Veronica C. รักไม่ได้ ไม่ใช่ไม่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 80 Views

  • 1 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    80

ตอนที่ 4 : 3 University

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

3

University


          สองเท้าของเวโรนิก้าเดินเข้าไปในตึกเรียนเรื่อย ๆ จนไปหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์ เธอกดให้ลิฟต์เปิดจากนั้นเธอก็เดินเข้าไป ชั้น 4 คือชั้นที่เธอต้องไปเรียน เมื่อลิฟต์ส่งเสียงและเปิดออก เวโรนิก้าก็ก้าวขาออกไปจากลิฟต์ ที่บริเวณชั้นนี้ยังมีนักศึกษาบางส่วนที่เพิ่งจะมาถึงแบบเธอที่กำลังเดินไปที่ห้องเรียนอยู่ เธอเองก็เช่นกัน

          402

          เธอหยุดยืนอยู่หน้าห้องครู่หนึ่ง เพราะเกิดประหม่าขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่เธอมาสายแบบนี้ และที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ที่เธอไม่เคยมาก่อนในชีวิต มือของเธอหยุดค้างอยู่ที่ลูกบิดมาสักพักแล้วแต่ก็ยังตัดสินใจเปิดไม่ได้สักที จนมีอีกมือคว้าไปที่ลูกบิดเธอเลยดึงมือเธอกลับ

          “ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้”

          เสียงที่คุ้นหูของเวโรนิก้าดังขึ้น พอเธอหันไปก็เจอกับบอดี้การ์ดของเขา

          “ตั้งแต่ที่คุณหนูขึ้นตึกมา มันผ่านไปสิบนาทีแล้วนะครับ”

          “ฉันรู้สึกประหม่านิดหน่อย” เวโรนิก้าบอกไปตามความจริง

          “บอกแล้วไงครับว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้โทรมาหาผม” บอรีสส่งยิ้มให้เวโรนิก้า ซึ่งนั้นก็ทำให้เธอคลายความประหม่าลงเล็กน้อย “เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ”

          บอรีสเปิดประตูเข้าไป อาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสอนนักศึกษาในห้องอยู่ และตอนนี้ทุกสายตาของคนในห้องก็จับจ้องมาที่เขา

          “ขอโทษนะครับ ที่มารบกวนการสอน” บอรีสบอกอาจารย์ผู้สอนก่อนจะหันไปที่ประตูที่เขาเปิดค้างไว้ “เชิญครับ คุณหนู”

          เวโรนิก้าที่ได้ยินเสียงบอรีสก็ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปในห้อง ทันทีที่คนในห้องเห็นก็เกิดเสียงซุบซิบทันที ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้แล้ว ข่าวของอนาสตาเซียคงจะแพร่สะพัดไปทั่วมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ

          “อนาสตาเซีย? ใช่เธอจริง ๆ ด้วย” อาจารย์มองไปที่ใบหน้าของเวโรนิก้า “อาจารย์ก็นึกว่าเธอจะไม่มาเรียนแล้ว ย้อมผมซะเกือบจำไม่ได้เลยนะ”

          “สวัสดีค่ะ อาจารย์” เวโรนิก้ายกมือไหว้อาจารย์ “ขอโทษนะคะที่มาสาย”

          “ไม่เป็นไร แล้วนี่ใครเหรอ หล่อเชียว” อาจารย์มองไปที่บอรีส

          “ผมคือบอดี้การ์ดที่คุณท่านส่งให้มาดูแลคุณหนูครับ” บอรีสตอบแทนเวโรนิก้าก่อนจะหันไปหาเธอ “ผมไปก่อนนะครับคุณหนู ถ้าเลิกเรียนแล้วก็โทรหาผมนะครับ”

          หลังจากที่บอรีสออกไปจากห้องเวโรนิก้าก็ยังคงยืนอยู่ที่หน้าห้อง เธอมองไปยังกลุ่มนักศึกษาในห้องนี้แล้วก็ไปสะดุดตากับกลุ่มนักศึกษา 3 คนที่โบกมือและส่งยิ้มให้เธออยู่ เธอจำได้ว่านี่คือเพื่อน ๆ ทั้ง 3 คนของอนาสตาเซีย เธอเลยเดินเข้าไป ระหว่างทางก็มีผู้ชายคนหนึ่งมองตามเธอไปจนเพื่อน ๆ ของเขาแซว

          “คอจะหลุดอยู่แล้วนะเพื่อน” บัส หนึ่งในเพื่อนของเอสแกล้งเอาไหล่กระแทกเพื่อน

          “เงียบน่า ไม่มีอะไรสักหน่อย” เอสตอบปัด ๆ

          “ไม่มีได้ไงวะ ตอนที่นาสเขาโดนจับไปแกก็ไปช่วย” บัสยังคงไม่เลิก

          “เออ ชอบก็บอกว่าชอบดิวะ” แมน เพื่อนอีกหนึ่งคนของเอสเข้ามาผสมโรง

          “พวกนายนี่ท่าจะเพี้ยนนะ ถ้าพวกนายเป็นคนเจอนาสเขาโดนฉุดไป พวกนายจะยืนเฉยเหรอ” เอสถามกลับ

          “ก็เข้าไปช่วยดิวะ ถามไรแปลก ๆ” บัสตอบกลับมาทันที โดยลืมไปสนิทถึงเรื่องที่เขาพูดกับเอสก่อนหน้านี้

          “เออ เห็นผู้หญิงโดนจับไปแบบนั้น ใครจะอยู่เฉยได้วะ” แมนเองก็ตอบแบบเดียวกับบัส

          “งั้นนายสองคนก็ชอบนาสเขาเหมือนกันอ่าดิ” คำพูดของเอสทำให้เพื่อนทั้งสองของเขานิ่งไป ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนโดนย้อนยังไงไม่รู้

          “ไม่ใช่เว้ย สุภาพบุรุษ นายเข้าใจไหม” บัสหันไปปฏิเสธ

          “อย่ามาล้อเล่นดิวะ ฉันมีแฟนแล้วนะเว้ย” แมนเองก็เช่นกัน

          “แล้วพวกนายมาตัดสินว่าฉันชอบนาสได้ไงวะ” เอสหันไปมองหน้าเพื่อนเขาทั้งสอง สำหรับเอสแล้ว จะใช้คำว่าชอบได้หรือยังเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ ตอนที่เขาเจออนาสตาเซียครั้งแรกตอนที่ต้องมาจับกลุ่มทำงาน เขาก็รู้สึกสนใจเธอ และในตอนนี้ที่เขาเห็นเธอในลุคใหม่ เขาก็ยิ่งสนใจมากขึ้นไปอีก

          “พวกฉันกับแกไม่เหมือนกันเว้ย อันนี้ไม่เกี่ยวกะเรื่องช่วยไม่ช่วยละ มันอยู่ที่สายตาของแกต่างหาก สายตาแกตอนมองนาสนี่แทบจะละลายอยู่แล้ว”

          ทั้งสามคนที่คุยกันในคลาสเรียนอยู่นั้นแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งที่อาจารย์หน้าห้องสอนเลยแม้แต่นิดเดียว เอสเองก็เหลือบหันไปมองเวโรนิก้าที่นั่งอยู่ข้างหลังห้องอยู่บ่อยครั้ง จนเพื่อน ๆ ของเขาพากันแซวจนเสียงดัง แต่มีอยู่หนึ่งครั้งที่เขาหันไปสบตากับเวโรนิก้าเข้า สายตานิ่ง ๆ ทำให้หัวใจของเอสเต้นแรงขึ้นมา

          เสียงพูดคุยจากเงียบ ๆ เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นว่านักศึกษาในคลาสต่างพากันคุยกันเสียงดัง อาจารย์เลยดุที่พวกเขาส่งเสียงรบกวน ส่วนผู้หญิงที่นั่งถัดจากกลุ่มของเอสไปไม่ไกล นั่งกำมือแน่นอยู่

          “เป็นอะไรไปยะ แองจี้” เพื่อนชายออกสาวหันไปถาม

          “ก็ยัยอนาสตาเซียสิ น่าหงุดหงิดชะมัด” แองจี้พ่นลมออกจมูกอย่างหงุดหงิด เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่ง ผมหยักศกธรรมชาติสีดำ เข้ากับหน้าตาที่คมเข้มของเธอ และเธอกำลังหลงรักเอสอยู่


          ทางด้านเวโรนิก้า

          “พวกเราตกใจแทบแย่เลยตอนที่ได้ยินข่าว” รัณเป็นคนแรกในกลุ่มที่รู้ข่าวเรื่องที่อนาสตาเซีย เขาพยายามติดต่ออนาสตาเซียแต่ก็ติดต่อไม่ได้ จนคิดว่าอนาสตาเซียจะไม่มาเรียนอีกแล้ว

          “เธอโอเคนะ ดูเธอไม่สดใสเลย” อัยเองก็เป็นห่วงอนาสตาเซียไม่แพ้กัน

          “ถ้าเอสไม่ไปช่วยเธอไว้นะ ป่านนี้พวกเราคงรู้สึกแย่ไปตลอด ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่น น่าจับมาเตะสั่งสอน” ตามรู้สึกหงุดหงิด เขาไม่คิดเลยว่าเวลาที่เขากำลังเที่ยวสนุก ๆ อยู่ เพื่อนของเขาจะถูกทำร้ายแบบนี้

          “ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะ ทุกคน” เวโรนิก้ารู้สึกสบายใจที่อนาสตาเซียมีเพื่อนที่ดี เธอพยายามจะพูดให้น้อยที่สุด จะได้ลดความเสี่ยงที่เพื่อน ๆ ของอนาสตาเซียจะจับได้

          “เธอคงจะขวัญเสียอยู่สินะ โดนฉุดไปแบบนั้น กลับมาร่าเริงเร็ว ๆ นะเพื่อน” อัยกุมไปที่มือของเวโรนิก้า เพื่อน ๆ ของอนาสตาเซียไม่มีใครทักเรื่องสีผมเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเวโรนิก้า

          “เอ่อ…”

          “มีไรรึเปล่า นาส” รัณถาม

          “คนที่ช่วย…” ก่อนหน้านี้เธอได้ยินตามพูดถึงเอสแล้วบอกว่าเขาช่วยอนาสตาเซียไว้ เธอไม่รู้จักว่าเอสคือใคร หน้าตาเป็นยังไง เพราะอนาสตาเซียไม่บอกอะไรถึงคนชื่อนี้เลย

          “นู้นไง ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเราถัดไปสองแถวน่ะ” ตามชี้ไปที่เอส

          วโรนิก้ามองไปที่ผู้ชายที่ชื่อเอส และในขณะนั้นที่เอสหันหลังกลับมาทำให้เขาทั้งสองคนสบตากัน เวโรนิก้าเองก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เขาจะได้เห็นหน้าของคนที่ช่วยอนาสตาเซียชัด ๆ สักที เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะหาเวลาไปขอบคุณเขา

          เมื่อถึงเวลาสิบโมงเช้าก็ถึงเวลาเปลี่ยนคลาส อาจารย์หน้าห้องก็ปล่อยนักศึกษา ส่วนนักศึกษาในห้องต่างก็เก็บข้าวของเพื่อออกจากห้องไปเรียนคลาสถัดไป เวโรนิก้าเองก็เช่นกัน เธอดูตารางเรียนมาก่อนออกจากบ้าน คลาสต่อไปเธอต้องลงไปเรียนที่ชั้นสามของตึกนี้

          “นี่พวกแก ฉันอยากไปห้องน้ำอ่า” อัยบอกกับเพื่อน ๆ

          “ฉันไปด้วย” ตามเองก็เห็นด้วย

          “นั่นสิ นั่งเรียนเมื่อกี้ง่วงมาก อยากไปล้างหน้าเหมือนกัน เธอล่ะนาส” รัณหันไปถามเวโรนิก้า

          “ฉันยังไม่อยากเข้าห้องน้ำน่ะ” เวโรนิก้าตอบ

          “งั้นนาสไปจองที่ก่อนก็ได้ เดี๋ยวพวกเราตามไป โอเคนะ” อัยเสนอ

          “โอเค”

          หลังจากที่เวโรนิก้าแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อนของอนาสตาเซียก็เดินไปที่บันไดแล้วลงไปชั้นล่าง ในใจของเธอค่อนข้างที่จะอึดอัด แต่เธอก็คิดว่าสักวันเธอจะชินไปเอง การใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่มีตัวตนมันรู้สึกแบบนี้เองเหรอ

          …แบบนี้มันดีแล้วเหรอคะ ปาปา มามา มิค นาส เวล ถึงเวกจะไม่มีเพื่อนที่รัสเซียแต่เวกก็เป็นเวก เป็นเวกที่ทุกคนรู้จัก แต่ที่นี่ตัวตนของเวกมันไม่มีอยู่เลย ทุกอย่างที่เวกรับมามันคือสิ่งที่ถูกส่งมาให้นาส ถึงเวกจะหาเพื่อนได้สักคน สุดท้ายแล้ว… ก็ไม่ใช่เพื่อนของเวกอยู่ดี…

          หมับ!

          ขณะที่เวโรนิก้ากำลังคิดอะไรอยู่เพลิน ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนแขนขวาของเธอถูกจับและรั้งเอาไว้ พอเธอมองไปข้างหน้าก็เจอกับกำแพง เธอเดินเหม่อลงลงบันไดมาและไม่เลี้ยวลงแต่ตรงไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีใครเข้ามารั้งเธอไว้ เธอคงจะเดินชนกำแพงไปแล้ว

          “อย่าเดินเหม่อตอนลงบันไดสิครับ มันอันตรายนะ”

          เวโรนิก้าหันไปมองเจ้าของเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลผิดจากเสียงของผู้ชายที่เธอเคยเจอมา เธอจำได้ ผู้ชายคนนี้คือคนที่ช่วยอนาสตาเซียเอาไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นหน้าเขาชัดขนาดนี้

          “เอส?” เวโรนิก้าเผลอเรียกชื่อของเขาออกไป

          “ดีใจจัง” เอสยิ้มออกมา เขารู้สึกดีใจที่ได้ยินเวโรนิก้าเรียกชื่อของเขา

          “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้ามองไปที่เอส และรู้สึกแปลก ๆ “หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอคะ”

          “หือม์ ทำไมถึงคิดว่ามีอะไรติดหน้าของนาสอยู่ล่ะ”

          “ก็นายมองหน้าฉันแล้วยิ้ม”

          โดยปกติแล้วคนรัสเซียมักจะไม่ยิ้มให้กันง่าย ๆ แบบนี้ การที่อยู่ ๆ มีคนที่ไม่ค่อยสนิทมายิ้มให้มันเลยทำให้คนรัสเซียรู้สึกแปลก ๆ มันดูราวเหมือนกับว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่บนใบหน้า เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คนยิ้มออกมา แต่ในส่วนของเวโรนิก้านั้นแปลกกว่าคนรัสเซียทั่วไป ด้วยกับปมในวัยเด็กของเธอทำให้เธอไม่เคยยิ้มออกมาจากใจ อีกทั้งเธอยังไม่เคยเห็นใครส่งยิ้มให้กับเธอมาก่อนเลยนอกจากครอบครัวของเธอ

          ไม่มีอะไรติดหน้าหรอกครับ ผมแค่มีความสุข เลยยิ้ม” เอสพูดแล้วก็ส่งยิ้มให้เวโรนิก้าอีก “จะว่าไป การยิ้มให้กันก็ถือเป็นการส่งต่อความสุขให้กันและกันด้วยนะ”

          ไม่ไหวจริง ๆ ผู้ชายคนนี้มีบางอย่างที่แปลก ๆ อันตรายเกินไปสำหรับเรามาก เราไม่เข้าใจการกระทำของเขาเลยจริง ๆ ถึงความรู้สึกลึก ๆ จะบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ไว้ใจได้ แต่สิ่งที่เขาทำมันก็ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย เราต้องออกห่างจากคน ๆ นี้เอาไว้

          “ทำอะไรกันน่ะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้เวโรนิก้าหยุดคิดฟุ้งซ่าน เธอมองขึ้นไปข้างบนก็เห็นว่ามีผู้หญิงผมหยักศกคนหนึ่งกำลังเดินลงบันไดมาด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

          “ขอตัวก่อนนะคะ” เวโรนิก้าได้โอกาสลาเอสทันที

          “เดี๋ยวสิ” เอสหันไปมองหลังของเวโรนิก้าที่เดินลงบันไดไป

          “มาคุยอะไรกับยัยนั่นในที่ลับ ๆ แบบนี้คะ เอส” แองจี้ถามอย่างไม่พอใจ

          “ก็แค่บังเอิญเจอกันเท่านั้นเองแองจี้ ไม่มีไรหรอก” เอสตอบแบบปัด ๆ

          “แน่ใจเหรอคะ ว่ายัยนั่นไม่ได้มาอ่อยนาย” แองจี้ออกอาการหึงทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนกับเอส

          “อย่าพูดแบบนั้นอีกนะครับ นาสไม่ใช่คนแบบนั้น” เอสรู้สึกหงุดหงิดที่แองจี้ไปว่าร้ายเวโรนิก้าแบบนั้น แต่แองจี้เป็นผู้หญิงเขาเลยพยายามสงบใจเอาไว้

          “ก็ไม่ใช่เพราะว่ายัยนั่นอ่อยคนอื่นไปทั่วหรอกเหรอ ถึงได้โดนจับไปข่มขืนน่ะ” แองจี้เริ่มโมโหที่เอสปกป้องเวโรนิก้าออกนอกหน้าเกินไป

          “ถ้ายังไม่หยุดพูดใส่ร้ายนาส ผมจะโกรธนะครับ” เอสพูดกับแองจี้ด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เขาไม่ชอบที่คนอื่นมาใส่ร้ายว่าอนาสตาเซียชอบอ่อยหรือยั่วผู้ชายจนโดนจับไปข่มขืน เขาเองก็อยากรู้ว่าใครที่มันปล่อยข่าวแบบนี้


          คลาสที่สองของเวโรนิก้าเริ่มขึ้น ครั้งนี้เป็นอาจารย์ผู้ชายวัยกลางคนมาสอน เธอชื่นชมการสอนของอาจารย์คนนี้มาก เพราะทำหน้าที่สมกับเป็นอาจารย์สุด ๆ วิชาก่อนหน้านี้อาจารย์เอาแต่อ่านตามสไลด์ซึ่งทำให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเรียน แต่ครั้งนี้อาจารย์สอนไปพร้อมกับถามความคิดเห็นของนักศึกษา มีการแลกเปลี่ยนความรู้กันในห้อง มันทำให้เธอเพลิดเพลินไปกับการเรียนจนจบคลาส

          “เลิกสักที หิวข้าวสุด ๆ” ตามพูดขึ้นหลังจากที่อาจารย์ปล่อยคลาส

          “รีบไปโรงอาหารกันเถอะ นี่เที่ยงแล้ว เดี๋ยวโรงอาหารไม่มีที่นั่ง” รัณหันไปเร่งเพื่อน ๆ

          ขณะที่พวกเวโรนิก้ากำลังจะเดินออกจากห้องพวกเอสก็เดินเข้ามาหา

          “จะไปไหนกันเหรอ” บัสถาม

          “ไปกินข้าวสิ ถามแปลก ๆ” อัยตอบ

          “งั้นไปด้วยกันไหมครับ” เอสเอ่ยปากชวน

          “ก็ดี…”

          “เอส พวกเราไปกินข้าวกันเถอะค่ะ” แองจี้ขัดจนรัณยังไม่ทันได้ตอบออกมาจนจบประโยค แล้วก็ดึงเอสออกไปทันที

          “อะไรของยัยนั่นน่ะ มารยาทแย่มาก” อัยมองตามหลังแองจี้ไปอย่างไม่พอใจ

          “ช่างเขาเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย” เวโรนิก้าบอกกับเพื่อน ๆ ของนาสก่อนจะเดินออกไปจากห้อง


          “โอ้โห นี่โรงอาหารมันเล็กเกินไปหรือคนมันเยอะเกินเนี้ย” อัยบ่นทันทีที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร

          “อาจารย์ปล่อยช้าไง เลยเป็นแบบนี้ ละจะนั่งตรงไหนเนี้ย” ตามเองก็พยายามมองหาโต๊ะที่ว่าง ๆ อยู่

          “เอาไงดีล่ะ” รัณถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

          “อ้าวสาว ๆ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ พวกเธอ “กำลังหาที่นั่งอยู่เหรอ ไปนั่งกะพวกเราได้นะ”

          “มีที่พอให้พวกเราสี่คนนั่งเหรอ แมน” รัณถามแมนที่เป็นเพื่อนในกลุ่มของเอส

          “มีสิ ตามมาเลย” แมนเดินนำไป ส่วนสี่สาวต่างก็มองหน้ากันสักพักและตัดสินใจเดินตามไป

          พวกเวโรนิก้าเดินมาถึงโต๊ะที่แมนชวนมานั่ง ดู ๆ แล้วมันก็พอจะนั่งได้อีกสี่คนแหละ แต่ถ้าให้เข้าไปนั่งจริงก็คงจะได้นั่งเบียดกัน อาจจะทำให้กินข้าวกันไม่ถนัด มันเป็นโต๊ะยาวนั่งได้แปดคน ฝั่งละสี่คน และโต๊ะที่ติดข้าง ๆ ก็มีที่ว่างไม่กี่ที่

          “ขยับให้สาว ๆ หน่อยเพื่อน” แมนบอกกับเพื่อน ๆ ของเขาที่กำลังนั่งอยู่

          “ล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย นั่งเบียด ๆ กันแบบนี้จะกินข้าวได้ไงกันล่ะ” อัยมองไปที่โต๊ะ เธอค่อนข้างอวบ ทำให้เธอรู้สึกไม่โอเคกับการที่จะต้องมานั่งเบียดกัน

          “ไม่ ๆ เดี๋ยวฉันกับพลอยแล้วก็สาว ๆ จะออกไปติวแมทฯ ที่หอสมุดน่ะ แค่นั่งจองโต๊ะไว้เฉย ๆ เดี๋ยวรอให้พวกเอสมาก่อน”

          หลังจากนั้นไม่นานพวกเอสก็เดินมาพร้อมจานข้าวในมือ แล้วแมนกับผู้หญิงคนอื่นก็ลุกขึ้น เอสเห็นเวโรนิก้าก็ยิ้มให้ แมนเลยรีบพาแฟนเขากับเพื่อนแฟนไปติวแมทฯ หลังจากเอสนั่งลงได้ไม่นาน บัส เพื่อนของเขาก็เดินมา ตามมาด้วยแองจี้และเพื่อนของเขาอีกคนที่ชื่อ เมย์ เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ท่าทางดูเรียบร้อย ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่กับคนอย่างแองจี้ได้

          “เชิญนั่งครับ” เอสผายมือไปตรงที่ว่างที่สามารถนั่งได้สี่คนสบาย ๆ

          “งั้นพวกเราขอไปซื้อข้าวก่อนนะ” รัณบอกกับเอสก่อนจะวางกระเป๋าลงและออกไปซื้อข้าวพร้อมกับเพื่อน ๆ

          “ใครชวนยัยนั่นมานั่งที่นี่เนี้ย” แองจี้หันไปมองเวโรนิก้าอย่างไม่สบอารมณ์

          “มินไม่มากินข้าวเหรอ แองจี้” บัสหันไปถามแองจี้เพราะปกติ กลุ่มเพื่อนแองจี้จะมีมินอีกคน มินเป็นผู้ชายที่ใจเป็นหญิง

          “ยัยมินนี่น่ะเหรอ เห็นบอกจะไปส่องผู้ชายที่คณะสถาปัตย์ ยัยนั่นบอกมีประกวดหนุ่มซิคแพคงามเลิศอะไรนี่แหละ” แองจี้ตอบ จริง ๆ แล้วแองจี้ก็ชวนมินมากินข้าวแต่มินปฏิเสธ แถมบอกว่าถ้าพลาดการชื่นชมซิคแพคของหนุ่มสถาปัตย์จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

          เอสยังไม่กินข้าวเพราะเขากำลังรอพวกเวโรนิก้าอยู่ ซึ่งนั่นก็ทำให้แองจี้หงุดหงิด ทำไมต้องไปรอด้วย แต่เธอก็ไม่อยากจะคัดค้านอะไรให้มันมากเกินงาม ไม่นานพวกเวโรนิก้าก็เดินมาที่โต๊ะ

          “อ้าว พวกนายรออะไรกันเหรอ ทำไมยังไม่กินข้าว” ตามถามหลังจากที่นั่งลงแล้ว

          “ก็รอพวกเธอไง แค่ไปซื้อข้าวแค่เนี้ย ชักช้าเป็นบ้า ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว” แองจี้ชิงพูดขึ้นมา

          “เธอสิบ้า พวกฉันไม่ได้ขอให้เธอรอนี่” ตามตอบกลับไป แล้วลงมือกินข้าวทันที

          เวโรนิก้าเองก็กินข้าวเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่ เพราะในโรงอาหารนี่มันร้อน เธอพยายามละเลี่ยงการพูดคุยให้ได้มากที่สุด

          “กับข้าวไม่อร่อยเหรอครับ นาส” เอสที่เห็นเวโรนิก้าไม่ค่อยกินเลยถาม

          “เปล่าค่ะ” เวโรนิก้าส่ายหน้าเบา ๆ

          เอสเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขารู้สึกเหมือนกับว่าเวโรนิก้ากำลังไม่สบายใจอะไรบางอย่างอยู่ จนเขาเริ่มสังเกตเห็นถึงความแตกต่างของคนอื่น ๆ กับเวโรนิก้า

          “ดื่มนี่ก่อนสิครับ มันช่วยได้นะ” เอสยื่นแก้วน้ำให้เวโรนิก้า

          “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้ามองไปที่แก้วน้ำที่มีน้ำสีแดงเข้มอยู่ เธอรู้สึกดีจริง ๆ ตอบจับแก้ว มันเย็นมาก เธอดูดน้ำนั่นเข้าไปผ่านหลอด เธอรู้สึกสดชื่นมาก น้ำนี่มีรสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ดื่มแล้วรู้สึกชื่นใจ คลายร้อนได้ดีเลย เวโรนิก้าที่รู้สึกร้อนเผลอดูดน้ำในแก้วที่เอสยื่นมาให้จนหมด

          “เอ่อ ขอโทษนะ ฉันเผลอดื่มมันจนหมดแก้วเลย”

          “ยัยบ้านี่!” แองจี้มองไปที่เวโรนิก้าอย่างไม่พอใจสุด ๆ เวโรนิก้าเองก็สงสัยว่าไม่พอใจเธอเรื่องอะไร ส่วนเอสตอนนี้ยิ้มแก้มปริไปแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็พากันอมยิ้ม

          “หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ” เวโรนิก้าเริ่มไม่มั่นใจ เธอคิดว่าบางที อาจจะมีคราบน้ำแดง ๆ ติดอยู่ที่ปาก เธอเลยหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ด

          “ไม่มีอะไรติดหน้าหรอก แต่เมื่อกี้นาสดูดน้ำหลอดเดียวกับเอสเลยนะ วี๊ดวิ่ว” บัสแซว แต่เวโรนิก้าก็ยังไม่เข้าใจ

          “แล้วมันยังไงเหรอ” เวโรนิก้าหันไปถามรัณที่นั่งข้าง ๆ

          “ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าคนรัสเซียคิดยังไง แต่สำหรับพวกเรา การทำแบบนั้นมันก็เหมือนการจูบทางอ้อมนั่นแหละ” รัณอธิบาย

          “จูบ?” เวโรนิก้ารู้สึกวูบวาบขึ้นมา เขาหันไปมองหน้าเอส ที่ยังไม่ยอมหยุดยิ้มให้เขา “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”

          “ไม่ต้องมาทำเขินกลบเกลื่อนเลยนะยะ หมั่นไส้!” แองจี้ขบริมฝีปากล่างอย่างเคือง ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจแองจี้สักเท่าไหร่

          “ผมว่าขึ้นไปรอบนห้องเรียนดีกว่าครับ ตรงนี้มันร้อน” เอสที่เห็นว่าทุกคนวางช้อนกันหมดก็เลยชวนไปที่ห้องเรียน และประโยคสุดท้ายเขาหันไปมองเวโรนิก้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ตอนนี้สายตาของเขาจะมีแต่เวโรนิก้า จากแรก ๆ ที่แค่สนใจ ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขากำลังตกหลุมรักเข้าแล้วแหละ… อนาสตาเซีย

          ชั่วโมงเรียนช่วงบ่ายตลอด 3 ชั่วโมง เป็นการเรียนรู้ในห้องโสตฯ ผ่านการดูสารคดีต่างชาติเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีของประเทศอียิปต์ วิดีโอที่เหล่านักศึกษาดูเป็นเสียงบรรยายภาษาอังกฤษแบบที่ไม่มีซับไทย

          “ฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด ทำไมไม่เอาวิดีโอเสียงพากย์ไทยมาให้ดูเนี้ย” ตามที่นั่งดูอยู่บ่นออกมา ในขณะที่อัยหลับไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก มีเพียงรัณกับเวโรนิก้าในกลุ่มที่ฟังรู้เรื่อง

          ทางด้านเอส เขาเลือกที่จะนั่งข้างหลังเวโรนิก้าหนึ่งแถว โดยมีแองจี้นั่งอยู่ด้านขวาของเขา ตั้งแต่ที่วิดีโอเริ่มเล่น เขาก็ดูและรับฟังถึงสิ่งที่วิดีโอสื่อมา แต่พอสายตาของเขาไปโฟกัสที่เวโรนิก้า มันก็เหมือนถูกดึงดูดจนไม่สามารถหันไปมองวิดีโอได้ หน้าตาที่จริงจังและตั้งใจตอนดูวิดีโอของเวโรนิก้าทำให้เอสเผยยิ้มออกมา

          “เอส เอสคะ เอส!” แองจี้ที่สังเกตเห็นก็หงุดหงิด เธอเรียกเอส แต่ก็ดูเหมือนเอสจะไม่สนใจ จนเธอตีไปที่แขนของเขา

          “มีอะไรเหรอครับ” เอสที่รู้สึกตัวตอนโดนตีแขนหันมาหาแองจี้

          “อาจารย์เขาให้ดูวิดีโอ ไม่ได้ให้ไปมองยัยรัสเซียนั่น”

          “แหม่ ๆ ไหนว่าไม่ได้ชอบไงวะ อาการแบบนี้มันตกหลุมรักชัด ๆ ฉันเคยเป็นมาก่อน ฉันมองออกน่า” แมนหันไปแซวเอส เขาจำได้ ว่าตอนที่เขาตกหลุมรักพลอยเขาก็มีอาการแบบเอส

          “ยุ่งน่า” เอสทำเป็นไม่สนใจและหันขึ้นไปดูวิดีโอ ส่วนแองจี้ก็เอาหลังกระแทกลงไปที่พนักพิงอย่างไม่พอใจ

          “คราวนี้ไม่ปฏิเสธว่ะเห้ย” บัสหันไปไฮไฟว์ฟกับแมนแล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ


          ปั้ก!

          “โอ้ย” เวโรนิก้าส่งเสียงออกมา

          “มีไรเหรอ นาส” รัณที่ได้ยินเสียง หันไปถาม

          “น้ำแข็ง” เวโรนิก้าหยิบสิ่งที่ลอยมากระแทกหัวของเธอให้รัณดู

          “ใครมันทำแบบนี้” รัณลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังไปมองคนที่นั่งแถวหลังเธอ มีคนเอาแก้วน้ำเข้ามากินหลายคน แบบนี้จะไปรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนทำ

          “เกิดไรขึ้น” ตามที่เห็นรัณลุกขึ้นเลยถาม

          “ใครก็ไม่รู้ ปาน้ำแข็งมาใส่หัวของนาส” รัณจงใจพูดเสียงดัง

          “ไหงทำงั้นวะ เล่นลอบกัดแบบนี้เลยเหรอ นาสเขาไปทำอะไรให้” ตามที่ได้ยินก็โมโห

          “อ้าว ๆ ๆ ๆ ตรงนั้นน่ะ เงียบ ๆ หน่อยครับ” อาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าส่งเสียงมาปราม

          “ไม่เป็นไรหรอก ช่างเถอะ” เวโรนิก้าที่ไม่อยากมีเรื่องเลยไม่อยากถือสาเอาความ ถ้าแสดงตัวบ่อย ๆ เดี๋ยวความลับที่เธอไม่ใช่อนาสตาเซียจะแตกเสียก่อน


          เอสที่นั่งอยู่ข้างหลังเวโรนิก้าได้ยินหมด ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขามองไปที่แถวที่เขานั่ง มีผู้ชายสามคนที่ถือแก้วน้ำเข้ามา และในแก้วก้มีน้ำแข็ง ส่วนแถวหลัง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายที่เอาแก้วน้ำเข้ามา ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเอาขวดน้ำมามากกว่า ในห้องโสตฯ ก็ค่อนข้างมืด จะหาคนที่ทำร้ายเวโรนิก้าคงไม่ใช่เรื่องง่าย … ในคลาสนี้มีคนที่ไม่ชอบนาสด้วยเหรอ

          “สมน้ำหน้า” แองจี้พูดออกมาอย่างสะใจ

          “นี่แองจี้ ถ้าเธอมีแก้วน้ำ ฉันคงคิดว่าเธอแหละที่เป็นคนเอาน้ำแข็งปาใส่นาส” แมนหันไปพูดกับแองจี้ที่นั่งยิ้มอยู่

          “น้อยไปย่ะ ถ้าฉันมีแก้วน้ำนะ ฉันจะสาดออกไปทั้งแก้วเลยแหละ หมั่นไส้” แองจี้พูดออกมาตรง ๆ ทำให้พวกเอสถอนหายใจออกมา

          “ใจเย็น ๆ สิ แองจี้” เมย์ที่นั่งอยู่ถัดจากแองจี้ไปหนึ่งเบาะพูดขึ้น

          “หูย หล่อลาก” มินนี่ที่นั่งขั้นระหว่างแองจี้กับเมย์พูดขึ้นมาหลังจากเห็นผู้ชายหน้าตาดีในวิดีโอ

          “กลุ่มพวกเธอนี่แปลก ๆ นะ” เอสหันไปมองแองจี้ มิน และเมย์ สามคนนี้ช่างมีบุคลิกที่แตกต่างกันสุดขั้วเลย

          “แปลกยังไงคะ เอส” แองจี้ไม่เข้าใจ

          “ช่างเถอะ” เอสบอกปัดและหันไปมองเวโรนิก้าที่กำลังเอามือมาลูบผม ท่าจะเจ็บพอสมควรเลย


          15:45 น.

          “เอาล่ะครับ ทีนี้สิ่งที่ผมจะให้ทุกคนทำก็คือ เขียนสรุปเป็นบทความเกี่ยวกับวิดีโอที่เพิ่งดูไป พร้อมกับใส่ความคิดเห็นลงไปด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่นักประวัติศาสตร์ในวิดีโอได้พูดเอาไว้ พวกคุณมีความคิดเห็นยังไง เห็นเหมือนหรือเห็นต่าง สามารถเขียนบรรยายมาได้เลย ขอความยาวไม่ต่ำกว่าหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่นะครับ” คำพูดของอาจารย์เรียกเสียงบ่นอุบอิบจากเหล่านักศึกษา เพราะหลายคนฟังไม่รู้เรื่องแถมไม่มีซับไทยให้อ่านด้วย งานนี้เลยกลายเป็นงานสุดหินสำหรับคนที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก

          “เขียนหรือพิมพ์ครับ” หนึ่งในนักศึกษาร่วมคลาสถาม

          “นั่นสิ เอาไงดี” อาจารย์ใช้เวลาคิดไม่นาน “พิมพ์มาดีกว่า จะได้เท่าเทียมกัน”

          “โห่วว” เสียงโห่เบา ๆ เกิดขึ้นทันที เพราะถ้าเขียนได้ยังพอลักไก่เขียนตัวใหญ่ ๆ ได้ แต่ถ้าให้พิมพ์… ก็พิมพ์ตัวใหญ่ได้เหมือนกัน

          “ไม่ต้องมาโวยวาย ฟังผมก่อน” อาจารย์พอจะรู้ความคิดของลูกศิษย์ “ให้ใช้ฟรอนท์ปกติในการพิมพ์ ขนาดตัวอักษร 16 เท่านั้น ห้ามเน้นตัวหนา เว้นขอบกระดาษด้านละ 1 นิ้ว ห้ามย่อหน้าเกิน 3 ย่อหน้าต่อหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ และสุดท้ายห้ามเว้นย่อหน้าเกิน 1.5 เซนติเมตรนะครับ เดี๋ยวผมจะเช็กทุกคน เลิกคลาสได้ครับ” ว่าเสร็จอาจารย์ก็เก็บของแล้วเดินออกจากห้อง

          “อะไรเนี้ย โหดจริง ๆ ใครจะไปเขียนถึง” อัยที่ตื่นมาหลังเปิดไฟบ่นออกมาทันที เพราะเธอหลับตลอดคลาส อีกทั้งงานที่อาจารย์สั่งก็ยากเกินไปสำหรับเธอ

          “กะจะเขียนสัก 10 ย่อหน้า เว้นย่อหน้าสักครึ่งหน้ากระดาษสักหน่อย จบกันเลยแบบนี้ เห้อ” ตามถอนหายใจออกมาอย่างหน่าย ๆ

          “ที่อาจารย์เขากำหนดแบบนั้นมันก็เป็นปกติของการพิมพ์งานส่งไม่ใช่เหรอ” รัณหันไปพูดกับตามและอัย

          “รู้น่า” อัยยอมรับอย่างไม่เต็มใจ “ไปเหอะ กลับบ้านกัน”

          “นี่สาว ๆ รอก่อน” เสียงของแมนดังขึ้น พวกเวโรนิก้าที่กำลังจะเดินออกจากห้องเลยต้องหยุด

          “มีอะไรเหรอ” รัณถาม

          “ผมจองคอร์ดเทนนิสไว้น่ะ ไปเล่นกันไหม ออกกำลังกาย” แมนชวน

          “เอาไงดี” รัณถามความเห็นเพื่อน ๆ

          “ฉันอยากกลับบ้าน” ตามบอก

          “ฉันไม่ชอบเล่นกีฬา” อัยบอก

          “ฉันก็ไม่สนใจ” เวโรนิก้าปฏิเสธ เธออยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด

          “ถ้างั้น …ฉันก็ไม่…”

          “เดี๋ยวสิ อย่าปฏิเสธเลยนะ คนเยอะ ๆ ยิ่งสนุกนะ ได้ออกกำลังกาย สุขภาพดีด้วยนะ” แมนพูดขัดขึ้นก่อนที่รัณจะทันได้พูดจบ

          “แต่…” เวโรนิก้าต้องการกลับบ้าน สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการที่ทุกคนจับได้ว่าเธอไม่ใช่อนาสตาเซีย

          “นะครับ ไปเล่นด้วยกันเถอะ แมนมันอยากสนิทกับพวกเธอด้วย เลยไปจองคอร์ดเทนนิสไว้” เอสพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน ในใจเขาอยากจะให้เวโรนิก้าตกลง แต่พอผิดคาดเขาก็เลยต้องเปลี่ยนแผนโดยการหว่านล้อม

          “ไม่ค่ะ ขอโทษนะคะ” เวโรนิก้ายังคงไม่ตกลง เอสเองก็เริ่มหมดหนทาง

          “โอ้ย เอสคะ ยัยรัสเซียเขาไม่อยากไปก็ปล่อยไปเถอะค่ะ ทำมาเป็นไม่ ๆ ๆ กลบเกลื่อนล่ะสิ ดูจากสภาพแล้ว ยัยนี่เล่นเทนนิสไม่เป็นหรอก ให้พวกกระจอกมาเล่นก็เกะกะพวกเราเปล่า ๆ อย่าไปชวนเลยค่ะ” แองจี้ได้ทีก็ข่มเวโรนิก้าเต็มที่

          “ตกลง”

0 ความคิดเห็น