[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 9 : หน้าที่ 8 งานเข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

“จับเสือสมิงทั้งเป็น…พวกคุณคิดจะทำอะไรกันคะ”

“เดิมทีเป้าหมายของพวกผมมีแค่คุณคนเดียวมาตั้งแต่แรกแล้ว จินโค(เสือสมิง) เหล่าพวกพ้องที่ล้มนอนอยู่ตรงนั้นก็แค่โดนแกลากมาเกี่ยวข้องติดรากแห่นั้นแหละ”

“เพราะฉัน…ทุกคนเลย…”

“ถูกต้อง เพราะนั่นคือกรรมของแก จินโค แค่แกมีชีวิตอยู่ก็ทำให้คนรอบข้างได้รับเคราะห์แล้ว”

“กรรมของฉัน…งั้นนายก็คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรสินะ…”

“พลังพิเศษ ราโชมอน…”

เฮือกก!!

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันร้ายที่ดูเหมือนจริงเมื่อกี้….ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกมันคือเรื่องจริงที่พึ่งเกิดขึ้นไปต่างหาก

ฉันหอบหายใจอย่างแรง เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก แต่ก็พยายามใจเย็นและมองไปรอบๆว่าที่นี่คือที่ไหน แต่เมื่อดูดีๆปรากฏว่าตัวเองอยู่ในห้องนึ่งที่น่าจะเป็นห้องพยาบาลเพราะมียาเต็มไปหมดและฉันเองก็นอนอยู่ที่เตียง

“ตื่นแล้วเหรอ ยัยหนู…” เสียงใครบางใครที่อยู่ห่างออกไปจากปลายเตียงดังขึ้น

“…คุณคุนิคิดะ…” ฉันเรียกเขาด้วยเสียงเบา ใบหน้าเขาดูเหนื่อยล้าดูจากที่ปิดตาอยู่แถมยังไม่ใส่แว่นด้วยแต่เขาก็หันมาหาฉันที่นอนอยู่ด้วยสายตาที่กังวล

“ให้ตายสิ ดันมาเป็นอะไรตอนที่กำลังยุ่งกันอยู่ จริงๆเลยนะ…”

เขาบ่นให้กับฉันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเราต่างคนต่างเงียบกัน ฉันเลยนอนนิ่งทวนความจำว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราที่กำลังไปทำงานกันอยู่

“…ฉัน…ถูกมาเฟีย…โจมตี…” ฉันพยายามนึกเหตุการณ์เฉียดตายที่พึ่งผ่านมาทั้งการเจอกับอาคุตางาวะ ทั้งขาขวาตัวเองที่ขาดไปแบบไม่ทันตั้งตัว คุณทานิซากิที่เลือดขึ้นหน้าและพยายามจะฆ่าคุณฮิกุจิที่เป็นมาเฟียเพราะเธอยิงคุณนาโอมิ แถมคุณดาไซที่เหมือนจะโผล่มาช่วยเราไว้…จริงสิ คุณนาโอมิกับคุณทานิซากิบาดเจ็บ…

“คุณทานิซากิกับคุณนาโอมิล่ะคะ!!” ฉันเด้งตัวออกจากที่นอนและหันไปถามคนอีกฝั่ง

“วางใจเถอะทั้งคู่ปลอดภัยดี” คุณคุนิคิดะที่นั่งอ่านสมุดอยู่บอกฉันอย่างใจเย็น

“จริง…เหรอคะ”

“อา…ตอนนี้คุณหมอโยซาโนะกำลังรักษาทานิซากิอยู่ห้องข้างๆนี่แหละ”

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก อ่ะ…เออะ…อ้ากกกกกกกกกกกกกก…..อร๊าง…” เสียงร้องโหยหวนของคุณทานิซากิดังมาจากห้องข้างๆทำเอาฉันสะดุ้งตกใจ

“นั่นเรียก…ว่ารักษาเหรอคะ…” ฉันถามออกไปด้วยความไม่ไว้ใจกับเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่

“…ฉันได้ยินมาล่ะ ยัยหนู…” คุณคุนิคิดะไม่ได้ตอบคำถามเมื่อครู่แต่พูดเรื่องบางอย่างขึ้นมาแทน

“คะ?...”

“รู้สึกแกจะโดนตั้งค่าหัวในตลาดมืดของโลกเบื้องหลังไว้เจ็ดพันล้านนะ”

“เอ๋….” ฉันทำหน้าตื่นตระหนกกับคำพูดของเขา

“เจ็ดพันล้านเหรอ ดังใหญ่แล้วสินะ มิน่าพวกพอร์ตมาเฟียถึงจ้องจะเอาแกกัน”

“เจ็ดพันล้าน…”

ฉันนึกถึงตอนที่อาคุตางาวะพูดเรื่องฉันเป็นเป้าหมายของเขาที่ต้องจับตัวไปซึ่งมันก็ไม่แปลกเลยถ้าจะเพราะฉันมีค่าหัวตั้งมากมายขนาดนั้นเพราะไม่ว่าใครก็คงอยากได้เงินก้อนโตนั้นกัน

“ทะ…ทะ…ทำไงดี พวกมาเฟียอาจจะบุกมาที่สำนักงานนักสืบก็ได้ แต่ว่าทำไมถึงเป็นฉันล่ะ” ฉันทำหน้าเครียดเริ่มคิดความเป็นไปได้ภายภาคหน้าที่ต้องเกิดขึ้นมา

“อย่าตื่นตูมสิ!” คุณคุนิคิดะเอ็ดฉัน

“อ่ะ…” ฉันพยายามตั้งสติและหันไปฟังเขา

“จริงอยู่ที่พวกพอร์ตมาเฟียใช้กำลังโหดเหี้ยมกันสุดๆแต่อย่าได้หวั่นไหวเป็นอันขาด…การหวั่นไหวฆ่าได้แม้แต่นักปราชญ์ คำครูสอนไว้น่ะ” คุณคุนิคิดะพูดอย่างใจเย็นและเปิดหน้ากระดาษอ่านต่อไปอย่างไม่กังวลใจ…

เอ่อ….จะว่าไงดีละ

เราควรจะบอกสินะ…

“เอ่อ…คุณคุนิคิดะคะ…สมุดมันกลับด้านอยู่น่ะค่ะ” ฉันเอ่ยปากบอกเขาที่นั่งอ่านกลับด้านมาได้สักพักแล้วตั้งแต่ฉันตื่นขึ้นมา คุณคุนิคิดะทำหน้าเข้มและหันมาจ้องเขม็งฉันสักพักก่อนจะกลับด้านสมุดและลุกขึ้นตรงมาหาฉันที่เตียงก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าฉัน

“เอ๊ะ…” ฉันส่งเสียงแปลกๆออกไปเพราะตกใจกับใบหน้าที่อยู่ๆก็เขามาประชิดแบบไม่ทันตั้งตัวแถมตอนนี้เขาไม่ใส่แว่นด้วยทำให้มองใบหน้าได้ชัดโดยไม่มีอะไรมาขวางอีก

“ฉันเปล่าหวั่นไหวนะเฟ้ย!!!!!!!” เขาเปิดปากตะคอกใส่หน้าฉันเต็มๆจนฉันเกือบจะถอยหลังไปชิดกำแพง

“อย่างมาเฟียน่ะเหรอจะมาปั่นหัวฉันได้!! ต่อให้มันบุกเข้ามาตอนนี้ฉันจะโค่นมันให้ดู!!...ต่อยจนคว่ำเลย!!!”

คุณคุนิคิดะบ่นเสียงดังและทำท่าทางเหมือนกำลังซ้อมโจมตีคู่ต่อสู้ไปด้วย คำพูดคำจาเขาไปหมดแล้ว…ลนลานอยู่เห็นๆเลยไม่ใช่เหรอ…

ถ้าเขาเป็นแบบนี้ก็หมายความว่าสำนักงานนักสืบตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤติเลยสินะ…

เป็นเพราะเรา…

เป็นอย่างที่เจ้าหมอนั่นพูดไม่มีผิดเลย…เรามันเป็นเคราะห์ร้ายของคนอื่น

“พวกมันต้องมาแน่…” คุณคุนิคิดะพูดขึ้น

“…” ฉันส่งสายตาที่แทบน้ำตาคลอไปหาเขา

“งานนี้นายเป็นคนชักศึกเข้าบ้านเองนะ อาจจะเกิดสถานการณ์ขั้นร้ายแรงขึ้นเลยก็ได้…ไปคิดเองล่ะกันว่าตอนนี้ตัวเองทำอะไรได้บ้าง”

“…” สิ่งที่ตอนนี้เราทำได้งั้นเหรอ ฉันก้มหน้าใช้ความคิดกับคำพูดของคุณคุนิคิดะ

คุณคุนิคิดะเดินหันหลังออกไปไม่แม้แต่จะหันกลับมาแลฉันแต่ก่อนจะก้าวออกประตูเขาก็หยุดพร้อมหันหน้ามาหาฉันและพูดบางอย่างออกมา

“จะว่าไป ยัยหนู…คือฉันหามาได้สักพักแล้ว เธอเห็นแว่นของฉันไหม…” เขาทำหน้าขมวดคิ้วเป็นปมถามฉัน ฉันที่เข้าใจนึกว่าเขาเอาแว่นไว้บนหัวตัวเองอยู่แล้วแต่กลับ..โอ้ย…นาทีก่อนกำลังเครียดแทบตายแต่ตอนนี้ฉันเอามือปิดปากและพยายามกลั้นหัวเราะตัวเองเอาไว้ไม่ให้เสียงหลุดออกไป

“ฮึ…คุณคุนิคิดะ…มานี่สิคะ…” ฉันที่เอามือปิดปากอยู่ทำเสียงอู้อี้เรียกเขาเข้ามาใกล้เตียง

“หือ?” เขาทำหน้าสงสัยแต่ก็ยอมเดินมาหาฉันตามที่ว่า

เขาหยุดอยู่ข้างๆฉันที่เตียงและก้มตัวลงหาฉันที่ตัวเล็กกว่าฉันเลยเอามือตัวเองไปหยิบแว่นที่เกี่ยวไว้บนหัวเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้วจับมาใส่ให้เขาที่ใบหน้าดั้งเดิม

ว่าแล้วเชียวใส่แว่นแบบนี้โอเคกว่าอีก…

“นี่ค่ะ แว่นตา…” ฉันยิ้มให้เขาและแอบขำต่อเล็กน้อย

คุนิคิดะเก๊กหน้านิ่งและไอกลบเกลื่อนอัตสึโกะและรีบเอาหน้าถอยออกห่างจากเธอเขาดีดหน้าผากเธอและรีบเดินออกไปจากห้องนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ถึงจะกลบเกลื่อนยังไงแต่เธอก็ยังเห็นใบหูของเขาที่แดงอยู่ดี

“ขอบใจ…” เขาพูดเสียงเบาก่อนจะจากไป

“….” ฉันไม่ได้ตอบอะไรอีกมีแต่รอยยิ้มที่ค้างบนใบหน้าแต่พอคุณคุนิคิดะไปฉันก็กลับมาทำหน้านิ่งและเริ่มใช้ความคิดของตัวเองต่อ

เอาล่ะ เราจะมานอนต่อแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ…

ว่าจบฉันก็ลุกจากเตียงและเดินไปห้องสำนักงานตัวเองเพื่อจัดการปัญหาของตนจะให้ใครมารับเคราะห์กรรมแบบนี้อีกไม่ได้เด็ดขาด…

ตูมม!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นนอกหน้าต่างของสำนักงานนักสืบมีเขม่าควันลอยขึ้นตรงอาคารที่อยู่ไม่ห่างใกล้จากที่ฉันอยู่นัก ด้วยความกังวลใจฉันเลยวิ่งออกไปดูที่เกิดเหตุระเบิดตรงนั้น

พอมาถึงที่ตรงนั้นมีคนมุงเสียงจ้อกแจ้กเต็มไปหมด แม้แต่ตำรวจ นักดับเพลิงและรถพยาบาลที่มีเสียงไซเรนเองก็ดังไม่ยอมหยุด ฉันแหวกผู้คนเข้าไปข้างหน้าเพื่อดูเหตุการณ์และผู้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็กระซิบคุยกันเลยทำให้ฉันพอเข้าใจเรื่องราวมากกว่าเดิม

“เห็นว่าโดนฆ่าหมดเลยนะ”

“โหดร้ายจังนะ”

“เห็นสารวัตรทหารบอกเป็นฝีมือของหน่วยรบพอร์ตมาเฟีย หน่วยปฏิบัติการที่หัวรุนแรงเป็นพิเศษในหมู่พวกนั้นน่ะ รู้สึกจะชื่อ กิ้งก่าดำ

กิ้งก่าดำ?”

“เห็นเขาว่ามีฝีมือระดับทหารหน่วยรบพิเศษแถมยังโหดเหี้ยมสุดๆอีกต่างหาก”

ฉันที่ยืนฟังได้สักพักก็ยิ่งหน้าซีดกว่าเดิมพลางมองที่เกิดเหตุที่เละไปด้วยยิ่งทำให้ความคิดด้านลบเริ่มเข้ามา

กิ้งก่าดำแห่งพอร์ตมาเฟีย…ถ้าเกิดพวกมันบุกมาที่สำนักงานนักสืบล่ะก็…พวกเราไม่รอดแน่ๆ…

ฉันนึกถึงสถานกาณ์ขั้นเลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดกับทุกคนที่อยู่ที่นั้นมันยิ่งทำให้ฉัน…

กลัว…ถ้าพวกเขาต้องมาตายเพราะฉัน…

ฉันเม้มปากแน่นและตัดสินใจอะไรบางอย่างที่แน่วแน่และหันหลังกลับเดินไปที่ที่ฉันจะไป

และที่ไปก็คือ ตู้โทรศัพท์

ฉันยืนนิ่งมองอยู่ตรงนั้นได้สักพักใหญ่ บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ ท้องฟ้าที่แหวกแสงแดดออกมาส่องสว่างไปทั่ว นกก็ขับร้องเสียงเล็กๆกันจนฉันสัมผัสได้ รถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนเช่นกัน

ทั้งที่เป็นวันอากาศดีแท้ๆ…

กริ๊งงง กริ๊งงงง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาภายในห้องที่มืดสนิทมีเพียงแสงไฟอ่อนๆที่ส่องอยู่ห้องนั้นเท่านั้นที่เป็นแสงให้พอมองเห็นได้ ฮหญิงสาวยื่นมือออกไปยกรับโทรศัพท์เครื่องนั้นที่อยู่ตรงหน้าเธอ

“ค่ะ ใครพูดค่ะ” ฮิกุจิที่เป็นคนรับสายกรองเสียงพูดกับปลายสายที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

“ฉันเองค่ะ” อัตสึโกะพูดเสียงเบา

“จินโค?” เธอแอบสงสัยที่เด็กสาวรู้เบอร์ได้ไงก่อนจะนึกออกเรื่องนามบัตรที่เธอเอาให้สำนักงานนักสืบไปตอนนั้น

“….”

“วันก่อนมีพวกมาช่วยไว้ได้ก็จริง แต่ครั้งหน้าไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะคะ” 

“….” อัตสึโกะไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป

“แล้วมีธุระอะไรคะ?” ฮิกุจิถามกลับปลายสายที่เอาแต่เงียบ

“ฉันจะออกจากสำนักงานนักสืบ…จะลาออกแล้วหนีไปคนเดียว…แน่จริงก็มาจับสิ!!” 

“…อย่างนี่นี้เอง…” ฮิกุจิลอบยิ้มอยู่คนเดียว

“….” อัตสึโกะเม้มปากแน่นและหวังว่าฮิกุจิจะเข้าใจที่เธอพูด

“เพราะงั้นอย่ายุ่งกับสำนักงานนักสืบ งั้นเหรอคะ” ฮิกุจิสรุปคำพูดของอัตสึโกะที่จะสื่อออกมา

“….” อัตสึโกะที่ไม่ได้ตอบอะไรอีกก็เลยเอาหูโทรศัพท์ใส่ไว้ที่เดิม

ที่ตัดสายไปหวังว่าเธอคงเข้าใจความหมายของฉันหรอกนะ…

ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด…

ปลายสายของฮิกุจิตัดไปโดยไม่พูดอะไรกับเธออีก…เธอวางหูโทรศัพท์และยืนขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่

“ไปเรียกกิ้งก่าดำมา!” ฮิกุจิตะโกนบอกลูกน้อง

.

ฉันกลับไปที่สำนักงานนักสืบเพื่อเอาข้าวของของตัวเอง…ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะมันก็แค่กระเป๋าสะพายใบเดียวนั้นแหละ ฉันรีบยัดของที่จำเป็นและลงบันไดมาที่ชั้น 1 ดีนะที่ตอนนี้ยังไม่มีใครอยู่ ดีแล้วล่ะ…เราจะได้จากไปแบบเงียบๆ…

ตึง!!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นตอนชั้นกำลังจะเดินผ่านหน้า คนในลิฟต์กลับเป็นคนที่คุ้นเคยและคาดไม่ถึงส่งเสียงเรียกฉันพอดี

“มาอยู่ที่นี่เองเรอะ ยัยหนู!” คุณคุนิคิดะที่ถือแฟ้มเต็มมือเรียกฉันที่กำลังเดินผ่านเขาไป

“…”

“เพราะเธอเราเลยยุ่งกันยกใหญ่เลยเนี่ย ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดสถานการณ์ขั้นร้ายแรงขึ้น” คุณคุนิคิดะบ่นให้ฉันอย่างเคย

“…” ฉันน้ำตาซึมเล็กน้อยแต่ก็เดินออกไปโดยไม่สนใจคำพูดของเขาที่กำลังบ่นอยู่

“มาช่วยขนพวกนี้…เฮ้ย!” คุณคุนิคิดะตะโกนเรียกฉัน

“ไม่ต้องห่วงค่ะ…” ฉันหันกลับไปยิ้มให้เขาอย่างเคย

“หืม?”

“เพราะมันจะไม่เกิดสถานการณ์ขั้นร้ายแรงนั่นแล้วล่ะค่ะ สำนักงานนักสืบปลอดภัยแล้วค่ะ” ว่าจบฉันก็รีบเดินออกจากอาคารโดยไม่รีรอคำตอบของอีกฝั่ง

“หา…เดี๋ยวก่อนยัยหนู! มาช่วยฉันยกของก่อน! ในเวลาแบบนี้คิดจะไปไหน” คุณคุนิคิดะตะโกนเรียกฉันอย่างไม่ลดละ

“….” ฉันที่ออกมาแล้วเลยรีบวิ่งไปอีกทางโดยเร็วที่สุดและพยายามไม่หันกลับไปมอง

“นี่ฉัน…โดนเมินเหรอวะ…” เขาว่าอย่างงงๆ

.

ตามซอกซอยตึกมืดมีกลุ่มคนชุดดำจำนวนหนึ่งยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ชายคนหนึ่งที่ดูมีความอาวุโสในกลุ่มนั้นกำลังหยิบไฟแช็คเตรียมสูบบุหรี่ที่คาบไว้ในปากแต่ต้องหยุดชะงักเสียก่อนเพราะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาทางเขา

 “มาช้านะ…สายไป2นาที” เขาหันไปต่อว่าอีกฝ่าย

[ หน่วยกิ้งก่าดำคุมกองกำลัง 10 คน : ทาจิฮาระ มิจิโซ ]

“หึ จู้จี้จุกจิกขนาดนี้ก็ไม่ไหวนะปู่” ชายหนุ่มผมแดงตั้งที่มีพลาสเตอร์ติดที่จมูกบอกปัดอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลังหรือเคารพ

“เป็นที่อึดครึมเป็นบ้า แล้วเจ้ากินล่ะ เจ้านั่นก็สายเรอะ” ทาจิฮาระบ่นและถามถึงคนที่ชื่อกิน

“มาตั้งนานแล้ว อยู่ข้างหลังแก” ชายแก่ตอบ

“หืม” เขาหันกลับไปมองทางที่ตัวเองเดินมาเมื่อครู่ปรากฏเป็นร่างของคนใส่ผ้าปิดปากผมยาวปิดข้างนึ่งและสวมชุดดำ พลางส่องสายตาอาฆาตมาที่เขา

 

[ หน่วยกิ้งก่าดำ คุมกองกำลัง 10 คน : กิน ]

“จิ๊ ยังทำตัวน่าขนลุกไม่เปลี่ยนเลยนะ เห็นแล้วหงุดหงิดว่ะ”

“….” อีกฝ่ายไม่พูดอะไรแต่พุ่งเข้ามาเอามีดจ่อคอของทาจิฮาระ

“จะเอาเหรอ…” เขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะยอมเหมือนกันเลยเอาปืนจ่อตรงหน้าอกไว้ตั้งแต่อีกฝ่ายพุ่งมาแล้ว

“พอได้แล้วไอ้พวกสวะ” ชายแก่เอ่ยถามการทะเลาะกันของพวกเด็ก

“ทั้งสองอยากโดนรายงานว่าเสียชีวิตระหว่างทำการต่อสู้รึไง”

 

[ หน่วยกิ้งก่าดำคุมกองกำลัง 100 คน ]

ฮิโรสึ ริวโร  

พลังพิเศษ: สึบากิสลัดกลีบ

เขาไม่พูดเฉยแต่เอามือขึ้นมาแสดงพลังพิเศษขู่ทั้งสองด้วย จนทั้งคู่มองกันตาโตและเลิกทั้งท่าที่จะสู้กันเอง

“รู้แล้วน่า เป็นตาแก่ที่รับมือยากชะมัด” ทาจิฮาระบอก

ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซึ่งเป็นของฮิโรสึทำให้ลูกน้องทั้งหมดหันไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“มากันครบแล้ว” ฮิโรสึรับโทรศัพท์และบอกกับปลายสาย

“ขอบคุณที่เหนื่อยค่ะ” เสียงฮิกุจิเล็ดลอดออกมา

“แล้วเป้าหมายที่จะให้เราทั้งสามไปถล่มครั้งนี้ล่ะ”

“เป้าหมายคือ…ที่ทำการสำนักงานนักสืบบุโซ” เธอตอบด้วยเสียงเย็นชา

“สำนักงานนักสืบ?ไม่ใช่เสือสมิงงั้นเหรอ?”

“ครั้งที่แล้วพวกสำนักงานนักสืบเข้ามาสอดแต่เราจะไม่พลาดซ้ำรอยเดิมอีกแล้วค่ะ อันดับแรกต้องกวาดล้างสำนักงานนักสืบที่คอยคุ้มครองก่อนค่ะ”

“ฆ่าให้หมดเลยได้ใช่ไหม”

“ไม่ขัดข้องค่ะ”

“หึ รับทราบ” ว่าจบเขาก็ตัดสายเธอเลย

ฮิกุจินั่งนิ่งแต่แผ่รังสีความโกรธแค้นออกมาไม่ยอมหยุดและนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ภารกิจไม่สำเร็จแถมรุ่นพี่อาคุตางาวะต้องมาถอยให้กับสำนักงานนักสืบแบบนั้น…ไหนจะสายตาที่รุ่นพี่เขา…มองยัยเด็กคนนั้นอีก…ยอมไม่ได้!

.

พวกหน่วยกิ้งก่าดำขึ้นมาจนถึงชั้น 4 ที่เป็นที่ตั้งสำนักงานนักสืบบุโซอย่างง่ายดายและรวมพลกันเต็มที่หน้าประตูเรียบร้อยแล้ว

“กระทั่งยามก็ไม่มีเหรอ? สะเพร่าเกินไปแล้ว” ทาจิฮาระว่าพลางมองรอบชั้นที่ดูเงียบและไม่มีใครเลยตั้งแต่ขึ้นมา

ฮิโรสึไม่ได้ตอบอะไรแต่ดีดนิ้วสั่งให้พวกลูกน้องเตรียมปืนขึ้นมาจ่อไปที่หน้าประตูและเขาก็ยื่นมือไปแตะบานประตูก่อนจะแสดงพลังออกมาจนทำให้บานประตูนั่นพัดกระเด็นเข้าไปข้างในสำนักงาน

พวกคุนิคิดะมองดูพวกแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่กรู่กันเข้ามาเต็มแถมยังมีอาวุธเต็มไม้เต็มมือไปหมดด้วย

“พวกแกเป็นใคร” คุนิคิดะถามออกไป

“ขออภัย จะมาสำนักงานนักสืบกลับลืมนัดหมายก่อนซะได้ แล้วยังลืมเคาะประตูอีก”  ฮิโรสึพูดอย่างมีมารยาทกับอีกฝ่ายทั้งที่การกระทำนั้นขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง

กิ้งก่าดำจาดพอร์ตมาเฟีย?

“ก็นะอย่าถือสากันเลย เดียวเดี๋ยวก็เสร็จธุระแล้ว” ว่าจบเขาก็เอานิ้วชี้สั่งให้เล็งปืนไปทำให้พวกคุนิคิดะแทบตั้งตัวกันไม่ทัน

.

ตึก…ตึก…

ฉันย่ำเท้าเดินตรงถนนไปอย่างไร้ค่าและห้วนนึกถึงคำพูดแย่ๆตอนทียังอยู่บ้านเด็กกำพร้าขึ้นมาไม่รู้จักจบสิ้น

“ออกไปซะ ไอ้คนไร้ค่า!”

“ไม่มีบ้านเด็กกำพร้าที่ไหนต้อนรับคนอย่างแกทั้งนั้น”

“ไปนอนอยู่ข้างถนนยังจะดีต่อสังคมมากกว่าอีก”

“…ไม่ว่าจะที่ไหน ก็ไม่มีที่ให้ฉันหรอก…” ฉันพูดสอดคล้องกับความคิดที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรกและออกเดินไปอีกครั้ง

แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปก่อนเพราะได้ยินเสียงปืนที่ยิงกระหน่ำมาจากทางด้านหลัง

“เสียงปืน…แต่ทางนั้นมัน…” ฉันภาวนาให้ไม่ใช่ที่ที่ฉันคิด แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นจริงเอาเสียเลย

ผู้คนที่เดินตามถนนหนทางหยุดมองตรงอาคารแห่งหนึ่งที่มีเสียงปืนดังขึ้นจนทำให้กระจกตรงชั้น 4 ร่วงแตกลงมาเต็มพื้น

“ทำไมสำนักงานนักสืบถึง…” ฉันตกใจกับสิ่งที่เห็นรู้ตัวอีกที่ขาตัวเองก็ก้าวกลับไปทางเดิมซะแล้วทำเอาจนเกือบรถชนเข้าเพราะไม่ดูทาง

ฉันรีบวิ่งกลับไปอย่างงสุดชีวิต ขว้างกระเป๋าทิ้งไว้ที่ชั้น1 และขึ้นบันไดไปที่ชั้น 4 ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ถึงแท้จะสะดุดทางบ้างก็ตาม

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้…เป็นเพราะเราอีกแล้ว…ทุกคนก็เลย…

“หยุดนะ!!!” ฉันตะโกนเสียงดัง

แต่ภาพที่เห็นกลับต่างออกไปจากที่คิด คุณคุนิคิดะจับทุ่มชายแก่คนหนึ่งไว้ได้ เคนจิคุงก็แย่งปืนจากพวกชุดดำมาและนั่งทับเด็กหนุ่มผมแดงกับกองชายชุดดำข้างล่าง คุณหมดโยซาโนะก็เตะพวกศัตรูจนกระเด็น ส่วนคุณรัมโป…นั่งดื่มน้ำอย่างสบายใจ

เอ๊ะ…เกิดอะไรขึ้น…

“กลับมาซะทีนะ ยัยหนู!” คุณคุนิคิดะที่เห็นฉันยืนเอ๋ออยู่เลยเรียกฉัน

“เอ๋……………………………………………..” ฉันทำหน้าอึ้งงงๆกลับไปและมองดูทั่วสำนักงานที่มีแต่ซากคนที่โดนจัดการโดยพวกเขา

“เพราะงี้ไงถึงได้เกลียดการถูกโจมตี ตารางานรวนไปหมดอีกแล้ว” ว่าจบคุณคุนิคิดะก็หยิบสมุดขึ้นมาจดตารางงานใหม่

“…”

“คิดว่าค่าซ้อมสำนักงานกับซื้อข้าวของที่พังไปเข้ามาใหม่ มันต้องเสียกี่ตังค์กันหะ!”

“ดันใช้ปืนกลโจมตีด้วยเนี่ยสิ คนที่จะออกหน้าขอโทษพวกชั้นล่างที่มาร้องเรียนรอบนี้เป็นตาของคุนิคิดคุงแล้วนะ” คุณหมอโยซาโนะเองก็บ่นเรื่องความเสียหาย

”เฮ้อ..สุดท้ายก็เจอสถานการณ์ขั้นร้ายแรงขั้นสุดจนได้” คุณคุนิคิดะถอนหายใจด้วยหน้าเครียด

เอ๋…สถานการณ์ขั้นร้ายแรงขั้นสุด คือแค่เนี่ยนะ?….

หน่วยรบของพอร์ตมาเฟียที่มีฝีมือระดับทหารหน่วยรบพิเศษ….

ฉันมองสภาพซากแต่ละคนที่นอนไม่ได้สติเต็มพื้นไปหมด…

อาเร๊ะ…………ฉันยืนเอ๋อถึงขั้นความคิดหลุดจากสมองไปแล้ว ทำไมเนี่ยนี่เราเข้าใจผิดงั้นเหรอ

“คุณคุนิคิดะ เอายังไงกับเจ้าพวกนี้ดีครับ” เคนจิคุงหันมาถามด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

“โยนทิ้งลงหน้าต่างไปเลย”

“รับทราบ” ว่าจบเขาก็ลากคอทีละคนโยนลงไปจริงๆ

“ถึงจะเรื่องปกติแต่ก็อยากให้หยุดซะทีเถอะไอ้การโจมตีอย่างงี้เนี่ย” ไม่วายคุณคุนิคิดะก็บ่นอีกครั้ง

แต่เดี๋ยวก่อนนะ…เรื่องปกติงั้นเหรอ…

สำนักงานนักสืบนี่มันตัวอันตรายยิ่งกว่าพอร์ตมาเฟียหลายเท่าเลยนี่หว่า!

ฉันสลักความคิดนั้นใส่ไว้ในใจเลย ด้วยความไรเดียงสาของตัวเองจะไม่คิดเป็นตุเป็นตะอะไรแบบนั้นอีกแล้วค่ะ

“รีบมาช่วยเก็บกวาดกันได้แล้ว ยัยหนู”

“อ่ะ…”

“ให้ตายสิ ยุ่งกันแท้ๆยังจะมีหน้าออกไปเดินเล่นข้างนอกอีก ก็บอกไปแล้วนี่ว่าแกเองก็เป็นพนังานของสำนักงานนักสืบให้ไปคิดดูว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง”

“….”

“แต่ก็คงไม่พ้นงานเก็บกวาดอยู่ดีแหละ”

“….งั้นหรอกเหรอ…” ฉันทวนคำพูดของคุณคุนิคิดะใหม่ในใจตัวเองก่แนจะเรียบเรียงความหมายใหม่ไม่ใช่อย่างที่ฉันเข้าใจตอนแรก

ก็นึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงซะอีก…นึกว่าไม่ต้องการฉันกันแล้ว…แต่ที่จริง…

แบบนั้นเองหรอกเหรอ…

อยู่ๆน้ำตาฉันก็ไหลลงมาไม่รู้ตัว มันพลั่งพลูออกมาด้วยความโล่งใจ ฉันเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะขำเสียงดัง

“ฮะๆ….” คุณคุนิคิดะที่ได้ยินเสียงหัวเราะฉันดังกึกก้องก็หัวเสียและเริ่มพูดบ่นอีกครั้ง

“นี่แก ถ้ามีเวลามาหัวเราะแหะๆก็ช่วยเก็บ…” ไม่ทันที่เขาจะพูดจบเมื่อหันไปก็พบกับน้ำตาของเด็กสาวที่ไหลออกมาปรกใบหน้าเต็มไปหมดทำให้เขาแทบไม่อาจจะพูดอะไรออกต่อไปได้

“อะไรฟะ…นี่แกร้องไห้เหรอ?” ฉันที่พึ่งรู้ตัวเลยหันหลังให้และพูดเสียงอู้อี้กลับไป

“ไม่ได้ร้องสักหน่อยค่ะ!”

“ร้องอยู่ชัดๆเลยนี่” คุณคุนิคิดะว่าพลางยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆหูฉัน 

“ ก็บอกว่าไม่ได้ร้องไงคะ!” ฉันรีบเช็คน้ำตาทำลายหลักฐาน

“ก็นั้นแหละนะ วัยรุ่นสมัยนี้มันเป็นแบบนี้ซะหมดขนาดหางานได้แล้วก็ยังออกไปเที่ยวเล่นตามอำเภอใจ พอดุหน่อยก็บ่อน้ำตาตื้นซะแล้ว” เขาว่าขำๆกับท่าทีของฉัน

“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!”

“ก็ร้องอยู่ไม่ใช่เหรอ?” เขาพูดเยาะเย้ยฉัน

“ที่ร้อง ก็ร้องอยู่จริงๆนั้นแหละ…แต่มันไม่ใช่อย่างที่ว่านะคะ!” ฉันทำหน้างอนและพูดเสียงดังกลบความอาย

“เฮ้อ…จริงๆเลยนะ แกนี่มันตัววุ่นวายซะจริง…” ว่าจบเขาก็ยื่นมือมาเช็ดคราบน้ำตาของฉันที่หลงเหลืออยู่ทั้งสองข้างแล้วก็เอามือลูบหัวฉัน

“…”

ไปทำงานได้แล้ว อัตสึโกะ!” 

คุณคุนิคิดะเรียกชื่อฉันเป็นครั้งแรกจากที่ปกติจะเรียกแต่ยัยหนูบ้างล่ะไม่ก็แกบ้างล่ะ ฉันดีใจจนเผลอเกือบจะเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่แต่ก็พยายามทำหน้าเฉยๆแต่ดูเหมือนสุดท้ายจะโดนมองออกเขาเลยเป็นคนส่งรอยยิ้มมาให้แทน

 

*** ข้อความจากไรท์ 16/05/20 ***

50% มาครึ่งตอนก่อนถ้าตอนเย็นไม่ติดอะไรจะลงต่อนะคะ

100% ตอนนี้ยกให้คุณคุนิคิดะไปเถอะนะ ว่าไปนั้น5555 ตอนหน้าบทคุณรัมโปจะออกแล้วนะฝากติดตามด้วยนะคะ

[  ตอนแถมพิเศษ ก่อนเกิดเรื่อง  ]

ปัง!!

“พวกแกเป็นใคร”คุนิคิดะถามออกไป

“ขออภัย จะมาสำนักงานนักสืบกลับลืมนัดหมายก่อนซะได้ แล้วยังลืมเคาะประตู-…..”

“เฮ้ย!! พวกแกจะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่ถ้าจะมาพังประตูแบบนี้ไม่ได้เว้ย!!!!!” คุณคุนิคิดะว่าเสียงดังพร้อมเข้าไปดูเศษซากประตู

“เอ่อ..คือ พวกเรา…”

“หุบปาก!! ไหนบอกมาสิพวกแกจะชดใช้ยังไง!!หะ!!!!!!!”

“…”

“มากันดีๆไม่เป็นเรอะ!! ถ้ารู้ว่าเป็นสำนักงานก็ช่วยมาดีๆสิวะ!! เออแล้วก็หัดนัดก่อนสิวะสำนักงานนักสืบเขาก็มีงานนะเว้ยไม่ได้ว่างแบบพวกแก!!”

“แต่พวกฉันเป็นมาเฟีย…” ทาจิฮาระที่จะเถียงกลับ

“แล้วไง!!! มันคนละอย่างกันไหม!!!”

“…”

"วางอาวุธแล้วนั่งคุกเข่ากันทุกคน เดี๋ยวนี้..."

"...."

"เดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!!!!"

หลังจากนั้นพวกพอร์ตมาเฟียก็โดนบ่นไปอีกสักพักไม่มีท่าทีว่าการบ่นของคุนิคิดะจะจบลง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น