::ระบบภารกิจเปลี่ยนชีวิต::

ตอนที่ 15 : บทที่ 12 ร้านค้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 528 ครั้ง
    12 พ.ย. 62

บทที่ 12



หลังจากที่มิลินท์แสดงจบลงแล้ว เหล่ากรรมการคอมเม้นต์ให้เธอฟังอีกสักหน่อย มิลินท์ก็ออกจากห้องไปเพื่อให้้เด็กคนอื่นที่ยังไม่ได้แสดงได้เข้าห้องไปก่อน แต่มิลินท์ก็ยังมั่นใจในการแสดงของตน ถ้าเกิดไม่มีเรื่องเส้นสายเข้ามาล่ะนะ…


ไม่นานเหล่าเด็กทั้งหมดก็ได้แสดงครบแล้ว รอเวลาไม่นาน เด็กทุกคนก็ถูกเรียกไปเข้าห้องพร้อมกัน รอฟังผลที่เหล่ากรรมการเตรียมประกาศ..


ซึ่งก็ไม่เกินความคาดหมาย... มิินท์ได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้เป็นตัวเอกในโฆษณาชิ้นนี้


มิิลินท์เดินออกมาหาคุณแม่อลิสา ที่นั่งรออยู่ในห้องพักผู้ปกครอง ที่ทางทีมงานจัดให้


"คุณแม่ขา มิลินท์ได้รับเลือกด้วยค่ะ"


อลิสาที่เห็นลูกสาวของเธอเดินเข้ามา และบอกผลให้เธอฟังก็ดีใจตามมิลินท์ไปด้วย


"จริงหรอคะ คุณแม่ดีใจด้วยนะคะ ลูกของแม่เก่งที่สุดเลย"


อลิสาลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดู


"คุณแม่ขา คุณป้าก๊องกี้อยากคุยกับคุณแม่ด้วยนะคะ"


…………...


มิลินท์พาคุณแม่เดินไปหาเจ๊ก๊องกี้ที่กำลังคุยกับเหล่ากรรมการท่านอื่นอยู่


"มิลินท์พาคุณแม่มาหาแล้วคะ"


แล้วเด็กหญิงก็แนะนำเหล่ากรรมการที่เหลืออีก4ท่านให้คุณแม่ได้รู้จัก


"สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออลิสา แม่คุณแม่ของน้องมิลินท์ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ"


อลิสาไหว้ทุกคนอย่างเรียบร้อย เพราะทุกคนที่ยืนอยู่ที่นี่อายุมากกว่าเธอทุกคน


"สวัสดีค่ะคุณอลิสา คุณสวยมากจริงๆ ค่ะ มิน่าน้องมิลินท์ได้ความสวยมาจากคุณแม่นี่เอง"


อลิสายิ้มให้คุณครูฟ้าที่เป็นคนอารมณ์ดีอย่างสุภาพ


"ที่เจ้เรียกน้องอลิสามาที่นี่เพราะทุกคนอยากรู้จักกับคุณน้องค่ะ การที่คุณแม่เลี้ยงน้องมิลินท์ให้เป็นเด็กฉลาด ชั่งพูด ทั้งที่น้องอายุเพียงขวบกว่าๆเท่านั้น พวกเราจึงสนใจคุณแม่เป็นพิเศษ"


อลิสาพอจะเข้าใจได้ เธอก็เลี้ยงดูมิลินท์เหมือนกับคนอื่นๆนั่นแหละ แต่ที่ทำให้มิลินท์เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะตัวเด็กเองต่างหาก


"สาก็ไม่ได้เลี้ยงดูมิลินท์อะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ ทุกอย่างเป็นเพราะตัวของมิลินท์เองทั้งนั้น"


เหล่ากรรมการทั้ง5คนได้ฟังแบบนั้นก็ไม่ว่าอะไร ทั้งยิ้มให้อย่างนับถือเพราะเธอไม่ได้อวดตน ถือตัว หรืออะไร


ความจริงแล้วเด็กฉลาดแบบมิลินท์ไม่ใช่จะหาไม่ได้เลย ในโลกที่มีประชากรหลายล้านคน จะต้องมีคนเป็นหมื่น เป็นแสน ที่พิเศษกว่าปกติ ทั้งที่แสดงตัวและปิดบังไว้ แต่การจะเลี้ยงดูเด็กให้ได้แบบนั้นมันยากเสียยิ่งกว่ายาก พ่อแม่บางคนถึงจะเลี้ยงลูกให้ดียังไงก็ไม่ได้ดูฉลาดขึ้นมาเลย เพราะส่วนใหญ่แล้ว เด็กจะพิเศษได้ด้วยตัวของเขาเอง...เด็กบางคนพูดรู้เรื่องได้ตั้งแต่อายุได้ขวบเดียว หรือเด็กบางคนร่างกายแข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกัน แม่กระทั้งเด็กที่มีสมองอัจฉริยะเข้าใจในวิทยาการ วิทยาศาสตร์ จนสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพัฒนาการของคนเรามันไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำได้คือการยอมรับ...


หลังจากคุยกันอยู่ซักพัก กรรมการรับเชิญ 2ท่านก็ขอตัวกลับ เหลือเพียงเจ๊ก๊องกี้ คุณสุรศักดิ์ และคุณอัษฎาวุธ


มิลินท์และคุณแม่ถูกเชิญไปที่ห้องทำงานของเจ๊ก๊องกี้ เพื่อทำเรื่องการเซ็นสัญญาว่าจ้าง พร้อมกับคุณอัษฎาวุธ ส่วนคุณสุรศักดิ์ ผู้กำกับ จะรอบรีฟงานกันก่อนกลับบ้าน ให้มิลินท์กับคุณแม่ไปทำการบ้านล่วงหน้า


การเซ็นสัญญาผ่านไปอย่างง่ายดาย เพราะเป็นเพียงการเซ็นสัญญาแบบปีต่อปี รายได้หักเข้าโมเดลลิ่ง20% และหางานให้ตลอด ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง อย่างแรกเลยคือ มิลินท์ไม่ได้ต้องการแค่เล่นโฆษณาชิ้นเดียว แล้วหายไปเลย เธอต้องการมีชื่อเสียงระดับต้นๆของประเทศ หรือระดับโลกเลยยิ่งดี และทางโมเดลลิ่งนี้ มิลินท์เชื่อว่าจะสามารถพาเธอไปได้ไกล


เมื่อทุกอย่างโอเค ก็ถึงเวลาปรีฟงาน โดยผู้กำกับจะให้มิลินท์แสดงตามแบบที่เขาต้องการ ไม่มีบทพูด แต่จะเป็นการแสดงสีหน้าเชิงลึก ซึ่งผู้กำกับเชื่อว่ามิลินท์ทำได้จากการแสดงที่ผ่านมา


งานเป็นแบบไม่ยากและไม่ง่าย หลังจากคุณแม่พามิลินท์กลับมาถึงคอนโดในช่วงเย็นของวันเรียบร้อยแล้ว เธอก็ถามลูกสาวออกไปทันที


"มิลินท์..ลูกแน่ใจนะว่าจะทำได้.. ตอนที่คุณแม่ได้ยินสิ่งที่ผู้กำกับคนนั้นบอก แม่ยังไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าจะทำได้ ถึงแม่จะรู้ว่าลูกสาวแม่เป็นคนเก่ง แต่แม่ก็ยังอดห่วงไม่ได้"


"คุณแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ.. มิลินท์ทำได้ คุณแม่เชื่อมิลินท์ได้เลยค่ะ"


กำหนดการถ่ายโฆษณา จะเริ่มในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ฉะนั้นจะมีเวลาคิดแค่พรุ่งนี้แค่วันเดียว เพราะวันถ่ายก็ต้องออกเดินทางกันแต่เช้าอยู่แล้ว


…………...


ตริ้ง!


-คุณได้รับสกิลตัดเย็บ ระดับ B จากการเปิดกล่องสมบัติ-


……………


สกิลตัดเย็บ ระดับ B


รายละเอียด สกิลการตัดเย็บระดับสูง ที่จะทำให้คุณการเป็น ช่างตัดเย็บชั้นนำ


……………


"วันนี้ได้สกิลมาแหะ.."


มิลินท์มองไปที่ลูกแก้วสกิลสีแดงที่อยู่ในมือ


"แต่จะให้คนอย่างมิลินท์เป็นช่างตัดเย็บเนี้ยนะ… ไม่ดีกว่ามั้ง ถึงจะเคยทำอยู่ในช่วงเวลาก่อน แต่ก็ไม่ได้ชอบเลยสักนิด ที่ทำก็แค่โดนบังคับ"


ตอนนี้มิลินท์อยู่ในห้องของตัวเอง หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว


"พี่เจมส์คะ ถ้าเกิดว่ามิลินท์จะเอาสกิลไปใช้กับคนอื่นจะได้มั้ยคะ"


มิลินท์ถามผู้ช่วยของระบบอย่างไม่แน่ใจ


"ได้สิครับคุณหนู ของทุกอย่างในระบบคุณหนูสามารถให้ใครก็ได้ จะให้แบบยื่นของให้เลยก็ได้ หรือจะแอบให้ก็ไม่ว่ากัน"


แล้วคำตอบของเจมส์ ก็ทำให้มิลินท์ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย?..


"แต่คุณหนูพึงระวังไว้ด้วยนะครับ ถ้าคุณหนูนำไปให้กับคนที่ไว้ใจไม่ได้ คุณหนูก็จะตกอยู่ในอันตราย ถึงแม้คุณหนูจะมีระบบและผมเป็นผู้ช่วย แต่ก็ใช่ว่าคุณหนูจะทำได้ทุกอย่าง บางอย่างก็ต้องรอเวลา ผมบอกได้อย่างนึงว่าตอนนี้คุณหนูยังใช้งานระบบได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของระบบที่แท้จริงเลยครับ"


เหมือนถูกด่าเลยสินะ มิลินท์ดูฝ่อไปเลย ตอนแรกกะว่าจะแอบเอาของเล่น?ในคลังไอเทมไปขายหาเงินใช้สะหน่อย


"คราวนี้ผมจะพูดในส่วนของลูกแก้วสกิล และการ์ดพร ที่คุณหนูมีอยู่ คุณหนูสามารถให้คนอื่นใช้ได้ การใช้งานก็เหมือนกับที่คุณหนูใช้ แค่ให้คนๆนั้นถือลูกแก้ว หรือการ์ด และพูดคำว่า ใช้งาน ก็เป็นอันจบ… แต่มีได้ก็ต้องมีเสียเหมือนกัน และเหมือนอย่างที่คุณหนูเป็นครับ การผสานสกิลเข้าร่างกาย ก็ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณหนูใช้ ผลข้างเคียงจะดูรุนแรงกว่า "


"ดูโหดจังเลยแหะ.."


มิลินท์ฟังไปก็คิดภาพตามได้เลย ว่าผลจะเป็นยังไง


"แต่มันก็มีวิธีลดผลข้างเคียงครับ… นั่นก็คือการอัพเกรดสกิลที่มีอยู่"


"อัพเกรดสกิล?.. คำนี้เพิ่งเคยได้ยิน"


"มันก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรอกครับคุณหนู ก็อย่างเช่นคุณหนูจะให้บุคคลที่หนึ่งผสานสกิลยิมนาสติก ระดับ S แต่เขาไม่เคยมีสกิลยิมนาสติกระดับที่ต่ำลงมา มาก่อน ผลก็คือเป็นไปไม่ได้ครับ ตายสถานเดียว… แต่กับบุคคลที่สอง ที่มีสกิลยิมนาสติก ระดับB อยู่แล้ว จะสามารถผสานกับสกิลระดับSแบบไม่ตาย แต่ก็เจ็บหนักอยู่เหมือนกัน… คุณหนูพอจะเข้าใจมั้ยครับ"


"อืมมม.. ก็พอจะเข้าใจนะคะ… การผสานข้ามขั้นก็มีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าเป็นสกิลระดับต่ำ อย่างเช่น ระดับ F หรือ E ก็จะไม่หนักเท่าไร"


"ใช่ครับคุณหนู และก็มีอีกอย่างนึงนั่นคือ การจะใช้งานลูกแก้วสกิลให้ผสานกับคนที่ต้องการ แต่ไม่อยากให้เขารู้ตัว ไม่ยากเท่าไรครับ แค่ต้องรอให้คนๆนั้นหลับสนิท เพราะจะไม่รู้ตัวถึงความเปลี่ยนแปลงมากนัก แล้วนำลูกแก้วสกิลไปวางไว้ที่หน้าผากของคนที่ต้องการ พูดคำว่าใช้งาน แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ"


ตอนนี้มิลินท์ดูจะเข้าใจในระบบมากขึ้นไปอีก…


"พี่เจมส์คะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนมีสกิลอะไรถึงระดับใหนแล้วบ้าง"


"เรื่องนี้คุณหนูต้องสังเกตุเอาครับ ถ้าคนๆนั้นเก่งในด้านไหน ก็แสดงว่าเขามีสกิลอยู่ในระดับสูง แต่นี่มันก็แค่การสังเกตุคร่าวๆเท่านั้น ถ้าคุณหนูอยากจะให้แม่นยำ100% คุณหนูต้องซื้อการ์ดอัพเกรดระบบขั้นที่1ในร้านค้าครับ"


'การ์ดอัพเกรดระบบขั้นที่1'งั้นหรอ ระบบร้านค้าคือระบบที่มิลินท์ไม่ได้เข้ามาเลย เนื่องเพราะในตอนแรกมิลินท์ไม่มีแต้มภารกิจเลย จึงไม่อยากเข้ามาให้เกิดกิเลศ แต่ตอนนี้เธอมีแล้วมิลินท์จึงเข้าไปดูในระบบนั้น ด้านบนของหน้าจอ บอกถึงแต้มภารกิจที่เธอมีอยู่ 460 แต้ม


มิลินท์ค้นหาการ์ดใบที่ว่าในหมวดจิปาถะ และหมวดย่อยว่าระบบ เพื่อที่จะได้เห็นหน้าตาของการ์ดใบนี้ มิลินท์สำรวจรูปร่างของมันที่ดูสวยงามเปล่งรัศมีสีรุ้งสดใส จะบอกว่ามันเป็นไอเทมระดับ S ก็ได้ และเป็นไอเทมพิเศษที่ใช้ในการอัพเกรดระบบโดยเฉพาะ แล้วก็มีอยู่ใบเดียวเป็นการอัพขั้นที่1 เท่านั้น...ส่วนราคาน่ะหรอ มิลินท์แทบสบถคำหยาบออกมา..ราคาขั้นที่1 อยู่ที่ 1,000 แต้มภารกิจ อีกนานเลยกว่าจะซื้อมันมาได้…


"ต้องทำภารกิจ อีกกี่ครั้งละเนี้ย…"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 528 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

323 ความคิดเห็น

  1. #107 yukai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 20:37

    ขอบคุณ
    #107
    0
  2. #41 LukiMemory (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 08:52
    รอนะคะ
    #41
    0
  3. #40 Empty_Mind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:16

    พยายามเข้านะจ๊ะ
    เพื่อการ์ดอัพเกรดระบบ
    #40
    0