คัดลอกลิงก์เเล้ว

SUPERNATURAL - BEWARE OF THE CANE ! (Destiel)

ขณะต่อสู้กับไมเคิลทุกอย่างก็ผิดไปจากเเผน ทำให้ดีนและแคสเทียลต้องไปติดอยู่ในโลกที่ไร้ซึ่งพลังเหนือธรรมชาติ

ยอดวิวรวม

172

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


172

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 ต.ค. 61 / 11:47 น.
นิยาย SUPERNATURAL - BEWARE OF THE CANE ! (Destiel) SUPERNATURAL - BEWARE OF THE CANE ! (Destiel) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เมื่อดีนทำให้แคสเทียลโกรธจนเลือดขึ้นหน้า










เคยเขียนเเต่ดีนแคส ในฐานะที่เรารักทั้งสองโพซิชั่น มาลองแคสดีนกันดูบ้างค่ะ ๕๕


*ไม่มี NC *

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 ต.ค. 61 / 11:47







                  สงครามระหว่างทูตสวรรค์เเละมนุษย์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างเเค่ไหนในโลกอโพคาลิปซ์นั้นวินเชสเตอร์รู้ดี  และในเมื่อเเจ็คยังไม่ฟื้นพลัง บวกกับขาดวัตถุดิบหลักอย่างพลังของอัครเทวทูตเพื่อนำมาใช้ในการเปิดประตูมิติ ก็คงต้องหาทางอื่นในการจะส่งไมเคิลกลับโลกเดิมของตน ในที่สุดเเซมก็ค้นพบของวิเศษชนิดหนึ่งที่สูญหายจากหน้าประวัติศาสตร์ไปนาน 



                 “ศิลาแห่งอัคนาร์” พลังของมันสามารถใช้เปิดประตูมิติได้ชั่วคราวโดยผู้ที่ครอบครองมันจะต้องร่ายเวทย์อย่างถูกต้องโดยใช้ส่วนผสมหลายอย่างที่แน่นอนว่าหาได้ง่ายกว่าพลังของอัครเทวทูต แต่ก็เเลกมาด้วยความผันผวนไม่เเน่นอนของคาถา นั่นจึงเป็นความเสี่ยงในการจะเลือกใช้วิธีนี้ มันเป็นการยากที่จะรู้ว่าประตูที่กำลังจะเปิดนั้นจะนำไปสู่สถานที่แบบไหน  และก็ไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่ามันจะเปิดอยู่นานหรือไม่  แต่อย่างน้อยก็ช่วยส่งไมเคิลไปอยู่ที่อื่นได้ชั่วคราวเพื่อให้โลกของพวกเขาปลอดภัย อย่างน้อยก็สักระยะหนึ่งเพื่อที่พวกเขาจะได้มีเวลาวางเเผนระยะยาวเพื่อส่งไมเคิลกลับโลกเดิมได้เสียที  นั่นคือเเผนของวินเชสเตอร์




“ข้าบอกเเล้วว่ามันเสี่ยง” แคสเทียลว่าเสียงเเข็งขณะกำลังพยายามประคองร่างกายที่บาดเจ็บของดีน


“แล้วนายมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้มั้ยล่ะ” ดีนอดที่จะพูดจาเเดกดันอีกฝ่ายเล็กน้อยไม่ได้ แม้ว่าเเคสเทียลจะพูดถูกจริงๆก็ตามว่าแผนนี้มันเละไม่เป็นท่า


“ไม่..” แคสเทียลตอบเพียงสั้นๆเเล้วเมินหน้าหนีไปอีกทาง 



              เทวทูตอยากจะจบบทสนทนาที่ไร้สาระนี่เสียเต็มทน  ร่างกายดีนทั้งหนักทั้งเลือดท่วม ควรจะหาที่ปลอดภัยให้เจอไวๆ เเต่เหมือนจะยาก เเถวนี้ดูเหมือนจะมีเเต่ต้นไม้ใหญ่ คาดว่าตอนนี้พวกเขาคงติดอยู่กลางป่ากลางเขา ซึ่งอยู่ส่วนไหนบนโลกก็ไม่รู้ หรือพูดให้ถูกคือพวกเขาอยู่โลกไหนจักรวาลไหนก็ยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ  



“อย่างน้อยฉันก็พยายามจะลงมือทำอะไรๆอยู่บ้าง  ไม่ได้อยู่เฉยไปวันๆ” ดูเหมือนดีนจะไม่กังวลกับเรื่องหลงป่าสักเท่าไหร่  แม้สภาพเขาตอนนี้จะต้องพึ่งพาพ่อทูตสวรรค์หน้านิ่งให้ช่วยหิ้วปีกประคองเดินอยู่ก็ตาม แต่ปากอิ่มสวยที่ตอนนี้เเตกยับเยินของนักล่าหนุ่มก็ยังบ่นจิกกัดไม่หยุดตามประสาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้ไปจุดระเบิดฆ่าตัวตายเข้าให้เเล้ว



“เจ้าจะบอกว่าข้าอยู่เฉยงั้นหรือ”  เเคสเทียลหันกลับมาจ้องหน้าดีนด้วยสายตาเย็นชา  



              แม้ว่าเขาจะคัดค้านแผนนี้หัวชนฝาจนถึงขนาดประท้วงแบบสันติอหิงสาโดยการไม่ยอมช่วยสองพี่น้องในการหาวัตถุดิบเหมือนทุกๆทีก็ตาม แต่นั่นก็เพราะเขาเชื่อว่านี่มันเป็นเเผนที่เเย่  และอันที่จริงแคสเทียลนั้นได้พยายามขัดขวางเเผนการนี้ของดีนเงียบๆด้วยซ้ำ เช่นเเอบขโมยวัตถุดิบในการร่ายคาถาไปซ่อนในวินาทีสุดท้าย  ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อยู่เฉยอย่างที่ดีนคิด  (สุดท้ายแผนล่มเพราะเเซมมีของสำรองเก็บไว้อีกมากมาย)



“แม้ว่าข้าจะอยู่เฉยๆ  เเต่อย่างน้อยถ้าเจ้ายอมเชื่อข้าเเละหาทางอื่น มันก็คงจะจบสวยกว่านี้  เจ้าว่าเจ้ามีเเผน เเล้วยังไง  ดูรอบๆตัวเรานี่สิ”


เเคสเทียลหยุดเดิน ปล่อยมือที่ประคองดีนออก  นั่นทำให้ดีนเซเกือบจะล้มเเต่เเคสเทียลก็ไม่ได้สนใจ  ดีนมองไปรอบๆตามที่แคสเทียลสั่ง  รอบตัวของพวกเขาทั้งคู่ที่มีเพียงเเต่ต้นไม้กลางป่ามืดๆกับเสียงหรีดหริ่งเรไร  และลมหนาวที่พัดผ่านกายชวนให้วังเวง


“ถ้าข้าตามมาไม่ทัน  สภาพเจ้าเเบบนี้จะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง” เเคสเทียลออกเดินต่อไปโดยไม่ช่วยประคองดีนอีก



“ฉันมีปืน และมันก็ใช้งานได้ดี ไม่เหมือนพลังที่มีแต่ใช้ไม่ได้ของนายหรอก  พอหมดฤทธิ์แล้วก็ดีแต่ให้ฉันช่วยรับดาบรับกระสุนเเทน” ดีนพลั้งปากพูดออกไปอย่างลืมตัวก่อนจะลอบมองปฏิกริยาของเพื่อนรักที่หยุดกึกและดูเหมือนจะเริ่มเเผ่รังสีน่ากลัวออกมาจากร่างทรงอย่างต่อเนื่อง 


 

 “ข้าไม่เคยขอ  ให้เจ้าทำแบบนั้น”  เเคสเทียลหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับดีนอีกครั้ง  อดีตนักรบของพระเจ้าย่างสามขุมเข้ามาหาคนปากดีช้าๆ ใบหน้าของทั้งคู่เคลื่อนเข้ามาใกล้กันทำให้ดีนมองเห็นนัยตาสีฟ้าวาวโรจน์ของอีกฝ่ายที่เปี่ยมด้วยโทสะนั้นสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน  และยิ่งใบหน้าของเทวทูตเจ้าของดวงตาสีฟ้านั้นเปื้อนเลือดที่ออกมาจากเเผลเเตกตรงหางคิ้วโก่งสวยนั่นไหลยาวลงมาเป็นสายผ่านสันจมูกโด่งได้รูปกับอีกจุดคือตรงมุมปากที่เลือดไหลออกมาเป็นทางนั่นยิ่งทำให้เเคสเทียลดูป่าเถื่อนกว่าปกติมากขึ้นไปอีก  



             แคสเทียลปฏิเสธไม่ได้  จริงอย่างที่ดีนว่า  ดีนบาดเจ็บก็เพราะเข้ามาช่วยเทวทูตไม่เอาไหนอย่างเขา แต่หากดีนยอมฟังเขาเเละไม่มาที่นี่เเต่เเรกเรื่องทุกอย่างก็คงจะไม่เกิด



“ไมเคิลได้ศิลาไป เเซมกับเเจ็คพลัดหลงไปมิติอื่นพร้อมกับไมเคิล   เเละเราสองคนก็มาติดอยู่ในโลกที่ไม่มีทั้งพลังเหนือธรรมชาติ ไม่มีเวทย์มนต์ ไม่มีกระทั่งผีหรือยมทูต” เเคสเทียลเว้นวรรคประโยคของตนก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย


"เเผนยอดเยี่ยมมากดีน” เเคสเทียลพูดช้าๆแบบเน้นย้ำทุกคำด้วยเสียงแหบต่ำแต่บาดลึก  ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เขาได้เรียนรู้ว่าจะพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายเสียหน้า  ไม่ใช่การด่าตรงๆ  หากเเต่เป็นการประชดประชัน



“หึ” ดีนสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างฉุนเฉียว  ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดอีกเพราะความเจ็บปวดจากบาดเเผลบนร่างกายทำให้เขาต้องการจะหาที่พักผ่อนเสียที  



              วินเชสเตอร์ผู้พี่ตัดสินใจจะเดินต่อไปด้วยตนเอง เเต่เหมือนจะยิ่งทำให้เขาเสียหน้ามากขึ้นเมื่อก้าวไปได้เเค่สองสามก้าวก็ขาอ่อนล้มคว่ำลงไปนอนกินฝุ่นอยู่กับพื้นโดยมีเทวทูตยืนมองอยู่เฉยๆไม่คิดช่วยเหลือใดๆสักนิด



ดีนยังคงนอนนิ่ง  มองอีกฝ่ายด้วยหางตา 



“จะให้คนไร้ประโยชน์อย่างข้าช่วยเหรอ” เเคสเทียลกอดอกถามนิ่งๆ



“ไม่ใช่เด็กหัดเดิน” ดีนกัดฟันตอบไปอย่างเจ็บใจ  เขาตะเกียกตะกายพยายามจะลุกขึ้นด้วยตัวเองเเต่ก็ไม่สำเร็จ



“ขอพักสักสิบนาที” ดีนจำใจเอ่ยออกมาในที่สุด  ไม่ใช่ว่าเขาอยากพักหรอก  จริงๆคือเขาลุกไม่ขึ้นเเต่ก็ไม่อยากจะเสียฟอร์มโดยขอให้เเคสเทียลช่วยพยุงต่างหากจึงต้องเฉไฉพูดออกไปเเบบนั้น



                  เเคสเทียลไม่ได้ตอบอะไร เพียงเเต่นั่งลงข้างๆดีนที่นอนหมอบกับพื้นอย่างหมดสภาพ  เทวทูตหนุ่มผู้เตรียมตัวมาอย่างดีหยิบกระบอกน้ำที่เหน็บไว้ในเสื้อโค้ทตัวเก่งออกมาเปิดดื่มดับกระหาย  ในมิตินี้ ในเมื่อใช้พลังใดๆไม่ได้ เขาก็คือมนุษย์ธรรมดาดีๆคนหนึ่งนั่นเอง  เพราะอย่างนี้เองตอนที่เขาประคองดีนเมื่อครู่ถึงได้รู้สึกว่าดีนตัวหนักกว่าปกติ



                  ดีนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ  เขาเองก็หิวน้ำเหมือนกันเเต่เป้สัมภาระของเขาติดไปกับเเซมเเละเเจ็คด้วย  



                   ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ  ต่อให้ลำคอเขาจะเเห้งผากจนสลายกลายเป็นผุยผงเขาก็จะไม่ขอเเบ่งน้ำจากเจ้าเทวดางี่เง่านี่เป็นอันขาด  เเต่เหมือนเเคสเทียลจะสังเกตเห็นเเววตาของคนข้างตัวที่มองตามกระบอกน้ำตาละห้อย  เทวทูตหนุ่มชั่งใจเล็กน้อยว่าควรจะเเบ่งน้ำให้ดีนดีหรือไม่ เเต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเก็บกระบอกน้ำไปซะ  ตอนนี้เขาไม่ได้โกรธอะไรดีนอีกเเล้ว เพียงเเต่ดีนสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง หากเขาไม่อยู่ที่นี่ ดีนก็ไม่มีทางได้กินน้ำหรอก ดังนั้นดีนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆทั้งสิ้นจนกว่าคนปากหนักจะยอมเอ่ยคำขอโทษออกมา




“หมดเวลาพักเเล้ว” หลังจากนั่งนิ่งเป็นประติมากรรมอยู่นานสิบนาทีพอดีเป๊ะ  เเคสเทียลก็ลุกขึ้นยืนเป็นสัญญาณว่าพวกเขาควรจะออกเดินทางต่อได้เเล้ว



            ดีนขมวดคิ้ว พยายามยันกายลุกขึ้น หลังจากได้พักความเจ็บของเขาก็เริ่มทุเลาลงบ้างเล็กน้อย  คราวนี้ดีนก็ลุกขึ้นเองได้สำเร็จ  เเต่ปัญหาก็ไม่ได้จบเเค่นั้น  เพราะเเคสเทียลนั้นเดินตัวปลิวนำเขาไปลิ่วๆแบบไม่มีการรีรอใดๆทั้งสิ้น  สำหรับคนที่ขาขวาถูกยิง ข้อเท้าซ้ายบวมเป่งน่ากลัว  เอวถูกฟัน  หัวเเตก  ปากแตก  จมูกเลือดไหล  เบ้าตาปูด  สภาพเเบบนี้ทำให้ดีนพาร่างตัวเองเดินไปได้ไม่กี่นาทีก็ทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง  ในที่สุดความอดทนในสงครามประสาทของดีนก็สิ้นสุดลง



“เเคส!”  ดีนตะโกนเสียงเเหบต่ำเรียกชื่ออีกฝ่ายที่ยังคงเดินห่างออกไปไกลจากตัวเขาที่กองอยู่กับพื้นตอนนี้ราวๆยี่สิบเมตรเห็นจะได้   เเคสเทียลหันกลับมามอง  เเต่เนื่องจากระยะที่ห่างกันมากบวกกับความมืดในยามค่ำคืนทำให้ดีนมองไม่เห็นสีหน้าอีกฝ่าย  อย่างมากก็เห็นเเค่เทรนช์โค้ทสีสว่างท่ามกลางความมืดมิด



“อะไร!” แคสเทียลตะโกนขานรับห้วนๆ



"ฉัน  ฉัน..”  ดีนอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ   เเต่ก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะพูดออกมา  เขาก็เเค่พยายามจะทำให้อะไรๆมันดีขึ้นบ้างก็เเค่นั้น  ทั้งเรื่องไมเคิลหรือเรื่องโลกเเตกบ้าบออะไรทั้งหลายเเหล่   ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพเเบบนี้เสียหน่อย  



เเคสเทียลเดินย้อนกลับมาหาดีนเเล้วยื่นกิ่งไม้ขนาดพอดีมือให้กิ่งหนึ่ง


หมอนี่หาไม้เท้ามาให้เรอะ..



             ดีนมองไม้เท้าจำเป็นในมือเทวทูตอย่างลังเล  ไม่ยอมรับของจากมืออีกฝ่ายเสียที  เเคสเทียลเลยวางมันไว้บนพื้นตรงหน้าดีน  ชายหนุ่มถึงได้ยอมหยิบมันขึ้นมาเเละใช้มันช่วยพยุงตัวเองลุกขึ้น  เมื่อเห็นว่าดีนยืนได้เเล้วเเคสเทียลจึงหันหลังกลับเดินต่อไป  หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงหนักๆเหมือนอะไรบางอย่างกระเเทกพื้นดังตุบ และเสียงสบถดังลั่นมาจากชายหนุ่มผู้บาดเจ็บ ตามมาด้วยเสียงที่คาดว่าน่าจะเป็นไม้เท้าที่ถูกฟาดปังอย่างเเรงเข้ากับต้นไม้สักต้น



“นายมันงี่เง่าเเคส”  ดีนตะโกนลั่น “นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาเล่นละครน้ำเน่าใส่กันแบบนี้  เราต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อนและรักษาแผลฉันเพราะนายไม่มีพลังที่จะรักษาฉันได้ เเล้วเราก็จะคิดหาทางออกจากที่นี่เพื่อไปช่วยเเซมกับเเจ็ค  เเละทุกอย่างมันก็ช้าลงอีกเพราะนายเอาเเต่งอนเป็นเด็กสาวม.ต้น!"



                 สิ้นประโยคสุดท้ายของดีน ร่างของเเคสเทียลพุ่งตรงเข้ามาหาดีนก่อนจะคว้าคอเสื้อของผู้บาดเจ็บขึ้นมา  ร่างสูงใหญ่ของดีนลอยหวือไปตามเเรงเหวี่ยงของเเคสเทียลอย่างไม่มีทางสู้ก่อนจะถูกผลักให้หลังติดกับต้นไม้ที่เขาเพิ่งฟาดไม้เท้าระบายอารมณ์ใส่มันไปเมื่อครู่



“ข้าน่ะหรือที่งี่เง่า" เเคสเทียลตวาดกร้าว  "ข้ายินดีช่วยเจ้าทุกอย่าง  ตามใจเจ้าทุกครั้ง เเต่เคยมีครั้งไหนไหมที่ข้าจะทำตัวไร้เหตุผลหรือเอาเเต่ใจแบบที่เจ้าเป็น  ข้าห้ามก็เพราะห่วงความปลอดภัยของเจ้า เเละของผู้คนบนโลก  คนอื่นๆอีกหลายพันล้าน  พวกเขาไม่รู้อะไรเเละไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก  ผิดกับเจ้าที่เลือกได้ เเละเจ้าก็เลือกทางที่จะทำให้ทุกอย่างมันมีเเต่เเย่ลง”  


เเคสเทียลขู่เสียงต่ำใส่ดีนอย่างอัดอั้น  “ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงจะทำร้ายร่างกายเจ้าไปเเล้วเหมือนกับที่เคยทำกับเจ้าในตรอกสกปรกนั่นตอนวันสิ้นโลกเมื่อหลายปีก่อนที่เจ้าบอกว่าจะตอบตกลงกับไมเคิล”



                  ดีนจ้องมองใบหน้าของเเคสเทียลที่ห่างไปจากใบหน้าเขาเองไม่มากนักอย่างอึ้งๆคงจะจริงอย่างที่เเคสว่า สิ่งที่เขาทำ  ถ้ามองในมุมของแคส  นอกจากจะเป็นการฆ่าตัวตายเเล้ว ยังเสี่ยงต่อการจะปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตอันตรายอื่นๆไปสู่โลกของพวกเขาด้วย เหมือนอย่างตอนที่พวกเขาปล่อยไอ้หมึกต่างดาวในร่างหญิงสาวอายุร้อยกว่าปีนั่นมาจากห้องสมุดลับของพวกผู้จดบันทึกจนตัวเองเกือบได้เป็นพ่อของลูกมันเเล้ว  กับตอนที่ปล่อยร่างโคลนของไคอามาจากโลกดึกดำบรรพ์นั่น  หรือเเม้กระทั่งไมเคิลจากอโพคาลิปส์เวิร์ลก็ด้วย  และตอนนี้ไม่ใช่เพียงเเต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ตกอยู่ในอันตราย  เเคสเทียลเองก็ต้องมาติดอยู่กับเขาที่นี่ในสภาพไร้พลังอย่างไม่เต็มใจ เเซมกับเเจ็คก็ติดไปกับไมเคิลซึ่งจะไปอยู่ที่โลกไหนเเล้วก็ไม่รู้เลย



“ฉันแค่อยากให้เรื่องทุกอย่างมันจบลง นายไม่ได้อยู่ที่นั่นกับฉัน  นายไม่รู้หรอกว่าไมเคิลมัน..”


ฝ่ามืออุ่นของเทวทูตยกขึ้นมาปิดปากของมนุษย์ตรงหน้าไม่ให้มีคำพูดใดๆเล็ดรอดออกมาอีก



“หยุดแก้ตัวด้วยเรื่องนั้นได้แล้ว  ครั้งหนึ่งลูซิเฟอร์ก็เคยอยู่ในร่างกายนี้กับข้า   ทำไมข้าจะไม่รู้  แต่การอยู่เฉยก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเมื่อเทียบกับการทำเรื่องโง่ๆ  และข้าก็ผ่านจุดนั้นมาหลายครั้งแล้ว เรื่องโง่ๆทั้งหลายที่ข้าเคยทำเพราะคิดว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่ผลลัพท์มันกลับเลวร้ายหนักกว่าเดิม  เจ้าเคยให้ข้าสัญญาว่าอย่าทำเรื่องโง่ๆอีก แต่ดูจากเรื่องนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีข้าเพียงคนเดียวที่โง่.."



                  ดีนขมวดคิ้ว  นัยตาสีเขียวจ้องมองใบหน้าคมคายของทูตสวรรค์อย่างไม่เข้าใจ  หมอนี่กำลังด่าว่าเขาโง่เรอะ เเต่พูดอีกก็ถูกอีก เขาสิ้นหวังจนตรอกและโทษตัวเองจนอยากจะทำอะไรก็ได้เพื่อยุติเรื่องนี้  และคราวนี้เขาก็ทำมันพังเองเพราะประเมินความสามารถตัวเองสูงเกินไป



ดีนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง  เเต่ที่ทำได้ก็เพียงส่งเสียงอู้อี้ออกมาเท่านั้นเพราะมีฝ่ามือใหญ่ของทูตสวรรค์ที่ยังคงปิดปากเขาอยู่



"เจ้าว่าอะไรนะ" เเคสเทียลปล่อยมือออกจากปากของดีน



"ฉันบอกว่านายพูดถูก  คราวนี้ฉันผิดเต็มๆ"  เเคสเทียลมีเเววตาที่อ่อนลงหลังดีนสารภาพความผิดออกมา



"เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนตอนนั้นอีกเเล้ว เจ้ามีข้า มีเเซม มีเเจ็ค บ๊อบบี้ เเมร์รี่ เเละคนอื่นๆอีกมากมายที่คอยอยู่เคียงข้างเเละพร้อมจะช่วยเจ้าเสมอ   อย่าให้ข้าเเละพวกเขาต้องเห็นเจ้าพยายามวิ่งเข้าใส่ปัญหาซึ่งเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมเเบบโง่ๆเหมือนอย่างครั้งนี้อีก”



ทั้งคู่ต่างพากันเงียบไปพักใหญ่ๆ ปล่อยความคิดเเละความรู้สึกผิดล่องลอยปกคลุมบรรยากาศรอบๆตัวอยู่ครู่ใหญ่ๆ  โทสะในใจบรรเทาเบาบางลง



“มันยากนักเหรอที่เจ้าจะขอโทษ หรือขอความช่วยเหลืออย่างที่ควรจะทำ”  ทูตสวรรค์เปื้อนเลือดเป็นฝ่ายเปิดปากถามขึ้นมาเเต่  ดีนถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง



"ฉันอาจจะตายในการต่อสู้ และนั่นก็คือคำขอโทษจากฉัน"  เเคสเทียลส่วยหัวเบาๆเมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากนักล่าหนุ่มผู้เเบกรับความผิดไว้มากมายในใจ



"เจ้าคิดหรือว่าการตายของเจ้าจะทำให้คนอื่นพอใจ" เเคสเทียลก็ปล่อยมือจากคอดีน  “เจ้าก็รู้ว่าข้ารักเจ้า  พวกเราทุกคนรักเจ้า”  



ดีนเซเล็กน้อยเมื่อเเผ่นหลังเป็นอิสระจากต้นไม้ที่ถูกผลักติดอยู่พักใหญ่  ยังดีที่มีไม้เท้าอยู่ในมือช่วยให้เขาทรงตัวได้ทันท่วงทีในสภาพที่ขาสองข้างเเทบจะใช้การไม่ได้เเบบนี้  เเต่จู่ๆเเคสเทียลก็เเย่งเอาไม่เท้าไปจากมือเขาก่อนจะใช้เข่ากระเเทกมันหักกลางเป็นสองท่อนเเล้วชูเศษซากขึ้นมาจ่ออยู่ตรงหน้าดีนที่เเทบจะยืนไม่อยู่เเล้วให้ดูความพินาศของเจ้าไม้เท้านั่นชัดๆ  

นี่จะเยาะเย้ยกันรึไง



“สิ่งที่จะช่วยพยุงเจ้าไม่ใช่ไม้เท้านี่”  พูดจบเเคสก็เขวี้ยงกิ่งไม้นั่นไปไกลสุดเเรงเหมือนเกลียดมันนักหนา


"เเต่เป็นข้าต่างหาก”  พูดจบท่อนเเขนเเกร่งของเทวทูตก็เข้าประคองร่างของเพื่อนรักอีกครั้งอย่างที่ควรจะเป็น  "อย่างที่เจ้าเคยบอก เราจะไม่ทิ้งครอบครัว"




ทุกๆการกระทำของเเคส  หมอนี่มีเเต่ความจริงใจเสมอ..




“แปลกดีนะ ไม้เท้าสมัยนี้ใช้โอบรอบคอได้ด้วย”  ดีนที่อารมณ์ดีขึ้นมาเเล้วพูดลอยๆกับตัวเอง  มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย


“ไม้เท้าที่ไหนอีก  ข้าเพิ่งหักไปเมื่อครู่”  เเคสเทียลขมวดคิ้วหันมาถามเสียงต่ำ  


“ไม่รู้สิ บางทีคงเป็นไม้เท่าเก่าๆเน่าๆสักอันเเถวๆนี้ละมั้ง  บังเอิญว่าฉันชอบซะด้วย”


“ข้าบอกว่าจะประคองเจ้าเอง  ไม่มีไม้เท้า”


"โอเคๆ ฉันยอมแล้วแคส"


























จู่ๆก็อยากเห็นแคสดุดันกับดีนเหมือนสมัยซีซั่น ๕ ตอนสั้นๆนี้จึงงอกขึ้นมากระทันหันค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ George Ocean Michael จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น