「Seventeen」- everymooooooood. | { os / sf }

ตอนที่ 6 : { sf } soonhoon - 3goodtoday II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 พ.ย. 58



 3GOODTODAY II
- Soonyoung x Jihoon -

{ note: เนื้อหาในพาร์ทของจี้จะมีซ้ำๆกับของซูนบ้าง คือย้อนไปสถานการณ์เดียวกันแต่คนละมุมมองเนอะ }
{ note2: เตือนก่อนว่าตอนนี้ยาวมากกกกกนะคะ บางฉากก็เหมือนจะซ้ำๆแต่ไม่ซ้ำนะคะ อย่าข้ามนะ ถถถถ }





     // Jihoon's //          

 

หงุดหงิด..

หงุดหงิดเหลือเกิน..

ไอ้เด็กดำนั่นทำอะไรไม่เข้าท่าเลย จะยั่วโมโหผมไปถึงไหนกันนะ

 

"ย๊าาาา!! คิม มินกยู!!!"

 

ทนไม่ไหวแล้ว ผมลุกขึ้นยืนชี้หน้ามินกยูที่นั่งอยู่ข้างๆควอน ซูนยอง ถัดจากโต๊ะของผมไปสามโต๊ะ ผมเห็นไอ้ดำสะดุ้งสุดตัวเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่ต้องอายใครแล้วล่ะ

 

"ฉันบอกให้นายไปทำอะไรห๊ะไอ้ผีเปรต!!"

 

"เบาๆดิพี่ อายคนอื่นเขา"

 

"อยากให้เบาก็ลุกสิวะ! ไปหาสมุดบนโต๊ะกินข้าวแล้วชาติไหนจะเจอเล่า ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!"

 

"คร้าบๆ ลูกกระจ๊อกมินกยูจะลุกเดี๋ยวนี้แหละคร้าบบ

 

ยังอีก ยังจะกวนตีนทำท่าตะเบ๊ะใส่ผมอีก ไอ้เด็กเปรตนี่มันน่าเตะให้ตายจริงๆ ผมสั่งให้ไปตามหาสมุดไดอารี่ของผมแท้ๆ ดันไปนั่งตีสนิทซูนยองซะได้ แล้วไม่รู้ว่าหมอนั่นพูดอะไรกับซูนยองไปบ้าง ถ้าโชคดีหน่อยก็คงจะเป็นเรื่องของวอนอู เด็กห้อง B ที่หมอนั่นตามจีบอยู่ แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะก็..

คิม มินกยู ไอ้เด็กเปรต นายไม่ตายดีแน่!

 

 

"นาย มานี่เลย"

 

"เฮ้ยพี่ ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดค่อยๆจานะ"

 

นี่มินกยูกำลังขอความเห็นใจจากผมงั้นหรอ หึหึ

 

"ไม่ค่อยเว้ย! ไหนตอบมาซิเมื่อกี้ไปคุยอะไรกับซูนยองมา"

 

"โอ้โห ถามตรงจริงๆ ...โอ้ยๆๆ อย่าตบหัวดิพี่ เดี๋ยวสมองฝ่อหมด โอ้ยๆ แค่ไปทักทายเฉยๆเอง"

 

"ใช่หรอ"

 

"เออดิพี่ ยังไม่ทันคุยอะไรเลย"

 

"งั้นก็ดี.. ถ้าเรื่องที่ฉันชอบซู-- เอ้อ นั่นแหละ ถ้ามีใครนอกจากนายรู้เรื่องนี้ล่ะก็..นายตายแน่ไอ้ดำ จำไว้เลยนะ"

 

คุณก็เหมือนกันนะ อย่าไปบอกใครล่ะ

ผมน่ะ..ชอบควอน ซูนยองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มีแต่ชื่อเขาเต็มไดอารี่ไปหมด เขากลายเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องดีๆของผมมาหลายปีแล้วล่ะทั้งๆที่เราไม่ได้คุยกันเลยซักคำ

 

พูดถึงไดอารี่.. ไม่รู้ว่าผมไปทำหล่นหายอยู่ที่ไหนนะ แต่หามาทั้งวันแล้วก็ยังหาไม่เจอซักที เริ่มจะเครียดแล้วนะเนี่ย ถ้ามีคนเก็บได้แล้วเปิดอ่านได้ความแตกแน่ๆ

 

หรืออาจจะไม่..?

ตั้งแต่ขึ้นไดอารี่เล่มใหม่ผมก็เปลี่ยนไปเรียกซูนยองว่าคุณบยอลแล้วนี่นา ใครจะไปรู้ล่ะ

 

 

ทำไมต้องคุณบยอลน่ะหรอครับ

บยอลแปลว่าดวงดาวยังไงล่ะครับ ดวงดาวก็คือโฮชิ นามแฝงของซูนยองไง

 

แล้วผมไปรู้เรื่องนามแฝงมาจากไหนน่ะหรอ

บังเอิญน่ะครับ.. ไม่ใช่แอบฟังนะ เรียกว่าเป็นความบังเอิญแล้วสบายใจกว่าเยอะเลย ผมบังเอิญไปได้ยินซูนยองอวดเรื่องที่เขาได้เป็นนักออกแบบท่าเต้นให้เพลดิสกับเพื่อนๆของเขาที่โรงอาหาร แล้วรู้อะไรไหมครับ ผมนี่แหละลูกชายคนเดียวของเจ้าของบริษัทเพลดิส ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ผมจะเช็คข้อมูลคนในบริษัทจนเจอว่าคุณโฮชิเป็นเพียงเด็กมัธยมปลายธรรมดาๆอย่างควอน ซูนยองจริงๆ

 

 

นี่ ผมบอกคุณแล้วนะว่าอย่าไปบอกใคร

คุณเป็นคนที่สองเองนะที่ผมยอมบอกเรื่องนี้น่ะ นอกจากไอ้บ้ามินกยูแล้วก็ไม่มีใครรู้อีกแล้วล่ะครับ แล้วดูสิ ขนาดมินกยูมันรู้คนเดียวยังทำผมปวดหัวขนาดนี้ คุณคงไม่ทำแบบมันใช่ไหมครับ ?

 

 

 

 

 

ผมชอบวันอาทิตย์จัง

การได้มาทำงานในร้านกาแฟของพี่ซึงชอลนี่มันดีกับใจมากเลยล่ะ ผมชอบกลิ่นกาแฟ มันเหมือนได้มาผ่อนคลายหลังจากที่เครียดกับเรื่องในโรงเรียนมาตลอดสัปดาห์ แล้วก็นะ.. มันจะมีคนคนนึงที่มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ตลอด เป็นกำลังใจที่ดีจังเลยครับ อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะมั้ง

 

 

กริ๊ง~

 

"อ้าว พี่แอนดัพหวัดดีครับ"

 

ไม่ใช่แฮะ... กลายเป็นพี่แอนดัพ รุ่นพี่ที่โรงเรียนของผมซะอย่างงั้น และข่าวร้ายของวันนี้ก็คือพี่แอนดัพนั่งที่โต๊ะประจำของซูนยองล่ะ แบบนี้ถ้าซูนยองนั่งโต๊ะอื่นแล้วผมจะแอบมองเขาได้ยังไง โต๊ะนี้มุมดีที่สุดแล้วนะ

 

"เฮ้ยย อะไรดลใจให้มึงมาที่นี่เนี่ยไอ้ดัพ"

 

พี่ซึงชอบรีบปรี่เข้าไปทักพี่แอนดัพทันที ความจริงผมคิดว่าผมเดาได้นะว่าพี่แอนดัพมาทำอะไรที่นี่

 

"โถ่พี่ ถามเหมือนไม่รู้เลยว่ะ มาหาน้องชายสุดที่รักของพี่ไง"

 

"โอ้โห แม่งนัดเดทกันแล้วว่ะ เฮ้ยๆจีฮุนมานี่ๆๆ ฉันว่ามาคุยกันหน่อยดีกว่า"

 

พี่ซึงชอลกวักมือเรียกผมยิกๆจนผมต้องละมือจากงานตรงเคาน์เตอร์ไปนั่งร่วมวงกับพี่ๆทั้งสองคนแทน

 

"ว่าไงพี่ งานเงินนี่ไม่ต้องทำกันแล้วใช่ไหม"

 

"เออ ลูกค้ายังน้อยอยู่ ให้ซอกมินมันทำแทนไปก่อน ..เข้าเรื่องๆ นี่ไอ้ฮันโซลมันใจอ่อนแล้วหรอวะ"

 

พี่แอนดัพกำลังจีบเพื่อนผมอยู่ครับ

ชเว ฮันโซล น้องชายแท้ๆของพี่ซึงชอล ฮันโซลเป็นเพื่อนร่วมห้องผมเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่สนิทกันเลยครับ เพิ่งมาสนิทกันก็ตอนที่พี่มิโนมาขอให้ช่วยติดต่อฮันโซลให้พี่แอนดัพหน่อย หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นเหมือนพ่อสื่อให้พี่เขาเลย พอได้เจอกันบ่อยๆก็เลยสนิทกันแล้วล่ะ ทั้งกับพี่แอนดัพและฮันโซลเลย ส่วนเรื่องใจอ่อนหรือไม่ใจอ่อนนั่นผมว่าฮันโซลก็ชอบพี่แอนดัพมาตั้งแต่แรกแล้วนะ แค่หมอนั่นแสดงออกไม่เป็นแค่นั้นเอง

 

 

กริ๊ง~

 

"พี่ซูนยองงงง! ผมคิดว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว"

 

มาแล้วสินะ.. ไอ้ซอกมินนี่ก็ตะโกนซะเสียงดังเชียว น่ารำคาญจริงๆ ผมแอบเห็นซูนยองมองมาทางนี้แล้วยู่ปากนิดนึงด้วยล่ะ คงจะเซ็งนิดหน่อยเพราะที่ประจำโดนแย่งล่ะมั้ง สุดท้ายซูนยองก็เลยไปนั่งตรงสวนด้านนอกร้านแทน ..ไกลจัง

 

 

วงสนทนาของผม พี่แอนดัพ และพี่ฮันโซลก็ยังคงไม่จบลงง่ายๆ พวกเรามีประเด็นให้คุยเรื่อยๆ ตั้งแต่นินทาฮันโซล คุยเรื่องงานในโรงเรียน นินทาฮันโซล ฟังมิกซ์เทปของพี่ซึงชอล คุยเรื่องทำเพลงกับค่ายของพ่อผม แล้วก็วกกลับมานินทาฮันโซลอีก ผมว่าพวกเราคุยกันมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ พี่ซึงชอลจะไม่หักเงินเดือนผมจริงๆใช่ไหมเนี่ย

 

แล้วทำไมซูนยองต้องคุยกับชานใกล้ขนาดนั้นด้วยล่ะ รอบๆก็ไม่มีใครซักหน่อย จะกระซิบกันทำไมนะ แล้วดูไอ้ชานมันทำหน้าทำตาสิ น่าเตะแรงๆซักทีเนอะ ผมล่ะเบื่อไอ้บ้านี่จริงๆเลย ดูก็รู้แล้วว่าตีสนิทซูนยอง แล้วทำไมซูนยองต้องมนุษยสัมพันธ์ดีขนาดนั้นด้วยนะ

 

ซูนยองทำท่าลับๆล่อๆเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ถืออะไรเข้าไปด้วยก็ไม่รู้ น่าสงสัยแฮะ วางแผนอะไรกับชานแน่ๆเลย กว่าซูนยองจะออกมาก็กินเวลาไปหลายนาทีแล้ว ท่าทางเหมือนว่าจะกลับแล้วอย่างงั้นล่ะ ไวจัง..

ถ้างั้นอีกไม่กี่วินาทีเขาก็จะเดินผ่านโต๊ะผมด้วยสินะ

 

"เฮ้ซูน! จะกลับแล้วหรอ"

 

นั่นไง พี่ซึงชอลนี่ไวจริงๆ

 

"ครับพี่ซึงชอล เมื่อคืนนอนน้อยอ่ะ ว่าจะกลับไปนอนต่อที่หอ"

 

"เดี๋ยวๆ มาช่วยฟังมิกซ์เทปใหม่ของพี่ก่อนดิ เนี่ยไอ้ดัพบอกว่ายังไม่ค่อยดี แก้ยังไงดีวะ"

 

"โหพี่ ผมก็ไม่ได้เทพแบบพี่แอนดัพไหมอ่ะ ผมว่าผมรอฟังตอนพี่ทำเสร็จแล้วเลยดีกว่า"

 

"เออๆ ยอมๆ หน้าตามึงนี่แม่งโคตรไม่อยากฟังเลย เสียใจว่ะ"

 

"ฮ่าๆๆ ง่วงอ่ะพี่ งั้นผมไปแล้วนะ หวัดดีครับพี่ซึงชอลพี่แอนดัพ"

 

ความจริงโต๊ะนี้มีกันอยู่สามคนนะครับ ผมยังอยู่นะ แต่ก็ทำเป็นเมินเหมือนที่ทำเป็นปกตินั่นแหละ ใครมันจะไปกล้ามองหน้าล่ะ แค่รู้ว่าซูนยองยืนอยู่ใกล้แค่นี้ก็หัวใจจะวายแล้ว

ซูนยองลาพี่ๆแล้วก็ยิ้มให้ผมก่อนจะเดินออกไป

ห๊ะ.. ยิ้ม... ?

 

ซ..ซูนยองยิ้ม..ให้ผมหรอ....

....เป็นไปไม่ได้น่า

 

เพล้ง!

 

"เฮ้ยพี่จีฮุน! ขอโทษๆๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ"

 

"เชี่ยแล้ว น้องเลือดไหลด้วยว่ะพี่ซึงชอล แก้วบาดว่ะ"

 

อี จีฮุน นายต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ

ตั้งสติหน่อยจีฮุน.. ซูนยองจะยิ้มให้นายทำไมกันล่ะ เขาไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ

 

"โอ้ยย กูไม่น่าให้มึงออกมาเสิร์ฟเลยไอ้ชาน ไหนๆ จีฮุนเป็นไงบ้าง

 

"มะ..ไม่เป็นไรพี่ เฮ้ย ไม่เป็นไรจริงๆ ไม่เจ็บๆ"

 

กว่าผมจะรู้สึกตัวว่าชานทำแก้วหลุดมือจนตกแตก แถมเศษแก้วนั่นยังกระเด็นมาบาดแขนขวาผมเป็นทางยาวลามไปถึงมือก็น่าจะกินเวลาไปซักพักแล้วล่ะครับ

 

"พะ..พี่จีฮุน... ใจเย็นๆนะ ผมยอมให้พี่ตบตีผมได้เลย แต่อย่าฆ่าผมนะ"

 

ชานพูดกับผมด้วยความกลัว แหงล่ะ.. แค่ทำน้ำหกนิดเดียวผมยังด่ามันซะเสียหมา นี่เล่นทำผมเป็นแผลเลือดไหลนองแบบนี้ ถ้าเป็นวันอื่นผมว่าผมคงได้ฆ่ามันแน่ๆ แต่ว่าวันนี้..

 

"เออๆ ไม่เป็นไร ไปเอาไม้กวาดมากวาดนี่เร็ว เดี๋ยวลูกค้ามาเหยียบ"

 

"เฮ้ยเชี่ยย นี่มึงทำแก้วตกใส่หัวจีฮุนหรอวะชาน ทำไมมันไม่ฆ่ามึงอ่ะ"

 

แค่ผมไม่โกรธนี่พี่ซึงชอลจะต้องตกใจขนาดนั้นเลยหรอครับ ตลกจัง แต่ว่านะ.. ผมก็แปลกใจเหมือนกันนะที่ไม่โกรธอะไรชานซักนิด แถมไอ้แผลนี่ยังไม่เจ็บอีกด้วย

เพราะรอยยิ้มเมื่อกี้แท้ๆเลย

 

"เดี๋ยวผมไปทำแผลก่อนนะพี่"

 

ผมลุกเดินไปยังห้องน้ำเพื่อล้างแผลด้วยน้ำสะอาดก่อน แต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสมุดเล่มเล็กวางเรียบร้อยอยู่ข้างอ่างล้างหน้า

ไดอารี่ของผม

 

หาตั้งหลายวัน มาอยู่ที่นี่ได้ไงกัน.. ผมว่าผมไม่เคยเอาไดอารี่มาที่ร้านเลยนะ

 

ตลกแล้ว.. เป็นไปไม่ได้น่า

 

 

 

ผมรีบล้างแผลและไปทำแผลในห้องพักพนักงาน ตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์ที่ตอนนี้ชานยืนประจำอยู่แล้ว

 

ชาน ออกมาคุยกับฉันหน่อย ฝากนายดูเคาท์เตอร์ซักห้านาทีนะซอกมิน เดี๋ยวฉันเอาหมอนี่มาคืนให้"

 

ไม่รอให้ชานมีโอกาสได้โต้ตอบอะไร ผมอาศัยจังหวะที่หมอนี่กำลังเหวอ ลากตัวหมอนี่มาหน้าร้าน ผมเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จ้องหน้าชานด้วยสายตาจริงจัง แอบเห็นนะว่าหมอนี่ตัวสั่นแล้วน่ะ

 

"เรื่องนี่" ผมชี้ไปที่แขนขวาของตัวเองที่ถูกผ้าพันแผลพันอยู่ "ฉันจะไม่เอาเรื่องนาย แต่นายต้องตอบคำถามฉันมาก่อน"

 

"คะ..คำถามอะไรอ่ะพี่"

 

"ตอบตรงๆนะ ถ้าโกหกฉันไม่เอานายไว้แน่"

 

"พี่จีฮุน.. ใจเย็นๆดิ ผมกลัวนะ"

 

"เออ กลัวก็ดี เมื่อกี้นายคุยอะไรกับลูกค้าที่ชื่อซูนยอง"

 

"ก็..คุยเรื่องทั่วๆไป....ครับ"

 

"จะตอบอย่างงี้หรอ ได้.. งั้นฉันเปลี่ยนคำถาม ที่นายทำแก้วหลุดมือเนี่ยไม่ใช่อุบัติเหตุใช่ไหม"

 

"......."

 

"มันเกี่ยวข้องกับที่นายกระซิบกระซาบอะไรกับลูกค้าคนนั้นใช่ไหม"

 

"......."

 

"อี ชาน ... จะตอบดีๆหรือจะให้ฉันไปบอกให้พี่ซึงชอลมาไล่นายออก"

 

"เฮ้ยพี่ ใจเย็นๆ"

 

"ตอบ"

 

"โอเคๆ ตอบๆ ...แต่พี่อย่าไปเอาเรื่องพี่ซูนนะ ผมโง่เองอ่ะ"

 

ยังไงชานก็คือชานน่ะครับ สุดท้ายหมอนี่ก็ต้องพ่ายแพ้ผมอยู่ดีนั่นแหละ

 

"คือ..พี่ซูนเขามาขอให้ผมช่วยทำน้ำหกใส่พี่อ่ะ เฮ้ยแต่ว่าพี่เขาย้ำแล้วนะว่าอย่าใช้เครื่องดื่มร้อน ย้ำด้วยว่าอย่าให้พี่เจ็บ แต่ผมแม่งโง่เองไง ลืมคิดไปว่าแก้วตกพื้นแล้วมันจะแตก ..ว่าแต่พี่ไม่เจ็บจริงๆหรอ"

 

"เออ ไม่เจ็บ งั้นฉันไปแล้ว ฝากบอกพี่ซึงชอลด้วยว่าวันนี้ลานะ"

 

 

 

 

ไม่จริงน่า

ผมคิดว่าผมทำไดอารี่ของผมตกไว้ที่ไหนซักที่ในโรงเรียนนะ เพราะวันนั้นผมรูดซิปกระเป๋าเป้ไม่สนิท แอบคิดเหมือนกันว่าต้องมีคนเก็บไปแล้วแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเขา

ควอน ซูนยอง

 

ผมว่าเขาต้องอ่านมันแน่ๆเลย ไม่งั้นคงไม่รู้ว่าสมุดเป็นของใคร

 

โอ้ย แบบนี้ซูนยองก็รู้หมดแล้วสิว่าผมชอบ

แต่ไม่หรอก ผมใช้นามแฝงแล้วไง เดาไม่ได้หรอก

แต่มันก็มีหลายโมเม้นเลยนะที่อ่านแล้วต้องรู้แน่ๆว่าเป็นใคร

 

ทำไงดีๆ นี่มันบ้าชัดๆ ทำไมจะต้องเป็นซูนยองด้วย ให้สมุดนี่หายไปเลยยังจะดีกว่าให้ซูนยองเก็บได้อีกนะ!

 

 



 

 

 

 

 

 

     // Soonyoung's //          

 

ครับ.. ผมมันป๊อด

แต่จะให้ผมทนอยู่เฉยๆแบบนี้มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเหมือนกัน

ผมว่าผมต้องรับผิดชอบอะไรหน่อยแล้วล่ะ..

 

"นี่ ซูนยอง"

 

ว่าแต่จะทำยังไงล่ะ

จะให้ผมเดินเข้าไปหาจีฮุนแล้วก็บอกว่า 'ฉันเป็นคนเอาไดอารี่ของนายไปเอง แล้วก็เป็นคนขอให้ชานทำแก้วตกจนแตกโดนนายด้วย โทษทีนะ' อย่างงั้นหรอครับ

บ้าไปแล้ว ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

"นักเรียน..ควอน... ซูนยอง..."

 

"ห๊ะ.. ครับๆ!"

 

"เหม่ออะไรอยู่หืม ตัดงานผิดหมดแล้วมั้งเนี่ย

 

"ขะ..ขอโทษครับอาจารย์"

 

โอ้โห แทบไม่เหลือชิ้นดีเลย.. มัวแต่คิดเรื่องจีฮุนจนลืมดูแผ่นไม้ในมือไปเลยว่าต้องตัดออกเท่าไหร่ กว่าอาจารย์จองฮันจะดึงสติผมกลับมาได้ก็ตัดเกินจนไม้เสียหมดแล้ว

 

ระวังหน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนเลื่อยบาดหรอก ไหนเอากระดาษคำสั่งของเธอมาดูซิ

 

ผมยื่นกระดาษคำสั่งที่ตัวเองได้ให้อาจารย์ไป อาจารย์จองฮันนี่ก็ใจดีจริงๆเลยนะครับ ถ้าเป็นอาจารย์กีฮยอนที่สอนห้อง B กับ C ป่านนี้เอาเลื่อยฟาดหน้าผมแล้วล่ะมั้ง

 

“อืม.. ได้อันยากซะด้วยแฮะ ถ้าทำใหม่คงไม่ทันแน่ๆ ทำไงดี..”

 

“ขอโทษนะครับอาจารย์...”

 

“ไม่เป็นไรๆ เอางี้ดีกว่า ไปทำคู่กับคนในห้องแทนแล้วกัน ถ้าเป็นงานเดี่ยวคงไม่ทันวันวิชาการแน่ๆ”

 

“แต่ว่าคนอื่นทำกันไปจนเกือบจะเสร็จแล้วนะครับ”

 

นี่เป็นโครงงานวิชาศิลปะ จริงๆแล้วมันก็เป็นแค่โครงงานทั่วๆไป แค่ทำตามกระดาษคำสั่งที่สุ่มหยิบได้มา ตัดไม้ให้ได้ขนาดและจำนวนที่ต้องการ ขัดให้เรียบร้อยแล้วเอามันมาประกอบกัน ไม่ได้มีอะไรมากมายเท่าไหร่เลย แต่ปัญหามันอยู่ที่งานชิ้นนี้ต้องใช้โชว์ในวันวิชาการที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันแล้วด้วยน่ะสิ

 

“จีฮุนอ่า ยังไม่มีใครช่วยตัดไม้ใช่ไหม”

 

อาจารย์จองฮันหันไปถามจีฮุนที่นั่งเฉยๆอยู่หลังห้อง จีฮุนเจ็บมือข้างที่ถนัดอยู่ การตัดไม้นับเป็นงานที่ยากเกินไปสำหรับการใช้แขนข้างเดียวทำ ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก ขนาดใช้สองแขนยังทำให้ออกมาดียากเลย เพราะฉะนั้นจีฮุนเลยทำหลายๆอย่างที่ต้องทำในวิชานี้ไม่ได้ นี่มันความผิดผมแท้ๆเลย...

 

“นี่ไงซูนยอง นายไปทำคู่กับจีฮุนแล้วกัน สภาพนี้ทำคนเดียวก็คงเสร็จไม่ทันอยู่แล้วล่ะ”

 

“อ่ะ..อ่า... ครับๆ”

 

 

 

 

 

ผมรู้ว่าผมควรจะรับผิดชอบที่ทำให้จีฮุนเจ็บบ้าง

แต่แบบนี้มัน.. ไม่มากเกินไปหน่อยหรอครับ

 

คือผมก็รู้สึกผิดนะ มากๆด้วย เห็นจีฮุนทำงานไม่ได้ก็อยากจะเข้าไปช่วยเหมือนกันนะ

แต่การที่ให้ผมมาทำงานคู่กับจีฮุนนี่มัน....

 

เขินเกินไปง่ะ....

 

 

 

“จุนอ่าาา.. อาฮ่าววว.. จะไม่ไปด้วยกันจริงๆหรอ”

 

“ฮิฮิ ไม่ล่ะ ให้ซูนอยู่กับจีฮุนนั่นแหละดีแล้ว”

 

นี่

ผมได้คุยกันจีฮุนแล้วนะ จีฮุนเป็นคนพูดก่อนด้วย เขินเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ

กว่าผมกับอาจารย์จองฮันจะตกลงกันได้เรื่องทำงานคู่กับจีฮุนก็แทบจะหมดคาบศิลปะแล้ว สุดท้ายเราสองคนจึงนัดกันมาทำงานต่อในตอนเย็นหลังเลิกเรียนแทน

 

ผมแยกกับหมิงฮ่าวและจุนที่หอพัก สองคนนั้นทำงานเสร็จตั้งแต่ในคาบจึงกลับห้องไปนอนเล่นกันสบายใจแล้ว ส่วนผมกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปตึกศิลป์เพื่อทำงานต่อให้เสร็จ

 

ต้องทำหน้ายังไงดีล่ะ ควรชวนจีฮุนคุยไหมครับ หรือว่าก้มหน้าก้มตาทำไปให้มันเสร็จๆไปแค่นั้นดี

คุณ... ไปกับผมหน่อยสิ ผมเขิน

 

 

“ฮายพี่ซูนยอง เสื้อสวยนะวันนี้”

 

โล่งใจขึ้นนิดหน่อยเมื่อเห็นมินกยูอยู่กับจีฮุนด้วย ดีกว่าอยู่กันสองต่อสองแหละครับ เดี๋ยวหัวใจวายตายขึ้นมาล่ะแย่เลย

 

“อ้าว มินกยูมาเป็นเพื่อน เอ่อ..จีฮุนหรอ”

 

“ใช่ๆ มาคุมพี่จีฮุนอ่ะพี่ ปล่อยไว้กับพี่สองคนผมกลัวว่าพี่จะโดนพี่จีฮุนฆ่าเอา โอ้ยย”

 

“หุบปากไปเลยไปไอ้ดำ! เป็นแค่เบ๊แล้วยังจะพูดมากอีก นายนั่นแหละจะโดนฉันฆ่าก่อน”

 

นั่นแหละครับ ความจริงคือมินกยูน่าจะยังอยู่ในสถานะลูกกระจ๊อกของจีฮุนอยู่ จีฮุนจึงใช้ให้เจ้านั่นมาทำงานแทนในส่วนของตัวเอง ส่วนจีฮุนก็นั่งดูอยู่เฉยๆ คอยด่าและลุกมาตบตีมินกยูบ้างเป็นระยะๆ

 

 

งานของพวกเราผ่านแต่ละขั้นตอนไปไวมาก ต้องยอมรับเลยว่ามินกยูทำงานแบบนี้เก่งจริงๆ เราสองคนตัดไม้จนได้ตามที่ต้องการแล้ว ตอนนี้กำลังขัดไม้ทั้งหมดให้เรียบเสมอกันอยู่โดยที่มีจีฮุนคอยช่วยนิดๆหน่อยๆ

 

“ถามไรหน่อยดิพี่ซูนยอง”

 

“อ่า ว่าไง”

 

“พี่ยังไม่มีแฟนใช่ป่ะ”

 

“อื้อ ยังอ่ะ ทำไมหรอ”

 

“อ๋อเปล่าหรอกพี่ แค่สงสัยอ่ะ เห็นว่าพี่ก็หน้าตาดีไง ไม่คิดว่าจะยังไม่มีแฟน”

 

“ทีนายยังไม่มีเลยมินกยู วอนอูไม่ได้จีบติดง่ายๆนะ”

 

“โอ้โห แทงใจดำอีก.. ต้องติดดิพี่ ว่าแต่พี่เหอะ มีคนที่ชอบอยู่บ้างป่ะเนี่ย”

 

เจ้าเด็กนี่ถามตรงเกินไปแล้ว

ตรงหน้าเลยเนี่ย

 

“ก็..มีอยู่นะ”

 

“เฮ้ยย ใครอ่ะพี่ แล้วเขาชอบพี่ป่ะ”

 

“ไม่ต้องรู้หรอกว่าใคร ยังไงเขาก็ชอบคนอื่นอยู่แล้วน่ะ”

 

ผมเหล่มองจีฮุนแวบนึง เห็นว่าจีฮุนก้มหน้าก้มตาขัดไม้ไม่สนใจเราสองคนเลย

นี่ไง ขนาดผมอยู่ตรงหน้าแล้วยังไม่สนใจผมเลยอ่ะครับ

 

“อ้าว ไม่เป็นไรนะพี่ งั้นผมถามพี่ต่อได้ป่ะ... ถ้าสมมุติว่ามีคนมาชอบพี่ตอนนี้ พี่จะโอ้ย! ถ้าผมหัวแตกจะทำไงเนี่ย รับผิดชอบด้วยนะพี่จีฮุน”

 

“พูดมาก! หุบปากบ้างเหอะมิงกู รำคาญ”

 

“คนอะไรวะ ตัวแค่เนี้ยแต่โคตรดุเลย ว่าป่ะพี่ซูน”

 

มินกยูที่เพิ่งถูกจีฮุนปาเศษไม้ชิ้นเล็กๆใส่เต็มๆหน้าผากงอแงใส่ผม ผมเองก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆกลับไปเป็นกำลังใจให้มินกยู ดูจากหน้าของจีฮุนแล้ว ดูเหมือนว่าอายุขัยของมินกยูน่าจะหมดวันนี้แหละครับ

แต่จีฮุนทำหน้าแบบนี้แล้วน่ารักจังเลยแฮะ

 

“แล้วตกลงว่าไงอ่ะ ถ้าพี่รู้ว่ามีคนชอบพี่อยู่ พี่จะชอบเขากลับหรือจะชอบคนคนนั้นของพี่ต่ออ่ะ”

 

“อืม... ฉันชอบเขามานานมากแล้วอ่ะ จะให้เปลี่ยนใจไปชอบคนใหม่ง่ายๆก็คงไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”

 

ก็เหมือนกับจีฮุนที่ชอบพี่แอนดัพมานานแล้วนั่นแหละ คงจะไม่เปลี่ยนใจมาชอบผมง่ายๆเหมือนกัน

คิดแล้วน้ำตาจะไหล ทำไมจีฮุนใจร้ายกับผมแบบนี้นะ

 

“โอ้โห โคตรแมนเลยว่ะพี่ แบบนี้ถ้าคนที่แอบชอบพี่มาได้ยินคงเสียใจตายเลย โอ้ยๆๆ ผมทำอะไรผิดอีกเนี่ย!

 

คราวนี้ไม่ใช่เศษไม้แล้วล่ะที่บินตรงพุ่งเข้าใส่หัวของมินกยู เป็นมือครับ มือน้อยๆของจีฮุนทั้งสองข้างกำลังกระหน่ำตบตีมินกยูจนผมเจ็บแทนเลย

ขนาดโมโหยังน่ารักเลย คนอะไรเนี่ย

 

 

“รำคาญ! บอกแล้วว่ารำคาญๆๆๆ ซูนยองก็อีกคน!

 

นอกจากจีฮุนจะไม่สนใจแล้วยังจะรำคาญผมอีกหรอเนี่ย ผมสะดุ้งจนไม้ที่อยู่ในมือหล่น จีฮุนเองคงเห็นสีหน้าของผมแล้วล่ะว่าหวาดกลัวเขาแค่ไหน สุดท้ายจีฮุนก็หยุดทำร้ายร่างกายมินกยูแล้วหันมาพูดกับผมต่อ

 

“เราอ่ะไม่ได้รำคาญซูนยองหรอกนะ.. แต่ว่าซูนยองไม่ต้องไปตอบทุกคำถามของไอ้เปรตนี่ก็ได้ เราเห็นแล้วรำคาญแทนอ่ะ ถามอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเหลือเกิน ชาติที่แล้วเกิดเป็นแบบสอบถามหรอห๊ะ”

 

พระเจ้า...

จีฮุนอ่า.. ไม่ต้องทำหน้าน่ารักขนาดนั้นก็ได้

มีใครสามารถมุดทะลุเข้าไปในหัวของผมได้บ้างครับ เข้าไปเอาดูความทรงจำวินาทีเมื่อกี้ที ถ่ายรูปจีฮุนออกมาให้ด้วยนะครับ ผมจะเอาไปขยายใส่กรอบตั้งไว้หัวเตียงเลย

โคตรน่ารักเลย น่ารักจนใจสั่นไปหมดแล้ว น่ารักไม่ไหวแล้วววว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าลานกิจกรรมโล่งๆของโรงเรียนจะเต็มไปด้วยซุ้มและเวทีต่างๆจนเต็มลานแบบนี้ก็เล่นเอาพวกผมเหนื่อยแทบตายอยู่เหมือนกัน ผมว่ามันถึงเวลาที่โรงเรียนควรจ้างคนงานมาทำได้แล้วนะ ใช้นักเรียนจัดทุกอย่างแบบนี้มันมากเกินไปแล้ว..

 

ความจริงมันก็เป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะครับที่นักเรียนอย่างพวกผมต้องรับหน้าที่จัดงานวันวิชาการด้วยตัวเองทั้งหมด ปีแรกๆมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากหรอก แต่ยิ่งอยู่ปีสูงขึ้นก็ยิ่งต้องรับผิดชอบงานใหญ่ขึ้น ตอนม.ต้นปีสามผมได้ทำแค่ยกโต๊ะมาตั้งตามซุ้มเองนะ ปีที่แล้วก็แค่ติดตั้งเครื่องเสียง คุมไฟบนเวที มาปีนี้นี่พลิกจากนักเรียนมาเป็นกรรมกรเลย ม.ปลายปีสองรับหน้าที่ทำพร็อพทั้งหมดในงานครับ ตั้งแต่พร็อพเล็กๆประดับตามซุ้มไปยันระดับใหญ่โตอย่างคัตเอ้าท์ ฉากบนเวที ไหนจะป้ายหน้างานอีก แต่ก็บ่นอะไรมากไม่ได้หรอกครับ กรรมกรตัวจริงน่ะต้องปีสาม.. ปีสามทำเวที! ต้องขึ้นโครงเหล็ก ตอกไม้ทำเวทีกันเอง แล้วจำนวนเวทีเล็กเวทีใหญ่ในงานก็ไม่ใช่น้อยๆ จริงๆนะ.. ผมว่าโรงเรียนควรจ้างคนงานล่ะ

 

 

อ้อ.. โครงงานศิลปะที่ผมทำกับจีฮุนเสร็จแล้วนะครับ

ความจริงก็เสร็จตั้งแต่เย็นวันนั้นเลยล่ะ ต้องยกความดีความชอบให้มินกยูเลย เจ้านั่นเก่งงานฝีมือมากจริงๆ

 

นี่คุณกำลังคาดหวังกันอยู่ใช่ไหมว่าผมจะทำคะแนนได้บ้างน่ะ

กำลังคิดว่าหลังจากนั้นผมกับจีฮุนจะต้องได้คุยกันบ่อยๆใช่ไหมล่ะ

 

ผิดแล้วล่ะครับ

นี่.. ไม่ใช่ว่ากลับไปป๊อดอีกหรอกนะ แต่ว่าประธานนักเรียนจีฮุนน่ะงานยุ่งจะตาย เวลาจะเข้าเรียนยังแทบไม่มีเลยครับ ผมนี่แทบไม่ได้เห็นหน้าจีฮุนเลย แล้วยังจะไปคาดหวังอะไรกับการคุยได้อีกหรอครับ

 

แต่ว่านะ.. เดี๋ยวนี้เรายิ้มให้กันทุกครั้งที่เจอกันเลยนะ

เขินเกือบตายแน่ะ แค่พูดก็เขินแล้วเนี่ย

 

 

จะว่าไปก็แอบอยากรู้เหมือนกันนะครับว่าป่านนี้จะมีชื่อผมอยู่ในไดอารี่ของจีฮุนบ้างรึยัง

แอบหวังอยู่นิดๆนะครับ อย่างน้อยวันที่ทำโครงงานก็ควรจะมี ได้ซูนยองมาช่วยทำโครงงานล่ะ ไม่งั้นงานไม่เสร็จแหงๆ อะไรแบบนี้บ้างใช่ไหมล่ะ

ไปขโมยเจ้าสมุดนั่นมาอ่านดีไหมครับ ?

 

จะบ้าหรอครับ

เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย

 

 

 

ไงชางกยุน ตรงนี้เรียบร้อยดีใช่ไหม”

 

“ก็โอเคแล้วครับอาจารย์ เมื่อวานก็ไม่มีปัญหาอะไร”

 

อาจารย์จองฮันเดินมาตรวจงานที่ซุ้มกิจกรรมของฝั่งม.ปลายปีหนึ่งอีกครั้งก่อนงานจะเริ่ม เป็นอาจารย์ที่ใส่ใจนักเรียนจริงๆเลยนะครับ.. ว่าแต่ไอ้ก็โอเคกับไม่มีปัญหาอะไรของเจ้าเด็กพวกนี้นี่ผมว่ามันไม่ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่มีแล้วผมจะมาอยู่ตรงนี้ทำไมกัน

 

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ สู้ๆนะทุกคน ..อ้าวซูนยอง มาทำอะไรตรงซุ้มปีหนึ่งเนี่ย”

 

“ป้ายซุ้มน้องหลุดอ่ะครับอาจารย์ ผมเลยมาซ่อมให้”

 

“อ๋อ.. ทนเหนื่อยหน่อยนะ ปีหน้าก็สบายแล้ว เมื่อวานฉันเพิ่งไปคุยกับผอ.มาเรื่องที่โรงเรียนเราใช้งานเด็กหนักเกินไป เห็นว่าปีหน้าจะจ้างคนงานมาช่วยทำแล้วล่ะ”

 

โอ้โห.. อย่างกับนางฟ้ามาโปรด

ว่าแต่ค่าเทอมจะไม่ขึ้นใช่ไหมครับ แค่นี้ก็แพงจนพ่อผมแทบร้องไห้แล้วนะ

 

“เอ้อ แล้วเดี๋ยวนายมีงานอะไรต้องทำอีกรึเปล่า”

 

“ก็..มีไปคุมซุ้มกิจกรรมปีผมแค่ช่วงเช้าน่ะครับ แล้วก็รอช่วยพี่ปีสามรื้อเวทีตอนงานเลิกเลย”

 

“ถ้างั้นบ่ายก็ว่างใช่ไหม ขอยืมตัวนายไปช่วยงานหน่อยได้ไหม จีฮุนเพิ่งบอกมาว่าคนไม่พอน่ะ”

 

มีใครดูดวงเป็นบ้างครับ

ช่วยดูดวงความรักให้ผมหน่อยว่ามันพุ่งแรงขนาดไหน ทำไมช่วงนี้ได้ทำงานกับจีฮุนบ่อยจัง

 

“หรือว่านายอยากเดินเล่นในงานล่ะ เผื่อว่านัดกับแฟนไว้อะไรแบบนี้”

 

อาจารย์ครับ.. แฟนผม (?) ก็อยู่ตรงที่อาจารย์จะให้ไปช่วยนั่นแหละ

 

“ไม่ครับๆ ผมไปช่วยได้”

 

“โอเค งั้นบ่ายโมงไปหาจีฮุนที่หอประชุมเลยนะ ขอบคุณมากๆเลยนะซูนยอง สู้ๆล่ะ เดี๋ยวงานก็จบแล้ว”

 

 

 

 

 

ความจริงแล้วงานวันวิชาการก็สนุกดีนะครับ ถ้าไม่นับเรื่องที่เตรียมงานกันเหนื่อยแทบตายน่ะ..

งานจะมีทั้งหมด 2 วันเต็มๆ คล้ายๆกับวัน Open House ที่ให้คนนอกได้เข้ามาดูการเรียนการสอนและผลงานนักเรียนของโรงเรียนตามซุ้มฝั่งวิชาการของแต่ละวิชา แล้วก็มีกิจกรรมให้เด็กในโรงเรียนเองทำสนุกๆด้วย อย่างม.ปลายเนี่ยจะต้องแบ่งกันจัดซุ้มกิจกรรมชั้นปีละ 2 ซุ้ม ซุ้มอาหารอีก 1 ซุ้ม ให้พวกม.ต้นวิ่งทำกิจกรรมเก็บสะสมแต้มแข่งกันเพื่อเอาแต้มไปแลกเป็นของรางวัลได้ตอนงานจบ (ประเด็นมันอยู่ที่ว่าแต้มนี่สามารถแลกเป็นคะแนนเก็บได้ด้วยล่ะครับ สุดยอดเลย) แล้วก็มีการโหวตหากิจกรรมที่เจ๋งที่สุดกับอาหารที่อร่อยที่สุด ซุ้มของชั้นปีที่ชนะก็จะได้สิทธิ์ในการหยุดเรียนแบบไม่มีเหตุผลได้คนละ 3 วัน ซึ่งผมมั่นใจนะว่าซุ้มอาหารของปีสองเนี่ยไม่มีทางแพ้ใครแน่ๆ ก็จีฮุนกับฮันโซลแทบจะยกร้านพี่ซึงชอลมาตั้งในงานแล้วนี่นา ขนมาทั้งเครื่องทำกาแฟทั้งเตาอบขนม ไม่ชนะก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเหมือนกันครับ

 

 

ผมว่างานปีนี้ต้องออกมาดีกว่าทุกปีที่ผ่านมาแน่ๆ เพราะหัวหน้างานคือจีฮุนไงครับ จีฮุนของผมน่ะเจ๋งที่สุดแล้ว นี่ตั้งแต่งานเริ่มเมื่อวานก็แทบไม่เห็นจีฮุนเลยล่ะ วิ่งไปวิ่งมาดูตรงนั้นทีตรงนี้ที เหนื่อยแทนเลยครับ

 

แต่ไม่เป็นไรนะจีฮุน.. ซูนยองกำลังจะไปช่วยแล้ว

 

 

“อ้าว อาจารย์จองฮันให้ซูนยองมาช่วยเราหรอ”

 

“อื้อ บังเอิญเจออาจารย์เมื่อเช้าน่ะ งานเข้าเลย ฮ่าๆ”

 

“โทษทีนะ คนตรงนี้ไม่พอจริงๆ เราเองก็ยังยกของหนักมากไม่ได้ด้วย”

 

จีฮุนอ่า.. จะหยุดน่ารักซักนาทีนึงไม่ได้เลยรึไงนะ ไม่รู้เลยหรอว่าเบะปากแบบนั้นแล้วดาเมจแรงมากเลย

 

“พอดีว่าตอนเย็นจะมีคนมาใช้หอประชุมถ่ายเอ็มวีเพลงอ่ะ ก็เลยต้องรีบรื้อเวทีตรงนี้ออกก่อน พวกพี่วอนโฮน่าจะทำกันเองไม่ทัน รบกวนซูนยองไปช่วยพี่เขาหน่อยนะ อีกเดี๋ยวพวกห้อง C ก็ขึ้นมาช่วยด้วยแหละ พวกจูฮอนน่ะ โอเคใช่ไหม ..เดี๋ยวเราไปสรุปงานกับผอ.แล้วจะรีบกลับมาช่วยอีกแรงนะ”

 

“ได้เลยๆ จูฮอนเป็นเมทเราเอง ว่าแต่จีฮุน.. แขน...”

 

“อ้อ ไม่เป็นไรมากแล้วแหละ นี่ไง ใกล้หายแล้ว”

 

จีฮุนยิ้มกว้างแล้วยกแขนข้างที่เคยถูกผ้าพันแผลปิดไว้ให้ผมดู เป็นรอยแผลเป็นยาวเลยครับ ท่าทางเหมือนแผลเพิ่งจะสมานได้ไม่นานด้วย ไม่น่ารีบใช้งานแขนหนักแบบนี้เลยแฮะ

 

 

 

 

พวกผมมีเวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงในการรื้อเวทีใหญ่โตนี่ออก นอกจากต้องทำเวลาให้ดีแล้วยังต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุมากๆอีกด้วย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่งานที่ง่ายเลยสำหรับเด็กม.ปลายแค่สิบกว่าคนที่ตอนนี้แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกแล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะผลัดกันพักคนละครึ่งชั่วโมงเพื่อเติมพลังกันก่อน ขืนให้ทำไปเรื่อยๆไม่มีพักคงได้มีคนเป็นลมแน่ๆ

 

“ไอ้จูฮอน อย่าเพิ่งถอนตะปูฝั่งนั้นออกนะเว้ย เดี๋ยวฉากล้ม”

 

มินฮยอกตะโกนบอกจูฮอนที่มารับช่วงทำต่อ ตอนนี้เป็นคิวของผม มินฮยอก และฮยองวอนที่ได้พักแล้วครับ พวกผมมานั่งตากแอร์กันได้ไม่นาน จีฮุนก็เดินหงุดหงิดเข้ามาในหอประชุม ทิ้งตัวลงนั่งด้านหน้าแอร์กับพวกผมแล้วก็บ่นไม่หยุด

 

“โอ้ยย กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ไม่เข้าใจเลยว่าปีที่แล้วพี่แอนดัพกับพี่มิโนคุยกับผอ.ยังไงถึงได้อนุมัติทุกอย่างง่ายขนาดนั้น”

 

“ฮ่าๆๆ ไอ้เตี้ยฟิวส์ขาดอีกแล้วว่ะ ใจเย็นดิ จะกินน้ำป่ะ เดี๋ยวออกไปเอามาให้”

 

ฮยองวอนไม่รอให้จีฮุนตอบ รีบลุกไปเอาน้ำเปล่าที่อยู่นอกหอประชุมทันที แหงล่ะ ไปเรียกจีฮุนว่าไอ้เตี้ยแบบนั้นถ้ารอให้จีฮุนตอบก็คงไม่ได้คำตอบหรอก น่าจะได้เป็นมือหรือเท้าแทน.. ผมเองก็เพิ่งรู้นะว่าฮยองวอนเป็นรูมเมทของจีฮุนน่ะ ไม่เคยเห็นเจ้านั่นเดินเข้าห้องจีฮุนเลยซักครั้ง สงสัยจะไปนอนห้องมินฮยอกเหมือนที่จูฮอนทำล่ะมั้ง

 

 

“แล้วนี่พักกันอยู่หรอ เหลืออีกเยอะไหม”

 

จีฮุนตะโกนด่าฮยองวอนจนเจ้านั่นวิ่งออกนอกหอประชุมไปแล้ว จึงหันมาถามผมสองคนแทน

 

“อย่าคิดจะสั่งให้พวกฉันกลับไปทำงานต่อเชียวนะไอ้กระป๋อง”

 

คิดว่ามินฮยอกจะโดนอะไรหลังจากที่ตอบจีฮุนไปแบบนั้นล่ะครับ ?

โดนตบจนหัวทิ่มเลยครับ โหดจริงๆเลยนะตัวแค่นี้

แถมยังน่ารักด้วย...

 

“พวกนายนี่ไม่กวนตีนซักวันจะตายหรอห๊ะ! งั้นฉันไปละ ถ้าฮยองวอนเอาน้ำมาแล้วเรียกด้วย โคตรหิวน้ำเลย”

 

จีฮุนลุกไปช่วยคนอื่นๆตรงเวทีแทนที่จะนั่งเถียงกับมินฮยอกต่อ ความจริงจีฮุนก็ยังทำอะไรมากไม่ได้หรอกครับ ต่อให้แขนจีฮุนใช้งานได้ปกติก็เถอะ งานรื้อเวทีมันหนักเกินไปสำหรับคนตัวแค่นั้นน่ะ ยิ่งตอนนี้แผลยังไม่หายสนิทด้วย ให้ใช้งานหนักๆแผลคงจะฉีกแน่ ซึ่งจีฮุนเองก็คงจะรู้ตัวแหละครับถึงเลือกไปยกโต๊ะกับเก้าอี้ไปไว้ในห้องเก็บของแทนที่จะไปยุ่งกับตรงเวที

 

นี่ผมก็อยากไปช่วยจีฮุนอยู่เหมือนกันนะ

แต่ตอนนี้เหนื่อยมากเลย ขอพักอีกซักนิดแล้วจะไปช่วยนะ

 

 

 

“ฮยอนอูมานี่ดิ๊ มายกม่านนี่ไปเก็บเลย แม่งโคตรเกะกะ”

 

โทษๆๆ ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ ไม่โดนหัวใช่ป่ะ”

 

“เฮ้ยย ฉันบอกให้นายไปเอาค้อนเว้ย ไม่ใช่ไขควง ไอ้ซื่อบื้อ”

 

พวกพี่ปีสามนี่สนิทกันดีจังนะครับ ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆแต่ก็คุยกันได้ทุกคนเลย  ส่วนรุ่นผมนี่แค่คุยกับคนในห้องยังคุยกันไม่ครบเลย เพื่อนห้องอื่นนอกจากรูมเมทก็แทบไม่รู้จักใครแล้วล่ะ

 

“พี่ ตรงนี้เสร็จแล้ว ให้ทำอะไรต่ออ่ะ”

 

“ไม่รู้เว้ย เห็นตรงไหนยังไม่เสร็จก็ทำอันนั้นแหละ”

 

“เชี่ยย ใครตอกตรงนี้วะ นี่มึงกะจะไม่ให้งัดออกเลยหรอเนี่ย!

 

เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังก้องไปทั่วหอประชุม บางทีผมว่าแรงส่วนนึงก็หมดไปกับการตะโกนคุยกันเนี่ยแหละครับ

 

“ไอ้จูฮอนทำไรอยู่วะ”

 

“เอาไม้ตรงนี้ออกอ่ะพี่ นี่ผมงัดตะปูตรงมุมนี้ออกได้เลยป่ะ”

 

“ไม่รู้ว่ะกูไม่ได้ทำตรงนั้น เอาออกได้เลยมั้ง”

 

“น้ำๆๆๆ พักก่อนๆ น้ำมาแล้ววว”

 

วุ่นวายหนักกว่าเดิมอีกทีนี้.. พอทุกคนเห็นว่าฮยองวอนแบกน้ำมาเผื่อด้วยก็เริ่มเร่งงานตัวเองให้เสร็จเพื่อมากินน้ำ บางคนก็ทิ้งงานไว้ก่อน บางคนก็ตะโกนขอให้ใครซักคนเอามาให้ถึงที่แทน แต่ดูเหมือนกับว่าจีฮุนที่กำลังยกเก้าอี้อยู่อีกมุมนึงจะไม่ได้ยินแฮะ

 

“ไอ้เตี้ยยยยยย มาช้าน้ำหมดไม่รู้ด้วยนะเว้ยย”

 

“เออๆ แปปนึง จะเสร็จแล้ว”

 

“เมื่อกี้ใครทำตรงนี้ค้างไว้นะ ซูนนน นายป่ะ”

 

จูฮอนตะโกนถามจากบนเวที ผมส่ายหน้าไปเป็นคำตอบ ชี้ไปที่คนข้างๆทั้งๆที่ยังอมน้ำไว้เต็มปาก ตรงนั้นเป็นฝั่งขวาของฉากใหญ่ที่มินฮยอกทำค้างไว้ก่อนจะถึงเวลาพัก

 

“มินฮยอกหรอ ฉันเอาตะปูฝั่งนี้ออกได้เลยป่ะ”

 

“อื้อๆ เอาออกเลยๆๆ”

 

มินฮยอกพยักหน้ารัวๆ

 

 

เดี๋ยวก่อนนะ..

ผมรู้สึกตะหงิดๆกับฉากอันนั้นแปลกๆแฮะ

 

 

“จีฮุนอ่าา.. ช้าว่ะ น้ำจะหมดอยู่แล้วเนี่ย

 

“เสร็จแล้วเนี่ย เก็บไว้ให้ด้วยดิ”

 

ผมแอบเห็นฮยองวอนส่ายหน้าเบาๆให้กับความบ้างานของจีฮุนนะ สุดท้ายฮยองวอนก็ต้องหยิบน้ำเอาไปให้จีฮุนด้วยตัวเองแทน จีฮุนเองก็เพิ่งจะยกเก้าอี้ตัวสุดท้ายไปเก็บจนเสร็จ วิ่งก้าวสั้นๆมาหาฮยองวอนที่ตอนนี้ยืนรอจีฮุนอยู่หน้าเวที

 

 

เดี๋ยวนะ..

ผมว่าผมนึกอะไรออกแล้วล่ะ

 

“เชี่ยยยย!! จีฮุน! ฮยองวอน! หลบ!!

 

จูฮอนตะโกนสุดเสียงจนดึงความสนใจของทุกคนให้ไปตกอยู่ที่จีฮุนกับฮยองวอน เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆด้วย ฉากที่จูฮอนเพิ่งจะถอนตะปูออกเป็นฉากเดียวกับที่มินฮยอกเคยถอนตะปูอีกฝั่งไว้แล้ว

 

ใช่

มันเป็นฉากอันเดียวกับที่มินฮยอกเตือนจูฮอนไว้ก่อนพักว่าอย่าเพิ่งถอนตะปูฝั่งนี้ออก เดี๋ยวฉากจะล้ม

 

และตอนนี้ไม่เหลือตะปูอยู่บนฉากนั้นแม้แต่ตัวเดียว...

 

 

โครมม!!!!

 

“.......”

 

“ชิบหายแล้วมึง! ไอ้มินฮยอก ไปบอกอาจารย์ให้เรียกรถพยาบาลที!

 

“แล้วพวกมึงยืนอึ้งอะไรกันอยู่!! น้องโดนฉากทับนี่จะไม่ช่วยหรอวะ!

 

พี่วอนโฮกับพี่ฮยอนแทที่ตั้งสติได้ก่อนใครตะโกนเรียกสติของคนที่เหลือกลับมา ผมรีบวิ่งเข้าไปยกฉากไม้อันใหญ่ที่ตอนนี้ล้มลงมาทับจีฮุนกับฮยองวอนพร้อมๆกับคนอื่นๆ สวนกับมินฮยอกที่วิ่งหน้าตาตื่นออกจากหอประชุมไปหาอาจารย์

 

 

 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก..

จีฮุนกับฮยองวอนหมดสติไปเลย ถูกพาไปส่งโรงพยาบาลทันทีที่พวกผมยกฉากออกมาจากตัวเขาได้

นอกจากสองคนนั้นก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไรเพราะตอนนั้นทุกคนอยู่ห่างจากจุดที่ฉากล้ม

 

ผมเห็นว่าฮยองวอนหัวแตกล่ะ ส่วนจีฮุนน่ะผมไม่รู้เลย

ไม่กล้ามองหรอกครับ..

แต่ได้ยินพี่ฮยอนอูบอกว่ารู้สึกเหมือนจีฮุนจะกระดูกหัก... พี่ฮยอนอูเป็นคนอุ้มจีฮุนขึ้นรถพยาบาลน่ะครับ

 

 

ตอนนี้ก็คงทำได้แค่รอล่ะครับ.. พวกเรารออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อาจารย์จองฮันที่เป็นคนพาพวกเรามาที่นี่เองก็ท่าทางจะกระวนกระวายมาก เดินไปเดินมาไม่หยุดมาหลายนาทีแล้ว

 

หัวผมมันเบลอไปหมดแล้วล่ะ พูดอะไรไม่ออกเลย..

มินฮยอกก็นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆผม พร่ำขอโทษ ขอให้สองคนนั้นไม่เป็นไร มินฮยอกโทษว่าเป็นความผิดตัวเองน่ะครับที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ เอาแต่บอกว่า ถ้าฉันไม่ตอบจูฮอนส่งๆแบบนั้น สองคนนั้นคงไม่...

ส่วนจูฮอนก็ซึมไปเลยครับ นั่งเงียบกริบมาตั้งแต่บนรถอาจารย์แล้ว คงจะคิดว่าเป็นความผิดตัวเองอยู่เหมือนกัน

 

 

ไม่รู้สิครับ...

ผมไม่คิดว่ามันเป็นความผิดของใครหรอก

ไม่สิ ผมคิดอะไรไม่ออกเลยต่างหาก

 

จีฮุนต้องเจ็บตัวอีกแล้ว...

แล้วผมก็ช่วยอะไรจีฮุนไม่ได้อีกแล้วด้วย...

 

ขออย่าให้จีฮุนเป็นอะไรมากเลยนะครับ.....












#everymoodfic

ยังค่ะ ยังไม่จบ 555555555555555
ตั้งใจไว้ว่าจะสองตอนจบแหละ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา โอ้โหหห ตอนนี้ยาวมาก
ถ้าให้ยัดทุกอย่างลงในตอนนี้คงเกินหมื่นคำอ่ะคะ ขอตัดไปไว้ตอนหน้าเนอะ
ตอนหน้าน่าจะไม่ได้ยาวมากอ่ะค่ะ ฟีลแบบมาแค่ครึ่งตอนก็จบงี้ ถถถถถถถ

นี่มันฟิคซูนฮุน เราจะไม่ยอมให้เจ้าตัวจิ๋วไปชอบใครนอกจากพิซูนแน่นอน
มีใครเชื่อว่าตัวจิ๋วจะชอบพี่แอนดัพจริงๆไหมคะ
นี่แค่คิดภาพตามก็ตัวสั่นแล้วอ่ะ สายโหดทั้งคู่เลย ยอมมมมม ;-;

#everymoodfic นะคะ คอมเม้นในนี้ก็ได้ ยังไงก็ได้เลย ฮิ
เวลาเห็นคนมีรีแอคชั่นอะไรกับฟิคเราแล้วดีใจมากๆเลย ขอบคุณนะคะ
เพิ่งเห็นด้วยว่าคนเฟบเกินร้อยคนแล้ว ฮือออ /ก้มกราบ/

เรื่องนี้ตั้งใจไว้ว่าจะแต่งลงวันเกิดตัวจิ๋วแหละ
แต่มันไม่วันช็อตแล้วอ่ะ ตอนสุดท้ายคงจะลงวันเกิดตัวจิ๋วเลยเนอะ ถ้าไม่ติดงาน5555555
ส่งงานเสร็จจะกลับไปแต่งคุณผ้าปิดปากต่อแล้ว รรรรอก่อนนะคะ ฮิ ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

291 ความคิดเห็น

  1. #240 Greenkung94 (@greentea2012) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 20:32
    อิซูนคนกากก็ยังคงป๊อดอยู่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเจอแต่เรื่องเศร้าๆ
    มิงกูออกมาทีไร อินี้ขำกระจายเลย
    5555มิงกูลูกกระจ๊อกผู้น่าสงสาร
    อิซูนทำไมไม่ไปช่วยจี้อ่ะ (T^T)
    แกคิดออกได้ช้ามาอ่ะ จี้เจ็บตัวอีกแล้ว
    หนูจี้หนูต้องไม่เป็นไรนะลูก ฮืออออ
    #240
    0
  2. #189 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 02:52
    ยัยจี้น่ารักไปแล้วนะ
    #189
    0
  3. #109 fdsfw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 21:49
    ท่านจี้อย่างล้ำ นึกไม่ออกจริงๆ กรี๊ดดดดๆๆ

    แงงงงง ทำมึนใส่กันอย่างนี้จะรักกันเมื่อไรรรรร

    มิงกูนี่โผล่มาทีไร มีฮาทุกที 5555 ตายไม่ดีแน่ลูก 55555

    แงงงงงงง อย่าเป็นไรมากเลยนะจี้ TT
    #109
    0
  4. #82 ChanisaraZ (@chanisara99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 00:13
    พอเห็นว่าอัพก็รีบมาอ่านเลยยยย ต่างคนก็ต่างป๊อดงี้จะได้บอกกันมั้ยย สงสารจีฮุน โดนทึกอย่างจริงๆ 5555 ไรท์สู้ๆนะคะ จะรอนะะะะ
    #82
    0
  5. #81 SaizaiiJung (@saizzzzai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 04:20
    พี่ดัพจีบโซลจริงๆด้วย อิอิ -.,- แอบสงสารมิงกูแต่ก็ไปกวนพี่จี้อแก สมแบร่ 555555 กะแล้วว่าฉากต้องล้มพอเห็นมินยอกเตือนเรื่องฉาก คิดว่าซูนจะวิ่งเข้าไปช่วยแล้วตัวเองเจ็บแทนงี้ซะอีก แฮ่ 555555 กลายเป็นพี่แชกับพี่จี้เจ็บตัวว เจ็บหนักซะด้ววยแง้ ;_____;

    //เห็นบอกมีสองตอน เราคิดว่าจะจบตอนนี้ซะอีก ยังมีต่ออีกกรี๊ดด ~~ ค้างค่ะ 55555 สู้ๆนะคะ รออยู่นะคะ อิอิ ^++^ ~~~ ?
    #81
    0
  6. #80 Looppiez● (@looppiez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 23:09
    บยอลของจี้ ชื่อช่างมีความหมาย แต่เดี๋ยวก่อน ดวงของซูนความรักพุ่งแรง แต่เหมือนดวงจี้จะได้ความรัก แล้วเพิ่มเติมคืออุบัติเหตุสินะลูก 5555 สู้ๆนะคะะะะ
    #80
    0
  7. #79 npsrjab (@baby-jab-bap) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 22:09
    ฮือออออออ ป๊อดทั้งคู่เลย ไรว๊าาาาา ฟหกด่าสว คืออ ปกติซุนต้องวิ่งไปบังตัวจีฮุนจากฉากดิ่ คืออ ซุนไม่แมนเลอออ 55555555 ลุ้นสุดๆๆๆ
    #79
    1
    • #79-1 sSoonim_ (@sSoonim_) (จากตอนที่ 6)
      18 พฤศจิกายน 2558 / 22:52
      ฮือออ ต้องคงคอนเซปให้ซูนกากไว้ค่ะ5555555555
      #79-1
  8. #77 MY_Smile-TAOZI (@coba) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 20:18
    แง่งงงงงงงง ไรต์ต้องมาอัพต่อน้าาาา ถ้ามาช้าเราจะวิ่งไปบอกซูนยองว่าพี่บยอลในไดอารี่ของจีฮุนคือซูนยอง 55555555555555555.5
    #77
    1
    • #77-1 sSoonim_ (@sSoonim_) (จากตอนที่ 6)
      18 พฤศจิกายน 2558 / 20:33
      5555555555555555 ไปบอกเลยค่ะ ฝากบอกซูนนะด้วยว่าเรารักซูน55555555
      #77-1
  9. #76 อีตี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 19:56
    จะรอคอยน้ะค่ะ
    #76
    0
  10. #75 เพชรกานต์ (@petcharakarn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 19:31
    โอ้ยไม่นะ ไม่น้าาาาา ทำไมออกมาเป็นปบบนี้ ใจหายวูบเลยอ่ะ????????????
    #75
    0
  11. #74 :Nyx: (@thitawee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 18:59
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ทำไมน่่ารักล่ะ ทำไมล่ะทำไม T^T ฟีทม่อนด้วย ดีงามเหลือเกิน 
    #74
    0