[ Bungou Stray Dogs ] 名前を呼ぶよ

ตอนที่ 11 : หน้าที่ 10 คดีฆาตกรรม(ตอนปลาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    18 พ.ค. 63

“คนร้ายก็คือนายนั้นแหละ…”

คุณรัมโปยกมือชี้ไปยังตัวคนร้ายที่แท้จริงของคดีครั้งนี้เป็นที่เราคาดไม่ถึงกัน….

ใช่ คนที่คุณรัมโปชี้ไปก็คือ…

“พลตำรวจสึกิโมโตะ”

“หา!?” เขาอุทานอย่างงงๆ

“คุณรัมโป?” ฉันเองก็ตกใจไม่ต่างกัน 

“ฮะๆ….ฮ่าๆ พลตำรจสึกิโมโตะเป็นลูกน้องของฉันนะเฟ้ย” คุณมิโนอุระเองก็แทบขำไม่เชื่อคำพูดของคุณรัมโป

“เขานี่แหละเป็นคนฆ่าหล่อน” แต่คุณรัมโปก็ยังยืนยันอยู่เหมือนเดิม

“อย่ามาบ้านะ!คนร้ายที่ไหนมันจะอยู่ใกล้ตัวได้ประจวบเหมาะขนาดนี้!”

“เพราะเป็นคนร้ายนั้นแหละถึงมาอยู่ใกล้ที่สอบสวน…แล้วอีกอย่างยังไม่ได้บอกเหรอ? ว่าผมเองก็รู้ด้วยว่าหลักฐานอยู่ไหน”

“….”

“ยืมปืนพกหน่อยสิ” คุณรัมโปหันไปบอกคุณสึกิโมโตะที่ตอนนี้มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“ยะ…อย่ามาพูดอะไรบ้าๆสิครับ ขืนส่งปืนขอเจ้าหน้าที่รัฐให้คนทั่วไป คงไม่จบแค่โดนตัดเงินเดือนแน่ครับ” แต่เขาก็ปฏิเสธคุณรัมโปเรื่องปืน

“นึกว่าจะพูดเรื่องอะไร พวกนักสืบเป็นพวกโง่ที่มีดีแต่ปากรึไง” คุณมิโนอุระว่า

“ถ้าได้ตรวจสอบปืนกระบอกนั้นแล้วปรากฏว่าไม่มีอะไร ผมก็คงจะเป็นแค่ไอ้โง่ที่มีดีแต่ปากจริงๆแหละ”

“หึ ฟังแกเล่นลิ้นมากพอแล้วล่ะ สึกิโมโตะเอาให้มันดู!!”

“แต่ว่า…”

“มันว่ามาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าทำให้ยอมรับได้เดี๋ยวก็กลับไปเองแหละ เราจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เอาปืนให้เจ้าหมอนี้ดูไปเลย”

“….” คุณสึกิโมโตะนิ่งเงียบ ทั้งที่คุณมิโนอุระที่เป็นหัวหน้าอนุญาตแล้วแท้ๆแต่เขากลับไม่คิดจะส่งปืนให้คุณรัมโปดู

“เฮ้ย เป็นไรไป สึกิโมโตะ”

“ต่อให้เป็นในเมืองนี้ก็ใช่ว่ามือสมัครเล่นจะหากระสุนมาเติมได้ง่ายๆ…ยิ่งเป็นปืนของเจ้าหน้าที่รัฐยิ่งแล้วใหญ่” คุณรัมโปยังคงอธิบายต่อ

“….”

“เงียบทำไหมวะ สึกิโมโตะ!” คุณมิโนอุระที่เริ่มหวั่นใจเลยตะโกนเรียกเขา

“ตอนนี้เขากำลังคิดหนักอยู่น่ะสิ ว่าจะแก้ตัวเรื่องกระสุนปืนที่ใช้ไปแล้ว 3 นัดยังไงดี…” อย่างกับคุณรัมโปอ่านใจได้ ทุกคำที่เขาพูดส่งผลให้คุณสึกิโมโตะเหงื่อแตกยิ่งกว่าเดิมเขาเม้มปากและกำมือแน่น

“สึกิโมโตะ!! นายไม่ใช่คนร้ายอยู่แล้วนี่! เอาปืนให้มันดูสิวะ!” คุณมิโนอุระที่กังวลแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อคำพูดพวกนั้นเลยพยายามตะโกนบอกให้เขาเอาปืนออกมา

“….”คุณสึกิโมโตะไม่ได้ตอบอะไรแต่เขาก็ค่อยๆหยิบปืนขึ้นมาและปลดระบบเซฟตี้ของปืนและเล็งปืนมาทางคุณรัมโปด้วยมือสั่นๆ

แย่แล้ว…ไม่ดีแน่แบบนี้…

“สึกิโมโตะ!” คุณมิโนอุระร้องเสียงดังแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะตอนนี้เขาได้เหนี่ยวไกปืนเรียบร้อย

ปัง!

“ไปเลย อัตสึโกะจัง” 

“เอ๋!!”

คุณดาไซผลักฉันไปใส่คุณสึกิโมโตะที่กำลังยิงปืนใส่คุณรัมโปทำให้ตำแหน่งที่เล็งไว้ตอนแรกคลานเคลื่อนไม่โดนตัว ฉันจึงรีบล็อคแขนเขาเอาไว้ก่อนที่ไปยิงคนอื่นอีก ทำให้นายตำรวจคนอื่นรีบวิ่งกรู่เข้ามาจับเขาด้วย

“ปล่อยนะ ผมไม่เกี่ยวนะ!”

“หนีไปก็เปล่าประโยชน์…” คุณรัมโปย่อตัวมาคุยกับคุณสึกิโมโตะ

“….”

“เวลาก่อเหตุคือเมื่อวานตอนเช้าตรู่ สถานที่คือซากอู่ต่อเรือที่อยู่ห่างออกไปอีก 140 เมตรทางต้นน้ำ”

“เฮือก…ทำไมถึงรู้” คุณสึกิโมโตะตกตะลึง

“ถ้าไปที่นั้นต้องเจอแน่…รอยเท้าของนายกับเหยื่อ รวมถึงคราบเลือดที่ลบออกไม่หมดด้วย”

“ได้ไง…ไม่น่าจะมีใครรู้แท้ๆ” ฉันที่นั่งทับเขาอยู่รู้สึกได้ว่าเขาตัวสั่นไม่หยุดคงจะตกใจกับการสันนิษฐานที่ตรงเป๊ะจนน่ากลัวของคุณรัมโปก็คงไม่ผิด เพราะขนาดฉันเองก็ยังตะลึงกับพลังนั้นเลย

 “ที่เหลือค่อยไปคุยต่อในที่ทำงานก็แล้วกัน แต่สำหรับนาย…มันคงเป็นงานสุดท้ายแล้วล่ะน่ะ” คุณมิโนอุระเอากุญแจมือมาใส่ให้แต่เขาก็ไม่ได้มองหน้าคุณสึกิโมโตะเลย อาจจะเพราะด้วยความผิดหวังไม่ก็ยังไม่พร้อมจะมองหน้าเขาอีกก็เป็นได้

.

.

ตอนนี้พวกเราย้ายสถานที่มาที่สถานีตำรวจกัน อยู่ในห้องสอบสวนแต่ฉันกับคุณดาไซไม่ได้เข้าไปด้วยมีเพียงคุณรัมโป คุณมิโนอุระและคุณสึกิโมโตะเท่านั้นที่อยู่ในห้องนั้น 

ภายในห้องอึดครึ้มและไร้เสียงทุกอย่าง ทุกคนต่างเงียบ…จนคุณสึกิโมโตะเปิดปากพูดขึ้นมาเอง

“ผมไม่ได้มีเจตนายิงครับ…เธอ…ตามสืบคดีคอรัปชั่นของนักการเมืองคนหนึ่งอยู่…แล้วก็ไปได้หลักฐานการทุจริตของสมาชิกระดับสูงมาไว้ในมือโดยไม่คาดฝันครับ…แต่สมาชิกสภาคนนั้นก็เหลี่ยมจัดเขาคิดจะใช้สปายที่แฝงในหมู่ตำรวจทำลายหลักฐานชิ้นนั้นทิ้งครับ…” เขาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกมาเองด้วยความรู้สึกผิด

“แล้วสปายคนนั้นก็คือนายสินะ” คุณรัมโปว่า

“…ผมใฝ่ฝันอยากจะเป็นตำรวจมานานแล้วครับ ผมสอบตก 3 ครั้งติด แล้วในตอนที่ผมกำลังสิ้หวังก็มีชายคนหนึ่งติดต่อมาครับ เขาถามว่ายังไงก็อยากเป็นตำรวจให้ได้สินะ…แล้วผมก็เข้ามาเป็นตำรวจด้วยเส้นสายของสมาชิกสภาคนนั้นก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งเขาเป็นข้อแลกเปลี่ยน” เขาเล่าต่อด้วยใบหน้าที่ขมขื่น

ตึง!!

คุณมิโนอุระทุบโต๊ะเสียงดัง

“งั้นงายก็ฆ่ายามากิวะเพราะเป็นสุนัขรับใช้ของสมาชิกสภานั้นเหรอ!?”

“ไม่ใช่ครับ!” เขาปฏิเสธเสียงดัง

“ผมพยายามเขาไปเตือนเธอครับ ว่าขืนเป็นแบบนี้โดนเก็บแน่ให้ปล่อยมือจากหลักฐานนั้นซะ แต่เธอก็…” คุณสึกิโมโตะที่ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกผิดเลยก้มหน้าลงด้วยความเจ็บปวดและเริ่มเล่าต่ออย่างช้าๆ

“เธอ…ปฏิเสธ…แต่ผมก็เอาปืนขึ้นมาขู่เธอ…แต่เธอก็บอกว่าผมไม่กล้ายิงหรอก…ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เธอว่า…ผมเลยเขาปืนหันใส่ตัวเองแล้วขู่เธอแทนครับ…แต่เธอก็วิ่งเข้ามาแย่งปืนจากผมแล้วปืนมัน…ไม่สิ…ผมเหนี่ยวไกปืนไปโดยไม่ตั้งใจครับ…ยิงโดนเธอ…”

“ขืนปล่อยไว้แบบนั้นนายจะกลายเป็นฆาตกร และจะถูกไล่ออกจากการเป็นตำรวจ…ตอนที่นายกำลังสับสนคนที่สามารถพึ่งได้…ซึ่งตลกร้ายจริงๆมีเพียงเขาคนเดียว…แล้วสมาชิกสภาคนที่นายโทรไปหาก็บอกวิธีการทำลายหลักฐานมา นายเลยยิงไปที่อกเธออีก 2 นัดตามที่เขาบอก เพื่ออำพรางว่าเป็นฝีมือมาเฟีย…จากนั้นก็เอาศพไปลอยในแม่น้ำเพื่อให้ถูกพบช้าลง”

“…” คุณสึกิโมโตะพยักหน้าช้าๆเพื่อบอกว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นไม่มีข้อผิดเลย

“แล้วหลักฐานที่ยามากิวะได้มาอยู่ที่ไหน? สมาชิกสภาคนนั้นมันทำให้ยามากิวะต้องตาย บอกมาซะ สึกิโมโตะ!” คุณมิโนอุระไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของคุณสึกิโมโตะแต่คาดคั้นให้เขามอบหลักฐานมาแทน

“นี่ สึกิโมโตะคุง” คุณรัมโปเรียกเขาที่ไม่ยอมพูดอะไร

“…”

“ให้ผมลองทายคำพูดสุดท้ายของหล่อนดูไหม” เขาเข้าไปกระซิบพูดกับคุณสึกิโมโตะ

ขอโทษนะ สินะ” 

“อึก!!” อย่างกับฟ้าเล่นตลกคุณสึกิโมโตะก้มหน้าลงน้ำตาซึมออกมาและกัดปากตัวเองแน่นซึ่งก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าคือเรื่องจริง

“คุณนี่…มองออกทุกเรื่องเลยสินะครับ…ฮึก!” เขาชมคุณรัมโปที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา

“…”

“หลักฐานอยู่ในลิ้นชักโต๊ะของผมครับ” เขายอมบอกที่ซ่อนหลักฐาน

ฉันที่แอบใจหายได้แต่กำมือไว้ตรงอก….

.

“เป็นหนี้นายแล้วล่ะ” คุณมิโนอุระที่เดินออกมาส่งเรานอกสถานีตำรวจเอ่ยบอกพูดกับคุณรัมโป

“…”

“แล้วก็ ขอโทษที่สงสัยความสามารถของนาย ถ้ามีคดียากๆจะไหว้วานไปอีก” เขาว่าอย่างนั้นแลเวก็ก้มหัวให้พวกเรา

“ถ้าพลังของผมมีความจำเป็นก็เรียกใช้ได้ทุกเมื่อเลย ครั้งหน้าเดี๋ยวลดราคาให้เลยก็ได้นะ” 

“ขอบคุณจริงๆ” ว่างั้นแล้วคุณมิโนอุระก็ยิ้มให้พวกเรา

“เออ แล้วก็ยัยหนูคราวหน้าอย่ากระโดดไปรับกระสุนอีกล่ะ มันอันตราย เข้าใจนะ” เขาหันมาบอกฉันก่อนจะเดินจากไป

“เอ้า เข้าใจแล้วนะ อัตสึโกะจัง อย่าทำอีกนะ” คุณดาไซว่างั้นแล้วก็ตบหัวฉันเบา

“นั้นมันเพราะคุณดาไซผลักฉัน…ไม่ใช่เหรอคะ!!!!!!” ฉันทำท่าจะเข้าไปตีเขาแต่คุณรัมโปก็มาเบรกไว้ก่อน

“น่าๆ กลับกันได้” คุณรัมโปแยกตัวเดินนำหน้าไปก่อน 

“แต่ว่าสุดยอดไปเลยนะคะ คุณรัมโปเนี่ยไม่นึกว่าจะเดาถูกอย่างได้ตรงเผงขนาดนั้น พลัง สุดยอดสันนิษฐาน นี่สุดยอดไปเลยนะคะ” ระหว่างเดินกลับฉันก็พูดชื่นชมคุณรัมโปให้คุณดาไซฟังด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ฉันก็พอรู้ประมาณครึ่งนึงนะ”

“เรื่องอะไรเหรอคะ” ฉันเอียงคอถาม

“ก็เรื่องคดีเมื่อกี้ไง ว่าคุณรัมโปเขาสันนิษฐานได้ยังไงน่ะ”

“ก็รู้ได้ทันทีจากการใช้พลังไม่ใช่เหรอคะ?”

“อ่อ นี่เธอยังไม่รู้หรอกเหรอ…ที่จริงคุณรัมโปเขาไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษหรอก”

“….คะ!?....” ฉันทำหน้าช็อกใส่

“คุณรัมโปเขาถือเป็นแกะดำในสำนักงานนักสืบที่มีแต่ผู้มีพลังพิเศษเป็นคนธรรมดาของแท้ไม่มีพลังพิเศษอะไรเลยล่ะ ถึงเจ้าตัวจะคิดว่าตัวเองใช้พลังพิเศษอยู่ก็เถอะ อีกอย่างเห็นแบบนั้นแต่คุณรัมโปเขาก็อายุ 26 แล้วนะ”

“เอ๋!” 

ขอช็อกอีกรอบนะคะอายุ26แล้วงั้นเหรอ!? ท่าทางที่เหมือนเด็กไม่รู้เรื่องนั้นน่ะนะ

“ที่ทุกคนในสำนักงานนักสืบเคารพคุณรัมโปก็เพราะรู้ว่า พลัง สุดยอดสันนิษฐาน ไม่ใช่พลังพิเศษนั่นแหละ ฉันก็เคยได้ยินมาก่อนแล้วแต่พึ่งได้มายืนยันกับตาวันนี้นี่แหละ”

“ที่จริงน่ะนะ ตอนที่คุณรัมโปใช้พลัง สุดยอดสันนิษฐาน อยู่ ฉันแอบย่องไปข้างหลังแล้วเอามือแตะผมของเขาดูน่ะ ก็อย่างที่รู้ว่าฉันเป็นผู้มีพลังพิเศษสายต่อต้านที่ลบล้างพลังของอีกฝ่ายด้วยการสัมผัสได้ เมื่อถูกฉันสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ต่อให้เป็นผู้มีพลังพิเศษที่แข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่สามารถใช้พลังได้เลย…หรือก็คือ สุดยอดสันนิษฐานของคุณรัมโป ไม่ใช่พลังพิเศษ” คุณดาไซอธิบายทุกเรื่องให้กระจ่างฟัง

“ไม่ใช่พลังพิเศษ…แล้วเขารู้ได้ยังไงคะ” เรื่องที่ไขคดีไปเมื่อครู่จะบอกว่าที่ไขได้ไม่ใช่เพราะการใช้พลังพิเศษอย่างงั้นเหรอ

“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นการสันนิษฐานเองล้วนๆ”

“ไม่จริงน่า…ก็เขาเดาตัวคนร้ายได้ในเวลาสั้นๆเลยนะคะ แค่การสันนิษฐานธรรมดามันจะทำได้ถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันพูดด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองที่พึ่งได้เจอมา 

“อ่อ เรื่องนั้นฉันก็รู้เหมือนกันนะ จำที่พลตำรวจสึกิโมโตะพูดได้ไหม” 

ฉันทำท่าคิดและนึกถึงคำพูดของเขา

เอ๋….ที่เขาพูดงั้นเหรอ…น่าจะเป็น…

แค่เพียงเพราะจะตบตาถึงกับต้องยิงซ้ำอีกสองนัดเลยเหรอ อันนั้นเหรอคะ?”

“ใช่…แต่ถ้ามาเห็นศพที่ถูกยิงสามนัด ใครก็ต้องคิดว่าถูกยิงทีเดียวสามนัดกันทั้งนั้นแหละ”

“อ่ะ…” ฉันคิดไปตามคุณดาไซ เป็นอย่างที่ว่าจริงๆด้วย

“หรือก็คือเขารู้ว่าเหยื่อตายตั้งแต่กระสุนนัดแรกแล้ว คนที่รู้เรื่องนั้นทั้งที่ยังไม่ได้ชันสูตรศพ…” เขาเว้นไว้ให้ฉันตอบ

“ก็มีแต่คนร้ายเท่านั้น…แต่ขนาดเวลาก่อเหตุก็ยังเดาถูกเลยนะคะที่บอกว่าเมื่อวานตอนเช้าตรู่นะ”

“เรื่องนั้นน่ะนะ ร่างศพมีความเสียหายไม่มากเลยน่าจะลอยอยู่ในแม่น้ำอย่างนานที่สุดแค่ 1 วัน เมื่อวานเป็นวันอังคารซึ่งก็คือวันธรรมดา แต่ผู้ตายไม่ได้แต่งหน้า ตำรวจสืบสวนที่ต้องทำงานล้นมือจนล่วงเวลาบ่อยกลับไม่ได้แต่งหน้าในวันธรรมดาก็แปลว่าเวลาตายคือตอนเช้าตรู่”

“งี้นี่เอง…ถึงฉันจะไม่เคยแต่งหน้าก็เถอะ…งั้นพวกสถานที่เกิดเหตุกับพวกปืนที่ใช้ขู่ล่ะค่ะ!” ฉันถามต่อด้วยความอยากรู้

“เรื่องนั้น ฉันยอมแพ้เลยล่ะ สายตาของคุณรัมโปคงสังเกตเห็นอะไรเห็นเบาะแสมากกว่าฉันเยอะแหละ” คุณดาไซบอกด้วยรอยยิ้ม

“นั้นสินะคะ…เดาออกไปถึงคำพูดสุดท้ายของผู้หญิงคนนั้นเลยนี่น่า” ฉันยิ้มเจื่อนๆ

“อ่อ…อันนั้นนะ…” เขาขัดขึ้นมาเสียงเบา

“หือ?”

“ตำรวจบอกผู้หญิงคนนั้นไม่ได้คบหากับใครเป็นพิเศษสินะแต่นาฬิกาของเธอเป็นแบรนด์ของต่างประเทศมันไม่ใช่ของผู้หญิงโสดที่จะมาซื้อใส่เองและนาฬิกาของพลตำรวจสึกิโมโตะเองก็เป็นแบบแบรนด์เดียวกันที่ผู้ตายใส่”

“งั้นสองคนนั้น…”

“ออกไปตามหาตามคำเรียกร้องตั้งแต่เช้าตรู่ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งหน้า ไหนจะนาฬิกาข้อมือรุ่นเดียวกันอีก ทั้งคู่คงเป็นแฟนกันไงล่ะ…เพราะงั้นเขาถึงทำใจเตะหน้าหล่อนให้เละไม่ลง แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าไม่ทำแบบนั้นก็จะตบตาว่าเป็นฝีมือมาเฟียไม่ได้ก็ตาม”

“….” ฉันแอบใจหายพอได้ยินเรื่องนี้จากคุณดาไซ

“พลังที่ทำให้มองเห็นเรื่องนั้นออก ถ้ามันมีจริงๆก็คงเป็นแค่พลังพิเศษดาดๆไม่ได้มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น แต่ถ้ามันเป็นความสามารถในการสืบสวนของเจ้าตัวเองมันก็คนละเรื่องกันเลย คดีที่คุณรัมโปไขมาในอดีตไม่ได้มีแค่ 10 คดีหรือ 20 คดี ในทุกๆคดีนั้นเขามองเห็นข้อเท็จจริงออกในชั่วพริบตาด้วยการอาศัยข้อมูลอันน้อยนิดแล้วก็ไม่เคยสันนิษฐานพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

“อ่า…” ฉันอึ้งตกใจที่ได้ยินแบบนั้น

“เป็นคนที่ยิ่งใหญ่จริงๆเลยว่าไหม”

“เดี๋ยวเถอะ แม่คนนำทาง!” คุณรัมโปตะโกนโบกมือไปมาเรียกฉันที่อยู่ข้างหลัง

“ผมกลับสำนักงานนักสืบเองคนเดียวไม่ได้หรอกนะ! ฮึม!” เขาว่าด้วยหน้างอนๆ

“พอจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ…” ฉันพูดกับคุณดาไซ

“หือ”

“ว่าทำไมทุกคนที่สำนักงานนักสืบถึงนับถือคุณรัมโปกันขนาดนั้น” ฉันพูดด้วยรอยยิ้มและหันไปหาคุณรัมโปด้วยเช่นกัน

พวกเราทั้งสามส่งรอยยิ้มให้กันก่อนที่ฉันจะวิ่งไปข้างหน้าเพื่อนำทางกลับให้แก่เขาดั้งเดิม วันนี้เองก็เป็นวันที่ดีอีกวันสินะ…

เกือบแล้วต่างหาก…

“อัตสึโกะ! แวะซื้อขนมก่อนกลับด้วยนะ! ผมอยากกินนะ” คุณรัมโปดึงชายเสื้อฉันไว้

“เอ๋….” 

“อัตสึโกะจัง นี่ๆดูตึกตรงนั้นสิ ถ้าโดดลงมาจะเป็นยังไงกันน้า” คุณดาไซเองก็ดึงชายเสื้อฉันไว้อีกฝั่งแล้วจิ้มสะกิดให้ฉันมองดูตึกกับเขา

“เอ่อ…”

“อัตสึโกะ!”

“อัตสึโกะจัง!”

“อ่า!..........น่ารำคาญค่ะ รู้แล้วค่ะๆ ขนมสินะคะ ส่วนคุณดาไซช่วยเลิกความคิดฆ่าตัวตายก่อนด้วยค่ะ!”

“…”

“ไปค่ะ!! กลับกันได้แล้ว!!”

“ครับ….x2” สองหนุ่มตอบอย่างว่านอนสอนง่ายแล้วก็เดินกลับด้วยกัน

*** ข้อความจากไรท์ 18/05/20 ***

มาสั้นไปหน่อยนะคะวันนี้ใครที่เรียนออนไลน์วันนี้ก็ขอให้โชคดีนะคะ เรียนเสร็จแล้วก็มาอ่านนิยายเรื่องนี้ต่อด้วยล่ะหวังว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจกันนะ ส่วนไรท์มหาลัยปิดยังไม่มีท่าทีว่าจะเปิดเลย ฮะๆ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #9 คลื่นคราม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 19:57
    อนาคตเหมือนจะเห็น สมาคมพ่อบ้านใจกล้าา อุมุ อุมุ
    #9
    0