้งแรกก็ได้นั่งแล้ว

งั้นหรือคะ พัทธมนยิ้มนิดๆ แต่ออกฝืด ดวงดีเธอหรือดวงดี?

คุณลองดูซีครับ ด้านหน้าเป็นสระน้ำ ด้านข้างฝั่งนี้ก็แปลงดอกไม้ ลมพัดมาทีหอมชื่นไปทั้งทรวง เขาสูดลมหายใจลึกพร้อมกับหลับตาพริ้ม พัทธมนอมยิ้ม แล้วนี่ ด้านบน ชายหนุ่มชี้มือขึ้น เยื้องข้างเล็กน้อย ต้นหางนกยูงอวดดอกพราวสะพรั่งทั่วทั้งต้น เห็นมั้ยครับ พอลมพัดดอกมันก็ร่วงลงมาเหมือนฉากโรแมนติกในหนัง ใครๆ เลยอยากมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ไง

พัทธมนอมยิ้มอีก ก้มลงมองมือตัวเอง บีบนิ้วที่กำผ้าเช็ดหน้า

ขอบคุณนะคะ เธอรู้ เขาพยายามทำให้เธอยิ้มในยามที่หัวใจแห้งแล้ง

ผมชื่อไตรทศ ปกติทำแต่งานไม่ค่อยมีเพื่อน ถ้าคุณไม่รังเกียจ รับผมเป็นเพื่อนสักคนได้ไหม

ไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายมนุษยสัมพันธ์ดีอย่างเขาจะไม่ค่อยมีเพื่อน แต่หญิงสาวก็ยิ้มรับ

ยินดีค่ะ ฉันชื่อพัทธมน

ครั้นรู้ว่าเธอยังไม่ได้รับประทานอะไร ไตรทศจึงหาอาหารเที่ยงง่ายๆ มานั่งทานด้วยกัน สรรหาเรื่องตลกขบขันมาเล่าจนหญิงสาวยิ้มได้บ่อยๆ และเผลอหลุดหัวเราะออกมาในบางครั้ง แม้รอยยิ้มไม่เต็มหน้า หัวเราะไม่เต็มเสียง แต่เขาก็รู้สึกดีที่ทำให้เธอยิ้มได้

เธอสวย แม้แต่ตอนนั่งซบหน้าร้องไห้กับฝ่ามือได้เห็นแค่รูปร่าง เขายังคิดว่าเธอสวย ยิ่งเห็นหน้าชัดก็ยิ่งประจักษ์ เธอสวยจัดทีเดียว ถึงร้องไห้จนตาบวมแดง แก้มเปรอะมอมก็เถอะ แล้วเขาก็สังเกตเห็นตั้งแต่แรกว่าเธออยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนัก เสื้อนักศึกษามีรอยยับและฉีกขาดบริเวณรังดุม แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยเนื้อในจนน่าเกลียด เธอดูบอบบางและน่าสงสารเกินกว่าเขาจะผ่านเลยไป

ขอบคุณนะคะที่นั่งเป็นเพื่อน

ไม่เป็นไรครับ ก็เราเป็นเพื่อนกันแล้วไง

พัทธมนเม้มริมฝีปากยิ้มในหน้า ครู่ต่อมาก็ทอดตามองสระน้ำ สีหน้าสลดลง เขาตระหนักได้อีกอย่าง เมื่อไรบทสนทนาระหว่างกันขาดหาย เธอก็ดิ่งลงสู่หุบเหวในหัวใจเมื่อนั้น

ถ้าอยากให้ช่วยอะไร หรือ...อยากเล่าอยากระบายอะไรบอกได้นะครับ ผมยินดี ดวงหน้าเขามีแต่ความจริงใจ

หญิงสาวไม่ตอบในทันที นอกจากมองเพื่อนใหม่แล้วหันกลับไปทอดตามองแผ่นน้ำนิ่ง นานจนเขาคิดว่าเธอจะไม่ยอมปริปากพูดอะไรเสียอีก สุดท้ายน้ำเสียงอ่อนเบาก็เอ่ยออกมา

เท่าที่ช่วยทำให้ช่วงเวลาแย่ๆ ของฉันดีขึ้นขนาดนี้ก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ เธอขบริมฝีปากชั่งใจ จากนั้นกล่าวต่อ แต่ถ้าจะกรุณา พาฉันไปเที่ยวหน่อยได้มั้ยคะ

เที่ยวไหนครับ ไตรทศเลิกคิ้ว

พัทธมนส่ายหน้า

ไม่ทราบสิคะ ฉันไม่ค่อยได้เที่ยว คุณมีที่ไหนแนะนำบ้างหรือเปล่า

คู่สนทนาอมยิ้ม

ก็พอมี ว่าแล้วขยับลุกเก็บขวดน้ำดื่มและเศษกระดาษห่ออาหารใส่ถุงพลาสติก มาครับ ผมจอดรถไว้ไม่ไกล

เมื่อลุกขึ้นยืนพัทธมนก็ลังเล คิดว่าตนชักจะใจกล้าเกินไปแล้ว ยอมไปไหนๆ กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักไม่เกินสองชั่วโมงได้อย่างไร แต่ครั้นคิดถึงปัญหาที่ถาโถมอยู่นัยน์ตาคู่เศร้าก็วาววับ จะแปลกอะไรล่ะ ในเมื่อครั้งหนึ่งเธอใจกล้ายิ่งกว่านี้อีก ยอมเป็นนางบำเรอของผู้ชายที่เพิ่งพบหน้ากันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

จะเกิดอะไรขึ้นช่างหัวสิ ยังมีอะไรต้องเสียอีก?!

ครั้นเข้ามานั่งในรถ พัทธมนเอ่ยบอก

ฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ

ครับ?

ช่วยพาฉันไปหัวหินได้มั้ย ดวงตาของเธออ้อนวอน แกมเกรงใจ แต่ถ้าคุณไม่สะดวก พาฉันไปส่งที่คิวรถที่จะไปหัวหินก็ได้ค่ะ

ทำไมอยากไปหัวหินล่ะครับ

ฉันคิดถึงคุณแม่ อยากไปเยี่ยม

ดวงตาคู่นั้นวาวรื้นอีกแล้ว แม้มองจากด้านข้างเขาก็เห็นล่ะว่า น้ำตาทำท่าจะหยดอยู่รอมร่อ

เผอิญวันนี้ผมไม่มีธุระที่ไหนซะด้วยสิ ไปเที่ยวหัวหินกันก็ได้ครับ

คนฟังยิ้มอย่างนึกขอบคุณ ถึงน้ำตาคลอเต็มเธอก็มองสบตาเขาตรงๆ จะอายอะไรกันอีกในเมื่อเขาเคยเห็นเธอนั่งร้องไห้อย่างน่าสังเวชมาแล้ว และขอแค่เขาพาไปหัวหินได้ หลังจากนั้นจะพาไปต้มยำทำแกงที่ไหนต่อเธอก็ไม่แคร์เหมือนกัน

ทั้งสองมาถึงหัวหินตอนบ่ายจัด ไตรทศถามเพื่อนร่วมทางว่า

บ้านคุณไปทางไหนครับ

คะ?

เขาถามคำถามเดิม ครั้นเธอยังงุนงงเขาก็อธิบาย

ก็คุณบอกว่ามาเยี่ยมคุณแม่ บ้านคุณแม่คุณไปทางไหนล่ะครับ

อ๋อ...ไปที่ชายหาดเถอะค่ะ

อ้าว!...ไม่แวะเยี่ยมแม่ก่อนหรือ

คุณแม่ฉันเสียแล้วค่ะ เรานำอัฐิท่านมาลอยอังคารที่หัวหิน ท่านชอบที่นี่ สมัยฉันเด็กๆ เรามากันเกือบทุกปี

ชายหนุ่มอึ้งไป ชำเลืองดูหญิงสาวเห็นว่านั่งหน้านิ่งคอแข็ง เขาสังเกตเห็นด้วยว่าเธอกลืนน้ำลายลงคอ คงไม่ใช่แค่น้ำลายหรอกที่เธอกล้ำกลืนลงไป

เสียใจด้วยนะครับ

ขอบคุณค่ะ คุณแม่เสียตอนฉันอายุสิบสอง ฉันทำใจได้แล้วค่ะ

ไตรทศเคลื่อนรถเข้าจอดใต้ร่มสน เอื้อมไปดึงเสื้อแจ็คเก็ตที่แขวนอยู่ในตอนหลังส่งให้หญิงสาวก่อนเธอจะลง

ส่งซักแล้วผมยังไม่ได้ใช้ ถ้าคุณไม่รังเกียจ

พัทธมนก้มลงมองเสื้อตัวเองแล้วหน้าร้อนวูบ เขาคงสังเกตเห็นมานานแล้วว่ากระดุมเสื้อเธอขาด มือเรียวรับมาพร้อมกล่าวคำขอบคุณเบาๆ

เรือนกายบอบบางนั้นเคลื่อนไหวอยู่ริมหาด ส่วนชายหนุ่มยืนมองเธอห่างๆ ไกลออกมา คิดถึงช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงตั้งแต่ได้พบกันจนถึงตอนนี้เขาก็นึกขำ คนแปลกหน้าที่เจอกันไม่ทันถึงสองชั่วโมงดี แต่ชวนมาไกลถึงหัวหิน เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่หนุ่มเจ้าชู้ป้อสาวไม่เลือกหน้า ที่พบสาวถูกใจเป็นต้องพากันไปถึงไหนต่อไหน ส่วนเธอเขาไม่แน่ใจ แต่คงมีเรื่องทุกข์มากเกินกว่าจะคิดถึงเรื่องอื่นล่ะกระมัง

ชายหนุ่มยิ้มให้กับความใจง่ายของตัวเอง แต่ครั้นทอดมองหญิงสาวบนชายหาด แววห่วงใยก็ปรากฏ

ในขณะที่ไตรทศมองเธอพร้อมกับครุ่นคิดมากมายอยู่นั้น พัทธมนยืนกอดอกแลไกลไปในท้องน้ำทะเลสีคราม น้ำตาไหลรินเป็นสาย อยากย้อนเวลากลับสู่วัยเยาว์ วัยที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข ห้อมล้อมด้วยบุคคลอันเป็นที่รัก วัยที่ไม่มีความทุกข์ใดๆ มาแผ้วพาน ไม่คิดว่าโตขึ้นคนเราจะทุกข์ตรมได้ถึงเท่านี้

ป่านนี้คุณแม่บนสวรรค์จะมองเธออยู่หรือเปล่า จะรู้หรือไม่ว่าเธอมืดมนเต็มทีแล้ว

คุณแม่ขา หนูมนคิดถึง...คิดถึงที่สุด...หนูมนทำผิดใช่ไหมที่ยอมรับข้อเสนอของผู้ชายคนนั้น...หนูมนไม่ไหวแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

อ้อมแขนเธอกอดรัดตัวเองแน่น สะอื้นไห้จนไหล่ไหวโยน

 

ในห้องชุดของคอนโดฯ หรู ชายหนุ่มซึ่งออกมาสูบบุหรี่ที่ระเบียงห้อง ขยี้ก้นบุหรี่กับจานรองก่อนเดินกลับเข้าข้างในเมื่อเสียงโทรศัพท์ดัง เห็นชื่อบนหน้าจอเขากดรับทันที

ว่ามา

คุณพัทธมนยังกลับไม่ถึงบ้านครับ

แน่ใจนะ

ครับ ผมเช็กละเอียดแล้ว

งั้นดูไว้ มาถึงเมื่อไหร่โทร.บอกผมด้วย

ครับ

อภิวรรธน์ตัดการติดต่อ มองดูเวลาในโทรศัพท์นัยน์ตาก็ยิ่งเปล่งความเข้ม กดโทร.ออกไปยังเลขหมายของเจ้าหล่อน ทว่าสัญญาณปลายสายติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม

ไปไหน ป่านนี้แล้วยังไม่กลับ อย่าให้เจอตัวนะพัทธมน

ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนอย่างหงุดหงิด อันที่จริงเขาหงุดหงิดมาตั้งแต่ออกจากห้องประชุมแล้วไม่พบเธออยู่ในห้องทำงาน เจ้าหล่อนออกไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง จนถึงตอนนี้จะปาเข้าสี่ทุ่มยังกลับไม่ถึงบ้าน เขาประมาทเองที่ไม่ได้สั่งให้ใครมาเฝ้าไว้ ไม่นึกว่าเธอจะขัดคำสั่ง

พัทธมนไม่ได้หัวอ่อนอย่างที่คิดไว้เลย

 





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #26 ศรัณภัสร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 15:56
    หวังว่าไตรทศจะเป็นคนดี 
    #26
    0
  2. #25 am_fon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:38
    สงสารหนูมน
    #25
    0
  3. #23 Ma'meaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 09:33
    น้ำตาซึมกันไป TT
    #23
    0
  4. #22 ศรัณภัสร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 20:09
    สงสารหนูมน 
    #22
    0
  5. #21 Nooksp789 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 15:16
    ฮืออออออ
    #21
    0
  6. #20 KaiKanplu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 22:51
    เคยอ่านถึงตอนหนูมนหนีไปถือศีลหรือบวชพราห์มนี่แหละ น้ำตาซึมเลย สงสารนางมาก
    #20
    0
  7. #19 namkanglemon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ร้ายยยยยยยย
    #19
    0