[OS/SF] :: SEVENTEEN &. MONSTA X ::

ตอนที่ 6 : [17] - COFFEE - #SEOKWOO [#ฟิคยัยกาแฟ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ส.ค. 59


C o f f e e

#ฟิคยัยกาแฟ

 

 

 

 

 

                อีซอกมินเป็นคนเกลียดกาแฟ...

 

                มือหนาจับช้อนแล้วคนกาแฟร้อนในแก้วไปมาด้วยความใจลอย สายตาที่เคยร่าเริงเหม่อมองไปทางเคาน์เตอร์ของร้านพลางขมวดคิ้ว

 

                ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้...

 

                “จะออกไปไหนวะ?” อีซอกมินชะงักปลายเท้าที่กำลังก้าวเดินเมื่อได้ยินประโยคคำถามจากรูมเมทของเขา เขาหันกลับไปตอบเพื่อนเบาๆว่าจะไปหาของกิน แม้ว่าในเวลานั้นจะเป็นเวลาที่แดดแรงมากๆและไม่ใช่เวลาที่ควรจะออกไปข้างนอกก็ตาม

 

                “หาของกิน? เอาจริงดิ งั้นขากลับซื้อไอติมมาฝากด้วยนะเดี๋ยวเอาเงินให้”

 

                “โอเค เดี๋ยวกลับมานะ”

 

                แล้วซอกมินก็เดินออกจากหอมา ...เป้าหมายของเขาไม่ใช่ที่อื่นที่ไกล ร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปสองช่วงตึกนั่นเอง

 

 

                เขาเกลียดกาแฟ...

 

 

                แต่การที่เจ้าของร้านน่ารักก็พอจะทำให้เขาลืมๆความเกลียดของตัวเองไปได้ เขาก้าวเข้าไปในร้านด้วยความมั่นใจเหมือนทุกวัน จุดแรกที่เขามองก็คือเคาน์เตอร์ที่เจ้าของร้านมักจะยืนอยู่เป็นประจำคอยคิดเงิน แตกต่างไปนิดหน่อยตรงที่วันนี้คนๆนั้นไม่อยู่

 

 

                ทั้งที่เวลานี้ปกติเขาก็อยู่แท้ๆ

 

 

                นั่นล่ะคือเหตุผลที่เขามักจะแวะมาที่ร้านกาแฟแห่งนี้ในเวลานี้เป็นประจำ..ซึ่งหากถามว่าเขามาบ่อยมากแค่ไหน ก็แค่พนักงานจำหน้าเขาได้เท่านั้นเอง

 

                และทุกครั้งที่สั่งกาแฟเขาก็กินไม่หมดหรอก.. เพียงแค่อยากมาอุดหนุนแล้วก็นั่งมองเจ้าของร้านพอเป็นอาหารตาเท่านั้นเอง.. แต่วันนี้เขาคนนั้นดันไม่มาที่ร้านซะนี่..

 

 

                เป็นอะไรหรือเปล่านะ?

 

 

                ไวเท่าความคิด ซอกมินละมือจากการคนกาแฟในแก้วที่เย็นชืดไปหมดแล้ว ก่อนดันตัวลุกขึ้นและเดินไปหาพนักงานที่พบหน้ากันบ่อยครั้งแทน มือหนาท้าวลงบนเคาน์เตอร์ กระแอมในลำคอเบาๆสองสามทีก่อนส่งเสียงออกไป

 

                “เอ่อ...”

 

                “คะ? คุณลูกค้าจะรับโกโก้ปั่นเพิ่มหรือเปล่าคะ?”

 

                “เอ่อไม่ครับ แค่อยากรู้ว่าวันนี้เจ้าของร้านไม่มาหรอครับ? พอดีเห็นว่าปกติเขามาน่ะ” ซอกมินรีบเอ่ยเสริมเมื่อเห็นสายตาและสีหน้าที่แสดงออกว่าสงสัยอย่างชัดเจนของพนักงานสาว และด้วยความที่ไม่ควรเสียมารยาทต่อลูกค้า เธอจึงรีบปรับสีหน้าและตอบคำถามที่ได้รับในทันที

 

                “วันนี้คุณวอนอูไม่สบายค่ะ ก็เลยไม่ได้มา แต่เห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมากนะคะแค่ไข้ขึ้น สงสัยจะเป็นไข้หวัด แต่เอาจริงๆก็น่าเป็นห่วงนะคะอยู่ตัวคนเดียวที่บ้านเสียด้วยสิ เอ...แต่บ้านก็ห่างไปแค่ช่วงตึกเดียวเองถ้ามีอะไรคงไปดูทันแหละค่ะ เอ๊ะ...แล้วจะพูดมากทำไม ขอโทษนะคะ” ซอกมินรีบส่งยิ้มแทนคำตอบว่าไม่เป็นไรทันที การพูดเยอะของเธอช่างเป็นประโยชน์กับเขาจริงๆ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าทำไมเจ้าของร้านที่เขาเพิ่งทราบชื่อวันนี้ว่าชื่อวอนอูถึงไม่มา

 

 

                อีกฝ่ายไม่สบาย..

 

 

                อยู่บ้านคนเดียว..

 

 

                เขาอยากจะไปแสดงน้ำใจเสนอตัวช่วยดูแลจริงๆ ติดที่เขาไม่รู้น่ะสิว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าอยู่ห่างไปช่วงตึกเดียวแต่บ้านหลังไหนก็ยังไม่รู้เลย

 

 

                แต่เอาเถอะ ลองไปเดินดูก่อนก็ได้เผื่อจะเจอ..

 

 

                “งั้นผมจ่ายเงินเลยแล้วกันครับ” ซอกมินจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วจึงออกจากร้านกาแฟไป เขาเดินไปตามทางที่คิดว่าใช่แต่ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วก็ยังไม่เจอคนที่ตามหา จนเขาเริ่มท้อ

 

                แต่แล้วก็เหมือนว่าฟ้าเห็นใจ เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปมองทางบ้านแบบทาวเฮ้าส์หลังหนึ่ง แผ่นหลังของคนที่กำลังก้มลงหยิบผ้าขึ้นมาตากบนราวตากผ้ามันช่างคุ้นตาจนดึงดูดให้เขาเดินเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ รู้สึกตัวอีกทีเขาก็ไปยืนอยู่ชิดรั้วบ้านหลังนั้นเสียแล้ว

 

 

                และสายตางุนงงคู่นั้นก็จับจ้องมาที่เขา

 

 

                “คุณ...?”

 

                “เอ่อ คือผมเป็นลูกค้าที่ร้าน...”

 

                อีกฝ่ายขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ ในตอนนั้นเองที่ซอกมินสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายนั้นค่อนข้างซีดทีเดียว เขาอยากจะยื่นมือไปแตะเสียเหลือเกินแต่มันคงไม่เหมาะนัก ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เกาะประตูรั้วบ้านอีกฝ่ายเท่านั้น

 

                “ผมจำได้ครับ คุณ?”

 

                “ซอกมินครับ อีซอกมิน” อีกฝ่ายแนะนำตัวกลับมาว่าชื่อวอนอู ก่อนจะเปิดรั้วบ้านให้ซอกมินเดินเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวอย่างมีน้ำใจ แม้จะดีใจไม่น้อยแต่ก็เกรงใจที่อีกฝ่ายป่วยอยู่แต่ยังต้องมาต้อนรับเขา(ที่ไม่รู้ว่ามาได้ยังไงอีก)

 

                “อยู่แถวนี้หรอครับ?”

 

                “เอ่อ...ก็ไม่เชิงครับ” ห่างไปสามช่วงตึกนี่เรียกว่าอยู่แถวนี้มั้ยนะ

 

                “พอดีได้ยินข่าว..ว่าคุณไม่สบาย ผมก็เลย...เดินมาดู” รอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไปด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้เอ่ยปากถามออกมาของวอนอูทำให้ซอกมินยิ้มเจื่อนลงไปเล็กน้อย ดวงตาที่เปล่งประกายร่าเริงของเขาเสหลบลงไปมองมือของตัวเองแทน ทำแบบนี้เหมือนเขากลายเป็นสโตรกเกอร์ยังไงยังงั้น

 

 

                จะโดนหาว่าเป็นโรคจิตมั้ยนะ...

 

 

                “ขอบคุณมากนะครับที่เป็นห่วง ผมนึกว่าพนักงานที่ร้านไม่สุภาพเสียอีก” ซอกมินรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันพลางโบกมือประกอบไปด้วย

 

                “สุภาพมากๆครับ” แถมยังใจดีบอกบ้านเจ้านายอีก

 

                “งั้นก็แล้วไปครับ ถ้าทำตัวไม่สุภาพผมคงต้องไปจัดการเสียหน่อย”

 

                “รักษาตัวให้หายก่อนดีมั้ยครับ ปากคุณซีดมากเลย ไข้สูงมากไหมให้ผมพาไปหาหมอรึเปล่าครับ?” ถามไปแล้วก็ได้แต่ถูจมูกตัวเองเก้อๆ เนื่องจากเขาเพิ่งจะนึกได้ว่าคนเพิ่งรู้จักกันไม่น่าจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยกันมากขนาดนั้น นี่เขากำลังพลาดรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้อยู่สินะ

 

                “คุณดูจะใส่ใจคนรอบข้างมากเลยนะครับ” แต่วอนอูก็ทำเพียงแค่ส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ ราวกับไม่ได้สนใจอะไรมากมายกับคำถามที่ซอกมินถามมาด้วยความเป็นห่วง ซึ่งสิ่งนั้นก็ทำให้ซอกมินโล่งใจขึ้นมามากทีเดียว

 

                “ไม่หรอกครับ ใส่ใจเป็นคนๆไป” ปล่อยไก่รอบที่สาม...

 

 

                อยากจะตบปากตัวเองจริงๆเชียว

 

 

                รอบนี้นอกจากจะยิ้มแล้ววอนอูยังหัวเราะออกมาด้วยอีกต่างหาก เจ้าของร่างสูงโปร่งหัวเราะไม่หยุดจนต้องกุมซี่โครง และใบหน้านั้นก็แดงไปหมดเพราะหัวเราะนานเกินไป

 

                “คุณไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกสักนิดเลยหรอครับ?”

 

 

                คราวนี้เป็นคราวของซอกมินบ้างที่หัวเราะออกมาราวกับคนที่สติไม่ดี ที่เขาหัวเราะไม่ใช่เพราะเขาขำแต่เพราะเขารู้สึกเสียสติต่างหาก เขาไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะโป๊ะแตกให้อีกฝ่ายจับได้เสียหน่อย รู้แบบนี้เขาไม่ออกมาตามหาหรอก

 

                “พอแล้วครับ เดี๋ยวก็ขาดใจเสียก่อนหรอก” ซอกมินจึงค่อยๆหยุดหัวเราะและเปลี่ยนเป็นสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆแทน นอกจากนั้นเขาก็ยังไม่ยอมสบตากับวอนอูอีกด้วย

 

                “คือ ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่าครับ ผมมารบกวนนานแล้วด้วยคุณจะได้พักผ่อนยิ่งไม่สบายอยู่ หายไวๆนะครับ” ซอกมินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งสวัสดีวอนอูก่อนรีบเดินออกไปทางประตูรั้ว แต่ก็ถูกอีกฝ่ายรั้งเอาไว้เสียก่อน

 

                “เป็นอะไรไปครับ? ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ” ซอกมินเองก็ไม่เข้าใจ แต่เขาแค่รู้สึกว่าเขาไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่ายเขาจึงไม่อยากอยู่ที่นี่อีก

 

                “ขอโทษครับ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ หายไวๆนะครับ” เขาย้ำคำเดิมอีกครั้งและรีบเดินจากมาโดยที่ลืมเรื่องไอติมของเพื่อนไปเสียสนิท กลับมาถึงหอก็ยังโดนเพื่อนบ่นอีกชุดใหญ่แต่เขาไม่ได้สนใจฟังเลยสักคำ เขาทิ้งร่างลงนอนคว่ำบนเตียงของตัวเองและนิ่งไปเป็นเวลานานจนเพื่อนของเขาเดินออกจากห้องไป เขาจึงค่อยพลิกตัวนอนหงายและเอาแต่จ้องมองเพดานห้อง

 

                เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นอะไร เขารู้เพียงแต่ว่าเขารู้สึกอับอายที่ถูกอีกฝ่ายจับได้ และไม่แน่อาจจะรู้มาก่อนแล้วด้วยซ้ำ ในอกเขามันปั่นป่วนไปหมดและเขาไม่อยากจะทำอะไรเลย

 

                ดังนั้นหลังจากนั้นเป็นอาทิตย์ๆ เขาก็ไม่ได้เดินไปเฉียดร้านกาแฟของวอนอูเลยแม้สักครั้งเดียว ..เขาค่อนข้างเก็บตัวอยู่ในห้องในเวลาที่มักจะออกไปร้านกาแฟ และไม่เคยแตะกาแฟอีกเลย

 

 

 

 

                จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาลงจากหอมาร้านสะดวกซื้อในเวลาสองทุ่ม

 

 

 

 

                แรงจับที่ไหล่ทำให้เขาหันกลับไปมองตามทิศทางการจับ ก่อนพบเข้ากับดวงหน้าน่ารัก เจ้าขาวผิวขาวและรูปร่างสูงโปร่งยืนอยู่ด้านหลังเขานี่เอง อีกฝ่ายส่งยิ้มอ่อนๆมาให้เหมือนที่เคยเห็น แต่ซอกมินกลับยิ้มตอบไม่ได้ ที่เขาทำได้คือการกระตุกมุมปากคล้ายว่าจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ซึ่งก็ทำให้คนที่เข้ามาทักถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปเหมือนกัน

 

                ใบหน้าน่ารักดูหม่นหมองลงเล็กน้อยเมื่อไม่ได้แม้แต่รอยยิ้มจากอีกคน อย่าพูดถึงคำทักทายเลย อีกฝ่ายตั้งใจจะเดินหลบเขาไปจ่ายเงินด้วยซ้ำดังนั้นวอนอูจึงยึดข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่น เขาใส่แรงในการบีบเข้าไปจนอีกฝ่ายต้องหยุด

 

                “คุณ...โกรธอะไรผมหรอครับ?” ซอกมินส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนชูของในมือเป็นเชิงถามว่าเขาไปจ่ายเงินได้หรือยัง ซึ่งวอนอูก็จำเป็นต้องปล่อยอีกฝ่ายไปและเดินตามไปห่างๆแทน แต่เมื่ออีกฝ่ายจ่ายเงินเสร็จก็ไม่ได้มีทีท่าว่าอยากสนทนากับเขา กลับเอาแต่ตั้งท่าจะเดินขึ้นหอซึ่งวอนอูไม่อาจเดินขึ้นไปด้วยได้ ดังนั้นวอนอูจึงดึงข้อมืออีกฝ่ายไว้อีกครั้ง

 

                “คุณหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า?” ถึงแม้ซอกมินจะไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจของเขาก็ตื่นเต้นไม่น้อยและได้ค้นพบว่าความรู้สึกของเขาที่มีให้วอนอูก็ยังเหมือนเดิม มันอาจจะเป็นเพียงแค่ทิฐิหรือความเสียหน้า หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เขารู้สึกอายเมื่อถูกจับได้ และเขาเองก็ไม่คิดว่าวอนอูจะมาตามหาเขาเช่นนี้ (คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)

 

                “ทำไมไม่ตอบผมเลย? ไม่พอใจอะไรผม? พนักงานที่ร้านบ่นคิดถึงคุณกันทุกคนว่าไม่เห็นหน้าคุณมาเป็นอาทิตย์แล้ว ผมให้คุณกินฟรีเดือนนึงเลยก็ได้ แต่ช่วยบอกผมหน่อยว่าทำไมคุณถึงหายไป?” ตัววอนอูเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะมายืนพูดคนเดียวอยู่ทำไม เขาถึงกับมาเดินหาอีกฝ่าย กว่าจะเจอก็หลายวัน แต่อีกฝ่ายกลับเปลี่ยนไปจากลูกค้าคนเดิมที่เขาเคยเห็น เปลี่ยนจนลึกๆเขาก็ใจหาย

 

 

                “ผมเกลียดกาแฟ ไม่เคยชอบ”

 

 

                นับเป็นประโยคแรกที่ซอกมินเอ่ยกับวอนอู แต่แค่ประโยคนี้ก็ทำให้วอนอูเริ่มใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยอมพูดแล้วแม้จะบอกว่าเกลียดในสิ่งที่เขาชอบทำก็เถอะ...

 

 

                “แล้วทำไม..?”

 

 

 

 

                “เกลียดกาแฟ แต่ชอบเจ้าของร้าน

 

 

 

 

                สิ่งที่ได้ยิน แม้จะเป็นสิ่งที่วอนอูพอรู้อยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินชัดๆก็ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจากความตื่นเต้นได้เหมือนกัน วอนอูพยักหน้ารับเบาๆ

 

                “ผมคิดว่าคุณเห็นมันเป็นเรื่องตลก”

 

                “ไม่ใช่นะ! ที่หัวเราะวันนั้นเพราะคุณน่ารักต่างหาก คุณไม่อยากให้ผมรู้แต่คุณก็แสดงออกมาหมด ไม่ได้คิดว่าคุณเป็นตัวตลกหรือความรู้สึกของคุณเป็นเรื่องตลกอะไรเลย” ซอกมินจ้องเข้าไปในดวงตาของคนพูดก่อนพยักหน้าแล้วค่อยๆยิ้มออกมาน้อยๆ เพียงเท่านั้นวอนอูก็ยิ้มตาม

 

                “งั้น...ถ้าคุณบอกว่าคิดถึงผม ผมจะกลับไปอุดหนุนร้านคุณเหมือนเดิมก็ได้” ได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้วอนอูยู่ปากขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วเรียวเกาที่ข้างแก้มก่อนเลื่อนไปถูจมูกไม่ยอมหยุด

 

                “คุณขออะไรแปลกๆแบบนั้นกันล่ะ ผมไม่พูดหรอก”

 

                “ผมทนกินกาแฟที่ตัวเองไม่ชอบมาตั้งหลายเดือน ไม่เห็นใจผมบ้างหรอ?” ราวกับว่าคุณลูกค้าได้เปลี่ยนกลับไปเป็นคนเดิม คนที่ร่าเริงและยิ้มบ่อยๆคนนั้น ในที่สุดวอนอูก็ยอมแพ้

 

                “ไม่คิดถึงผมไม่มาเดินตามหรอก แต่..คิดถึงในฐานะลูกค้าเท่านั้นนะ รายได้มันหายอะไรแบบนั้นน่ะ” เมื่อได้ยินคำแก้ที่อีกฝ่ายรีบเอ่ยตามออกมาจนลิ้นแทบพันกันแบบนั้นก็ทำให้มุมปากของซอกมินขยับยกสูงขึ้น และเลยไปจนถึงแววตาที่พลอยยิ้มตามไปด้วย

 

 

 

 

                “แค่นี้ก็ได้..แค่นี้ผมก็ยอมหมดแล้วล่ะ”

 

 

 

 

 

                ดังนั้นร้านกาแฟจึงได้ลูกค้าประจำกลับมาด้วยประการฉะนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The end.

ช่วงนี้เขาถ่ายรูปด้วยกันบ่อยเราก็ต้องลั่นบ้างอะไรบ้าง

เช่นเคยค่ะอย่ามาถามหาสาระและเหตุผลแถวนี้

เพราะคุณจะไม่ได้มันกลับไปแน่นอน

#ฟิคยัยกาแฟ เม้นท์ได้ด่าได้ชมได้

คุยกันได้นะคะ @tuangmi_

พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการค่ะ จุ๊บๆ

 

ปล.ขอบคุณธีมสวยๆด้วยนะคะ

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #36 mttrow. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 23:26
    น่ารักกกกกกกกก
    #36
    0
  2. #25 `meteoritez (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:31
    จอนวอนอู มีแอบรู้ทันด้วย สุดยอด 555
    แต่ซอกมินไม่เก็บอาการขนาดนี้ มองจากดวงจันทร์ยังรู้เลยว่าแอบชอบเขา ฮี้ว 555555

    เขินมากเลยค่ะ แงงง น่ารักมาก ;w;
    #25
    0
  3. #24 ไข่ดาวing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 23:15
    กนี้สสสสสสสสส น่ารักมาก กรี้สๆๆๆๆๆ งุ้ยยย มีความเป็นห่วงคุณเจ้าของร้าน มีความไปเยี่ยม โง้ยยย แล้วทำไมคุณเจ้าของร้านต้องน่ารีกน่าฟัดขนาดเน้ ซอกมินนี่ทำมาเปง....
    ชอบก็บอกว่าชอบเด้ ไม่ใช่ไปนั่งกินกาแฟแล้วส่องเขา (/ \) เขิล ออลวอน ซอกวอน จงเจริญ
    #24
    0
  4. #23 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:39
    ดีนะที่ซอกมินรีบเปลี่ยนโหมด เราเลยยอมยกวอนูให้ก้ได้

    ไม่งั้นล่ะก็ หึๆ เราเปลี่ยนพระเอกเเน่ 55555555
    #23
    0
  5. #22 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:37
    "ผมเกลียดกาแฟ ไม่เคยชอบ"

    คืออยากรู้ว่า ทำไมต้องพูดตรงขนาดนี้?????

    คือช็อคอ่ะ เปลี่ยนพระเอกได้มะ?
    #22
    0
  6. #21 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:34
    เกลียดซอกมินได้มั้ย คือทำไมต้องหลบหน้านู นูเสียใจนะ เเงงงงงงงงงงงงงง

    ไม่ชอบเลยทำไมต้องหลบหน้า พุ่งชนดิ นูก็ไม่ได้ตกใจที่รู้ว่าตัวเองชอบสักหน่อยอ่า
    #21
    0
  7. #20 BeautcH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:30
    แงงงงงง โอ๊ยน่ารักมากเลย กลายเป็นว่าจริงๆ แล้ววอนอูก็โอเคสินะที่ซอกมินชอบ แล้วก็โอเคมานานแล้วด้วยสิ? น่ารักอะ ชอบลุคแบบนี้จัง งื้อออออออ ;-;
    #20
    0
  8. #19 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:28
    กลายเป็นว่า วอนูรู้เรื่องมาตั้งนานแล้วหรอ?? คือดูไม่ตกใจมากเท่าไหร่(ไม่ตกใจเลย)

    แล้วก็เหมือนจะชอบซอกมินเหมือนกันด้วยอ่ะ นี่งง เเต่เหมือนจะเข้าใจเล็กๆ
    #19
    0
  9. #18 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:27
    ซอกมินชอบอ่อยแบบ จะพยายามให้เขารู้ตัวนะ แต่จริงๆไม่ได้อยากให้รู้ตัวนะอ่ะ

    จนวอนูต้องถามว่า ไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกตัวเองเลยหรอ 55555555555

    #18
    0
  10. #17 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:23
    เรารู้สึกได้ว่า วอนูน่าจะรู้ไม่ก็อย่างน้อยระเเคะระคายว่าซอกมินชอบตัวเองอ่ะ

    แต่เหมือนน้องคิดว่าคงไม่ใช่หรอก เลยมีเเววตาสงสัย

    พูดประมาณว่าคุณดูใส่ใจคนรอบข้างเหลือเกินนะอะไรแบบนี้

    หรือมีแค่เราที่คิดเเบบนี้ 555
    #17
    0
  11. #16 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:16
    แหมมมมมม อะไรจะบังเอิญไปเห็นหลังวอนอูได้ขนาดนั้น หื้มมมม ซอกมิน

    วอนอูนี่ก็นะ ไม่สบายอยู่ก็ยังมาตากผ้า ถ้าเป็นพี่ พี่ไม่ซักหรอก 5555
    #16
    0
  12. #15 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:10
    ไม่คิดว่าซอกมินจะกล้าเดินเข้าไปถามอ่ะ เหนือความคาดหมายจริงๆ

    ว่าแต่ถ้าพนักงานจะพูดเยอะขนาดนี้ เอาเลขที่บ้านมาเลยก็ได้นะ 5555
    #15
    0
  13. #14 ัีyuri_wonwoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 17:01
    เกลียดกาแฟ แต่สั่งกาแฟเพราะจะมามองเจ้าของร้าน

    โอ้โหหหหหหหหหหหห เยี่ยมไปเล้ยยยย ซอกมิน

    จริงๆสั่งนมร้อนไรงี้ก็ได้มั้ยอ่ะ เสียดายกาแฟ 55555
    #14
    0