[EXO SF] KRIS x ALL

ตอนที่ 4 : [SF] Just a boyfriend : KRIS x LAY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 56

Just a boyfriend

Pairing : KrisLay

Rating : PG – 13

 

 

 

 

 

ผมเคยได้ยินคนพูดกัน

ว่าคบกับคนที่เด็กกว่าน่ะ...ไม่ดีหรอก

เด็กมันง้องแง้ง ต้องคอยเอาใจใส่ทุกอย่าง ราวกับเป็นพ่ออีกคนก็ไม่ปาน

 

 

 

ไม่จริงซักนิดเดียว

ทฤษฎีพวกนั้นน่ะ....ใช้ไม่ได้กับอู๋อี้ฝานและจางอี้ชิงหรอก

 

 

 

อี้ชิงออกจะเป็นคนเงียบๆที่ยิ้มง่าย..เพราะเขาใช้รอยยิ้มเป็นปราการป้องกันตัวเอง

เพื่อไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามาในเส้นความเป็นส่วนตัวของเขา

พูดง่ายๆ..โลกส่วนตัวสูงนั่นล่ะ

 

 

 

ส่วนอู๋ฝานถึงแม้จะดูเหมือนเป็นคนเงียบๆ แต่ที่จริงก็ไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียวหรอก

อู๋ฝานคือประธานชั้นปีและเป็นเด็กกิจกรรมตัวจริง

จะให้เงียบยืนอมขี้ฟันอยู่ได้ยังไง จริงมั้ย???

เพียงแต่อู๋ฝานจะพูดเยอะเฉพาะในช่วงที่ทำกิจกรรมและเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทเท่านั้น

นอกนั้นก็ยิ้มโชว์ฟันขาวและเหงือกลูกเดียว ไม่ได้โลกส่วนตัวสูงนะ

..ก็แค่ขี้เกียจพูด..

 

 

 

                “จ้องตาวาวซะขนาดนั้น ถูกใจหรือว่าอยากแกล้งหรอ?” อู๋ฝานมองหน้าคนที่เอื้อมมือมาเขย่าแขนเขาพร้อมกับทำตาใสแจ๋วใส่ เป็นคำถามเรียบง่ายแต่รู้ทันซะอย่างนั้น

 

 

                “ก็ทั้งสองอย่างผสมๆกันนั่นแหละเสี่ยวลู่” เสี่ยวลู่หรือลู่หานหนึ่งในเพื่อนสนิทไม่กี่คนของอู๋ฝานอมยิ้มแล้วหันไปมอง Targetของคนตัวสูงเก้งก้างอีกครั้ง

 

 

                “ไม่ให้แกล้งหรอกนะ นั่นน้องรหัสเราล่ะ”

 

 

 

....ความบังเอิญที่ลงตัว...

 

               

 

                “จริงหรอ? ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้นะ” ไม่บ่อยนักหรอกที่คนอย่างอู๋ฝานจะรู้สึกว่าใครน่าแกล้ง

 

 

                “นั่นน่ะสิ น่าสงสารน้องจังเลย เราจะปกป้องน้องยังไงดีเนี่ย ถูกท่านประธานหมายตาไว้ซะแล้ว”

 

 

 

 

 

                “ไม่ทำอะไรรุนแรงหรอกน่า ก็แค่ตอนรับน้องเอกจะขอลงมือเอง”

 

 

                “ง่า อย่าทำรุนแรงกับน้องเรานะ”

 

 

                “ครับๆ รู้แล้ว” การรับน้องที่นี่มีทั้งหมดสามรอบ คือ รับน้องของมหาลัย รับน้องของคณะ และ รับน้องของเอก ... รับน้องเอกนี่แหละเหมาะแก่การแกล้งที่สุด เพราะคนไม่เยอะมากเท่าไหร่ จะได้เป็นการรู้จักผูกมิตรกันไปในตัว ส่วนเรื่องสายรหัส...เอกเขารีบไง ก็เลยรีบจับสายรหัส น้องๆมีพี่รหัสกันตั้งแต่ก่อนรับน้องซะอีก

 

 

 

.

 

.

 

 

                “เอาล่ะครับน้องๆ ในช่วงต่อไปนี้จะเป็นกิจกรรมสันทนาการจากพี่ๆนะครับ ขอให้น้องๆให้ความร่วมมือด้วย แล้วชีวิตการเป็นนักศึกษาของพวกน้องจะเจริญรุ่งเรืองสืบไป” ไม่ต้องแปลกใจ...นั่นไม่ใช่อู๋ฝานเป็นคนพูดหรอก แต่เป็นโทรโข่งประจำเอกต่างหาก

 

 

                “เข้าแถวเรียงหนึ่งเลยนะครับน้องๆไก่ต้มทั้งหลาย พวกพี่จะแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าอันซีดเดียวดั่งไก่ต้มของพวกน้องให้มีสีสันขึ้นมาเอง!” เหล่านักศึกษาปีหนึ่งลุกขึ้นมายืนเข้าแถวเรียงหนึ่งหน้ากระดานกันอย่างเชื่อฟังแม้ว่าบางคนอาจจะไม่เต็มใจทำแต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำอยู่ดี....อีกเดี๋ยวก็สนุก

 

 

                “เอ้า รออะไรกันอยู่พี่ๆ! ถูกใจน้องคนไหนคว้าอุปกรณ์เข้าไปยืนจับคู่กับน้องได้เลยครับ” จะรออะไรอยู่ล่ะครับในเมื่อ Target ของอู๋อี้ฝานยืนสงบเสงี่ยมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแล้ว ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปยืนอยู่หน้าเป้าหมายทันที อีกฝ่ายเองก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้ารุ่นพี่ตัวสูงเช่นกัน

 

 

 

 

....จางอี้ชิง....

อู๋ฝานก้มมองป้ายชื่อที่คล้องคออีกคนไว้แล้วยิ้มออกมานิดๆ

 

 

 

 

                “โอเคครับ จับคู่กันเรียบร้อยก็ค่อยๆบรรจงแต่งแต้มให้ใบหน้าของน้องมีสีสันขึ้นมานะครับ อย่าทำเอาจนน้องร้องไห้วิ่งหนีกลับบ้านล่ะ หอมปากหอมคอนะครับ” อู๋ฝานมองใบหน้าของอี้ชิงด้วยสายตาหมายมั่นปั้นมือก่อนจะค่อยๆละเลงลิปสติกสีแดงบนแก้มใสให้เป็นหนวด..จนสุดท้ายใบหน้าของอี้ชิงก็ออกมาเป็นแมวเหมียว

 

 

                "เดี๋ยวครับ พี่ยังทำไม่เสร็จ” เมื่ออี้ชิงทำท่าจะหันกลับไปนั่งประจำที่ที่ลุกมา อู๋ฝานก็เรียกเอาไว้ซะก่อน ยังไม่หมดหรอก..มีออพชั่นเสริมเล็กน้อยถึงปานกลาง พิเศษสำหรับอี้ชิงโดยเฉพาะ

 

 

                “ครับ?”

 

 

                “พิเศษสำหรับน้องแมวน้อยเลยล่ะ” มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบยางมัดผมออกมา

 

 

                “ผมชื่ออี้ชิงครับพี่”

 

 

                “พี่เห็นจากป้ายชื่อแล้วล่ะ” พูดไปก็มัดจุกให้อี้ชิงไป.. ของแบบนี้เพื่อนๆเค้าไม่ได้เตรียมมาหรอก ที่จริงมีแค่ลิปสติกกับแป้งอะไรเทือกนั้นเท่านั้นล่ะ

 

 

                “อะ เรียบร้อย ห้ามเอาออกนะ มันน่ารักดี” คาดว่าอี้ชิงคงจะไม่เข้าใจอู๋ฝานซักเท่าไหร่เพราะร่างบางขมวดคิ้วแต่ด้วยมารยาทเค้าก็โค้งตัวให้อู๋ฝานซึ่งเป็นรุ่นพี่ก่อนจะกลับไปนั่งที่เป็นคนเกือบสุดท้าย

 

 

 

 

                “เอาล่ะครับ สมควรแก่เวลาแล้วนะ มาถึงช่วงเวลาโหวตคนที่มีใบหน้าโดนใจเพื่อนๆมากที่สุดแล้วนะครับ เดี๋ยวพี่จะเลือกน้องๆออกมาซักห้าคนแล้วเรามาโหวตกัน ไม่ต้องกลัวจะไม่ยุติธรรมเพราะพี่จะเป็นคนคัดเลือกเอง” โทรโข่งของเอกคนนี้ไม่ได้ลงมาละเลงหน้าน้องด้วย แม้เจ้าตัวจะโอดครวญเท่าไรเพื่อนๆก็ไม่ยอมให้มาทำ สงสัยเพราะหมั่นไส้ปากคอเราะร้ายของเขากันแน่ๆ

 

 

 

 

คนที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ถูกเลือกออกไปแล้ว เหลืออีกหนึ่งคน

จะเป็นอี้ชิงหรือเปล่านะ?

 

 

 

                “เฮ้ๆ น้องคนนั้นน่ะ ออพชั่นเสริมบนหัวมาจากไหนกัน พี่จำได้ว่าไม่ได้เตรียมยางมัดผมมานะ ออกมาเลยครับ” ได้ยินเสียงกลุ่มเพื่อนเล็กๆของอี้ชิงส่งเสียงเชียร์และผลักเพื่อนให้ออกไปยืนข้างหน้าแล้วต้องแอบขำ เพราะเจ้าตัวทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเท่าไหร่ ไม่รู้ในใจอู๋ฝานจะโดนคาดโทษรึเปล่า

 

 

                “เริ่มโหวตเลยก็แล้วกัน เมื่อได้ผู้ชนะแล้วเราจะให้น้องชี้ตัวผู้แต่งหน้าให้น้องด้วยนะครับ ถ้าตอบผิดล่ะก็......วันนี้เราจะได้ดูโชว์ไก่ยางตามด้วยนกกระเรียนกันแน่นอนครับพี่ขอรับประกัน!

 

 

                “เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ” ท่าทางจะอยากดูเพื่อนถูกทำโทษให้เต้นอะไรน่าอายซะมากกว่าล่ะมั้ง

 

 

 

 

                “น้องหัวจุกคนนี้ล่ะครับ ใครโหวตคนนี้ขอเสียงปรบมือหน่อยยยยย” ไม่รู้ว่าถูกใจอะไรอี้ชิงกันนักหนาถึงได้ปรบมือกันสนั่นหวั่นไหวขนาดนี้ จนสามารถตัดสินได้เดี๋ยวนั้นว่าใครชนะ หึหึ เด็กน้อยแมวเหมียวอี้ชิงจะจำเค้าได้มั้ยนะ

 

 

                “โอเคครับ ชนะขาดลอยเลยทีเดียว ขอสัมภาษณ์เล็กน้อยพอเป็นกระษัยนะครับ น้องชื่ออะไร”

 

 

                “จางอี้ชิงครับ”

 

 

                “อื้มมม โอเค น้องอี้ชิง น้องจำได้หรือเปล่าครับว่าใครแต่งหน้าให้น้อง?” อู๋ฝานมองเห็นอี้ชิงพยักหน้ารับแล้วหัวเราะในลำคอ จนลู่หานกระแทกไหล่เบาๆ

 

 

                “หมั่นไส้จังเลย นั่นน้องเรานะ อย่าลืมๆ”

 

 

                “ไม่ลืมหรอก”

 

 

 

                “ถ้าน้องบอกว่าจำได้ พี่ขอให้น้องเดินไปลากพี่คนนั้นขึ้นมายืนคู่กันเวทีเลยครับ” ตาใสๆมองตรงมายังที่อู๋ฝานยืนอยู่ก่อนที่อี้ชิงจะเดินตรงดิ่งมาหาเขาอย่างไม่ลังเล ตอนที่หันไปเห็นพี่รหัสอย่างลู่หานอี้ชิงก้มหัวทักทายนิดหน่อยแล้วจึงหันมาจับข้อมือของอู๋ฝานจูงขึ้นไปบนเวที

 

 

 

 

มือผู้ชายอะไรนุ่มได้ขนาดนี้

ถ้าไม่ใช่คนที่ดูแลตัวเองอย่างถึงที่สุดก็คงเป็นพวกที่ไม่เคยได้หยิบจับทำอะไรหนักๆ

ที่จริงน่าจะเลื่อนลงไปจับมือให้มันสิ้นเรื่องไปนะ

อยากรู้....อยากรู้ว่าถ้าได้จับมือนุ่มๆนี้จะรู้สึกดีมากแค่ไหน???

 

 

 

 

                “โอ๊วววว ท่านประธานชั้นปีของเรานี่เอง ขอเสียงปรบมือให้กับอู๋อี้ฝานครับผม” เสียงปรบมือที่ดังมาเกรียวกราวทำให้อี้ชิงปล่อยมือออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นหันมามองอู๋ฝานตาโตแทน ราวกับไม่เชื่อว่าเขาเป็นประธานของชั้นปีอย่างนั้นแหละ......มันเขี้ยวสิ้นดี

 

 

                “ท่านประธานอู๋ฝานครับ ขอคำจำกัดความสั้นๆให้น้องอี้ชิงในคราบแมวเหมียวหน่อยครับ จากนี้เราจะถ่ายรูปคู่ให้และบริการอัดแบบขยายให้ไปติดฝาห้องเป็นที่ระลึกด้วยนะครับ พอดีงบมันเหลือ ฮ่าๆ ว่าไงครับท่านประธาน” ดวงตาสองคู่สบกันก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะบรรจงกรอกลงไปในไมโครโฟนว่า..

 

 

 

 

 

 

 

 

                “น่ารักครับ”

 

 

                “ฮิ้ววววววววววววววววววววววว” รุ่นน้องต่างพากันส่งเสียงแซวเกรียวกราว ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่พวกเค้ามองตากันก็ได้ กลายเป็นสถานการณ์คล้ายๆว่าอี้ชิงโดนจีบอยู่ซะงั้น

 

 

                “อื้อหือ! น่ารักครับน้องๆ คงจะน่ารักจริงๆนะครับ งั้นเรามาถ่ายรูปกันดีกว่า” จากนั้นก็เป็นการแอ็คท่าถ่ายรูปง่ายๆของเขากับอี้ชิง พวกเขาไม่ได้ยืนชิดกันมากมายเพียงแค่ไหล่ของอี้ชิงโดนอู๋ฝานนิดๆเท่านั้น ยังมีกิจกรรมอีกมากมายซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปเย็นแล้ว พวกเค้าต้องรีบปล่อยน้องกลับไม่อย่างนั้นอาจจะผิดกฎมหาวิทยาลัย คราวนี้แหละซวยยกเอกแน่

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

                “อี้ชิง!” ร่างสูงที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานอยู่เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงลู่หานตะโกนเรียกน้องรหัส...อา ปฏิกิริยาต่อชื่อนี้ของอู๋ฝานไวกว่าความเร็วแสงซะอีก

 

 

                “ครับ พี่ลู่หาน” อี้ชิงก้มหัวเป็นเชิงทักทายเพื่อนร่วมโต๊ะของพี่รหัสทุกคน ในมือเรียวสวยหอบอะไรซักอย่างมาด้วย คาดว่าคงเป็นกรอบรูป...ขนาดใหญ่มาก...ร่างบางถือแทบจะไม่ได้ อู๋ฝานจึงแสดงตัวเป็นพี่ที่ดีขยับที่ให้อี้ชิงนั่งและดึงกรอบรูปนั่นมาวางไว้บนโต๊ะ ดังนั้นอีกฝ่ายจึงปฏิเสธไม่ได้จำต้องนั่งลงข้างๆอู๋ฝานนั่นล่ะ

 

 

                “หอบอะไรมาหรอ เบ้อเริ่มเลยเชียว”

 

 

                “รูป...คู่น่ะครับ”

 

 

                “เห??? อย่าบอกนะว่ารูปคู่เมื่อตอนรับน้องเอกน่ะ” ที่จริงก็พยายามตั้งใจทำงานที่ค้างไว้ต่อไปอยู่ล่ะนะ แต่พอได้ยินว่ารูปคู่แล้วมันก็อดสงสัยไม่ได้....คู่กับใคร?

 

 

                “เอ่อ..ครับ รูปนั้น พี่เขาเพิ่งตามให้ไปเอา...ที่จริงเขาฝากให้ผมเอามาให้รุ่นพี่อู๋ฝานด้วยแต่ผมถือมาไม่ไหว”

 

 

                “เดี๋ยวพี่ไปเอาเอง ตอนเย็นไปกินไอติมกันมั้ย?” ประโยคคำถามประโยคเดียวแต่น็อคเอาท์เพื่อนทั้งโต๊ะ อู๋อี้ฝานฮุกหนักเสมอ ส่วนอี้ชิงน่ะหรอก็นั่งกะพริบตาปริบๆเหมือนสมองยังไม่ประมวลผลอยู่ที่เดิมแต่หลังจากนั้นประมาณสองนาทีอี้ชิงก็ตั้งสติได้

 

 

                “ไม่เป็นไรครับ ผมเกรงใจ” รอยยิ้มที่ระบายอ่อนๆนั่นเป็นสัญญาณว่าร่างสูงควรจะหยุดได้แล้ว มันไม่ใช่ยิ้มขู่แต่เป็นการขอร้องแบบกลายๆจนไม่มีใครกล้าขัด..ยกเว้นอู๋ฝานที่รอยยิ้มนั้นใช้ด้วยไม่ได้ผล

 

 

                “ไม่ต้องเกรงใจ พี่ก็เป็นเพื่อนของลู่หาน น้องของเพื่อนคนเดียวทำไมพี่จะเลี้ยงไม่ได้” อี้ชิงขมวดคิ้วไม่เข้าใจกับการรวบรัดตัดตอนนั่น แต่ยังไงๆด้วยการที่เป็นน้อง..เขาก็ปฏิเสธอีกครั้งไม่ได้อยู่ดี ตอนแรกคิดว่าคงไปกันหลายๆคนแต่ที่ไหนได้...มีเพียงอู๋อี้ฝานกับจางอี้ชิงเท่านั้น

 

 

 

 

นั่นคือเดทครั้งแรก

เมื่อมีครั้งแรกแน่นอนว่าย่อมมีครั้งต่อๆไปตามมาติดๆ

อู๋ฝานแสดงความสนใจในตัวของอี้ชิงอย่างชัดเจน เรียกว่าเข้าไปจีบเลยก็ว่าได้

ผิดกับอี้ชิงที่ยังคงนิ่งๆเหมือนเดิม ไม่แสดงออกว่าชอบหรือไม่ชอบ

จนวันที่อี้ชิงสอบปลายภาควิชาสุดท้ายเสร็จ..

 

 

 

 

                “เอาจริงหรออู๋ฝาน?” น้ำเสียงเป็นห่วงของลู่หานทำให้อู๋ฝานชะงักไปนิดหน่อย

 

 

                “เอาจริงสิ มันผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วนะ”

 

 

                “ง่า เราตามใจอู๋ฝานละกัน สู้ๆนะ”

 

 

 

                ร่างสูงก้าวเดินต่อไป จุดมุ่งหมายอยู่ที่ห้องสอบของอี้ชิง ระหว่างทางเขาต้องรับไหว้กี่ครั้งไม่รู้กี่ครั้ง แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าใครไหว้ไม่ไหว้น่ะ เพราะใจเขามันตรงดิ่งไปถึงอี้ชิงแล้วเรียบร้อย

 

 

                แสดงออกมาก็ตั้งนานแล้วว่าสนใจ ว่าคิดอะไรด้วย แต่อี้ชิงก็ยังเฉย.. นั่นล่ะ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยชอบใจเลย คู่แข่งใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่ไม่ได้โชคดีอย่างอู๋ฝานเท่านั้นเอง การตัดบทแบบไหนก็หยุดอู๋ฝานไม่ได้ไม่รวมเรื่องที่อี้ชิงเป็นน้องรหัสของลู่หานด้วยนะ

 

 

 

 

ไม่เห็นจะมีประโยชน์

 

 

 

 

                “อี้ชิงงงงง พี่ประธานมาหา” แค่ถามหาอี้ชิงว่ากลับบ้านไปหรือยัง รุ่นน้องคนนี้ก็แผดเสียงแปดหลอดขึ้นมาทันที...เห็นแววโทรโข่งคนต่อไปอยู่รำไร

 

 

                “ครับ?”

 

 

                “มีเรื่องสำคัญจะมาถามน่ะ” สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดพลางนึกถึงรูปที่ถ่ายคู่กันซึ่งติดอยู่ในห้องนอนแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลยที่อู๋ฝานจะเอ่ยถามออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “เป็นแฟนกันมั้ย?”

 

 

 

 

 

 

 

                “ผ..ผม คือ...”

 

 

                “ตอบแค่ครับหรือว่าไม่ก็พอ...พี่กำลังจะตายแล้ว” ให้ตายเถอะ ต้องไม่เคยมีใครทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้มาก่อนแน่ๆ ดูจากลุคแล้วคนอย่างอู๋ฝานก็ไม่น่าจะกล้าทำ..แต่จะว่ายังไงก็ช่างเค้าได้ทำลงไปแล้ว ดูเหมือนรุ่นน้องเองก็จะอึ้งกันไปเป็นแถบๆ ถึงได้เงียบกริบแบบนี้..ไม่ก็หลับตากลั้นใจรอฟังคำตอบของอี้ชิงกันอยู่

 

 

 

 

 

 

                “ครับ”

                เกือบจะคว้ามือของอี้ชิงไว้ไม่ทันแล้วเชียว เพราะพอตอบรับจบก็ตั้งท่าจะหนีลูกเดียว

 

 

                “ขอบคุณนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อี้ชิงไม่เคยทำตัวง้องแง้ง ไม่เคยเรียกร้องให้โรแมนติคหรือดูแลเอาใจใส่เกินจำเป็น

อี้ชิงไม่เคยพูดว่าอยากได้อะไรมากกว่าที่อู๋ฝานพอใจจะให้

อี้ชิงไม่เคยเรียกร้องว่าต้องไปรับไปส่งทุกวันๆ..แต่อู๋ฝานก็ทำไม่เคยขาด

มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าถึงแม้จะไม่ได้บอกรักหวานๆซึ้งๆ

แต่ความรักของพวกเค้าก็ยังคงงดงาม

 

               

 

 

                “ไปออกค่ายกันมั้ย? ปีนเขาไปนอนดูดาว” อี้ชิงเงยหน้ามองคนชวนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่แล้วเดินไปนั่งข้างๆ เหมือนเปิดโอกาสให้อีกคนรวบเอวเข้าไปกอดไว้

 

 

                “อยากไปหรอครับ? ถ้าอยากไป..ก็ไปกัน” ไม่มีเสียงต่อว่าจากคนตัวเล็กกว่าที่ถูกโอบกอดเอวเอาไว้อย่างนั้น คงเป็นเพราะว่าเริ่มชินมากขึ้น อู๋ฝานชอบแวะมานอนเล่นที่หอพักของอี้ชิงและก็เป็นธรรมดาที่พออยู่กันสองคนในห้องมิดชิด..อี้ชิงโดนเตาะนั่นแตะนี่ไปเรื่อย ไม่มากไม่น้อยอยู่ในระดับที่พอรับได้ ส่วนบ้านของอู๋ฝาน..อี้ชิงก็เคยไปบ้าง แต่แค่สามสี่ครั้งเท่านั้น...อู๋ฝานขี้เกียจกลับบ้าน

 

 

                “อีกไม่กี่วันแล้ว เราไปซื้อของเตรียมตัวกัน เอ้อ..ค่ายนี้ลู่หานก็ไป เห็นบอกว่าคิดถึงน้องรหัสจะขาดใจอยู่แล้ว”

 

 

                “ฮ่ะๆ ก็เจอกันทุกวันนะครับ” ร่างบางยอมเอนลงนอนตามแรงดึงของคนตัวโตกว่าก่อนจะถูกจับพลิกให้นอนทับอยู่บนอกอีกคน

 

 

                “ไม่ใกล้ไปหรอครับท่านี้?” อี้ชิงแกล้งถามแบบหยอกๆในคำถามที่พวกเค้ามักจะถูกเพื่อนและรุ่นพี่แซวเอา...คงเป็นเพราะอู๋ฝานชอบกอดอี้ชิง

 

 

                “อยากจะใกล้กว่านี้” ร่างบางก้มหน้าลงไปหอมแก้มอีกคนเบาๆก่อนที่แตะริมฝีปากของตนที่ริมฝีปากของอีกคนแล้วแช่ค้างไว้หลายวินาทีก่อนจะผละออก

 

 

                “วันนี้ไม่ให้ทำอะไรนะครับ พรุ่งนี้ผมต้องตื่นไปเรียนแต่เช้า”

 

 

 

 

“ทำอะไร”

มันคืออะไรกันนะ ???????

 

 

 

 

 

 

 

                ณ ค่ายดูดาว

                ในเต้นท์ของลู่หานกับอี้ชิง....

                (ทำไมอี้ชิงไปนอนกับลู่หานแทนที่จะนอนกับอู๋ฝานน่ะหรอ?.....จับฉลากได้คนละเต้นท์น่ะสิ)

 

 

 

                “ชู่ววววว” อู๋ฝานยกนิ้วชี้มาจรดริมฝีปากแทนการบอกลู่หานว่าอย่าส่งเสียงดัง เค้าแอบมุดเต้นท์เข้ามาตอนดึกมากแล้ว...ก็แค่คิดถึงคนที่นอนหลับปุ๋ยไปแล้วแค่นั้นแหละ ไม่มีอะไรมากนักหรอก

 

 

                “ขอ-นอน-กับ-อี้-ชิง” ขยับริมฝีปากแบบไม่มีเสียงช้าๆให้ลู่หานเข้าใจได้ ซึ่งเพื่อนสนิทเขาก็ดูจะเข้าใจอย่างดีเพราะลู่หานตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะมุดออกนอกเต้นท์ไป

 

 

                “อี้ชิง..” สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันแล้วกอดเอวบางไว้หลวมๆ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่รู้สึกตัวเค้าจึงเพิ่มแรงกอดให้มากขึ้นอีก ..ได้ผลขึ้นมานิดหน่อยตรงที่อี้ชิงขยับยุกยิกๆแต่ก็ไม่รู้สึกตัวอยู่ดี

 

 

                “ลักหลับซะก็คงไม่รู้เรื่องหรอก” ฝ่ามือหนาลูบวนลงไปแถวๆส่วนกลางลำตัวของอี้ชิง ..คราวนี้ร่างบางสะดุ้งตื่นกันเลยทีเดียว แต่เมื่อพบว่าใครเป็นคนนอนกอดอยู่ร่างบางก็วางมือลงบนมืออีกคน

 

 

                “เข้ามาได้ไงครับ นี่ไม่ใช่เต้นท์พี่ซักหน่อย”

 

 

                “อยากมาหาอี้ชิง..อยากมาชวนไปดูดาว” อี้ชิงหันมามองหน้าอู๋ฝานเล็กน้อย..ดูดาว?? เมื่อตอนก่อนนอนที่ค่ายเค้าก็พาดูไปแล้วนี่..แล้วคราวนี้จะพาไปดูดาวอะไรอีก

 

 

                “ดาวอะไรหรอครับ?”

 

 

                “ดาวที่อยู่สูงๆ...อยู่บนสวรรค์” มือซนเริ่มสอดเข้าไปลูบไล้ผิวเนียน..นั่นทำให้อี้ชิงบดหน้าเข้ากับหมอนจนแน่น...เริ่มรู้แล้วล่ะว่าดาวอะไร.. เห็นใจคนรักอยู่เหมือนกันที่ห่างหายไปนานพอสมควรเพราะต่างฝ่ายต่างก็ยุ่ง ดังนั้น..คืนนี้จะยอมซักคืนนึงก็แล้วกัน

 

 

                อี้ชิงปล่อยให้อู๋ฝานสัมผัสและลูบไล้จนพอใจ ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นริมฝีปากลากผ่านแทนปลายนิ้วมือ..อี้ชิงที่ถึงแม้จะตัวสั่นน้อยๆแต่ก็ยังไม่ห้ามปรามอะไรทั้งสิ้น

 

 

                “พี่ถอดนะ...”

 

 

                “ผมช่วยนะครับ”

 

 

                “น่ารักแบบนี้..ไม่ต้องนอนได้มั้ย?”

 

 

                “อา...วันนี้ผมยอมพี่แค่วันเดียวนะ -///-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ง่า เต้นท์สั่น บ้าจริงเชียวอู๋ฝานเนี่ย!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                END

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #34 Rainji (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 20:48
    เฮียคริสๆ ตอนนี้เฮียหื่นอ่ะ แต่ก็น่ารักอยู่ดี:)
    #34
    0
  2. #26 parksoya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 22:14
    ลู่หานรักเพื่อนมากกกกก -//////-
    อี้ชิงน่าร้ากกกกกก ประธานอู๋ก็จริงใจดี
    #26
    0
  3. #25 hyukjae0707 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 13:42
    เฮียใจเย็น == แต่แมวน้อยนี่ท่าทางจะน่ารักมากเลยนะนั่น ><
    #25
    0
  4. #23 BangMin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 13:03
    อ๊ากกกกกกกกกกกก น่ารักอ่าาา

    เขินเบยยยยเฮียรุกแบบน่ารักๆอ่าา

    ม๊าไม่ขัดขืนด้วน ครุคริ

    ชวนดูดาววว ฮุๆๆๆๆ

    #23
    0
  5. #18 TAO.โคตรเอลฟ์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:55
    บอกรักปุ๊บ แต่งปั๊บ คริสบ้าาา
    #18
    0
  6. #14 tt_yh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:00
    คุณคริส เต็นท์สั่นค่ะ><
    #14
    0
  7. #11 ~~-*กุร้ากป๋า*-~~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 19:14
    เรเื่องนี้เคยอ่านแล้วในบอร์ดใหญ่
    มาอ่านอีกรอบ อิอิ^_____^
    #11
    0
  8. #5 Ryujin~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 14:45
    อิพี่คริสหิ่นนนนน 
    #5
    0