Veronica C. รักไม่ได้ ไม่ใช่ไม่รัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 81 Views

  • 1 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    9

    Overall
    81

ตอนที่ 3 : 2 Thailand

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

Thailand


          13:43 น. ประเทศไทย

          ความต่างของเวลาระหว่างรัสเซียกับไทยทำให้เวโรนิก้ารู้สึกอ่อนเพลีย และสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแย่ก็คือความร้อนของประเทศไทย หลังจากที่เธอเดินทางมาถึงประเทศไทยบอรีสก็รีบพาเธอไปที่บ้านของตระกูลแคนเชลส์กี้ที่อนาสตาเซียอาศัยอยู่ บอรีสพอจะคุ้นเคยเส้นทางที่ไทยอยู่พอตัวเพราะเขาเดินทางมาที่นี่บ่อย

          “ถึงแล้วครับคุณหนู” บอรีสหันไปเรียกเวโรนิก้าที่กำลังหลับอยู่ที่เบาะหลัง เวโรนิก้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างก็เจอกับบ้านหลังหนึ่ง

          “เริ่มแล้วสินะ บทบาทของอนาสตาเซีย” เวโรนิก้าถอนหายใจออกมาเบา ๆ

          เวโรนิก้าเดินเข้ามาในบ้านโดยที่มีบอรีสเดินตามมาข้างหลัง อีวานที่รออยู่ก็เข้ามาทำความเคารพต่อเวโรนิก้า

          “สวัสดีครับ คุณหนู เอ่อ” อีวานชะงักไปเพราะกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเรียกเธอด้วยชื่อไหน

          “อนาสตาเซียค่ะ” เวโรนิก้าพูดขึ้นหลังจากเห็นท่าทีของอีวาน

          “ครับ คุณหนูอนาสตาเซีย” อีวานเอ่ยชื่อออกไปพร้อมก้มหัวเล็กน้อย “ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ”

          “อ้าว คุณหนูอนาสตาเซีย กลับมาแล้วเหรอคะ ว้าว! ไปทำสีผมมาด้วย เก๋สุด ๆ เลยค่ะ” น้ำเดินเข้ามาหาเวโรนิก้าโดยที่ไม่มีแม้แต่คำทักทาย “พอดีเลย น้ำมีเรื่องจะขอร้อง”

          “มีอะไร” เวโรนิก้ารู้สึกไม่ถูกชะตากับแม่บ้านคนนี้ เพราะเท่าที่เธอรู้สึกได้ คือแม่บ้านคนนี้ไร้มารยาทแบบสุด ๆ

          “คือ มันก็พูดยากนะคะ แต่แบบว่า น้ำขอเบิก…”

          “น้ำ!!!” เสียงของหญิงวัย 54 ปี ดังขึ้น เธอชื่อเทียน่า เป็นหัวหน้าแม่บ้านชาวรัสเซียที่ย้ายมาทำงานเป็นแม่บ้านที่ประเทศไทยตามคำสั่งของฮานส์เมื่อราว ๆ 15 ปีก่อน

          “ป้าเทียน่าเอาอีกแล้วนะ” น้ำหันไปบ่น

          “ไปซักผ้า” เทียน่าสั่ง

          “เชอะ” น้ำทำหน้าตาแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่ก็ออกไปแต่โดยดี

          “แม่นี่ นับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู ยินดีต้อนรับกลับค่ะ คุณหนูอนาส…” เทียน่าตกใจ ถึงแวบแรกเธอจะมองว่าเป็นอนาสตาเซีย แต่พอมองดี ๆ กลับไม่ใช่ ความคิดถึงเริ่มก่อตัวขึ้นพร้อม ๆ กับน้ำตาของเทียน่าที่ไหลออกมา

          “ไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะ เทียน่า” เวโรนิก้าเองก็คิดถึง เธอพยายามยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เธอประดิษฐ์ขึ้นมา

          “คุณหนูเว…” เทียน่ายังพูดได้ไม่ทันจบเวโรนิก้าก็เอานิ้วชี้ไปแตะที่ริมฝีปากของเทียน่า

          “เดี๋ยวตามขึ้นไปที่ห้องของนาสด้วยนะคะ” เวโรนิก้าบอกกับเทียน่า ซึ่งเทียน่าก็พยักหน้า

          ขณะที่เวโรนิก้าเดินตรงไปที่บันได บอรีสก็ถือกระเป๋าของเธอตามขึ้นไปด้วย

          “ผมขอตัวก่อนนะเทียน่า ดีใจที่ได้เจอครับ” บอรีสส่งยิ้มให้เทียน่า

          “ยิ่งโตยิ่งหล่อนะเราน่ะ” เทียน่าแซว

          “ไม่ขนาดนั้นครับ” บอรีสเขินเล็กน้อย


          ก่อนที่เวโรนิก้าจะเปิดประตูห้องของอนาสตาเซีย

          “คุณหนูคะ เรื่องที่น้ำคุยเมื่อกี้ เรื่องขอเบิกล่วงหน้าอย่างทุกครั้ง กรุณาด้วยนะคะ” เสียงที่ไม่ลื่นหูทำให้เวโรนิก้าปล่อยมือออกจากลูกบิดประตู และไอ้ ‘อย่างทุกครั้ง’ ก็ทำให้เวโรนิก้าสงสัย

          “มันจะไม่มีอีกแล้ว” เวโรนิก้าหันไปบอกน้ำ

          “หมายความว่ายังไงคะ”

          “ฉันจะไม่ให้เบิกล่วงหน้าอีกแล้ว”

          “ไม่นะคะ ไหนคุณหนูบอกจะช่วยเหลือน้ำตลอดนี่คะ” น้ำทำหน้าตาน่าสงสาร ซึ่งมันใช้ได้ผลกับอนาสตาเซียทุกครั้ง แต่มันไม่ได้ผลกับเวโรนิก้า

          “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว กลับไปทำงานบ้านซะ เธอยังต้องชดใช้กับเงินที่เธอเบิกล่วงหน้าไปอีกเยอะ อย่ามาทำตัวขี้เกียจให้ฉันเห็นอีก” เวโรนิก้าเปิดประตูเข้าห้องไปทันที เธอไม่อยากเห็นหรือได้ยินเสียงของแม่บ้านคนนี้เลยสักนิด

          “เป็นอะไรไปเนี้ย แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ” น้ำบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ

          “ก็ตั้งใจทำงานบ้านไปสิ ช่วงนี้คุณหนูเจอเรื่องแย่ ๆ มามากพอแล้ว ความเครียดของคุณหนู คนอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจหรอก” บอรีสที่เดินตามมาและได้ยินบทสนทนาทั้งหมดเลยว่ากล่าวน้ำไป เขาเองก็ไม่ชอบแม่บ้านคนนี้เช่นกัน ครั้งแรกที่เขามาที่นี่ก็โดนแม่บ้านคนนี้มายั่วสวาทใส่ จนทำให้บอรีสขู่ไปจนไม่กล้าทำอีก

          “เครียดก็อย่ามาลงกับคนใช้สิ” เมื่อไม่สมหวังน้ำก็เดินลงไปทำงานบ้านของเธอต่อ


          “ให้ผมเอาไว้ตรงไหนเหรอครับ” บอรีสถามพร้อมกับชูสัมภาระของเวโรนิก้าขึ้นมา

          “วางไว้ตรงไหนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเวกเก็บเอง” เวโรนิก้ามองไปรอบ ๆ ห้องอย่างพิจารณา “ให้ตายสิ ห้องรกเป็นบ้าเลย”

          “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

          “เดี๋ยวค่ะ” เวโรนิก้าเรียกบอรีสไว้ “รอให้เทียน่ามาก่อน เวกมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย”

          “ขออนุญาตนะคะคุณหนู” เสียงเทียน่าดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงเคาะประตู

          “เชิญค่ะ”

          “มีอะไรคะ คุณหนูเว… เอ่อ” เทียน่าเองก็ยังคงสับสนว่าตอนนี้จะเรียกชื่อคุณหนูว่ายังไง เพราะเธอยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเลย

          “เรื่องนี้แหละค่ะ ที่เวกจะคุยด้วย” เวโรนิก้าเริ่มประเด็น “เทียน่ารู้รึยังคะ ว่านาสถูกจับตัวไปจนเกือบจะโดนข่มขืน”

          “ทราบแล้วค่ะ” เทียน่าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหน้านี้เธอลมแทบจับหลังจากที่รู้เรื่องนี้ “แล้วตอนนี้คุณหนูอนาสตาเซียเป็นยังไงบ้างคะ”

          “ตอนนี้นาสดูซึม ๆ ไป ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน คงต้องรอฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกสักพัก ระหว่างนี้เวกเลยต้องมาเรียนแทนนาสชั่วคราว เพราะฉะนั้น ระหว่างที่เวกอยู่ที่นี่ ช่วยทำเหมือนกับว่าเวกคืออนาสตาเซียด้วยนะคะ ในบ้านนี้มีแค่เทียน่ากับอีวานที่รู้ว่าอนาสตาเซียมีฝาแฝด อีวานเองก็รู้แล้วว่าเขาควรต้องทำอะไร รบกวนด้วยนะคะ” เวโรนิก้าถอนหายใจออกมาเบา ๆ

          “แล้วคุณหนูจะไม่เป็นอะไรเหรอคะ” เทียน่าอดเป็นห่วงไม่ได้

          “ไม่หรอกค่ะ” เวโรนิก้าตอบ

          “ก็ได้ค่ะ คุณหนู” เทียน่าเรียกเวโรนิก้าด้วยชื่อของอนาสตาเซีย

          “ขอบคุณค่ะ” หลังจากนั้นเวโรนิก้าก็หันไปหาบอรีส “บอรีส เวกมีเรื่องจะขอร้องนาย สักอย่างได้ไหม”

          “ได้ทุกอย่างครับคุณหนู” คำตอบของบอรีสทำให้เวโรนิก้าเบาใจขึ้น

          “ระหว่างที่เวกไปเรียน ถ้าเวกเดือดร้อนบอรีสต้องมาหาเวกทันทีเลยนะ เวกไม่รู้จักอะไรเลยสักอย่าง ทั้งผู้คน สถานที่” มันเป็นสิ่งที่เวโรนิก้ากังวลมาตลอด

          “ผมตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้วครับ ผมพร้อมรับโทรศัพท์คุณหนูตลอดเวลา” บอรีสตอบอย่างขึงขัง

          “ขอบคุณมาก ๆ เลยนะทั้งสองคน เบาใจขึ้นเยอะเลย” ตอนนี้เวโรนิก้าเริ่มเวียนหัว

          “คุณหนูนอนพักก่อนนะครับ” บอรีสที่สังเกตเห็นก่อนว่าเวโรนิก้าเริ่มไม่ไหว เลยมองไปที่รีโมทแอร์ละพบว่ามันถูกตั้งอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส เขาเลยเดินไปปรับลดจนเหลือ 24 องศาเซลเซียส เพราะเวโรนิก้าไม่ชอบอากาศร้อน

          “หลับไปก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวถึงเวลาอาหารเย็นละดิฉันจะขึ้นมาปลุก” เทียน่าเข้าไปประคองให้เวโรนิก้านอนลงบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมอย่างนุ่มนวล

          “ค่ะ ขอบคุณนะคะ”


          17:26 น.

          เวโรนิก้าลืมตาตื่นขึ้นมา ตอนนี้ความเพลียเริ่มหายไปแล้ว เธอยันตัวขึ้นมาแล้วลุกออกจากเตียงตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา เธอมองไปที่นาฬิกาที่ผนังห้องก็เห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่ง คงอีกสักพักใหญ่ ๆ กว่าจะถึงดินเนอร์ ปกติที่บ้านของเธอที่รัสเซียจะดินเนอร์กันตอนหนึ่งทุ่มตรง งั้นก็คงมีเวลาอีกเยอะ

          เวโรนิก้าเดินไปหยิบหนังสือที่ชั้นมาหลายเล่ม อนาสตาเซียเรียนประวัติศาสตร์ เธอเลยค่อย ๆ เปิดอ่านเนื้อหาภายใน แล้วเธอก็พบว่านี่เป็นเรื่องที่เธอยังไม่เคยรู้มาก่อน ‘ประวัติศาสตร์ไทย’ ปกติเธอจะอ่านแต่ประวัติศาสตร์โลก ทำให้หนังสือในมือของเธอตอนนี้ดูน่าสนใจขึ้นมา เธอจึงอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาอาหารเย็น

          18:30 น.

          “ตื่นหรือยังคะคุณหนู ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ”

          เสียงของเทียน่าดังขึ้น เวโรนิก้าเลยละสายตาจากหนังสือแล้วหยิบที่คั่นหนังสือมาขั้นเอาไว้ เธอตั้งใจไว้ว่าหลังกินข้าวเสร็จจะมาอ่านต่อ

          “ได้เวลาอาหารเย็นแล้วเหรอคะ” เวโรนิก้าถามหลังจากเดินไปเปิดประตู

          “ใช่ค่ะ ที่นี่ทานอาหารเย็นตอนหกโมงครึ่ง”

          เมื่อเวโรนิก้าเดินมาถึงโต๊ะอาหารเธอก็มองไปที่อาหารที่ถูกวางเรียงบนโต๊ะ มันมีแต่อาหารที่เธอไม่รู้จักมาก่อนเลย ไม่มีซุป ไม่มีไวน์ และที่เธอแปลกใจที่สุดก็คือ ทำไมบนโต๊ะอาหารถึงได้มีอาหารวางอยู่หลายอย่างเลย ที่นับ ๆ ดูก็มีไม่ต่ำกว่า 5 อย่าง

          “คุณหนูอนาสตาเซียจะทานข้าวแล้ว ไปทำงานอื่นได้แล้วไป” เทียน่าหันไปบอกแม่บ้านคนอื่น ๆ

          “เชิญนั่งครับ คุณหนู” บอรีสเข้ามาดึงเก้าอี้ออกเพื่อที่จะให้เวโรนิก้านั่งได้สะดวก

          “ขอบคุณค่ะ”

          “ขอโทษด้วยนะคะคุณหนู ดิฉันไม่รู้มาก่อนล่วงหน้าว่าคุณหนูจะมา เลยไม่ได้เตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารแบบรัสเซียได้”

          “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะทานแบบนี้แหละค่ะ ทุกคนจะได้ไม่สงสัยกัน” คำพูดของเวโรนิก้าทำให้เทียน่าโล่งใจ เธอมักจะระวังคำพูดแทนตัวเองเสมอ เธอจะแทนตัวเองว่าเวกพร่ำเพรื่อไม่ได้ “แล้วทำไมทำเยอะจัง ฉันทานไม่หมดหรอกนะคะ เยอะขนาดนี้”

          “พวกดิฉันทำตามความเคยชินค่ะ เอ่อ…”

          “เข้าใจแล้วค่ะ” เวโรนิก้าสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะอะไร ไม่จำเป็นต้องให้เทียน่าอธิบายแล้ว

          ปกติเวลาทานข้าว เวโรนิก้ามักจะดื่มด่ำกับรสชาติของอาหารให้ได้มากที่สุดทำให้ระยะเวลาในการทานข้าวของเธอแต่ละครั้งนั้นไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง แต่ในครั้งนี้ผ่านไปเพียง 15 นาทีความอยากอาหารของเธอก็ค่อย ๆ เหือดแห้งไป เพราะความร้อนของห้องอาหารนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วอากาศไม่ได้ร้อนมากมาย เพียงแต่เวโรนิก้าเป็นคนที่ขี้ร้อน เธอไม่เคยอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 27 องศาเซลเซียสมาก่อน ความเย็นจากพัดลมในห้องทานอาหารไม่ช่วยอะไรเธอเลย

          เวโรนิก้ามองไปที่จานข้าวข้างหน้าเธอ มันเพิ่งลดไปไม่ถึงครึ่งจาน และกับข้าวก็ยังเหลืออยู่มาก อีกอย่างเธอติดใจกับรสชาติที่แปลกลิ้นของอาหารไทยเข้าให้แล้ว ถึงเธออยากจะกินต่อมากแค่ไหนแต่ความร้อนในห้องอาหารนี้มันกลายเป็นตัวขัดขวางความสุนทรีของเธอจนทำให้เธอต้องวางช้อนลง

          “อิ่มแล้วเหรอคะ คุณหนู” เทียน่าเดินเข้ามาถามหลังจากเห็นว่าเวโรนิก้าวางช้อนลงแล้ว ส่วนแม่บ้านคนอื่นก็ออกมาเตรียมเก็บโต๊ะอาหาร

          “คือฉัน…” เวโรนิก้ากำลังคิดอยู่ว่าจะบอกยังไงดีว่ามันร้อนมากจนเธอไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว

          “นี่ครับ คุณหนู” ในตอนนั้นเอง บอรีสก็เดินเข้ามาพร้อมกับยื่นผ้าเย็นให้

          “ขอบคุณค่ะ” เวโรนิก้ารับมาแล้วเช็ดตามใบหน้าและลำคอ “เทียน่าไม่ร้อนบ้างเหรอคะ”

          “ก็ร้อนค่ะ”

          “เดี๋ยวพรุ่งนี้ช่วยจัดการเรื่องติดตั้งแอร์ในบ้านด้วยนะ” เวโรนิก้าตัดสินใจแล้ว เธอจะไม่ทนอยู่กับอากาศร้อน ๆ ในบ้านแน่นอน บ้านต้องเป็นที่ที่อยู่แล้วสบายที่สุด เธอคิดแบบนั้น

          “ติดตรงไหนบ้างคะ” เทียน่าถาม

          “ทุกตรงเลยค่ะ” คำตอบของเวโรนิก้าทำให้เหล่าแม่บ้านตกใจกันไปตาม ๆ กัน

          “โอ้โห น้ำได้ยินคุณหนูบ่นมานานแล้วว่าร้อน ในที่สุดก็จะติดแอร์ให้เย็นทั่วบ้านแล้วสินะ ดีใจจัง” เสียงที่ไม่น่าพิสมัยสำหรับเวโรนิก้าดังขึ้น “งั้นไปติดแอร์ที่บ้านพักของพวกหนูด้วยนะคะ หนูอยากนอนห้องแอร์มานานแล้ว”

          “น้ำ!” เทียน่าหันไปปรามน้ำที่กำลังเสียมารยาทอยู่

          “ทำไมล่ะ ป้าก็สบายสิ ได้นอนในบ้านนี้อยู่ในห้องแอร์สบาย ๆ น้ำต้องนอนห้องพัดลม ถ้าขอได้ก็อยากจะนอนห้องแอร์บ้าง” เสียงของแม่บ้านชาวไทยคนนี้ยิ่งทำให้เวโรนิก้าหงุดหงิด

          แม่บ้านคนอื่น ๆ ที่พักอยู่บ้านพักเดียวกับน้ำต่างก็พากันถอนหายใจกับการกระทำของน้ำ

          “นี่พวกเธอจะมาถอนหายใจเฮือก ๆ ทำไม เธอต้องขอบคุณฉันสิถึงจะถูก ถ้าฉันขอให้บ้านพักนั้นติดแอร์ได้ พวกเธอก็จะสบายไปด้วยนะ” น้ำหันไปต่อว่าเหล่าแม่บ้านคนอื่น

          “พวกเธอ” เวโรนิก้าหันไปมองเหล่าแม่บ้านที่โดนน้ำต่อว่าอยู่

          “มีอะไรให้รับใช้คะ คุณหนู”

          “ขอบใจน้ำเขาสิ” คำสั่งของเวโรนิก้าทำให้เหล่าแม่บ้านพากันงง ส่วนน้ำก็หัวเราะลั่น

          “ฮ่า ๆ ๆ ไงล่ะ ยัยพวกกระจอก ไม่คิดขอแล้วเมื่อไหร่จะได้” น้ำหัวเราะออกมาโดยไม่มีการให้เกียรติเวโรนิก้าเลยสักนิด

          “ขอบใจ น้ำ” เหล่าแม่บ้านต่างพากันกล่าวขอบใจน้ำอย่างขอไปที

          “สบาย ๆ ไม่เป็นไร” น้ำยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่

          “เทียน่า ฝากติดตั้งแอร์ที่ห้องของพวกแม่บ้านที่พักอยู่ที่บ้านพักด้วยนะ ติดแค่ในห้องนอนพอ ห้องไหนที่ไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องติด” เวโรนิก้าหันไปบอกเทียน่า “ส่วนห้องของน้ำให้ติดแอร์แบบพิเศษ”

          “ว๊ายยย สะใจ เอ้ย ดีใจสุด ๆ รู้งี้ขอตั้งนานแล้ว จะไม่ร้อนแล้วโว้ย” ความไร้มารยาทของน้ำทำเอาเวโรนิก้าเดือดปุด ๆ

          “พิเศษยังไงคะ” เทียน่าถาม

          “ติดตั้งแอร์แบบเก็บเงิน ชั่วโมงละ 40 บาท พิเศษเฉพาะห้องของน้ำห้องเดียว” คำพูดของเวโรนิก้าทำให้เหล่าแม่บ้านพากันยิ้มออกมา ส่วนน้ำยืนช็อกอยู่

          “เดี๋ยวสิคะ! แบบนั้นไม่เอานะ จะมาทำแบบนี้กับน้ำไม่ได้” บางทีเวโรนิก้าก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้ถูกสั่งสอนมายังไงถึงได้พูดจาแบบนี้กับคนเป็นนาย

          “ฉันจะให้เธอตัดสินใจเอง ถ้าเธออยากได้แอร์ ฉันก็จะให้แอร์แบบที่ว่าไป แต่ถ้าเธอไม่อยากได้แอร์ที่ฉันจะให้ ก็ไม่ต้องเอา ฉันจะได้ไม่ติดให้”

          “ไม่ยุติธรรม!!! คุณหนูจะทำแบบนี้กับน้ำไม่ได้นะ” น้ำเข้ามาประชิดเวโรนิก้าแต่ก็โดนเทียน่าจับแขนไว้แล้วลากออกมา

          “จะมากไปแล้วนะ เธอเป็นแค่แม่บ้าน นั่นเจ้านายเรา” เทียน่าเริ่มโมโห

          “ถ้าเธอไม่พอใจกับการตัดสินใจของฉัน เธอสามารถขนข้าวของออกจากบ้านนี้ไปได้เลยนะ ฉันเกลียดคนที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อย่าริอาจมาออกคำสั่งกับฉัน ถ้าอยากจะอยู่บ้านนี้แบบสบาย ๆ ก็อย่าทำกริยาต่ำ ๆ ต่อหน้าฉันอีก เข้าใจไหม” เวโรนิก้าลุกขึ้นแล้วจ้องไปที่น้ำ น้ำเสียงและท่าทางของเธอทำให้น้ำรวมถึงเหล่าแม่บ้านคนอื่นถึงกับเกิดอาการกลัว

          “ขะ…ขอโทษค่ะคุณหนู น้ำเข้าใจแล้วค่ะ” น้ำหน้าซีดลงเธอก้มหัวให้เวโรนิก้าอย่างไวเพราะไม่กล้าสบตากับเธอ


          เวโรนิก้าขึ้นมาบนห้อง ตอนนี้เธอรู้สึกหงุดหงิดมาก เธอเกลียดคนแบบน้ำที่สุด ก่อนหน้านี้เทียน่าได้เข้ามาหาเธอในห้องและบอกว่า เมื่อราว ๆ หนึ่งเดือนก่อนก่อนหน้านี้น้ำมาเกาะอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้านไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป เอาแต่บอกว่าจะขอพบกับเจ้าของบ้านหลังนี้ สุดท้ายอนาสตาเซียก็เรียกให้เข้ามาพบ แล้วน้ำก็ขอทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ ด้วยความที่อนาสตาเซียสงสารเลยยอม แต่หลังจากนั้นน้ำก็ทำตัวแย่ตลอด พ่อบ้านแม่บ้านทุกคนต่างก็ไม่ชอบน้ำ

          ทุกอาทิตย์น้ำมักจะมาขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้า บางอาทิตย์ก็มาขอเบิกเงินล่วงหน้าไปถึง 2 ครั้ง ตอนนี้น้ำทำงานที่นี่ได้หนึ่งเดือนกับอีกสองอาทิตย์ แต่เงินเดือนที่น้ำได้ไปมันเท่ากับเงินเดือน 9 เดือนของแม่บ้านคนอื่น ๆ เทียน่าเองก็คอยบอกอนาสเซียให้เลิกให้น้ำเบิก แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนทุกรอบ

          เวโรนิก้าเปิดหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้แล้วอ่านต่อ มีเพียงการอ่านหนังสือเท่านั้นที่ทำให้เธอจิตใจสงบลงได้ เธออ่านไปเรื่อย ๆ จนไม่ได้มองนาฬิกาเลย ความเพลิดเพลินของการอ่านหนังสือทำให้เธออ่านจนจบเล่ม

          “สนุกจัง” เวโรนิก้าพูดออกมาหลังจากปิดหนังสือ เธอมองไปที่นาฬิกาก็พบว่านี่มันตีหนึ่งแล้ว เธอเลยรีบเข้าไปจัดการทำความสะอาดร่างกายของเธอในห้องน้ำก่อนจะเข้านอน


          05:50 น.

          เวโรนิก้าตื่นขึ้นมาด้วยกับความตั้งใจของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะนอนไปได้เพียงสี่ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ตาม เธอเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันและออกมาเปิดตู้เสื้อผ้า

          เธอเข้ามาออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสชั้นสองของบ้านที่อยู่ฝั่งตะวันออกของบ้าน เธอใช้เวลาราว ๆ 45 นาทีในการอยู่ในห้องฟิตเนส การออกกำลังกายตอนเช้าพร้อม ๆ กับการอาบแสงแดดยามเช้าไปด้วยทำให้เธอรู้สึกสดชื่น

          ความคิดที่สร้างห้องฟิตเนสไว้ฝั่งตะวันออกของบ้านเป็นความคิดของเวโรนิก้าสมัยที่เธออายุ 7 ขวบ เธอบอกพ่อของเธอให้สร้างห้องฟิตเนสไว้ที่ฝั่งตะวันออก และตรงผนังก็ทำเป็นกระจกใสไว้สำหรับรับแสงแดดยามเช้า

          หลังจากที่เวโรนิก้าออกกำลังกายเสร็จก็ออกมาจากห้องฟิตเนส และเขาก็เห็นบอรีสยืนพิงกำแพงข้าง ๆ ประตูอยู่ พอบอรีสหันมาเห็นเวโรนิก้าก็ส่งยิ้มให้

          “อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหนู” บอรีสทักทาย

          “อรุณสวัสดิ์ค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” เวโรนิก้าถาม เพราะแปลกใจที่บอรีสมายืนอยู่ตรงนี้

          “ตอนนี้ข้างล่างตามหาคุณหนูกันให้วุ่นเลย เทียน่าไปเรียกผมที่ห้องตอนหกโมงกว่า ๆ บอกว่าเห็นห้องคุณหนูเปิดอยู่แล้วคุณหนูก็ไม่อยู่ในห้อง”

          “อ้าว นี่ฉันลืมปิดประตูหรอกเหรอ” เวโรนิก้านึกย้อนไปเมื่อตอนที่เธอออกจากห้อง

          “เปล่าหรอกครับ ผมว่ามันเป็นความเคยชินของคุณหนูมากกว่า ประตูที่นี่ไม่เหมือนกับประตูของห้องคุณหนูที่รัสเซียที่เป็นประตูที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมให้ปิดได้อัตโนมัติ แต่ที่นี่ไม่ใช่ไงครับ คุณหนูเลยชินกับการเปิดประตูแล้วให้ประตูมันปิดเองมากกว่า” บอรีสอธิบาย ซึ่งเวโรนิก้าเองก็เข้าใจขึ้นมาในทันที ตามที่บอรีสบอกเลย

          “นั่นสินะ”

          “ผมว่าคุณหนูรีบลงไปข้างล่างดีกว่าครับ ตอนนี้เทียน่าคิดเองเออเองจนคิดไปว่าคุณหนูโดนจับตัวไปแล้วล่ะครับ” บอรีสหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางนึกถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของหญิงวัย 54 ปี ที่เป็นห่วงเจ้านายมาก


          “คุณหนูอนาสตาเซีย!” โรส หนึ่งในแม่บ้านหันมาเห็นเวโรนิก้าเดินลงมาข้างล่างพร้อมกับบอรีส

          “ว่าไงนะ” เทียน่าที่ได้ยินเสียงตะโกนของโรสก็วิ่งเข้ามา แล้วเธอก็เห็นเวโรนิก้า

          “นี่ทำอะไรกันอยู่คะเนี้ย” เวโรนิก้าถาม เพราะมันดูวุ่นวายมาก ทั้งพ่อบ้านแม่บ้านมารวมตัวกันหมดแบบนี้

          “ก็หาคุณหนูนี่แหละค่ะ คุณหนูไปไหนมาคะ พวกเราเป็นห่วงแทบแย่” เทียน่าเข้ามาจับตัวสำรวจว่าเวโรนิก้าบาดเจ็บหรือเปล่า

          “ฉันไปออกกำลังกายมาค่ะ” คำตอบของเวโรนิก้าทำให้พ่อบ้านแม่บ้านทุกคนตกใจ

          “ไม่น่าเชื่อ ปกติคุณหนูจะตื่นราว ๆ เจ็ดโมงประจำนี่นา”

          “แถมก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเคยพูดว่าอยากออกกำลังกายเลยสักครั้ง”

          “คุณหนูเครียดอะไรหรือเปล่าคะเนี้ย”

          เหล่าแม่บ้านต่างพากันแสดงความเห็นออกมา

          “ดิฉันเป็นห่วงแทบแย่ ถ้าคุณหนูโดนจับตัวไปอีก ดิฉันคงช็อกตายแน่” เทียน่ามองเวโรนิก้าอย่างเป็นห่วง

          “จับตัว?”

          “คุณหนูโดนจับตัว”

          “ไม่น่าเชื่อ มันยังไงกัน”

          เหล่าแม่บ้านมองหน้ากันอย่างงง ๆ

          “สำหรับคนที่ยังไม่รู้นะครับ เมื่อสองวันก่อนหลังจากที่คุณหนูอนาสตาเซียสอบเสร็จ คุณหนูโดนจับตัวไปเพื่อหวังจะข่มขืนแต่โชคดีที่มีคนมาช่วยไว้ทัน เทียน่าเลยเป็นห่วงคุณหนูมากกว่าปกติ อย่าไปตำหนิเธอเลยนะครับที่เธอเรียกทุกคนให้ออกมาตามหาคุณหนู” สิ่งที่บอรีสพูดทำให้ทุกคนที่ยังไม่รู้ข่าวต่างพากันตกใจ

          “เพราะแบบนี้เองสินะที่คุณหนูหายจากบ้านไปวันหนึ่งและกลับมาพร้อมกับบอรีส แถมไปย้อมสีผมแล้วยังมีท่าทีที่ดูนิ่ง ๆ ไม่ร่าเริงแบบเมื่อก่อน” น้ำพูดขึ้นเหมือนจะพอเข้าใจเรื่องที่เจ้านายของเธอดูเปลี่ยนไป เธอคิดถึงคำพูดของบอรีสขึ้นมาทันที

          ‘ช่วงนี้คุณหนูเจอเรื่องแย่ ๆ มามากพอแล้ว ความเครียดของคุณหนู คนอย่างเธอไม่มีวันเข้าใจหรอก’

          “ถ้าพวกเธอรู้เรื่องกันแล้วก็อย่ามาทำให้คุณหนูต้องหนักใจไปมากกว่านี้ก็แล้วกัน” เทียน่าหันไปพูดกับแม่บ้านทุกคน “โดยเฉพาะเธอ น้ำ”

          “รู้แล้วน่า” น้ำตอบแบบส่ง ๆ แต่ภายในยังแอบบ่นอยู่เล็กน้อย เธอต้องการเงิน แล้วตอนนี้เธอยังไม่ได้เลย

          “คุณหนูขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเจ็ดโมงเช้าดิฉันจะขึ้นไปตามลงมาทานข้าว”


          06:50 น.

          เวโรนิก้าที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ไม่รอให้เทียน่าขึ้นมาตามเธอถึงบนห้อง เธอเลือกที่จะลงไปข้างล่างก่อนเวลาที่เธอจะมาเรียกก็พอ เทียน่าเองก็ร่างกายอ่อนแอลงไปตามกาลเวลา อย่าให้เธอต้องเดินขึ้นลงบ่อยเลย เธอหยิบกระเป๋าที่ใส่หนังสือไว้มาถือแล้วเดินออกจากห้อง

          “อ้าว คุณหนู” เทียน่ามองเห็นเวโรนิก้าที่กำลังเดินลงบันไดมา “ดิฉันกำลังจะขึ้นไปตามอยู่พอดีเลย”

          “ก็ฉันไม่อยากให้เทียน่าต้องเดินขึ้นลงบ่อย ๆ นี่ เลยตั้งใจลงมาก่อนที่เทียน่าจะขึ้นไปเรียก”

          คำพูดของเวโรนิก้าทำให้เทียน่ายิ้มออกมา เธอยังหวังอยู่ลึก ๆ ว่าสักวันเธอจะเห็นเวโรนิก้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาสักที ก่อนหน้านี้เทียน่ามีโอกาสได้ถามเรื่องราวของเวโรนิก้าจากบอรีส พอเธอรู้เธอก็เสียใจที่เวโรนิก้ามีอดีตที่ฝังใจอยู่มากเหลือเกิน

          “แล้วนี่คุณหนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ” เทียน่าถามหลังจากที่เห็นเวโรนิก้ายังไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา

          “หมายความว่ายังไงคะ” เวโรนิก้าไม่เข้าใจคำถาม

          “ชุดนักศึกษาไงคะ” เทียน่าบอกหลังจากเห็นเวโรนิก้ายืนงงอยู่

          “มันมีชุดแบบนั้นด้วยเหรอคะ” เวโรนิก้าก้มมองชุดที่ตัวเองใส่อยู่ มันก็ไม่ได้น่าเกลียดเลย ออกจะเป็นชุดที่เหมาะกับการใส่ไปเรียนมากแล้วแท้ ๆ ปกติชุดที่เธอใส่ไปเรียนมหาวิทยาลัยก็ประมาณนี้ทั้งนั้น

          “ตามดิฉันมาค่ะ” เทียน่าเดินนำขึ้นไปข้างบน ส่วนเวโรนิก้าเองก็มองตามไปพลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ สุดท้ายเทียน่าก็เดินขึ้นไปจนได้

          เทียน่าเข้าไปในห้องของอนาสตาเซียที่เวโรนิก้าใช้อยู่ เธอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดนักศึกษาของอนาสตาเซียออกมายื่นให้เวโรนิก้า

          “อย่าบอกนะคะว่านี่คือชุดนักศึกษา” เวโรนิก้าชี้ไปที่เครื่องแบบสีขาวกับกระโปรงสีดำ

          “ใช่ค่ะ” เทียน่าพยักหน้ารับ

          “เสื้อมันบางนะคะ” เวโรนิก้าไม่ชอบเสื้อผ้าที่บาง ๆ เพราะมันดูไม่เหมาะสม

          “มันไม่ได้บางถึงขนาดที่ว่าจะมองเห็นข้างในหรอกค่ะ ถ้าคุณหนูกังวลก็ใส่เสื้อคลุมแขนยาวไว้ข้างนอกก็ได้ค่ะ เดิมทีคุณหนูอนาสตาเซียก็ทำแบบนั้น” เทียน่าเอาเข็มกลัดกลัดไปที่เสื้อแล้วยื่นให้เวโรนิก้าพร้อมกันหมดทั้งเสื้อ กระโปรง และเข็มขัด


          เนื่องจากเวโรนิก้าต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทำให้เวลาทานข้าวเลทไป ทำให้กว่าจะทานข้าวเช้าเสร็จก็สายแล้ว วันนี้เธอมีคลาสเรียนตอนแปดโมงเช้า แต่ตอนนี้เจ็ดโมงสี่สิบห้า และระยะทางจากบ้านไปมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

          “คุณหนูไหวไหมครับ” บอรีสที่กำลังขับรถให้เวโรนิก้าสังเกตเห็นว่าเวโรนิก้ามีท่าทีที่แปลก ๆ เหมือนกำลังประหม่าอยู่

          “พอไหวอยู่ค่ะ แต่ฉันกังวล” เวโรนิก้าเอามือมาประสานกันไว้ “วันแรกฉันก็ต้องไปสายแล้ว แล้วฉันยังต้องไปที่ที่ไม่รู้จัก แล้วต้องเจอกับเพื่อนของนาสที่ฉันไม่รู้จักอีก”

          “ทำใจให้สบายไว้ครับคุณหนู ถ้าคุณหนูเริ่มชิน เดี๋ยวอะไร ๆ มันก็ดีขึ้นเอง”

          ผ่านไปราว ๆ สี่สิบนาที บอรีสก็พาเวโรนิก้ามาถึงมหาวิทยาลัยที่อนาสตาเซียเรียนอยู่ นี่เป็นเวลาแปดโมงครึ่งแล้วแต่ก็ยังมีคนเดินอยู่ และนี่เองที่ทำให้เวโรนิก้าเห็นถึงความแปลกใหม่ มหาวิทยาลัยที่นักศึกษาทุกคน ชายหญิง แต่งตัวด้วยเครื่องแบบเดียวกัน พอมองแบบนี้แล้วดูมีระเบียบดี

          “เชิญครับ คุณหนู” บอรีสจอดรถที่ตึกเรียนที่เวโรนิก้าจะต้องขึ้นไปเรียน ขณะที่บอรีสลงไปเปิดประตูให้เวโรนิก้า เหล่านักศึกษาแถวนั้นต่างก็หันมามอง

          “ขอบคุณค่ะ”

          เวโรนิก้าลงมาจากรถแล้วมองไปรอบ ๆ มหาวิทยาลัยนี่สวยมาก ถึงแดดจะร้อนแต่ก็มีต้นไม้มากมายให้ความร่มรื่น มีสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านตลอดเวลา ขณะที่เธอดื่มด่ำกับความสวยงามของสถานที่อยู่นั้นเหล่าผู้ชายที่เห็นต่างก็พากันอ้าปากค้าง และทันทีที่สายตาของเวโรนิก้ามองมาที่ตึกเรียน เธอก็นึกถึงคำพูดของมิคาอิลที่บอกกับเธอก่อนที่เธอจะเดินทางมาที่นี่

          ‘ฟังพี่นะเวก มิตรภาพจะก่อเกิดเป็นคำว่าเพื่อนที่แท้จริง พี่คิดว่าเธอเองก็คงรู้ดี แต่ที่เธอหามันไม่เจอเพราะเธออยู่แต่ในสถานที่เดิม ๆ เจอแต่คนเดิม ๆ แต่ถ้าเธอไปอยู่ในที่แปลกใหม่ และเจอกับคนที่เธอไม่รู้จัก พี่เชื่อว่าเธอจะหามันเจอ เดินทางปลอดภัยนะเวก รักนะ กลับมาคราวหน้าหวังว่าเวกจะยิ้มให้พี่จากใจจริงสักที’


0 ความคิดเห็น