::ระบบภารกิจเปลี่ยนชีวิต::

ตอนที่ 7 : บทที่ 5 คุณตาขา...มิลินท์มาแล้วค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 566 ครั้ง
    4 พ.ย. 62

บทที่ 5

"คุณแม่ขา… มิลินท์อยากไปหาคุณตา.."


"เพล้ง!"



ตะหลิวในมืออลิสาหล่นลงกับพื้น หัวใจพลันตกไปอยู่ตาตุ่ม เธอไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเธอจะได้ยินคำนี้ เรื่องคุณพ่อของเธอ ที่เธอไม่เคยเล่าให้ลูกฟัง แล้วลูกสาวเธอไปรู้มาจากไหน แล้วเหตุใดลูกสาวเธอถึงพูดคำนี้ออกมา…


อลิสาคิดไม่ตก ร่างกายก็ฉงักค้างอยู่แบบนั้น


มิลินท์เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าคุณแม่ของเธอ แล้วก้มลงเก็บตะหลิวที่คุณแม่เธอทำตกไว้ แล้วนำไปวางไว้ที่จุดอื่น เสร็จแล้วก็เดินมาปิดแก๊สหุงต้มไว้ก่อนชั่วคราว


"เมื่อคืนมิลินท์ฝันแปลกๆค่ะคุณแม่…"


แล้วสกิลการแสดง(แถสด)ก็ถูกใช้งานอีกครั้ง


"อยู่ๆก็มีใครคนนึงมาหาหนูค่ะ เห็นเรียกตัวเองว่าคุณตา... คุณตาคนนั้นบอกว่า คิดถึงคุณแม่ คิดถึงหนูด้วย ท่านน่าสงสารมากเลยนะคะคุณแม่ รู้สึกว่าท่านจะป่วยด้วย หนูได้ยินเสียงคุณตาคนนั้นไอออกมาด้วยนะคะ ไอเสียงดังมากเลยค่ะ เหมืิอนจะมีเลือดออกมาจากปากด้วยค่ะ น่ากลัวมาก… ท่านยังบอกอีกด้วยว่าอยากให้ มิลินท์กับคุณแม่ไปหาท่านบ้าง ท่านเหงา..."


เด็กน้อยเล่าออกมาอย่างสมจริง แค่นั้นไม่พอ ยังแสดงท่าทางประกอบอีกต่างหาก


'หนูขอโทษนะคะคุณแม่ที่โกหกออกไป แต่มันจำเป็นจริงๆนะคะ'


เด็กหญิงได้แต่กล่าวคำขอโทษในใจ แต่คำพูดและท่าทาง ยังคงเล่าเรื่องราวที่คิดออกมาสดๆ ได้เป็นฉากๆ


ใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นแม่มีน้ำตาคลอออกมาตั้งแต่ลูกสาวของเธอเริ่มเล่าออกมาแล้ว และไม่นานก็มีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย...ใช่ว่าเธอจะไม่รักพ่อ เธอก็อยากไปหาใจจะขาด แต่เมื่อโดนคุณพ่อไล่ออกมา เธอก็ได้แค่กลั้นใจ อดทนต่อไปเพื่อลูกน้อยของเธอ ...แม้เธอจะไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ลูกของเธอเล่ามาทั้งหมด..แต่เมื่อได้ฟังในสิ่งที่ลูกน้อยของเธอพูดแล้ว สิ่งแรกที่เธอคิดก็คืออยากกลับบ้านไปหาพ่อ ไม่ว่าท่านจะรับเธอและลูกสาวของเธอได้หรือไม่ก็ตาม…แต่อีกใจก็กลัว..กลัวว่าท่านจะไม่รัก กลัวว่าท่านจะรับลูกสาวเธอไม่ได้ หากเป็นแบบนี้น เธอคงขาดใจตายเลยทีเดียว


มิลินท์สังเกตุอาการของคุณแม่เป็นอย่างดี เมื่อเห็นคุณแม่ร้องไห้ออกมา เธอก็ต้องคอยปลอบคุณแม่ของเธอ และเสนอตัวเป็นกาวสมานรอยร้าวในครอบครัว


"คุณแม่ขา เราไปหาคุณตากันนะคะ ที่มิลินท์พูดออกไปเป็นเรื่องจริงนะคะคุณแม่ ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อคุณแม่มาดูนี่กับมิลินท์ก็ได้ค่ะ"


เด็กหญิงชี้ไปที่โต๊ะตัวเล็ก ที่ตั้งอยู่หน้า โทรทัศน์ที่เธอเพิ่งเดินออกมา บนโต๊ะตัวนั้นมีสลากกินแบ่งที่เธอได้ซื้อมานั่นเอง


"เมื่อคืน คุณตาก็บอกให้หนู ซื้อเลขตัวนี้มาให้คุณแม่ค่ะ คุณแม่ลองตรวจดูสิคะ คุณแม่จะรู้ว่ามิลินท์ไม่ได้โกหก"


เด็กหญิงเห็นโอกาสก็โยงเข้าเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลทันที เรื่องนี้รับรองว่าจบสวยแน่นอน มิลินท์คอนเฟิร์ม


เมื่อคุณลูกยืนยันแบบนั้นคุณแม่อย่างเธอจะทำอะไรได้ จึงผละจากการทำอาหารออกมานั่งกับลูกที่หน้าโทรทัศน์ชั่วคราว แม่ในใจจะยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร แต่ก็ไม่ได้ค้านมากนัก คงต้องรอให้เวลาพิสูจน์ … ไม่นานเกินรอ การประกาศรางวัลที่ 1 ก็เริ่มขึ้น


"รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2544… เลขที่ออก…" ตรื้นนนนน…


ทั้งที่ยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยังลุ้นไปกับลูกด้วย


" 2-1-2-2-2-4 2-1-2-2-2-4 ฟังอีกครั้งนะคะ.. รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2544 เลขที่ออก .. 2-1-2-2-2-4 2-1-2-2-2-4…"


" เห็นมั้ยคะคุณแม่ มิลินท์ไม่ได้โกหกค่ะ"

เด็กน้อยอมยิ้มและหันไปพูดกับคุณแม่ที่ลุ้นอยู่ข้างๆ


"อ้าว! คุณแม่ช็อคไปแล้ว… ฮาโหล คุณแม่! ได้ยินหนูมั้ยคะ ฮาโหลๆ…"


……………


"หก.. หกสิบล้าน…"


แม้จะผ่านพ้นจากการลุ้น มาเกือบ2ชั่วโมงแล้ว คุณแม่อลิสาก็ยังมีสติไม่เต็มที่นัก


หญิงสาวที่พึ่งจะอายุ18 ต้องหันมาสูดยาดม เพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา


"นี่คุณแม่ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยคะลูก…"


"คุณแม่ไม่ได้ฝันค่ะ ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง"


เด็กน้อยยืนยันหนักแน่น..


"นี่เราถูกลอตเตอรี่ 60ล้าน จริงๆหรือ"


อลิสาหันไปมองลูกสาวตัวเอง ที่อยู่ข้างๆ มันทำใจเชื่อได้ยากจริงๆ ..แต่มันก็เป็นไปแล้ว เธอเห็นเต็มสองตา ได้ยินเต็มสองหู แถมยังเช็คผ่านโทรศัพท์ของเธออีกรอบ ถึงไม่อยากเชื่อ ก็ต้องเชื่อ..


"คราวนี้เราจะไปหาคุณตากันได้แล้วใช่มั้ยคะคุณแม่"


อลิสายังคงมองมาทางลูกสาวตัวน้อย เหมือนโดนสะกดจิต จนต้องพยักหน้าเบาๆ


"เย้~ มิลินท์อยากเจอคุณตาแล้วค่ะ คุณแม่จะไปหาคุณตาเมื่อไรหรอค่ะ"


อลิสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เห็นที..วิถีชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง


"คุณแม่ขา มิลินท์หิวแล้ว"

.

.

.

.

คุณพระ! เธอลืมทำอาหารให้ลูก..


จากนั้น ซุปเปอร์คุณแม่ จึงลืมเรื่องอื่นๆชั่วคราว พร้อมรีบกลับทำอาหารอีกครั้ง เมื่อกลับมาในครัว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำค้างไว้ ตอนนี้เย็นจืดชืดไปหมดแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกสาว ที่เลยเวลาทานอาหารไปแล้ว


"การไปทานอาหารนอกบ้านบ้างก็ดีเหมือนกันนะ"


……………


หลังจากวันนั้น นี่ก็ผ่านมา 3 วันแล้ว เวลาในภารกิจยังเหลืออยู่อีกครึ่ง ในช่วงเวลา3วันที่ผ่านมา คุณแม่ของเธอก็จัดการกับธุระทางนี้เรียบร้อยแล้ว โดยเธอแจ้งกับผู้จัดการร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานด้วยมาเกือบ2ปี ไปว่าจะขอลากลับบ้านที่กรุงเทพ ยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลากี่วัน หรือก็คือการลาแบบไม่มีกำหนด ทางด้านผู้จัดการก็เข้าใจ พร้อมบอกเธอว่าพร้อมเมื่อไรก็กลับมาทำงานได้ทุกเมื่อ และจ่ายค่าเช่าห้องล่วงหน้าไว้ก่อน1เดือน บวกค่าน้ำค่าไฟเพิ่มอีกนิดหน่อย


ช่วง 3วันมานี้ ระบบภารกิจยังไม่มีอะไรคืบหน้า ใหนจะการสุ่มกาชา เอ้ย.. เปิดกล่องสุ่ม ที่ได้แต่ของซ้ำๆ อย่างเช่น 'พลาสเตอร์ ยาแปะแผล ระดับF' ระดับต่ำสุด


เหมือนระบบจะต้องการให้เด็กสาวผู้แสนบอบบางอย่างเธอเจ็บตัว..ก็มาบ่อยสะเหลือเกิน..


พรุ่งนี้เธอกับคุณแม่ก็จะต้องจากเชียงใหม่ไปแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าจะเป็นการจากแบบถาวรหรือเปล่าก็เถอะ ก็นะ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้ ทั้งชีวิตเธอยังไม่เคยออกจากเชียงใหม่ไปที่ไหนเลยสักครั้ง นี่คงเป็นครั้งแรกที่จะได้ออกไปสู่การใช้ชีวิตแบบใหม่ที่แท้จริง…


วันต่อมาทั้งมิลินท์และอลิสา ต้องออกเดินทางกันแต่เช้า พวกเธอออกเดินทางโดยรถทัวร์ เย็นๆก็คงถึงกรุงเทพ เหตุที่พวกเธอไม่นั่งเครื่องบินไป ก็เพราะพวกเธอยังไม่ได้ไปขึ้นเงินสลากกินแบ่ง ยังคงต้องเซฟค่าใช้จ่ายอยู่บ้าง การจะขึ้นเงินหลักสิบล้านแบบนี้ การไปขึ้นเงินที่กองสลากจริงๆจะปลอดภัยมากกว่า แต่กว่าจะได้ไป คงต้องหลังจากไปหาคุณตาก่อนละนะ


สัมภาระของทั้งคู่มีไม่มาก พวกเธอเอามาแต่ของที่จำเป็น การเดินทางจึงไม่เป็นปัญหามากนัก สองแม่ลูกนั่งอยู่บนเบาะรถโดยสารเป็นเบาะคู่ โดยมิลินท์จะนั่งทางฝั่งริมหน้าต่าง มองดูสิ่งต่างๆที่แปลกตาไปตลอดทาง นานๆเข้าก็หลับไปซะอย่างนั้น


ตลอดระยะเวลาการเดินทาง นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ส่วนเป้าหมายก็เหลืออีกไม่ใกล สองแม่ลูกตอนนี้ตื่นเต็มตากันแล้วเตรียมพร้อมที่จะก้าวเท้าสัมผัสกับพื้นดินของกรุงเทพ ในอีกไม่กี่อึดใจ


เวลา ห้าโมงเย็น ทั้งคู่ก็ย่างเท้าเข้าสู่จังหวัดกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังลงมาจากรถ คุณแม่ก็หารถแทกซี่ มิเตอร์ที่จอดอยู่ไม่ใกล หลังจากตรวจเช็คคนขับรถ และสอบถามเรื่องการกดมิเตอร์อีกเล็กน้อย กันไว้ก่อนเพราะมันมีการโกงกันเกิดขึ้นบ่อยมากแถวนี้


ทั้งคู่นั่งรถมาถึงเขตสายไหม เลี้ยวเข้าไปในซอยๆหนึ่ง ขับไปอีกสักระยะก็ไปจอดรถอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านเดี่ยว2ชั้นไม่ใหญ่มากนัก รอบๆบริเวณบ้านมีหญ้าเต็มไปหมด เหมือนคนในบ้านจะไม่ค่อยสนใจมัน สภาพบ้านก็ดูทรุดโทรมลงไปมาก จนไม่แน่ใจว่ายังจะมีคนอาศัษอยู่หรือเปล่า


หลังจากจ่ายเงินค่าแทกซี่ไปพอสมควร ทั้งคู่ก็มายืนรออยู่หน้าบ้านหลังจากลองมองรอบๆดูแล้ว ยังคงไม่เห็นใคร สองแม่ลูกเลยยืนทำใจอยู่พักหนึ่ง ไม่ว่าใครในตอนนี้ต่างก็ต้องประหม่าอยู่ไม่น้อย ไม่มีใครทราบผลที่จะตามมา


ทันใดนั้น อลิสาก็ล้วงเข้าไปหยิบกุญแจพวงหนึ่งที่เธอไม่ได้ใช้มานานนับ2ปี จัดการไขประตูเข้าไป


คุณพระ! ทำไมสภาพบ้านมันถึงได้รกแบบนี้.. เมื่อเดินเข้ามาอีกสักพักก็ผ่านเข้ามาสู่ใจกลางบ้าน ที่นั่นมี ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง กำลังนอนอยู่บนเก้าอี้โยก ไปมา ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง


"คุณพ่อ…"


เสียงพูดแผ่วเบา แต่มันก็ทำให้ชายคนนั้นลืมตาขึ้นมามอง สองพ่อลูกได้แต่จ้องตากัน โดยไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา


"คุณตาขา มิลินท์มาหาคุณตาแล้วค่ะ"


ไม่ทันได้ซึ้งกันนาน ก็มีตัวทำลายบรรยากาศ พูดโพล่งขึ้นมา…

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 566 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

323 ความคิดเห็น

  1. #261 nuttanicha3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 10:06

    ^^^^^^^^
    #261
    0
  2. #124 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 00:50
    แง้สกิลนี้ที่ต้องการรรร สกิลถูกหวยย
    #124
    0
  3. #85 fox1412 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:53
    ใกล้/ไกล​ ไรท์พิมพ์​ไม้สลับกันนะ
    #85
    1
    • #85-1 s1epzgodz(จากตอนที่ 7)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 21:55
      โอเค ครับ ^__^
      #85-1
  4. #26 Empty_Mind (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 18:13

    น้ำตาซึมเลยเจ้าค่ะ..

    แถมจ้า..
    ฉะงักค้าง >> ชะงัก (ทำกับข้าว)
    #26
    0
  5. #6 leyjila (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 11:28
    รออ่านต่อน้าาา สนุกมากเลยค่ะ น้องคทอตัวทำลายบรรยากาศ555555
    #6
    0
  6. #5 maauek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 11:16
    อย่าว่าน้องเป็นตัวทำลายบรรยากาศซิไรท์ 5555
    #5
    0