[EXO SF] KRIS x ALL

ตอนที่ 1 : [SF] LOVE IS SO SWEET : KRIS x SUHO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ม.ค. 56

LOVE IS SO SWEET

Pairing : Kris x Suho

Rate : PG – 13

 

 

 

The love is not to give

Love is to share

The love is not to show

Love is to care

ต่อให้ผม...อู๋อี้ฝาน...ขอบคุณพระเจ้าสักกี่ครั้งก็คงไม่พอ

สำหรับการให้ผมได้เกิดมา

เพื่อรัก...คิมจุนมยอน

 

 

 

 

“ทำไมมานั่งเหม่ออยู่ตรงนี้ล่ะอู๋ฝาน?” คำทักทายของคนที่ผมรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใครทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้คนรัก..จุนมยอน ก่อนจะดึงมือของเขาให้ลงนั่งข้างๆกันและโอบรอบเอวของเขาไว้

 

 

“วันนี้ลมเย็นดีก็เลยไม่อยากที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง ว่าแต่จุนมยอนเถอะไม่พักผ่อนซักหน่อยหรอเพิ่งจะกลับมาเหนื่อยๆ” จุนมยอนของผมเค้าทำงานเปิดร้านหนังสืออยู่ไม่ไกลจากบ้านของเราสองคนเท่าไหร่ คงจะเป็นเพราะว่าเขาชอบและรักการอ่านหนังสือมากไม่ว่าจะเป็นหนังสือชนิดไหน ..ตอนเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาก็เลือกเรียนเกี่ยวกับบรรณารักษ์ ผมเห็นเขามีความสุขกับสิ่งที่ทำแล้วก็พลอยมีความสุขตามไปด้วย

 

 

ใช่แล้วครับ...พวกเราคบกันมานานหลายปีแล้ว

 

 

หลังจากที่เรียนจบ หลายคนคิดว่าความรักเราสองคนคงจะจบตามลงไปด้วย เพราะเราสองคนชอบอะไรที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันถึงแม้บุคลิกภายนอกของผมกับเขาจะดูนิ่งๆเหมือนกันก็ตามที

 

 

ผมจบมาแล้วเข้าทำงานที่บริษัทของพ่อในแผนกเกี่ยวกับการเงิน..ก็ผมเรียนด้านนี้มานี่นะ ส่วนจุนมยอนก็อย่างที่รู้..เขาเลือกเปิดร้านหนังสือเล็กๆควบคู่กับการเปิดร้านกาแฟในตัว โดยที่มีพ่อแม่ของผมสนับสนุนด้านเงินทุนส่วนหนึ่ง

 

 

กว่าที่ผมกับจุนมยอนจะพิสูจน์ให้ท่านทั้งสองเห็นและเข้าใจถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเราได้ก็เหน็ดเหนื่อยเอาการเหมือนกัน เคยท้อไปหลายหนเพราะไม่เพียงแต่พ่อแม่ของผมจะไม่ยอมรับแล้ว..แม่ของจุนมยอนก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก

 

 

แต่สุดท้ายผมกับจุนมยอนก็จับมือให้กำลังใจกันและกัน จนกระทั่งมีวันนี้จนได้ .... เพราะฉะนั้นเราสองคนจึงรักกันมากและเห็นคุณค่าของความรักมากกว่าใครจะนึกถึง...

 

 

“ไม่เหนื่อยเลย วันนี้แบคฮยอนมาช่วยจัดหนังสือแล้วก็เช็คหนังสือด้วย” แบคฮยอนก็คือพนักงานที่อยู่เคาน์เตอร์กาแฟของจุนมยอนนั่นแหละครับ บางครั้งถ้าว่างงานเจ้าเด็กแสบนี่ก็จะมาช่วยคนรักของผมทำงานเกี่ยวกับหนังสือ..อันที่จริงก็ไม่ได้ช่วยจุนมยอนซักเท่าไหร่หรอกครับ ออกแนวอยากช่วยแฟนเขามากกว่า..ปาร์คชานยอล ชานยอลเป็นผู้ช่วยของจุนมยอนครับ

 

 

ความรักมันก็สวยงามแบบนี้ล่ะ...ถ้าเรารู้จักที่จะรัก

 

 

“ช่วยให้เร็วหรือว่าช่วยให้ช้าล่ะครับ?” ผมนึกภาพครั้งล่าสุดที่แบคฮยอนเกือบทำหนังสือสุดรักสุดหวงของจุนมยอนหลุดมือแล้วขำ เพราะครั้งนั้นจุนมยอนถึงกับลืมตัวบ่นแบคฮยอนซะยาวเหยียดแบบที่ผมเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

“อู๋ฝานอ่ะ วันนี้เร็วนะ เลยกลับมาหาอู๋ฝานเร็วไง” มือเรียวบีบแก้มผมเบาๆ คงจะมันเขี้ยวผมที่แซวแบคฮยอนนั่นแหละครับ มันไม่เจ็บเพราะเขาบีบเบามือมาก ผมก็เลยถือโอกาสหันหน้าไปจูบไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นไปตามเรียวแขนแล้วมาจบที่ริมฝีปากบาง ไม่ต้องพูดอะไรให้มากมายเพราะเรารู้ใจกันอยู่แล้ว แขนของจุนมยอนขยับขึ้นมาโอบรอบคอผมไว้ก่อนที่เขาจะบดจูบตอบกลับมา

 

 

ฝ่ามือของผมสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาแล้วเราก็ลุกขึ้นเพื่อประคองกันเข้าไปในบ้านโดยที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากกัน จุดหมายปลายทางอยู่ที่ห้องนอนซึ่งอยู่ไม่ไกล..ก็จุนมยอนบอกผมเองว่าเขาไม่เหนื่อย เพราะฉะนั้นผมก็ทึกทักเอาเองว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้ แล้วจุนมยอนก็ไม่ห้ามซะด้วยสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อืม...รักนะครับ” ผมกระซิบบอกเขาที่ข้างหูเบาๆ “อื้ม..รักเหมือนกันครับ” เขาเองก็บอกรักผมตอบกลับมาเช่นกันก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไป

 

 

ผมนั่งพิงหัวเตียงแล้วมองใบหน้าคนหลับปุ๋ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แก้มของเขายังคงชื้นเหงื่อน้อยๆคงเพราะเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานดังนั้นผมจึงเอื้อมมือไปลูบเหงื่อเม็ดเล็กๆออกให้เบามือด้วยกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมา...เอาแต่ใจคนที่ออกไปทำงานทั้งวันมามากแล้วผมไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของเขาอีก

 

 

ความรักของผมกับจุนมยอนคงหมายถึงการดูแลเอาใจใส่กัน มากกว่าจะเป็นความรักที่หวือหวาเหมือนอย่างคู่อื่นๆ อยู่นอกบ้านสิ่งที่ทำอย่างมากก็แค่เดินจับมือกัน ไม่เคยโอบเอวแสดงความเป็นเจ้าของหรือว่าแสดงตัวให้โลกรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน

 

 

ไม่ใช่ว่าเราอาย...แต่การแสดงความรักไม่จำเป็นต้องแสดงในที่สาธารณะให้คนอื่นรับรู้ด้วยเสมอไป

 

 

ในปัจจุบันผมเห็นคู่รักหลายคู่ที่ทำทั้งหอมแก้ม กอดเอว หรือแม้กระทั่งยืนจูบกันกลางถนนโดยไม่อายหรือไม่เกรงใจสายตาใคร ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควร..แต่ก็นั่นล่ะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา เราแค่ทำตัวเราให้ดีก็พอ

 

 

ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นานแค่ไหนก็ไม่รู้..แต่มารู้สึกตัวก็ตอนที่แขนเรียวของจุนมยอนยกมาพาดช่วงเอวผมไว้แล้วเจ้าของแขนเรียวนั่นก็ขยับตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนมองผมตาแป๋ว

 

 

“นอนไม่หลับหรออู๋ฝาน?”

 

 

“เปล่าหรอกครับ..แล้วนี่ผมทำให้จุนมยอนตื่นหรอ?” คนรักของผมส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งแต่ครั้งนี้ขยับเข้ามากอดเอวผมแนบชิดกว่าเดิม

 

 

“มันนอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่...อู๋ฝานไม่มานอนกอดนี่นา ปล่อยให้นอนคนเดียวอยู่ตั้งนานแล้ว” เท่านั้นผมก็ถึงบางอ้อขึ้นมา เป็นเพราะทุกคืนผมจะนอนกอดจุนมยอนไว้หรือพูดให้ถูกก็คือพวกเราต้องนอนกอดกัน แต่คืนนี้ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยมากไปก็เลยทำให้ไม่ได้นอนกอดเขาอย่างเคย..พาลทำให้เขานอนหลับไม่สนิทซะอย่างนั้น...น่ารักจริงๆเลยนะจุนมยอนของผมเนี่ย

 

 

“โอ๋ๆ ผมขอโทษครับ” ทันทีที่ผมขยับลงไปนอนกอดจุนมยอนไว้แนบอก..ร่างเล็กก็หลับไปอีกครั้ง ลมหายใจสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าคราวนี้จุนมยอนคงหลับสนิทซักที ผมเองก็ควรจะนอนบ้างเหมือนกัน

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

“อรุณสวัสดิ์นะอู๋ฝาน” มอร์นิ่งคิสยามเช้าในขณะที่คนคิสเกยอยู่บนตัวผมแทบทั้งตัวแบบนี้ ยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยครับว่ามันล่อแหลมต่อความปลอดภัยของจุนมยอนมาก

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ ลงจากตัวผมก่อนดีมั้ย? เดี๋ยวไม่ปลอดภัยนะ..อย่าลืมสิว่าจุนมยอนไม่ได้ใส่อะไรซักตัว” ใบหน้าของเขาที่แดงระเรื่อขึ้นน้อยๆราวกับเพิ่งนึกเรื่องนี้ได้ เรียกให้ผมยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ท่าทางตอนทำแบบนี้เขาคงไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนี้ล่ะมั้ง ไม่อย่างนั้นคงระวังตัวกันมากกว่านี้

 

 

พวกเราไม่ใช่เด็กน้อยวัยเพิ่งเริ่มรักหรืออะไรทำนองนั้น จึงไม่ได้อายอะไรเหมือนคนที่เพิ่งเคยมีอะไรกันครั้งแรก นานๆทีที่ผมเอ่ยแซวแล้วจุนมยอนจะมีปฏิกิริยาน่ารักน่ากอดแบบนี้

 

 

“น่ารักจังเลยนะครับ หน้าแดงด้วย” แก้มนุ่มถูกผมสูดดมเอาความหอมเข้าไปเต็มปอด

 

 

“ไม่ต้องล้อเลยนะ ไปอาบน้ำได้แล้ว..วันนี้จะไปหาคุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่หรอ?” ใช่แล้วครับ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นเหมือนวันครอบครัวนั่นล่ะ ผมกลับไปทานข้าวและอยู่คุยกับคุณพ่อคุณแม่ทุกวันอาทิตย์..จุนมยอนก็เหมือนกัน แต่บางครั้งจุนมยอนก็ไปบ้านใหญ่กับผมรวมถึงครั้งนี้ด้วย..แต่ที่ไปครั้งนี้ก็เพราะว่าถูกบ่นคิดถึงน่ะครับ เดี๋ยวนี้พ่อกับแม่ของผมรักจุนมยอนมากกว่าผมซะแล้วล่ะ

 

 

ใครๆก็ต้องแพ้รอยยิ้มสวยๆกับความน่ารักของจุนมยอนกันทั้งนั้นแหละ

 

 

“โอเคครับๆ ไม่อาบพร้อมกันหรอ?” ที่ถามเนี่ยไม่ใช่ว่าผมทะลึ่งอยากจะทำอะไรจุนมยอนอีกหรอกนะครับ แต่ผมกังวลนิดๆเพราะเมื่อคืนก็ยังไม่ได้ทำความสะอาดอะไรเลยและเขาก็คงจะเหนียวตัวมากกว่าผมหลายเท่า

 

 

“........อาบเฉยๆนะ”

 

 

“ฮ่ะๆ ครับๆ ไม่ทำอะไรหรอก ไปอาบน้ำกันเถอะ” แล้วเราสองคนก็อาบน้ำพร้อมกัน ช่วยกันทำความสะอาดมันก็สบายตัวดีเหมือนกันนะครับ..

 

 

“ใส่ชุดอะไรไปดีอ่าอู๋ฝาน”

 

 

“ใส่ชุดไหนก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” จะกี่ครั้งจุนมยอนก็ยังกังวลแบบนี้ตลอด พ่อกับแม่ผมไม่ได้ว่าอะไรแล้วนะ จนบางครั้งก็แอบขำที่เห็นคนรักของตัวเองวิตกกังวลมากมายขนาดนี้

 

 

“ลืมไปแฮะ มันเคยตัวอ่ะ ไม่ต้องหัวเราะเลย!

 

 

“ครับบบครับ ไม่หัวเราะแล้ว”

 

 

 

 

ใช้เวลาเดินทางไม่นานเท่าไหร่ก็มาถึงบ้านของผมกันแล้วครับ เห็นว่าวันนี้จุนมยอนจะเข้าครัวเองด้วย..คงเข้าไปเป็นลูกมือแม่ครัวของบ้านผมเหมือนเดิมนั่นล่ะ ณ จุดๆนี้พ่อกับแม่ของผมก็ชอบใจอยู่มากเลยล่ะครับที่จุนมยอนไม่ได้ทำตัวเป็นลูกคุณหนูคือหยิบจับอะไรไม่เป็น

 

 

มาที่บ้านใหญ่ทีไรจุนมยอนเป็นต้องขอทำโน่นทำนี่ตลอด ขนาดทำสวนก็เคยทำมาแล้ว ถึงผมจะห้ามแล้วก็เถอะแต่จุนมยอนไม่ยอมแถมยังดุผมอีกด้วยที่ไม่ยอมทำอะไรเลย กลายเป็นว่าพ่อกับแม่ผมยืนหัวเราะชอบใจและชื่นชมในตัวจุนมยอนซะอย่างนั้น

 

 

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่” นั่นไงครับ จุนมยอนถึงตัวพ่อกับแม่ของผมก่อนลูกแท้ๆอย่างผมซะอีก ผมมองภาพจุนมยอนกอดกับพ่อและแม่ของผมซักพักนึงจึงค่อยเดินตามไปหา

 

 

“เป็นไงอู๋ฝาน” อยู่ที่ทำงานผมก็มีโอกาสได้เจอกับพ่ออยู่บ้าง จะมีก็แต่แม่นั่นแหละครับที่ไม่ค่อยได้เจอเพราะฉะนั้นแม่ถึงได้กอดผมแน่นและนานแบบนี้ไง ผมไม่ปฏิเสธกอดนี้หรอกครับ

 

 

“คิดถึงครับแม่” หอมแก้มแม่แล้วก็ขยับไปกอดพ่อซักหน่อย ผมกับพ่อเป็นพวกที่แสดงออกไม่เก่ง โดยเฉพาะพ่อของผมเนี่ย..สุดยอดของสุดยอด ชอบเก๊กขรึมเป็นนิจจนใครๆก็ไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ว่าท่านเองก็มีอารมณ์ขันอยู่เหมือนกัน

 

 

“เข้าบ้านได้แล้วล่ะ จุนมยอนจะเข้าครัวรึเปล่าวันนี้?” พ่อผมหันไปถามลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งจุนมยอนก็รีบพยักหน้ารับแล้วชวนพ่อผมเข้าครัวด้วยอีกคน

 

 

“เข้าครับคุณพ่อ คุณพ่อเข้าครัวกับผมมั้ยครับ? วันนี้ผมจะทำอาหารเอง”

 

 

“หืม? ทำเองเลยเรอะ ไม่เป็นลูกมือแล้วสิ?”

 

 

“ใช่ครับคุณพ่อ”

 

 

“เอา เข้าก็เข้า จะให้พ่อทำอะไรบ้างบอกมาก็แล้วกัน แก่แล้วมันหยิบจับอะไรไม่ค่อยถนัด” ผมเห็นจุนมยอนกับพ่อเข้ากันได้ดีขนาดนี้แล้วเบาใจ ยิ่งเห็นพ่อยอมให้จุนยอนกอดแขนเดินเข้าครัวแล้วด้วยก็ยิ่งเบาใจจนอดยิ้มกว้างๆไม่ได้

 

 

“ไม่ต้องห่วงไปแล้วล่ะลูก จุนมยอนน่ารักแล้วก็รักลูกมากขนาดนี้พวกเราไม่ว่าอะไรแล้วล่ะ ดูพ่อเราซิเดี๋ยวนี้พูดถึงจุนมยอนมากกว่าเรื่องอื่นซะอีก”

 

 

“ครับแม่ เราก็เข้าบ้านกันดีกว่าครับ ผมคิดถึงแม่จะแย่อยู่แล้ว” แต่ไหนแต่ไรผมก็สนิทกับแม่มากกว่าสนิทกับพ่ออยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าผมกับพ่อเราฟอร์มจัดเหมือนๆกันเลยคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ นึกแล้วก็ขำ..คนที่เข้ากับพ่อผมได้ดีกลับกลายเป็นจุนมยอน บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าจุนมยอนนิสัยคล้ายแม่ของผมก็เป็นได้ และนี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมรักจุนมยอนมากมายขนาดนี้

 

 

ผ่านไปเกือบชั่วโมง จุนมยอนก็ยกอาหารออกมาตั้งโต๊ะ ถึงจะไม่ได้มีหลากหลายอย่างเวลาที่แม่ครัวทำแต่ผมมองแค่ปราดเดียวก็ยังรู้ได้เลยว่าจุนมยอนตั้งใจและพิถีพิถันกับอาหารทุกอย่างมากขนาดไหน ส่วนพ่อของผมน่ะหรอครับ?...ท่านกำลังยกโถข้าวออกมา

 

 

“อุ๊ย คุณท่านทำไมยกเองล่ะคะ” แม่ครัวคนเก่าแก่กำลังจะตรงเข้าไปยกเองแต่พ่อผมส่ายหน้าบอกไม่ต้องเพราะมีจุนมยอนเข้าไปช่วยเรียบร้อยแล้ว

 

 

“ผมบอกแล้วไงครับคุณพ่อว่าเดี๋ยวผมจัดการเอง”

 

 

“ไม่ต้องๆ แค่โถข้าวแค่นี้พ่อยกได้น่า” ผมกับแม่หันไปมองหน้ากันยิ้มๆเป็นเชิงรู้กัน พ่อผมเคยทำอะไรอย่างนี้ซะที่ไหน นี่แสดงว่าคงคิดถึงจุนมยอนมากจริงๆ

 

 

“พ่อลืมลูกอย่างผมไปแล้วใช่มั้ยครับ?”

 

 

“ก็แกมันเคยเอาใจอะไรพ่อบ้างล่ะ” ผมเห็นจุนมยอนก้มหน้าอมยิ้มขำตอนที่พยุงพ่อนั่งตรงตำแหน่งหัวโต๊ะแล้วอยากจะหยิกแก้มเสียจริง...มันเขี้ยวน่ะครับ

 

 

“ร้านหนังสือเป็นยังไงบ้างลูก?” แม่ผมเริ่มชวนจุนมยอนคุย จุนมยอนยิ้มน้อยๆก่อนจะตอบแม่ผมไปว่า

 

 

“ก็เรื่อยๆครับคุณแม่ กาแฟก็ขายได้ดี ทั้งหมดต้องขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่นะครับ”

 

 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกลูก พ่อกับแม่ให้เงินทุนจุนมยอนก็เหมือนให้เงินทุนลูกคนนึงเพราะยังไงๆจุนมยอนก็เป็นเหมือนลูกเรา”

 

 

“พูดผิดแล้วคุณ จุนมยอนน่ะลูกผม เจ้าอู๋ฝานน่ะลูกคุณ สมบัติของผมผมจะยกให้จุนมยอนให้หมด” ดูพ่อผมเป็นสิครับ..หลงลูกสะใภ้จนกู้ไม่ขึ้น กู่ไม่กลับแล้วล่ะเนี่ย ไม่ได้อิจฉาจุนมยอนเลยนะครับแต่ผมหมั่นไส้พ่อ..นี่ผมจะบาปหนามั้ยครับเนี่ย

 

 

“ฮ่ะๆ คุณพ่อก็พูดเกินไปครับ อู๋ฝานเค้ารักคุณพ่อนะครับแค่แสดงออกไม่เก่งแค่นั้นเอง” คนตัวเล็กออกปากแก้ตัวแทนผม แต่คำพูดต่อไปของพ่อนี่สิ...

 

 

“มันคงแสดงออกเป็นแต่แบบที่แสดงกับจุนมยอนตอนอยู่สองต่อสองล่ะสิท่า” ไม่เขินก็ไม่ใช่แฟนผมสิครับพ่อผมเล่นยิงลูกตรงมาซะขนาดนี้ ใบหน้าของจุนมยอนแดงจัดยิ่งกว่าเวลาโดนผมแซวซะอีก

 

 

“คุณก็...ไปล้อลูกทำไมกัน”

 

 

“ก็ผมหมั่นไส้ลูกชายคุณนี่”

 

 

“ฮ่ะๆ คุณพ่อกับคุณแม่อย่าเถียงกันเลยนะครับ ทานข้าวกันดีกว่า” ผมสงสัยว่าถ้าจุนมยอนไม่เอ่ยห้าม พ่อกับแม่ผมคงนั่งเถียงกันอีกนานจนกับข้าวเย็นก่อนแน่นอนเลยล่ะครับ

 

 

“ฮื้ม..ฝีมือดีนะลูก” แม่ผมเอ่ยชมจุนมยอนไม่ขาดปาก ปกติจุนมยอนจะเป็นแค่ลูกมือของแม่ครัวคอยหยิบโน่นหยิบนี่ให้ แต่คราวนี้เขาลงมือทำเองโดยมีพ่อของผมเป็นลูกมือ

 

 

“ขอบคุณครับคุณแม่”

 

 

“ผมว่าผมตกกระป๋องโดยสมบูรณ์แล้วล่ะครับ” แกล้งทำหน้างอนแบบเด็กๆ รู้ตัวหรอกครับว่ามันคงไม่น่ามองมากเท่าไหร่แต่ผมก็ทำไปแล้ว...

 

 

“อู๋ฝานอ่า ไม่น้อยใจนะๆ” จุนมยอนเอื้อมมือมาหยิกแก้มผมเบาๆเป็นการง้อ.. เอื้อมมาข้ามโต๊ะเลยนะครับ แล้วผมจะไม่หายงอนได้ยังไงกันล่ะ เห็นพ่อกับแม่นั่งอมยิ้มมองพวกผมง้อกันแล้วก็แอบเขินอยู่บ้างแต่นั่นแหละครับ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้นนี่เนอะ

 

 

“ไม่น้อยใจก็ได้ครับ ไปว่ายน้ำกันมั้ย?” ที่บ้านผมมีสระว่ายน้ำครับ สร้างไว้ให้ผมว่ายนี่แหละแต่พอผมย้ายออกไปอยู่กับจุนมยอนก็ไม่มีใครว่ายแล้ว แต่ยังได้รับการดูแลอย่างดีตลอดนะครับ

 

 

“หืม? ไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน”

 

 

“งั้นไปนั่งเป็นเพื่อนผมก็ได้ สระว่ายน้ำมันเหงาแย่ละผมไม่ได้มาว่ายนาน” ดังนั้นพวกผมสองคนจึงขอตัวไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำกัน พ่อผมก็จะขึ้นไปเคีลยร์งานส่วนแม่ผมก็จะไปหาอะไรอ่าน ปล่อยให้เด็กๆอย่างพวกผมเล่นกันสองคน

 

 

“ไม่เล่นด้วยกันจริงหรอ? ใส่ชุดเดิมก็ได้” จุนมยอนส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียวจนผมยอมแพ้ อันที่จริงผมรู้หรอกว่าเขาไม่ค่อยชอบว่ายน้ำและว่ายน้ำไม่แข็งเท่าไหร่ เสนอตัวจะสอนให้หลายครั้งก็ไม่เอา

 

 

“จุนมยอน มานี่หน่อยสิครับ” ทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้ขอบสระตามที่ผมเรียก...ผมก็จัดการดึงเขาตกลงมาในสระด้วยกัน ผลที่ได้รับก็คือผมโดนทุบไม่ยั้ง แม้ว่าจุนมยอนจะพยุงตัวในน้ำได้และผมเองก็โอบรอบเอวเขาไว้แน่นแต่เขาก็ยังตกใจมากอยู่ดี

 

 

“โอ๊ยๆๆ ผมเจ็บไปหมดแล้วนะครับ”

 

 

“ก็แล้วใครให้แกล้งแบบนี้ล่ะอู๋ฝาน” ใบหน้าน่ารักของจุนมยอนมุ่ยจนผมอดยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มไม่ได้

 

 

“ก็อยากให้เล่นน้ำด้วยกันนี่”

 

 

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากเล่น”

 

 

“น่านะ อย่าโกรธเลย” ขบเม้มริมฝีปากบางเบาๆแทนการง้อ ส่วนจุนมยอนก็คงหายงอนแล้ว...เขายกแขนขึ้นมาโอบรอบคอผมไว้หลวมๆ

 

 

“ผมรักจุนมยอน”

 

 

“รักอู๋ฝานเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

นี่แหละครับความรักของพวกเราสองคน...แล้วความรักของคุณล่ะ...เป็นแบบไหน?

 

 

 

 

END

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #31 Rainji (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 20:13
    เป็นคู่ที่หวานและน่ารักมากๆสมกับชื่อตอนเลย~  >\\\<
    #31
    0
  2. #28 ชากียาพี่ปาร์ค (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 11:16
    น่ารักมว้ากกกกกกกก
    #28
    0
  3. #27 parksoya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2556 / 22:25
    น่ารักมากกก ตรงกับชื่อเรื่องเลยยยยย >_<
    #27
    0
  4. #20 อัญมณีสีสวย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 12:14
    คริสโฮน่ารักจัง
    #20
    0
  5. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:40
    ป่าป๊าหม่าม๊าพี่ตริสดูรักโฮดีจัง -/-
    ทำไมคู่นี้มันละมุนและน่ารักขนาดนี้ แอร๊ยยย! ><~
    รักเลย รักมากๆ รักที่สุด คริสโฮ! #ปาใจใส่
    #19
    0
  6. #13 chanbaekbaek (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:05
     กรี้ดดดดดดดดดดดดด เขินอ่าาาา >/////<  คริสอบอุ่นจัง 
    #13
    0
  7. #12 rose za (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 16:27
    หวานมากค่ะ อยากเป็นพี่คริสขึ้นมาทันที จุนมยอนน่ารัก ขอคริสโฮอีกนะค่ะ
    #12
    0
  8. #10 proprince (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 19:11
    อิจฉาพี่คริ้สสสส น้องโฮของพี่~~ ><
    อยากตอดบ้างอะไรบ้างงง น้องน่ารักเว่อร์ๆๆๆๆ

    เป็นฟิคที่น่ารักมากค่ะ อ่านแล้วอยากเปลี่ยนตัวกับคริสมากกก
    เราอยากกอดน้องโฮอย่างเป็นทางการ 5555
    #10
    0
  9. #9 dreammono (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 23:33
    โอ้ววววว
    น่ารักได้ใจไปจริงๆ
    #9
    0
  10. #7 `/แนเจลโล่(❤junhong). (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 23:28
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก -/-
    ทุกคนเอ็นดูมยอนมากอ้ะ !!
    #7
    0
  11. #3 goeun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 11:47
    ฮึก ครอบครัวนี้น่ารักจังเลย ป๊าเฮียแบบว่า

    ได้ใจอ่ะ ดูรักโฮมากกว่าลูกตัวเองอีก 555

    น่ารักจังเลยคริสโฮ อยากอ่าน คริสโฮอีกนะคะ
    #3
    0