[Fic reborn] In my dream กาลคร้้งหนึ่งฉันฝันถึงเธอ...

ตอนที่ 10 : ประกายแสงดาวกับอรุณยามเย็น End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    14 ก.พ. 62


"รีบอร์นยังไม่นอนอีกหรอ"


     รีบอร์นหันไปมองลูกศิษย์จอมห่วยของตนเอง ก่อนจะหันกลับมามองวิวข้างบนฟ้าต่อ "นายนี่ชอบดูดาวจังเลยน้าาา ทั้งที่ในเมืองแบบนี้มันไม่ค่อยเห็นดาวแท้ๆ" เขายังคงนั่งนิ่งและไม่เอ่ยอะไรโต้ตอบ จนสึนะได้แต่ยอมแพ้และหมุนตัวเตรียมจะกลับเข้าห้องนอน

"เพราะว่ามองแล้วมันสบายใจก็เลยมอง"


สึนะชะงักการเดินก่อนจะหยุดฟังสิ่งที่อาจารย์ต้องการจะสื่อ


"ดวงดาว...มันไม่ได้ไปไหนมันอยู่ที่เดิมเสมอแต่เราแค่มองไม่เห็นมัน"

"เพราะแสงที่มากเกินไป"


       เพราะดวงดาวจะมองเห็นได้ในคืนที่มืดมิดไร้แสงรบกวน ส่วนใหญ่ที่มองเห็นดวงดาวจึงเป็นสถานที่ที่สงบ ในป่า บนเขา ที่ๆร่มรื่น เพราะงั้นจึงเป็นสาเหตุที่ใครๆหลายคนบอกว่า การมองดวงดาวมันทำให้รู้สึกดี

"พูดอะไรของนายกันไม่เห็นจะเข้าใจเลย"

"เพราะแกมันห่วยไงเล่า!"


       รีบอร์นด่าก่อนจะกระโดดถีบสึนะไปทีหนึ่ง "ไปนอนได้แล้ว ถ้าพรุ่งนี้แกไม่ตื่นพ่อจะยิงให้ไส้แตกเลย" ขู่เพียงแค่นั้น เจ้าลูกศิษย์จอมห่วยของเขาก็รีบกุลีกุจอวิ่งไปนอนทันที รีบอร์นนิ่งไปสักพัก ก่อนจะหันกลับมามองฟ้าอีกครั้ง


"สี่ปีแล้วนะ...มาช้าจริงๆ"


       เสียงเล็กเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะเข้าไปนอน ท่ามกลางความมืดมิด ท่ามกลางความเงียบ สึนะที่คิดว่านอนแล้วก็ลืมตาขึ้นมา เขาเปลี่ยนมานอนหงายแล้วขมวดคิ้ว

'มิซาเอะ เรมิโกะ...'

'คุณเป็นใครกันนะ?'


      สึนะได้แต่คิดในใจ ตั้งแต่ที่รู้จักรีบอร์น เขามักจะเห็นอาจารย์จอมโหดนั่นมองดาวเสมอ แม้จะเกรียนใส่ตลอด แต่พอไม่มีใครอยู่ก็จะเอาแต่เหม่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในปีนี้ รีบอร์นมักจะหลุดชื่อนี้มาบ่อยครั้ง ในเวลาเหม่อ หรือตอนนอน จนเขาจำได้ได้ 

'แต่คนที่มีผลต่อเจ้ารีบอร์นนั่นคงจะน่ากลัวแหงๆ =_='

'บรึ๋ย แค่คิดก็ขนลุก'


สึนะสบัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ก่อนจะหันไปนอนต่อทันที 






"อีกแล้วหรอ?"


      เสียงนุ่มทุ้มพร้อมกับร่างสูงของสึนะในวัยผู้ใหญ่เอ่ยขึ้น "แกนี่น่ารำคาญจริงๆ" เสียงเล็กที่บัดนี้กลับมาทุ้มเช่นเดิม พร้อมๆกับร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป...ไม่สิ ต้องบอกว่ากลับมาเป็น'เหมือนเดิม'แล้วมากกว่า


"สิบปีแล้วนะ...ยังรออยู่อีกหรอ?"

"..."


       สึนะหันหลังพิงหน้าต่าง เหลือบตามองอาจารย์ตัวเองที่แก้คำสาปสำเร็จแล้ว ร่างสูงข้างๆเขายังคงหันหน้าเข้าหาหน้าตางและ ไม่ล่ะสายตาจากดวงดาวเหมือนเดิม เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านเขาอีกแล้ว ที่นี่คือปราสาทวองโกเล่ และตอนนี้เขาก็ไม่ใช่เจ้าห่วยอีกแล้ว เขาเป็นบอส เขาโตขึ้น...โตพอจะรู้ว่าคนที่อาจารย์เขารอ ไม่ใช่คนน่ากลัว ไม่ได้โหดจนอาจารย์กลัวเกรง ไม่ได้มีอิทธิพลต่อใคร

เว้นแต่ใจของตัวรีบอร์นเอง


เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีผิดภัย เป็นเพียงคนที่อาจารย์ของเขารักสุดหัวใจ


"โอ๊ะ นี่ภาพวาดใครหรอรีบอร์น"

     สึนะเอ่ยถาม เมื่อเห็นรูปๆหนึ่งที่อยู่ภายในห้องนอนทำงานของรีบอร์น ดูจากลายเซนต์แล้วถ้าเขาจำไม่ผิด เจ้าของลายเซนต์นี้เป็นถึงนักวาดภาพเหมือนชื่อดังมากๆคนหนึ่งเลยนี่ "ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่าเจ้าห่วย" รีบอร์นเก็บภาพลงไม่ให้ดูต่อ แต่เขาก็ตาไวพอที่จะเห็นว่ากรอบด้านหลังมีชื่อคนๆหนึ่ง พร้อมกับข้อความที่บรรจงสลักไว้อย่างสวยงามเป็นตัวเขียน ซึ่งเขาจำได้แม่นว่าเป็นลายมือของรีบอร์น



I will wait for you forever

Misae Remiko    



      สึนะลืมตาขึ้นหลังนึกถึงอดีตในช่วงเป็นบอสแรกๆ จนกระทั่งเขาแต่งงานกับเคียวโกะจังแล้วถึงได้เข้าใจ และรับรู้ทุกอย่างได้


"รอสิ..."

"ไม่รู้สึกแย่บ้างหรอ?"

"มีคนเคยบอกกับฉันไว้ว่า จะดีจะแย่ขึ้นอยู่กับคนมอง..."

"แล้วตอนนี้นายมองว่าอะไร"

สึนะหันมาถามขึ้น

"...ฉันเชื่อในการรอ"

"ฉันจะขอกอดความไม่แน่นอนนี้ไว้"

"ฉันจะเพลิดเพลินกับความงามของสิ่งที่เป็นอยู่"

"ก็ในเมื่อไม่มีอะไรแน่นอน...ทุกอย่างก็เป็นไปได้"

เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหนักแน่น

"คนที่บอกนายเนี่ยใช่คนเดียวกับคนๆนั้นรึเปล่า?"

"อืม...."


     "ท้อหรอ?" เสียงเล็กจากร่างอัลโกบาเลโน่แห่งอรุณเอ่ยขึ้น ในขณะที่ตัวเขากำลังเครียดกับการตัดสินใจ "ฉันควรเดินหน้าต่อไปดีไหม" เดินต่อไปมากกว่านี้ทุกคนก็ยิ่งเป็นอันตราย "เจ้าห่วย แกคิดว่าเสียงที่เพราะที่สุดคืออะไร" เขามองรีบอร์นอย่างไม่เข้าใจ "ถามอะไรของแกเนี่ยฉันกำลังเครียดอยู่นะ" เขาโวยวายขึ้น "ตอบมาสิ" สึนะถอนหายใจก่อนจะเอ่ยตอบส่งๆ "เสียงเพลงมั้ง" 


"เสียงเท้าต่างหากเล่า"

"ห๋าาาาา"

"มีคนบอกฉันมาแบบนั้น... เสียงแต่ล่ะอย่างก้าวที่เดินน่ะไพเราะเสมอ"

"ทำไมล่ะ"

"เพราะมันมีความหมายในทุกๆก้าวยังไงล่ะ"

"..."

      รีบอร์นกระโดดลงจากเตียงก่อนจะเดินไปยังหน้าประตู "หึ ทำหน้าแบบนั้นคงตัดสินใจได้แล้วล่ะสิท่า" รีบอร์นเอ่ย "ถ้างั้นก็รีบๆฝึกซะ"
      


      สึนะหัวเราะอย่างแผ่วเบาก่อนจะเลิกพิงหน้าต่างแล้วกลับมายืนตัวตรง มีคนชมเขาว่ามั่นคงในความรัก หลงรักเคียวโกะตั้งสิบปี อยากเอาเขาไปเป็นแบบอย่าง เขาอยากจะบอกคนพวกนั้นซะเหลือเกินว่า มีคนที่มั่นคงกว่าเขาเสียอีก รักนานกว่าเขามากเป็นเท่าตัว อาจารย์ของเขายังไงล่ะ


"ฉันไปก่อนนะ"

"ไม่ได้ผูกเชือกไว้เสียหน่อย"


 แต่ความกวนเนี่ยเขาว่าควรจะหายๆไปบ้างก็ดีนะ....




      หลังจากที่บอสรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่ได้เดินออกไปแล้วตัวเขาก็หันกลับไปจดจ่อกับดวงดาวอีกครั้ง เป็นเพราะปราสาทวองโกเล่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง ทำให้สามารถมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนขึ้น

"บางทีก็สงสัยนะเรมี่"

"ว่าเธอกำลังแกล้งกันรึเปล่า"

"แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะรอเธออยู่ดี"

เอ่ยทิ้งไว้เพียงแค่นั้น...ก่อนจะเดินจากไปโดยมีฉากเบื้องหลังเป็นกลุ่มดาวประกายวาววับสวยงาม







      ตอนนี้เธอกำลังเครียด กำลังรู้สึกกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เครียดจนคิดอะไรไม่ออก เธอไม่ฝันอีกแล้ว...เธอไม่ได้ฝันถึงเขาอีกแล้ว เธอพยายามที่จะทำทุกอย่าง แม้กระทั่งวิธีอันตรายๆอย่างการกินยานอนหลับ แต่มันก็ไม่ได้ผล และเธอก็ไม่บ้าพอที่จะเสี่ยงกินมันอีก เธอห่วง 

การรอมันทรมาณ

หนึ่งนาทีสำหรับเธอ บางทีมันอาจมากพอแล้วสำหรับคนรอ


     เข้าใจแล้ว...รีบอร์น ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายแล้ว ขนาดตัวฉันที่ไม่ได้เจอเพียงไม่กี่วันก็ยังทรมาณขนาดนี้ แล้วตัวนายล่ะ? ตัวนายที่รอเป็นปีจะเป็นยังไง ฉันเองก็ไม่อยากให้นายต้องทรมาณ...ต้องเจ็บปวดเหมือนกัน


'ถ้าหากเป็นเช่นนั้น...'

'เจ้าพร้อมจะเสียสละทุกอย่างที่นี่เพื่อเขาไหมล่ะ'

"เสียงใครน่ะ!?"

'ตอบข้า...มิซาเอะ'


       พร้อมไหมหรอ...ที่จะเสียสละทุกอย่างที่นี่


"แน่สิ! ฉันไม่มีครอบครัว ฉันไม่มีสิ่งในที่ผูกพันธ์อีกแล้ว"

'ทรัพย์สินเจ้า เงินทองเจ้า ชื่อเสียงเจ้าล่ะ'

"ของแบบนั้นมันมีค่าพอสำหรับความรู้สึกคนงั้นหรอ?"

"อีกอย่างทั้งเงินทองและชื่อเสียงฉัน ทุกอย่างมันก็เกิดมาจากตัวฉันไม่ใช่หรอ"

"ในเมื่อมาจากฉัน ฉันจะสร้างมันมาเมื่อไหร่ก็ได้"

"แต่ฉันทิ้งความรู้สึกเขาไม่ได้!!"


เธอทิ้งเข้าไม่ได้ เธอเมินคาามรู้สึกเขาไม่ได้ เพราะงั้น...ได้โปรด ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร


'สิบปีในโลกของเขาเจ้ามั่นใจหรอว่าเขายังมั่นคง'

"แปดปีสำหรับการรอคอย"

"แปดปีที่ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเราจะได้เจอกันอีก"

"แค่นั้นมันยังไม่พอหรอ?"

'....เช่นนั้นก็ตามแต่ประสงค์เจ้า'








      ร่างสูงที่เดินโดดเด่นอยู่บนทางเดิน แวะเข้ามาในร้านกาแฟร้านโปรด และมานั่งที่ประจำของตัวเอง ในระหว่างที่รอกาแฟเขาก็หยิบหนังสือปกสีขาวที่ชื่อหนังสือชวนดึงดูดจนเขาต้องหยิบมา

'อย่าอ่านฉันถ้าคุณกำลังมีความสุข'


      เป็นหนังสือที่เขาเองก็พึ่งรู้ว่าโด่งดังมากพอตัว จากนักเขียนหน้าใหม่นามปากกาของนักเขียนคนนั้นก็น่าสดุดตาอีกเช่นกัน 

'ประกายแสงดาว'

      มันชวนในเขานึกถึงใครบางคนเสียเหลือเกิน เปิดมาหน้าแรกก็เป็นประโยคให้กำลังใจในเรื่องต่างๆ หน้าล่ะประโยค ส่วนหน้าข้างๆก็มีภาพประกอบน่ารักๆไว้


'หันไปมองข้างหลังสิ...เห็นความไกลของมันไหม?'

'นั่นคือระยะทางที่คุณเดินมาไง'


        ไม่ว่าจะทั้งภาษาที่คุ้นเคย คำต่างๆช่างเหมือนกับใครบางคนจนเขาเกือบจะคิดว่าเป็นคนๆเดียวกัน เขายกมือถือมากดหาเพจของนักเขียนคนนี้ทุกช่องทาง ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนในไบโอของเธอเขียนไว้ว่า

'เสียงที่เพราะสำหรับฉันที่สุดคือเสียงการเดินค่ะ:)'


 ไม่...นี่มันบังเอิญเกินไปแล้ว ก่อนภายในไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าของนามปากกาประกายแสงดาวจะอัพรูปใหม่ขึ้นมา เป็นรูปสถานที่ที่เขาคุ้นเคย ชายคนหนึ่งกำลังนั่งใส่หันหลังให้กล้อง ท่าทางเหมือนกำลังอ่านอะไรอยู่...นั่นมันเขาเองไม่ใช่หรอ!?

'สวัสดีค่ะคุณอรุณยามเย็น'


     เขารีบเงยหน้าขึ้นทันทีแต่ก็ต้องตกใจกับใบหน้าของใครบางคนที่อยู่ใกล้เพียงคืบเดียว ใบหน้าที่คุ้นเคย "มากอดที" เสียงหวานเอ่ยกับเขาเพียงแค่นั้นพร้อมกับอ้าแขนรอกอด ใบหน้าสวยยิ้มแย้มสดใส และในวินาทีต่อมาเขาจะคว้าร่างเล็กมากอดไว้แน่น


"ฮะๆ นึกว่าจะแป้กแล้วนะเนี่ยมุขนี้"

"แอบกลัวนายจำไม่ได้แล้วแห้วเลย"

"พูด...บ้าอะไร..ใครจะลืมกัน"

"รีบอร์น...นี่นายร้องไห้?"


       เขาไม่พูดอะไรต่อ เหมือนทุกอย่างมันได้ปลดปล่อยออกมา มือเรียวเชยคางเขาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่ทำให้เขายิ้มกว้างทั้งน้ำตา


"ไม่ต้องรอแล้วนะ"


:)




------------------------------------------------------------------------------------------------

TALK WITH WRITER

เย้ๆ จบแล้วหนึ่งคน จะโดนตบไหมเนี่ย ตอนบ้าๆบอๆ มึนๆงงๆ ของไรท์เองจ้า ฮืออออ ตอนแต่งก็แอบสับสนพอแรงเหมือนกัน

ว่าแต่ไรท์บอกรึยังว่านี่เป็นฟิคสั้นของแต่ล่ะคู่?


ถ้ายังไม่บอกก็กราบขออภัยด้วยเจ้าค่า 

ไม่รู้สิ ไรท์คิดว่าควรจะรีบจบได้แล้วคือตั้งใจให้เป็นเรื่องสั้นด้วยล่ะส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือรู้สึกว่าเรื่องนี้ตัวเองสื่อความรู้สึกได้ไม่ดีเท่าไหร่ แบบแต่งออกมาได้ไม่ค่อยดีในความคิดอ่ะนะ ก็เลยอ่ะจบดีกว่า ไม่รู้ว่าจะทำตอนพิเศษดีไหม แต่ถ้าทำก็คงอีกนานเลยเพราะว่าขอไปปลุกจิตวิญญาณตัวเองให้มันดีกว่านี้หน่อย อีกสองคู่ก็ใกล้จบแล้วเหมือนกัน บางคนอาจมีสี่หรือสามตอนก็ต้องแล้วแต่สถานะการณ์ด้วยอ่ะ

บ่นยาวทุกคนคงเบื่อ ไปล่ะ

SEE YOU ไม่ได้แต่งในโทรศัพท์ไม่มีหัวใจให้อ่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #82 noomnimmmm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 00:43
    ดีมาก ฮือ
    #82
    0
  2. #80 Himawari22 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 22:18

    อยากให้เอามาแต่งเป็นเรื่องยาวเลยค่ะ
    #80
    0
  3. #68 faza205317 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:41
    ดีงามมมม โอ้ยย
    #68
    0
  4. #63 KAsu_w (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:20

    หวานน้ำตาลหยดเลยค่ะพี่ เอิ้ก น้องอยากให้โดมิเนทเป็นแบบนี้ แค่ก! ม๊ารีบๆมาอัพต่อนะ

    #63
    0
  5. #61 Creator Happy Invulnerable (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:26
    อบอุ่นอ่ะ รีบอร์นทั้งอ่อนโยนแล้วก็มั่นคงมาก
    #61
    0
  6. #60 _Night star_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
    รีบทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอ่าน5555+
    ปล.รีบมาต่อนะคะ
    #60
    0
  7. #58 ช็อกโกแลตดาวตก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:13
    ได้เจอกันสักที รีบอร์นน่ารักอ้ะ55 รักมั่นมากกกกก
    ปล.รอคู่ต่อไปอยู่น้ะ
    #58
    0