::ระบบภารกิจเปลี่ยนชีวิต::

ตอนที่ 29 : บทที่ 26 สอบปากคำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 431 ครั้ง
    27 พ.ย. 62

บทที่ 26



เช้าวันใหม่ กับอากาศที่แจ่มใส มีสายลมพัดผ่านเบาๆให้เย็นสบายกาย


รถเก๋งคันเล็กราคากลางๆ สภาพไม่เก่าแต่ก็ไม่ใหม่จนเกินไป ชลอตัวแล้วเข้ามาจอดอยู่ริมถนนใกล้ๆกับโรงเรียนวิวัฒนา.. ภายในรถมีคนอยู่2 กับวิญญานอีก1ตน


"เอาหล่ะ เริ่มแผนได้"


เสียงใสๆ ของเด็กสาวกล่าวขึ้นมา แล้วทุกคนก็เริ่มทำตามแผนที่วางไว้.. เริ่มต้นที่ผีเอมมิกา ร่างวิญญาณของเธอค่อยๆลอยหายเข้าไปในตัวของมิลินท์ที่หลับตาอยู่ในความสงบ ก่อนที่จะมีวิญญาณอีกดวงลอยออกมาจากร่างนั้น แต่ที่แปลกไปก็คือ วิญญาณที่ลอยออกมาหาใช่เอมมิกา กลับกลายเป็นวิญญาณของมิลินท์ที่ลอยออกมาแทน.. แล้วร่างมิลินท์ก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง


"อย่าลืมนะ ห้ามเอาร่างของฉันไปทำอะไรแปลกๆเด็ดขาด แล้วอย่าหาว่าไม่เตือน"


วิญญาณของมิลินท์หันไปพูดกับร่างของเธอเอง ที่ตอนนี้มีอีกคนสิงอยู่


"เออน่า ไว้ใจฉันได้… แต่เธอนี่ก็จริงๆนะ น่าจะเอาหน้าอกให้มันโตกว่านี้หน่อย นี่อะไรเล็กมาก จับดูแทบไม่รู้สึก"


ดูเหมือนยัยเอมมิกาจะเริ่มสำรวจร่างกายของมิลินท์ จับนู้นจับนี่ไปแทบทุกส่วน แล้วมือสองข้างก็มาจับแหมะ อยู่ตรงหน้าอกที่เกือบๆไข่ดาว


เห็นแบบนั้นมิลินท์ก็ต้องรีบห้ามเพราะในนี้ยังมีผู้ชายอีกหนึ่งคน ที่กำลังเอามืออุดหูทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ก็ได้ยินทุกอย่าง ถึงเธอจะยังเด็กแต่ก็อายเป็นเหมือนกันนะ


"อยากตายอีกรอบใช่มั้ย!"


เสียงขู่เบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน


"จ้า โอเคจ้า เข้าใจแล้ว ไม่จับก็ได้.. เดี๋ยววันนี้ฉันจะแสดงเป็นเธอให้เนียนจนแม้แต่แม่ของเธอก็จับไม่ได้เลย คอยดูสิ"


แล้ววิกรมก็ขับรถตรงไปข้างหน้าอีกหน่อย แล้วมาจอดอยู่ที่หน้าโรงเรียน วิกรมลงจากรถออกมาเปิดประตูรถให้คุณหนูของเขา จากนั้นเอมมิกาในร่างของมิลินท์ก็เดินลงมา


"มิลินท์ไปก่อนนะคะ พี่วิกรม บายคะ จุ๊บๆ"


ก่อนที่ร่างนั้นจะหันไปทางวิญญาณของมิลินท์


"เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า อย่างละ10 ต้องคอลเลกชั่นใหม่เท่านั้นตามนี้.. จะเบี้ยวก็ได้นะไม่ว่า ถ้าอยากให้ฉันช่วยหาแฟนให้ ฉันยินดี"


มิลินท์ปลอมทำท่าทางดี๊ด๊าก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเรียนไม่รอฟังคำบ่นตามหลัง


"ฉันคิดผิดหรือเปล่า ที่จ้างยัยนี่"


"ออกรถเลยค่ะพี่วิ"


ภายในรถตอนนี้เหลือคนอยู่แค่หนึ่งคน กับวิญญาณที่อยู่ในสถานะหลุดออกจากร่างอีกหนึ่ง


"ที่ที่เรากำลังจะไปบริษัทซีซั่นดีไซน์ เป็นสาขาหนึ่งในไทยที่มีศูนย์ใหญ่อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส มีสินค้าคือผลิตภัณฑ์แฟชั่นหลายประเภท พวกนี้ตามสืบเรื่องของเรามาสักพักแล้ว และเห็นว่าเราไม่มีคนหนุนหลัง จึงคิดหาทางกำจัดเราโดยได้จ้างมือปืนมาเก็บคุณอสิสา และจะใช้อำนาจมืดควบรวมบริษัทของเราให้ตกไปเป็นของฝ่ายนั้น"


ฟังจากที่วิกรมเล่ามา มิลินท์ก็คิดได้อย่างเดียวเลยคือ คนพวกนี้ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ นอกจากจะเป็นภัยต่อคุณแม่แล้วยังเป็นภัยต่อสังคม


"ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องลงมือหนักน่าดูเลยนะคะพี่วิ ไหนจะต้องจัดการกับมือปืน บริษัทที่อยู่ในไทย และที่ฝรั่งเศสอีก"


"เรื่องมือปืนพี่จัดการไปแล้วครับ ตอนนี้ก็พอได้ข้อมูลของฝั่งนั้นมาพอสมควร.. สิ่งที่จัดการตอนนี้ก็คือหาทางรีดข้อมูลมาให้มากที่สุด เก็บไว้เป็นหลักฐานให้พวกมันดิ้นไม่หลุด และหาทางจัดฉากให้พวกมันโดนตำรวจจับ แต่ก่อนหน้านั้นต้องรู้ว่าตำรวจคนไหนอยู่ฝ่ายนั้น"


ทั้งคู่เดินทางมาถึงบริษัทแห่งหนึ่ง ช่วงเช้าแบบนี้ก็ยังมีพนักงานอยู่เยอะ หลังจากเช็คดูแล้วว่าเป้าหมายอยู่ที่นี่ตอนนี้ วิกรมก็ขับรถไปจอดอยู่หน้าบริษัท คือจอดแบบดื้อๆ ไม่ถงไม่ถามใครสักคำ


รปภ ประจำบริษัทถึงกับต้องเดินมาเป่านกหวีดใส่


"พวกคุณเป็นใคร จะมาจอดรถขวางทางคนอื่นไม่ได้นะครับ"


รปภ.ชายวัยกลางคนเดินมาหยุดอยู่ที่ประตูฝั่งคนขับ


"ผมมาพบผู้บริหารของที่นี่"


วิ้งงง..


เป็นอีกครั้งที่วิกรมพูดออกมาแล้วฝ่ายตรงข้ามเหมือนโดนสะกด ทันทีที่วิกรมพูด รปภชายคนนั้นก็เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว..


"พาผมไปส่งที่ห้องคุณพิชิตหน่อยครับ"


ประโยคที่ดูเหมือนจะขอความช่วยเหลือ แต่จริงๆแล้วมันคือคำสั่งบังคับ


รปภชาย เดินเข้าไปในตึกอาคารที่เป็นสำนักงานด้วยความเหม่อลอย โดยมีวิกรมเดินตาม… พนักงานหลายคนในที่นี้ก็ต้องแปลกใจกับชายแปลกหน้า ที่รปภ พาเดินเข้ามา มิลินท์ที่ลอยตามหลังมาก็ได้แต่ทำสีหน้าเอือมๆ..


พี่จะเดินเข้ามาในถิ่นคนอื่นเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเองแบบนี้ไม่ได้นะ..


"งานแบบนี้พี่วิมาคนเดียวก็ได้ ความจริงไม่จำเป็นต้องมีมิลินท์หรอก"


'ฮ่าๆ พี่ก็ไม่คิดว่าจะง่ายแบบนี้ ของเมื่อวานยังหนักกว่านี้มาก"


เดินมาไม่นานก็มาถึงหน้าห้องของคุณพิชิต ผู้บริหารประจำสาขานี้


"ยินดีที่ได้พบครับคุณพิชิต.."


วิกรมเปิดประตูเข้ามาอย่างง่ายดาย ต่อให้ประตูมันจะล็อคยังไงมันก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือถ้าเขาอยากเปิด


"นายเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง"


"ผมคงต้องแนะนำตัวสินะครับ"


ชายคนนั้นคงคิดในใจ.. ก็เออสิวะ!


"ผมชื่อวิกรมครับ มีตำแหน่งเป็น..เอ่อ.. จะว่าไงดีล่ะ..พอดีตอนนี้มีอาชีพเป็นพี่เลี้ยงเด็กอ่ะครับ"


เดี๋ยว.. แล้วทำไมต้องทำท่าเกาหัวด้วย.. นี่มิลินท์ก็เพิ่งแน่ใจเลยว่าพี่เลี้ยงของเธอก็มีมุมที่กวนบาทาเหลือเกิน..


"พี่เลี้ยงบ้าบออะไร.. มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง มาลากเอาไอบ้านี่ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้"


เสียงตะโกนที่ดังพอจะให้ทุกคยด้านนอกได้ยิน แต่กลับไม่มีใครก้าวเข้ามา


"อย่าตะโกนเลยครับ เจ็บคอเปล่าๆ ไม่มีใครได้ยินหรอก ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ"


พิชิตแทบจะบ้าตาย อยู่ๆมีใครที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาถึงในห้องทำงาน รปภที่นี่มันทำบ้าอะไรอยู่ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ


"คุณหนูพร้อมนะครับ เราจะเริ่มอัดวิดีโอกันแล้ว"


"พร้อมแล้วพี่วิ!"


มิลินท์รับคำอย่างตื่นเต้น.. แล้วหยิบเอากล้องถ่ายวิดีโอ ระดับB คุณภาพ super super ultra HD ที่ภาพคมชัดระดับเห็นเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า


พิชิตตกใจอย่างกับโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ ชายแปลกหน้าที่เหมือนพูดอยู่คนเดียว และกล้องถ่ายวิิิิดีโอหน้าตาประหลาดก็โผล่ลอยอยู่กลางอากาศ แล้วก็ค้างอยู่แบบนั้น


"ฝัน..? ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ"


พิชิตตบหน้าตัวเองดังเพี๊ยะ ก็รู้สึกหน้าชาไปหมด


"เอาหล่ะครับ คุณพิชิต..เรามาเริ่มสอบปากคำผู้ต้องหากันดีกว่า"


วิกรมจ้องไปที่ดวงตาของพิชิต


"เรื่องชั่วๆ ที่คุณและบริษัททำมาทั้งหมด… บอกผมมาหน่อยสิครับ…"


พิชิตที่ขัดขืนอำนาจทางจิตของวิกรมไม่ได้ ก็จำใจเล่าออกมาอย่างหมดเปลือก


'แค่มีอำนาจ ก็เหมือนมีทุกอย่างอยู่ในมือ.. ดีนะที่พี่วิกรมไม่ใช่คนทะเยอทะยาน ไม่งั้นโลกได้ป่วนแน่'


มิลินท์ที่กำลังถือกล้องถ่ายวิดีโอบันทึกภาพอยู่ ก็รำพึงเบาๆ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 431 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

323 ความคิดเห็น

  1. #121 yukai (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 22:16

    ขอบคุณ
    #121
    0
  2. #96 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 15:41
    รออ่านนะคะ
    #96
    0
  3. #95 BlazeBunny (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 11:55
    หวังว่าเอมมิกาจะไม่ทำอะไรแปลกๆนะ
    #95
    0