[Fic reborn] In my dream กาลคร้้งหนึ่งฉันฝันถึงเธอ...

ตอนที่ 2 : ประกายแสงดาวกับอรุณยามเย็น 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

แกร๊ก! 

        เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เดินเหม่อ อย่างหมดแรงก่อนจะฟุบตัวลงนอนบนเตียง 'มิซาเอะ เรมิโกะ' นักแต่งเพลงสาวชื่อดัง ควบตำแหน่งนักเขียนนิยายแนว feel good ที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ล้วนโด่งดังทุกครั้งไป ด้วยความอัจฉริยะในวัยสิบแปดปีก็สามารถจบการศึกษาได้ด้วยเกียรติ์นิยมอันดับหนึ่ง รวมทั้งผลงานเพลงที่ไม่ว่าจะเพลงใดก็ล้วนไพเราะติดหูคนฟัง หรือจะเป็นนิยายแนวฟีลกู๊ดที่พอได้อ่านครั้งหนึ่งก็วางไม่ลงกันเลย



           แน่นอนว่าด้วยความสามารถอย่างเธอย่อมมีงานรัดตัวเสมอ วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งเช่นกันที่เธอเค้นหัวสมองออกมาคิดไอเดียใหม่ๆ และออกตามหาสถานที่ดีๆในการหาแรงบรรดารใจ

"เฮ้อออ!"


          เรมิโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่และบิดตัวไปมาบนเตียงกว้างในคอนโดหรูของเธอ หลังจากนั้นก็พลิกตัวนอนมองเพดาน เพดานห้องที่ถูกตกแต่งมาจำลองหมู่ดาว สิ่งที่แย่งความโดดเด่นของแสงดาวอ่อนๆไปคือ ภาพโปสเตอร์เหมือนของการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เธอวาดเองกับมือ ภาพของตัวละครที่เธอชื่อชอบเป็นพิเศษ เรมิโกะเผยยิ้มบางๆออกมาเป็นอย่างนี้นี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะมองมาที่นี่กี่ครั้ง ก็เหมือนกับการเติมพลังงานให้เธอเสมอ


          มือบางยกขึ้นหมายจะแตะที่ส่วนใบหน้าคม แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมไปถึงได้...."เอาเถอะ แค่ได้มองอย่างนี้ก็รู้สึกดีพอแล้วล่ะ"  เสียงหวานเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักสายตา แต่ก็ผลอยหลับไปในที่สุด





'ที่นี่ที่ไหนกัน?'

         ฉันคิดพรางหันซ้ายขวา ก็พบเจอแต่หมอกเต็มไปหมด ไม่เห็นอะไรเลยมองตัวเองก็พบว่ายังคงอยู่ในชุดเดิม ที่แม้แต่รองเท้าก็ไม่มี "ฝัน...หรอ?" คิดได้ดังนั้นก็ลองหยิกตัวเองดู "ไม่เจ็บ" สรุปแล้วถ้านี่เป็นฝัน ถ้างั้นฉันต้องทำอย่างไรต่อ สุดท้ายก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ และยิ่งเดินหมอกมันก็ยิ่งจางลง จนกระทั่งเธอได้เห็นวิวภายนอก

"อิตาลี่?"

     เธอมองธงประชาติสามสีประเทศกำเนิดของตัวละครที่ชอบอย่างงงๆ และเดินสำรวจเมือง

"อ๊ะ!?"

        ผู้คนที่นี่ล้วนเดินผ่านฉันไปอย่างกับว่าฉันไม่มีตัวตน แต่นั่นมันไม่น่าตกใจเท่าพวกเขาเดินทะลุผ่านตัวเธอไปต่างหาก ฉันพยายามโบกมือเรียกร้องความสนใจแต่ก็ไม่มีใครมองทั้งนั้น แม้แต่...

"เฮ้!!!"


      การตะโกนดังลั่นก็ตาม เธอนิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มอย่างติดตลก ฝันว่าตัวเองเป็นผีงั้นหรอ ประหลาด...แต่ก็น่าสนุกดี


"หายบ้าแล้วหรอ"

!!!?

         ฉันหันควับอย่างตกใจ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร คนที่เป็นโปสเตอร์แปะบนเพดาน คนที่เธอต้องการจะเจอมาตลอด


"ริบจัง!" ฉันเอ่ยอย่างตื่นเต้นก่อนจะพุ่งไปหาเขาทันที

"ชื่อพิลึกอะไรของเธอกันยัยบ้า"


        โกหกน่า เรื่องจริงใช่ไหม คนตรงหน้าเธอคือรีบอร์นจริงๆใช่ไหม แต่ทำไมอยู่ในร่างปลดคำสาปล่ะ ไม่สิดูหน้าเด็กกว่าร่างปลดคำสาปอีก แต่จะว่าไปนี่ก็เป็นความฝันนี่เนอะ จะเป็นอะไรก็ไม่แปลก 

"นี่ริบจังเห็นฉันด้วยหรอ"

"พูดอะไรน่ะก็ต้องเห็นสิ....อ่ะ!"


        ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มสังเกตได้แล้วว่าไม่มีใครมองเห็นเธอเลย "เธอเป็นใคร..." เขาถามเธออย่างไม่ไว้ใจ "อืม...ไม่รู้สิก่อนหน้านี้ก็คนปกติอะนะแต่ตอนนี้...เหมือนจะเป็นวิญญาณแหละค่ะ" เธอตอบไม่วายทดสอบตัวเองโดยการทะลุผ่านนน้ำพุกลางเมืองให้ดู โอ๊ะ ได้ด้วยแหะสมแล้วที่ตอนนี้เป็นวิญญาณ


"....."


        รีบอร์นอึ้งไปสักพักนี่เขาดื่มกาแฟมากไปรึเปล่าถึงได้เห็นผีกลางวันแสกๆได้ แถมยังเป็นผีที่ไม่มีความน่ากลัวเอาซะเลยเสียด้วย "เน่ๆ ริบจังไหนๆก็มีริบจังที่เห็นฉันคนเดียวแล้วขอเป็นวิญญาณตามติดสักพักได้ไหมอ่า" มิหนำซ้ำยังมีมารยาทขอตามติดอีก ผีทุกตนปกติเป็นแบบนี้รึเปล่า ตัวเขาได้แต่ถามในใจ และเลือกที่จะเดินเมินไปซะ


"เดี๋ยวซี่ อย่าเมินกันจิ" วิญญาณสาวได้แต่เบ้ปากขัดใจเธอเป็นผีนะ!ไม่กลัวกันหน่อยหรอ


"ไม่ขอแล่ว! ตามติดเลยดีกว่า" 


         รีบอร์นเหล่มองวิญญาณสาวปริศนาที่วิ่งตาเขาด้วยเท้าเปล่ามาเดินขนาบข้างเขา สำรวจดูแล้วเหมือนจะเป็นสัญชาติฝั่งเอเชียซะมากกว่า อายุก็น่าจะน้อยกว่าเขาเสียอีก ตัวก็เล็กกระเปี๊ยกแค่ใต้อกเขาเท่านั้น 

"ริบจังอายุเท่าไหร่หรอ"


       เรมิโกะถามเธอไม่เห็นเลออนแสดงว่าน่าจะอยู่ในเหตุการณ์ก่อนโดนสาปเป็นอัลโกบาเลโน่สินะ "20"

"ว้าวว มากกว่าฉันแค่สองปีเอง"

         แสดงว่าก่อนเหตุการณ์คำสาปจริงๆด้วยสินะ แล้วเธอกับเขาก็เดินมาถึงที่แหล่งหนึ่งเป็นตึกสูงที่พอเข้ามาก็เหมือนสำนักงานอะไรสักอย่างเพียงแต่ที่นี่ดูหรูกว่ามากๆ "นี่ๆ ที่นี่ที่ไหนหรอ" เธอเอ่ยถามพรางมองไปรอบตัว "สมาคมนักฆ่า แหล่งรวมนักฆ่าเก่งๆไว้ทั่วโลก" เธอทำปากรูปตัวโออย่างเข้าใจ


"ภารกิจที่แล้วก็ยังทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคยนะคะ"


       พี่สาวหุ่นเซี๊ยะสวยเซ็กซี่ที่เหมือนเป็นพนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยทักทายคนข้างตัวเธอ "อืม"

"เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะคะภารกิจต่อไปคือ มอลโต้ค่ะ"

"นักธุรกิจไฟแรง?" รีบอร์เลิกคิ้วถาม

"ค่ะ"

"เบื้องหลังเน่าเฟะหรอ"

"ไม่ค่ะเขาสะอาดและเป็นมีความสามารถมากพอควรเลยล่ะ"

"ไม่รับ"

          เธอหันซ้ายขวา มองบทสนทนาที่คาดว่านะจะเป็นการส่งมอบภารกิจต่อไปให้ของทั้งคู่อย่างสนใจ พวกนักฆ่าเนี่ยทำงานเป็นระบบขนาดนี้เลยหรอเนี่ย นึกว่าจะเป็นกิลสมัยก่อนที่เป็นคลับบาร์ เข้ามาก็ดึงภารกิจที่สนใจจากบอร์ดประชาสัมพันธ์ไปทำ ทำเสร็จเอาหลักฐานมายืนยันแล้วรับเงินซะอีก

"ว่าแล้วว่าคุณต้องไม่รับ งั้นเป็นถล่ม เจลอนเต้แฟมมิลี่ไหมคะ"

"ประวัติ"

"แฟมมิลี่ค้าอาวุธเถื่อน ผลิตยาเสพติด ค้าประเวณี ถนัดลอบกัดและหมาหมู่"

"เอามา"

       รีบอร์นรับใบภารกิจมาจากสาวประชาสัมพันธ์ก่อนจะเดินออกไม่สนอะไรทั้งสิ้นไม่มีกระทั่งคำบอกลา เธอได้แต่เดินตามต้อยๆ อย่างมึนๆ

"อยากตามก็ตาม แต่ถ้าเห็นภาพอะไรไม่ดีก็อย่าโวยวายสติหลุดแล้วกัน"


       ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนะเดินนำเธอไป ลำบากเธอต้องวิ่งตามอีกรอบ "เป็นผีนี่ลอยไม่ได้หรอ?" เออหว่ะ เธอลองคิดว่าตัวเองลอยดูก็ปรากฎว่าลอยได้จริงๆ ค่อยคุ้มกับการเป็นผีสักหน่อยงี้ก็สบายแล้ว เธอลอยตามหลังรีบอร์นไปเรื่อยๆ จนถึงสถานที่เป้าหมาย ปราสาทเจลอนเต้แฟมมิลี่

โครมมมม!


"0[]0"


           ปกติต้องทำให้อีกฝ่ายไม่รู้ตัวไม่ใช่หรอ ไหงพี่ท่านถึงยันประตูโครมไปเลยล่ะ และไม่พูดพร่ำทำเพลงก็หยิบปืนขึ้นมายิงคนในปราสาททันที กระสุนทุกลูกไม่ปักที่กลางกระโหลก ก็ที่หัวใจ นัดเดียวจอดทั้งนั้น และท่าทางการหลบการโจมตีที่พริ้วไหวรวดเร็วนั้น ไม่มีปราณี ไม่มีเมตตา และไม่ลังเล เธอมองโศกอนาตกรรมเลือดสาดนั้นด้วยสายตาที่สับสน ควรจะกลัวไหม? จะว่าเธอตายด้านก็ได้นะแต่ว่าเธอเคยดูหนังเลือดสาดมามากมาย แต่ละเรื่องก็ทำเหมือนจริงกันทั้งนั้น เจอของจริงเธอก็เลยรู้สึกเฉยๆ ไปเลย แต่ที่ไม่เฉยคงเป็นกลิ่นกับเสียงดังของปืนใกล้ๆนี่ละมั้ง


         เธอใจร้ายไม่สงสารคนตายหรอ? จากที่ฟังดูพวกเขาก็เป็นคนเลวสมควรฆ่าพอควรไม่ใช่หรออีกอย่างเธอก็ไม่ได้โลกสวยขนาดเป็นห่วงเป็นใย คนที่แม้แต่หน้าก็ไม่เคยเห็นสักครั้งหรอกนะ และแทนที่จะมากังวลหรือกลัว ในเมื่อมาถึงนี่แล้วและเลือกที่จะมาเองก็เปลี่ยนจุดโฟกัสซะใหม่ จากคิดมากนั่นนี่ เป็นชื่นชมศิลปะการต่อสู้ และฝีมือของริบจังดีว่าไหม อย่างน้อยก็น่าดูและไม่ต้องมาคิดให้ปวดสมองกับเรื่อง จิตศีลธรรมต่างๆนาๆ หรือแง่ดีกว่านั้นพวกเขาก็ไม่ตายทรมาณ....ก็นัดเดียวจอดนี่นา




       ภายในเวลาครึ่งชั่วโมงรีบอร์นสามารถถล่มคนทั้งแฟมมิลี่ได้ทั้งหมดโดยไม่รอดสักคน เธอได้แต่ปรบมือแปะๆอย่างตะลึงงัน รีบอร์นหันมามองด้วยความฉงนวิญญาณสาวที่ดูไม่เกี่ยวข้องอะไรกับโลกมืด ดูจะไม่กลัวเลยสักนิด 

"ไม่กลัวหรอ"

"ฉันมันคนเลวที่ฆ่าคนเชียวนะ"

"เป็นปีศาจร้ายที่ใครๆก็หวาดหวั่น"

"น่ารังเกียจใช่ไหมล่ะทางเดินที่แสนสกปรกแบบนี้น่ะ"


      รีบอร์นเอ่ยแล้วเหม่อไปยังพื้นกระเบื้องสีขาวที่โดนเคลือบไปด้วยสีแดงก่ำ "ไม่ว่าใครก็เป็นปีศาจร้ายได้ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่มันขึ้นกับว่าจะเป็นปีศาจสำหรับใครมากกว่า" เรมิโกะเอ่ยขณะลอยนำออกไปจากสถานที่ที่ตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นชวนอ้วก

"แต่ต้องไม่ใช่ตัวคุณ"

"อย่าวางบทบาทให้กับตัวเองทั้งๆที่ชีวิตคุณเป็นคนดำเนินเรื่องนี้เอง"

"และอย่าดูถูกทางเดินตัวเอง"

"อย่างฉันที่เลือกจะเป็นนักแต่งเพลง แต่รู้อะไรไหมเสียงที่เพราะสำหรับฉันไม่ใช่เสียงตัวโน๊ต"
.
.
.
.
.

"เสียงที่เพราะที่สุดสำหรับฉันคือเสียงเท้ากระทบกับทางในตอนเดิน....เพราะเสียงแต่ละย่างก้าวมันมีความหมายเสมอไงล่ะ :)"  

       เจ้าของเสียงหวานยังคงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง รีบอร์นมองแผ่นหลังเล็กอย่างเหม่อลอยก่อนคนข้างหน้าจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่สดใส นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าทางเดินที่แสนโสมมของเขายังคงมีสิ่งสวยงามอยู่...ตรงหน้าเขานั่นไง 

"และเสียงการเดินแต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะทั้งรูปแบบการเดิน และทางเดินไม่เหมือนกัน"



"หึ ตัวแค่นี้แต่คำพูดน่าหยิกชะมัด" รีบอร์นพึมพัมกับตัวเองก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาร่างบางเอง "หั่นแน่! ยอมรับฉันแล้วใช่ไหมล่าาา งั้นขอเป็นวิญญาณตามติดเต็มตัวเลยล่ะกัน!" ร่างบางเอ่ยอย่างสดใสก่อนจะลอยเข้าไปเกาะหลังรีบอร์น และยังคงพูดเสียงเจื้อยแจ้วไปเรื่อย โดยที่เขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร



"อ๊ะ ริบจังดูนั่นสิ!" เรมิโกะชี้ไปที่ร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งอย่างตื่นเต้น ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่หมวกปีกกว้างสีดำคาดเหลืองใบหนึ่ง ตัวเธอพึ่งมาสังเกตว่าริบจังของเธอไม่ได้ใส่หมวกอันเป็นเอกลักษณ์เลย

"อยากได้หรอ แต่จะใส่ยังไงล่ะเธอสัมผัสมันไม่ได้นี่"

"ไม่ๆ ให้ริบจังใส่ นะๆ ใส่น้า" 


          ร่างบางที่เกาะหลังเขาอยู่เอาหัวถูบ่าเขาไปมาอย่างออดอ้อน จนเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวเบาๆ เอาเถอะ...แค่หมวกใบหนึ่ง ถือว่าทำตามคำขอของวิญญาณไร้ที่สิงแล้วกัน เขาเดินเข้าไปซื้อหมวกใบนั้นแล้วใส่ให้ร่างบางดู

"เป็นไง"

"อื้ม! เท่มากเลยล่ะ"

"ริบจัง so handsome! ^[+++]^"

"หึ!"

        เขาหยิกแก้มของวิญญาณปากหวานไปทีหนึ่งด้วยควมหมันเขี้ยว ทั้งดวงตาประกาย ทั้งรอยยิ้มกว้างจนตาหยี อะไรจะขนาดนั้นกับอีแค่ใส่หมวก 

"จะให้ใส่ตลอดเลยไหมล่ะ" ได้นะแลกกับรอยยิ้มนั้นน่ะ

"ได้หรอ? อื้ม! เอาสิ ใส่ไว้ตลอดเลย!!"

"ฉันจะได้เป็นคนเดียวที่เห็นใบหน้าหล่อๆชัดๆคนเดียวไงล่ะ"

"ฮ่าๆ เด็กน้อยเอ้ยย"

           รีบอร์นสาบานได้เลยว่าเขาไม่ได้หัวเราะเต็มเสียงอย่างมีความสุขนี้มานานมากแล้ว "อวยกันขนาดนี้ต้องการอะไรล่ะ" เขาเอ่ยถามยิ้มๆ แล้วยีหัวทุยนั้นโดยเจ้าตัวไม่ได้ว่าอะไรออกจะไม่สนด้วยซ้ำ "ไม่ได้อวยนะพูดความจริง!หล่อก็บอกหล่อสิ" 

"ตกลงจะใส่ไหม"

"อืม"

"เย้! ตอนใส่ดึงหมวกลงมาก็ดีนะเงาจะได้บังหน้า"

"และฉันก็จะได้เป็นบุคคลพิเศษที่ได้เห็นใบหน้าเต็มๆของคุณนักฆ่าคนเก่งคนเดียว!" 


         ฮ้าาาา ได้พูดความรู้สึกไปแล้ว ก็แหม ไหนๆก็ย้อนมาทั้งทีพอเห็นใบหน้าเต็มๆของริบจังแล้วเธอก็อดที่จะหวงเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ได้นี่นา

"อืมๆ จะพยายามใส่ตลอด"

"สัญญาแล้วนะ"

"สัญญา"

        ร่างสูงเกี่ยวก้อยกับร่างเล็ก รอยยิ้มที่เขาส่งให้เธอดูมีความสุขและอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็นมาก่อน คนตรงหน้าเขาไม่ได้สวยจนตะลึง ไม่ได้เพอร์เฟคทุกระเบียบ ไม่ได้ดีจนเกินเหตุ เธอเหมือนกับดวงดาวที่มีแสงอ่อนๆในตัวเอง ไม่ได้จ้าราวดวงอาทิตย์ ไม่ได้งดงามชวนฝันแบบดวงจันทร์ แต่มองแล้วสบายใจ เพลินตา จนอยากจะมองอีกเรื่อยๆไป




"โอ๊ะ!" 


           เขามองร่างบางที่ตัวเริ่มโปร่งแสงอย่างตกใจ "ดูเหมือนจะได้เวลาไปแล้วล่ะ" ไป...ไปไหน จะหายไปแล้วงั้นหรอ เธอพุ่งมากอดตัวเขาแน่น "เสียดายจังเลยน่าจะนานว่านี้" นั้นสินานกว่านี้ได้ไหม "บ๊ายบายนะริบจังถ้าถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง" ก่อนร่างในอ้อมกอดเขาจะสลายไปเป็นละอองแสงสีเงิน


จะไปได้ยังไงเขายังไม่ทันบอกลาเลย....






------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
TALK
 
ระหว่างรอสมัครก็ขอดำเนินคู่นี้ไปก่อนเลยนะคะ เพราะยังไงเนื้อหามันก็ไม่ข้องเกี่ยวกันมาก แต่ละคนก็คนละบท ยังรับสมัครอยู่นะคะมาสมัครกันได้น้าาาาา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #43 Creator Happy Invulnerable (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 14:53
    อ่านแล้วรู้สึกสบายใจอ่ะ เราเข้าใจความรู้สึกของรีบอร์นเลย
    #43
    0
  2. วันที่ 27 มกราคม 2562 / 03:15
    เรมิโกะน่ารักมากๆเลยค่ะ เหมือนมีออร่าวิ้งๆอยู่รอบตัว 5555 แต่อยากเห็นหน้ารีบอร์นชัดๆบ้างเหมือนกันนะ ;___;
    ชอบเรื่องหมวกมากเลย เพราะรีบอร์นใส่ตลอดเวลาจริงๆ คิดแล้วเขิน //////
    #32
    0
  3. #15 ♛ ควีน มิซ ♛ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 18:25
    มีช่องทางติดต่อกับเตงไหมง่าา อยากรู้จักก ><

    #คู่นี้ทำไมมุ้งมิ้ง5555
    #15
    3
    • #15-1 saigonamida702(จากตอนที่ 2)
      23 มกราคม 2562 / 18:44
      ช่องทางติดต่ออันไหนหรอคะ? 0^0
      #15-1
    • #15-3 saigonamida702(จากตอนที่ 2)
      24 มกราคม 2562 / 10:15
      ส่งให้ทางข้อความลับแล้วนะคะ
      #15-3
  4. #14 Nutsuma >^< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 06:34

    ชอบอะ!!!ยังไม่จบใช่มั้ยคะ!!!!!ขอดูคู่รีบอร์มากกว่านี้สิ!!!!

    #14
    1
    • #14-1 saigonamida702(จากตอนที่ 2)
      23 มกราคม 2562 / 07:15
      ยังไม่จบจ้าาาาา ^_^
      #14-1
  5. #13 Vprince95 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 06:21
    มันต้องไม่จบแค่นี้ใช่ไหมคะ..5555 เราชอบคู่นี้นะเรมิโกะซังเองดูเหมือนแสงสว่างของรีบอร์นเลย แต่ว่านะ...ขอดูหน้ารีบอร์นแบบชัดๆบ้างสิ---
    #13
    1
    • #13-1 saigonamida702(จากตอนที่ 2)
      23 มกราคม 2562 / 07:15
      ยังไม่จบจ้า จะแบ่งเป็นช่วงๆตอนนี้พึ่งช่วงแรกอยู่เลย >_<
      #13-1