พรางรัก Re-Up

ตอนที่ 1 : = ๐๑ = 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

 

ในห้องนอนของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง แว่วเสียงครางทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจดังมาจากลำคอของชายหนุ่มบนเตียง ผสานเสียงแผ่วหวานของหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่าง ดวงหน้านวลใสนั้นหลับพริ้ม เม้มริมฝีปากแน่นจนดูคล้ายว่าเจ้าหล่อนกำลังทุกข์ทรมานอย่างเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะพยายามปิดกั้นเสียงครวญสักเพียงไร ก็ยังหลุดออกมาให้ชายหนุ่มด้านบนกระหยิ่มยิ้มลำพองใจ

จวบกระทั่งทั้งคู่เดินทางถึงฝั่งฝัน เสียงกรีดร้องแหลมยาวดังขึ้นไล่ๆ กับเสียงคำราม ปลดปล่อยกระแสธารเข้าสู่เรือนกายของเธอ เมื่อนั้นเจ้าของดวงหน้านวลก็นอนหอบหายใจยาว...ลึก ใบหน้าแดงก่ำ และหยาดเหงื่อพราว ราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมานับสิบกิโลเมตร...ดวงหน้าคมคายซบนิ่งอยู่ตรงซอกคอ ลมหายใจซึ่งถี่กระชั้นค่อยลดระดับลง หากแต่เสียงหายใจยังก้องสะท้อนอยู่ในหูของหญิงสาว ร่างกายหนาหนักทาบทับเธอไว้เต็มตัว

ดวงตากลมงามเปิดขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนปิดลงใหม่ ละม้ายผู้เป็นเจ้าของต้องการเก็บซ่อนความรู้สึกต่างๆ ไว้ภายใต้เปลือกตานั้น...กี่ครั้งต่อกี่ครั้งมาแล้วที่เป็นเช่นนี้ เขาเสพสมเธอในห้องนี้ ตักตวงความสาวความสดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า หลังปลดเปลื้องอารมณ์ใคร่เขาก็เฉดหัวส่งไม่ต่างกับโสเภณีเกรดต่ำ

อีกนานไหม กว่าเธอจะหลุดพ้นไปจากนรกขุมนี้เสียที?!

คนด้านบนพลิกกายลงนอนตะแคงเท้าแขนกับหมอน แต่หาได้ขยับไปไหนไกล เพราะเรือนกายยังเบียดชิดร่างขาวลออ ก่ายท่อนขาขึ้นมาขยับเสียดสีกับท่อนขาเรียวเนียน

คืนนี้ค้างไหม หรือจะกลับ? คิ้วหนาเลิกขึ้นน้อยๆ ดวงตาจับจ้องดวงหน้าอีกฝ่าย น้ำเสียงคล้ายถาม คู่ขาแต่มุมปากยิ้มเยาะ หมดแรง จะค้างก็ไม่ว่า แต่คิดค่าเช่า เอาเป็น...ตื่นเมื่อไหร่ค่อยบริการกันอีกสักรอบ เป็นไง?

ดวงตาของคนฟังวาววับ มองตอบเขานิ่ง ไม่ปริปากพูด นอกจากจุดเล็กๆ ในหน่วยตาที่บอกให้รู้ว่าเธอกำลังอดสู และขมขื่นเพียงไร นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มพอใจ เธอเจ็บปวดเท่าไหร่ เขายิ่งชอบใจเท่านั้น!

อภิวรรธน์พลิกกายหันหลัง บอกให้รู้ว่าเขา อิ่มหนำแล้วสำหรับคืนนี้ พัทธมนเองก็พลิกตัวดึงผ้าห่มมาคลุมกายหันหลังให้ ดวงตาของเธอแดงก่ำ หากแต่ไม่มีน้ำตาไหลสักหยด

มันเจ็บเกินเจ็บ ร้าวรานจนหัวใจด้านชาไปหมดแล้ว

ราวครึ่งชั่วโมงผ่านไป หญิงสาวจึงขยับตัวลุกลงจากเตียง

จะไปไหน เสียงถามดังขึ้นก่อนเท้าจะทันแตะพื้นด้วยซ้ำ

กลับบ้านค่ะ

ตกลงไม่ค้าง? คิ้วดกเข้มเลิกสูง

ครั้นเธอเงียบ เขาก็เอี้ยวตัวหยิบกระเป๋าธนบัตรบนโต๊ะหัวเตียง ดึงแบงก์สีม่วงออกมายัดใส่ขอบผ้าห่มบนเนินอก

ค่าตัวเธอ...คงพอค่าแท็กซี่กลับบ้าน ที่เหลือก็ถือว่าทิป

ริมฝีปากบางเม้มแน่น สั่นระริก ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้ม

ไม่พอใจ?...น้อยไปหรือ...อันที่จริงเธอก็ไม่ต่างกับแท็กซี่เท่าไหร่หรอก ให้คนเขา ขี่เพื่อไปถึงที่หมาย ค่าโดยสารก็น่าจะพอๆ กัน

ธนบัตรสีม่วงใบนั้นถูกขยำจนเป็นก้อนกลม แล้วลอยหวือแหวกอากาศมากระทบหน้าคนพูด

ฉันเกลียดคุณ!”

ดี! เกลียดให้มากๆ ฉันยิ่งชอบ ชายหนุ่มหัวเราะไล่หลัง จากนั้นประตูห้องน้ำกระแทกปิดปัง

สีหน้าเขายังคงรื่นเริง

 

แท็กซี่จอดลงหน้าประตูรั้วอัลลอยของคฤหาสน์หลังงาม รปภ.ซึ่งนั่งสัปหงกอยู่ในป้อมเล็กๆ สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเรียก ครั้นเพ่งมองก็รีบลุกลี้ลุกลนมาเปิดประตูเล็ก

คุณหนู วันนี้กลับดึกนะครับ

หญิงสาวในชุดนักศึกษายิ้มอ่อน ผ่านเข้าประตูมา แล้วเดินไปตามทางคอนกรีตเข้าบ้านอย่างเงียบๆ

ไม่ช้าไม่นานก็ถึงตัวตึกหลังใหญ่ หน้ามุขบันไดเป็นลานกว้าง ปูอิฐบล็อกสลับลายเป็นรูปวิหคเหิน ล้อมรอบน้ำพุซึ่งเด่นอยู่กลางลาน บัดนี้น้ำพุที่พวยพุ่งมาตลอดทั้งวันลดระดับลง เหลือเพียงสายน้ำไหลเอื่อยแว่วเสนาะ คล้ายเสียงจากธารใสไหลลดหลั่นเป็นช่วงชั้น

แค่หญิงสาวก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นแรก ผู้รอคอยอยู่ก็ปรี่ออกมารับ

คุณหนู!...ป้าห่วงแทบแย่ ทำไมกลับดึกนักคะ

เอ่อ... เธออึกอัก หลบตา อ้อมแอ้มว่า วันนี้หนูมนมีติวหนังสือกับเพื่อน ขอโทษนะคะที่ไม่ได้โทร. มาบอก

ดวงตาคู่นั้นวาวรื้น เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนน้ำตาให้ไหลย้อนกลับ แต่เล็กจนโตไม่เคยพูดจาโกหกพกลม หากตั้งแต่ได้รู้จักกับ ผู้ชายคนนั้น กี่ครั้งมาแล้วที่เธอปั้นน้ำเป็นตัวได้อย่างหน้าไม่อาย

โธ่...คุณหนู ป้าล่ะหัวใจจะวาย โทร.เข้ามือถือก็ไม่ติด โทร.หาเพื่อนคุณหนูกี่คนๆ ไม่มีใครทราบสักคน ติวหนังสือกับเพื่อนคนไหนกันคะ

เพื่อน...เอ่อ...เพื่อนใหม่น่ะค่ะ เพิ่งรู้จักกันเทอมนี้ หนูมนลงเรียนวิชาเลือกไม่เหมือนกับคนอื่นในกลุ่มนี่คะ ใครๆ เลยไม่ต้องอยู่ติว...คุณพ่อยังไม่กลับหรือ

ยังค่ะ...กลับเข้ามาครั้งนึงตอนเย็น อาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วออกไปงานเลี้ยงอีก สั่งไว้แค่ว่าคืนนี้จะกลับดึก

คนฟังเบือนหน้าออกด้านข้าง ซ่อนแวววูบไหวในดวงตา นานแค่ไหนแล้วที่คุณพ่อไม่เคยมีเวลาให้ ชีวิตของท่านมีแต่งาน สังคม เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ และ...คนอื่น

เหนื่อยจังเลยค่ะ หนูมนขอตัวไปอาบน้ำนอนแล้วนะคะ

อ้าว! ไม่ทานอะไรก่อนหรือคะ ให้ป้าจัดอะไรให้หน่อยมั้ย

ไม่ล่ะ หนูมนทานมาจากข้างนอกแล้ว อิ่มตื้อเลย ขออาบน้ำแล้วนอนเลยดีกว่าค่ะ พูดจบก็โน้มหน้าไปจุ๊บแก้มย่นๆ ของนางแล้วรีบวิ่งตื๋อขึ้นบันได มิใช่เหนื่อยอยากอาบน้ำนอนอย่างที่บอกหรอก หากทว่า อยากลี้หนีหน้าใครต่อใครไปซุกตัวอยู่เงียบๆ คนเดียวมากกว่า เธอไม่อาจปั้นหน้ายิ้มแย้มให้ป้าชมัยได้อีกต่อไปแล้ว

พัทธมนทิ้งร่างลงบนเตียงคว้าหมอนมานอนซบ ปล่อยหยาดน้ำตาไหลริน กัดริมฝีปากกั้นเสียงสะอื้น กลืนรอยอาดูรไว้ในอก ให้มันทับถมอยู่ในนั้นวันแล้ววันเล่า เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ เสร็จงานกลับมาจากคอนโดฯ แห่งนั้น

 

เมื่อพัทธมนเข้ามาในห้องรับประทานอาหารเช้าวันนี้ บิดานั่งดื่มกาแฟพลางอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจอยู่แล้ว ท่านแต่งกายอย่างพร้อมที่จะออกไปทำงาน เสื้อสูทพาดบนพนักเก้าอี้ และคงรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามา จึงเหลือบดู

อ้าว หนูมน เพิ่งตื่นหรือลูก

ค่ะ พัทธมนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวประจำพลางส่งยิ้ม แต่แล้วยิ้มค้างเมื่อบิดากลับไปสนใจกับข่าวธุรกิจเช่นเดิม

นางชมัยเข้ามาตักข้าวต้มใส่ชามให้หญิงสาว รินนมใส่แก้วแล้วถอยไปยืนห่างๆ

หมู่นี้หนูมนไม่ค่อยได้เจอคุณพ่อเลยนะคะ

พ่องานยุ่งน่ะลูก หนูมนเป็นไง ใกล้จบแล้วสิ ท่านปิดหนังสือพิมพ์เงยหน้าขึ้นพูด เรียกรอยยิ้มของหญิงสาวกลับมาใหม่ สนทนาตอบด้วยเสียงสดใสว่า

ค่ะ...เหลืออีกสองเดือนหนูมนก็สอบแล้วค่ะ

ดีลูก ตั้งใจเรียนเข้า จบแล้วพ่อมีของขวัญให้

อะไรคะ หญิงสาวตาโตตื่นเต้น ไม่ได้ดีใจเพราะจะได้ของขวัญหรอก แต่ดีใจเพราะมันเป็น ของขวัญจากคุณพ่อต่างหาก

โกวิทย์อมยิ้มอย่างเก๋ให้บุตรสาว แม้อายุล่วงเข้าวัยห้าสิบมาแล้ว แต่บุคลิกท่วงท่ารวมถึงรูปร่างหน้าตาของชายวัยกลางคนผู้นี้ยังดูภูมิฐาน ต่างจากอายุจริง กอปรกับเสน่ห์เฉพาะตัวที่เขามี ทำให้โกวิทย์เป็นที่กล่าวขวัญถึงของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในวงสังคมอยู่ไม่น้อย

เอาไว้วันรับปริญญาแล้วลูกก็รู้ เขาลุกขึ้นพลางบอก พ่อไปทำงานก่อนแล้ว

ชายสูงวัยโน้มกายมาจูบขมับลูกสาวก่อนหยิบเสื้อสูทเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งเธอนั่งหงอยคนข้าวต้มในชามเงียบๆ เช้าแรกในรอบสองสัปดาห์ที่ได้เจอคุณพ่อ แต่ก็ไม่ได้อยู่รับประทานข้าวด้วยกันอยู่ดี เธอปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยท่านยังใส่ใจการเล่าเรียนของเธอ และเตรียมของขวัญไว้ให้ เมื่อคิดอย่างนั้นเรียวปากงามจึงระบายยิ้มออกมาได้เล็กน้อย

นางชมัยเฝ้ามองคุณหนูอย่างสงสารนัก เธอว้าเหว่มาแต่เล็กแต่น้อย คงนับตั้งแต่คุณผู้หญิงสิ้นกระมัง แต่ยังถือว่าโชคดีที่คุณผู้ชายไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านมาทำให้คุณหนูต้องระคายใจ แม้ตัวท่านจะเจ้าชู้ไปบ้างก็เถอะ

 

ในห้องทำงานของผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ยี่สิบสามของอาคารสูง ตลอดด้านหนึ่งของห้องกรุกระจกใส มองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้ไกลสุดสายตา ชายหนุ่มเจ้าของห้องยืนซุกสองมือลงในกระเป๋ากางเกง ทอดสายตามองออกนอกกระจกมาเป็นเวลาเกือบสิบนาทีแล้ว และคงยืนอยู่เช่นนั้นอีกนานถ้าไม่มีเสียงเคาะประตู ตามด้วยการเปิดเข้ามาโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต ผู้มาใหม่เป็นชายหนุ่มอายุอานามไม่ห่างจากเจ้าของห้องมากนัก แต่งกายสุภาพเรียบร้อยสมตำแหน่งเลขาฯ นักธุรกิจใหญ่ เขาสืบเท้าเข้ามาวางแฟ้มสีดำลงบนโต๊ะทำงานซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เจ้าของห้องปักหลักมั่นอยู่ แล้วยืนสำรวม

เอกสารที่สั่งให้รวบรวมเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย ผู้ถามยังคงยืนมองออกนอกกระจก

ครับ เจ้านาย

ดี คนพูดขยับตัวเคลื่อนกายมานั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ ดึงลิ้นชักแล้วหยิบซองสีน้ำตาลออกมาให้อีกฝ่าย ส่งนี่ให้หนังสือพิมพ์ทุกหัว พรุ่งนี้เช้าข่าวต้องกระจายไปทั่วเมือง

ครับ

เลขานุการหนุ่มออกจากห้องทำงานไปแล้ว คนที่เหลือก็เอนกายพิงพนักเก้าอี้เต็มแผ่นหลัง เท้าข้อศอกกับที่วางแขน พลางมุมปากยิ้มเยาะ ครั้นเผลอไผลคิดถึงดวงหน้าอ่อนใสของเธอผู้นั้น...พัทธมน ราชนฤบดินทร์...บางความรู้สึกก็แล่นปราดเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ไม่ทันได้ลงลึกค้นหาความหมายด้วยซ้ำ ชายหนุ่มรีบปัดมันทิ้ง ดึงความแค้นเข้ากลบอารมณ์วาบไหวจนหมดสิ้น มุมปากกระตุกยิ้มหยันอีกครั้ง

เธอผิดเองที่เกิดเป็นลูกของ...ไอ้โกวิทย์ ราชนฤบดินทร์!



พัทธมนเดินลงจากตึกเรียน ได้ยินเสียงโทรศัพท์จึงล้วงหยิบออกมาดูเบอร์ แล้วดวงหน้าก็กลับกลายเป็นสีซีด มือเรียวออกอาการสั่นน้อยๆ ในตอนที่กดรับ

สวัสดีค่ะ

ฉันรออยู่หน้ามหาลัย

แต่...

หมดชั่วโมงเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ ให้เวลาห้านาทีสำหรับเดินออกมาที่รถ ไม่งั้นฉันจะเข้าไปรับข้างใน

แต่ลุงนากมารับฉันแล้ว เจ้าหล่อนรีบพูดรัวเร็ว อย่างกลัวอีกฝ่ายจะชิงตัดสายเสียก่อน ทว่าคำอุทธรณ์ไม่เป็นผล เพราะเขาตอบมาเพียงว่า

นั่นมันเรื่องของเธอ

สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไปเพียงเท่านั้น

ผ่านไปห้านาทีครึ่งตอนที่พัทธมนเดินออกมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยและเห็นเมอร์เซเดสเบนซ์สีตะกั่วจอดอยู่ เธอเดินเข้าไปใกล้ ประตูตอนหลังของรถก็เปิดออก พัทธมนก้าวขึ้นนั่งคู่กับใครอีกคนที่นั่งรออยู่ รถคันนั้นเคลื่อนตัวจากจุดจอดทะยานไปเบื้องหน้าทันที

หญิงสาวชำเลืองมองคนข้างกาย เขานั่งนิ่งเหมือนหุ่น ไม่แม้แต่จะเหลือบดูเธอสักนิด ไม่มีคำทักทาย และไม่ถามว่าเธอจัดการกับลุงนากอย่างไรถึงมาขึ้นรถของเขาได้

เถอะ...ขนาดเปิดประตูรถเขายังผลักมันออกไปเฉยๆ ไม่คิดจะให้คนขับลงไปเปิดประตูให้ด้วยซ้ำ เธอเจ็บจนจุกตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

นี่แหละ สิ่งที่นางบำเรอควรได้รับ

เลยครึ่งชั่วโมงไปเล็กน้อยเบนซ์สมรรถนะสูงก็เข้าจอดในลานจอดชั้นหกของคอนโดมิเนียม คนขับลงมาเปิดประตูฝั่งเจ้านาย ขณะที่หญิงสาวดันประตูเปิดเองอย่างรู้หน้าที่

นางบำเรอก็เหมือนทาสคนหนึ่ง อย่าได้คาดหวังอภิสิทธิ์ใดๆ

สองหนุ่มสาวเข้าลิฟต์ไปด้วยกัน ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดคนร่างบางก็ถูกรวบไปบดจูบอย่างร้อนแรง พัทธมนขัดขืนในตอนแรก แต่เมื่อต้านทานความอุกอาจเอาแต่ใจของอีกฝ่ายไม่ไหวเธอจึงปล่อยเลยตามเลย ยินยอมให้เขาตักตวงจนพอใจ

นึกว่าจะเบื่อเธอได้ง่ายๆ แต่ให้ตายเถอะ!” เรียวปากกระซิบคำรามอยู่ชิดกลีบปากนุ่ม ก่อนบดจูบลงใหม่ หนักหน่วง แล้วค่อยแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวานเมื่อได้ระบายอารมณ์ออกไปบ้าง

ครั้นเสียงเปิดประตูลิฟต์ร้องเตือน ชายหนุ่มผละออกมายืนได้อย่างมั่นคงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่หญิงสาวแข้งขาสั่นจนเจียนจะล้มพับลงไปตรงนั้นหากไม่มีแขนแข็งแรงมาช่วยพยุงเอวไว้ ซ้ำร้ายเขายังยิ้มเยาะใส่หน้า

ติดไฟง่ายเสมอเลยนะ ร้อนไม่เคยเปลี่ยน

พัทธมนเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด หวังให้ความเจ็บที่เรียวปากกลบความเจ็บช้ำในหัวใจ เธอเกลียดสายตาของเขา เกลียดรอยยิ้มร้ายกาจนั่น แต่สวรรค์ทรงโปรดเถิด ต่อให้เกลียดแสนเกลียดแค่ไหน ยามเนื้อแนบเนื้อ ร่างกายของเธอกลับทรยศทุกที อ่อนระทดระทวยจนเขาหยิบยกมาพูดใส่หน้าเหมือนสาดน้ำกรดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พัทธมนคงไม่รู้หรอกว่าอภิวรรธน์เองก็ต้องข่มใจเพียงไร ในการระงับอารมณ์ของตนไม่ให้เตลิดเปิดเปิงจนกู่ไม่กลับ และทั้งที่เพิ่งเสียดสีเธอไปหยกๆ แต่แค่เปิดประตูเข้าห้องได้ชายหนุ่มก็ดึงหญิงสาวมาจูบ สานต่ออารมณ์ที่คั่งค้างจากในลิฟต์แทบในทันทีนั้น

 

อภิวรรธน์สวมเสื้อคลุมผ้าขนหนูเอนหลังพ่นควันบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้องของตึกสูง ทอดสายตามองฟากฟ้าไกล สนธยากำลังย่ำเยือน พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที ในความรู้สึกของเขาผ่อนคลายและปลอดโปร่ง ความแค้นที่สุมรุมอยู่ในอกมานับสิบปีกำลังจะปิดบัญชีแค้น พรุ่งนี้เช้าหมากตัวหนึ่งจะถูกเดิน และไม่กี่วันต่อจากนั้นตัวต่อไปจะเดินตาม เชื่อเถอะ เพียงแค่นี้เขาก็ได้กินเมือง มันไม่ใช่เกมหมากรุก แต่เป็นหมากชีวิต มีความวิบัติของนายโกวิทย์เป็นเดิมพัน ทุกอย่างผ่านการวางแผนมาอย่างดี เพราะเขาคาดหวังผล ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!

อภิวรรธน์คิดถึง แพะเนื้อหวานที่ยังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง ไม่เคยเลยที่เขาจะไปรับพัทธมนถึงมหาวิทยาลัยเหมือนวันนี้ เพราะอะไร?...เพราะความคิดถึงตั้งแต่ช่วงเช้า จนไม่เป็นอันทำการทำงานหรือเปล่า คอยแต่จะเผลอไผลไปนึกถึงใบหน้าสวยใสกับนัยน์ตาหวานแกมเศร้าคู่นั้น ถึงกับต้องทิ้งงานออกไปรออยู่หน้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่บ่าย

และจนบัดนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่า จัดการนายโกวิทย์เสร็จ จะเอาอย่างไรกับเธอต่อ

...เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวอีกสักพักเห็นจะดี เพราะยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะเบื่อ...เรียวปากชายหนุ่มผุดรอยยิ้มเมื่อคิดถึงช่วงเวลาเกือบชั่วโมงก่อน เพิ่งรับขวัญเธอไปเต็มคราบ รางวัลสำหรับหมากตัวสำคัญที่ทำให้เกมแก้แค้นของเขาใกล้บรรลุผล

 

เช้าวันนี้ดำเนินไปอย่างปกติสำหรับพัทธมน ไร้เงาของบิดาจนเธอค่อนข้างชาชินเสียแล้ว หญิงสาวรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็หอบตำราเรียนออกไปหน้าตึก

ครั้นเห็นนายนากเคลื่อนรถมาจอดรอ พัทธมนก็บอก

วันนี้หนูมนขับเองค่ะลุงนาก

อุ๊ย! ไม่เอาค่ะคุณหนู ให้ตานากขับไปส่งเถอะ ป้าไม่ไว้ใจคุณหนูขับรถแล้วนะคะนางชมัยซึ่งตามออกมาด้วย อุทานสีหน้าตื่น

โธ่...ป้าคะ ช่วงนี้หนูมนมีธุระเยอะ ขอขับเองดีกว่า จะได้สะดวก

อยากไปไหนก็ให้นายนากไปส่งสิคะ แล้วจะกลับตอนไหนก็ให้ออกไปรับ หรือจะให้มันอยู่รอก็ได้ นี่คุณหนูเล่นไม่ยอมโทร.ตามมันเลย กลับแท็กซี่เองอยู่เรื่อย มันถึงลำบากยังงี้ไง แล้วกลับแท็กซี่น่ะไว้ใจได้หรือคะ ป้าล่ะห่วงจริงเชียว

พัทธมนหน้าม่อย คร้านจะเถียงจึงเลี่ยงเดินไปที่รถ นายนากก็เหมือนรู้ รีบเปิดประตูตอนหลังรอรับ

ก่อนหน้านี้เธอเคยขับรถเองอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ช่วงที่เพิ่งรับตำแหน่งนางบำเรอของผู้ชายคนนั้นใหม่ๆ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเดือดร้อนกับการมีคนคอยรับส่ง แต่เมื่อรู้จักกับ เขาพัทธมนก็ต้องหาข้ออ้างเพื่อจะได้ขับรถเอง เธอได้สิทธิ์นั้นมาเกือบสองเดือน มันเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เพราะความรีบร้อนไปให้ทันเวลาที่เขากำหนด เธอจึงไปชนรถคันอื่นเข้า โชคดีไม่มีใครได้รับอันตราย นอกจากส่งรถเข้าอู่ไปจัดการกับรอยบุบ แต่โชคร้ายคือเธอต้องกลับมาเป็นคุณหนูที่มีคนคอยรับคอยส่งเช่นเดิม

ผู้ชายคนนั้นเริ่มคุกคามความเป็นส่วนตัวของเธอมากขึ้นทุกวัน เมื่อวานนี้มารับถึงหน้ามหาวิทยาลัย แล้วต่อไปล่ะ เขาจะทำอะไรอีก?

คำถามของพัทธมนไม่ต้องรอคำตอบนาน เพียงแค่เธอก้าวเท้าลงจากรถและเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ เพื่อไปยังโต๊ะนั่งประจำกลุ่ม นักศึกษาหลายคนแถวๆ นั้นก็ต่างหันมามองแล้วซุบซิบกันเอง พัทธมนกอดหนังสือกระชับอก เร่งสาวเท้าไปข้างหน้า พยายามไม่สนใจสายตาของใครต่อใคร แม้อกใจจะสังหรณ์และระแวงอย่างประหลาด

ครั้นถึงโต๊ะนั่ง เพื่อนสนิทสองคนที่นั่งอยู่ก่อนทักอย่างตกใจ

หนูมน! เรานึกว่าวันนี้เธอจะไม่มาเรียนซะอีก นี่ตั้งใจว่าเลิกเรียนแล้วจะไปหาที่บ้าน

ฮื่อ...พริกจะโทร.หา แต่จุ๊บแจงบอกว่าไม่ต้อง ไว้เรียนเสร็จค่อยไปคุยกันที่บ้านทีเดียวเลย

มีอะไรกันเหรอ

ยังมีหน้ามาถามอีก เธอไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์วันนี้เหรอ

พัทธมนส่ายหน้า ถามเสียงอ่อย

มีอะไรหรือเปล่า หนูมนรู้สึกแปลกๆพลางกวาดตามองไปรอบๆ สองสาวที่เหลือแลตาม จึงได้เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นหลายคู่จ้องมองมา...นาถศุภางค์อุทาน แล้วรีบลุกจูงมือพัทธมนลากออกไปอีกทางหนึ่ง พิริสารวบหนังสือและข้าวของบนโต๊ะตามไปติดๆ

ยัยหนูมน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงเรียบร้อยหัวอ่อนอย่างเธอจะกล้าทำอะไรแบบนี้ คนลากหยุดเดินเมื่อมั่นใจว่าปลอดจากหูตาของผู้อื่น หันมาบริภาษอย่างจริงจัง

จุ๊บแจงพูดเรื่องอะไร หนูมนไม่เห็นรู้เรื่อง

ไม่รู้เรื่อง ฮึ! ดูซะให้เต็มตา นาถศุภางค์ดึงหนังสือพิมพ์ที่พิริสาหอบมาด้วยยัดใส่มือคู่สนทนา ไม่นุ่มนวลเลยสำหรับคนเป็นเพื่อน

แค่กางหนังสือพิมพ์และเห็นภาพเด่นหรา พัทธมนก็ถึงกับหน้าซีดเผือด มือสั่นขาสั่นแทบล้มทั้งยืน

ภาพหลุดทายาทคนสวยนักธุรกิจดัง ดาวไฮโซดวงใหม่ที่เริ่มจรัสแสง ซี้ดซ้าดอยู่ใต้ร่างหนุ่มนิรนาม

เป็นภาพเปลือยของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งถูกผู้ชายนอนทับด้านบน แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฝ่ายชาย กับลาดไหล่นวลเนียนของหญิงสาว แต่อาการแนบเนื้อของคนทั้งสองก็อุจาดตาเหลือเกิน ผู้หญิงในภาพหลับตาพริ้ม และใบหน้าของเธอคนนั้น ก็คือดวงหน้าของพัทธมน!

อายเกินกว่าจะทนมองสบตาใครได้ เธอโยนหนังสือพิมพ์ทิ้ง แล้วหันหลังวิ่งออกจากจุดนั้นจนชนเข้ากับใครอีกคน

อ้าว หนูมน ตามหาอยู่พอดี ชายหนุ่มร้องทัก แต่ครั้นเห็นดวงหน้าเจ้าหล่อนชัดก็อุทาน เป็นอะไรน่ะ ร้องไห้ทำไม

เปล่า...หนูมนขอตัว

เดี๋ยว! หนูมน...

พัทธมนรีบเดินลิ่วๆ ไปแล้ว ไม่สนใจชายหนุ่มที่มองตามอย่างห่วงใย

ไงล่ะพบ เฝ้าอยู่ตั้งกี่ปี หลงเทิดทูนว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นนางฟ้านางสวรรค์ ที่แท้เน่าไปแล้วตั้งนาน

พบพระหันมามองคนพูด นัยน์ตากร้าว

ถ้าพูดอะไรที่มันเจริญหูคนอื่นไม่ได้ ก็หุบปากไปเลยนะจุ๊บแจง

ไอ้นายพบ!” นาถศุภางค์เริ่มเดือด “หน้าโง่ นี่ยังคิดจะรอกินเดนคนอื่นอีกล่ะสิ

ไม่ใช่เรื่องของเธอ” ชายหนุ่มสวนกลับ “หนูมนไม่เคยถือสาที่เธอทำนิสัยแย่ๆ ใส่เขาต่างๆ นานา แต่รู้ไว้เถอะ คนอื่นเขามองออก เธอมันขี้อิจฉา อิจฉาที่หนูมนสวยกว่า รวยกว่า มีชาติตระกูล เรียนหนังสือก็เก่งกว่าแล้วยังเป็นถึงดาวมหาลัย ถึงหนูมนเขาจะเป็นยังไงแต่จิตใจเขาสูงกว่าเธอมาก เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะเธอน่ะมันเน่าทั้งข้างนอกข้างใน!”

กรี๊ด! ไอ้พบ ไอ้พบบ้า

นาถศุภางค์เต้นเร่าๆ ขณะที่พบพระเดินไปลิบๆ เสียงหล่อนไม่เบาเลย ถึงแม้จะมาคุยกันในมุมห่างผู้คนพอสมควร แต่ก็ยังทำให้ใครหลายคนเหลียวมามองอย่างสนใจ

หลังจากนาถศุภางค์สงบสติอารมณ์ลง พิริสาจึงบอกเสียงแหย

เธอก็ว่าหนูมนแรงไป ยังไงเขาก็เป็นเพื่อนเรานะ

นี่ยัยพริก ใครเขาขอความเห็น เจ้าหล่อนถลึงตาใส่ อีกฝ่ายเลยหลุบตาลงต่ำ

 



#########


สวัสดีค่ะ พบกับเรื่องเก่านำมาเล่าใหม่ค่ะ จะอัพให้อ่านเรื่อยๆ ระหว่างรอหนังสือเรื่องนี้เปิดจองและตีพิมพ์รอบใหม่ เนื้อหาของเรื่องมี 46 ตอนหลัก 1 บทส่งท้าย และ 1 ตอนพิเศษ

แจ้งข่าวว่าจะอัพให้อ่านจนจบ 46 ตอนหลักนะคะ แต่ขอสงวนบทส่งท้ายและตอนพิเศษไว้สำหรับในเล่มและอีบุ๊คเท่านั้นค่ะ ^_^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #45 Thittayaiem (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 00:03
    รุนแรงเกินไปไหม ที่เอาภาพแบบนี้มาประจาน ถึงจะจริงแต่ลงแบบนี้ฟ้องร้องได้นะ คือมนก็แค่คนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ทำไมทำร้ายกันเพียงนี้
    #45
    0
  2. #18 Nooksp789 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 20:48
    หืมมมมมรักเรื่องนี้มากกก
    #18
    0
  3. #17 panadda (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 14:08
    พระเอกใจร้ายมาก
    #17
    0
  4. #14 พี่น้อย0105 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 19:04
    รอเล่มด้วย
    #14
    0
  5. #13 ลันชู (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:30
    รอเล่มมมม!!!
    #13
    0
  6. #12 KaiKanplu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:20
    สงสารหนูมนจัง
    #12
    0
  7. #11 Nora1969 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 11:02
    ชอบไรท์มาจากเรื่องดอกไม้ในสายหมอกวันนี้แวะมาเผื่อมีนิยายเรื่องใหม่ให้อ่าน  เจอพอดีถึงไม่ใหม่สำหรับคนอื่นแต่ใหม่สำหรับเรา ดูท่าจะต้องเตรียมกระดาษไว้ซับน้ำตาเยอะๆไว้รอ 
    #11
    0
  8. #10 Tubtiimm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:52
    งื้อออ คิดถึงเรื่องนี้มากๆ ดีใจที่ไรท์กลับมาลงให้อ่านอีกรอบ ดีใจ
    #10
    0
  9. #9 KaiKanplu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 07:24
    มาตามอ่านหนูมนด้วยคนค่ะ
    #9
    0
  10. #5 uma18 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 15:12
    รอติดตามค่ะ
    #5
    0
  11. #4 Amil (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 14:35
    พระเอกใจร้ายยยย ม๊ากกกกก 
    #4
    0
  12. #3 Kanokwan Ruenarom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 14:33
    เย้ เย้ เย้ มาแว๊ว มาแว๊ว ดีใจ 
    #3
    0
  13. #2 มีความมโนไปตามวันเวลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 14:32
    ตอนนั้นที่หลงมาอ่านเพราะคำโปรยว่า ค่าตัวค่าเท็กซี่นี่ละ แต่คราวนี้โปรยต่าง เรื่องนี้อ่านจนจำได้ทุกคำไปแล้ว

    แต่ว่าก็ว่านะกลับมาคราวนี้มาพร้อมกับข่าวแอฟพร้อมหย่าแล้วแถมมีลูกสาวมาอีก อะไรมันจะเหมาะให้จินตนาการว่าใช่แอฟขนาดนี้
    #2
    0