[OS/SF] :: SEVENTEEN &. MONSTA X ::

ตอนที่ 3 : [X] - PARTY - #เอ็มกี้ [#ฟิคปาร์ตี้เอ็มกี้]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มิ.ย. 59

Processed with VSCO

- PARTY - #ฟิคปาร์ตี้เอ็มกี้

( I.M x Minhyuk : #เอ็มกี้ ) By. tuangmi

 

 

 

เสียงเพลงสนุกสนานดังคลอไปกับบรรยากาศของปาร์ตี้หลังปิดโปรเจ็กต์ใหญ่ พนักงานมากมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์โฆษณาของบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้ต่างพากันปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดกันอย่างสบายใจ ไม่ว่าความเครียดหรือความกังวลใดๆพวกเขาล้วนนำมาปลดปล่อยในวันนี้ทั้งสิ้น

 

 

อีมินฮยอกก็เช่นเดียวกัน..

 

 

และโดยเฉพาะว่าเขาเป็นหัวหน้าโปรเจ็กต์ที่ฝ่ายบริหารมอบหมายให้โดยตรง ย่อมมีความเครียดและกดดันมากกว่าพนักงานคนอื่นเป็นธรรมดา

 

 

ที่จริง..เพื่อนๆในทีมเขาก็เครียดและกดดันไม่น้อยไปกว่ากัน

 

 

“ไงมินฮยอก ยิ้มหน้าบานตลอดงานเลยนะ”

นึกถึงเพื่อน เพื่อนก็เดินเข้ามากระทบไหล่ทันทีพร้อมด้วยแก้วค็อกเทลสีสวยที่ทำเอามินฮยอกยิ้มออกมามากกว่าเดิม เพื่อนมักจะรู้ใจเขาเสมอว่าเขาชอบมาการิต้าเป็นพิเศษ จะเป็นสูตรไหนมินฮยอกไม่เกี่ยง..อย่างเช่นคราวนี้เพื่อนเขานำ Blue Sea Margarita มาเสนอให้ สีฟ้าใสของมันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

 

 

มือบางรับค็อกเทลแก้วนั้นมายกจิบทันที รสชาติที่ได้รับยิ่งกว่าถูกใจ

 

 

“ขอบใจ นายนี่รู้ใจฉันตลอดเลยนะ”

 

 

“อะ แน่นอน เออเห็นว่าหัวหน้าก็จะมาด้วยนี่ ยังไม่เห็นมาเลย”

เพื่อนเขายกแก้วค็อกเทลของตัวเองขึ้นจิบพลางเดินคุยกับไปด้วย มินฮยอกเองเมื่อได้ยินเพื่อนทักเช่นนั้นก็เริ่มมองหาหัวหน้าสายตรงของตัวเองเหมือนกัน

 

“นั่นสิ คงจะติดประชุมล่ะมั้ง แต่หัวหน้าบอกว่ามาเดี๋ยวก็คงมาแหละแค่อาจจะแวะมาแปปเดียวไรงี้...ละก็ไป”

 

“อือสงสัย เราไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวแล้วว่ะ”

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า..ร่างโปร่งของมินฮยอกถูกลากให้เดินตามเพื่อนตัวสูงของเขาไปในทิศทางที่เต็มไปด้วยของกินทันที งานนี้หัวหน้าของพวกเขาใจป้ำเลี้ยงไม่อั้นจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าทุกคนจะได้กินไม่ทั่วถึง

 

 

“เห้ย ตั้งสองสามทุ่มแล้วกินสปาเก็ตตี้เดี๋ยวก็หน้าบวมมากไปกว่านี้หรอก”

มินฮยอกเอ่ยแซวเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก ล้อมันตั้งแต่เริ่มทำงานด้วยกันจนผ่านมาสี่ปีก็ยังไม่เลิกล้อและไม่คิดจะเลิกล้อด้วย เพื่อนของเขาเป็นประเภทที่ไม่ได้เป็นคนอ้วนแต่เป็นคนมีแก้ม ลดน้ำหนักยังไงแก้มก็ไม่หายไป จนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มินฮยอกล้อได้ถึงทุกวันนี้แหละ

 

“โอ้โห เลิกล้อเรื่องเบ้าหน้าเพื่อนสักวันจะตายป้ะ เดี๋ยวเอาเส้นสปาเก็ตตี้ผูกคอให้ซะเลยนิ”

 

มินฮยอกจึงโบกมือหยอยเป็นสัญญาณว่าเขาจะเลิกแกล้งแล้ว ปล่อยให้เพื่อนมีความสุขกับการกินของตัวเองต่อไป ส่วนตัวเขาก็เปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นทั่วๆงานแทน มีบ้างที่พนักงานเข้ามาทักทายและแสดงความยินดี ซึ่งเขาก็ยิ้มแย้มขอบคุณทุกคน

 

 

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มเกือบครึ่งนั่นแหละที่เจ้านายของเขาแวะมางานปาร์ตี้นี้ เสียงปรบมือและเสียงผิวปากล้อเลียนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง สาเหตุที่พวกเขากล้าแซวเจ้านายกันขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะอีกฝ่ายมีความเป็นกันเองมากนั่นเอง เจ้านายเขายกมือพร้อมโค้งคำนับรับเสียงโห่แซวทั้งหลายอย่างอารมณ์ดี

 

“อะแฮ่มๆ ท่าทางว่ามีคนรอคอยฉันเยอะเลยนะนี่ ขอโทษทีที่มาสาย พอดีเสียเวลาไปกับการลากเจ้าลูกชายมาด้วยน่ะ ขอแนะนำให้รู้จักอิมชางกยุนลูกชายของฉันเอง” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเท้าออกมาโค้งสวัสดีอย่างสุภาพและยิ้มน้อยๆให้กับทุกคนภายในงาน โดยเฉพาะเจาะจงมองมินฮยอกนานกว่าคนอื่นเล็กน้อย มินฮยอกจึงขมวดคิ้วเล็กๆ

 

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ต่อไปผมอาจได้ร่วมงานกับทุกคน”

 

ทุกคนในงานปรบมือเป็นมารยาท และแยกย้ายกันไปสนุกสนานต่อไป ส่วนมินฮยอกกับทีมถูกเรียกให้เข้าไปคุยกับหัวหน้าเป็นการส่วนตัว

 

“เป็นไงบ้าง ทำได้ดีนะ”

 

“ขอบคุณครับ เพราะหัวหน้าให้ความเมตตา”

 

“น่า อย่ามาถ่อมตัว ใครก็รู้ว่าลูกค้ารายนี้น่ะเรื่องมากแค่ไหนแต่นายก็เอาอยู่ ไม่เสียแรงที่ฉันไว้วางใจจริงๆ” ฝ่ามือหนาตบไหล่บางและบีบเบาๆด้วยความภูมิใจจริงๆ เรื่องนี้เขาของเอาไว้คุยอวดในบริษัทได้อีกนานว่าลูกน้องของตัวเองเก่งขนาดที่เอาบริษัทยักษ์ใหญ่มากเรื่องรายนั้นอยู่ได้

 

“แหม ถ้าผมเก่งขนาดนั้นป่านนี้ผมเป็นหัวหน้าไปแล้วครับ”

เอ่ยแซวไปยิ้มๆด้วยความที่รู้ว่าสามารถหยอกเล่นได้ หากเป็นหัวหน้าคนอื่นคงไม่มีทางที่เขาจะได้ทำแบบนี้หรอก เพราะแบบนี้พวกเขาถึงร่วมงานกันได้อย่างสบายใจ

 

“เฮ้ย นี่คิดจะแย่งงานกันแล้วเรอะ ฮ่าๆ เอ้อ คุยกันไปก่อนนะ ฉันขอไปหาอะไรกินก่อน” ว่าแล้วหัวหน้าก็ทิ้งให้มินฮยอกและทีมอยู่กับลูกชายของเขาเพียงลำพัง ความเงียบก่อตัวขึ้นมาทันทีก่อนจะเป็นมินฮยอกที่จำต้องเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

 

 

“สวัสดีครับ”

 

 

“สวัสดีครับ ได้ยินพ่อพูดถึงคุณมาเยอะ ได้เจอตัวจริงแล้วดูหน้าเด็กกว่าที่คิดนะครับ” มินฮยอกยิ้มเรื่อยๆ และหันไปหาเพื่อนเมื่อโดนสะกิดบ่อยครั้ง

 

“ไปหาของกินต่อก่อนนะเว้ย หิวอีกแล้วว่ะ”

ดังนั้นเจ้าของร่างโปร่งจึงพยักหน้าให้เพื่อนเบาๆ และหันมาขอตัวจากชางกยุนทันที

 

 

“ขอตัวก่อนนะครับ”

ชางกยุนมองตามมินฮยอกไปจนสุดสายตาก่อนลอบเดินตามไปห่างๆเมื่อเห็นว่ามินฮยอกเดินแยกจากเพื่อนออกไปอีกทางและเป็นทางที่ออกจากงานเลี้ยงเสียด้วยสิ

 

 

 

ฟอด

 

 

 

“นิ่งจังเลยนะครับ”

แรงสัมผัสหนักๆจากจมูกที่จรดลงบนผิวแก้มและสูดเข้าไปจนเต็มปอดนั้นไม่ทำให้มินฮยอกตกใจเสียเท่าไหร่ เขาหันหน้ากลับไปมองเล็กน้อยแล้วแกล้งดึงปากอีกฝ่ายเล่น

 

“นึกว่าจะตามออกมาช้ากว่านี้สักหน่อย”

 

“คิดถึงจนจะบ้า จะให้ตามออกมาช้าๆได้ยังไง”

ร่างโปร่งถูกลากให้เข้าไปในห้องน้ำและร่างหนาก็ขึ้นป้ายกำลังทำความสะอาดไว้ที่หน้าห้องน้ำเรียบร้อย มินฮยอกยิ้มขำกับการกระทำนั้นเล็กน้อย

 

“ใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะชางกยุน”

 

“ก็เพราะแทบไม่ได้คุยกับพี่เลยน่ะสิ หน้าก็ไม่ได้เห็น ไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง?”

เอวบางถูกรั้งเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างคนสองคนตามมาด้วยริมฝีปากหยุ่นที่ประกบลงมาด้วยความหนักหน่วงเล็กน้อย ท้ายท้อยของมินฮยอกถูกชางกยุนยึดไว้แน่น แต่ถึงชางกยุนไม่ได้ยึดไว้เขาก็ไม่คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้ว

 

 

คิดถึง...

 

 

“อืมม...อือ”

ริมฝีปากทั้งสองบดเบียดเข้าหากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ลิ้นชื้นตวัดเกี่ยวเข้าหากันจนแทบแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร แต่ยิ่งทำอย่างนั้นพวกเขาก็ยิ่งขยับเข้าแนบชิดกันมากขึ้นไปอีก

 

“อ่ะ..เดี๋ยวเสื้อยับ”

มินฮยอกเอ่ยท้วงขึ้นเบาๆเมื่ออีกฝ่ายผละจากริมฝีปากลงไปซุกไซ้และขบเม้มไปทั่วเสื้อเชิ้ตตัวเก่งของเขา อันอาจทำให้เสื้อยับขึ้นมาและกลายเป็นจุดสังเกตเอาได้

 

พวกเขาสองคนรู้จักกันก่อนที่มินฮยอกจะเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้เสียด้วยซ้ำและเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกชายของหัวหน้า เขาก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่สานสัมพันธ์ต่อ แต่ชางกยุนก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือเอาเสียเลย จึงกลายเป็นว่าแอบคบกันมาหลายปีเสียอย่างนั้น

 

“อื๊มม ไม่ อย่าถอด”

คนอายุน้อยกว่าเริ่มเกเรหนักข้อขึ้น ฝ่ามือหนาปัดป่ายไปทั่วลำตัวของเขา ไม่เพียงเท่านั้นยังพยายามถอดเสื้อผ้าของเขาออกอีกด้วย

 

“ผมคิดถึงพี่”

 

“พี่ก็คิดถึงนาย..อ่ะอื้มมม”

ริมฝีปากหนาโผขึ้นมาประกบจูบอีกครั้ง และฝ่ามือคู่นั้นก็ไม่อยู่เฉย สะโพกกลมถูกบีบคลึงเสียจนมินฮยอกเริ่มที่จะยืนไม่อยู่ต้องเอื้อมมือขึ้นไปกอดคออีกฝ่ายไว้และหมดแรงที่จะห้ามปรามอีกต่อไป

 

“ด...ดื้อ อ๊ะ ไม่”

แรงกัดที่ต้นคอบอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายฝากรอยรักทิ้งไว้แล้ว เท่านั้นยังไม่พออีกฝ่ายยังดุดเม้มซ้ำรอยที่ได้กัดไว้ลงไปอีก ...จุดอ่อนของมินฮยอกคือต้นคอและชางกยุนก็รู้ดี ปลายเล็บของมินฮยอกจิกไหล่หนาอย่างแรงเมื่อชางกยุนไม่ยอมปล่อยลำคอระหงของเขาให้เป็นอิสระแต่กลับทั้งกัดทั้งดูดจนเจ็บไปหมด

 

“ช..ชางกยุน อื๊ออ พ..พอ พอก่อนนะ”

มินฮยอกใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอ่ยห้ามปรามและดันใบหน้าอีกฝ่ายออกจากต้นคอจนสำเร็จ เขาลูบแก้มคนอายุน้อยกว่าอย่างเอาใจแถมด้วยการหอมแก้มอีกฝ่ายซ้ำๆ จนชางกยุนสงบลงและเอาใบหน้าชื้นเหงื่อลงมาซบไหล่เขาเบาๆในที่สุด

 

 

“คิดถึงนายเหมือนกัน แต่เราหายมาพร้อมๆกันตั้งนานแล้ว..”

 

 

“คืนนี้มานอนคอนโดผม”

 

 

ก็ใช่ว่าจะสงบลงไปเสียหมดหรอกนะ...แต่เอาเถอะ ช่วงปั่นโปรเจ็กต์ใหญ่นั่นไม่ได้คุยกันเลย ยอมรับว่าเขาเองก็คิดถึงเด็กตรงหน้านี่เหมือนกันนั่นแหละ...

 

 

“มีมาการิต้าให้กินหรือเปล่าล่ะ?”

 

 

 

“เดี๋ยวป้อนให้กินทั้งคืนเลย”

 

 

มินฮยอกจ้องเข้าไปในสายตาวาววับที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามาการิต้าที่ว่า...คงไม่เหมือนสูตรในงานเลี้ยงนั่นแน่ๆและหยิกแก้มอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยวอย่างแรง

 

 

 

 

 

 

“ไม่สว่างก็อย่าหยุดแล้วกัน”

 

 

 

 

E N D.

//ใครปารองเท้ามา ๕๕๕ จริงๆอยากเอ็นซีเลยแต่เกรงใจ

รอบนี้ให้กุ๊งเป็นพระเอกของกี้ไป ปิ๊งไอเดียเมื่อเช้าสดๆร้อนๆ(?)

แต่เสียเวลาวิ่งช่วยลูกหนูจากปากแมวที่บ้านนานไปหน่อย

เลยเพิ่งเข็นฟิคออกมาได้ค่ะ ๕๕๕๕๕๕

ติดแท็ก #ฟิคปาร์ตี้เอ็มกี้ ในทวิตเตอร์ได้นะคะ

พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการค่ะ ฮริ้ง

ขอบคุณธีมสวยๆจาก SQWEEZTHEME ค่ะ

O W E N TM.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #12 Love~N (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 17:15
    ชอบบบบบบบ เด็กกุ๊งมันร้ายมาก คุณพี่นี่ก้อ้อยเหลือเกิน กรี๊ดดดดดด
    #12
    0