My Maid @Heart [Minle]

ตอนที่ 3 : My Maid 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    21 เม.ย. 61


03

 

            "เฉินเล่อ"

            "ครับ"

            "ครูวานเอาของไปให้อาจารย์คิมที่ห้องศิลปะหน่อยสิ"

            "ได้ครับ"

            เฉินเล่อรับซองเอกสารจากอาจารย์ที่ปรึกษามาถือไว้ เขาเพิ่งกลับจากห้องน้ำในช่วงพัก กำลังจะเข้าห้องแต่กลับโดนมอบหมายหน้าที่มาให้ เพราะไม่อาจปฏิเสธเลยได้แต่ยิ้มรับแล้วเดินลงบันไดไปที่ห้องศิลปะที่อยู่ชั้นหนึ่ง ถ้าจีซองไปเข้าห้องน้ำด้วยกันเขาคงไม่โดนใช้มาคนเดียวแบบนี้

            "ขออนุญาตครับ"

            เฉินเล่อเปิดประตูเข้าไปในห้องแต่กลับไม่เจอใครอยู่ในนั้น เขาจึงเดินไปที่โต๊ะอาจารย์แล้ววางซองเอกสารไว้ ตอนหมุนตัวกลับก็บังเอิญหันไปเห็นภาพวาดตั้งอยู่หลายภาพ ซึ่งน่าจะเป็นผลงานของนักเรียนที่เพิ่งเรียนคาบศิลปะไป ทั้งที่คิดว่าจะรีบกลับห้องเรียนแต่เฉินเล่อกลับเดินเข้าไปหาภาพวาดเหล่านั้นแทน

            ภาพป่าไม้ ดอกไม้ แม่น้ำลำธาร ทุกภาพที่วาดเป็นรูปธรรมชาติ เฉินเล่อดูทุกรูปและรู้ได้จากชื่อที่ถูกอยู่ตรงมุมล่างของภาพว่าเป็นของปี 3 ห้อง 2 ห้องของพี่แจมินจอมเจ้าชู้คนนั้น

            เฉินเล่อหยุดยืนอยู่หน้ารูปวาดภาพหนึ่ง เขาเห็นชื่อของคนวาดแล้วแต่กลับยังยืนดูไม่ไปไหน มันเป็นของถ้ำที่อยู่ติดชายหาด มีคลื่นซัดเข้ามาเห็นเป็นฟองสีขาวและตรงนั้นมีม้าเดินอยู่ ไม่ใช่สิ มันคือยูนิคอร์นต่างหาก รูปนี้เป็นภาพที่ดูแปลกที่สุดในภาพทั้งหมดทั้งมวล แปลกแต่สวยและดึงดูดให้ไม่อาจละสายตาได้อย่างน่าประหลาด

            ภาพที่แจมินเป็นคนวาด

            ภาพสวยก็จริงแต่เมื่อไม่ค่อยถูกชะตากับคนวาดเฉินเล่อเลยจบการชมศิลปะเพียงเท่านี้ เขาก้าวเท้าถอยออกมาพร้อมกับเสียงประตูเปิด คิดว่าคงเป็นอาจารย์คิมแต่เมื่อหันไปมองกลับกลายเป็นคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด

            "เฉินเล่อ"

            เจ้าของชื่อเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบก้มหน้าก้าวยาวๆ ตรงไปที่ประตู ผิดกับแจมินที่ยิ้มกว้าง เมื่อคนน่ารักเดินมาใกล้เขาเลยยืนบังประตูไว้แล้วก็ล็อกมันเสียเลย

            เฉินเล่อหยุดยืนตรงหน้าแจมิน คนเจ้าชู้ยังยิ้มกว้าง มอบรอยยิ้มหวานๆ ที่แสนคุ้นเคย แม้เฉินเล่อจะไม่อยากได้ก็ตาม

            "มาทำอะไรเหรอ"

            "เปิดประตูให้ด้วยครับ ผมต้องรีบไปเรียน"

            คำพูดคำจาที่แสนสุภาพเป็นสิ่งที่แจมินคุ้นเคย ทุกครั้งที่เข้าหาและมีโอกาสได้พูดคุยเฉินเล่อมักจะพูดสุภาพกับเขาเสมอ คล้ายจะเคารพแต่ไม่ใช่ เพราะที่คนน่ารักทำเพียงเพราะต้องการรักษาระยะห่าง แต่แจมินไม่ได้ใส่ใจนักหรอก พูดเพราะแบบนี้ก็น่ารักดี

            "คุยกันก่อนน่า"

            "ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับพี่ครับ"

            "ว่าแต่มาทำอะไรที่นี่เหรอ"

            ในเมื่อบอกว่าไม่คุยเฉินเล่อก็ไม่ยอมตอบ ถ้าแจมินไม่ยอมเปิดประตูให้เขาก็จะยืนเป็นใบ้อยู่ตรงนี้

            ฝ่ายคนโดนเมินยังยิ้มแย้มแม้ในใจจะเจ็บอยู่เล็กๆ ถ้าหากเขาแปลงร่างเป็นนานะได้ตอนนี้คงทำไปแล้ว เฉินเล่อจะได้ยอมพูดด้วย แต่ถึงไม่พูดก็ไม่เป็นไร กับตัวตนที่เป็นแจมิน เขาเป็นฝ่ายพูดคนเดียวจนชินแล้ว

            "เมื่อกี้พี่เพิ่งเรียนศิลปะไปน่ะ เห็นเราเดินไปดูงานด้วย เห็นงานพี่หรือเปล่า รูปที่พี่วาดนะ เฉินเล่อน่าจะชอบ"

            ภาพวาดของแจมินสวยจริง แล้วเฉินเล่อเองก็ชอบ แต่ไม่มีทางที่เขาจะพูดออกไป

            "พอดีพี่ลืมของน่ะเลยแวะมาเอา แล้วก็โชคดีมากที่เจอเราพอดี" แจมินพูดไปก็ยิ้มไป ส่วนไอ้ของที่ลืมไว้ก็ลืมๆ มันไปก่อน ตอนนี้เขาจะไม่ขยับออกไปจากตรงนี้เด็ดขาด ยังไงก็ไม่ยอมให้คนน่ารักหนีไปได้ง่ายๆ

            เฉินเล่อยังคงเงียบฟังแจมินพูดไปเรื่อยๆ หากมองแบบไม่อคติความจริงแล้วรุ่นพี่คนนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่ติดตรงที่เป็นคนดัง มีคนหมายปองมากมาย แล้วแจมินก็ดันชอบทำตัวให้คนอื่นชอบอีก เขากลัวว่าถ้าคบกันไปจะทำให้ปวดสมอง มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน เพราะขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันชีวิตเขายังมีความวุ่นวายเข้ามาเป็นระยะ สุดท้ายเลยจัดคนคนนี้เอาไว้ในหมวดเจ้าชู้ และบอกกับตัวเองว่าจะไม่เผลอใจให้เด็ดขาด

            "พี่พูดจบหรือยังครับ" เมื่อแจมินเว้นช่วงเฉินเล่อพูดสวนขึ้นมา

            ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดแบบนี้แจมินคงสวมบทโหดดุไปแล้ว แต่เพราะเป็นเฉินเล่อเลยยอมให้อภัยได้ทุกอย่าง

            "ยังครับ"

            "แต่ผมต้องไปเรียน"

            "แต่พี่ยังอยากอยู่กับเราต่อนี่นา"

            "พี่แจมิน" เฉินเล่อกดเสียงต่ำ ล้อเล่นแบบนี้ไม่ตลกเลยสักนิด จะหมดเวลาพักแล้วด้วย เขาไม่อยากเข้าเรียนสาย

            "โอเคๆ งั้นตอบคำถามพี่ก่อนหนึ่งข้อ"

            สิ่งที่ขอทำเอาคนน่ารักมองอย่างไม่ไว้ใจ

            "เมื่อวานไปทำอะไรที่ร้านเมด" แจมินแกล้งถาม เขาต้องทำเป็นไม่รู้เรื่องว่าเฉินเล่อไปที่นั่นทำไม และในฐานะผู้หลงรัก มันคือเรื่องที่เขาต้องแกล้งถามให้รู้

            "แล้วพี่แจมินล่ะครับไปทำอะไร"

            แต่แทนที่จะได้คำตอบแจมินกลับได้คำถามมาแทน มันคือสิ่งที่เฉินเล่ออยากรู้เหมือนกันว่าแจมินไปทำอะไรที่นั่น

            "ที่นั่นเป็นร้านของพี่สาวพี่น่ะ"

            "ร้านพี่สาว?"

            "ใช่ บางทีก็จะแวะไปช่วยงาน" แจมินตอบตามความจริงอย่างไม่คิดปิดบัง เล่นเอาคนน่ารักชะงักไปชั่วครู่

            ตอนนี้มีบางอย่างกำลังกวนใจเฉินเล่อ มันคือดวงตากับรอยยิ้มหวานๆ ของคนตรงหน้า มันเหมือนภาพซ้อน หน้าของแจมินที่ซ้อนทับกับใครอีกคน

            "แล้วพี่แจมินรู้จักเมดที่ชื่อนานะมั้ยครับ"

            คำถามนี้ทำเอาแจมินแปลกใจไม่น้อย เฉินเล่อเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่วางตา มองใบหน้าสวยหวานที่ซ้อนทับกับใครอีกคนที่คนน่ารักหลงรัก หรือว่าเกิดนึกเอะใจขึ้นมาแล้วว่าเขากับนานะอาจจะเป็นคนเดียวกัน

            แจมินไม่ตอบคำถามเป็นคำพูด เขายิ้มแบบที่นานะยิ้ม ส่งสายตาแบบที่นานะชอบทำ ใบ้ให้เฉินเล่อคิดเอาเองว่าความจริงเป็นอย่างไร และคิดเอาเองว่านานะคือใคร

            "ไปเรียนเถอะ" เวลาพักที่ใกล้หมดลงเต็มทีทำให้แจมินต้องยอมปล่อยเฉินเล่อออกจากห้องขัง ทั้งที่อยากกักไว้ด้วยกันให้นานกว่านี้สักหน่อย

            เฉินเล่อเหลือบมองแจมินอีกครั้งก่อนก้มหน้าแล้วเดินออกมาเมื่อรุ่นพี่จอมเจ้าชู้เปิดประตูให้ หลุดออกจากการกักขังได้ก็รีบสาวเท้าเร็วๆ เดินขึ้นห้องเรียน เช่นเดียวกับในหัวของเขาที่เริ่มคิดอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกรอบ

            พี่แจมินกับนานะ

            มันคงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่หรอกน่า

 

            "มึงไปห้องน้ำหรือไปดาวอังคาร โคตรนาน" เห็นเฉินเล่อเปิดประตูเดินเข้ามาในห้องเรียนจีซองก็ทักขึ้นทันที

            เฉินเล่อไม่ตอบ เดินผ่านที่นั่งตัวเองไปหาจีซอง เขาวางมือลงบนโต๊ะเสียงดังจนเพื่อนตัวสูงสะดุ้งแล้วขยับหนีอย่างนึกระแวง เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนไปโมโหอะไรมา

            "เป็นอะไร"

            "โดนอาจารย์ใช้อ่ะดิ แล้วมึงรู้มั้ยกูไปเจอใครมา"

            ฉุนเฉียวมาขนาดนี้จีซองแทบไม่ต้องเดาว่าเฉินเล่อไปเจอใคร คนที่ทำให้เพื่อนคนนี้เกิดอารมณ์ได้ทั้งโรงเรียนก็มีอยู่คนเดียว

            "พี่แจมิน?"

            "เออ"

            "แล้วไงวะ พี่เขาทำอะไรมึง"

            "ขังไว้ในห้องศิลปะด้วยกัน กูโคตรกลัวเลย"

            "กลัวโดนพี่เขาปล้ำเหรอ" จีซองทำเสียงล้อ เฉินเล่อเลยยกมือทำท่าจะฟาด

            "ไม่ได้ปล้ำเว้ย!"

            "แล้ยังไงวะ"

            "แค่คุยกันเฉยๆ"

            "โหไรวะ พี่แจมินแม่งไม่แน่เลย"

            "นี่มึงอยากให้กูโดนพี่มันปล้ำนักหรือไง"

            "แล้วมึงอยากโดนมั้ยล่ะ"

            "โอ้ย!"

            รอบนี้เฉินเล่อไม่ได้แค่ง้างมือแต่เขาทุบกำปั้นลงบนหัวตีซองเต็มๆ ก็รู้อยู่ว่าไม่ชอบยังจะพูดย้ำอยู่ได้

            "กูล้อเล่น แล้วคุยอะไรกันมา เฮ้ย! นี่มึงยอมคุยกับพี่เขาแล้วเหรอ"

            เฉินเล่อปั้นหน้าบึ้ง ในสถานการณ์ตอนนั้นกับการถูกโยนคำถามใส่ ต่อให้ไม่อยากคุยก็ต้องคุย

            "เออ"

            "หรือจะเริ่มมีใจ"

            "ไม่ใช่เว้ย นี่ซีเรียสนะ"

            "โอเคๆ ไหนว่ามา" จีซองเลิกแซวกลับมาตั้งใจฟัง ก็เพิ่งจะเคยเห็นเพื่อนจริงจังเรื่องแจมินก็คราวนี้

            "ที่มึงบอกว่าคุ้นหน้านานะมึงหมายถึงใครวะ"

            "ไม่รู้ว่ะ แค่รู้สึกคุ้น ทำไม มึงนึกออกเหรอว่าคล้ายใคร"

            เฉินเล่อพยักหน้ารับ จีซองเห็นนานะแค่ในรูปอาจจะนึกไม่ออก แต่เขาที่เคยเห็นตัวจริงแล้วย่อมรู้ดี และภาวนาไม่ให้สิ่งที่คิดเป็นเรื่องจริง

            "ใครวะ"

            "พี่แจมิน"

            จีซองขมวดคิ้วคิดตาม รูปนานะที่เฉินเล่อเอาให้ดูมันไม่ได้ชัดเจนขนาดที่ดูแล้วรู้ได้ทันที แถมเขายังลืมไปแล้วด้วยว่านานะหน้าตาเป็นยังไง จำได้แค่ว่าเป็นคนที่สวยมาก

            "ทำไมถึงคิดว่าคล้ายพี่แจมินวะ"

            "เมดคาเฟ่เป็นของพี่สาวพี่แจมิน แล้วเมื่อวานกูก็เจอพี่เขาหน้าร้าน แถมนานะยังไม่ทำงานอีก"

            "คิดมากแล้วมึง"

            "ก็คงงั้น"

            จีซองคิดไม่ออกว่าถ้าแจมินแต่งชุดเมดจริงๆ จะเป็นยังไง สงสัยคงต้องลองไปเจอนานะคนสวยของเฉินเล่อให้ได้สักครั้ง แต่พอพูดมาถึงจุดนี้แล้วมันก็น่าคิด ถ้าหากพี่แจมินคือนานะจริงๆ จะเป็นยังไง

            "แล้วถ้าเกิดเป็นพี่แจมินจริงๆ ล่ะ"

            เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ สองเพื่อนรักมองหน้ากันนิ่ง คนหนึ่งไม่อยากคิดไม่อยากให้เป็นจริง แต่อีกคนกลับนึกสนุก จีซองอยากรู้ว่าถ้าแจมินคือนานะจริงๆ เพื่อนเขาคนนี้จะมีอาการยังไง แล้วจะหาทางออกให้หัวใจยังไง

            ยังไม่ทันที่เฉินเล่อจะได้ตอบอาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้อง เขาเลยต้องรีบลุกกลับไปนั่งที่แล้วเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ

            พี่แจมินไม่มีทางเป็นนานะไปได้หรอก ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอย่างแน่นอน

            ถึงจะพยายามย้ำตัวเองอยู่แบบนี้ แต่ใจกลับไม่ยอมเชื่อฟังเลย

 

            ผู้ใช้ที่บล็อค

            เกิดความลังเลใจอยู่นานเมื่อเข้าไปดูรายชื่อคนที่โดนบล็อคแล้วเจอชื่อเพียงคนเดียวโชว์อยู่ เฉินเล่อเอาแต่จ้องมันอยู่อย่างนั้น เขาควรจะปลดบล็อคคนคนนี้ได้แล้วหรือบล็อคต่อไปเป็นการถาวรดี

            ผู้ใช้ที่ชื่อนาแจมิน

            ความสงสัยที่รบกวนจิตใจทำให้สุดท้ายเฉินเล่อตัดสินใจปลดบล็อคแจมิน คนที่พยายามสืบเสาะหาไลน์เขามาได้ด้วยความไม่ชอบ หลังจากคุยกันได้ไม่กี่ประโยคเขาก็กดบล็อคยาว รวมระยะเวลาก็เกือบสองปีได้แล้ว

            Jaemin : ทำอะไรอยู่ครับ ทานข้าวหรือยัง

            ปลดล็อคได้ไม่ถึงนาทีแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมา เฉินเล่อตกใจเกือบทำโทรศัพท์หล่นจากมือ ตั้งสติได้เลยอ่านข้อความจากแจมินโดยไม่กดเข้าไปที่หน้าแชต

            แจมินรู้หรือไงว่าเขาปลดบล็อค ไม่สิ แจมินรู้ด้วยเหรอว่าโดนบล็อค เฉินเล่อไม่แน่ใจว่ารุ่นพี่จอมเจ้าชู้จะรู้เรื่องนี้ไหมเพราะไม่เคยพูดให้ฟัง แต่การปลดบล็อคก็ไม่น่าจะทำให้แจมินรู้ตัวได้ แล้วมันหมายความว่ายังไงล่ะ แจมินส่งข้อความมาหาทุกวันทั้งที่เขาไม่เคยอ่านอย่างนั้นน่ะเหรอ

            คิดมากไปก็ไม่ทำให้รู้คำตอบอยู่ดี และเฉินเล่อก็ไม่มีทางถามความจริงกับแจมินตรงๆ ด้วย สิ่งที่เขาทำจึงเป็นการรับรู้และปล่อนผ่าน ปลดบล็อคแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะกลับไปคุยด้วยดีๆ ได้

            ชื่อแจมินถูกมองข้าม เฉินเล่อกดเข้าไปที่หน้าแชตของนานะ คนที่เขาอยากคุยด้วยมากที่สุด และคนที่เขาอยากรู้จักถึงตัวตนที่แท้จริงมากที่สุด

            Chenle : นานะว่างหรือเปล่าครับ

            พิมพ์ข้อความทิ้งไว้ก่อนลุกจากโต๊ะเขียนหนังสือไปล้มตัวนอนบนเตียง แต่ทิ้งให้รอไม่นานนักเมดคนสวยก็ตอบกลับมา

            Nana : สำหรับเฉินเล่อว่างอยู่แล้ว

            เฉินเล่อยิ้มกว้างเมื่ออ่านที่นานะตอบกลับมา แต่พอลองคิดดูว่าหากเป็นแจมินพิมพ์ประโยคนี้เขาต้องทำหน้าแหยงใส่แน่ๆ

            Chenle : พรุ่งนี้จะไปหานะ

            Nana : รอเจออยู่เลยล่ะ เฉินเล่อจะมากี่โมง

            Chenle : หลังเลิกเรียน

            Nana : จะรอนะ

            แค่คำสั้นๆ กลับทำให้ยิ้มกว้างกว่าเดิม ในจินตนาการของเฉินเล่อนั้นเห็นนานะในชุดเมดฟูฟ่องสุดน่ารักยิ้มหวานมาให้ แล้วใครล่ะจะไปทนได้ แม้จะเป็นเพียงความคิดเขาก็เขินรอยยิ้มนั้นเหมือนกัน

            รอยยิ้มที่เหมือนกับใครบางคน

            ให้ตายเถอะ แล้วทำไมต้องนึกถึงแจมินทุกที

            Chenle : นานะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย

            Nana : ได้สิ

            Chenle : นานะรู้จักน้องชายเจ้าของร้านหรือเปล่า

            เฉินเล่อเลี่ยงที่จะพูดชื่อ เขามองหน้าจออย่างรอคอยแต่นานะกลับไม่ตอบเร็วเหมือนเคย ทั้งที่ข้อความถูกอ่านแล้ว

            Chenle : เขาให้พูดเรื่องนี้หรือเปล่า

            ลองคิดในทางที่ดีมันอาจจะเป็นกฎของร้านที่ห้ามพูดเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย แต่เมดที่แหกกฎทุกอย่างแบบนานะสนใจเรื่องพวกนั้นด้วยเหรอ

            Nana : ไม่หรอก

            Chenle : นึกว่าเขาห้ามซะอีก

            Nana : ไม่มีใครห้ามนานะได้หรอก

            Chenle : นั่นสินะ

            Nana : เอาไว้พรุ่งนี้มาคุยกันนะ

            นานะบอกมาแบบนี้เฉินเล่อก็ไม่เซ้าซี้ต่อ เขาชวนคุยประเด็นอื่น แล้วเก็บทุกความสงสัยไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

            วันที่เขาจะได้คุย และได้ยินเสียงของนานะเป็นครั้งแรก

 

TBC

 

มาต่อแล้วววววววววววว ชักเกิดความระแวงขึ้นในใจ

เรื่องนี้ไม่ยาวนะคะ เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวน่าจะอยู่ที่สิบตอนบวกลบนิดหน่อย

เพราะเดิมทีตั้งใจแต่งเป็นเรื่องสั้นแต่มันกลับงอกขึ้นมาเรื่อยๆ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าค่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #18 urngforever (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:01
    ฮือพี่แจมินซวยแท้ๆดันเป็นคนหล่ออัธยาศัยดี น้องเลยแหยงเลย วงวาร
    #18
    0
  2. #17 psehunisreal (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 20:58
    วงวานนาแจมิน5555555พูดคนเดียวอะ555555ฮือสู้นะเจ้าลูกเขย
    #17
    0
  3. #16 AmshipperShip (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 18:30
    น้องงงงง น้องต้องลองใจ 55555 แต่ตอนนี้พี่แจมินน่าสงสารนิดๆนะคะ ฮือ ยังไงก็จีบน้องต่อไปเด้อ ปล. น้องเล่อคบกับพี่แจมินได้ทั้งแฟนหญิงและแฟนชายไม่สนหรอลูก
    #16
    0