[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 15 : หน้าที่ 14 หลับเสียเถอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    27 พ.ค. 63

“หน่วยเก็บกู้ระเบิดของสารวัตรทหารพบระเบิดแล้วแต่ทางนั้นบอกมันเป็นแบบตั้งเวลาเลยเคลื่อนย้ายไม่ได้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บกู้เสร็จก่อนอาทิตย์ตกดิน”

คุณดาไซที่พึ่งคุยโทรศัพท์กับอีกฝั่งที่เก็บกู้ระเบิดอธิบายสถานการณ์ให้พวกเราฟังถึงแม้ว่าเราจะรู้ที่ตั้งระเบิดแล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดการระเบิดได้ เวลาเองก็เหลือไม่มากแล้วด้วยสิ

“กำลังให้ประชาชนในพื้นที่อพยพออกไปอยู่…แต่คิดว่าคงไม่ทัน”

“อะไรกัน…” ฉันกังวลจนแทบพูดอะไรไม่ออกแต่อยู่ๆคุณดาไซก็เอามือมาวางหัวฉันก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ฉันใจเย็นลงสักนิดก็ยังดี

“แต่ถ้าเราส่งสัญญาณหยุดไปก็ยังสามารถหยุดระเบิดได้”

“ต้องทำอะไรสักอย่าง” คุณคุนิดะที่ขับรถอยู่พยายามใช้หัวคิดหาทาง

“อ๊ะ….” แต่อยู่ๆเขาก็ร้องอุทานออกมาก่อนจะเบรกรถกะทันหันและจอดขวางทางถนนเอาไว้

“กะ…เกิดอะไรขึ้นคะ!!!” ฉันที่ตกใจเลยโผล่ไปทางเบาะคนขับและถามเขา

“โทรศัพท์เข้านะ” เขาบอกแค่นั้นแล้วก็รับโทรศัพท์

“หา!?”

“ไง โรคุโซเหรอ?”

ปรี๊ด!! ปรี๊ด!!

ระหว่างที่คุณคุนิคิดะเอาแต่คุยโทรศัพท์อยู่ฉันที่ได้ยินเสียงบีบแตรข้างหลังเลยหันไปดูปรากฏว่ารถข้างหลังจอดออกันเต็มแถมบีบแตรไล่รถพวกเราที่จอดขวางอีกต่างหาก

“เอ่อ…ดูเหมือนเราจะเป็นเหตุให้รถติดอยู่นะคะ” ฉันหันไปบอกเขา

ครืน…ครืน…

“อ่ะ…ค่ะ!” เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นมาแบบงงๆฉันเลยรับรับสาย

[ “ไง อัตสึโกะจัง” ]

“คุณรัมโป?” ฉันเอียงคอกับเสียงปลายสายที่โทรเข้ามาหาฉันก่อนจะตั้งใจฟังเรื่องที่เขาพูด

ครืน…ครืน…

“ครับประธาน”ดูเหมือนจะมีคนโทรเข้ามาหาคุณดาไซเหมือนกันพวกเราทั้งหมดเลยกำลังคุยโทรศัพท์กันอยู่จนลืมเรื่องรถด้านหลังไปเลย

“อย่างงี้นี่เอง…หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง”คุณคุนิคิดะกำลังคุยกับคุณโรคุโซ

“งั้นเหรอคะ…”ฉันคุยกับคุณรัมโป

“เป็นเรื่องอีกแล้วสิ…”คุณดาไซคุยกับประธาน

“ไม่หรอก ช่วยได้มากเลย”คุณคุนิคิดะว่าจบและตัดสายทิ้ง

“รับทราบแล้วค่ะ”ทางฉันบอกกับปลายสายก่อนที่เขาจะตัดไป

“เข้าใจแล้วครับ ประธาน” ส่วนคุณดาไซเองก็คุยกันเสร็จเรียบร้อยพอดีเหมือนกัน

บรืน!!!!!!!!

หลังเราทั้งสามรคุยโทรศัพท์กันเสร็จคุณคุนิคิดะที่รีบเร่งเครื่องและขับตรงไปอย่างเร็วก่อนจะอธิบายเรื่องที่คุยไปเมื่อกี้ให้พวกเขาฟัง

“จากโรคุโซเหมือนว่าช่วงนี้จะมีใครบางคนขนส่งพวกเครื่องส่งสัญญาณเข้าไปในที่ทำการเก่าของกองกำลังป้องกันตนเอง”

“ข้อสันนิษฐานของคุณรัมโปก็ที่เดียวกันค่ะ”

“ตามนั้นเลยสินะ”

“ของฉันเป็นสายจากประธาน สารวัตรทหารติดต่อมาบอกว่าคนขับรถตายแล้ว”

“ตายแล้ว?” พวกเราต่างตกใจกับข้อความของคุณดาไซที่พูดไปเมื่อครู่

“แต่เขาถูกคุ้มอยู่ในสถานกักกันของสารวัตรทหารไม่ใช่เหรอคะ”

“ตอนอยู่ในห้องขัง จู่ๆก็มีท่าทีทรมานขึ้นมาแล้วก็หมดลมไปเลยยังไม่ทราบสาเหตุการตายแต่บนฝ่ามือมีเลข00 ประทัยอยู่”

“เลขบนฝ่ามือ?อะไรละนั้น มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” คุณคุนิคิดะที่ได้ฟังเรื่องราวไปถึงกับสับสนกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ตอนนี้พวกเราขับรถมาจนถึงอดีตที่ทำการกองกำลังป้องกันตนเองแล้วแต่เวลาที่ระเบิดจะทำงานเหลือแค่ 20 นาทีเท่านั้น…

กึก..กึก…

พอเราขับรถเข้าไปก็มีลูกระเบิดกลิ้งออกมาจากเงามืดตรงมายังรถของพวกเราแบบไม่ทันตั้งตัว

“คุนิคิดะคุง!” คุณดาไซที่สังเกตเห็นรีบตะโกนบอกอีกคนให้ขับรถโดยเร็วและยังดีที่เราสามารถหลบพวกมันได้แต่เบรกเราแค่ไม่กี่วิข้างหน้าพวกเราก็มีคนกำลังหนึ่งยิงปืนมาใส่พวกเราแบบไม่ยั้ง

“ยอดกวีร่ายคำ : ระเบิดแสง!!!!” คุณคุนิคิดะใช้ระเบิดแสงและโยนไปตรงข้างหน้า

“ดูท่าเราจะมาถูกที่แล้วละ พวกนายสองคนขึ้นไปชั้นสองหาเครื่องส่งสัญญาณหยุดระเบิดซะ!” คุณคุนิคิดะหันมาสั่งฉันกับคุณดาไซ พวกเราพยักหน้าให้กันก่อนจะแยกย้ายไปทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

ส่วนคุณคุนิคิดะที่คอยล่อศัตรูให้ก็เจอกับคนที่เป็นผู้ใช้พลังพิเศษซะด้วยแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเห็นอะไรต่อก็เข้ามาถึงห้องควบคุมข้างบนพร้อมกับคุณดาไซซะแล้ว

“พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว…” ฉันหันไปมองทางกระจกด้วยความกังวลที่เข้ามาอย่างถาถมแต่เพราะอย่างงั้นแหละถึงต้องรีบหยุดระเบิด

“อึก!” คุณดาไซมาหยุดอยู่ตรงหน้าเครื่องนับถอยหลังระเบิดก่อนจะมองตรงแผนควบคุม

“พอจะใช้เครื่องได้ไหมคะ”

“ง่ายมาก! แต่ฉันทำไม่ได้…”

“เอ๊ะ…”

“มันต้องใช้กุญแจปลดล็อคมาเสียบตรงนี้แล้วหมุนอย่างเดียว…แต่ฉันดันไม่มีกุญแจนั้นนะสิ” เขาชี้ไปทางช่องเสียบกุญแจก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหมดหวัง

“งั้นจะทำไงดีละคะ”

“นั้นใครน่ะ!?”

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดหาทางอยู่ทางประตูอีกฝั่งก็มีชายร่างยักษ์โผล่ออกมาหาพวกเราคาดว่าน่าจะเป็นคนเฝ้าห้องแห่งนี้ก็คงไม่ผิด

“ว้าว เจองานช้างเข้าแล้วสิเนี่ย” คุณดาไซบ่นด้วยรอยยิ้มและท่าทางสบายๆก่อนจะเข้าไปเอาหมัดต่อยมันแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแรงของคุณดาไซน้อยกว่าเห็นๆมันเลยจับคอคุณดาไซขึ้นมาบีบ ฉันที่เห็นท่าไม่ดีเลยรีบคว้าเก้าอี้ตัวใกล้ฟาดใส่หัวมัน

“ย้าก!!” ฉันฟาดอย่างเต็มแรงแต่มันก็ไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายลงมาแถมยังหันมาทางฉันและใช้เท้าแตะตรงท้องฉันจนกระเด็นไปติดกำแพง

“อึก!!” ฉันล้มตัวลงด้วยความเจ็บปวด

“อัตสึโกะจัง!!” คุณดาไซร้องด้วยความตกใจแต่ยังไม่ทันที่จะโต้กลับอีกฝ่ายมันก็ชกเขาจนกระเด็นไปอีกฝั่งเหมือนกัน

“แรงแขนสุดยอดไปเลยนะเนี่ยนาย ไปทำงานแหกบามน่ารุ่งกว่ามั้ง?” เขาพูดกวนประสาทใส่อีกฝ่าย

ฉันที่พยายามลุกขึ้นมาก็หันไปเห็นคุณคุนิคิดะที่กำลังสู้อยู่เช่นกันแต่ดูเหมือนทางนั้นเองก็เสียเปรียบไม่ต่างจากเรา

“ฮึ้ย!!!!” เพราะคุณดาไซไปพูดกวนอีกฝ่ายมันเลยจับเขาเหวี่ยงไปตรงกระจกกอย่างแรงและกำลังจะบีบคอเขา

“คุณดาไซ!!!” ฉันพยายามพยุงตัวเองขึ้นไปช่วยเขาแต่ก็ไม่เป็นผล

“อึก…” คุณดาไซเหลือบสายตามองลงไปทางคุณคุนิคิดะ ก่อนจะตะโกนเรียกเขาออกมาเสียงดัง

“คุนิคิดะคุง!!”

“รู้แล้วเฟ้ย…” คุณคุนิคิดะที่ได้ยินเสียงจากข้างบนก็ใช้พลังตนทำปืนยิงลวดออกมาก่อนจะยิงไปที่ศัตรูเพื่อให้ไขว้เขวและขึ้นไปยังชั้นสองที่ที่พวกเราอยู่

“ดาไซ!!”

“รับทราบ!” ว่าจบคุณดาไซก็ถีบตัวเองลงไปสลับตัวกับอีกฝ่ายตาม

“คราวนี้นายจะเป็นคนให้ตัวเลขผมเหรอ” ศัตรูที่เป็นผู้ใช้พลังพิเศษเห็นคุณดาไซเลยคิดจะใช้พลังจัดการแต่หารู้ไม่ว่า…มันไร้ผลต่ออีกฝ่าย

“บ้าน่า ทำไมไม่มีตัวเลขประทับล่ะ”

“เสียใจด้วย แต่พลังพิเศษของนายใช้ไม่ได้แล้วล่ะ แล้วก็บอกคู่หู่ของนายไปทำงานแบกหามจะดีกว่านะ” ว่าจบเขาก็อีกซัดหน้าอีกฝ่ายจนสลบ

กลับมาที่ทางฉันคุณคุนิคิดะที่ขึ้นมาข้างบนจัดการเจ้าตัวยักษ์อย่างง่ายดายเพียงด้วยการทุ่มเป็นการเล่นทุ่มโดยไม่สนน้ำหนักหรือขนาดตัวเลย

“คุณดาไซล่ะ…” ฉันยืนหันไปมองข้างล่างปรากฏเขาจัดการศัตรูเรียบร้อยแล้ว

สองคนนี้เป็นคู่หูที่สุดยอดไปเลยแหะ….

“จริงสิ…คุณคุนิคิดะกุญแจล่ะคะ!!” ฉันหันขวับไปถามเขา

“ไอ้เวรนั้นหักทิ้งไปแล้ว”

“เอ๋!!!!!งั้นจะทำยังไงกับระเบิดนี้ละคะ!ไม่เหลือเวลาแล้ว…” ฉันมองตรงตัวเลขนับถอยหลังที่เหลือเพียงสามนาทีด้วยความลนลานทำอะไรไม่ถูก

“ใจเย็นก่อน ยัยหนู” เขาเอานิ้วมาดีดหน้าผากฉันและขีดเขียนบางอย่างลงสมุดพร้อมฉีกมันออกมา

“อึก!”

“ยอดกวีร่ายคำ…กุญแจปลดล็อค” สิ้นเสียงของคำพลังพิเศษกระดาษตรงหน้าก็กลายเป็นกุญแจอันเล็กอยู่ในมือคุณคุนิคิดะ

“พลังของฉันสามารถสร้างสิ่งที่ฉันเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งแค่เข้าใจหน้าตากับทำหน้าที่การใช้งานของมันขึ้นมาใหม่ได้”

ว่าจบเขาก็เอากุญแจเสียบเขาไปและเวลาตรงหน้าที่ถูกนับถอยหลังก็หยุดลง…

“เพียงแต่ขนาดของมันต้องไม่เกินเล่มนี้เท่านั้น” เขาว่าแล้วหยิบสมุดพกประจำตัวขึ้นมาฉันยิ้มด้วยความโล่งใจกับสถานการณ์เลวร้ายที่หมดแล้วซะที

“สมุดพกของคุณคุนิคิดะเป็นเครื่องมือที่ทำให้อุดมคติกลายเป็นจริงเลยได้สินะคะ” ฉันกล่าวชมสมุดพกที่แสนวิเศษของเขาแต่ใบหน้าเขากลับเคร่งเครียดและมองสมุดเล่มนั้นนิ่งโดยไม่พูดอะไรต่อ…

หลังจากนั้น

พวกเราก็ได้รับคำติดต่อมาจากพวกสารวัตรทหารอีกฝั่งว่าตัวระเบิดหยุดเรียบร้อยแล้วเป็นอันเสร็จภารกิจเก็บกู้ระเบิดไปได้ เป็นวันที่วุ่นวายใช่ได้เลยแหละเพราะหลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกลับกันเลยแต่…

ถึงจะเก็บกู้ระเบิดได้…แต่เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครคือผู้ส่งสาส์นสีคราม

“อ่า…ในที่สุดก็ได้นอนแล้ว…” ฉันล้มตัวลงบนฟูกนุ่มๆของตัวเองและเหยียดตัวด้วยความเหนื่อยล้าทำเอาเคลิ้มจะหลับเลยก็ว่าได้ถึงจะยังไม่ได้อาบน้ำเลยก็เถอะก็มันเหนื่อยนี่น่า

ก๊อก…ก๊อก…

เสีนงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นมาฉันสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมายามดึกแบบนี้ บุคคลตรงหน้าที่ฉันเห็นก็คือคุณดาไซเขายิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันเดินออกมาเปิดประตูให้โดยเร็ว

“คุณดาไซ!? มีอะไรเหรอคะ?” ฉันเอียงคอด้วยความสงสัยแต่ก็เดาอะไรไม่ถูก

“ไง อัตสึโกะจัง ขอรบกวนหน่อยน้า” เขาว่าแค่นั้นแล้วก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านคนอื่น

“เอ๋……..” ฉันที่ยังเอ๋อไม่หายแต่ก็เดินตามเขาเข้ามา

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ คุณดาไซหรือว่าเจอคนร้ายแล้ว” ฉันทำหน้าแตกตื่นและเตรียมจะออกไปข้างนอกแต่ก็ถูกอีกฝ่ายดึงข้อมือไว้

“ป่าวหรอก แค่วันนี้กะว่าจะมานอนกับอัตสึโกะจังนะ”

“เอ๊ะ…”

“ก็นี่ไง คุณซาซากินอนห้องฉันใช่ไหมละ ฉันกลัวรบกวนเธอเลยว่าจะมานอนกับเพื่อนคนอื่นเอา”

“งั้นก็ไปหาคุณคุนิคิดะสิคะ?ทำไมถึงเป็นฉันละคะ?”

“ก็เพราะคนบางคนเห็นฉันที่นอนอยู่ใต้ชายคาเดียวกับผู้หญิงแล้วไม่สบายใจนี่น่า”

“คุณคุนคิดะ?”

“อัตสึโกะจังนั้นแหละ”

“…..”

ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันทำไมฉันถึงจะต้องไม่สบายใจด้วยละ…แต่ก็แอบมีความรู้สึกแปลกจริงตอนที่เขาบอกอยู่กับคุณซาซากิ แต่ทำไมล่ะ ทำไมฉันต้องรู้สึกอะไรแบบนั้น

“อัตสึโกะจังเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยน้า” คุณดาไซว่างั้นแล้วหยิกแก้มฉันจนยืด

“อึก! หมายความว่าไงคะ ที่ว่าไม่เข้าใจตัวเอง!”

“ก็อัตสึโกะจังไม่สบายใจเพราะฉันอยู่กับคุณซาซากิใช่ไหมละ”

“…” ฉันที่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงเลยพยักหน้าเบาๆให้เขา

“แล้วก็รู้สึกแปลกๆตอนเห็นฉันเดทกับคุณซาซากิใช่ไหมละ”

“…” ฉันได้แต่พยักหน้าตอบเขา

“ลองคิดดูสิว่าทำไม…เพราะอัตสึโกะจังเป็นเด็กผู้หญิงนะจะให้ผู้ชายอย่างฉันมาบอกก็คงไม่ได้หรอก” คุณดาไซเอาหน้ามาใกล้ๆฉันพลางเร่งให้ฉันตอบ

ตึก…ตึก…

อยู่ๆเสียงหัวใจก็เต้นแรงแบบไม่ทันตั้งตัว รู้สึกตัวเองร้อนรุ่มไปหมด ใบหน้าก็เหมือนจะมีสีฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ฉันพยายามหลบสายตาและใช้ความคิด

“นั้นก็เพราะ….” ฉันพยายามเข่นเสียงออกมา

“ก็เพราะ…”

“เพราะว่า…”ฉันถามหน้าเครียดก่อนจะรู้ตัวเรื่องอะไรสักอย่างและพยายามพูดออกมา

“…”

“เพราะว่า…รู้สึกเป็นห่วงคุณซาซากิที่ต้องไปอยู่กับคนอย่างคุณดาไซจนวิตกแน่ๆค่ะ ก็ดูสิคะคนอย่างคุณนะเชื่อใจได้แค่ไหนกันเชียว! อย่างงี้นี่เอง นี่ฉันกังวลไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้สินะ” ฉันยิ้มอย่างดีใจที่รู้สาเหตุความกังวลของตัวเอง

“อ๊ะ…อะ…อัตสึโกะจัง…” คุณดาไซที่นั่งข้างๆฉันถึงกับทรุดฮวบ

“ขอบคุณนะคะคุณดาไซ…ฉันนี้มันใช่ไม่ได้เลยจริงๆค่ะ เป็นคนคิดมากแบบนี้เนี่ยต่อไปถ้าฉันกังวลอะไรจะมาบอกคุณคนแรกเลยนะคะ!” ฉันกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใสจนแสบตาในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ส่งรอยยิ้มเรียบๆหลับมาและทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้

“อะ…อืม…ฉันเองก็ดีใจนะที่เธอรู้ตัวซะที…ฮะๆ…”

[ Dazai Part ]

ผมอยากจะนั่งร้องไห้ออกมาซะเดียวนี่เลยครับ…ทั้งที่อุตสาห์ลงทุนแกล้งเด็กสาวตรงหน้าให้หึงตัวเองแต่กลับกลายเป็นว่าเธอเข้าใจผิดเป็นอย่างอื่นไปซะได้…

แต่ก็เพียงแค่เธอยิ้มแค่นี้…เพียงแค่นี้ผมก็ดีใจแล้วล่ะ…

“จะว่าไป อัตสึโกะจัง ตอนนั้นที่โดนเจ้ายักษ์ทุ่มมีแผลไม่ใช่เหรอ มาสิเดี๋ยวฉันทำให้”

“ฉันไม่เป็นอะไรมาหรอกค่ะ ดูสิคะ เห็นแบบนี้ฉันแข็งแรงจะตาย” อัตสึโกะทำท่าทางเบ่งกล้ามให้ฉันดูเพื่อไม่ให้เป็นห่วงเธอ ผมที่เห็นแบบนั้นแล้วพลอยยิ้มตามไปด้วย

“คุณดาไซนั้นแหละคะ แผลเต็มหน้าเลย นั่งอยู่นี่นะคะ ฉันจะทำแผลให้” ไม่รอช้าเธอลุกขึ้นไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาหาผมและเขยิบเข้าใกล้ๆจนเห็นใบหน้านั้นชัดเจน

“ดูสิ…ทำอะไรเกิดเหตุแบบนี้เผื่อโดนบีบคอตายขึ้นมา…ได้ตายสมใจเลยนะคะ”

“ฉันไม่ตายง่ายๆหรอกน่าอีกอย่างไม่ตายกับคนที่ไม่ใช่สาวสวยหรอกน่า”

“งั้นรีบตายเลยค่ะ เปลื้องผ้าพันแผล”

ถึงเธอจะพูดหยอกอย่างงั้นแต่สายตาที่มองกลับมาที่ผม กลับมีเพียงแค่ความกังวล ห่วงใยอยู่ตลอดเป็นแบบนี้เสมอตั้งแต่เราพบกัน เธอมักจะอ่อนโยนกับทุกคนเสมอจนบางทีผมก็อยากจะเก็บตัวเธอซ่อนเอาไว้ไม่อยากให้ใครเห็นเธอเลย…

“ตกลงให้ฉันนอนนี่แล้วสินะ”

“ยังค่ะๆเดี๋ยวเถอะค่ะ!”

“อัตสึโกะจังใจร้าย”

“….”

“เป็นเด็กไม่น่ารักเลยน้า” ผมพูดตัดพ้ออีกฝ่ายอย่างงอนๆ

“…ถ้า…แค่…”

“หืม?”

“ถ้าแค่คืนนี้จะยอมให้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไปนอนในตู้เก็บของ”

เธอถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ว่าแล้วเชียวปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งจริงๆด้วย ผมยิ้มอย่างดีใจและเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

“เฮือก!!! คุณดาไซ!!” อัตสึโกะตีหลังผมอย่างแรงและพยายามสลัดตัวให้หลุดแต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะยังไงเธอก็แรงน้อยกว่าผมอยู่ดีแค่ตอนที่ไม่ได้ใช้พลังพิเศษล่ะนะ

“อัตสึโกะจัง น่ารักที่สุดเลย…กลิ่นหอมด้วย…” ผมเอียงตัวไปพูดใกล้หูเธอ

“อะ…อะไรล่ะคะนั้น เมาเห็ดพิษอีกแล้วรึไงคะ”

“ป่าวซะหน่อยพูดจริงนะ”

“แต่ฉันยังไม่อาบน้ำนะคะ…เหม็นจะตาย…” เธอพูดบ่นพึมพำอย่างเคอะเขินและถีบผมออกไป

“เจ็บน้า หัดอ่อนโยนหน่อยสิ” ที่จริงก็อ่อนโยนอยู่แล้วล่ะแต่แกล้งไปงั้นแหละ

“ทำแผลเสร็จแล้วค่ะ! ไปนอนแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ!” เธอโยนที่นอนออกมาให้ผมก่อนจะรีบยัดตัวเองเข้าไปในห้องเก็บของเล็กๆ

เหมือนลูกแมวกำลังกลับเข้าบ้านน้อยๆเลยน้า…..

“ฝันดีนะ อัตสึโกะจัง” ผมเอามือเท้าคางหันมายิ้มบอกฝันดีกับอีกฝ่าย

“ฝันดีค่ะ….” เธอหลบหน้าและปิดบานประตูไว้ไม่คุยอะไรอีก

อ่า…แย่แน่เลย บางทีคืนนี้ผมอาจจะต้องพยายามควบคุมจิตใจของตัวเองมากกว่านี้ก็เป็นไปได้

[ Atsuko Part]

ตอนเช้า

ฉันลุกขึ้นมาในห้องเพราะแสงแดดกระทบตา นี่ฉันมานอนข้างนอกตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่…ฉันมองหาใครอีกคนก่อนจะพบว่าเขาไม่อยู่ตรงนี้เสียแล้ว…ไปซะแล้วเหรอ…ฉันพ่นลมหายใจอย่างสบายใจ…

“เกือบแล้วไหมละ…ใจแข็งกว่านี้หน่อยสิ อัตสึโกะ”

หลังจากตื่นได้สักพักเลยรีบลุกขึ้นออกไปสำนักงานระหว่างนั้นก็พอดีเจอกับคุณซาซากิยืนที่ร้านขายดอกไม้

“คุณซาซากิคะ?” ฉันส่งเสียงร้องทักอีกฝ่าย

“คุณอัตสึโกะ” เธอหันมายิ้มให้ฉันอย่างนอบน้อม

“มาซื้อดอกไม้ไปทำอะไรเหรอคะ” ฉันหยุดอยู่ตรงหน้าเธอที่ถือช่อดอไม้อันใหญ่ไว้ในมือตัวเอง

“เยี่ยมหลุมศพนะคะ” เธอพูดด้วยเสียงราบเรียบถึงจะยิ้มตอบกลับให้ฉันแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อยเหงาหงอยอย่างบอกไม่ถูก

“ขอโทษที่ถามอะไรไม่เข้าเรื่องนะคะ” ฉันพูดขอโทษเธอด้วยความรู้สึกผิดแต่เธอก็เพียงส่ายหน้ากลับมา

“ไม่หรอกค่ะ ไม่ใช่เรื่องที่ควรปิดบังอะไรอยู่แล้ว”

“คุณซาซากิดูเศร้ามากเลย เขาคนนั้นเป็นคนสำคัญเหรอคะ…”

“…นั้นสินะ…คุณอัตสึโกะเคยมีแฟนไหมคะ”

“เอ๋! มะ…ไม่เคยหรอกค่ะ คนอย่างฉันเป็นแค่ผู้หญิงไม่มีอันจะกินไม่เหมือนคุณซาซากิที่ทั้งสวยหรือเพียบพร้อมหรอกค่ะ แฮะๆ”

“ฮิๆไม่หรอกค่ะ เห็นแบบนี้คุณอัตสึโกะก็น่ารักนะคะ ขนาดท่านดาไซกับท่านคุนิคิดะยังคิดแบบนั้นเลย” เธอยิ้มหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของเด็กสาว

“สองคนนั้นเขาพูดเหรอคะ?” ฉันมองตาโตด้วยความตกใจ

“ป่าวหรอกค่ะ…แต่ว่ามันรู้สึกได้นะคะ” เธอยิ้มอย่างสนุก

“หือ?” ฉันลองคิดตามดู รู้สึกได้เองงั้นเหรอ

“เห้ย ยัยหนู!! อย่าชักช้าสิ”

“อัตสึโกะจังเหนื่อยแล้วอ่ะ นวดหลังให้หน่อย”

ดูจะเป็นคนใช้มากกว่าซะอีกนะเนี่ย…

“เข้าใจผิดแน่ๆค่ะ ฮะๆ” ฉันได้แต่หัวเราะแห้งให้อีกฝ่าย

“…” เธอยิ้มตอบฉันเหมือนเคยก่อนจะทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าวันนี้ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“คุณซาซากิ?”

“เดี๋ยวฉันต้องไปทำธุระต่อแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ คุณอัตสึโกะ”

“อ่ะ ค่ะ โชคดีนะคะ” ฉันโบกมือให้เธอพลางอวยพร

“ค่ะ…ลาก่อนนะคะ” ดวงตาเธอสั่นไหวแต่ก็ส่งรอยยิ้มมาให้ฉันและโค้งตัวก่อนจะเดินจากไปจนลับสายตา

ทำไมพูดเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วเลยนะ…

แต่ดูเหมือนลางสังหรณ์ฉันจะถูกเพราะหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้หายไปเหมือนกับคำว่าลาก่อนอย่างที่ว่าจริงๆ….

ตึก…ตึก..

เสียงฝีเท้าของฉันรีบวิ่งไปที่โบสถ์ตามที่คุณดาไซโทรมาเมื่อกี้เขาบอกว่ารู้ตัวจริงของคนร้ายแล้วให้รีบมา

ปัง!!

เสียงปืนดังขึ้นจนก้องไปทั่วทางเดินของโบสถ์ฉันรู้สึกแปลกๆกังวลใจจึงรีบเร่งฝีเท้าไปให้เร็วกว่าเดิม เพียงแต่…เพียงแค่ถ้าฉันเข้าไปหยุดไว้ได้ทันล่ะก็…

“ทำไม…ทำไมต้องกลายเป็นแบบนี้ด้วย…” เสียงคุณคุนิคิดะร้องลั่นมาแต่ไกล

เมื่อฉันมาถึง…ขาที่เคยรีบวิ่งมาเมื่อกี้อยู่ก็หมดแรงฮวบลงจนขายั้งตัวเอาไว้ไม่อยู่ทำให้ต้องนั่งลงที่พื้น ฉันอ้าปากค้างด้วยความตกใจพยายามจะพูดออกมาแต่ก็พูดอะไรไม่ออก ข้างหน้าของตัวเราคือศพของคุณซาซากิที่เลือดนองเต็มไปทั่วกับคุณทากุจิที่พึ่งสิ้นหลับหายใจไปก่อนฉันจะมาถึง เกิดอะไรขึ้น…ฉันได้แต่มองหน้าคุณดาไซกับคุณคุนิคิดะที่เถียงอะไรสักอย่างกันอยู่

“มันผิดพลาดตรงไหนกัน….ใครเป็นคนผิดกัน…!!!” เขากัดฟันพูดอย่างเจ็บปวด

“ไม่มีใครผิดหรอก…เรื่องมันมีแต่ต้องลงเอยแบบนี้เท่านั้น”

“อึก…หุบปาก!!!” คุณคุนิคิดะคว้าคอเสื้อคุณดาไซด้วยสีหน้าโกรธจัด

“นายน่าจะช่วยเธอได้แท้ๆ! จะบอกว่านี้คือผลลัพธ์ที่ถูกแล้วงั้นเหรอ”

“ความถูกต้องมันก็คืออาวุธนั้นแหละ แม้จะใช้ทำร้ายคนอื่นได้ก็ไม่สามารถปกป้องหรือช่วยเหลือใครได้เลยแล้วสุดท้ายสิ่งที่ฆ่าคุณซาซากิก็คือความถูกต้องของราชาสีคราม…แล้วก็ความถูกต้องของนายนั้นแหละ” คุณดาไซพูดด้วยเสียงราบเรียบใจเย็นแต่ดวงตากลับไร้ความรู้สึกและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน

“อึก…” คุณคุนิคิดะที่ไม่ได้เถียงอะไรผลักคุณดาไซออก

“คุนิคิดะคุง…ตราบใดที่นายยังแสวงหาอุดมคติอยู่แบบนั้นสักวันเปลวเพลิงราขาสีครามจะเข้ามาฝังรากลึกในตัวของนาย…แล้วก็แผดเผาทุกสิ่ง…”

“แต่ถึงอย่างนั้น!!

“…”

“ถึงอย่างงั้นฉันก็จะไปให้สุด!อย่ามาดูถูกอุดมคติของฉันนะ!!”

ว่าจบคุณคุนิคิดะก็เดินชนไหล่คุณดาไซออกไปโดยพร้อมกดเรียกรถพยาบาลและรถตำรวจให้มาที่นี่…ส่วนคุณดาไซก็เดินมาพยุงฉันขึ้นพร้อมอธิบายเรื่องราวให้ฉัน…

…คุณซาซากิก็คือผู้ส่งสาส์นสีคราม…

…คุณทากุจิช่วยคุณคุนิคิดะที่กำลังถูกยิงจนตาย…

…และเขาก็ยิงคุณซาซากิเพื่อแก้แค้นพ่อของตัวเอง…

ฉันที่ได้ยินเรื่องราวถึงกับใจหายงั้นเพราะแฟนเก่าของเธอที่บอกว่าเลิกกันแต่ที่จริงแล้วก็คือเขาตายไปคนนั้นคือราชาสีคราม…

“คุณซาซากิดูเศร้ามากเลย เขาคนนั้นเป็นคนสำคัญเหรอคะ…”

“…นั้นสินะ…”

ฉันนึกถึงคำพูดของเธอก่อนจะบอกหันไปหาร่างที่ไร้วิญญาณของเธอ…ทั้งที่น่าเสียใจและเศร้าแท้แต่ๆ…แต่ใบหน้าของคุณซาซากิกับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความยินดีในการตายครั้งนี้…

พักผ่อนเถอะค่ะ…คุณซาซากิ…คุณไม่ต้องฝืนอีกต่อไปแล้ว…

 

***ข้อความจากไรท์ 27/05/20 ***

เน็ตล่มค่ะในที่สุดก็เล่นได้สักที!! ที่หายๆไปเพราะเข้ามาอัพไม่ได้นี่แหละคะ คนอ่านหายเรียบร้อยแน่นอนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #15 Tanaporn_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 19:29
    พึ่งเจอ แล้วเผลอเข้ามาอ่านรวดเดียวจบเลย ชอบมากๆเลย สู้ๆค่ะ จะรออ่านต่อ
    #15
    0
  2. #13 Cartoonbigdjksgj (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 00:11
    อยากอ่านต่อแล้วไรท์จ้าาาาาา
    #13
    0
  3. #12 0860215149a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    อัตจังน่ารัก พยายามเข้านะ
    #12
    0