พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 10 : = ๐๙ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 108 ครั้ง
    10 ม.ค. 61

 

ฝนตกตั้งแต่เมื่อเย็นวาน มาวันนี้ก็ยังตกไม่ลืมหูลืมตา คนในบ้านไม้หลังเล็กริมหาดจึงจับเจ่าอยู่แต่ในบ้านตามมุมต่างๆ ตาขลุกอยู่ในครัว สองพ่อลูกนั่งเล่นกันที่ระเบียง ส่วนแม่ชีกับพัทธมนก็อยู่ที่โถงกลางของบ้าน

จะเพราะยาดีของแม่ชีหรือเพราะอะไรนั้นสุดรู้ อาการไข้ของหญิงสาวดีขึ้นเป็นลำดับ แต่กลับไปทรุดหนักในอีกอย่างหนึ่ง ตั้งแต่เช้ามากลิ่นอาหารที่ตาทำลอยตลบอบอวลไปทั่วบ้าน คนท้องอ่อนๆ อย่างพัทธมนจึงคลื่นไส้อาเจียนจนน่าเป็นห่วงว่ากระเพาะกับลำไส้จะทะลักออกมาด้วย แม่ชีต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตาซึ่งจัดเตรียมอาหารอยู่ในครัวรับรู้เรื่องราวจากลูกชายที่มาแจ้วๆ ว่าคุณคนสวยอ้วกเอาๆ หล่อนกึ่งๆ ตกใจและประหลาดใจ ครั้นพ่อไอ้หนูเดินเข้ามา ก็ซุบซิบถาม

คุณคนสวยเขาอ้วกหรือพี่ อีกฝ่ายทำเสียงรับในลำคอ หล่อนจึงว่าแหม...อ้วกเช้าๆ แบบนี้มันน่าคิดน้อยอยู่หรือ แถมยังเดินลงทะเลฆ่าตัวตายอีก ฉันว่า...

เสียงขัดแกมดุก่อนเจ้าหล่อนจะทันพูดจบ

เขาจะเป็นอะไรก็ช่างเขาเถอะ เอ็งอย่าเที่ยวหาเรื่องนินทาคนป่วยอยู่หน่อยเลย กับข้าวน่ะรีบทำเข้า คนป่วยจะได้กินยา ยังมีแม่ชีอีก อย่าให้ต้องหิ้วท้องรอเพราะเอ็งมัวแต่นินทาคนอื่นนะนังตา

ฝ่ายเมียค้อนปะหลับปะเหลือก แล้วหันไปสนใจหม้อแกงบนเตา

แม่ชีเป็นอีกคนที่มิได้แสดงอาการอะไร และไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงให้คนป่วยอึดอัดใจ นอกจากช่วยดูแลไปตามสภาพ เมื่อตายกอาหารออกมาให้ คนป่วยทำท่าไม่อยากกินนางก็ชวนคุย

แม่ชีเชื่อว่าตอนหนูอยู่ในท้อง แม่ของหนูต้องเฝ้าประคบประหงมดีทีเดียว อะไรที่เขาว่าดีช่วยบำรุงลูกให้แข็งแรงเป็นต้องหามากินให้ได้ พอหนูคลอดออกมา แม่ก็ต้องเลี้ยงดูหนูอย่างดีที่สุด ให้ความรักความเอาใจใส่เท่าที่แม่คนนึงจะให้ได้...ใช่หรือเปล่า

ค่ะ

แม่ชียิ้มละไม

หนูถึงได้ผูกพันกับแม่มาก

คนฟังยิ้มเศร้า นางกล่าวต่อไปว่า

รู้มั้ย ตอนไข้ขึ้นสูงหนูเพ้อหาแม่ตลอด

หรือคะ

หนูไม่อยากให้ลูกในท้องรักหนูเหมือนที่หนูรักแม่หรือ

พัทธมนน้ำตาซึม

หนูให้อะไรกับเขา เขาจะให้สิ่งนั้นตอบแทนเสียงของนางยังนุ่มนวล

หนูไม่อยากให้เขาเกิด เคยคิดทำร้ายเขาด้วยซ้ำ หนูเกลียดคนที่ทำให้เขาเกิดมา เขาหลอกหนู ทำร้ายคนในครอบครัวของหนู หญิงสาวสะอื้นฮัก

แม่ชีได้แต่ทอดถอนใจ สังเวชในรัก โลภ โกรธ หลง ของมนุษย์ผู้ยังยึดติดในหล่มปลักของกิเลส นางเงียบ กระทั่งพัทธมนคลายสะอื้นจึงเตือนสติอย่างอ่อนโยนว่า

ครึ่งหนึ่งในชีวิตลูกคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา ถึงไม่อยากให้เขาเกิดแต่ในเมื่อเขามีตัวตนขึ้นมาแล้ว ผู้เป็นแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูอุ้มชู ให้ความรักความเมตตากับเขา ถ้าหนูทำลายเขาเท่ากับหนูทำลายตัวเองให้ตายทั้งเป็น นับจากวันแรกที่หนูทำจนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ หนูจะไม่มีความสุขเลย เพราะความรู้สึกผิดจะคอยกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของผิดชอบชั่วดีอยู่เสมอ ฉะนั้นจะทำอะไร ใช้สติตรองให้ดี

ไอ้หนูลูกของตาเยี่ยมหน้ามามองแล้วยิ้มเผล่ พัทธมนรีบปาดเช็ดน้ำตา...แม่ชีเลื่อนถาดอาหารมาให้อย่างเนิบนุ่ม

ทานข้าวซะ จะได้มีเรี่ยวแรงคิดอ่านกันต่อไป

 

อภิวรรธน์ปาโทรศัพท์มือถืออย่างเดือดดาล มันไปตกบนโซฟาจึงยังมีชิ้นส่วนประกอบครบ ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดหลุดออกจากตัวเครื่อง ส่วนคนปายืนเท้าสะเอวสีหน้ากร้าวกระด้าง

ไม่มีข่าวความคืบหน้าของพัทธมน

ไปไหนของเธอ อย่าให้เจอตัวเชียว...ชายหนุ่มเข่นเขี้ยว เจ้าหล่อนหายไปตั้งแต่เมื่อวานป่านนี้ยังไม่กลับเข้าบ้าน ไปไหนไม่มีใครรู้ ทั้งคนในบ้านราชนฤบดินทร์ และคนของเขา ชายหนุ่มโทษความประมาทของตนที่ไม่ได้สั่งให้คนติดตามเธออย่างใกล้ชิด เพราะวางใจว่าเป็นช่วงงานศพนายโกวิทย์ พัทธมนไม่น่าจะก่อปัญหา แต่เขาคาดการณ์ผิดถนัด แค่เผาศพพ่อตัวเองเสร็จพัทธมนก็ก่อเรื่องทันที

ตามตัวได้เมื่อไหร่เห็นทีต้องกำราบให้หนัก อย่าคิดว่าหมดนายโกวิทย์แล้วเธอจะมากำเริบกับเขาได้ ลูกไก่ในกำมืออย่างไรก็เป็นอยู่วันยังค่ำ

ตลอดทั้งวันนั้นชายหนุ่มหงุดหงิดจนไร้สมาธิทำงาน ความสุขุมปลิวหาย ใครเข้าหน้าไม่ได้แม้แต่เลขานุการ กระทั่งเกือบใกล้ค่ำเต็มที คมชาญก็ติดต่อเข้ามาพร้อมกับข่าวสำคัญ

พบรถของคุณพัทธมนจอดอยู่ที่ชายหาดหัวหินครับ

แล้วพัทธมนล่ะ เจอตัวรึเปล่าเขาถามรัวเร็ว

ไม่เจอครับ คุณพัทธมนไม่ได้ล็อกรถไว้ แต่ข้าวของของเธอยังอยู่ครบ แม้แต่รองเท้ากับกระเป๋าถือ เช็กตามโรงแรมและรีสอร์ทในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร ไม่มีรายชื่อของคุณพัทธมนเช็กอินเลยครับ ตอนนี้ผมสั่งคนออกสอบถามตามบ้านละแวกนี้แล้ว แต่ฝนตกหนักเหลือเกิน คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะได้เรื่อง ทราบความคืบหน้ายังไงผมจะติดต่อกลับอีกทีนะครับ

อภิวรรธน์ไม่คิดรอฟังข่าวอย่างเดียว เขากดตัดสัญญาณการสื่อสารแล้วคว้าเสื้อสูท รีบร้อนออกจากห้องทำงานแห่งนั้นอย่างผิดวิสัยประธานบริษัท ออกมาหน้าห้องกาจน์ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ แม้เลยเวลาเลิกงานมานานแต่ถ้าเจ้านายยังอยู่ในห้องกาจน์ก็ไม่ยอมกลับเช่นกัน นอกจากจะมีคำสั่งพิเศษให้เขาไม่ต้องอยู่รอรับงานใดๆ อีก

ผมจะไปหัวหิน พรุ่งนี้ยังไม่แน่ว่าจะเข้ามากี่โมง ถ้าเก้าโมงแล้วยังไม่เห็น คุณช่วยเคลียร์นัดช่วงเช้าให้ผมด้วย

ครับ

ไม่ทันฟังคำตอบด้วยซ้ำชายหนุ่มก็เดินลิ่วไปยังลิฟต์ กาจน์ได้แต่มองตามด้วยความแปลกใจ ก่อนเตรียมตัวกลับบ้างเหมือนกัน

 

ฝนตกหนักทั้งวัน ถึงตอนนี้ก็ยังตกไม่ลืมหูลืมตา พัทธมนนั่งอยู่ตรงช่องหน้าต่างเล็กๆ ของบ้านไม้ริมชายหาด มองเหม่อออกไปยังท้องทะเลที่เห็นอยู่ลิบๆ แม้ความมืดของราตรีกาลโอบคลุม แต่ยามฟ้าแลบก็เห็นริ้วฝนสีเงินกระหน่ำหนัก คลื่นม้วนตัวสูงสาดซัดเข้าหาฝั่ง ดวงหน้านั้นเศร้าสร้อย เหม่อลอยจนสมาชิกในบ้านไม่มีใครกล้ารบกวน จะมีก็แต่แม่ชีที่เมื่อเสร็จธุระเตรียมยารอบใหม่ให้หญิงสาว จึงเดินเข่าเข้ามานั่งลงข้างๆ เอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน

คิดอะไรอยู่หรือ

เจ้าหล่อนเบือนหน้ากลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาแสนเศร้า แต่ยังฝืนยิ้ม

เปล่าค่ะ หนูมนไม่ได้คิดอะไร แค่อยากนั่งมองสายฝน

แล้วคิดไว้หรือยัง จะทำยังไงต่อไป

คนฟังส่ายหน้าน้อยๆ ดวงหน้ายิ่งหงอยเหงากว่าเดิม เธอหันกลับไปมองความมืดเบื้องนอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า

ไม่ทราบค่ะ หนูมนไม่เหลือใครอีกแล้ว...ไม่เหลือแม้แต่อนาคต

คนเราควรอยู่กับปัจจุบัน อนาคตเป็นแค่มายา ถ้าทำปัจจุบันดี ก็ไม่ต้องกังวลว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร...พรุ่งนี้แม่ชีจะกลับวัดแล้ว ครอบครัวของตาเขาจะไปส่ง หนูล่ะจะเอายังไงดี

พัทธมนเหลียวกลับมา สีหน้าตกตื่น

แม่ชีไม่ได้อยู่ที่นี่หรือคะ

เปล่า...แม่ชีจะอยู่เรือนฆราวาสยังไงได้ เฉพาะเหตุสุดวิสัยเท่านั้นหรอกถึงอนุโลม แม่ชีปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด... นางบอกชื่อวัดในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ นี่ก็ลาวัดมางานศพญาติ ขากลับอาศัยรถของเชาว์มาค้างที่นี่ อันที่จริงเช้าวันนี้เชาว์กับตาจะไปส่ง แต่มาเจอหนูเข้าเสียก่อน ประจวบกับวันนี้ฝนตก ก็ต้องเลื่อนไปอีกวัน

ให้หนูมนไปด้วยได้มั้ยคะ เธอถามอย่างร้อนรน แกมเว้าวอน

อีกฝ่ายตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวด้วยกระแสเสียงอาทรดุจเดิม

จะไปน่ะไปได้ วัดเป็นสถานที่โปรดสัตว์และอภัยทาน สถานที่ปฏิบัติธรรมของแม่ชีก็เป็นที่เผื่อแผ่เมตตา เป็นร่มเงาบุญให้ผู้เดือดร้อนกายใจได้พึ่งพา ว่าแต่หนูอยากไปแน่หรือ ไปทำไม ไปเพื่ออะไร ตอบแม่ชีได้มั้ย

หนูมนอยากปฏิบัติธรรม

นางมองนิ่ง อึดใจใหญ่กว่าจะเอ่ย

คิดดีแล้วหรือ...หนูไม่ได้มีแค่ชีวิตเดียวนะ เด็กในท้องของหนูจะต้องเติบโต

คนฟังก้มลงมองหน้าท้องตัวเอง ยกมือขึ้นลูบแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความอ่อนโยนต่อลูกน้อยในท้อง แววตาที่มองนั้นไม่ใช่แววเจ็บปวด เกลียดชัง ถึงแม้ยังมีแววเศร้าปน แต่เห็นได้ชัดว่าประกายตาของหญิงสาวทอแสงอ่อน เป็นแสงของความอาทร ที่หัวใจแม่พึงมีให้แก่เลือดในอก

หนูมนขอเวลาไม่นานหรอกค่ะ ขอแค่ให้ใบบุญของธรรมะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของหนูมนบ้าง อย่าให้ต้องเจ็บปวด เร่าร้อนอยู่ในความเคียดแค้นอีก น้ำเสียงเธอแปร่งปร่า น้ำตารื้นคลอหน่วย ถ้าหนูมนทำใจได้และเข้มแข็งกว่านี้อีกสักนิด คงรู้ว่าจะจัดการยังไงกับชีวิตของตัวเองและของลูก

คิดได้อย่างนั้นก็ดี... แม่ชีรำพึงแผ่ว

 

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่รับฟังคำรายงานของลูกน้อง ไปพร้อมกับการสำรวจรถบีเอ็มของพัทธมนท่ามกลางสายฝนตกกระหน่ำ รถยังจอดอยู่จุดเดิมตั้งแต่คนของเขามาพบ ไม่มีการเคลื่อนย้าย ข้าวของในนั้นยังอยู่ครบ ทั้งบัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ใบขับขี่ เอกสารทุกอย่างไม่มีร่องรอยสูญหาย แม้แต่ธนบัตรยังอยู่ติดกระเป๋าหลายพันบาท บ่งบอกว่าเจ้าหล่อนไม่ได้นำอะไรติดตัวไปเลย

แล้วเธอไปไหน?!

เราเพิ่งพบรถของคุณพัทธมนตอนบ่ายแล้ว แถมวันนี้ฝนยังตกหนักทั้งวัน ชาวบ้านปิดประตูหมด จะถามหาคนหายก็ลำบากสักหน่อยล่ะครับ คมชาญรายงานอยู่ใกล้ๆ แต่ผมส่งคนไปเคาะประตูบ้านละแวกใกล้ๆ สอบถามบางส่วนแล้ว ยังไม่มีอะไรคืบหน้า คนแถวนี้บอกว่าฝนตกมาตั้งแต่เมื่อค่ำวาน ส่วนใหญ่จะอยู่กันแต่ในบ้าน ไม่ทันมองว่าใครจะไปจะมา ถ้าคุณพัทธมนมาถึงช่วงนั้นก็คงไม่มีใครเห็น

ต้องมีสิ!” ชายหนุ่มตวาดกร้าวแข่งกับเสียงฟ้าคำราม คนทั้งคนจะไม่มีใครเห็นได้ยังไง สั่งคนออกค้นดูตามบ้านเรือนให้ทั่ว ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนผมต้องรู้ข่าวพัทธมนให้ได้ภายในคืนนี้!”

หน้าที่ของคมชาญคือรับคำสั่งเจ้านายไปปฏิบัติ ไม่ว่างานจะยากเย็นเพียงไรเขาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง มีแต่รับคำด้วยความสงบ พยักหน้าเรียกลูกน้องอีกคนมากางร่มให้เจ้านาย ส่วนตนเองแยกไปโทรศัพท์สั่งงานคนอื่นๆ

อภิวรรธน์ทอดสายตามองไปในท้องทะเลคุคลั่ง เกิดสังหรณ์ลึกเร้น หัวใจหวิวโหวง คล้ายบางสิ่งวูบหาย

ต้องไม่ใช่ พัทธมน...เธอต้องไม่ทำอย่างนั้น

ดวงหน้าชายหนุ่มเคร่งเครียด แนวกรามขบจนขึ้นสัน หัวใจรุ่มร้อนปั่นป่วนยิ่งกว่าท้องทะเลยามนี้เสียอีก

คนของคมชาญตระเวนเคาะประตูบ้านในย่านนั้น แต่ไม่ได้เรื่องอะไร เพราะไม่มีใครกล้าเปิดประตูให้คนแปลกหน้าในยามวิกาล นอกจากตะโกนถาม ตอบโต้กันผ่านแผ่นไม้กั้น แข่งกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำเม็ด จากบ้านนี้ผละสู่บ้านโน้น จนแทบครบทุกหลังคาเรือน

หากแต่ยังมีบ้านไม้หลังเล็กปลูกสร้างแยกห่างออกมาอย่างโดดเดี่ยวหลบหลังเนินมะพร้าว ผู้คนในบ้านปิดไฟนอนกันตั้งแต่หัวค่ำ เตรียมตัวสำหรับการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น จึงรอดพ้นจากสายตาของลูกน้องคมชาญไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ



เช้าวันใหม่ ท้องฟ้าเปิด อากาศแจ่มใส พัทธมนแพ้ท้องเล็กน้อย ครั้นอาการดีขึ้นเชาว์ก็ปิดประตูล็อกบ้าน และแต่ละคนมาพร้อมหน้ากันที่รถ

วันนี้หญิงสาวสวมชุดเก่าๆ ของตา เป็นผ้ามัดย้อมทั้งชุด ประกบติดแม่ชีแจ

พาหนะของเชาว์คือกระบะตอนครึ่ง ค่อนไปทางเก่า พัทธมนไม่เคยนั่งรถกระบะมาก่อน โดยเฉพาะกระบะเก่าคร่ำสนิมเขรอะแบบนี้ เธอจึงเงอะงะเมื่อตาพับเบาะหน้า และบอกให้ขึ้นรถ กระนั้นก็อุตส่าห์ทุลักทุเลขึ้นมานั่งตัวลีบในช่องแค็บชิดกระจกด้านใน รอคนอื่นๆ ตามขึ้นมา

ไม่กี่อึดใจรถกระบะคันนั้นก็พาพัทธมนมุ่งหน้าลงใต้สู่ด้ามขวานของสยามประเทศ ทิ้งห่างเมืองกรุงออกไปทุกที พร้อมกับที่หัวอกหัวใจหญิงสาวหวิวโหวง ก้ำกึ่งระหว่างอาดูรถิ่นฐานบ้านเกิด กับหวั่นเกรงอนาคตเบื้องหน้า

ต่อให้มันเป็นความต้องการของเธอ ต่อให้อยากลี้หนีอดีตหรือหนีใครต่อใคร หรือต่อให้เตรียมใจมาดีแค่ไหน แต่ครั้นถึงเวลาเข้าจริงๆ ในซอกมุมของหัวใจก็อดหวาดกลัวกับสิ่งที่จะต้องพบเผชิญไม่ได้เลย

การเดินทางของเธอไม่ผิดอะไรกับ ไปตายเอาดาบหน้าแท้ๆ

แต่ก่อนน้ำตาจะรินหยด หญิงสาวรีบกะพริบถี่ กล้ำกลืนความรู้สึกลงในอก ปลอบใจตัวเองว่า เธอกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งอดีตทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง ให้มันวูบหายไปเหมือนความฝันที่เพียงลืมตาตื่นเราก็ลืม ส่วนอนาคตเป็นภาพมายา ลวงตาลวงใจให้เกิดความตระหนกตีตนไปก่อนไข้ เธอควรอยู่กับปัจจุบัน คิดถึงแค่ขณะนี้และวันนี้เท่านั้นพอ นอกเหนือจากนั้น...

สุดแท้แต่โชคชะตาจะนำพาไป

 

ในห้องสวีทของโรงแรมริมหาดหัวหิน ไม่มีใครอยากเข้าหน้าผู้เป็นนายสักคน เพราะทั้งขรึม เครียด และดุดันจนน่ากลัว ตลอดคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มมิได้หลับเลยสักงีบ เฝ้าคอยฟังรายงานจากลูกน้องด้วยใจจดจ่อ แต่จนถึงป่านนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

สองคืนเข้าไปแล้วที่พัทธมนหายไป เหมือนหายสาบสูญ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้ตามค้น นอกจากรถคันนั้นและเอกสารต่างๆ ที่บ่งบอกว่าเธอเดินทางมาที่นี่

บ่อยครั้งชายหนุ่มเหม่อมองออกสู่ท้องทะเล แล้วรู้สึกโพรงอกโหวงๆ เหมือนใจจะหลุดหาย หน่วยประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยที่คมชาญติดต่อขอความช่วยเหลือ ยังทำงานกันแข็งขัน แต่ค้นหาในรัศมีห้ากิโลเมตรเข้าไปแล้วก็ยังไร้วี่แวว

สาบานได้ว่าคุณจะไม่มีวันมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ทุกสิ่งที่คุณทำไว้กับฉันกับครอบครัวของฉัน สักวันคุณต้องชดใช้!”

คำพูดของเธอสะท้อนก้องอยู่ในความนึกคิด แววตาที่มองตรงมายังเขาในวันนั้น เด็ดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ใจเสี้ยวหนึ่งก็อดสะท้านไม่ได้ ว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องเริ่มชดใช้

ชดใช้โดยเธอไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย

ผู้หญิงคนนั้นมีดีอะไร เป็นแค่ลูกของศัตรูที่เขาหมายทำลายให้ย่อยยับไปทั้งตระกูล แต่ครั้นถึงเวลานี้หัวใจเขากลับรุ่มร้อนกระวนกระวายเพียงแค่รู้ว่าเธอหายไป

ชายหนุ่มยืนซุกสองมือลงกระเป๋ามองผ่านแผ่นกระจกของห้องพักไปยังท้องทะเลกว้าง กัดกรามแน่น...ภาพแห่งอดีตไหลรี่เข้ามาในสมองเหมือนท่อน้ำทะลัก ทั้งๆ เขาพยายามฝังกลบมันนับครั้งไม่ถ้วน

ที่บ้านของครอบครัวเล็กๆ หนุ่มน้อยใบหน้าคมคายแต้มยิ้มบนเรียวปากผลักประตูรั้วเข้าไปในอาณาเขตบ้าน เขาเพิ่งกลับจากฟังผลสอบวิชาสุดท้ายของเทอมนั้น และเป็นไปตามคาด ผลการเรียนทั้งเทอมประสบความสำเร็จทุกวิชา รอยยิ้มรื่นเริงยิ่งปรากฏ คิดว่าอาจจะทำอะไรให้บ้านคึกคักขึ้นมาได้บ้าง หลังจากเงียบเหงาและซึมเซามานาน หัวคิ้วเข้มขมวดเมื่อเห็นรถยนต์ของพี่สาวจอดอยู่ในที่จอดของมัน เวลาอย่างนี้อติรัตน์น่าจะอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้าน ดวงหน้าชายหนุ่มหมองลงเล็กน้อย เมื่อคิดว่าพี่สาวคงมีเรื่องวุ่นวายใจจนไม่เป็นอันทำการทำงานกระมัง ครั้นแล้วเขากลับยิ้มได้ใหม่ นึกถึงข่าวดีของตนเอง และหมายใจว่าจะทำให้บ้านคึกคักขึ้น ด้วยการยุแม่ปรุงอาหารอร่อยๆ เลี้ยงฉลองกันเล็กๆ น้อยๆ ภายในครอบครัว น่าจะเรียกความสุขสดชื่นกลับคืนมาได้ไม่มากก็น้อย

แต่เขาคาดผิดถนัด

เพราะแค่ผ่านประตูบ้านเข้าไปมารดาก็วิ่งถลาลงบันไดมาด้วยน้ำตานองหน้า นางผลุนผลันจนเกือบจะพลาดตกลงมาด้วยซ้ำ

แม่! เกิดอะไรขึ้นฮะ ร้องไห้ทำไม

หนึ่ง...หนึ่ง...ช่วยพี่หนิงด้วยลูก ช่วยพี่หนิงด้วย นางโผมาหาเขา ละล่ำละลักบอกแทบฟังไม่เป็นคำ แต่แค่นั้นก็ทำให้ชายหนุ่มมองขึ้นไปยังห้องชั้นบน แล้ววิ่งขึ้นบันไดทีละสองสามขั้นเพื่อมุ่งไปยังห้องของพี่สาวโดยเร็วที่สุด

ภาพผู้เป็นพี่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ในห้องน้ำทำเขาตะลึงงัน เร่งเข้าช่วยเหลืออุ้มเธอออกมาเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เขาไม่รู้ว่าแม่ตามขึ้นไปชั้นบนตอนไหน และวิ่งตามเขาลงมาตอนไหนเช่นกัน แต่เมื่อรู้อีกที แม่ผู้ห่วงใยลูกมากกว่าชีวิตตัวเองก็รีบร้อนจนพลาดตกจากชานพัก ศีรษะกระแทกกับขั้นบันไดกลิ้งลงมาเลือดอาบเต็มดวงหน้า นางนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง

แม่!”

เขาตะโกนลั่น ถลาเข้าไปหานางทั้งที่ยังอุ้มพี่สาวไว้ในวงแขน สาวใช้รีบเข้าประคองคนเจ็บ แต่กว่าจะพาทั้งสองส่งโรงพยาบาลได้ก็สายเสียแล้ว พี่สาวของเขาสิ้นใจก่อนถึงมือหมอด้วยซ้ำ

ส่วนแม่ต้องนอนอยู่ในห้องไอซียูนานนับสัปดาห์ วันแรกที่รู้สึกตัวนางเอาแต่นอนดวงตาเลื่อนลอย น้ำตาไหลเป็นทาง ครั้นเรียกจึงค่อยมีสติ

หนิง...ล่ะ...หนึ่ง...ปลอดภัย...มั้ย...?

ครับ... เขาพยักหน้าตอบด้วยดวงตาแดงช้ำ

หลาน...ล่ะ

แม่อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องอื่นเลยฮะ รักษาตัวให้หายดี จะได้กลับบ้านไปอยู่กับพวกเราไวๆ

นางยิ้ม แล้วมองเหม่อ เอ่ยรำพึงออกมา

หนิงบอกแม่...ผู้ชายคนนั้น...ไม่รับ...เป็นพ่อ...บอกให้หนิง...เอาเด็กออก...หนิงเลย...คิด...สั้น...

เสียงของนางแผ่วพร่าจนเขาต้องบอกให้นอนพักผ่อน และคืนนั้นเขาก็ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาล ว่านางสิ้นใจลงแล้ว

ในบ้านที่อบอุ่นและสงบสุข เหลือแต่เขา นั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง...

พี่สาว หลาน และแม่ เสียไปในเหตุการณ์เดียวกันด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนั้น!...ไอ้โกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ หนุ่มใหญ่ไฮโซ นักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย ชายในฝันของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ ทั้งๆ ที่มันมีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานอยู่แล้ว

จิ้งจอกสังคมชัดๆ หลอกล่อให้สาวน้อยอ่อนเดียงสาอย่างอติรัตน์หลงติดกับดัก หล่อนเข้าเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของนายโกวิทย์ได้ไม่นานก็เริ่มเปลี่ยนไป ปลีกตัวจากครอบครัว กลับบ้านดึก เสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยอยู่บ้าน ครั้นถามก็บอกว่างานยุ่ง หากแต่ใบหน้าเปล่งปลั่งชวนฝัน ดูมีความสุขดี ครั้นต่อมาอีกหน่อย หล่อนก็เริ่มซึมเศร้า สีหน้าอมทุกข์ ตะล่อมถามจึงรู้ความจริงว่าเจ้าหล่อนตั้งท้องได้สองเดือน พ่อของเด็กเป็นประธานบริษัทแห่งนั้นเอง แม่ได้แต่แอบร้องไห้อยู่เงียบๆ

บ้านที่เคยอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ กลับซึมเซา เหงาเงียบ พี่สาวนั่งร้องไห้อยู่ชั้นบน ลงมาชั้นล่างก็เจอแม่นั่งร้องไห้ จนเขาอยากแล่นลิ่วไปลากคอไอ้จิ้งจอกสังคมตัวนั้น ให้มันมาเห็นสิ่งที่ทำ เรียกร้องความรับผิดชอบ แต่ครั้นเขาโวยวายแม่ก็ห้ามปราม บอกว่าปล่อยให้คนสองคนคุยตกลงกันเอง

แล้วเป็นไง ผลของมัน?

ชายหนุ่มยิ้มเยาะมุมปาก

เช็คระบุชื่อผู้สั่งจ่ายคือนายโกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ ด้วยจำนวนเงินไม่น้อยที่เขาพบในห้องนอนของอติรัตน์ยืนยันได้ดี หลังจากเสพสุขจนอิ่มหนำมันก็ใช้เงินฟาดหัว โดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร

เขาต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งไปถึงสองคน ขณะที่มัน ไอ้โกวิทย์ ราชนฤบดินทร์ มีแต่เจริญ เขาหลับไม่เคยเต็มตาทุกครั้งที่รู้ว่ามันยังเสวยสุข ไม่สำนึกถึงความเลวระยำที่ตัวมันได้ก่อไว้

คมชาญเข้ามาหยุดยืนข้างหลังเจ้านายด้วยทีท่าไม่ปกตินัก อภิวรรธน์ขยับตัว เบือนหน้ามานิดๆ แล้วถาม

ว่าไง

ยังไม่มีข่าวคุณพัทธมนครับ กล่าวแล้วเงียบรอดูปฏิกิริยา ครั้นนายเฉยจึงรายงานต่อ หน่วยประดาน้ำกระจายกันค้นหาในรัศมีเกือบสิบกิโลเมตร แต่ยังไร้วี่แวว

มั่นใจหรือว่าถามตามบ้านคนครบทุกหลังแล้ว

เมื่อคืนฝนตกหนัก ทุลักทุเลกันพอสมควร แต่ตอนเช้าผมส่งคนไปอีกรอบ กระจายวงออกกว้างขึ้น สอบถามแล้วไม่มีใครเห็นคุณพัทธมนเลยครับ ที่ไม่ได้ถามก็มีอยู่สามหลัง ล็อกบ้านเงียบ จากที่ถามคนในละแวกใกล้ๆ ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกต ยกเว้นหลังนึงแยกไปอยู่โดดๆ ทางดงมะพร้าว ห่างบ้านคนไปหน่อย แต่ได้ข่าวมาว่าคนในบ้านยกขบวนกันไปงานศพญาติเมื่อหลายวันก่อน คมชาญเว้นระยะ ที่กรุงเทพฯ แจ้งความคนหายแล้ว นายจะให้จัดการยังไงต่อครับ

อภิวรรธน์หันมาทางลูกน้อง

ตำรวจสืบเจอรถหรือยัง

ตอนนี้ยังครับ แต่คาดว่าอีกไม่นาน

ฝากคุณประสานงานกับตำรวจแล้วกัน ให้เงียบที่สุด อย่าให้ทางฝ่ายโน้นรู้ได้ว่าเรากำลังตามหาพัทธมนอยู่เหมือนกัน

ครับ

คมชาญรีบปลีกตัวไปปฏิบัติตามคำสั่ง ปล่อยผู้เป็นนายเบือนหน้าออกสู่ทะเลอีกครั้งพร้อมกับกัดกรามนูน เมื่อคืนเขากำชับลูกน้องค้นหาพัทธมนให้ได้ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว หากรู้ดีเกินกว่าจะตำหนิติเตียน เพราะใช่เพียงแต่เขาที่ไม่ได้นอน คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครได้นอนกันเลย ทุกคนทำงานกันสุดความสามารถ แต่ในเมื่อหาไม่เจอก็คือหาไม่เจอ จะให้ไปควานหามาจากไหนได้

...เธออยู่ไหนกัน พัทธมน?

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 108 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #75 ตั้งตท (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 16:57
    วันนี้จะมาอัพไหมค่ะ

    #75
    0
  2. #74 Adilah Toekhun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 20:58
    อ่านกี่ครั้งก็เสียน้ำตาให้มุกครั้ง
    #74
    0
  3. #73 Thittayaiem (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 20:50
    แต่ก็ผิดนะ มาทำให้ชีวิตของผู้หญิงคนนึงเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่ก็ด่าพ่อของเค้าว่าทำท้องแล้วไม่รับ แต่ตัวเองกลับย่ำยีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงคนนึงได้แย่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี
    #73
    0
  4. #72 KaiKanplu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 19:33
    ต่างก็น่าเห็นใจทั้งคู่ น่าสงสารทั้งคู่เลย
    #72
    0
  5. #71 KaiKanplu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 23:38
    มันปวดร้าวเหลือเกินหนูมน แต่ต้องผ่านไปได้นะ
    #71
    0
  6. #70 pim_pom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:41
    ขอให้หนูมนรอด สาธุ!!!!
    #70
    0
  7. #69 kaew_1980 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:27
    สาธุ คุณพระคุ้มครอง อย่าให้ตามเจอเลยให้หนูมนกับลูกได้อยู่อย่างสงบทีเถอะ
    #69
    0