[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 6 : หน้าที่ 6 งานแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

ณ ร้านคาเฟ่ ชั้น 1

ตอนนี้เป็นช่วงพักของคนในสำนักงานนักสืบกันค่ะ พวกคุณดาไซเลยชวนพามานั่งที่ร้านกาแฟข้างล่างที่อยู่ข้างใต้ของสำนักงาน

“ตะ…ตะ…ต้องขอโทษจริงๆครับ!” คุณทานิซากิโค้งก้มหัวเอ่ยคำขอโทษกับอัตสึโกะ

“เอ๊ะ…” เขาขอโทษเรื่องอะไรอ่ะ

“ถึงมันจะเป็นการทดสอบแต่ผมก็ทำเรื่องเสียมารยาทไปตั้งเยอะ ผมชื่อ ทานิซากิ จุนอิจิโร่ ทำงานคล้ายๆเป็นผู้ช่วยที่สำนักงานนักสืบครับ” เขาขอโทษเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้า เรื่องที่ทุกคนวางแผนเตรียมการทดสอบไว้สำหรับฉัน และก็แนะนำตัวเป็นทางการกับฉันอีกรอบ

“ไม่หรอกค่ะ อย่าคิดมากเลย” เพราะตัวฉันไม่ได้ติดใจอะไรมากมายอยู่แล้ว ก็เลยบอกปัดไปไม่ให้เขาคิดมาก ถึงอย่างงั้นก็ยังแอบหลอนๆใบหน้าที่เขาสวมบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายซะเหมือนนี่แหละ ฮะๆ

แต่เอาจริงๆคนๆนี้เป็นคนดีผิดคาดเลยแฮะ…

“ส่วนทางนี้คือ…”

“น้องสาวชื่อ นาโอมิค่ะ” คุณนาโอมิกระโดดเข้ากอดคุณทานิซากิ

“ใช่พี่น้องกันแน่ๆเหรอคะ ดูแล้วสีตากับสีผมไม่เหมือนกันเท่าไหร่…” ฉันถามความสงสัยออกไป ด้วยความไม่แน่ใจกับการกระทำของคุณนาโอมิด้วยแหละที่ดูจะเกินพี่น้องกัน

“ตายจริง ไม่เชื่อเหรอจ๊ะ” คุณนาโอมิยิ้มก่อนจะลูบตัวคุณทานิซากิ

“ก็ต้องเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันจริงๆอยู่แล้วสิคะ โดยเฉพาะตรงนี้…”คุณนาโอมิว่าพลางเคลื่อนมือเข้าไปในเสื้อของคุณทานิซากิตรงกลางอกแล้วลูบไล้ไปมา

“เนอะ ท่านพี่ขา”

“ฮึ้ยยย” ทานิซากิหน้าแดงไปหมดพยายามกลั้นใจเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ผลยิ่งเป็นแบบนั้นคุณนาโอมิก็ยิ่งลุกล่ำเข้าไปใกล้เรื่อยๆก่อนที่เธอจะเชยคางเข้าขึ้นมา แล้วทั้งคู่ก็เล่นจ่ำจี้กันโดยไม่สนคนรอบข้างไปเสียแล้ว

อย่างกับกำลังดูหนังรักเลย…ฉันหน้าแดงเขินแทนสองคนตรงข้ามไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ฉันที่ทำอะไรไม่ถูกเลยอ่ำอึ้งพูดไม่พูดเลยที่เดียว

“อย่าไปสอดเรื่องของเจ้าสองคนนี้ให้มากนัก” คุณคุนิคิดะยื่นหน้าเข้ามาใกล้บอกกับอัตสึโกะ

“อ่ะ ค่ะ” ดีนะที่เราหัดรู้จักอ่านบรรยากาศ

“ที่สำคัญ หน้าแดงเป็นแอปเปิ้ลแล้วนะ”

“เอ๋ๆ!!” ฉันจับหน้าตัวเองไปมาด้วยความเขิน

“ยังไงก็เถอะ ยัยหนูตั้งแต่วันนี้เธอคือหนึ่งในสมาชิกขอสำนักงานนักสืบแล้ว…ห้ามก่อปัญหาให้คนรอบข้างเด็ดขาด!!” เขาเหมือนจะเตือนกับฉันแต่หันหน้าไปบอกกับสองพี่น้องที่พลอดรักกัน

“และอย่าได้ทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานเสื่อมเสียเชียว ทั้งฉันและคนอื่นๆก็ปฏิบัติตามกฏนี้อย่างเคร่งครัด”

“….” เขาคงจะหมายถึงห้ามฉันใช้พลังในทางที่ผิดและก่อปัญหาให้กับสำนักงานสินะ

“เนอะ ดาไซ” คุณคุนิคิดะหัดไปหาดาไซเพื่อยืนยันคำพูดตน

“นิ้วที่แสนบอบบางน่าทะนุถนอมนี้ ช่วยเอามาบีบคอฉันหน่อยได้ไหม?” คุณดาไซพูดจีบสาวพนักงานร้านคาเฟ่ตรงเคาน์เตอร์

คุณคุนิคิดะยืนนิ่งก่อนจะเข้าไปตบหัวคุณดาไซอย่างแรง

“เพิ่งพูดหยกๆว่าอย่าทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานเสื่อมเสีย!! อย่างแกนะไม่ต้องไปขอให้ผู้หญิงช่วยหรอก เดี๋ยวนิ้วหยาบๆของฉันนี่แหละจะบีบคอแกเอง!!” ว่าจบเขาก็เอามือบีบคอคุณดาไซตามที่ว่าจริงๆ แถมอีกคนทำหน้าลั้นลาชื่นใจอีก

ล่าสุดรุ่นพี่สำนักงานนักสืบกำลังเป็นแบบอย่างการเสียภาพลักษณ์ให้รุ่นน้องอย่างฉันดูอยู่ค่ะ ฮะๆ ได้แต่ขำแห้งๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า

“จะว่าไป…ก่อนจะมาอยู่สำนักงานนักสืบคุณสองคนทำงานอะไรมากันก่อนเหรอคะ?”

“หือ!!” ทั้งสองคนร้องหันมาพร้อมกัน ส่งสายตามาประมาณว่าจะอยากรู้ไปทำไม

“อ่ะ ไม่ได้มีเจตนาอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ” ฉันยิ้มแห้งตอบพวกเขาไป

“ลองเดาดูมั้ยล่ะ” คุณดาไซว่า

“เอ๋”

“ก็นั้นไง เป็นเกมที่เล่นกันเป็นธรรมเนียมน่ะ ให้เด็กใหม่ทายอาชีพเก่าของรุ่นพี่ดูนะ ก็นะถือเป็นการฝึกนักสืบไปในตัวด้วย” เขาอธิบายให้ฉันฟัง 

“อื้ม…” ฉันใช้ความคิดก่อนจะมองไปที่คู่พี่น้องก่อน

“คุณทานิซากิกับคุณนาโอมิเป็น…นักเรียน?”

“โอ้ ถูกด้วย เก่งจัง” คุณทานิซากิชม 

“รู้ได้ไงเหรอคะ” คุณนาโอมิถาม

“พอดีได้ยินมาว่าคุณนาโอมิทำงานพาร์ทไทม์แล้วก็ใส่เครื่องแบบด้วยเลยคิดว่าน่าจะเป็นนักเรียน ส่วนคุณทานิซากิอายุก็ดูไล่เลี่ยกัน เลยเดาเอาค่ะ” ฉันตอบอย่างเขินๆ

“ก็ถูกล่ะนะ งั้นคุนิคิดะคุงล่ะ?” คุณดาไซถามฉันอีก

“พรูดดดด !! งานเก่าฉันมันจะยังไงก็ช่างเถอะน่า!”

“อือ….เจ้าหน้าที่รัฐ? พวกข้าราชการอะไรแบบนั้นหรือป่าวคะ?” ฉันพยายามใช้ความคิดแต่ก็เดาความน่าจะเป็นออกไป

“เกือบถูกล่ะนะ เขาเคยเป็นครูมาก่อนนะ ครูสอนคณิตศาสตร์ด้วย”

“เห….”

ฉันลองนึกภาพคุณคุนิคิดะเป็นครูสอนเลขพวกเด็กๆแล้ว เขาคงจะประมาณอธิบายโดยบอกด้วยเสียงที่หนักแน่นและทำหน้าจริงจังตลอดเวลา แถมยิ่งใส่แว่นด้วย

“ดูเข้ากันอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะคะ…”

“เป็นเรื่องสมัยก่อนน่า ไม่อยากนึกถึงเลยสักนิด” คุนิคิดะบอกปัดอัตสึโกะ

“งั้นแล้วฉันล่ะ?” 

“คุณดาไซ?”

“ช่าย ฉันนี้แหละ” ดาไซถามถึงตัวเขา

คุณดาไซ….ฉันขมวดคิ้วก่อนจะพยายามใช้ความคิดแต่ยิ่งมองหน้าเขาก็ยิ่งคิดไม่ออกแถมคนถามก็นั่งยิ้มแป้นแล้นอารมณ์ดีรอคำตอบอยู่ด้วย

คุณดาไซก็…

คุณดาไซก็…

ไม่ไหว…คิดไม่ออก นึกภาพไม่ออกเลนสักนิด

“เปล่าประโยชน์น่า ยัยหนู เป็นถึง 1 ใน 7 เรื่องลี้ลับประจำสำนักงานนักสืบบุโซเลยนะงานเก่าของเจ้านี่น่ะ” คุณคุนิคิดะดันแว่นบอกกับฉันว่าให้ยอมแพ้กับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เถอะ

“รู้สึกจะมีเงินรางวัลให้คนที่ทายถูกคนแรกด้วยสินะครับ”

สิ้นเสียงที่คุณทานิซากิหันไปคุยกับคุณคุนิคิดะ ฉันทำตาลุกวาว ก่อนจะอุทานในใจอย่างเต็มแรง

เงินรางวัลงั้นเรอะ!!!!!!!!!!

“ก็นั่นแหละ แถมไม่มีใครทายถูกสักคน เงินรางวัลเองก็สูงขึ้นเรื่อยๆด้วย”

เงินรางวัล…สูงขึ้นเรื่อยๆ!!!!!!!!

“วะ…ว่าแต่ตอนนี้ยอดเงินสูงสุดคือเท่าไหร่เหรอคะ”

“รวมทั้งหมดก็เจ็ดแสน” คุณดาไซบอก

เจ็ดแสนน!!!!!!!  ตัวฉันตอนนี้ที่แทบไม่มีเงินติดตัวเลยโอกาสแบบนี้มัน…ปล่อยไปไม่ได้!!

“ถ้าทายถูกจะได้เงินสินะคะ!! ได้จริงๆใช่ไหมคะ!!” 

“หึ ผู้รักการฆ่าตัวตายพูดแล้วไม่คืนคำ” ดาไซพูดยืนยันว่าพูดจริงแน่นอน ฉันแววตาลุกโชนอย่างรุงแรงทำเอาทุกคนแทบสัมผัสไฟรอบตัวได้

“อัตสึโกะจัง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว” ทานิซากิที่นั่งดูยังตะลึง

“ความมุ่งมั่นสุดยอดไปเลยล่ะค่ะ” นาโอมิเห็นด้วย

“ขอรับเจ็ดแสนไปนะคะ!!” ฉันเบิกเนตรด้วยความมุ่งมั่น

“นักลงทุน!”

“ผิดจ้า”

“นักเขียน!”

“ไม่ใช่จ้า”

“มนุษย์เงินเดือน!”

“ไม่อ่ะ”

“นักวิจัย!”
“ไม่ช่าย”

“นักวิจัย!”

“No”

“นักหนังสือพิมพ์!”

“บู๋”

“ช่างไม้!”

“ผิดครับ”

“หมอดู!”

“ม่าย”

“นักบิน!”

“ผิด”

“ล่าม!”

“No No”

“เชฟทำอาหาร!”

“บู๋…”

“หมอ!”

“ไม่ใช่”

“พระชินโต!”

“ผิดจ้า”

“นักแสดง!”

“ไม่ใช่ แต่ว่า…”

“นักแสดงเลยเหรอ เขินจัง ฮุๆ”ดาไซทำหน้าม้วนเขินอาย ในขณะที่ฉันกุมขมับกับอาชีพของเขา

“ยังไงก็แค่คนเร่ร่อนไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันละสิท่า” คุณคินิคิดะขัดขึ้นมา

“ไม่ใช่หรอกนะ”

“หืม?”

กับเรื่องนี้ฉันไม่โกหกหรอกนะ

ทำไมคุณดาไซถึงว่าอย่างงั้นกันนะ หรือเขาจะมีความหลังบางอย่างที่บอกพวกเราไม่ได้กัน

แต่รอยยิ้มของเขาที่เวลาพูดถึงเรื่องแบบนี้กลับดูสงบนิ่งและเยือกเย็น

“ยอมรึยัง อัตสึโกะจัง”

“อ่ะ”

“งั้นฝากจ่ายตังค์ด้วยนะ” คุณดาไซยื่นใบเสร็จมาให้ฉัน

“เอ๋!!!!!!” ฉันร้องทั้งน้ำตา

“ถ้ายังไม่มีเงินติดตัวติดไว้ก่อนก็ได้นะ ยังไงก็เป็นร้านในเครือสำนักงานอยู่แล้ว เงินมันก็หมุนอยู่ในนี้แหละ” ก็รู้นี่ค่ะว่าฉันไม่มี ก็ยังจะให้จ่าย ฮือออ

ครืนนนนนนน

“ครับ ทานิซากิครับ”

“ครับ…ครับ…ทราบแล้วครับ”

“งานไหว้วานเหรอ?” คุนิคิดะที่ฟังอยู่ถาม

“ครับ ผู้ว่าจ้างตอนนี้อยู่สำนักงานแล้ว”

“เอาล่ะ ได้เวลาทำงานกันแล้ว” ดาไซลุกขึ้นจากเก้าอี้

“….”

เกมทายอาชีพในอดีตของฉัน ไว้ค่อยเล่นใหม่โอกาสหน้าแล้วกัน” หลังคุณดาไซว่าจบพวกเราก็รีบขึ้นไปบนสำนักงานกัน

ฉันเดินขึ้นมาข้างๆพร้อมกับคุณดาไซ ฉันแอบเหลือบมองเขาทุกครั้งที่ขึ้นมา พร้อมกับความสงสัยที่ก่อคิดในใจ อะไรกันนะอาชีพเก่าของเขา เหมือนอยากจะพูดถึงแต่ก็ไม่สามารถที่จะเอ่ยพูดออกมาได้ อย่างกับเป็นอาชีพที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจะรู้…โดยเฉพาะคนทั่วไป

.

.

“เอ่อ ขอถามเรื่องงานสอบสวนที่ต้องการว่าจ้างเราหน่อยนะครับ มาสอบว่าเป็นงานลักษณะไหนครับ” คุณทานิซากิถามกับผู้ว่าจ้างของเรา คนว่าจ้างในครั้งนี้เป็นหญิงสาวผมบลอนด์สั้นหน้าตาสละสวย ใส่ชุดสูทด้วย มีความเป็นไปได้ว่าจะทำงานบริษัทแห่งหนึ่งสินะ

“ช่างงามเหลือเกิน คุณหนูผู้น่ารักและบอบบางราวกับดอกบัว สนใจมาฆ่าตัวตายคู่กับฉัน…แอ่ก!!” คุณดาไซที่อยู่ๆก็เข้ามาจีบสาวก็โดนคุณคุนิคิดะซัดกระเด็นปลิว

“เอ๊ะ?” เธอทำหน้างงๆ

“อ่า ขอโทษที่เสียงดังนะครับ อย่าได้ใส่ใจเลย ช่วยลืมเรื่องเมื่อกี้ไปแล้วคุยงานกันต่อเถอะครับ” ว่าจบคุณคุนิคิดะก็ลากคุณดาไซไปเข้าห้องนึงที่อยู่ข้างก่อนที่บานประตูจะค่อยๆเลื่อนปิดอย่างช้าๆ….

“ตายซะเถอะ แก๊!!!!”

“อ้ากก!!!”

เสียงและแรงกระทำบางอย่างหลุดเสียงดังออกมาจากประตูทางนั้น

“ถ้างั้นก็ เกี่ยวกับเรื่องที่จะว่าจ้าง” หญิงสาวคนนั้นกลับเข้าโหมดงานต่อ

“อ่ะ ครับ”

สุดยอดเลยเธอคนนี้สถานการณ์แบบนี้ยังคุยต่อได้แบบปกติอีก ถ้าเป็นฉันคนสติหลุดก่อนพอดี

“อันนี้ที่จริงด้านหลังอาคารบริษัทเรา พักนี้ดูเหมือนจะมีพวกคนไม่ดีมาซ่องสุมกันอยู่น่ะค่ะ”

“คนท่าทางไม่ดีนี้คือ…”

“รู้สึกจะเป็นกลุ่มคนชอบแต่งตัวซอมซ่อค่ะในกลุ่มมีคนพูดภาษาต่างประเทศที่ไม่คุ้นหูด้วย”

“เจ้าพวกนั้นนะ คงเป็นคนต่างด้างลักลอบเข้าเมืองแหละ ถึงสารวัตรทหารจะพยายามควบคุมเท่าไหร่  ก็ยิ่งผุดออกมากันเรื่อยๆ เป็นเวรกรรมของเมืองท่าล่ะนะ” คุณคุนิคิดะพูดแทรกขึ้น จะว่าไปจัดการคนนั้นเสร็จแล้วเหรอคะ

“ค่ะ ขอแค่เรามีหลักฐานว่าเป็นพวกนอกกฎหมายก็น่าจะยื่นเรื่องให้สารวัตรทหารได้ เพราะงั้น”

“เลยจะให้ลงไปดูที่เกิดเหตุแล้วหาหลักฐานมาสินะ”

“ยัยหนู” คุนิคิดะเรียกอัตสึโกะ

“คะ…”

“เธอไปแล้วกัน”

“เอ๋!!!!!!”

“แค่งานเฝ้าจับตาดูง่ายๆอีกอย่างพวกคนต่างด้าวส่วนมากเป็นแค่พวกไร้พิษสงที่เก่งแต่เรื่องหนีนั่นแหละ เหมาะจะเป็นงานแรกของนายพอดี” 

“แต่ว่า” ฉันลังเลที่จะต้องไปคนเดียว เลยส่งสายตาความกังวลออกไปจนคุนิคิดะสัมผัสได้

“ทานิซากิ ไปเป็นเพื่อนยัยนี้หน่อยแล้วกัน”

“ท่านพี่ไปไหน นาโอมิก็จะไปด้วยค่า” นาโอมิกอดรัดคอทานิซากิและจะไปเป็นเพื่อนอัตสึโกะด้วย

เมื่อตกลงกันได้ พวกคุณทานิซากิเลยพาฉันมาจัดกระเป๋าเตรียมพวกกล้องที่จะถ่ายหลักฐานเอาไว้ และฉันเองก็ทำหน้ามุ่ยกังวลกับการทำงานครั้งแรกของตัวเอง ฉันที่เป็นมือใหม่ด้านนี้จะทำออกมาดีไหมนะ?

“ยัยหนู” คุณคุนิคิดะร้องทักเสียงดังในขณะที่ฉันเหม่อลอยคิดไปไกลแล้ว

“อ่ะ”

“ใช่ว่าฉันจะไม่เห็นใจชีวิตเคราะกรรมของเธอเลยหรอกนะ เพราะงั้นจะบอกเกร็ดการใช้ชีวิตของเมืองนี้ให้อย่างนึง” พูดจบเขาก็หยิบรูปนึงออกมาจากสมุดให้ฉันดู

ภายในรูปนั้นเป็นรูปชายคนหนึ่งทั้งผมและชุดเป็นสีดำ โดยใส่ชุดคลุมดำ และมีผมสีดำแต่ตรงปลายผมข้างหน้ามีสีขาวออกมา สายตาของเขาดูเย็นชา และน่าเกรงขาม 

 “อย่าไปเจอหมอนี่เด็ดขาด ถ้าเจอให้รีบเผ่นหนีทันที”

“คนๆนี้คือ…”

มาเฟียไงล่ะ” คุณดาไซที่มาจากไหนไม่รู้พูดขึ้นบอกกับฉัน ฉันเลยมองหน้าสงสัยกลับไป

“ถึงจะเรียกแบบนั้นก็เพราะไม่มีชื่ออื่นให้เรียกเท่านั้นแหละ”

“องค์กรอาชญากรรมสุดอำมหิตที่ยึดครองพื้นที่ค้าเรือ เจ้าพวกนั้นถูกคนเรียกกันว่า พอร์ตมาเฟีย เป็นกลุ่มอันตรายที่สุดในสังคมมืดของเมืองนี้ ในหมูเจ้าพวกนั้นชายคนนี้เป็นตัวอันตรายที่ขนาดคนในสำนักงานนักสืบเรายากจะรับมือด้วย” คุณคุนิคิดะอธิบายให้ฟัง

“ทำไมถึงอันตรายขนาดนั้นล่ะค่ะ”

“เพราะเจ้านั้นเป็นผู้มีพลังพิเศษไงล่ะ แถมยังเป็นพลังสุดโหดที่มีไว้สังหารหมู่โดยเฉพาะ สารวัตรทหารก็เอาไว้ไม่อยู่ ขนาดฉันยังไม่อยากสู้กับเจ้านั้นเลย” คุณคุนิคิดะที่อธิบายเรื่อราวให้ฉันฟังอยู่แต่สายตาฉันก็แอบเหลือบไปเห็นสีหน้าของคุณดาไซ

เอาอีกแล้ว…สีหน้าแบบนั้นของเขา…

“ชื่อของผู้ชายคนนี้ล่ะคะ?”

อาคุตางาวะ

“….เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะจำไว้นะคะคุณคุนิคิดะ”

“อ่า แค่นั้นล่ะ ไปทำงานได้แล้ว” 

“เอ่อ…แล้วก็…” 

“หือ อะไร?” 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงฉันนะคะ ไหนจะเรื่องเตือนเรื่องที่ให้คุณทานิซากิไปเป็นเพื่อนฉันอีก” ฉัน ยิ้มตาหยีให้คุณคุนิคิดะ

“เหอะ หน้าที่รุ่นพี่หรอก ไปได้แล้ว” คุณคุนิคิดะดันแว่นหลบสายตาฉันไปอีกทางพลางไล่ฉันให้รีบไปทำงาน 

“ค่ะ!” ฉันตอบอย่างกระฉับกระเฉงและออกไปนอกสำนักงานพร้อมคุณทานิซากิและคุณนาโอมิ 

ความจริงคุนิคิดะที่รีบไล่ออกไปแบบนั้นเพราะแอบเขินกับรอยยิ้มของยัยหนูรุ่นน้องที่ส่งมาให้เขาแบบไม่ทันตั้งตัวต่างหาก ทำให้ต้องเบี่ยงหน้าหนีก่อนที่อีกฝ่ายจะเห็น แย่จริงเรา….

“หืม” เสียงยานครานของดาไซดังขึ้นจนคุนิคิดะสะดุ้งลืมไปว่าหมอนี้ก็อยู่ด้วย

“อะ…อะไรฟะ!!”

คุ-นิ-คิ-ดะ-คู๊งงงงง” ดาไซยิ้มอย่างชั่วร้าย

“เรียกอะไรหนักหนาฟะ!! จะพูดอะไรก็พูดมา!!”

“ป่าวหรอก ก็แค่เห็นคนกำลังทำซึนเลยอดมองดูไม่ได้นะสิ สาวน้อยจังเลยน้า คุนิคิดะคุงเนี่ย”

“แก๊!!!!!!!!!!!!!! หุบปากไปเลยเฟ้ย ใครสาวน้อยกันฟะ ทำงาน!!พูดเรื่องอะไรไม่รู้” คุนิคิดะหน้าแดงใหญ่พร้อมตะโกนไล่ว่าดาไซ

“สาวน้อยกำลังมีความรัก คุนิคิดะจ๊างงง”

“ถ้ายังไม่หยุด…” คุนิคิดะกำหมัด

“ชิ ไม่เล่นแล้วก็ได้”

ว่าจบดาไซก็เอาเฮดโฟนมาใส่และร้องเพลงต่อ

“ว่าแต่แกเถอะ งานล่ะฟะ ยังจะมาร้องเพลงอีก!!”

“รอเสียงจากสวรรค์อยู่นะ”

“หา…”

ดาไซไม่ตอบอะไรอีกและนั่งร้องเพลงเล่นต่อไปอย่างอารมณ์ดี

 

***ข้อความจากไรท์04/05/2020****

ตอนนี้มาสั้นไปหน่อยน้า เพราะว่าติดเขียนตอนพิเศษอยู่ นั้นก็เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของอัตสึชิยังไงล่ะ!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #2 Sivarut44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:25
    ลงนิยายได้ถี่มากๆเลยค่ะรู้สึกจุใจมากๆแถมบรรยายแล้วเห็นภาพง่ายๆด้วย^[]^
    #2
    0