[BTS] I'm not Otome Boy ! [ ? x Kook ] นี่มันไม่ใช่ในเกมจีบหนุ่มนะครับ!

ตอนที่ 5 : I'm not Otome boy ! [ตอนที่ 4 : นักเรียนใหม่]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ม.ค. 60


4

นักเรียนใหม่






ตัดกลับมาที่ในห้องเรียนของจองกุก


“เอาหล่ะจ๊ะ ถึงวันนี้จะเป็นวันแรกของภาคเรียนแต่ยังไงเราก็ต้องเรียนอยู่ดีนะจ๊ะ” สิ้นเสียงคุณครูประจำชั้นคนใหม่ของภาคเรียนปีนี้ เธอมีนามว่า คิมซอลฮยอน เป็นครูสอนวิชาศิลปะการแสดง ทั้ง

ขายาว หุ่นดี รูปร่างเพอร์เฟคไปหมด รอยยิ้มอันแสนหวานดุจดั่งราวกับนางฟ้าที่บริสุทธิ์ยิ้มแผ่กว้างออกมาด้วยความใจดี ...ถึงจะสวยแค่ไหนก็เถอะนะแต่ยังไงผมก็ชอบผู้ชายอยู่ดี ตายแล้วคุณพระช่วย! ผมสาธยายเยอะไปไหมเนี่ย


“อ้อครูลืมบอกอะไรไปเลย“ ซอลฮยอนฉุดนึกคิดได้จึงค่อยๆพูดออกมาด้วยสีหน้าพอใจ


“วันนี้น่ะ มีนักเรียนใหม่ที่จะมาเรียนกับเราด้วยนะ”


“ครูไม่พูดต่อให้เสียเวลาเลยแล้วกันนะ เชิญจ๊ะเด็กๆ:



พอคุณครูซอลฮยอนพูดจบก็ผายมือออกให้ตรงที่หน้าประตู ทันใดนั้น ก็มีนักเรียนใหม่ที่คุ้นหน้าคุ้นตามาอย่างดี เพราะอาจจะเป็นเด็กนักเรียนที่เขาเห็นมาตอนช่วงเช้าก็นะ



“สวัสดีครับ ผมปาร์คจีมิน เอ่อ...ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะครับ“ ตาเด็กแว่นนี่มาเรียนห้องเดียวกับ


ผมหรอกหรอเนี่ย ช่างเถอะเอาเป็นว่าตานี่คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับผมหรอกนะ เขาคนนั้นได้เดินเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับนั่งที่ข้างๆฝั่งซ้ายตามที่คุณครูซอลฮยอนบอก ก็มันเหลือที่ไม่มากนี่นาเลยให้นั่งไปก่อนแถมเยริที่เจอผมก็กลับมาบ่นยกใหญ่เลยว่าปล่อยให้นางอยู่คนเดียว กลายเป็นว่าเยริเมินไปนั่งกับผมข้างหน้าแถวซะอย่างนั้น


“ยังไงถ้าผมไม่รู้อะไรตรงไหน ช่วยบอกให้ผมด้วยนะครับ เอ่อ..”


“จอนจองกุก เรียกว่าจองกุกเฉยๆก็ได้นะ เราไม่ถืออะไรมากหรอก”


“หรอครับ...จอนจองกุก ชื่อเพราะอยู่เหมือนกันนะครับ”


“ไม่ต้องสุภาพกับเราขนาดนั้นก็ได้นะจีมิน เราอยู่ชั้นเดียวกันนะ ไม่เป็นไรหรอก” ผมพูดพลางปัดมือไปเบาๆ


“จริงหรอครับ เอ่อ โทษที..พอดีพูดจนติดปากไปแล้วน่ะ ฮะๆ” จีมินหลุดขำออกมาเล็กน้อย แต่เอามือมาปิดปากไว้เพื่อรักษามารยาท สงสัยคงจะติดนิสัยสุภาพไปแล้วละมั้งนะ...



ระหว่างรอคาบต่อไปเข้ามานั้นจีมินกับจองกุก ก็เริ่มคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนในห้องอีกหลายๆคนก็เช่นกัน แต่จีมินไม่ค่อยได้สนใจตอบคำถามต่างๆของเพื่อนในห้องเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่สนใจจองกุกคนเดียวอยู่นั่นแหละ ถึงเจ้าตัวเขาจะไม่ถามอะไรมาก แต่กลับกลายเป็นจีมินเองนั้นเป็นคนยิงคำถามมาเสียมากกว่า และดูเหมือนว่าเขาเองนั้นจะดูสนใจจองกุกมากๆด้วย


“ดูไปดูมา จองกุกเองก็ชอบอะไรคล้ายๆผมไปหมดเลยนะครับ” จีมินยิ้มให้


“จะว่าไปแล้ว ก็คงจะใช่นะ ดีใจจังเลยที่เราสองคนชอบอะไรเหมือนๆกันเลยคุยอะไรง่ายๆหน่อย เยริน่ะคุยได้แค่เรื่องไม่กี่เรื่องเอง ฮะๆ”


“จริงหรอครับ ผมดีใจจังเลยที่จองกุกชอบอะไรเหมือนๆกับผมเลย”


“นี่!ไม่ต้องมาพูดพาดพิงถึงฉันเลยนะยะ ยัยจองกุก!” เยริตะโกนลั่นมาจากด้านหน้าแถวห้องเรียน ดูสีหน้าบูดบึ้ง เหมือนกับยังไม่หายงอนเรื่องเมื่อตอนกลางวัน



ทั้งคู่ๆก็ยิ้มหัวเราะกันไปตามภาษาเพื่อนใหม่ที่มาเจอกันวันแรกอ่ะนะ ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยทำความรู้จักกันสร้างความสนิทสนมกันอยู่นั้นดูเหมือนว่าจะมี บรรยากาศมาคุสีเทาครึ้มในจินตนาการจองกุกที่คิดนั้นจะรู้สึกได้ทันที



มันเป็นลางสังหรณ์ที่แบบว่า เอ่อ...เอาเป็นว่ามันรู้สึกไม่ค่อยดีแล้วกันนะ ขอไม่อธิบายรายละเอียดลึกลงไปแล้วกัน เดี๋ยวมันจะมาตามที่คิด



“อ้วน..หลบดิจะนั่งด้วย”


“อย่าบอกนะว่า…”


“อะไร อ้วนฉันทำไม” นั่นไง...ผมคิดไว้แล้วไม่มีผิด คิมแทฮยอง มีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ ที่มีเสียงต่ำๆแบบนั้น อีกทั้งยังพูดจาแบบนี้ใส่ผมอีก ไม่น่าคิดถึงอะไรก่อนหน้าเล๊ยย จอนจองกุกเอ้ย ผมรวบรวมสติสัมปะชัญญะของตนเอง ก่อนที่จะ เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เต็มใจที่อยากจะมอง แล้วหันหน้าไปอีกฝั่งไปหาปาร์คจีมินคุยต่อ โดยที่ไม่สนใจคนที่ยืนถือกระเป๋าเรียนอยู่ข้างๆ


“...”


“อ้วนบอกให้หลบดิวะ” แทฮยองคิ้วขมวดใส่พร้อมกับวางกระแทกกระเป๋าไว้ที่โต๊ะจองกุกเสียงดัง โครมใหญ่ จนจองกุกต้องหันหน้ามามองค้อนใส่


“...”


“...”


“มองอะไร หลบดิจะนั่ง” แทฮยองตีหน้านิ่งใส่จองกุก ทั้งๆที่ก็รู้นิสัยจองกุกอยูแก่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าจองกุกน่ะไม่ชอบใครมาทำหน้านิ่งไม่พูดอะไรใส่อีกทั้งยังไม่ชอบให้ใครมาพูดกระแทกใส่กันแบบนี้อีกด้วย


“...”


“มัวแต่มองแล้วฉันจะนั่งได้ไหม”


“ต้องการอะไรห๊ะ คิมแทฮยอง!” ผมหมดความอดทนที่จะทนฟังน้ำเสียงที่ไม่เข้าหูแบบนี้แล้วนะ ผมลุกขึ้นจากที่นั่งตบโต๊ะแรงดังปึ่ง! แล้สตะโกนด่าใส่คิมแทฮยอง


“เอ่อ..จองกุกครับไม่..” จีมินพยายามที่จะห้ามทั้งสองคน


“ไม่ต้อง!/ไม่ต้อง!”


“ไม่ยุ่งก็ได้ครับ…”


“นายไปนั่งที่อื่นเลยนะ ตอนแรกฉันก็นึกแค่มีแค่จีมินคนเดียว แต่ที่ไหนได้มีนายเข้ามาอีกคนด้วย ฉันอยากจะบ้าตาย!! เข้าใจไหมนายคิมแทฮยอง!“


“มันก็เรื่องของนายสิอ้วน”


“หยุดเรียกคำๆนั้นเลยนะ ฉันไม่ได้อ้วน!”


“แต่ก็เคยอ้วน”


“นะ..นาย!!” ผมชี้หน้าด่าใส่แทฮยอง นึกย้อนกลับไปแล้วก็หงุดหงิดชำมัด! วันนี้มันวันซวยเปิดภาคเรียนรึไงนะ ทำไมนายต้องมาตามหลอกหลอนผมทั้ง 3 เวลาอาหารเลยรึไง!


“เงียบๆดิแล้วก็เลิกบ่นได้ละ จะนั่ง” พูดจบแทฮยองก็เบียดตูดเข้าไปนั่งใกล้ๆจองกุก แถมยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เล่นโทรศัพท์ไปคนเดียวไม่ได้สนใจจองกุกที่กำลังบ่นอยู่เลย



ในตลอดคาบบ่ายจะถือว่านับเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันเนี่ย ตอนนี้กลายเป็นว่าที่นั่งจองกุกนั้นทำเอาหลายคนจากห้องต่างๆแม้กระทั่งห้องตัวเอง ยกเว้นสำหรับจองกุกละนะ มีจีมินหนุ่มแว่นสุดเนิร์ดแถมยังสุภาพเรียบร้อยนั่งอยู่ข้างๆด้านซ้ายมันก็โอเคอยู่หรอกนะจีมินน่ะ คอยสอนเนื้อหาที่เขาไม่รู้เรื่องในแต่ละอย่างให้แถมยังเข้าใจง่ายสุดๆ เขาเองก็อยากให้มาจีมินมาติวเขาแบบเวลาส่วนตัวจัง... แต่ไอคนด้านขวาเขานะสิ แทฮยองกวนประสาทเขาได้ทั้งวี่ทั้งวัน ช่วยก็ไม่ช่วยแถมยังมาด่าผมว่าโง่อีกตัวเองละดีตายแหละ สอบ pre-test ก็งั้นๆ ไม่ได้เท่าจีมินหรอกนะ



เอ...แต่ทำไมต้องพูดถึงจีมินอยู่บ่อยๆกันนะ?



หลังจากจบคาบเรียนในช่วงบ่ายที่แสนน่าเบื่อแล้ว ทุกคนในห้องเรียนต่างก็พากันกลับบ้านหรือไม่ก็

ชวนพากันไปช้อปปิ้งต่างๆนานา จองกุกเองก็อยากจะกลับบ้านไปนอนที่นอนนุ่มๆพร้อมกับไปเล่น

ริออนไวๆดีกว่าในห้องนอนของเขาเสียแล้ว ผมหยิบหนังสือและเครื่องเขียนค่อยๆใส่ในกระเป๋า โดยไม่ได้สนใจอะไรนอกจากมองแค่หยิบของเท่านั้น



จะว่าไปแล้ว...จินฮยองก็วานให้ผมพาไปรู้จักรอบๆโรงเรียนนี่นา  คิดไปคิดมาแวะไปหาสักหน่อยดีกว่าแถมยังอยู่ห้องเดียวกันกับพี่นัมจุนอีก จะได้กลับบ้านด้วยกันเลย แหม่...อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้นนะจอนจองกุก



“เป็นบ้าหรออ้วน ทำไมยืนยิ้มอยู่คนเดียว” แทฮยองที่โผล่เข้ามาใกล้หน้าจองกุก จนทำให้อีกฝ่ายตกใจ ไอบ้านี่จากไหนก็ไม่รู้แถมยังมาด่าผมว่าบ้าอีก แทฮยองอา..นายนี่มันบ้าของแท้จริงๆเลย


“บ้าพ่อง! ไปไกลๆเลยอย่าตามมารังควางฉันอีก!”


“ไม่รู้จะไปไหนเลยตามมา”


“พูดง่ายดีเนอะ ไปไกลๆไป เห้อ...” จองกุกส่ายหัวไปมาพลางสวมกระเป๋าแล้วรีบเดินไปไม่สนใจฟังคำพูดของแทฮยองต่อ ไม่รู้จะฟังทำไมวันๆพูดแต่เรื่องไร้สาระไปหาจินฮยองดูมีสาระมากกว่าเสียอีก



หมั่บ!



“เดี๋ยวก่อน” แทฮยองคว้าแขนของจองกุกไว้


“ปล่อย”


“ตามไปด้วยสิ”


“มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องให้นายตามไปด้วยห๊ะ”


“...”


“บอกมาสิ ถ้าไม่พูดละก็ฉันไปละนะ” จองกุกมองด้วยหางตาก่อนที่จะแงะมือที่แทฮยองคว้าไว้ออกแต่แทฮยองกลับบีบแน่นขึ้น


“...ก็บอกไปแล้วนี่...ไม่รู้จะไปไหนนี่ ฉันก็พึ่งย้ายเข้ามาใหม่แถมพึ่งจะย้ายมาที่นี่อีกด้วย..”


“แล้ว?”


“ก็เจอนายเลยพอจำเค้าหน้าได้…”


“เห้อ...นายนี่มันจริงๆเลยนะ”



สุดท้ายก็ยอมให้ตามมาด้วยกัน บทจะดราม่าก็ดราม่าเอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลยละนะ พอจะมากวน

ตีนก็กวนตีนขั้นเทพ ผมละคิดไม่ออกเลยจริงๆ หรือพูดง่ายๆว่า ผมเดาใจมันไม่ถูกสักทางนึงเลย



ซ่าๆ….ซ่าๆ



ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินอยู่ก็ได้ยินเสียงฟ้าครึ้มจากนอกหน้าต่างตรงทางเดินของห้องเรียน จองกุกมองออกไปด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆ ทำไมต้องมาฝนตกตอนที่ผมจะออกไปหาจินฮยองด้วยละเนี่ย หวา...ตายจริง ผมไม่ได้หยิบร่มมาด้วยนา..



ไหนวันนี้พยากรณ์ว่าท้องฟ้าแจ่มใสไงวะ โกหกกันเห็นๆนี่หว่า วันหลังไม่ต้องไปชงไปเชื่ออะไรโปรแกรมบ้าๆนี่แล้ว หงุดหงิด!



“จะเอาไงอ่ะ” แทฮยองหันมาถามผม


“ก็ไม่ไง...ฝนตกอยู่นี่จะให้ออกไปไหนหล่ะ”


“แล้วทีนี้จะไปหาจินฮยองยังไงดีเนี่ย”


“เห้อ...” ผมตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องเรียนเหมือนเดิมตอนนี้ห้องเรียนทุกคนก็กลับบ้านกันไปหมดแล้วเหลืองเพียงแค่ผมกับแทฮยองคนหลุดโลก ถึงจะอยู่ข้างนอกไปก็ถูกฝนสาดมาไม่สบายเปล่าๆมีแต่เสียกับเสีย ผมส่ายหัวเอามือมากุมหน้าผากที่ข้างหน้าต่างแล้วหันหน้ามองมาที่แทฮยองที่จ้องหน้าผมนิ่งไม่ขยับไปไหน ถ้าไม่กะพริบตาเนี่ยผมคงคิดว่าคงจะเป็นหุ่่นแล้วละมั้ง


“มองอะไรของนาย”


“...”


“ยังจะนิ่งอีก หน้าฉันมีอะไรติดอยู่รึไง”


“เปล่า..ก็แค่”


“แค่?”


“แค่รู้สึกว่า นายดูเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน แค่นี้เอง”


“ยังไงหล่ะ” ผมชวนคุยแทฮยองต่อพลางเปิดโทรศัพท์เพื่อที่จะเล่นเกมจีบหนุ่มตามปกติในชีวิตประจำวันของผมเสมอ จะว่าไปบางทีเล่นฆ่าเวลาไปคงไม่เสียหายอะไรหรอก



ติ๊ด!


[นายท่านมาแล้วหรอครับ...ดีใจที่สุดเลย]


“ก็ดูผิดแปลกไปจากเก่าแค่นั้นเอง”


“หรอ” ผมก็ยังคงก้มหน้าเล่นตัวไปโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรในสิ่งที่แทฮยองพูด


“ก็คงจะน่ารักขึ้นกว่าเก่าเยอะ”


“หรอ”


“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยเนอะ คิดถึงจัง” แทฮยองที่จะพยายามชวนคุยจองกุกต่อแต่ดูเหมือนว่าจองกุกจะตอบเป็นอยู่คำเดียวแค่คำว่า ‘หรอ’


“หรอ” นั่นไง…


จนสักพัก แทฮยองเอามือมากอดอกคิ้วขมวดเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ผมแอบเหล่มองเป็นระยะๆก็เลยสังเกตุ


“...”


“ไม่อยากคุยกับฉันหรอ”


“ก็เปล่า”


“แล้วทำไมเล่นแต่โทรศัพท์ไม่เงยหน้าขึ้นมาคุย”


“ไม่รู้สิ พอดีโทรศัพท์คงจะน่าสนใจมากกว่านายละมั้งนะ”


“...”


“งั้นหรอ”


พรึ่บ


“จะไปไหนน่ะ...แทฮยอง” ผมเงยหน้าขึ้นมามองแทฮยองแล้วพูดออกไป


“...”



แทฮยองลุกขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมทั้งมองจองกุกที่มัวแต่เล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียวไม่สนใจที่ผมพูดอยู่เลย ผมเองก็เริ่มจะเบื่อกับการสนทนาแบบถามคำตอบคำต่อแล้ว อุตส่าห์จะทักทายกับเพื่อนเก่าหน่อยก็ไม่ได้... แทฮยองตัดสินใจเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่หันหน้ามามอง



“สนใจเกมมากกว่าฉันงั้นสินะ”


“เดี๋ยว..”


ปัง!


แทฮยองปิดประตูเสียงดังปัง ไม่ได้สนใจที่จองกุกเรียกอีก เจ้าตัวหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายจากด้านหลังพลางเชยตามองออกไปท้องฟ้าสีเทาของข้างนอก ตอนนี้หยาดเม็ดฝนมันเริ่มจะค่อยๆจะซาน้อยลงกว่าก่อนหน้านี้สักพักขึ้นแล้ว



“เดี๋ยวค่อยไปคุยวันหลังก็ได้ นายนั่นคงจะไม่หายไปไหนไปหรอก”


“...”


“จะไม่หายไปไหนเหมือน เมื่อตอนมัธยมต้นอีกนะ”


“จองกุก..”



talk to writer



กลับมาต่อตอนที่ 4 แล้วนะคะ ♥ รีดเดอร์ที่น่ารักคะ ไรท์มีอะไรจิบอก (ก้มหัวลม)...

อาทิตย์หน้าวันเสาร์... ไรท์มีสอบ O-net ค่า ฮืออออออออ อยากจิครายยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #7 chomphu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 15:15
    มาต่อได้ไหมไรท์เค้ารออยู่น๊าาาาาาาาาา
    #7
    0
  2. #6 subaidah (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 16:54
    แทฮยองใจร้ายมากเลยตอนมัธยมต้นนั้น ทำจองกุกเสียใจ แล้วยังจะกลับมากวนใส่อีก รีบอัพนะคะ
    #6
    0