[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 8 : หน้าที่ 7 การพบกันของเจ้ากรรมนายเวร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

“ก็อย่างที่ว่ามานั้นแหละค่ะ คุณทานิซากิ…” ฉันพูดบ่นกับคุณทานิซากิเรื่องที่คุณคุนิคิดะและคุณดาไซเตือนมาเมื่อตะกี้ด้วยสีหน้าที่หมดแรงกายในการทำงานยิ่งกว่าอะไร

“ฮะๆ…” คุณทานิซากิได้แต่หัวเราะแห้งๆด้วยความเห็นใจฉัน

“ไม่ขำเลยนะคะ มาเฟียสุดโหดที่อาจถึงตายได้เนี่ย…นี่ฉันหลวมตัวมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรจะอยู่ซะแล้วล่ะค่ะ”

“น่าๆถ้าเป็นงานที่แค่ระดับผมยังทำได้ละก็ ไม่เป็นไรหรอกครับ” คุณทานิซากิพยายามปลอบฉัน

“แต่ว่าคุณทานิซากิก็เป็นผู้มีพลังพิเศษสินะคะต่างกับพลังอันไร้ประโยชน์ของฉันนั้นละคะ” ฉันพูดเปรียบความต่างชั้นของตัวฉันเพราะยังไงฉันมันก็โครตไร้ประโยชน์อยู่แล้ว

“อย่าคาดหวังมากเลยเถอะครับ พลังผมไม่ใช่สายต่อสู้น่ะ”

“พลังของท่านพี่วิเศษออกนะคะ….นาโอมิชอบที่สุดเลย ฟู้ว” คุณนาโอมิกล่าวชื่นชมคุณทานิซากิก่อนจะโน้มตัวเข้าไปที่หูเขาและเป่าลมใส่

“ยะ…หยุดเลยนะ นาโอมิ ที่นี่ไม่ได้นะ” ส่วนคุณทานิซากิเองก็พยายามห้ามน้องตัวเองไม่ให้ทำอะไรที่เลยเถิดไปกว่านี้

“หืม ตายจริง ต่อปากต่อคำกันงั้นเหรอคะ”

“เอ๋”

“ไอ้เจ้าปากซนๆนั้นคือปากไหนกันน้า”

คุณนาโอมิพยายามรุกคุณทานิซากิทั้งคู่นัวเนียกันจนไม่สนใจคนรอบข้างแต่ขอเถอะค่ะฉันอยู่ด้านหลังก็อายเป็นนะคะ!!!!

ฉันพยายามเบี่ยงสายตาไปทางอื่นด้วยความเขิน

“ถึงแล้วค่ะ” ระหว่างที่พวกเรามัวแต่เล่นกันจนไม่ทันสังเกตว่าเดินมาถึงที่หมายกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้ว่าจ้างของเราก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเย็นเฉียบอีกครั้ง

“ทางนี้ค่ะ” เธอพูดเรียกให้พวกเราเดินเข้าไปตามซอกซอยเล็กๆแต่ก็มืดแถมยังให้ความรู้สึกที่แปลกๆอีกต่างหาก

“เป็นที่ที่ชวนให้รู้สึกแย่จังเลยนะคะ” ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวลก่อนที่พวกเราทั้งสามจะเดินเข้าไปข้างในเพื่อดูสถานที่กันแต่ว่าไม่รู้ทำไมกันนะก็ทางที่เรากำลังอยู่ตรงหน้ามันถึงเป็นทางตันล่ะ?

“แปลกจังเลยนะ ใช่ที่นี่แน่เหรอครับ เอ่อ…”

“ฮิกุจิค่ะ”

“คุณฮิกุจิ กลุ่มคนต่างด้าวน่ะเป็นพวกขี้ขลาดครับเพราะงั้นก็เลยจะเตรียมทางหนีเอาไว้เสมอแต่ที่นี่เป็นทางตันใช่ไหมล่ะครับ ถ้าฝ่ายไล่จับบุกเข้ามาจากทางนั้นก็จะหนีไม่ได้” คุณทานิซากิอธิบายพร้อมชี้ไปทางที่คุณฮิกุจิยื่นอยู่ซึ่งมันเป็นทางเดียวที่เราเข้ามาและออกไปได้…

ตามนั้นละคะ ขอโทษที่เสียมารยาท แต่พวกคุณติดกับเรียบร้อยแล้วค่ะ” ไม่ทันที่พวกเราจะว่าอะไรคุณฮิกุจิก็วางกระเป๋าลงก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต รวบผมมันขึ้นเป็นเกล้า และสวมแว่นดำเข้าไปก่อนจะทำบางอย่างที่พวกเราไม่ทันทั้งตัวถ้าตอนนั้นเราเอะใจสักหน่อยล่ะก็…ทุกคนอาจจะไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้

“เป้าหมายของฉันก็คือพวกคุณนั้นแหละค่ะ”

ว่าจบเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาใครบางคน ใครคนนั้นที่คาดไม่ถึงและพึ่งจะคุยเรื่องของเขาคนนั้นไป

[พอร์ตมาเฟีย]

ฮิกุจิ อิจิโย

“รุ่นพี่อาคุตางาวะ คุมตัวไว้ตามแผนแล้วค่ะ”

“อาคุตางาวะ!” ฉันกับคุณทานิซากิร้องออกด้วยความตกใจ

[ “ดีมาก จะไปถึงในอีก5 นาที”]

“เธอคนนี้เป็นพอร์ตมาเฟีย!!” แต่ไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรออกมาอีกคุณฮิกุจิก็หยิบอปืนมาระดมยิงกระหน่ำโดยไม่สนใจความเป็นความตายตรงหน้าของพวกเรา…

เพียงอึดใจไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัวคุณนาโอมิที่อยู่ๆก็กระโดดมาขว้างหน้าคุณทานิซากิไว้ก่อนจะเอาตัวเองรับลูกกระสุนที่อีกฝ่ายยิงมารัวๆ ไม่ทันไรแผ่นหลังของเธอก็ชุ่มไปด้วยเลือดคุณทานิซากิที่พยายามตั้งสติแต่ก็แทบหมดแรงยืนเขามองเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว

….กลัวว่าจะต้องเสียเธอไป…

“ท่านพี่…ไม่เป็นไรนะคะ…” คุณนาโอมิที่แทบจะล้มลงถามความเป็นห่วงกับพี่ชายสุดที่รักของเธอก่อนจะสลบไป

“นาโอมิ!” คุณทานิซากิเรียกเธอด้วยเสียงสั่นๆและเข้าไปรับเธอมาไว้ในอ้อมกอดตน

“ทะ…ทำยังไงดี จริงสิต้องห้ามเลือดก่อน อัตสึโกะจังมีอะไรที่ใช้ห้ามเลือดได้ไหม ไม่สิ ก่อนอื่นต้องล้างแผลก่อน อ่า ไม่ใช่สิต้องพาไปหาคุณหมอโยซาโนะ ตะ…ต้องแบกไปที่ห้องรักษา…อัตสึโกะจังมาช่วยแบก…” คุณทานิซากิลนลานไปหมดกระทั้งคำพูดของตัวเอง เขาพยายามหาทางช่วยคุณนาโอมิ ส่วนฉันที่ยังไม่ทันเข้าใจเหตุการณ์ข้างหน้าก็สติแตกจนพูดอะไรไม่ออก

นี่มันเกิดอะไร….เลือด…มาเฟีย…

กึก

แต่ไม่ทันที่ฉันจะลุกขึ้นเข้าไปช่วยคุณทานิซากิแบกคุณนาโอมิคุณฮิกุจิก็เอาปืนเล็งมาที่หัวของคุณทานิซากิซะแล้ว

“ฉันตรวจสอบมาแล้วว่าคุณไม่ใช่สายต่อสู้ เชิญตายตามองค์หญิงผู้กล้าหาญไปได้เลยค่ะ”

“หา…อีกะแค่พวกนักเลง!!” คุณทานิซากิพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ ก่อนที่พลังเขาจะแสดงออกมาลมโหมกระหน่ำไปรอบตัวของเขาจนทำให้คุณฮิกุจิต้องถอยหลังออกไปคุณทานิซากอุ้มคุณนาโอมิไว้ในอ้อมกอดพลางหันไปหาอีกฝ่ายด้วยสีหน้าโกรธแค้น

“บังอาจทำร้ายนาโอมิ…พลังพิเศษละอองหิมะโปรย!!

สิ้นสุดเสียงตะโกนความโกรธแค้นของคุณทานิซากิรอบข้างของเขาก็เปลี่ยนกลายเป็นละอองหิมะที่กำลังร่วงลงมาเต็มไปหมด

“อัตสึโกะจัง ไปหลบข้างในซะ” คุณทานิซากิพูดด้วยเสียงที่เบาหวิวกับฉัน

“ยัยนี่…ผมจะ…ฆ่ามัน!!!” เขาตะโกนและจ้องเขม็งไปที่คุณฮิกุจิ

อ่า…อัตสึโกะจำเอาไว้เลยนะว่าอย่าทำให้คุณทานิซากิโกรธเป็นอันขาดยิ่งโดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณนาโอมิ

ฮิกุจิที่เริ่มตระหนักได้ว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ดีแล้วเธอเลยหยิบปืนมายิงใส่คุณทานิซากิรัวๆแต่ภาพตรงหน้าก็กลับกลายเป็นเพียงละอองแทนซะงั้น

“อะไรกัน?”

“ ละอองหิมะโปรยของผมจะเปลี่ยนพื้นที่หิมะตกให้เป็นจอภาพ” เสียงของคุณทานิซากิที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนพูดขึ้นมาอธิบายให้แก่เธอฟังแต่น้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความอาฆาต

“ฉันได้วาดทับร่างตัวเองด้วยทิวทัศน์ด้านหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แกจะมองไม่เห็นฉันอีกต่อไป!”

“ถึงจะมองไม่เห็น แต่กระสุนก็ยังโดนได้!” พูดจบเธอก็จับปืนยิงรัวๆและหันยิงรอบด้านไปทั่วหวังให้โดนคุณทานิซากิที่ไม่รู้อยู่ที่หนแห่งใด

ปังๆๆ ปังๆๆๆๆๆ

“พลาดแล้วล่ะ”เสียงคุณทานิซากิดังขึ้นมาด้านหลังคุณฮิกุจิและมือเขาโผล่เข้ามาบีบคอเธออย่างเต็มแรง

“ตายซะ!!” เขาพูดด้วยความโกรธแค้นและเพิ่มแรงบีบเข้าไปที่คอเรื่อยๆ

อีกฝ่ายเองก็เริ่มร้องออกมาเพราะใกล้จะขาดอากาศหายใจจากการโดนบีบที่แรงขึ้นแล้วแรงขึ้นอีก

จึก!

แต่สถานการณ์อยู่ๆก็เปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังอีกครั้งเมื่อมีบางอย่างเข้ามาพุ่งใส่ตัวคุณทานิซากิจนเขาต้องเซล้มลงไปนอนพื้น

“แค่กๆ…จงหวาดกลัวความตาย…จงหวาดกลัวการเข่นฆ่า เพราะผู้ที่เพรียกหาความตาย จะถูกความตายเรียกหา…อย่างเท่าเทียมเช่นกัน…” น้ำเสียงเย็นชาของใครบางคนเอ่ยขึ้นมาจากข้างหลังตรงนั้นเขาค่อยๆเดินเข้ามาใกล้พวกเรา

“อย่าไปเจอหมอนี่เด็ดขาด ถ้าเจอให้รีบเผ่นหนีทันที”

ฉันนึกถึงคำพูดของคุณคุนิคิดะที่พึ่งจะเตือนไปเมื่อไม่นานมานี้ อ่า เจ้าหมอนี่…

ขอโทษนะคะ…คุณคุนิคิดะ คุณดาไซ ฉันโดนเจอแทนซะแล้วล่ะค่ะ…

“ยินดีที่ได้พบกัน กระผมชื่ออาคุตางาวะ เป็นสุนัขรับใช้ของพอร์ตมาเฟียเช่นเดียวกับเธอคนนั้น แค่กๆ” เขามาหยุดตรงหน้าฉันและแนะนำตัวอย่างไม่เป็นทางการให้ฟัง

ขอโทษนะ ใครบ้านไหนสอนให้เจ้าบ้านี่มาแนะนำแบบนี้กัน ต้องบอกว่าเป็นคนมีมารยาทหรือเป็นคนไม่รู้สถานการณ์กันนะ

“รุ่นพี่อาคุตางาวะคะ ตรงนี้แค่ฉันคนเดียวก็พอ…”คุณฮิกุจิยืนขึ้นหันหน้าไปหน้าอาคุตางาวะและรีบอธิบายให้เขาถอยไปแต่ก็

ป้าบ…

เธอโดนตบหน้าอย่างแรงเข้าให้ จนแว่นดำที่สวมอยู่หลุดออกไปเลย

“คำสั่งบอกให้จับเสือสมิงทั้งเป็นไม่ใช่รึไง ถ้าเกิดยิงโดนขึ้นมาจะทำยังไง! ยัยคนไร้ปะโยชน์ ถอยไปเลย! ”

“ขอโทษค่ะ…”

“จับเสือสมิงทั้งเป็น…พวกคุณคิดจะทำอะไรกันคะ” ฉันงงกับการพูดคุยของทั้งคู่ก็เลยพูดถามออกไปทั้งที่จริงยังคงกลัวเขาอยู่เขาเหลือบสายตามองมาทางฉันก่อนจะเปิดปากอธิบาย

“เดิมทีเป้าหมายของพวกผมมีแค่คุณคนเดียวมาตั้งแต่แรกแล้ว จินโค(เสือสมิง) เหล่าพวกพ้องที่ล้มนอนอยู่ตรงนั้นก็แค่โดนแกลากมาเกี่ยวข้องติดรากแห่นั้นแหละ”

“เพราะฉัน…ทุกคนเลย…”

“ถูกต้อง เพราะนั่นคือกรรมของแก จินโค แค่แกมีชีวิตอยู่ก็ทำให้คนรอบข้างได้รับเคราะห์แล้ว”

กรรมของฉันงั้นเหรอ…อยู่ๆหัวใจฉันก็สั่นไหวไปกับคำพูดของเขาทำให้นึกถึงเรื่องตอนนั้นขึ้นมา

“ออกไปซะ ไอ้คนไร้ค่า!”

“ไม่มีบ้านเด็กกำพร้าที่ไหนต้อนรับคนอย่างแกทั้งนั้น”

“ไปนอนอยู่ข้างถนนยังจะดีต่อสังคมมากกว่าอีก”

มันมาหลอกหลอนอีกแล้วคำพูดของคนพวกนั้น…!!!!!!

“กรรมของฉัน…งั้นนายก็คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรสินะ…” ฉันสติคาดสะบั้นและพึมพำออกมาเสียงเบาหวังให้คนตรงหน้าไม่ได้ยิน

พลังพิเศษ ราโชมอน…” แต่ดูเหมือนคำขอของฉันจะไม่เป็นจริง เขาคงได้ยินที่ฉันพูดก่อนจะเอ่ยชื่อพลังตนออกมาบรรยากาศรอบข้างเขาดูน่ากลัวยิ่งกว่าเก่าและมีตัวสัตว์ร้ายสีดำบางอย่างที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำของเขาพุ่งเข้าใส่เฉียดใกล้ทางฉัน

ด้วยความตกใจฉันเลยเอาแขนมาบังหน้าตัวเองไว้แต่ดีที่มันเฉียดออกไปทางข้างๆฉันทำให้ฉันไม่เป็นไรมาก ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้าก่อนจะตกใจกับพื้นข้างๆตัวที่ตอนแรกดีๆอยู่มันกลับกลายเป็นทางลากยาวที่โดนตัวอะไรสักอย่างเขมือบเข้าไป

“แน่นอนว่าเมื่อกี้จงใจเล็งให้ไม่โดน แต่ว่าราโชมอนของผมเป็นพวกกินไม่เลือก มันกัดกินทุกอย่าง ถึงตั้งใจจะจับก็เถอะแต่ถ้าขัดขืนล่ะก็…ต่อไปจะกระชากขาของแกมาซะ”

“ทำไม…ทำไมถึงเป็นฉันล่ะ…” ฉันถามออกไปด้วยความหวาดกลัว

มันเป็นความผิดของฉันเหรอ…แค่ฉันมีชีวิตอยู่ก็ต้องให้คนอื่นมารับเคราะห์ด้วยเหรอ

“อัตสึโกะจัง…” เสียงคุณทานิซากิดังขึ้นมา

“อ่ะ…” เขายังไม่ตาย คุณนาโอมิด้วยยังขยับอยู่ ฉันมองกลับไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

“หนีไป…อัตสึโกะจัง…” คุณทานิซากิใช้แรงเฮือกสุดท้ายพูดบอกกับฉัน ทั้งที่อาการสาหัสแท้ๆ

แต่ก็ยังอุตสาห์เป็นห่วงคนไร้ค่าอย่างเรา…

ทั้งที่เราควรจะทำตามอย่างที่เขาว่า…แต่ว่าอยู่ๆก็นึกถึงคำของคุณคุนิคิดะขึ้นมา

เขาบอกเราว่าต่อจากนี้เราเองก็เป็นหนึ่งในสำนักงานแล้วอย่าทำให้เสียชื่อ เพราะฉะนั้นเราจะหนีไปทั้งแบบนี้ไม่ได้!!

เมื่อฉันตัดสินใจแน่วแน่ได้แล้วฉันเลยลุกขึ้นยืนและรีบวิ่งตัวเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าและร้องตะโกนเพื่อเป็นแรงให้กำลังใจให้ตัวเองเลิกกลัวและทุ่มเข้าใส่สุดกำลัง

“สู้จนตัวตายเรอะ….น่าเบื่อ” อาคุตางาวะเอ่ยขึ้นมาอย่างหงุดหงิดและเอาเจ้าราโชมอนพุ่งเข้ามาใส่ฉันที่วิ่งมา

แต่รอบนี้ฉันไหวตัวทันและก้มไถลตัวไปข้างหลังอาคุตางาวะก่อนจะหยิบปืนที่อยู่ใกล้ๆตัวขึ้นมาและยิงใส่เขาอย่างไม่ยั้งจนกระสุนหมด….

แต่ว่าเขากลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่นิดเดียว…

ข้างหลังเสื้อคลุมสีดำของเขาพลิ้วไสวและตรงกลางแปลเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายน่ากลัวบางอย่างมันคำรามขึ้นมาเสียงดังลั่นและกระสุนที่ฉันยิงไปก็หล่นลงมาเต็มพื้นไปหมด

ไม่จริงน่า…ทั้งที่ยิงไปตั้งขนาดนั้น

“การเคลื่อนไหวเมื่อกี้นับว่าใช้ได้” เขากล่าวชื่นชอบฉัน

“….” ฉันเม้มปากแน่นด้วยความหวาดกลัวคนตรงหน้า

“แต่สุดท้ายก็เป็นไปได้แค่ความบ้าบิ่นของคนโง่เขลา สัตว์ร้ายสีดำของกระผมเป็นพวกกินไม่เลือก….กัดกินได้ทุกอย่าง…”ว่าจบเขาก็หันตามาจ้องเขม็งใส่ฉัน

เป็นสายตาที่น่ากลัว เย็นชาและไร้ความปราณีต่อสิ่งใดๆ

“มันจะกินช่องว่างในช่วงก่อนที่กระสุนจะพุ่งไปถึงเป้าหมาย ทั้งอาวุธทั้งเปลวเพลิง หากช่องว่างนั้นขาดสะบั้นลงมันก็ไม่มีทางมาถึงตัวกระผมได้”

แบบนั้นมันก็เท่ากับการโจมตีไร้ผลเลยไม่ใช่เหรอ…

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้คิดอะไรอีกเขาที่จ้องฉันอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มรังสีความน่ากลัวนั้นจ้องมาที่ฉันมากกว่าเดิมอีกครั้งและเอ่ยถ้อยคำที่แสนเยือกเย็นออกมา

“และกระผมเป็นคนรักษาสัญญาซะด้วย” ว่าจบเจ้าสัตว์ร้ายสีดำก็พุ่งเข้ามางาบขาฉันไปต่อหน้าต่อตา

ขาขวาฉันกระเด็นออกไปข้างๆ ยังไม่ทันตั้งตัวแท้ๆแต่ขาเราก็ไปซะแล้ว…

ความเจ็บปวดที่อยู่ๆก็แล่นเข้ามาในตัวบวกกับที่มีความหวาดกลัวเป็นเท่าเดิมอยู่แล้วมันทำให้ฉันยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม

“อ้ากกกกกกกกกกกกก” ตัวฉันล้มลงจับขาข้างที่ขาดสะบั้นไปแล้วเลือดไหลเต็มไปทั่วพื้นที่ฉันนอนลง

เจ็บ…

มันเจ็บ…

เจ็บจะตายอยู่แล้ว!!!!!!!!

“อึก…ฮือออ….ฮือออออออออ….”

อยู่ๆฉันก็นึกถึงตอนที่อยู่บ้านเด็กกำพร้าตอนที่ฉันยังเป็นเด็กน้อยอยู่ตอนนั้นฉันร้องไห้เสียงดังมากๆเลย เป็นเพราะอะไรกันนะ….

ป้าบ!!!

เสียงฝ่ามือตบดังกระทบกับใบหน้าของฉัน

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไอ้เด็กเวร! เด็กที่สามารถร้องไห้ได้ตามใจชอบน่ะคือเด็กที่มีพ่อแม่เท่านั้นส่วนเด็กที่มันไม่มีแม้แต่พ่อแม่ไม่มีสิทธิ์มาร้องไห้หรอกนะ!”

“ฮึกๆ….”

จริงสิ….ฉันใส่ชีวิตโดยไม่มีใครเลียวแลมาโดยตลอด…ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้ซะด้วยซ้ำ

ไม่มีใครยอมรับ….ในฐานะมนุษย์ ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ…

“นาคาจิมะ อัตสึโกะ!!”

“จากนี้ไปเธอเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปเธอคือสมาชิกคนนึงของสำนักงานนักสืบบุโซ”

ท่ามกลางความสิ้นหวังอยู่ๆก็นึกถึงคำพูดของคุณดาไซที่พูดให้เรามาเป็นพวกเดียวกัน…นั้นถือเป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่านะที่มีคนยอมรับเรา…

ห้วงความคิดของฉันจบลงเหลือไว้เพียงความมืดมิดในจิตใจ….

.

“รุ่นพี่อาคุตางาวะ เราเอาตัวไปกันเลยไหมคะ”

“อืม”

ทั้งสองคนที่กำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ อาคุตางาวะก็สะดุ้งตกใจกับร่างของฉันที่พึ่งนอนสลบไปอยู่ๆก็พุ่งขึ้นไปเกาะกำแพงและส่งเสียงคำรามออกมาอย่างกับสัตว์ร้าย

“อะไรน่ะ?”

ฉันส่งเสียงขู่เขาออกไปและงอกขาข้างที่ขาดไปเมื่อครู่ขึ้นมาใหม่และทำท่าทางจะโจมตีเหล่าคนข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

“ขาขวางอกขึ้นมาใหม่?” ฮิกุจิร้องทักออกไปด้วยความตกใจ

“อึก….โฮกกกกกกกกกก” ฉันที่หมดสติกลายร่างเป็นเสือสมิงด้วยความไม่ตั้งใจของตนเองและขู่คำรามใส่อาคุตางาวะ

“มันต้องอย่างงี้สิ…” อาคุตางาวะเหยียดยิ้ม

อัตสึโกะที่กลายเป็นเสือพุ่งเข้าใส่อาคุตางาวะอย่างรวดเร็วแต่เขาก็หลบทันและผลักฮิกุจิไปไม่ให้โดนลูกหลงไปด้วย

“รุ่นพี่อาคุตางาวะ!!”

“ถอยไป! ฮิกุจิ!” ว่าจบเขาชายเสื้อคลุมสีดำเขาก็กลายเป็นสัตว์ร้ายสีดำพุ่งเข้าใส่เสือสมิงอีกครั้งแต่มันก็สามารถหลบไปได้และวิ่งเข้ามาจู่โจมใส่เขา

อาคุตางาวะตกใจและทำการป้องกันตัวเองแต่ก็ช้าไปหน่อยทำให้เสือที่เขามาโจมตีซัดเข้าไปติดกำแพงได้

“รุ่นพี่!! แกน่ะแก…” ฮิกุจิที่คอยดูอยู่เดือดด้วยความโมโหที่เจ้าเสือบังอาจมาทำร้ายคนที่เคารพของเธอเลยจับปืนยิงใส่ตัวเสือ

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ

“กระสุนทำอะไรไม่ได้เลย” เธอยิงกระสุนจนหมดแต่ตัวเสือกลับไม่มีบาดแผลหรือริ้วรอยสักนิด

ฮิกุจิที่หมดอาวุธสู้แต่ก็ลุกขึ้นหนีไม่ทันเพราะเสือได้พุ่งกระโจนเข้าใส่เธอซะแล้วเธอหน้าเสียและเตรียมรับชะตาของตนเอง

ราโชมอน…กรามขย้ำ!!!

อาคุตางาวะออกมาจากเงามืดและพุ่งศรราโชมอนโจมตีจนตัวเสือขาดเป็นสองท่อน

“แค่กๆ…ทั้งที่ต้องจับทั้งเป็นกลับไปแท้ๆ…” เขาว่าอย่างหัวเสีย

แต่อยู่ร่างเสือที่ขาดเป็นสองท่อนก็กลายเป็นละอองสีเขียวและร่างก็กระจายหายไป

“นี่มัน…ภาพลวงตางั้นเหรอ…” อาคุตางาวะมองคนที่น่าจะใช้พลังพิเศษที่น่าจะสลบไปแล้วอยู่อีกฝั่ง

ใช่เขาคือ คุณทานิซากิที่ยังพอมีสติและช่วยอัตสึโกะเอาไว้เมื่อครู่

ร่างเสือโผล่ออกมาจากละอองหิมะข้างหลังของอาคุตางาวะและเขาก็สัมผัสถึงจิตสังหารได้จึงหันไปเผชิญหน้ากันต่อ

ราโชมอน…เมฆาพิฆาต!!

สัตว์ร้ายสีดำกลายเป็นกรงเล็บยักษ์และเสือสมิงก็กำลังวิ่งเข้าใส่เขาเช่นกันในขณะที่พวกเขาจะกำลังปะทะกัน…ก็ได้มีคนมาหยุดไว้ทันก่อน

“เอ้า…พอกันแค่นั้นล่ะ”

คุณดาไซโผล่มาขว้างการต่อสู้ของทั้งคู่และเอามือสัมผัสกับพลังของทั้งสองจนหายไปนั้นเป็นเพราะพลังพิเศษของคุณดาไซที่ทำให้พลังพิเศษของผู้อื่นไร้ผลดาไซเข้าไปรับร่างของอัตสึโกะที่ไม่ได้สติมาไว้ในอ้อมกอดของตน

อาคุตางาวะมองเขาด้วยความตกตะลึง ฮิกุจิเดินเข้ามาก่อนร้องทักเขา

“คุณคือคนที่สำนักงานนักสืบ…มาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“ฉันชอบสนใจพฤติกรรมของสาวสวยน่ะนะก็เลยแอบฟังไปเรียบร้อย” ว่าจบเขาก็หยิบเอาเครื่องดักฟังขึ้นมาให้เธอดู

ฮิกุจิก้มสำรวจตามกระเป๋าเสื้อตัวเองก่อนจะเจอเครื่องดักฟังอันเล็กอยู่ข้างใน

“หรือว่า…จะเป็นตอนนั้น…” เธอนึกย้อนไปตอนที่เขาทำท่าทางมาจีบเธอและจับมือเธอขึ้นมาคงจะเป็นตอนนั้นล่ะสินะ

“งั้นคุณก็มองแผนฉันออกตั้งแต่แรกแล้วอย่างงั้นเหรอ? ” เธอถามเขาพลางกำเครื่องดักฟังจนพัง

“เอ้า อัตสึโกะจังตื่นได้แล้วนะ ฉันแบกไปทั้งสามคนไม่ไหวหรอกนะ” ดาไซเมินฮิกุจิและหยิกแก้มอัตสึโกะเพื่อปลุกให้ตื่น

“คิดว่าจะปล่อยให้รอดกลับไปงั้นเหรอ?” ฮิกุจิพูดดักทางและหยิบปืนกระบอกเล็กออกมาเล็งใส่เขา

“ฮึๆ พอเถอะ ฮิกุจิ อย่างเธอชนะเขาไม่ได้หรอก” อาคุตางาวะหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมบอกลูกน้องของตนให้เลิกตั้งท่ายิง

“รุ่นพี่อาคุตางาวะ…แต่ว่า…”

“คุณดาไซ ครั้งนี้จะยอมรามือไปก่อน แต่เสือสมิงนั่นพอร์ตมาเฟียจะมารับไปแน่นอน” อาคุตางาวะว่าพลางมองเด็กสาวเป้าหมายที่อยู่ในอ้อมกอดของดาไซ

“ทำไมล่ะ?” ดาไซถามกลับ

“ก็เรื่องง่ายๆเสือสมิงตัวนั้นถูกตั้งค่าหัวในตลาดมืด ราคาค่าหัวคือเจ็ดพันล้าน”

“เงินก้อนโตใช่เล่นเลยนะเนี่ย” เขายิ้มตอบกลับแต่ถึงอย่างนั้นก็กระชับเด็กสาวไว้ในอ้อมกอดมากกว่าเดิม

“ในไม่ช้าเราจะไปเยือนสำนักงานนักสืบอีกครั้งครับ พอร์ตมาเฟียจะต้องเอาเงินเจ็ดพันล้านนั่นมาให้จงได้”

“แปลว่าจะเปิดศึกกับสำนักงานนักสืบงั้นเหรอ” ดาไซลุกขึ้นพร้อมอัตสึโกะที่อุ้มอยู่

ก็ลองดูสิ ถ้ามีปัญญานะ” เขายิ้มหน้าตายตอบกลับ

อัตสึโกะขยับเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยพยายามโฟกัสภาพตรงหน้าเธอได้ยินเสียงคุณดาไซในระดับที่ใกล้เลยเงยหน้ามองเขาที่กำลังอุ้มเธออยู่และเขากำลังคุยอะไรบางอย่างกับอาคุตางาวะแต่ที่สำคัญทำไมกันล่ะทั้งที่เขายิ้มแท้ๆแต่ใบหน้าเขากลับเย็นชาจนน่ากลัวแบบนั้นนะ…

เธอพยายามเอื้อมมือที่หมดแรงจับชายเสื้อดาไซไว้

“คุณ…ดา…ไซ..” ฉันพยายามเปล่งเสียงเรียกเขา

“….” แต่เขาก็ไม่ตอบอะไรแต่กำลังจ้องเขม็งไปทางศัตรูด้วยสีหน้าที่น่ากลัว เป็นสีหน้าที่ฉันไม่รู้จักมาก่อน

“เป็นแค่กิจการเล็กๆแท้ๆ พวกเราเป็นถึงด้านมืดของเมืองแห่งนี้เป็นรากที่ถลำลึกในเศรษฐกิจและการเมืองของเมืองนี้ อีกะแค่สำนักงานนักสืบที่มีคนอยู่แค่สิบกว่าคนไม่ต้องรอให้ถึง3วัน เราก็บุกทำให้ที่ตั้งสำนักงานเหลือแต่ฝุ่นได้แล้ว” คุณฮิกุจิพูดตอกกลับคุณดาไซด้วยความโมโหที่เขามาดูถูกพอร์ตมาเฟีย

“ไม่มีใครต่อต้านเราแล้วมีชีวิตรอดกลับไปได้!!”

“รู้อยู่แล้วน่า เรื่องแค่นั้น” คุณดาไซพูดเหมือนเป็นเรื่องเฉยๆอย่างกับไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ถูกของคุณ…” อาคุตางาวะเอ่ยขัดขึ้น

“คุณรู้เรื่องนั้นดีกว่าใครหน้าไหนอยู่แล้ว อดีตพอร์ตมาเฟีย…คุณดาไซ

อดีตมาเฟียงั้นเหรอ…ฉันที่เพ่งสายตามองดูเหตุการณ์ต่อไปไม่ไหวเลยปิดตาหลับลงต่ออีกครั้งคำพูดสุดท้ายของอาคุตางาวะมันหมายความว่าไงกันนะ

แต่ฉันก็ไม่มีแม้แต่แรงจะถามอีกแล้วล่ะ…

เป็นวันที่วุ่นวายจริงๆเลย…

 

 

*** ข้อความจากไรท์14/05/20 ***

20% กลับมาแล้วค่ะขอโทษที่หายไปนานนะคะ พอดีเกม yume100 มีอีเวนท์ collaboration กับ บุงโกว เป็นของเซิร์ฟไทยน่ะค่ะเราก็เลยตั้งหน้าตั้งตาปั่นค่ะ!!! แต่สุดท้ายแล้วขาดคนเดียวค่ะ ไม่ได้คนเดียวค่ะเขาไม่ยอมออกมาจากกาชาให้เราค่ะ นั้นก็คือคุณดาไซค่ะ ฮือออออ ด้วยความสิ้นหวังเลยกลับมาเขียนนิยายต่อฮีลหัวใจค่ะ

15/05/20 

100% ค่าา จบไปแล้วนะจ๊ะกับตอนนี้ ไรท์จะกลับมาเขียนวันละตอนต่อวันเหมือนเดิมแล้วนะ ได้ลูกแรงฮึดมาแล้วล่ะ ก็ขอฝากตอนต่อไปด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #8 Sivarut44 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 20:29
    เราเข้าใจความสิ้นหวังในการจับกาชาตัที่เราไม่ได้เหมือนกันค่ะ ///แงเอ็นคิดูเมื่อไหร่จะมาหาเค้าซักที่ (นอกเรื่องแปปค่ะ)
    #8
    1
    • #8-1 SAIKA FUMI(จากตอนที่ 8)
      16 พฤษภาคม 2563 / 16:25
      ผลบุญเราหมดแล้วค่ะ แงง กาชาเกลือเค็มมากมาย
      #8-1