[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 5 : หน้าที่ 5 ก่อการร้าย...ซะเมื่อไหร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

“คนที่เรากำลังจะไปหาต่อไปนี้ คือผู้ประกันที่จะช่วยแนะนำงานให้กับเธอได้ เขาจะต้องถูกใจเธอแน่นอน” ดาไซพูดอย่างมีลับลมคมใน

“แล้วงานนั้นคือ ?”

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่ตื่นเต้นสิ แล้วก็อาจจะมีบททดสอบนิดๆหน่อยๆด้วยน้า”

“บททดสอบ!?”ฉันตื่นตกใจ

“อัตสึโกะจัง เขียนหนังสือเป็นไหม?”ที่ถามแบบนั้นหรืออาจจะเป็นข้อสอบเขียนหรือเปล่านะ

“ก็พออ่านออกเขียนได้อยู่ค่ะ”

“งั้นก็ไม่มีปัญหาหรอก”

“อ่า...” ฉันทาบอกด้วยความโล่งใจ

“ถ้าเป็นเธอยังไงก็สบายหายห่วง ฉันรับประกันเลย” ดาไซพูดให้กำลังใจกับอัตสึโกะที่เหมือนจะแอบกังวลหน่อยๆกับการทดสอบที่เขาว่า

“ขอบคุณมากค่ะ” ฉันกล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ

“ฮ่าๆ จงซาบซึ้งใจซะเถอะ ถ้าฝากให้เป็นหน้าที่ฉันรับรองทุกเรื่องหมดห่วงได้เลย”

“นั่นก็เพราะว่าฉันคือดาไซ ชายผู้ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานและเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงประชาไงล่ะ” คุณดาไซชมตัวเองออกนอกหน้า

“มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดาไซ!” เสียงตะโกนดังไกลมาจากข้างหน้า และคนที่ว่าก็รีบเดินมาหาตัวการที่หาอยู่ คนๆนั้นก็คือคุณคุนิคิดะ…

“ไอ้ตัวสิ้นเปลื้องผ้าพันแผลนี่!!” เขายังคงตะโกนอย่างโมโหใส่ ทำเอาฉันกลัวจนถอยห่างไปเลย

“อ้ากกกกก” อยู่ๆคุณดาไซก็ร้องออกมาก่อนจะเอามือปิดหน้าตัวเอง

“คุนิคิดะคุง ชื่อเล่นเมื่อกี้ใช่ได้เลยนี่”

หะ เดี๋ยวนะเห้ย พี่ ไอ้ตัวสิ้นเปลืองผ้าพันแผลเนี่ยนะ….

“ชายผู้ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานมันหมาตัวไหนกันฟะ”คุนิคิดะเถียงเรื่องที่ดาไซโอ้อวดฉันไปเมื่อตะกี้

“ไอ้ที่แกได้รับนะ มันมีแต่โทรศัพท์ร้องเรียนโทรมาบ่นมาแช่งทั้นั้นแหละ!”

“เอ๋….” ทำไมเรื่องที่คุณคุนิคิดะบอกตรงกันข้ามกับเรื่องที่คนบางคนเล่าเลยล่ะเนี่ย ร้องเรียนกับโทรมาบ่นมาแช่งเลยเหรอ?

“เอ๋ ฉันไปได้รับคำร้องเรียนมาตอนไหนเหรอ?” คุณดาไซก็ใช่ว่าจะยอมแพ้เลยแถไปไม่ยอมรับเรื่องร้องเรียนที่ว่า

แต่ก็ใช่ว่าจะทำอะไรคุณคุนิคิดะได้ เขาหยิบเอาสมุด อุดมคติ ขึ้นมาก่อนจะอ่านเสียงดังฟังชัดให้ได้เต็มสองหู

“วันหนึ่งในเดือนสิงหาคม คนของสำนักงานคุณลอยมาติดแหจับปลาผม มาเก็บกลับไปหน่อยได้มั้ย?” เดี๋ยวนะโดดน้ำฆ่าตัวตายงั้นเหรอ ไม่สิที่สำคัญคือเสียงคุณคุนิคิดะที่เลียนแบบนั่นต่างหากที่น่าทึ่ง

“วันหนึ่งในเดือนกันยายน มีคนแปลกๆ เอาหัวมาฝังในไร่ของตา ใช่เพื่อนร่วมงานของทางนั้นรึป่าวหลานเอ้ย” คุณคินิคิดะดัดเสียงคนแก่เล่าเรื่องออกมาต่อ ที่สำคัญเลยคือฆ่าตัวตายโดยการฝังหัวเนี่ยนะคะ คุณดาไซ ฉันหันกลับไปมองเขาอย่างไม่มีศรัทธาเหมือนตอนแรก

“มะ…มะ…ไม่” ดาไซพยายามจะปฏิเสธ

“วันหนึ่งในเดือนเดียวกัน กรุณาจ่ายค่าบริการของร้านเรามาด้วยค่ะ ส่วนของทั้งครึ่งปีนะคะ!”คุณคุนิคิดะแอ๊บเสียงหญิงสาว

“ไม่จริง บ้าน่า…นี่คุนิคิดะคุงเลียนเสียงคนเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?”

นั้นเป็นจุดที่ควรตกใจเหรอคะ!!! แต่ก็เลียนเสียงเก่งจริงๆแหละ

“แก๊!!!!!!!!!!” เหมือนได้ยินเสียงแว่นร้าวก่อนเขาจะระเบิดความโกรธโดยเข้าไปบีบคอคุณดาไซ

“เลิกสร้างปัญหาอื่นให้คนเค้าได้แล้วเว้ย!”

“มาขอให้คนๆนี้ช่วยแนะนำงานให้มันจะไม่เป็นไรแน่เหรอเนี่ย” ฉันแอบกังวลรู้สึกตัวเองกำลังคิดผิดที่วางใจให้คุณดาไซเป็นคนแนะนำงานให้

“โอ้ จริงสิ” คุณคุนิคิดะหยุดบีบคอดาไซแล้วหันมาร้องทางฉัน

“ดันมาเสียเวลาทั้งนาทีไปกับเจ้าดาไซนี่ซะได้ รีบไปที่สำนักงานนักสืบกันเร็ว!”

“ไมอ่ะ”

“สถานการณ์ฉุกเฉิน! มีมือวางระเบิดจับตัวประกันมาแล้วเข้าไปขังตัวเองอยู่ในสำนักงาน” คุณคุนิคิดะมองคุณดาไซด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้คุณดาไซที่มัวแต่ลอยเรื่อยเปื่อยไปมาทำสีหน้าจริงจังกลับเพื่อเป็นการยืนยันกันว่าเรื่องที่พูดมาไม่ใช่เรื่องโกหก

“มือวางระเบิด?”ฉันทวนคำที่พวกเขาพูดกันอย่างตกใจ ก่อนที่พวกเราจะรีบลุกไปกันที่สำนักงานนักสืบตามที่คุณคุนิคิดะว่ามา

ที่ที่คุณคุนิคิดะกับคุณดาไซพามามันคือตึกอิฐสีแดงแห่งหนึ่งที่มีหลายชั้นด้วยกันอยู่ใกล้ๆกับไฟจราจรและทางถนน…

ฉันมองดูตึกอย่างอึ้งๆ คุณคุนิคิดะที่เหมือนเข้าใจว่าฉันจะต้องการคำอธิบายเลยเป็นคนพูดตอบกับฉันเอง

“อะไร สำนักงานนักสืบอยู่ชั้น4 ของตึกนี้”

“ไม่ค่ะ…คือไม่ใช่เรื่องนั้น..”

“เพื่อความชัวร์ขึ้นบันไดไปกันดีกว่า”คุณดาไซเสนอก่อนที่พวกเราจะก้าวขึ้นไปตามที่เขาบอก

“เอ่อ คือว่านะคะ..”

“เงียบหน่อย” คุณคุนิคิดะเอ็ดฉันที่พูดเสียงดังไปเมื่อครู่

“ขอโทษด้วยค่ะ” ฉันเลยจำใจไม่ถามอะไรอีกและเดินตามมาเงียบๆจนถึงประตูตรงที่เขียนไว้ว่า สำนักงานนักสืบบุโซ

“จะลุยแล้วนะ อัตสึโกะจัง”

“คะ?” ฉันตอบกลับไปงงๆลุยที่ว่าเมื่อกี้มันคืออะไรนะคะ

พวกเราทั้งสามรีบผลักประตูเข้าไปก่อนจะไปหลบตรงพุ่มไม้ที่ห่างใกล้จากคนร้ายพอสมควรเพื่อที่เขาจะได้ไม่สังเกตเห็นเรา

“พอแล้ว…พอแล้ว…พอกันที ทุกอย่างเป็นความผิดพวกแก…เป็นความผิดของสำนักงานนักสืบ”

ตรงโต๊ะข้าหน้าสุดมีผู้ชายหัวส้มกำลังถืออะไรสักอย่างในมือพูดบ่นออกมาด้วยเสียงเศร้าๆกับคนที่นั่งอยู่ข้างล่างเป็นเด็กสาวผมดำขลับใส่ชุดนักเรียนถูกมัดไว้น่าจะเป็นตัวประกัน

แล้วก็ที่สำคัญเครื่องที่วางข้างๆนั้นมันระเบิด!!!!

“ประธานอยู่ที่ไหน รีบไปลากคอมันมาซะ!ไม่งั้นฉันจะใช้ระเบิดเป่าทุกคนให้กระจุยซะเลย!” ชายหัวส้มตะโกนถามเหล่าพนักงานตรงมุมประตูข้างๆด้วยความเดือดเลยจับลากคอตัวประกันขึ้นมาด้วยก่อนจะโชว์เจ้าเครื่องกดระเบิดในมือว่ากดจริงแน่ถ้าประธานไม่ยอมออกมา

“มีความแค้นงั้นเหรอ?เป็นประเภทที่ยุ่งยากเอาการเลยนะ”

“อ่า”

คุณดาไซถามความเห็นกับคุณคุนิคิดะเรื่องเหตุการ์ตรงหน้า แต่ยังไงก็เถอะค่ะ…

ฉันมาอยู่ตรงนี้ทำไมกันเนี่ย!?

“คนร้ายดูจะแค้นสำนักงานนักสืบเอาเรื่องเลย”คุณคุนิคิดะยังคงวิเคราะห์เหตุการณ์ต่อ

“ฉันอยู่นี้คงไม่มีประโยชน์ขอกลับก่อนเลยได้ไหมคะ” ฉันพูดขัดทั้งสองคนก่อนที่เรื่องมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้แต่เอาจริงเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับฉันจริงๆนิ

“พวกเราก็ไปสร้างความบาดหมางไว้หลายที่ด้วยสิ”

“เมินกันเลยเหรอคะ…” ฉันพูดกับคุณดาไซ

“ที่สำคัญนั้นเป็นระเบิดแรงสูงซะด้วย ถ้าเกิดมันระเบิดตามที่คนร้ายบอกขึ้นมามีหวังเป่าชั้นนี้หายไปหมดแน่”

“ไม่จริงน่า”

“ถ้าหาอะไรมาบังระเบิดเอาไว้ อย่างน้อยก็ช่วยลดแรงระเบิดได้ แต่สภาพอย่างนี้คงไม่ไหวแถมมันยังจับตัวประกันเป็นผู้หญิงไว้อีก ระยำจริงๆ”คุณดาไซเขาพูดอย่าเหลืออดกับเจ้าคนร้าย

“แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นคือ?”

“เธอคือ นาโอมิจัง เป็นเจ้าหน้าที่ธุรกิจพาร์ทไทม์น่ะ”

“พาร์มไทม์งั้นเหรอคะ แบบนี้ก็ติดร่างแหมาซวยชัดๆเลยนี่คะ”

“เอาไงดี” คุณคุนิคิดะหันถามคุณดาไซ ทั้งคู่มองหน้าปรึกษากัน

“ให้ไปเจอประธานเลยดีมะ”

“มันจะฆ่าแกงกันอยู่แล้วนะเฟ้ยไม่เห็นเรอะ! จะให้ประธานออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไง” คุณคุนิคิดะปฏิเสธความคิดของดาไซ

“ดีนะประธานออกไปทำงานข้างนอกพอดี…” เขาว่าอย่างโล่งใจพร้อมดันแว่น

“ถ้าอย่างนั้น…ก็เหลือแค่ทางเดียวแล้ว” คุณดาไซพูดเสร็จก็ยกมือขึ้นมาพร้อมกับคุณคุนิคิดะ

พวกเขาจะใช้พลังพิเศษกันเหรอ?

ทั้งคู่จ้องหน้ากันสักพักก่อนจะ….

ฮึบ!!

คุนิคิดะ [กรรไกร] VSดาไซ [กรรไกร]

คุนิคิดะ [กระดาษ]VSดาไซ [กระดาษ]

คุนิคิดะ [ค้อน]VSดาไซ [กระดาษ]

เอ๋….เป่ายิงฉุบ?

“ฮะๆ เชิญเลยจ้า” คุณดาไซหัวเราะอย่างอารมณ์ดี คุณคุนิคิดะดูหัวเสียไม่น้อยแต่ก็เดินเอามือล้วงกระเป๋าออกไปข้างหน้าเพื่อเจรจากับคนร้าย

“เฮ้ย ใจเย็นๆก่อน ไอ้หนุ่ม”

“อย่าเข้ามานะ ผมมีธุระกับประธานคนเดียว ถ้าเล่นอะไรตุกติกเดี๋ยวเป่ากระจุยแน่” ชายหัวส้มที่เป็นคนร้ายขู่คุณคุนิคิดะไว้

“เข้าใจแล้ว” คุณคุนิคิดะยอมยกมือขึ้น

“รู้นะเว้ย แกมันคุนิคิดะ คิดจะทำให้ผมประมาท แล้วใช้พลังพิเศษน่ารังเกียจนั่นสินะ ไม่ยอมให้ทำง่ายๆหรอก”

“ขึ้นไปนั่งสี่ขาบนโต๊ะ แล้ววางมือไว้ที่ที่มองเห็นได้ซะ!” เขาพูดเสียงดังสั่งคุณคุนิคิดะ

“หา!?” คุณคุนิคิดะส่งเสียงออกมาทำให้คนร้ายสะดุ้งตกใจราวกับเขาไม่กลัวสิ่งที่มันกำลังขู่เลย

“ถะ…ถ้าไม่ทำตามที่บอก เดี๋ยวจะบึ้มตายให้หมดซะเลยนี่!”

คุณคุนิคิดะปั้นหน้ายากจ้องกับอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วทำตามอย่างที่คนร้ายสั่งไว้ตอนแรก

“ท่าไม่ดีแล้ว เพราะมีความแค้นกับสำนักงานนักสืบเป็นการส่วนตัว เจ้านั่นเลยไปตรวจสอบชื่อกับหน้าตาพนักงานมาซะพร้อม ขืนเป็นแบบนี้ให้ฉันที่เป็นพนักงานออกไปอีกคนก็มีแต่จะกระตุ้นมันมากกว่าเดิม เอาล่ะ ทำยังไงดีนะ…” ดาไซพูดลากเสียงยาวตอนท้ายพร้อมกับค่อยๆเลื่อนสายตามาหยุดที่ฉัน

เออะ….ทำไมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีสุดๆเลยนะ

ฉันกระอักกระอ่วนก่อนจะกลั้นใจหัดกลับไปมองคุณดาไซที่ตอนนี้ทำสีหน้ายิ้มชั่วร้ายเอาไว้แล้ว

อัต-สึ-โกะ-จัง

“ไม่เอาหรอกค่ะ”ฉันพูดปฏิเสธเสียงเบา

“ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยน่า”

“ไม่พูดก็รู้แล้วค่ะ”

“ฟังฉันก่อน อัตสึโกะจัง คนที่ไม่ใช่พนักงานและคนร้ายก็ยังไม่รู้จักหน้ามีแค่เธอเท่านั้น” ดาไซพูดอธิบายเหตุผลให้ฉันเข้าใจ

“แต่ว่า…ถึงฉันออกไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ” ฉันยังยืนยังที่จะปฏิเสธแต่พอหันไปคุณดาไซที่อยู่ข้างๆก็หายไปซะแล้ว

“ไม่ต้องห่วง แค่ดึงความสนใจของคนร้ายไว้ได้แค่แปปเดียวก็พอแล้ว ทีเหลือพวกเราจะจัดการเอง” คุณดาไซพูดปลอบใจพลางค้นอะไรสักอย่างในกล่องอยู่

“นั่นสินะ อย่างเธอก็…ลองดึงความสนใจด้วยการเล่นละครเป็นคนไม่เอาไหน ให้เขาแปลกใจดูเป็นไง” เขาพูดเสนอความคิดให้ก่อนจะยื่นเอาหนังสือพิมพ์เป็นปึกมาใส่มือฉัน

“เอ้า อุปกรณ์เสริม”

ฉันรับมาในมืออย่างเลี่ยงไม่ได้ นี่ฉันต้องทำจริงเหรอเนี่ย…

“เชื่อใจเถอะ เรื่องพิพาทระดับนี้สำหรับเราสำนักงานนักสืบบุโซแล้วมันเป็นแค่การยืดเส้นยืดสายเท่านั้นเองล่ะ อัตสึโกะจัง” เขาว่าเหมือนกับเรื่องที่เจอเป็นเพียงเรื่องขี้ประติ่วเล็กๆ

"อ่า..." ฉันตอบอย่างไม่เต็มใจแต่ว่าในเมื่อตัดสินใจจะทำแล้ว ก็ต้องทำสินะ

 

50%

.

.

ฉันเอาหนังสือพิมพ์ถือไว้ก่อนจะก้าวขาสั่นๆของตัวเองพร้อมตะโกนเสียงดังออกไป

“ยะ…ยะ…หยุดเถอะค่ะ!”

หลังพูดจบทุกสายตาก็หันมามองที่ฉัน โดยเฉพาะสายตาของเจ้าคนร้ายมี่จ้องเขม็งอย่างแรงมาใส่เลยล่ะค่ะ

“ทะ…ทะ…ทำแบบนี้จะได้อะไรขึ้นมา! คุณพ่อคุณแม่ต้องกำลังร้องไห้อยู่แน่เลยนะคะ…” ฉันพูดเสียงสั่นพร้อมค่อยๆก้าวขาอันน้อยนิดของตัวเองเข้าไป

“อะไรของแกวะ!!” แต่ชายหัวส้มก็ตะโกนเสียดังกลับมา ฉันที่กลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เลยขาพับล้มลงกองพื้น

“ขะ…ขะ…ขอโทษค่ะ”

กะ…กะ…กะ…กะ…กะ…กะ…กะ…กลัวโว้ยยย!!!!!!  แขนขาสั่นไปหมดแย้วววว

“แกมันไม่ใช่คนของสำนักงานนักสืบนี่หว่า?”

“เออะ…กะ…ก็อย่างที่เห็นฉันเป็นแค่เด็กส่งหนังสือพิมพ์ที่บังเอิญผ่านมาน่ะค่ะ”ฉันรีบยกหนังสือพิมพ์เป็นปึกให้เขาดูเป็นหลักฐาน

“แล้วเด็กส่งหนังสือพิมพ์มีธุระอะไร?” เขาถามอย่างเย็นชาแถมสายตานั้นน่ากลัวโครตเลยค่ะ!

ฉันพยายามตั้งสติก่อนจะลุกขึ้นเล่นตามบทต่อ

“ถึงจะแค้นเขามากแค่ไหนแต่ก็ไม่ควรจับตัวประกันแล้วก็วางระเบิดแบบนี้นะคะ ถ้ามีชีวิตอยู่ต่อสักวันต้องได้เจอเรื่องดีๆแน่ค่ะ”

“เรื่องดีๆ?”

“เอ๋!”

“ก็เรื่องดีๆที่ว่า มันคืออะไรฟะ!”

อ่ะ แย่ล่ะเรา หรือว่าเราด้นสดไปไม่สุดซะแล้ว เอาไงดีๆ คิดสิๆๆๆ 

“กะ…”

“กะ…!” เขารอฟังคำตอบของฉัน

“กะ…ก็ได้กินข้าวราดน้ำชาไงคะ! ได้กินข้าวราดน้ำชาไม่อั้นเลยนะคะ!” ฉันตอบออกไปสุดเสียง ทำเอาคุณคุนิคิดะที่ได้ยินคำตอบถึงกับหัวเอียงลงไปเลย

[ ก็จริงของยัยหนูนี่ ดูจากสภาพเมื่อวานที่กินเข้าไปสิฟะ เงินตูอีก… ] – คุนิคิดะ

“ได้นอนที่ที่มีหลังคามุง! พอนอนแล้วตื่นขึ้นมาเช้าวันใหม่ก็จะมาเยือน! มันจะมาเยือนในที่มันควรจะเป็น!!” ฉันพูดบ่นเสียงดังจนชายหัวส้มถึงกับอึ้ง

“อะ…แต่ว่าถ้าคุณกดระเบิดทั้งฉันทั้งคุณก็จะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้สัมผัสอีกนะคะ เพราะเราจะเดี้ยงตายกันหมด” ฉันทำหน้าหลอนๆเหมือนว่าใกล้จะตายเต็มทนแล้ว

“เรื่องแค่นั้นรู้อยู่แล้วเฟ้ย!”

“อ้ากกกกกกกก” ด้นต่อไปสิตัวเรา ด้นต่อๆ…

“ฉันว่าหยุดเถอะนะคะ…ก็ถ้าตายไป….มันจะตายจริงนะเออ!!” ฉันทำตัวเหยาะแหยะเอามือปิดหน้าพร้อมทะลักลูกตาออกมาให้เยอะที่สุด

มันดูหลอนไหมนะ…แล้วก็ต้องดูไม่เอาไหนด้วย

“คนเราอาจจะมีเวลาคิดที่อยากจะตายบ้างก็จริง แต่ก็ยังมีคนที่ลำบากแต่ก็พยายามจะมีชีวิตอยู่นะคะ” ฉันยังคงเล่นทำตัวเหยาะแหยะต่อไป ชายหัวส้มเองก็เริ่มดูจะลำบากใจกับฉันขึ้นเรื่อยๆ

“นี่ไง อย่างฉันคนนึง! ไม่มีทั้งเพื่อนทั้งครอบครัว โดนเขาไล่ออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าอีก ไม่มีที่ไป…ไม่มีอนาคตอะไรเลย…” ฉันพูดบ่นกับชีวิตตัวเองที่มันช่างเลวร้ายจนแทบอย่างจะยืนร้องไห้ซะตรงนั้นออกมา

แถมหนักสุดคือกลายร่างเป็นเสือได้อีก….ฮืออออ

“อ่า ใช่สิค่ะ มันก็จริงอย่างที่คุณพูด ฉันไม่มีอะไรดีสักอย่าง ใครเห็นก็ด่าว่าเป็นขยะสังคม”

เดี๋ยวๆตูไปพูดตอนไหนกันฟะ – ชายหัวส้ม(เริ่มลำบากใจ)

“แต่ฉันก็อยู่ได้อย่างไม่สิ้นหวังนะคะ!”

“เอ๋…” ชายหัวส้มเริ่มไขว้เขวกับเด็กสาวตรงหน้าที่อยู่ๆก็มาบ่นนู่นนี้นั่น

“เยี่ยมมากอัตสึโกะจัง แสดงบทบาทเป็นคนไม่เอาไหนได้สมบทบาทสุดๆ” คุณดาไซที่อยู่ข้างหลังพูดกล่าวชมเบาๆ

อยากตะโกนบอกเหลือเกินค่ะว่า ก็มันโครตชีวิตจริงฉันเลยนี่ค่ะ!!

“เพราะงั้นไอ้ระเบิดนั่นน่ะ ช่วยโยนทิ้งไปซะ แล้วมาทำงานด้วยกันซะดีๆ” ฉันกลั้นใจก้าวขาพับๆเข้าไปประชิดกับชายหัวส้มก่อนจะทำหน้าจริงจังเรื่องหางาน

ก็กำลังหาจริงๆนั้นแหละคะ

“นะ!” ฉันยังคงยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วเค้นเอาคำตอบจากเขา

[ นี่ลืมไปแล้วสินะว่ากำลังปลอมตัวเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ ]  ดาไซ & คุนิคิดะ

“เอ่อ…ผมไม่ได้กำลังหางานทำอยู่ซะหน่อย…” เขาพูดพลางเอาหน้าเขยิบหนีจากหน้าของฉันที่เอาเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนเขาเผลอจับตรงอุปกรณ์กดระเบิดไม่แน่น

“ตอนนี้ล่ะ คุนิคิดะคุง!” คุณดาไซตะโกนขึ้นมาจากข้างหลังส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานตนเอง

“รู้แล้วน่า!” คุณคุนิคิดะรีบเขียนอะไรสักอย่างลงในสมุด อุดมคติ ขอเขาก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นออกมา

 

“ พลังพิเศษ : ยอดกวีร่ายคำ! ”

“ปืนยิงลวด!” พูดจบกระดาษที่คุณคุนิคิดะเขียนเอาไว้ว่าปืนยิงลวดก็กลายเป็นของชิ้นนั้นตามที่เขาเขียน

“เสร็จกัน!” ชายหัวส้มที่พึ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้วเพราะคุนิคิดะยิงปืนลวดแย่งเจ้าเครื่องกดระเบิดนั่นมาได้ก่อน

“คุมตัวไว้เลย คุนิคิดะคุง!” คุณดาไซตะโกนสั่งมาอีกครั้ง

“ก็บอกว่ารู้แล้วไงเฟ้ย!” คุณคุนิคิดะว่าอย่างหงุดหงิดแต่ก็เดินไปจับคอเสื้อชายผมส้มคนร้ายทุ่มลงพื้น จับแขนไว้ข้างนึงเพื่อไม่ให้หนีและนั่งทับไว้

“เท่านี้ก็เรียบร้อย ครับๆเหนื่อยก็หน่อยนะครับทุกคน” คุณดาไซก้าวออกมาหาด้วยรอยยิ้ม

ฉันเองก็โล่งใจที่เรื่องจบสักที พวกคุณพนักงานคนอื่นก็ปรบมือด้วยความขอบคุณกัน

“เท่านี้ก็เรียบร้อย อะไรของแกฟะ!” คุนิคิดะว่าคุณดาไซ

“หืม?”

“เอาแต่พูดท่าเดียวว่า ตอนนี้แหละ บ้างล่ะ คุมตัว บ้างล่ะ ตัวเองไม่เห็นจะทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” คุนิคิดะว่าอย่างหงุดหงิด

“ช่วยไม่ได้นี่น่า ก็คุนิคิดะคุงน่ะ…เป่ายิ่งฉุบแพ้เองน้า” แต่ดาไซก็ยกเอาเรื่องเป่ายิ่งฉุบมาล้อทำให้แสดงสีหน้าออกมาอย่างกับผู้ชนะซะงั้น

“แก๊…”

“เอาน่า สถานการณ์ก็คลี่คลายไปแล้ว เรื่องหยุมหยิมน่ะช่างมันเถอะน่า เขาบอกว่าถ้าเครียดมากไปริ้วรอยจะขึ้นจนแก่เร็วนา”

“อ่ะ เรื่องจริงงั้นเหรอ!?”

“เอ้า รีบจดไว้เร็วๆ”

ดาไซว่าจบคุนิคิดะก็รีบจดอย่างรวดเร็ว…จะว่าไปสถานการณ์นี้ดูคุ้นๆแหะ

“ถ้าเครียดมากไป…จะทำให้แก่เร็วขึ้น” คุนิคิดะตั้งใจจดสุดๆจนดาไซหันหลังให้เขาก่อนจะพูดออกมาว่า

“โกหกแหละจ้า”

กรึ๊บ!!

ปากกาที่คุณคุนิคิดะกำจดไว้หักอีกแล้ว แถมลุกขึ้นเอาขาไปยันหลังคุณดาไซด้วย จนตัวปลิวไปติดประตูหน้าสำนักงาน

“ไอ้เวรนี่!!!หยุดก่อปัญหาให้คนอื่นเขาจะได้ไหม!!” เขาว่าอย่างหัวเสีย

แต่ไม่ทันที่ใครจะได้ต่อว่าหรือเถียงอะไรชายหัวส้มที่ตอนนี้ไม่มีคุณคุนิคิดะนั่งทับตัวอยู่ได้รีบยืนขึ้นห่อนจะเอาเท้ายันเขาและพยายามใช้มือแย่งเครื่องกดระเบิดมาอีกรอบ

“แกก็ด้วยนั่นแหละ!” ชายหัวส้มพยายามดันคุนิคิดะออกและแย่งของมา…

จนสำเร็จ…

“เสร็จกัน”คุนิคิดะที่ต้านไม่ไหวจนตัวเซมาทางดาไซ

“เลิกบ้ากันซะที!” ชายหัวส้มตะโกนขึ้นเสียงดัง

“ให้ตายสิ…พวกมีพลังพิเศษนี่มันจิตไม่ปกติกันทั้งนั้น…”พูดจบเขาก็ทำหน้าตาน่ากลัวก่อนจะปุ่มกดระเบิดลง

 

ติ๊ดดดดดดดดดดดดดด

สิ้นเสียงดังแสบแก้วหูของเจ้าเครื่องกดระเบิด เวลาอยู่ๆก็เริ่มนับถอยหลังอย่างรวดเร็วไม่รออะไรทั้งนั้นอีกต่อไป

“จะระเบิดในอีก 30 วินาที !?” ฉันตกใจจะทำอะไรไม่ถูก

“ยัยหนู!!” คุณคุนิคิดะส่งเสียงเรียกฉันเขากำลังวิ่งเข้ามาหา

“แกอยู่ตรงนี้ไปซะ!!” ชายหัวส้มกระโดดเข้ามาผลักไม่ให้คุณคุนิคิดะมาทางฉัน

“คุณคุนิคิดะ!”

ทำยังไงดี ฉันหันไปมองระเบิดที่ยังคงนับถอยหลังเรื่อยๆโดยไม่สนใจชีวิตที่อยู่ตรงนี้ 

ต้องรีบคิดแล้ว!

อยู่ๆก็ทำให้นึกถึงคำพูดของคุณดาไซขึ้นมา…

“ถ้าหาอะไรมาบังระเบิดเอาไว้ อย่างน้อยก็ช่วยลดแรงระเบิดได้”

ใช่แล้วต้องหาอะไรมาบังไว้…แต่อะไรล่ะ!!!

ฉันมองหันซ้ายขวาหาของอย่างลนลานกับเวลาที่ไม่รอใคร จนฉันเผลอมองสบตากับเด็กสาวตัวประกันคนนั้นที่ถูกจับตัวไว้

เธอมองหน้าฉันแต่คลอไปด้วยน้ำตาเต็มใบหน้าแล้ว

ทำยังไงดี…บ้าจริง!!

ฉันเข้าไปผลักเด็กสาวตัวประกันออกให้ห่างจากระเบิดให้มากที่สุด คุณดาไซก็เข้ามารับได้ทันเวลาพอดี

“อัตสึโกะจัง!” ดาไซเรียกตะโกนฉัน ก่อนจะตกใจกับการกระทำตรงหน้าของอัตสึโกะ

ฉันคว้าเจ้าระเบิดมาไว้ในอ้อมกอดแล้วนอนแนบพื้นเอาไว้…อย่างกับความคิดชั่ววูบ

“นี่ฉันทำอะไรอยู่เนี่ย…” ฉันหน้าซีดกับการกระทำของตนเอง

“ยัยบ้า!” ดาไซว่าเธอที่กำลังทำอะไรบ้อบอ

“ยัยหนู!!” คุนิคิดะเองก็พยายามสลัดอีกคนเพื่อจะเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่สำเร็จ

จนเวลาลดลงเรื่อยใกล้จะระเบิดฉันเลยทำใจยอมรับเหตุการณ์ครั้งนี้และหลับตาเตรียมรับชะตากรรมอันน่าเศร้า…

00:00:00

ระเบิดเวลา อ้ากกกกกกก

.

.

ทำไมทุกอย่างถึงดูเงียบจังเลยล่ะ….

ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมามองดูรอบๆก่อนจะเห็นคุณดาไซ คุณคุนิคิดะ และก็คุณผู้ก่อการร้ายหัวส้มกำลังยืนดูตัวฉันที่กอดระเบิดเอาไว้อยู่

“ไม่ไหวเลยๆก็คิดอยู่ว่าบ้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้” คุนิคิดะว่าอัตสึโกะอย่างเอื้อมระอากับเด็กสาวจอมบ้าบิ่น

“เอ๋….” ฉันลุกขึ้นมาอย่างงงๆ

“เธอมีพรสวรรค์ในการเป็นพวกชอบฆ่าตัวตายเลยนะเนี่ย คิดว่าอย่างนั้นไหม ทานิซากิคุง?” คุณดาไซเห็นชอบกับการที่ฉันทำอะไรแบบนี้ก่อนจะหันไปถามความเห็นคุณผู้ก่อการร้ายหัวส้ม

แต่เดี๋ยวก่อนนะ…

ทานิซากิคุง!?

“โทษทีนะ เป็นอะไรมากมั้ย” ชายหัวส้มที่ชื่อทานิซากิที่หลบหลังคุนิคิดะออกมาขอโทษฉัน

ฉันกระพริบตาถี่ๆอย่างงงสุดชีวิต

“เอ๋…”

“อ๊าย ท่านพี่ขา” เด็กสาวตัวประกันชื่อนาโอมิ วิ่งกระโดดมากอดทานิซากิ

“เป็นอะไรมากไหมคะ” เธอถามทานิซากิ ที่ตอนนี้โดนรัดตัวสุดชีวิตอย่างแน่นแฟ้น

“เอ๋…”

ทานิซากิ จุนอิจิโร่ [ พลังพิเศษ : ละอองหิมะโปรย ]  /  ทานิซากิ นาโอมิ   [ น้องสาว ]

“ท่านพี่ในบทตัวร้ายเท่สุดๆไปเลยล่ะค่ะ ทั้งจับมีด ทั้งข่มขู่ หนูนี่ฟินจะตายอยู่แล้วอ่ะ” นาโอมิจิ้มอกทานิซากิพร้อมพรรณนาบทอย่างชื่นชมในตัวพี่ชายตัวเอง ในขณะที่อีกคนเกร็งจนใจจะขาดแล้ว

“ถึงบ้านแล้วช่วยสานต่อด้วยนะคะ อ๊ายยย”

เอ๋…..

“คุณพนักงานพาร์ทไทม์เป็นหน้าม้างั้นเหรอคะ” ฉันทำหน้าโกรธแก้มป่องถามคนสองคนที่ลากฉันมาที่นี่

“ยัยหนู ถ้าจะแค้นไปแค้นดาไซโน่น ไม่ก็แค้นตัวเองที่ดันไปเลือกมันเป็นคนแนะนำงานเถอะ” คุนิคิดะอธิบายเหตุผลให้ฉันฟัง

“งั้นก็หมายความว่านี่คือ…”

“ก็บอกแล้วไง ว่าจะมีบททดสอบนิดๆหน่อยๆน่ะ” คุณดาไซพูดย้อนให้ฟังถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อเช้า

“งั้นนี่คือ บททดสอบเข้ารับทำงาน!?”

“ก็ตามนั้นแหละ”

อยู่ๆก็มีอีกเสียงพูดแทรกขึ้นมากลางวงสนทนาเขาเดินออกมาจากทางประตูอีกฝั่งในขณะที่พนักงานคนอื่นยื่นเรียงต้อนรับเขาเรียบร้อไว้แล้ว

ชายคนนี้…

“บททดสอบเสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่นแล้วค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวพนักงานชื่อ ฮารุโนะ  คิราโกะ เป็นเลขานุการ  เอ่ยบอกข้อมูลกับเขา ก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินตรงออกมา

แต่เดี๋ยวนะ…

“ประธาน…”

ประธานสำนักงานนักสืบบุโซ

ฟุคุซาวะ ยูคิจิ

[ พลังพิเศษ : ฟ้าลิขิตคนเท่าเทียม ]

“เพราะเจ้าดาไซมันบอกว่า เจอคนหนุ่มมากพรสวรรค์ ก็เลยต้องขอทดสอบความจริงใจกันหน่อย” 

ชายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นประธาน เขาดูน่าเกรงขามแต่ในขณะเดียวกันก็ดูน่าเคารพนับถือ แถมที่สำคัญสัมผัสได้เลยว่าเขาต้องแข็งแกร่งแน่ๆ…

“ก็นะ ฉันแนะนำเธอให้เข้าเป็นพนักงานก็จริง แต่ยังไงเธอก็เป็นสัตว์ร้ายระดับก่อภัยพิบัติอยู่ดี ในสำนักงานก็ยังเถียงกันอยู่ว่าจะรับเธอเข้ามาคุ้มครองดีไหม?” ดาไซบอกเหตุผลให้อัตสึโกะฟัง

“แต่ดาไซก็มาพูดกับฉัน…” ประธานกล่าวขึ้นก่อนจะย้อนความหลังเรื่องที่คุยกับดาไซไว้

“ประธานครับ ถ้าเกิดมีผู้มีพลังพิเศษที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในโลกมาปรากฏตัวตรงนี้ จะจ้างเขาไหมครับ?”

“นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยให้มาเป็นพนักงานของสำนักงานนักสืบนี้ได้”

ดาไซยิ้มก่อนจะตอบประธาน

“เพราะอย่างงั้นแหละครับ ผมถึงแนะนำเธอ”

“แล้วประธาน สรุปว่ายังไงครับ” คุนิคิดะถามบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดของวันนี้ ทุกๆคนที่อยู่ยังที่นี่ก็รอคำตอบจากปากประธานกันว่าจะว่ายังไง

แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังแอบตื่นเต้นเลย…

ประธานเงียบสักครู่ เพราะใช้ความคิดอยู่ก่อนจะเอ่ยออกมา

“ให้ดาไซเป็นคนรับผิดชอบ”

“ไว้ใจได้เลยครับ” ดาไซบอก

“เดี๋ยวนะคะ คุณดาไซ” ฉันเรียกถามคุณดาไซเกี่ยวกับเรื่องนี้

“งั้นงานที่บอกจะแนะนำให้ฉันนี่ก็คือ…”

“เขาว่าผ่านแหนะ”

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่สำนักงานนักสืบบุโซ นาคาจิมะ อัตสึโกะจัง”

“ยินดีด้วยนะคะ” นาโอมิที่ยังกอดแขนพี่ชายตนกล่าวยินดีกับฉัน

“ดีใจที่ได้มีส่วนช่วยนะ” ทานิซากิเองรู้สึกดีที่ได้ช่วยการทดสอบในครั้งนี้

แต่ว่า

“ไม่ค่ะๆๆๆ ที่ทำงานอันตรายหลุดโลกแบบนี้ อย่างฉันอยู่ไม่ไหวหรอกค่ะ” ฉันพูดปฏิเสธทุกคำของทุกคนแต่สิ่งที่ได้รับกลับมา

“เอาตัวเองมาบังระเบิดเพื่อช่วยทุกคนแบบนี้ ทำได้ไม่เลวเลยนะ” คุณดาไซชมความบ้าบิ่นของฉัน

“ใช่ค่ะๆ นาโอมิประทับใจมากเลยนะคะ” นาโอมิเองก็บอกความรู้สึกกับอัตสึโกะ

“ถ้าเป็นเธอล่ะก็ สบายหายห่วง” คุณดาไซพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ต้องการให้ฉันรู้สึกสบายใจแต่ก็นะ…

ฉันยังทำสีหน้ากังวลออกมาจนคุณดาไซร้องทัก

“แต่ก็น้า ถ้าเธอยืนกรานจะปฏิเสธมันก็คงบังคับกันไม่ได้ แต่ถ้าเป็นงั้นฉันคงเป็นห่วงอนาคตเธอแย่เลย…ก่อนอื่นก็ต้องย้ายออกจากหอพักพนักงานแล้วเธอก็ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรสักอย่าง เพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่มีสักคน แบบนี้คงหางานลำบากไม่น้อยเลย แถมเธอยังเป็นเสือที่เขาต้องการตัวอยู่ด้วย”

ฉันขมวดคิ้วก่อนจะสะดุ้งกับคำว่า เสือ คำสุดท้าย

“ถ้าเรื่องนี้ถึงหูใครเขาอย่างดีก็ถูกไล่ออกจากงาน อย่างแน่ก็โดนไล่จับยิงจนตาย”

“ยะ…ยิงตาย!!!”

“แต่ถ้ามาอยู่กับสำนักงานนักสืบเรา…มันก็อีกเรื่องนึง” ดาไซพูดดักทางฉันทั้งนั้นพร้อมด้วยรอยยิ้มอันไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลยค่ะ

“งั้นก็แปลว่า…” ฉันดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์เลยทำหน้าแหยงๆตอบไป

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ คุณอัตสึโกะ เนอะ ท่านพี่ขา” นาโอมิว่าพลางบีบรัดรอพี่ชายตัวเองแน่นอีก

“รักษากฎด้วยล่ะ ยัยหนู” คุณคุนิคิดะวางมาดบอกกับฉัน

“งั้นก็ตกลงตามนี้”

“ไม่จริงน่า…” 

ด้วยเหตุนี้ฉันเลยต้อจำใจจำทนทำงาน ณ ที่สำนักงานนักสืบบุโซแห่งนี้ค่ะ…

แต่ก็ถือว่าหางานได้สินะ ฮะๆ…

.

.

อีกด้านหนึ่ง

“พบตัว เสือสมิง แล้วค่ะ” หญิงสาวในความมืดเอ่ยบอกกับชายหนุ่มผ้าคลุมดำ

ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจก่อนเธอจะเดินตามเขาไป

ชายผ้าคลุมของเขาพลิ้วไสวไปกับสายลมก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นรูปร่างบางอย่างออกมา

และพุ่งเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัวใคร

 

*** ข้อความจากไรท์02/05/2020 ***

50 % ครึ่งแรกมาแล้ว ครึ่งหลังติดตามชมต่อกันได้ในตอนดึกๆนะคะ

100%  อัพครบแล้วนะคะ ตอนนี้แอบยาวไปหน่อยแต่ก็หวังว่าทักคนจะชอบนะคะ ฮะๆ ตอนหน้าบทเหล่าพอร์ตมาเฟียจะเริ่มออกกันแล้วฝากติดตามชมด้วยนะคะ

ตอนแถม (1)

เบื้องหลัง 

“ความจริง ไม่ได้อยากได้คุณดาไซเป็นคนรับผิดชอบเลยล่ะค่ะ ดูยังๆก็เหมือนจะพาไปฆ่าตายไปทุกเมื่อเลย ไม่ก็ต้องตามเก็บเรื่องเดือดร้อนให้อีก” ฉันพูดบอกสีหน้านิ่งๆกับทุกคน

ทุกคนเองก็ส่งสายตาหากันมองว่า คิดถูกแล้วล่ะลูก…

“เอ๋…. อัตสึโกะจังใจร้าย”

“งั้นคุณอัตสึโกะอยากได้ใคร ให้ดูแลเหรอ” นาโอมิจังถาม

“อือ อย่างน้อยก็ไว้ใจคุณคุนิคิดะมากกว่าล่ะนะ” ฉันหันไปมอคนที่น่าจะพึ่งพาได้ที่สุด

“พรูดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!” คุณคุนิคิดะถึงกับพ่นกาแฟออกมาจากปากด้วยความตกใจ

“คุนิคิดะคุง!! นายจะแย่งอัตสึโกะจังของผมงั้นเรอะ!!” ดาไซวิ่งเข้ามากอดฉันเอาไว้

“ฉันไม่ใช่ของใครนะคะ!!!!!” 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #7 ดอลลา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:41

    อยากรู้ความสัมพันธ์ของทานิซากิคุงกับนาโอมิจังมากกก

    #7
    0
  2. #6 ดอลลา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 23:34

    เาอจริงๆก็ รู้สึกสงสารคุณคุนิคิดะมาก ต้องมาเจอกับคุณดาไซ55555

    #6
    0